ขับเคลื่อนโดย Blogger.

สอบถามค่าแรงรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ด โทร 087-2229588


Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

ท่านเจ้าของอู่รับซ่อมรถยนต์ฟอร์ด ไม่ต้องกังวลอะไหล่ไม่มีหรือได้ช้า สั่งได้เร็ว 24 ชั่วโมง ,สั่งช่วงเช้าได้เย็น ,สั่งหลังเที่ยงได้วันพรุ่งนี้ ศูนย์ฟอร์ดอยุธยา ให้ราคาช่าง,ราคาอู่ซ่อม,ราคาอู่พ่นสี โทร 087-2229588 ,id line : 0863363882

ซีฟู้ด รสเด่นที่กระติ๊บข้าว

.
.
.
.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ขับรถเลยผ่านแยกเกษตร-นวมินทร์ หลายครั้งหลายหนแล้ว  ไม่เคยได้แวะไปลิ้มรสอาหารเมนูเด็ดเด่นของร้าน กระติ๊บข้าว แม้แต่ครั้งเดียว หนนี้ไม่มีพลาด แม่พลอยขับรถมุ่งหน้าลงอุโมงค์แยกเกษตร ขับตรงไปยังถนนเกษตร–นวมินทร์จนสุดถนน แล้วกลับรถเพื่อไปลิ้มรสอาหารร้านกระติ๊บข้าว ที่มีพิกัดริมถนน สังเกตเสากลางถนนระบุหมายเลข 261 ร้านอยู่บริเวณนั้น สามารถหาที่จอดได้ทั้งข้างในและริมถนน

ร้านกระติ๊บข้าว มีเมนูอาหารให้เลือกเยอะมากทั้ง  ใต้ อีสาน  และอาหารเวียดนาม แต่ไปทั้งที แม่พลอยอยากพาไปลิ้มรสอาหารจานเด็ดเด่นของร้าน เน้นไปทางแนวซีฟู้ด น้อยคนนักจะรู้จัก  ความเด่นของเมนูซีฟู้ดร้านนี้ เน้นวัตถุดิบสดใหม่ จากแหล่งทางภาคใต้  ที่นำมาสู่นักชิมชาวกรุง เริ่มต้นแม่พลอยขอแนะนำเมนูเด่นหาทานยาก เป็น หอยตะเภาลวก   น้ำจิ้มซีฟู้ด หอยตะเภา เป็นหอยท้องถิ่นจังหวัดตรัง บ้างก็เรียกหอยท้ายสำเภา หรือ หอยท้ายเภา ลักษณะเปลือกหอยเป็นสามเหลี่ยม คล้ายเรือสำเภา ส่วนเนื้อหอยตะเภาออกหวานนุ่ม ไม่เหนียว ในทุกหนึ่งปี มีฤดูกาลหอยตะเภา  เพียง  4 เดือน คือ ช่วงพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ ฉะนั้นใครอยากลิ้มรสต้องรีบเสียแล้ว อย่ารอช้า

ปูม้าถอดเสื้อ เมนูขึ้นชื่อของร้าน ถึงขั้นขึ้นป้ายชูประเด็นเป็นเมนูเด่นที่นักชิมส่วนใหญ่จำได้ จนพาเรียกชื่อร้านกระติ๊บข้าวเป็น ปูม้าถอดเสื้อไปแบบอัตโนมัติ ปูม้าสด นึ่งแล้วแกะก้ามปู กระดองปู ออกมาให้เห็นถึงเนื้อปูม้า ขาว เนื้อแน่น ทานได้เลยไม่ต้องพึ่งพาเพื่อนที่มีจิตอาสามาช่วยแกะปูเลย เสิร์ฟปุ๊บ หยิบจิ้มทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสกลมกล่อมได้เลย ทานเพลิน ไม่เสียเวลาแกะ

กุ้งผัดพริกขี้หนู ใช้กุ้งทะเล หั่นตามขวางพอดีคำ  ผัดกับพริกขี้หนู  รสชาติออกเผ็ดนำ  แต่ไม่สูญเสียความกรอบความหนึบของเนื้อกุ้งได้  ยิ่งทานยิ่งชอบ ถัดจากกุ้งขอแนะนำเมนู เนื้อปลาเก๋าใหญ่ผัดขึ้นฉ่าย เดิมทีเราคุ้นเคยกับเมนูปลาเก๋า ที่นำไปผ่านกรรมวิธีนึ่ง เท่านั้น แต่เมนูนี้ ผัดได้รสชาติค่อนข้างดี  ความเด่นรสอยู่ที่เนื้อปลาเก๋าแน่นสด  ถ้าไม่ชอบแนวนี้ แต่ชอบแนวออกเผ็ด ต้องลองแกงเหลืองปลาเก๋า รสชาติเผ็ดเข้มข้นถูกปากคนชอบทานอาหารรสดีนักเชียว

ถ้าชอบของทอด แนะนำ หอยจ๊อ ที่แน่นด้วยไส้ในเป็นเนื้อปู กุ้ง และ หมู ปรุงรสได้อร่อย ทานตอนร้อน ๆ  ได้ความกรอบของฟองเต้าหู้ทอดที่เหลืองนวล ส่วน ทอดมันปลากราย ปรุงรสได้ความกลมกล่อมของเครื่องแกง และเนื้อปลากรายแท้ที่เคี้ยวแล้วรู้สึกได้ถึงความเหนียวแน่นหนึบ ไม่มีผิดหวังในรสชาติ
ปิดท้ายด้วยการแนะนำเมนู ข้าวผัดปลาเค็ม ที่ผัดได้ร่วนหอมกลิ่นข้าวติดก้นกระทะ  ได้ความกรอบของปลาเค็มชิ้นเล็กทอดกรอบ และก้านคะน้าอ่อน  คลุกเคล้ามาเป็นสีเขียวเด่นในจาน เมนูนี้แม่พลอยขอติดดาวความอร่อยให้อีกหนึ่งเมนู

ร้านกระติ๊บข้าว เปิดบริการในเวลา 11.00– 22.00 น. และหยุดบริการทุกวันจันทร์ที่ 4 ของเดือน สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2946-2535 และ 08-9744-4666.
ขอขอบคุณเจ้าของบทความ : เรื่อง แม่พลอย / ภาพ สุพัตรา เมตะศิริ

Read More...


“เกี๊ยวฝรั่งใส่ชีสบูราต้า” นุ่มอร่อย เลิศรสหอยเชลล์ห่อด้วยเนื้อวัววากิว

.
.
.
.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


อาทิตย์นี้ผมจะขอพูดถึงร้านอาหารที่ชื่อว่า วิว ซึ่งตั้งอยู่ในโรงแรมเดอะเซนต์ รีจิส ที่เปิดมาได้ไม่นานนักครับ ในโรงแรมมีร้านอาหาร 2 ร้านด้วยกัน ผมจะขอพูดถึงร้านนี้ก่อนเพราะเป็นร้านที่ผมชอบมากครับ

ร้านวิว ที่แปลว่า ทิวทัศน์นี้ ตัวร้านนั้นมองเห็นไปถึงสปอร์ตคลับ และสนามกีฬาราชกรีฑาสโมสรที่มีม้าแข่ง มีอะไรต่าง ๆ แล้วก็ไปเล่นกอล์ฟได้ เป็นร้านอาหารที่มีวิวสวยครับ โดยที่ร้านนี้มีทั้งอาหารตามสั่งหรือที่เขาเรียกว่า เชฟเทเบิล คือ เชฟมาทำเมนูอาหารพิเศษให้ โดยเรามานั่งข้างหน้าครัวได้เลย แล้วเชฟเขาจะทำอาหารให้เรากิน

ความจริงแล้ว อาหารที่นั่นไม่ได้แพงมากนัก สำหรับการทำเชฟเทเบิลนะครับ หรือแปลตรงตัวว่า โต๊ะของเชฟ ราคาอยู่ที่สี่พันกว่าบาทต่อคน ผมจะเล่าให้ฟังว่า คืนนั้นผมได้กินอาหารอะไรบ้าง ผมอิ่มและอร่อยแค่ไหน

นอกจากอาหารตามสั่งแล้ว วันอาทิตย์จะมีซันเดย์บรันช์ ที่มาจากคำว่า ลันช์ (อาหารกลางวัน)  ผสมกับคำว่า เบรกฟาสต์ (อาหารเช้า) เพราะว่าจะเสิร์ฟทั้งที่เป็นอาหารเช้าและอาหารกลางวันพร้อมกันเลยครับ เพราะคนมักจะตื่นสายในวันอาทิตย์แล้วมานั่งกินกัน เขามีอาหารมากมาย แถมอร่อยด้วยนะครับ คนเต็มไปหมดเลย ไปกินทีไรคนแน่นร้านทุกที ถ้าจะให้ดีต้องโทรฯ ไปจองก่อนนะครับ จะได้ไม่ไปเสียเที่ยว

วันนั้นผมได้ไปนั่งกินอาหารที่เป็นเชฟเทเบิล  สิ่งแรกที่เชฟเขาทำให้เราได้เห็นคือ เชฟเดินมาเปิดขวดน้ำมันมะกอกเทให้เรากิน แล้วก็เปิดน้ำส้มบัลซามิกเทรวมกับน้ำมันมะกอกมาให้กินอีก อร่อยมากเลยครับ แล้วก็ขนมปังที่เขาอบสด ๆ เป็นแบบอเมริกันครับ ให้มาจิ้มกับพวกน้ำมันมะกอก และน้ำส้มบัลซามิกที่ผสมกับน้ำมันมะกอกที่ได้ชิมไปก่อนหน้านี้ครับ

จากนั้นก็เริ่มเป็นอาหารต่าง ๆ ที่เขานำมาเสิร์ฟ อาหารจานแรกที่ผมได้กิน คือ ยำเนื้อดิบ ซึ่งอร่อยมากและไม่มากจนเกินไปครับ เป็นชิ้นพอคำเล็ก ๆ

จานต่อมาก็สลับด้วย ช่อม่วง ซึ่งช่อม่วงใส่ถ้วยมาแล้วมีฝาครอบมาด้วยนะครับ เก๋ไก๋ สวยงามมาก รสชาติอร่อยใช้ได้ครับ จากนั้นจะมี ซุปหน่อไม้ฝรั่งเสิร์ฟกับเยลลี่และน้ำส้มบัลซามิก เสิร์ฟมาเป็นถ้วยครับ ตอนแรกไม่รู้ว่าจะกินอย่างไร เอาช้อนตักผสมผสานกันก็อร่อยดีครับ มีทั้งความเปรี้ยว ความมันของหน่อไม้ฝรั่ง ผมกินยังไม่เสร็จก็ต่อด้วย ปลาโอสดเสิร์ฟกับน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล และก็มีเห็ดทรัฟเฟิลบดกับน้ำมัน อร่อยมากเลยครับสำหรับอาหารจานนี้

ยังไม่พอนะครับ เขายังมี เกี๊ยวฝรั่งใส่ชีสบูราต้า ซึ่งมาจากอิตาลีเป็นชีสนุ่ม ๆ เหมือนกับกินนม อร่อยใช้ได้ จากนั้นคั่นด้วย หมี่กรอบกุ้งแม่น้ำ จัดวางมาสวยงามมาก เมื่อผมชิมแล้ว ก็อร่อยดีครับ กุ้งสดดี เสร็จแล้วตามด้วยหอยเชลล์ห่อด้วยเนื้อวัววากิว อาหารจานนี้ผมชอบมากครับ เพราะผมชอบทั้งเนื้อ ทั้งหอยเชลล์

พอมาถึงอาหารเมน ซึ่งมีแก้มวัวในซอสไวน์เบอร์กันดี อร่อยมาก ผมว่าที่นี่เสิร์ฟอาหารหลายอย่างมากครับ เพราะยังไม่หมดแค่นี้ ยังมีขนมหวานอีกหนึ่งจาน และมีกาแฟอีกด้วยครับ ผมดื่มไวน์ไประหว่างกินอย่างช้า ๆ เพราะการกินอาหารอย่างนี้อย่ารีบกินนะครับ เผื่อจะได้กินทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างเอร็ดอร่อย

เมนูส่วนใหญ่ของเขาก็ดีนะครับ ส่วนเมนูเชฟเทเบิลของเขาก็สุดยอดพอสมควร ที่ทำให้การกินอาหารมีความสนุกเพิ่มมากขึ้น คือ เราได้ดูเชฟเขาทำอาหาร จัดอาหารให้เรากินต่อหน้าของเราเลย เป็นบรรยากาศที่ดีมากครับ  แล้วคนหลายคนก็ชอบบริการแบบนี้ เหมือนเรานั่งอยู่ในครัวเลยครับ ทำให้เรารู้ว่าเขาไม่ใช่อุ่นอะไรมาให้เราจากข้างในแล้วมาจัดให้เราทานด้าน นอก ที่นี่เขาทำกันสด ๆ เลยครับ อร่อยจริง ๆ และตื่นตาตื่นใจมากด้วย

เพื่อน ๆ คนไหนอยากมาลองกินอาหารแบบนี้ก็สามารถมากินได้เลยนะครับ รับรองอร่อย
แน่ ๆ ครับ.
..........................................
เข้าครัวกับหมึกแดง - ข้าวตังหน้าตั้ง
เครื่องตำข้าวตังหน้าตั้ง
- พริกแห้งเม็ดใหญ่แช่น้ำ 2 เม็ด
- รากผักชีซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
เครื่องปรุงข้าวตังหน้าตั้ง
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- หมูสับ 200 กรัม
- กุ้งสับ 100 กรัม
- หัวกะทิ 500 มิลลิลิตร
- น้ำตาลปี๊บ 1-2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1 ช้อนชา
- หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ถั่วลิสงคั่วป่น 4 ช้อนโต๊ะ
- พริกชี้ฟ้าแดงซอย 2 เม็ด
- ผักชีเด็ดเป็นใบ ๆ                    พอประมาณ
- ข้าวตังทอดแล้ว                   พอประมาณ
วิธีทำ

1. โขลกพริกแห้ง รากผักชี กระเทียม พริกไทย รวมกันให้ละเอียด พักไว้

2. นำหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไป 2 ช้อนโต๊ะ พอร้อนใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงผัดให้หอม จากนั้นใส่หมูสับ กุ้งสับ ลงไปผัดให้พอสุก

3. ใส่หัวกะทิลงไปต้ม

4. พอกะทิเดือด ปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา เกลือ ชิมรสออกหวาน เค็มเล็กน้อย

5. ใส่หอมซอย ถั่วลิสงป่น คนให้เข้ากัน และส่วนผสมข้นขึ้น

6. ปิดไฟยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วยแต่งหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าแดง และผักชี เสิร์ฟพร้อมกับข้าวตัง
..........................................
ชิมให้เป็น
สำหรับอาหารที่ร้านนี้ บางท่านไม่รู้ถึงลักษณะของอาหารที่เขาเสิร์ฟว่าเป็นอย่างไร และอาหารที่เขาเสิร์ฟนั้นมาจากประเทศใด ซึ่งอาหารส่วนมากจะเป็นอาหารฝรั่งซึ่งมาจากประเทศฝรั่งเศส อิตาลี หรือสเปน อาหารเยอรมันก็จะแตกต่างกันไปอีกเล็กน้อย

แต่ที่นี่เขาทำเป็นอาหารฝรั่งเศส แล้วเอาวัตถุดิบอื่น ๆ มาผสมผสานกันครับ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ก็คือ ปลาโอสดเสิร์ฟกับน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล และมีสาหร่ายทะเลมาจัดในจานด้วย ส่วนน้ำมันหรือเครื่องน้ำยำของปลานั้น ทำมาจากน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลสีดำที่มีราคาสูงมาก แต่เขาไม่ให้มากจนเกินไปเพราะกลิ่นของเห็ดทรัฟเฟิลนั้นจะแรงมาก เขาอยากให้ได้กลิ่นแค่นิดเดียว รสชาติของเนื้อปลาโอหวานอร่อยและยังเย็นอยู่เลยครับ ที่นี่เขาทำได้อร่อยมาก ไม่ต้องบีบมะนาว ไม่ต้องเติมอะไรเลย รสชาตินุ่มนวล ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า เดลิเคท ก็คือ ความนุ่มนวลนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เวลาชิมต้องชิมให้เป็นนะครับ ต้องรู้ว่าวัตถุดิบจะต้องใส่มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะกลิ่นของน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลเพราะมีกลิ่นที่แรงมาก ซึ่งจะทำให้อาหารอร่อยนั่นเองครับ
ขอขอบคุณเจ้าของบทความ : หมึกแดง
www.mcdangguide.com

Read More...


“ทานตะวันงอกผัดแหนม” อร่อยชวนลอง หอมกรอบพล่าปลาสลิดรสจัดจ้าน

.
.
.
.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


ทุกคนคงทราบดีว่าผมไปจังหวัดเชียงใหม่เป็นประจำ และทุกครั้งที่ไปผมมักจะไปชิมอาหารที่ร้าน แสนคำเทอร์เรส  ซึ่งอยู่ออกนอกเมืองมาทางสะเมิง ในหมู่บ้านในฝัน และอยู่ใกล้ ๆ กับที่เขาจัดงานพืชสวนโลกเลยครับ

เมื่อ 3-4 ปี ผมเคยเขียนให้กับร้านนี้แล้ว และตั้งแต่ที่ผมเขียนให้กับร้านนี้ ที่นี่ก็ได้ทำเมนูใหม่ ๆ ขึ้นมาให้ลูกค้าได้ลิ้มรสกันเสมอ ผมเลยต้องเขียนให้กับเขาอีกครั้งหนึ่งครับ โดยมากแล้วเวลาไปที่ร้าน ผมมักจะชอบกินเมนูเดิม ๆ คือ เห็ดหอมทอด ไส้อั่ว ลาบทอด แต่ เปาะเปี๊ยะสาหร่าย ที่ทำเป็นเส้น ๆ ยาว ๆ  ผมเองยังไม่เคยลองชิมเลยครับ

อาหารพื้นเมืองที่ธรรมดาอย่าง ข้าวซอย ผมก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าของเขาก็อร่อย จึงขอบรรยายให้ฟังว่า ครั้งที่แล้ว ผมไปกินอะไรมาบ้าง ผมไปอยู่นานเลยครับเพราะเขาให้ผมเป็นที่ปรึกษาให้ คือ เป็นคนชิมและให้แสดงความคิดเห็นครับ  ซึ่งการไปแต่ละครั้งก็มีแต่ของใหม่ ๆ ให้ผมชิม แล้วผมก็จะบอกว่า อันนี้เปรี้ยวไป อันนี้เผ็ดไป อันนี้ไม่ดี แล้วเขาก็จะปรับปรุงให้ดีและสมบูรณ์ขึ้นครับ

อาหารจานแรกที่ผมชอบมากและยังไม่เคยเขียนถึง ก็คือ เส้นสาหร่ายเซี่ยงไฮ้ผัดปลาเค็ม ไม่รู้เขาคิดอาหารจานนี้ได้อย่างไรนะครับ อร่อยมาก พอผัดเส้นสาหร่ายเซี่ยงไฮ้กับปลาเค็มเสร็จพร้อมเสิร์ฟ เมื่อเห็นเครื่องข้างบนทำให้ผมตกใจ เพราะเขามีปลาดุกฟูกรอบ ๆ วางไว้ข้างบนด้วย แล้วก็ยังมีเครื่องเคียงคล้าย ๆ ข้าวผัดปลาเค็ม มีหอมหัวใหญ่ มะนาว และพริกสับ ผมเอามาคลุกให้เข้ากัน กินเข้า ไปแล้วสดชื่น อร่อยจริง ๆ ครับ  ผมดีใจที่ได้กินของแบบนี้บ้าง ซึ่งเป็นการคิดแบบสร้างสรรค์ครับ ทำให้ผมได้กินของแปลกที่อร่อย

สิ่งที่เป็นแฟชั่นที่เชียงใหม่ในขณะนี้คือ ทานตะวันงอก ที่ร้านก็เลยเอามาทำอะไรหลาย ๆ อย่าง เช่น ทานตะวันงอกผัดไทย ซึ่งยอมรับว่ากรอบและเคี้ยวมันดีครับ โดยตรงหัวทานตะวันจะกรุบ ๆ มัน ๆ ไม่เหม็นเขียวเลยนะครับ ตอนแรกนึกว่าจะเหม็นเขียว แต่กลับอร่อยครับ

ยังมี แกงส้มทานตะวันงอกซึ่งจะใส่ปลาอะไรก็ได้ครับ แล้วใส่เม็ดทานตะวันงอกทีหลัง โดยจะโรยในน้ำแกงส้มร้อน ๆ ผมก็เลยขโมยเอามาทำในรายการโทรทัศน์ของผมด้วย เพราะว่าหน้าตาดีมาก และไม่เหมือนคนอื่นด้วย

อีกเมนูหนึ่งที่ได้กิน คือ ราดหน้า ครับที่นี่อร่อยพอสมควร น้ำไม่เหนียวจนเกินไป ผักก็สดดีครับ ตามมาด้วย พล่าปลาสลิด ซึ่งเขาจะเอาปลาสลิดที่ทอดกรอบ ๆ แล้วเอาน้ำพล่าราด ไม่ได้เอาไปคลุกนะครับ ราดเฉย ๆ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ปลาสลิดไม่กรอบและนุ่มเกินไป ซึ่งเขาทำได้ดี  ทำให้อาหารจานนี้อร่อยมาก
 
จากนั้นเป็น ก๋วยเตี๋ยวสมุน ไพร ผมตกใจเพราะมองไปมีสับปะรดด้วย คิดในใจสงสัยรสชาติจะคล้าย ๆ ขนมจีนซาวน้ำหรือเปล่า แต่ไม่ใช่ครับ เขาทำคล้ายขนมจีนซาวน้ำแต่ไม่ทำด้วยกะทิครับ เขาทำด้วยน้ำซุปแทน อร่อย กินแล้วสดชื่น ซึ่งเขาทำมาให้กินนั้นไม่มากเกินไปด้วย ต้องลองชิมกันดูครับ ไม่ลองไม่รู้นะครับ

ที่นี่เขามีทานตะวันงอกธรรมดา ผัดคล้าย ๆ กับผัดผักบุ้งไฟแดงด้วยนะครับ แต่ที่ผมชอบ คือ ทานตะวันงอกผัดแหนม โดยเขาจะเอาเม็ดทานตะวันงอกไปผัดกับแหนม ใส่พริกเล็กน้อย แล้วก็ใส่มะเขือเทศด้วย จานนี้ผมกินเปล่า ๆ ได้อย่างสบายมากเลยครับ

อีกเมนูหนึ่งก็คือ ปลาทอดกระเทียมพริกไทยของเขาอร่อยเช่นกันครับ และที่นั่นก็อยู่ใกล้กับโครงการหลวง เขาเลยมีเมนู ปลาเทราต์ทอดกระเทียม ให้ผมกินด้วย หมักได้กำลังดีครับ รสชาติใช้ได้

มีผักชนิดหนึ่งที่ฤดูแล้งและฤดูหนาวเขาจะมีครั้งหนึ่ง เรียกว่า ผักปั๋ง เขาเอามาผัดกับแหนมให้ผมกิน ก็รสชาติดีนะครับ แถมท้ายด้วยเมนูขนมหวานที่ผมตกใจที่สุดเลย เรียกว่า ทับทิมกรอบคาปูชิโน่ มาพร้อมหลอดดูด คล้ายหลอดชาไข่มุกนะครับ แต่ว่าเสิร์ฟในแก้วแชมเปญสวยงาม ผมลองชิมดูรสชาติไม่หวานจนเกินไป อร่อยดีครับ ผมว่าคนไทยน่าจะชอบนะครับ แต่ว่าฝรั่งไม่ชอบแน่ ๆ เลย

อย่างไรก็ตาม ถ้าใครไปจังหวัดเชียงใหม่ ลองไปกินกันดูนะครับ คนที่นี่เขาจะรู้จักกัน เพราะเป็นร้านที่ตกแต่งแบบเท่ ๆ และอาหารอร่อยด้วยครับ.
.........................................
เข้าครัวกับหมึกแดง - ปลาทูห่อใบองุ่นย่าง
เครื่องปรุงปลาทูย่าง
- เนื้อปลาทูสด แล่เอาแต่เนื้อ 2      ตัว
- เกลือป่น             พอประมาณ
- พริกไทยดำบดสด           พอประมาณ
- ใบองุ่น 4     ใบ
- น้ำมันมะกอก 1/4 ถ้วยตวง
วิธีทำ

1. นำปลาทูสดมาโรยเกลือ และพริกไทยทั้งสองด้าน

2. จากนั้นห่อด้วยใบองุ่น ราดด้วยน้ำมันมะกอก

3. นำกระทะย่างขึ้นตั้งไฟให้ร้อน นำปลาทูที่ห่อใบองุ่นแล้วลงย่างให้สุกทั้งสองด้าน ยกออกพักไว้ เสิร์ฟกับยำมะเขือม่วงอบ
เครื่องปรุงยำมะเขือม่วงอบ
- มะเขือม่วงลูกใหญ่ 2      ลูก
- กระเทียมแกะเปลือกหั่นแว่นหนา 10      กลีบ
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- พริกไทยดำบดสด             พอประมาณ
- น้ำมันมะกอก            พอประมาณ
- น้ำมะนาวเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูสับ 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมหัวใหญ่สับ 1/4 ถ้วยตวง
- ลูกเกดสีเหลือง แช่น้ำให้พอง 1/4 ถ้วยตวง
- ผักชีสับ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. เปิดเตาอบให้ร้อน ที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส

2. นำมะเขือม่วงมาผ่าครึ่งตามทางยาว แล้วกรีดเนื้อมะเขือตามทางยาว (ต้องไม่ทะลุถึงเปลือก)  แล้วยัดกระเทียมที่หั่นไว้ลงไปตามร่องที่กรีดให้เต็ม

3. โรยด้วยเกลือ พริกไทย และน้ำมันมะกอก

4. นำมะเขือม่วงมาคว่ำหน้าลงในถาดอบ นำเข้าเตาอบ อบประมาณ  5-10 นาที หรือจนกระทั่งมะเขือม่วงสุก ยกออกพักไว้

5. ในชามผสม นำเนื้อมะเขือม่วงมาขูด เอาแต่เนื้อลงไปในชามผสม ยีให้ส่วนผสม
เข้ากัน

6. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาวเหลือง พริกขี้หนู ซีอิ๊วขาว หอมสับ ลูกเกดเหลือง น้ำมันมะกอก และผักชีสับ ผสมพอเข้ากัน ชิมรสให้ออกเค็ม เปรี้ยว หวานตาม พักไว้
การเสิร์ฟปลาทูสดห่อใบองุ่นย่าง
- ยำมะเขือม่วงสำเร็จแล้ว           พอประมาณ
- ปลาทูสดห่อใบองุ่นย่างสำเร็จ        2     ตัว
- น้ำมันมะกอก              พอประมาณ
- ทับทิมแกะเม็ดแล้ว              พอประมาณ
- มะนาวเหลืองหั่นเสี้ยว            สำหรับเสิร์ฟ
วิธีเสิร์ฟ
1. นำจานเสิร์ฟมาตักยำมะเขือม่วงลงกลางจาน แล้ววางปลาย่างใบองุ่นทับลงไป

2. ราดด้วยน้ำมันมะกอก โรยหน้าด้วยเม็ดทับทิม เสิร์ฟทันทีพร้อมมะนาวเหลืองหั่นเสี้ยว.
.........................................
ชิมให้เป็น
สมมุติว่าเป็นเมนูพิเศษที่ไม่เคยกินมาก่อน เช่น เส้นสาหร่ายเซี่ยงไฮ้ผัดกับปลาเค็ม นั้น เราจะต้องถามตัวเองเสียก่อนว่า คล้าย ๆ กับเอาเส้นมาผัดกับปลาเค็ม เหมือนกับข้าวผัดปลาเค็มใช่หรือไม่? ซึ่งเราจะได้รู้ว่าลักษณะอาหารจานนี้ควรจะเป็นอย่างไร มีอะไรเป็นส่วนประกอบบ้าง

ตรงนี้จะช่วยให้เราใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้ว่า จะต้องมีหอมแดงซอยมาให้ด้วย มีถั่วก็ได้หรือไม่มีถั่วก็ไม่เป็นอะไร แต่ว่าต้องมีมะนาวให้เรากินด้วย แล้วถ้าอยากจะใส่ขิงก็ได้ คงไม่เป็นอะไร แต่ว่าต้องมีอะไรกรอบ ๆ เปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ มัน ๆ ด้วย

สำหรับที่ร้านนี้ อาหารจานนี้ทำให้ผมประหลาดใจมาก เพราะผมนึกว่าจะได้ถั่ว แต่ว่ากลับมีปลาดุกฟูใส่มาแทน ยิ่งทำให้เมื่อเคี้ยวแล้วยิ่งมัน ยิ่งกรอบ แล้วก็ยิ่งอร่อยมากขึ้น แถมทำเหมือนกับข้าวผัดปลาเค็ม แต่ว่าใช้เส้นแทนข้าว อร่อยมากครับ  แล้วถ้าเราเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของเชฟที่เขาจะทำแบบนี้ ทำให้เรากินให้เป็น แล้วเราก็จะได้รู้ว่าอาหารจานนี้อร่อยได้อย่างไร เมื่อรู้แล้วก็จะทำให้เราชิมให้เป็นอย่างไรครับ.

ขอขอบคุณเจ้าของบทความ : หมึกแดง
www.mcdangguide.com

Read More...


อร่อยเด็ด สเต๊กเนื้อกับซอสไวน์ หวานชื่นใจไอศกรีมชุบช็อกโกแลต

.
.
.
.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มีเพื่อนที่สนิทชิดชอบกันมาก เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก เขาเลยชวนผมไปหาอะไรกินกัน เราเลือกไปกินอาหารที่ เทเบิลส์ ซึ่งอยู่ในโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ  และเปิดมานานแล้ว ที่นั่นมีห้องพิเศษด้วยนะครับ ครั้งสุดท้ายที่ผมไปนั่งกินอาหารก็ได้นั่งที่ห้องพิเศษ

คราวนี้ผมไปอีกครั้ง แต่ได้นั่งด้านนอก ห้องอาหารของเขาน่ารักมาก ความจริงคอนเซปต์การทำร้านเทเบิลส์นั้น ก็คือ การเอาอาหารต่าง ๆ ที่เราสั่งนั้นมาทำให้เสร็จ ที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า ฟินิช หรือมาทำซอสให้กินตรงข้างโต๊ะที่เราจะกินข้าว แล้วเสิร์ฟกันตรงนั้นเลย ซึ่งผมว่าเป็นไอเดียที่ดีมากครับ แต่ว่าจะต้องมีที่ดูดควันที่มาจากการทำกับข้าวด้วย คนนั่งทานจะได้รู้สึกสบายมากกว่านี้

วันนั้นเราไปกัน 4 คน สั่งทั้งอาหารแปลก ๆ และอาหารเดิม ๆ มากินกัน  เพื่อน ๆ และลูกชายผมสั่ง กุ้งค็อกเทล มากิน ซึ่งก็คือ กุ้งลวกแช่เย็นและมีซอสที่คล้าย ๆ มายองเนสมาให้กินด้วยกัน รสชาติก็ใช้ได้ครับ มี ซุปเห็ด ซุปครีม ด้วย อร่อยดีครับ หลานชายผมสั่งอาหารมาอีกจานหนึ่ง เป็น หอยเชลล์กับรีซอตโต้ ซึ่งเขาไม่ได้มาทำที่โต๊ะให้เรานะครับ เขาทำมาจากในครัวแล้วเอามาเสิร์ฟ จานไม่ใหญ่มากครับ ผมว่าแห้งไป แต่ผมก็ชอบ รสชาติดีครับ

ในส่วนของอาหารจานหลักและอาหารเรียกน้ำย่อยเท่านั้น ที่เขาจะเอามาทำที่โต๊ะให้เราดู เพื่อนผมคนหนึ่งสั่ง สเต๊กเนื้อกับซอสพริกไทยสด มากิน ผมลองชิมดู เนื้อไม่เหนียวครับ ย่างได้กำลังดี ส่วนอีกคนหนึ่งสั่ง สเต๊กเนื้อกับซอสไวน์ สำหรับผมสั่ง ปลาโซลทอด ซึ่งปลาโซลมีลักษณะ คล้าย ๆ ปลาตาเดียว

จากนั้น ผมขอกินเนื้อดิบ เรียกว่า สเต๊กทาทาร์ ผมอยากรู้ว่าเขาทำกันอย่างไรครับ เมื่อเห็นแล้วถึงรู้ว่าเอาเนื้อดิบสด ต้องพูดว่าคล้ายลู่ของฝรั่ง แต่ไม่ใช่ลาบเนื้อสดของภาคอีสานนะครับ  เขาเอาเนื้อมา แล้วใส่เครื่องต่าง ๆ ที่อยู่ในถาด ผสมในภาชนะมีมัส ตาร์ด เคเปอร์ ซอสต่าง ๆ หอมสับ และเครื่องหลายอย่างที่ใส่เข้าไปในนั้น ทำให้แซบและมัน มีไข่แดงสด ๆ ใส่เข้าไปด้วยนะครับ แล้วผสมให้เข้ากัน จากนั้นเอามาวางในจานเป็นก้อน ไม่ค่อยจะน่าดูเท่าไรนะครับ

จานนี้ให้กินกับขนมปังปิ้งแผ่นบาง ๆ กรอบ ๆ รสชาติจะออกเปรี้ยว ๆ มัน ๆ เค็ม ๆ แซบ ๆ คำว่าแซบของผม หมาย ความว่ารสจัด แต่ไม่ใช่เผ็ดแบบไทยนะครับ รสชาติของฝรั่งเขาจะไม่เผ็ดมากเหมือนอาหารไทยครับ

อาหารที่ผมชอบของร้านนี้ คือ สเต๊กเนื้อกับซอสพริกไทยสดของเพื่อนผม ซึ่งเขาทำออกมาสวยงาม แล้วเขาก็เอาซอสพริกไทยสดมาราดให้เหมือนกับสเต๊กเนื้อกับซอสไวน์

หลังจากนั้น เขาก็จะเอามันฝรั่งอบ ที่เรียกว่า สแกลล็อปด์ โปเตโต้ มาให้เรากิน อร่อยดี แล้วเราก็สั่งของหวานมากินกันเล็กน้อย เพราะว่าตอนนี้เบาหวานผมกำลังขึ้นซะด้วย แต่ไม่ถึงขั้นขึ้นตานะครับ ก็เลยไม่อยากกินขนมหวานมากนัก  แล้วก็กินกาแฟ

ยังมีของแถมอีกเป็น ไอศ กรีมชุบช็อกโกแลต เสิร์ฟในชาม ที่มีน้ำแข็งแห้งและน้ำอยู่ข้างล่าง เหมือนมีเมฆหมอกมีควันที่ทำให้ยังเย็นด้วยครับ

ร้านนี้ใช้ได้เลยครับ ใครที่อยากตื่นตาตื่นใจ ที่นี่เป็นอีกร้านหนึ่งที่เขามาทำอาหารให้เราดูข้าง ๆ โต๊ะของเราเลย ควรลองไปกินกันดูนะครับ เพราะจะได้ประสบการณ์ในการกินด้วย  เวลาเชฟเขามาทำอาหารให้เราข้าง ๆ โต๊ะ สามารถพูดคุยกับเขาได้ แล้วก็ถามเขาว่าต้องใส่อะไรบ้าง กำลังทำอะไรอยู่เขาจะเล่าให้เราฟัง เป็นสิ่งที่สนุกสนานเฮฮาดีนะครับ อยากให้ลองไปชิมและรับรู้ถึงบรรยากาศการกินอาหารแบบนี้กันดูนะครับ.
สเต๊กทาทาร์ - ชิมให้เป็น
อาหาร อย่าง สเต๊กทาทาร์ หรือยำเนื้อดิบของฝรั่งนั้น เป็นอาหารของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งหลายคนคงจะไม่ทราบว่าเป็นอาหารของคนฝรั่งเศส และไม่ทราบว่าลักษณะรสชาติของเขาเป็นอย่างไร ต้องกินกับอะไร

โดยปกติแล้ว ลักษณะของสเต๊กทาทาร์ จะต้องเข้มข้น แซบ ไม่เปรี้ยวหรือเค็มจนเกินไป  และไม่มีเครื่องเทศมากจนเกินไปนัก แต่ว่ายังได้รสชาติความหวานของเนื้อดิบที่สด ๆ และต้องได้ความมันของไข่แดงดิบที่ใส่ลงไปในนั้นด้วย แต่เพื่อตัดความเลี่ยนและความคาวของไข่แดง เราเลยต้องใส่มัสตาร์ดและวู้ดสเตอร์ซอส  รวมทั้งอะไรอีกหลายอย่าง และพริกไทยสดเข้าไป

ถ้าวัตถุดิบที่ใส่มีรสแรงเกินไปหรือมีรสจัดจ้านเกินไป ซึ่งจะทำให้เราต้องกินขนมปังให้มากขึ้น และอิ่มเร็วเกินไป เพราะฉะนั้นต้องทำให้รสชาติพอดี ๆ และไม่แรงจนเกินไปนัก แต่ที่ผมได้กินนั้น รู้สึกว่ารสชาติจะจัดจ้านเกินไป ควรจะลดลงมาจะได้อร่อยมากกว่านี้

เพราะฉะนั้น ก็เลยอยากจะบอกให้เพื่อน ๆ ชิมให้เป็น ถึงแม้ว่าจะเป็นอาหารของฝรั่งเศสเขาก็ตาม เมื่อเรากินแล้ว ต้องเข้าใจว่ารสชาติที่แท้จริงควรจะเป็นอย่างไร แล้วเราจะกินอย่างไรถึงจะเป็นการกินที่ถูกต้องครับ
เปาะเปี๊ยะเวียดนาม - เข้าครัวกับหมึกแดง
เครื่องปรุงน้ำจิ้มเปาะเปี๊ยะ
-พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด
-กระเทียมไทย 15 กลีบ
-รากผักชีซอย 2 ราก
-น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
-น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
-น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
-ใบสะระแหน่เด็ดใบ 1/2 ถ้วยตวง
-น้ำต้มสุก 1/2 ถ้วยตวง
-แครอทขูด 1/4 ถ้วยตวง
-ถั่วลิสงคั่วบุบพอแตก 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1.ในเครื่องเตรียมอาหารใส่พริกขี้หนูสวน กระ เทียมไทย รากผักชีซอย น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย ใบสะระแหน่ และน้ำต้มสุกลงไป
2.ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้ละเอียด ชิมรสให้ออกเปรี้ยว เค็ม หวาน  ตักออกใส่ถ้วย โรยหน้าด้วย แครอทขูด และถั่วลิสงบุบ
เครื่องปรุงไส้เปาะเปี๊ยะเวียดนาม
-หมูยอขะแม 10 แท่ง
-แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง
-ไข่ไก่ 2 ฟอง
-เกล็ดขนมปังป่น 2 ถ้วยตวง
-น้ำมันปาล์ม 500 มิลลิลิตร

วิธีทำ
1.ในชามผสม 3 ใบ ใบที่ 1 ใส่แป้งสาลี  ใบที่ 2 ใส่ไข่ไก่  ใบที่ 3 ใส่เกล็ดขนมปังป่น
2.นำหมูยอขะแมที่หั่นเป็นแท่งแล้ว มาชุบแป้ง ไข่ไก่ และเกล็ดขนมปังให้ทั่ว
3.นำกระทะตั้งเตาใส่น้ำมันปาล์มลงไป พอร้อนนำหมูยอขะแมลงทอดให้เหลืองกรอบ ตักออกพักไว้
เครื่องปรุงเปาะเปี๊ยะเวียดนาม
-แผ่นเปาะเปี๊ยะญวนสด 10 แผ่น
-ผักกาดหอมเด็ดใบ 10 ใบ
-แตงกวาหั่นเป็นแท่ง 5 ลูก
-ใบโหระพาเด็ดใบ 1 ถ้วยตวง
-ต้นหอม  พอประมาณ
-ผักชีใบเลื่อย  พอประมาณ
-เส้นหมี่ลวกสุก 80 กรัม
-หมูยอขะแมชุบทอดแล้ว 200 กรัม
วิธีทำ
1.วางผักกาดหอมลงบนแผ่นเปาะเปี๊ยะญวนสด วางแตงกวาเรียงทับไปบนผักกาดหอมอีกที ให้เป็นเส้นยาว แล้ววางใบโหระพา เส้นหมี่ลวก และหมูยอขะแมทับลงไป
2.ม้วนแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะญวนสด ให้ห่อเครื่องทั้งหมดเป็นแท่งยาว ๆ
3.ตัดเปาะเปี๊ยะญวนสดเป็นท่อน วางลงบนจาน เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มเปาะเปี๊ยะ

ขอขอบคุณเจ้าของบทความ : หมึกแดง
www.mcdangguide.com


Read More...


อร่อยอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม หอมหวานหอยทากอบเนย

.
.
.
.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เมื่อสองเดือนที่แล้ว  เพื่อนผมมาจากอเมริกาเลยชวนกันไปกินข้าว ตอนนั้น ผมไม่แน่ใจว่าจะพาเขาไปที่ ไหนดี จนกระทั่งมีลูกน้องผมมาบอกให้ลองไปชิมอาหารที่ร้านซึ่งอยู่ติดกับถนน คอนแวนต์ เข้าไปในซอยเล็ก ๆ ผมก็เลยพาเพื่อนมาลองชิมอาหารดูครับ

ร้านนี้มีชื่อว่าร้าน อินดิโก เรสเตอร์รอง ข้างนอกร้านของเขามีที่นั่งร่มรื่นมากครับ ส่วนข้างในร้านก็มีที่นั่งอยู่หลายที่เหมือนกัน แล้วก็มีบาร์ที่ใหญ่มาก ตอนแรกที่ลูกน้องบอกให้ไปนั้น ผมไม่ทราบเลยว่าเป็นร้านอาหารอะไร แต่คำว่าอินดิโกนั้น ก็คงพอจะบอกผมได้บ้างว่า คงจะเป็นร้านอาหารฝรั่ง ปรากฏว่า เป็นอาหารฝรั่งเศสแบบเดิม ๆ เลยครับ ก็ดีใจเหมือนกันนะครับ เพราะไม่ได้มากินอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิมมานานแล้ว

สำหรับหน้าตาอาหารก็ไม่หรูไม่หรามากนักและราคาไม่แพงจนเกินไป แถมรสชาติยังอร่อยด้วยครับ ผมไปกันแค่ 2 คน เลยได้ชิมไม่มากนัก แต่ก็กินไปเยอะเหมือนกันครับ

เมื่อไปถึง เขาเอา ขนมปัง มาให้ มีเนย 2 ชนิด ที่เป็น เนยธรรมดา กับ เนยที่ใส่เฮิร์บ เข้าไป เฮิร์บ ก็คือ สมุนไพรฝรั่งที่ใส่เข้าไปในนั้นนะครับ กินไป ชิมไป แล้วสั่งไวน์มากิน ร้านอาหารที่ฝรั่งเศสหรือปารีสนั้น เขาจะมีจานอาหารทะเลจานใหญ่พิเศษ ซึ่งในนั้นจะมี หอยนางรม กุ้ง กั้ง ปลาหมึก ต่าง ๆ หลายอย่าง

ที่ร้านนี้ อินดิโก ก็มีเหมือนกันครับ โดยเขาจะเอาจาน อาหารทะเลจานใหญ่ มาวางบนโต๊ะของเรา มีขาตั้งมาวางให้ด้วย ข้างล่างเขาจะเอาซอสสำหรับเสิร์ฟกับอาหารทะเลวางไว้ข้างใต้ มีมายองเนสเป็นครีมสลัด และมีซอสอีกอันหนึ่งที่ทำจากไวน์แดงกับหอมแดงสับ รสชาติเปรี้ยว ๆ มาให้จิ้มกินกับอาหารทะเล

พอมาถึงผมตกใจเพราะเยอะมากเลย ไม่รู้ว่าจะกินหมดหรือไม่ นอกจากอาหารจะมีราคาไม่แพงแล้ว ยังไม่ขี้เหนียวอาหารด้วยนะครับ ผมสั่งอาหารเมนเข้าไปแล้วด้วยสิ แต่ไม่เป็นไรครับ ผมอยากชิม สำหรับหอยนางรมที่เขาเอามาให้กินนั้น ไม่ใช่ของไทยนะครับแต่นำเข้ามาจากฝรั่งเศสทั้งหมด  ส่วนอาหารทะเลอย่างอื่นมาจากน่านน้ำของเมืองไทยเราครับ เมื่อเขาเอามาเสิร์ฟเรียบร้อยแล้ว ผมเอาไปลวกแล้วทำให้เย็น จิ้มกับน้ำซอสและกินกับขนมปังอร่อยดีครับ 

จากนั้น ผมสั่งหอยทากอบเนย ของฝรั่งเศส ที่เรียกว่า เอสคาโก มากินด้วยครับ เป็นอาหารที่ผมกินมาตั้งแต่เด็ก ๆ ตอนที่อยู่ประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส ผมก็เลยต้องสั่งมาชิมดูครับ วิธีการกินหอยทากทุกคนคงจะรู้กันนะครับว่าจะต้องกินอย่างไร เพราะเขาอาจจะเสิร์ฟมาในถ้วยเล็ก ๆ หรืออาจจะเสิร์ฟในตัวหอยเองเลยก็ได้ แล้วนำไปอบกับเนยและซอสเนย ซึ่งมีเนื้อที่นิ่มพิเศษมาก

การกินของผม คือ ใช้ขนม ปังจิ้มแล้วดูดเอาน้ำออกมาแล้วกินครับ รสชาติหวานมัน อร่อย หอมจริง ๆ ครับ ผมกินกันเข้าไปซะเต็มพุง  หลังจากนั้น เป็นอาหารเมนที่เราสองคนสั่งมา เราสั่งสเต๊กกันทั้งสองคน คนหนึ่งสั่ง สเต๊กซอสพริกไทยสด ซึ่งอร่อยมาก ส่วนผมนั้นเป็นคนชอบกินเนื้อ จึงสั่ง เนื้อย่างริบอาย เขาเอาเนื้อย่างริบอาย ชิ้นใหญ่มากมาให้ผมกินครับ ติดมันมานิดหน่อย ถ้ากินมันมาก ๆ ผมคงแย่แน่ครับ

จากนั้นได้กินขนม มีขนมสองอย่าง ขนมอันแรก เป็นขนมของฝรั่งเศส คือ ทาร์ต แอปเปิ้ล เป็นแป้งอบกับแอปเปิ้ลมีซอสวานิลลาและครีมมาให้ด้วย อร่อยมากครับ ทำให้น้ำตาลผมขึ้นอีกด้วย ส่วนเพื่อนฝรั่งของผมเขาสั่ง ช็อก โกแลตลาวาเค้ก ลาวา ก็เหมือนกับภูเขาไฟ พอตัดเค้กออกน้ำของช็อกโกแลตจะไหลออกมาครับ เขาถึงได้เรียกว่าลาวา แต่ความร้อนไม่เท่ากันนะครับ ขืนเอาลาวา หรือช็อกโกแลตร้อน ๆ ใส่เข้าไปในปากจริง ๆ มีหวังแย่แน่ครับ แต่ขนมจานนี้อร่อยมากเวลาช็อกโกแลตไหลออกมา ใส่เข้าไปในปากแล้วเคี้ยว ทั้งมัน ทั้งหวาน อุ่น ๆ นิด ๆ อร่อยครับ

ผมนั่งกินอาหารอยู่ที่นั่นราวสามชั่วโมงได้ครับ นั่งคุยกับเพื่อน เราทำงานอยู่ในวงการเดียวกัน แต่เพื่อนผมเขาทำรายการโทรทัศน์ที่เมืองนอก  แล้วตัวผมกำลังจะไปที่นิวยอร์ก เลยได้คุยกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

ลองแวะไปดูนะครับ อาหารที่นี่อร่อย แล้วราคาไม่แพงจนเกินไปนัก ผมเลยอยากจะเรียนเชิญให้เพื่อน ๆ ไปกันนะครับ.
หอยทากอบกับเนย - ชิมให้เป็น
ผมพูดหลายต่อหลายครั้งว่า บางคนจะไม่รู้เลยว่าคืออะไร บอกว่า กินเอสคาโก เท่านั้น ก็ตกใจว่าเราจะกินหอยทากหรือ  แต่จริง ๆ แล้วเป็นวัฒนธรรมการกินของฝรั่งเศสที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิมแล้วครับ วิธีการทำเอสคาโกหรือ หอยทากอบกับเนยนั้น คือ การเอาหอยทากที่เขาขายเป็นกระป๋องก็ได้ หรือจะเป็นที่เขาขายเปลือกด้วยก็ได้ครับ

เวลาเราจะทำ ก็เปิดกระป๋องเอาหอยทากออกมา แล้วเอาหอยใส่เข้าไปในถ้วยตะไล จากนั้น ให้เอาเนย กระเทียม ผักชีฝรั่งหรือที่เรียกว่าพาสลี่ย์  รวมทั้ง เหล้าชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เพอโน  เกลือ และพริกไทย เอาทั้งหมดไปปั่นในเครื่องปั่นให้เข้ากัน แล้วชิมให้ออกรสหอมชวนกิน

เสร็จแล้วให้เอาเนยที่ปั่นแล้ว ปาดเข้าไปบนหอย แล้วเอาไปอบจนเดือด จากนั้นก็เอามาเสิร์ฟทั้งอย่างนั้นเลยครับ จะกินกับมือหรือจะใช้ส้อมได้ทั้งสองอย่างครับ โดยเนยที่ละลายแล้วนั้นจะหอมมาก ต้องเอาขนมปังลงไปจิ้มให้ดูดน้ำของเนยที่ละลายขึ้นมาแล้วกิน จะอร่อยมากครับ การทำอย่างนี้ถึงจะเรียกว่าชิมให้เป็นอย่างไรครับ
กุ้งฮ่องกง - เข้าครัวกับหมึกแดง
เครื่องปรุงหมักกุ้ง
- หอมแดงสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ไวน์ขาว  ถ้วยตวง
- เกลือป่น  ช้อนชา
- พริกไทยดำบดสด ช้อนชา
- กุ้งแกะเปลือก 300 กรัม
- น้ำมันพืช 1,000 มิลลิลิตร
- แป้งมันฮ่องกง 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ

1. ในชามผสม ใส่หอมแดงสับ ไวน์ขาว เกลือ พริกไทยดำบดสด และกุ้งลงไป หมักทิ้งไว้ 5 นาที แล้วเทน้ำหมักออก พักกุ้งไว้

2. นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืชลงไปพอร้อน

3. ในชามผสม ใส่แป้งมันฮ่องกงลงไป แล้วนำกุ้งลงไปคลุกกับแป้ง

4. นำกุ้งที่คลุกแป้งแล้วลงทอดให้สุก ตักออกพักไว้ ก่อนนำไปผัด
เครื่องปรุงกุ้งฮ่องกง
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนชา
- พริกป่นญี่ปุ่น 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำซุป  ถ้วยตวง
- พริกไทยป่น  ช้อนชา
- กุ้งที่ทอดแล้ว 200 กรัม
- ต้นหอมซอย 1 ต้น
- ข้าวสวย สำหรับเสิร์ฟ
วิธีทำ

1.นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืชลงไปพอร้อน

2.ใส่กระเทียมสับ ผัดพอหอมแต่อย่าให้ไหม้หรือเหลือง ใส่พริกป่นญี่ปุ่นลงไป หรี่ไฟ  ผัดให้เข้ากัน

3.เทซอสพริก ซอสมะเขือเทศ น้ำมันหอย และน้ำซุป พริกไทยป่น ผัดให้เข้ากัน เร่งไฟนิดหน่อย

4.ชิมรสให้ออก เปรี้ยว เค็ม และหวาน เท่า ๆ กัน ผัดให้ซอสข้นและเหนียว

5.ใส่กุ้งที่ทอดแล้วลงไปผัดคลุกให้ซอสเคลือบกับตัวกุ้ง
6.ตักกุ้งใส่จาน โรยหน้าด้วย ต้นหอมซอย ยกเสิร์ฟร้อน ๆ กับข้าวสวยความรู้คู่ครัว
- ทำไมต้องทอดกุ้งกับแป้งก่อนเคลือบซอส ?

เพราะแป้งที่ทอดเคลือบกุ้งจะอบซอสได้ดีกว่าเนื้อกุ้งเปล่า ๆ
ขอขอบคุณเจ้าของบทความ : หมึกแดง

Read More...


ชิมอาหารญี่ปุ่นแบบประยุกต์เลิศรส “ผักย่างกับซอสมิโซะ”

.
.
.
.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีร้านอาหารเปิดใหม่  เป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เชฟเป็นคนญี่ปุ่นที่เอาอาหารไปทำให้เก๋ และน่ารับประทาน ส่วนบรรยากาศของร้านก็ดีมาก  มีสาขาทั้งที่นิวยอร์ก ลอนดอน แต่ร้านอาหารที่ผมจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังนั้น เป็นร้านเปิดใหม่  ชื่อว่า ซูม่า เรสเตอรองท์ ตั้งอยู่ที่โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพ

อาหารของเขาแปลกและเอร็ดอร่อยมากครับ ผมไม่รู้จะเลือกจัดเซตเมนูอย่างไรดี เพราะว่ามีมากมายเหลือเกิน พอดีหันไปเห็นเซตเมนูสำหรับสองคนราคา  2,850 บาทต่อคน ผมคิดว่าน่าจะได้กินอะไรหลายอย่างดี ซึ่งปรากฏว่า ก็จริงอย่างที่
ผมคิด โดยผมได้เริ่มกินกันตั้งแต่ 11.00 น. เลยครับ  นอกจากอาหารเป็นเซตแล้ว เรายังสั่งอะไรมากินเพิ่มกันอีกด้วยนะครับ พวกผมจะเป็นอย่างนี้ครับ ต้องสั่งอย่างอื่นมากินด้วยไม่อย่างนั้นเหมือนไม่ได้กินเต็มที่ครับ

สิ่งแรกที่อยู่ในเซตเมนู คือ ปลาทูน่าทาทาร์กับมิโซซุปข้าวบาร์เลย์และรากบัวทอดกรอบ เขาทำดีมากเลย จานที่ใช้สวย รสชาติดีใช้ได้เลยครับ  แต่ไม่ดีเท่าจานที่ 2 ผมชอบมาก คือ ปลากะพงขาวแล่บางกับซอสยูซุน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล ซอสยูซุ เป็นน้ำยำครับ มีน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลอยู่ในนั้น อาหารจานนี้เขาจัดมานิดเดียวเองนะครับ แต่ว่าอร่อยมาก แล้วก็เป็นอาหารที่จัดมาอย่างสวยงามจริง ๆ

กว่าจานต่อไปจะมา ผมเลยสั่ง ผักย่างกับซอสมิโซะ รวมทั้ง ซาซิมิ มาให้กินระหว่างรอด้วยครับ อร่อยมาก และก็มี หมูสามชั้นย่าง มาให้เรากิน เขาเอาหมูสามชั้นหมักก่อนแล้วเอามาเสียบไม้ย่าง ผมว่ารสชาติดีมากเลยครับ เสียอย่างเดียวที่น้ำจิ้มไม่ใช่น้ำจิ้มแจ่ว จะได้รสชาติเผ็ด ๆ ของไทย ซึ่งจะช่วยให้อร่อยมากยิ่งขึ้น

สำหรับจานที่ 3 ในเซตเมนูถัดมา เป็น เนื้อทาทากิแล่บางราดด้วยซอสยูซุโคซุ ทาทากิ ก็คือ เนื้อดิบนำไปราดด้วยซอสครับ มีหัวไชเท้าเล็กน้อย อาหารจานนี้เรากินกันคนละ 2 คำ  เพราะว่าอร่อยมาก เลยต้องแบ่งกันกินครับ จะได้รู้ว่ารสชาติที่อร่อยเป็นอย่างไร ที่ร้านเขาใช้เนื้อดีมากเลยนะครับ อร่อยจริง ๆ

หลังจากนั้นเป็น อาหารจานรวม เขาเสิร์ฟมาในจานยาว ๆ มีทั้งข้าวปั้นและปลาดิบรวม ข้าวห่อสาหร่ายไส้ปลาฮามาชิ ข้าวห่อสาหร่ายไส้สไปซี่ทูน่า  รวมทั้ง ซูชิ อร่อยทุกอย่างเลยครับ ซอสที่ใช้จิ้มกินของเขาก็อร่อยมากครับ ยังมี หอยเชลล์ฮอกไกโดย่างเสิร์ฟพร้อมซีอิ๊วหวานและซอสแอปเปิลวาซาบิ ด้วยครับ จานนี้ได้กินกันคนละ 1 ชิ้นเท่านั้น อร่อยดีครับ

จากนั้นมีอีกสองอย่างที่สั่งครับ จานแรกเป็น ไก่ยากิโตริ คือ เนื้อไก่เสียบไม้สลับด้วยต้นหอมญี่ปุ่นทาด้วยน้ำซอสแล้วเอาไปย่าง อร่อยมากครับ  ส่วนอีกจานหนึ่งเป็น เนื้อย่างที่สั่งพิเศษ แต่ผมคิดว่าจานนี้เขาย่างสุกเกินไป

จานสุดท้ายก่อนที่เราจะกินขนมหวาน ก็คือ เนื้อสันในย่างซอสเผ็ด เขาเอาเนื้อสันในมาย่างแล้วเอาซอสที่มีรสเผ็ดนิด ๆ มาราด ผมคิดว่า เขาทำเนื้อย่างไม่เก่งเท่าที่เมืองนอกทำครับ เพราะเนื้อย่างที่เขาทำมาให้ผมกินนั้น สำหรับผมแล้วรู้สึกว่าจะสุกเกินไปนะครับ

เมนูที่ผมคิดว่ามันอร่อยกว่าที่อื่น ๆ ก็คือ ปลาแบล็คคอดหมักมิโซชิหรุเสิร์ฟพร้อมใบโฮบะ เขาเอาปลาแบล็คคอดมาหมักกับมิโซชิหรุแล้วเอาไปอบ มิโซชิหรุ คือ เต้าเจี้ยวของญี่ปุ่น บางครั้งก็หวาน บางครั้งก็เค็ม แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือ ความหอม ที่นี่เขาทำไม่หวานจนเกินไป กำลังพอดีเลยครับ รสชาติกลมกล่อม เนื้อปลาแยกออกมาเป็นชิ้น ๆ ยังมีสีชมพู ๆ อยู่ อร่อยครับสำหรับอาหารจานนี้

ส่วน ของหวาน ที่นี่ไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรดี เพราะว่าของหวานที่นี่มาเป็นถาดขนาดใหญ่ครับ มีทั้ง ลาวาเค้ก ไอศกรีม ฮันนี่เค้ก ผมกินไม่ได้เลยสักอย่างหนึ่ง เพราะเดี๋ยวน้ำตาลจะขึ้นไปมากกว่านี้ ผมให้เพื่อนผมกินหมดเลย เยอะมาก แต่เขาจัดมาอย่างสวยมากเลยครับ ผมเองก็อยากกิน แต่ผมกลัวว่าผมกินเข้าไปแล้วต้องเข้าโรงพยาบาลแน่เลยครับ

ร้านนี้เป็นร้านที่สวยแล้วก็ใหญ่มาก ที่นั่งสามารถเลือกนั่งได้หลายที่ ผมไปกินมาสองสามครั้งแล้ว ครั้งสุดท้ายไปนั่งด้านนอกเขามีแอร์ด้วยนะครับ นั่งติดกับหินแล้วเขาก็มีร่มให้  แต่ผมว่าที่สวยงามและน่าไปนั่งที่สุดก็คือ ที่บริเวณบาร์ ซึ่งเขาตกแต่งไว้อย่างสวยงาม

เพราะฉะนั้น ถ้าใครชอบอาหารญี่ปุ่นแบบประยุกต์ ควรจะไปลองลิ้มรสที่ร้านนี้ดูนะครับ ราคาผมคิดว่าไม่แพงจนเกินไปนัก  จะได้รู้ว่าอาหารญี่ปุ่นประยุกต์หน้าตาแปลก ๆ เป็นอย่างไรไงครับ.
.........................................
เข้าครัวกับหมึกแดง - สาคูแคนตาลูป
เครื่องปรุงน้ำสาคูแคนตาลูป
- น้ำเชื่อมสำเร็จ 150 กรัม
- เนื้อแคนตาลูปหั่นเต๋า 50 กรัม
- สาคูต้มสุก 80 กรัม
- เนื้อแคนตาลูปลูกกลม ๆ 50 กรัม
- เนื้อเมล่อนเป็นลูกกลม ๆ 50 กรัม
- น้ำแข็งป่น              ตามต้องการ
- นมสด 60  กรัม
- ใบสะระแหน่                สำหรับแต่งหน้า
วิธีทำ

1. ในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ใส่น้ำเชื่อมสำเร็จ เนื้อแคนตาลูปหั่นเต๋าลงไปปั่นให้ละเอียดเข้ากันดี ตักออกพักไว้ในตู้เย็น

2. ในแก้วเสิร์ฟ ตักสาคูที่ต้มสุกแล้วลงไปในแก้วประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แล้ววางเนื้อแคนตาลูปตักเป็นลูกกลม ๆ 4-5 ลูก เนื้อเมล่อนตักเป็นลูกกลม ๆ 4–5 ลูก แล้วราดน้ำแคนตาลูปที่ปั่นไว้

3. ตักน้ำแข็งป่นใส่บนส่วนผสมที่อยู่ในแก้ว แล้วราดหน้าด้วยนมสด แต่งหน้าด้วยใบสะระแหน่ ยกเสิร์ฟทันที
.........................................
ชิมให้เป็น - ปลาแบค็คคอดหมักมิโซชิหรุเสิร์ฟพร้อมใบโฮบะ
อาทิตย์นี้จะขอพูดถึงปลาแบล็คคอดหมักมิโซชิหรุเสิร์ฟพร้อมใบโฮบะ  การที่เขาเอาปลาแบล็คคอดหมักกับเต้าเจี้ยวของญี่ปุ่นหรือมิโซชิหรุแล้วเอาไป อบ  เราต้องรู้ลักษณะของเขาว่าเขาอยากให้เป็นอย่างไร จะไปบอกว่า อาหารอย่างนี้ไม่ใช่ลิ้นคนญี่ปุ่นไม่ได้ รสชาติที่แท้จริงของคนญี่ปุ่นจะต้องกลมกล่อมเท่ากัน

ซึ่งจริง ๆ แล้ว อาหารชนิดนี้จะต้องมีรสชาติเค็ม หอม และหวานนิด ๆ จะได้ไม่ทำให้ความหวานของเนื้อปลาที่อบเจือจางไม่ได้รสชาติที่แท้จริงของปลา ร้านนี้เขาทำเก่งมาก เพราะไม่ทำให้หวานจนเกินไป จึงทำให้ได้รสชาติที่อร่อยจริง ๆ ครับ  ยังมีรสหวานของเนื้อปลาอยู่ ผมอยากใส่กระเป๋าเอากลับบ้านสักสามสี่ชิ้น เพราะว่าเขาทำเป็น และเขาทำได้สมดุลกันดีอาหารถึงออกมาอร่อย นี่แหละครับชิมให้เป็น.

ขอขอบคุณเจ้าของบทความ :หมึกแดง
www.mcdangguide.com

Read More...




รายการสูตรอาหารและสูตรขนมหวานของบล๊อก

Google+ Followers


ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

f2860c27e794a8ab974509f10c43b165.jpg


Page-1 Page-2 Page-3


ติดต่อมสอบถามรายละเอียดรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ดทุกรุ่นผ่านระบบออนไลท์
- Contact : http://bit.ly/2vn9tdT
- Line : https://line.me/ti/g2/CBLBTBKCRE
- My Shop : http://bit.ly/2NX81rl
- Blog : http://bit.ly/2GhrdMG
- Market Online : http://bit.ly/2Kqe2en
- Facebook Fanpage : http://bit.ly/2NUxC44

รายละเอียดรถฟอร์ดและอื่น ๆ ...
https://sites.google.com/view/ranger-ford/
https://sites.google.com/view/raptor-ford/
https://sites.google.com/view/everest-ford/
https://sites.google.com/view/service-appointment/
https://sites.google.com/view/maintenance-costs/










เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
Option

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.