สูตรขนม สูตรอาหาร อาชีพรายได้เสริม ประกาศฟรี โฆษณาฟรี Career Articles Extra Income: ขายของตลาดนัด
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

บทความอาชีพเสริมยอดนิยม

ติด Banner ตำแหน่งนี้เพียง 100 บาท นาน 30 วัน เพื่อให้ Banner ของท่านอยู่ตำแหน่งนี้ตลอดเวลา Tel. 086-7348650 ,id line : shop_service
Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายของตลาดนัด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายของตลาดนัด แสดงบทความทั้งหมด

ขายของตลาดนัด ตอนที่ 2

ขายยำมะม่วง


อาชีพขายยำมะม่วงหรือยำผลไม้รวมหลายๆชนิด ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางทำกิน การขายยำมะม่วงสามารถสร้างอาชีพสร้างรายได้อย่างดี

คน ทั่วไปชอบอาหารยำที่รสชาติจัดจ้าน แซ่บถึงใจ ไม่น่าเบี่อ และเป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะอับคนรักสุขภาพ โดยเฉพาะคนที่กลัวอ้วน เมนูนี้จึงน่าสนใจ ที่สำคัญคือ หยิบเอาวัตถุดิบทีมีอยู่แล้วมาประยุกต์เป็นเมนูใหม่เลือกวัตถดิบที่มี ประโยชน์ ความสด สะอาด และปลอดสารพิษ และน้ำยำที่ใช้เป็นน้ำยำประยุกต์ที่คิดดัดแปลงจนลงตัวพอดี
นี่เป็นอีกหนึ่งอาชีพสำหรับใครที่กำลังมองหาอาชีพเพื่อขายของตลาดนัด ทดลองทำขายดูได้เพื่อเพิ่มรายได้ในกระเป๋าของคุณ

อุปกรณ์เครื่องมือก็ไม่ได้มากมายอะไร
รถเข็น ตู้โชว์ มีด หม้อ เขียง เครื่องหั่น กะละมัง ถาด
คีมคีบของ กระทะ ตะหลิว ทัพพี หม้อสแตนเลส ฯลฯ

สูตรยำมะม่วงยำมะม่วงมีหลายสูตร จะยกตัวอย่างให้ทดลองทำตามกันดู แล้วทดลองขายว่า สูตรมะม่วงยำสูตรไหนที่ครองใจลูกค้า

ยำมะม่วงสูตร 1ส่วนผสม
มะม่วง
กุ้งแห้งป่น
หนังหมู
พริกขี้หนู
หอมแดง
กระเทียม
ถั่วลิสงป่น
น้ำตาบปีบ
น้ำปลา

วิธีทำยำมะม่วง
ปอก เปลือกมะม่วงดิบ เอามาสับแบบเดียวกับคนอีสานสับมะละกอ ใส่ชามโคมไว้ เอากุ้งแห้งป่นใส่หนังหมูต้มให้นุ่มซอยใส่ลงไป พริกขี้หนูสับ หัวหอม กระเทียมซอย ใส่ลงไป ถั่วลิสงป่น เคล้าให้เข้ากัน ใส่น้ำตาลปี๊บเล็ก และน้ำปลา คลุกเคล้าให้เข้ากัน

ยำมะม่วงสูตร 2
ส่วนผสม
มะม่วงเปรี้ยวดิบ 1 ลูก
ปลาหมึกแห้งฉีกฝอย 1 ถ้วย
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด 1 ถ้วย
กุ้งแห้ง 3 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงซอย 5 หัว

เครื่องปรุงรสน้ำยำ
พริกขี้หนู หรือพริกป่น, น้ำตาล, น้ำปลา ตามชอบใจ
ผักเครื่องเคียงตามใจชอบ อาทิ แครอทสับ, กะหล่ำปลีซอย, ผักกาดหอม, ผักชี

วิธีทำ
1.นำมะม่วงเปรี้ยวดิบ มาล้างปอกเปลือกแล้วสับเป็นเส้นๆ
2.เตรียมน้ำยำโดยใส่น้ำปลา น้ำตาล พริก ให้เข้ากันแล้วชิมรสตามชอบใจ
3.นำมะม่วงเปรี้ยวดิบสับ ปลาหมึกหั่น กุ้งแห้ง และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด ใส่ถ้วยคลุกเคล้ากับน้ำปรุงให้เข้ากัน

ยำมะม่วงสูตร 3
ส่วนผสม
มะม่วงดิบ 5 ผล
เนื้อหมู 100 กรัม
กุ้งแห้งป่น 3 ช้อนโต๊ะ
มะพร้าวคั่ว 1/4 ถ้วย
ถั่วลิสงคั่ว โขลกหยาบๆ1/4 ถ้วย
กระเทียมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1/4 ถ้วย
น้ำตาลปี๊ป 1/4 ถ้วย
พริกแห้งคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.ปอก มะม่วง ล้างแล้วสับให้เป็นเส้นๆ คลุกเคล้ากับน้ำเกลือ (ใช้น้ำสุก 2 ถ้วย+ เกลือ1 ช้อนโต๊ะ) ให้มะม่วงคลายรสเปรี้ยวลงบ้าง บีบน้ำออกแล้วพักไว้
2.นึ่งหรือลวกเนื้อหมูให้สุก หั่นชิ้นเล็กๆยาวๆ
3.ผสมยำ โดยใส่น้ำปลา น้ำตาลปี๊ป รวมกันตั้งไฟกรอง ปล่อยให้เย็น
4.คลุก ส่วนผสมต่างๆได้แก่ มะม่วง เนื้อหมู กุ้งแห้ง มะพร้าวคั่ว และน้ำยำ คลุกให้เข้ากัน ชิมตามชอบใจ จากนั้นให้ใส่กระเทียมเจียว และถั่วลิสงป่น คลุกเคล้าให้เข้ากัน

เมนูยำผลไม้รวม
เป็นเมนูเสริม เพื่อเป็นตัวเลือกให้ลูกค้าที่ไม่ชอบยำมะม่วง วางขายคู่กันได้

ส่วนผสม
มะม่วงสับ ส้มโอ แครอทสับ ผักกาดหอม ผักชีฝรั่ง กะหล่ำปลี
สีม่วง หัวหอมแขก ตะไคร้ซอย พริกขี้หนู ปลากรอบ ถั่วลิสงคั่ว. เม็ดมะม่วง
หีมพานต์อบหรือทอด มะนาวผ่าซีก

สูตรน้ำยำใช้น้ำมะขามเปียก. น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น น้ำผึ้ง และน้ำปลา

วิธีทำ
1.นำ ผัก ผลไม้มาเตรียมใส่อ่างผสมเตรียมรอไว้ โดยมีมะม่วงสับ แครอทสับ ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ ๆ เตรียมไว้ ส้มโอแกะเป็นกลีบ มะนาวผ่าซีก กะหล่ำปลีสีม่วงหั่นฝอย ตะไคร้หั่นฝอยพริกขี้หนูหั่น และหัวหอมหั่นเตรียมไว้ ผักกาดหอมหั่น
2.ทำน้ำยำโดยการนำส่วษผสมต่างๆ เช่น น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น น้ำปลา และน้ำผึ้ง ใส่หม้อตั้งไฟ ด้วยไฟกลาง ใช้ทัพพีคนให้ส่วนผสมเข้าอัน และน้ำตาลละลายดี ใช้เวลาเคี่ยวประมาณ 1 ชั่วโมง พอน้ำยำข้นดีแล้วก็ยกลงตั้งไว้ให้เย็น
3.การยำ โดยนำผัก-ผลไม้ที่เตรียมไว้มารวมกัน และเติมน้ำยำลงไปในอ่างผสมแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน

**** อาจจะทำการยำสดๆตอนลูกค้าสั่งเดี๋ยวนั้นเลย หรือยำเตรียมไว้แล้วแต่ความสะดวก


การลงทุน
ไม่เกิน 1o,ooo บาท (รวมอุปกรณ์)
ราคาขาย : ขายชุดละ 25-30 บาท
กำไร : 35-40 %

ทำเลการขาย
สามารถ ขายได้ดีในย่านชุมชน และแหล่งที่คนพลุกพล่าน เช่น ใกล้สถานที่ทำงาน (ขายหลังเลิก ป้ายรถประจำทาง ตลาดนัด ใกล้สถานศึกษา สถานที่ราชการ ตลาดนัดเปิดท้าย ตลาดสด ฯลฯ

**ควรเน้นเรื่องการบริการที่ดี มีคุณภาพ ใส่ใจเรื่องความสะอาด เพื่อสร้างความประทับใจ และความเชื่อถือให้กับลูกค้า





ขายเฉาก๊วยตามตลาดนัด

เฉาก๊วย
เฉาก๊วย เป็นพืชล้มลุก ประเภทพืชคลุมดิน ในตระกลเดียวกับมินต์ คล้ายใบสะระแหน่ แต่ใบใหญ่กว่า และเรียวแหลม เรียกว่า "หญ้าเฉาก๊วย" เฉาก๊วยเป็นที่รจัิกกันดีในฐานะเป็นทั้งอาหารหวาน และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ มีสรรพคุณแก้ร้อนใน กระหายน้ำ
หากท่านใดอยากลองทำเฉาก๊วย เพื่อขายของตลาดนัดเปิดท้าย ลองมาดูวิธีทำเฉาก๊วยกันดีกว่า

ส่วนผสมในการทำเฉาก๊วย
1. หญ้าเฉาก๊วยแห้ง 6.5 กก.
2. น้ำสะอาด 20 ลีตร
3. แป้งมันสำปะหลัง และแป้งท้าวยายม่อม หรือแป้งข้าวโพดประมาณ 4 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมน้ำเชื่อม
1. น้ำตาลแบบไม่ฟอกขาว 24 กก.
2 น้ำตาลโอทึ้ง 1 /2 กก.
3. ใบเตย 1/2 กก.
4 น้ำเปล่า
5 น้ำผึ้ง


เฉาก๊วย

วิธีทำเฉาก๊วย
1. นำหญ้าเฉาก๊วยแห้ง มาล้าง แล้วนำไปใส่หม้อเติมน้ำสะอาด 1หม้อใหญ่
2. นำไปต้ม เมื่อน้ำเดือดแล้ว เบาไฟลงเหลือไฟอ่อนคนไปเรื่อย ๆ ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชัวโมง จะได้น้ำเฉาก๊วย หรือใช้เวลามากกว่านั้น ทั้งนี้แล้วแต่เทคนิคของผู้ขายแต่ละราย
3. นำลงจากเตาไฟ รอให้เย็น แล้วกรองเอาเศษใบหญ้า และกากอื่นๆ ออกให้หมด โดยใช้ผ้าขาวบางรองซ้อนกัน 2-3 ชั้น โดยวางบน
เท น้ำเฉาววยอรองผ่านถ้าลงไป ต้องกรอง 3 ครั้ง แต่ละครั้งพยายามคั้นกากให้ได้น้ำเฉาก๊วยออกมามาก ๆ เพื่อจะได้เนื้อของเฉากวยที่มีความดำและเหนียวข้นมากๆ
4. เมื่อกรองกากหมด 3 ครั้งแล้ว เติมแป้งมันสำปะหลัง หรือแป้งข้าวโพด เพื่อให้เฉากวยจับกันเป็นก้อน
5. ทิ้งไว้จนเย็น เฉาก๊วยจะมีลักษณะเป็นวุ้น

การทำน้ำเชื่อมเฉาก๊วย
1.ต้มน้ำสะอาดต้มจนเดือดใส่น้ำตาลโอทึ้งลงไป คนให้น้ำตาลโอทื้งละลาย
ต้มจนเดือด ใส่น้ำตาลทรายแดงตามลงไป คนให้ละลาย นำใบเตยที่ล้างสะอาดและหั่นเตรียมไว้ใส่ลงไป ต้มจนเดือดและมี
กลิ่น หอม ปิดไฟ ยกลงแล้วใส่น้ำผื้งลงไปในขั้นตอนสุดท้าย รอให้น้ำเชี่อมไว้ให้เย็น แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง ก่อนนำไปใส่โหลแก้วเตรียมขายคู่กับเฉาก๊วย

***แหล่งซื้อเฉาก๊วย
หญ้าเฉาก๊วย มีขายที่ตลาดเยาวราช และตลาดมหานาค


**สามารถเพิ่มรายได้ โดยขายแบบเฉาก๊วยทรงเครื่อง มี แปะกวย ถั่วแดง ลูกชิด พุทราเชื่อม รากบัว และผลไม้เชื่อมอื่นๆ เป็นเครื่องประกอบ
สรรพคุณของเฉาก๊วย
เฉาก๊วยมีรสเป้นยาเย้น ดับร้อนในแก้กระหายน้ำ อร่อยชื่นใจ ลดความดัน บำรุงเลือด ลดไข้ ระบบขับถ่ายดี
ขับปัสสาวะ แก้อ่อนเพลีย ลดความดันในร่างกาย

การตั้งราคาขาย
-แบบถุง 10 บาท
-แบบถ้วย 15-20 บาท

กำไร ประมาณ 50% ของยอดขาย อาจจะทำแบบถ้วยซีลฝาให้มิดชิด แล้วนำไปฝากขายตามร้านค้าปลีก หรือตู้แช่ต่างๆ แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความสะอาดในทุกขั้นตอนการผลิต

ขายเต้าหู้นมสด

รูปเต้าหู้นมสด
ขายเต้าหู้นมสด
หลายคนมองหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ เต้าหู้นมสดก็ อาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ของอาหารแนวใหม่ จากกระแสนิยมการทานอาหารประเภทนม โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้ใหญ่ที่จะชอบทานเป็นอาหารเสริม เพื่อเพิ่มแคลเซียมอีกทางหนึ่ง ชื่อว่าเข้าหู้นมสด เพราะว่าเนื้อนิ่มคล้ายเต้ าหู้ไข่ที่มีสีเหลืองๆ ที่เรานำมาใส่ในแกงจืด

เต้าหู้นมสดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ใช้ต้นทุนในการทำน้อย ขั้นตอนการทำก็ไม่ได้ยุ่งยาก เหมาะจะทำเป็นอาชีพเสริมในยามว่าง

อุปกรณ์ในการทำเต้าหู้นมสด
หม้อ,ไม้พาย, ขวดโหลใส่นม ขวด อาจจะต้องมีหน้าร้านขายเองหรือใส่ถังวางแช่เย็นขาย

ส่วนผสมของเต้าหู้นมสด
1. นมสดรสจืด รลหวาน หรือพร่องมันเนย ใช้ปริมาณ 1 ลิตร
2. น้ำตาลทราย 2-3 ช้อนโต๊ะ (ถ้าใช้นมรสหวานไม่ต้องใส่น้ำตาลเพิ่มก็ได้)
3. ผงวุ้น 1/2 ช้อนชา
4. เจลาตินผง 1/3 ช้อนชา
5. นมข้นจืด 5 ช้อนโต๊ะ
6. ใบเตย 4-5 ใบ (อาจจะใช้ กลิ่นมะลิ/ใบเตย/นมแมว 2-3 หยดแทนก็ได้ )
7. เม็ดแมงลัก 1ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 แก้ว

วีธีทำเต้าหู้นมสด
1. ตวงนมสด ประมาณ 1 + 2/3 ถ้วย ลงในหม้อ
2. ใส่น้ำตาลทรายลงไป 1 /2 ช้อนโต๊ะ
3. ใส่ผงวุ้นลงไป สามารถโรยลงไปได้เลย จากนั้นฉีกใบเตยใส่ลงไปสัก 2-3 ใบ เพื่อเพิ่มความหอม
4. นำส่วนผสมที่ได้ขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟกลางๆ ต้มไปเรื่อยๆ
5. พอนมเดือดมีฟองขึ้น ให้ใส่เจลาตินลงไป (เจลาตินต้องผสมน้ำอุ่นแล้วคนให้ละลายก่อน ผสมประมาณ 1ช้อนโต๊ะ) คนให้เข้ากัน แล้วปิดไฟ
6. กรองนมสดด้วยกระชอน หรือใช้ผ้าขาวบาง เพื่อเอาเศษใบเตยออก
7. กรอกใส่ขวด ดูจะได้ประมาณ 4 ขวด ขนาด 300 ml.
8. ทำแมงลักโดย นำเม็ดแมงลัก 1 ช้อนโตะ ใส่น้ำสะอาดลงไปประมาณ 1 แก้ว รอประมาณ 2-3 นาที รอให้เม็ดแมงลักพองตัว
9. นำแมงลอกรอกใส่ขวด และนำไปแช่ตู้เย็น

ขั้นตอนการทำส่วนของนม
1. นำนมสดที่เหลือเทลงในหม้อ จากนั้นใส่ใบเตย 2-3 ใบ เพื่อให้นมมีกลิ่นหอม
2. เทนมข้นจืดลงไป ตามด้วยน้ำตาลทรายประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
3. นำนมสดขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟอ่อนๆ
4. เมื่อนมสดเริ่มเดือด ก็ให้ปิดไฟ
5. น้ำนมสดที่ได้มากรองเอาใบเตยและฟองนมออก
6. ต้องหมั่นคนนมขณะนมยังร้อนอยู่ ถ้าทิ้งไว้เฉย ๆ หน้านมจะจับกันเป็นฝ้าได้
7. รอจนนมเย็น จากนั้นนำไปกรอกใส่ขวดที่มีเนื้อเต้าหู้และแมงลัก
8. ปิดฝาขวด นำไปแช่ตู้เย็นรอขาย

เงินลงทุน
1 การลงทุนเบื้องต้น : ไม่เกิน 5,000 บาท
2.ต้นทุน : ราคาทุนต่อขวด 7-8 บาท
3.รายได้ : สามารถขายปลีกได้อยู่ที่ขวดละ 15 บาท และสามารถขายส่งได้อยู่ที่ขวดละ 12 บาท
4. กำไร : 50 %ของยอดขายทั้งหมด

แนวโน้ม ตลาด
ตลาดของสินค้าชนิดนี้น่าจะยังไปได้อีกไกล เนื่องมาจากกระแสรัก
สุขภาพที่มาแรง ด้วยวัตถุดิบ และขั้นตอนในการทำก็หาง่าย ความ
ต้องการในตลาดก็มีมาก เพราะสามารถเป็นเครื่องดื่มแก้กระหายได้ และมี
ประโยชน์ต่อร่างกาย

ช่องทางและทะเลในการจัดจำหน่าย
ส่วนมากจะฝากขาย และวางขายอยู่ตามร้านโชว์ห่วยเล็กๆ ทั่วไป
สำหรับบุคคลที่ทำงานประจำสามารถนำไปขายที่ทำงาน และสามารถนำไปขายเองแบบมี
หน้าร้าน โดยขายตามตลาดนัดทั่วไปในช่วงเย็นวันจันทร์-ศุกร์ และวันเสาร์-
อาทิตย์ 

ขายหมูปิ้ง


ขายหมูปิ้ง

สำหรับ ท่านที่กำลังมองหาไอเดียในการค้าขายในตลาดนัดเปิดท้ายในยุคที่อะไรก็เร่งรีน อาหารเช้า หรือเย็น ก็ต้องเป้นอาหารที่ ง่ายๆ คงจะหนีไม่พ้นอาหารยอดฮิตอย่าง
ข้าวเหนียวหมูปิ้ง เพราะเป็นอาหารที่กินง่าย อิ่มท้อง อร่อย ขายได้ทุกที่ ขั้นตอนการทำก้ไม่ยุ่งยาก ลูกค้ามีทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะเด็ก และคนวัยทำงานที่ไม่มีเวลาเตรียมอาหารเช้า
ทำขายได้ในช่วงเช้าก่อนไปทำงาน ตั้งแต่ 5.30ี 7.30 น. และตอนเย็นหลังเลิกงาน 1 7.30-9.00 น.

วัตถุดิบและเครื่องปรุงหมูปิ้ง

เนื้อหมู 1 กก.
กระเทียม 5-6 กลีบ
พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนใต๊ะ
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
หัวกะทิ 1/3 ถ้วยตวง
ข้าวเหนียว

อุปกรณ์การปิ้งหมู
อาจ จะใช้เตาถ่านหรือ เตาปี้งไร้ควัน แบบใช้แก๊ส แต่เตาถ่านจะทำให้หมูได้รสชาติที่ดีกว่า ถาด กล่องพลาสติกสำหรับใส่หมูที่เสียบไม้เเล้ว


วิธีการทำหมูปิ้ง
1. ล้างทำความสะอาดเนื้อหมูให้สะอาด ซับน้ำให้แห้งแล้วหั่นหมูเป็นชิ้นขนาดความกว้างประมาณ 2 นิ้ว หนาประมาณ 3 มิลลิเมตร
2. แกะเปลือกกระเทียม แล้วนำไปโขลกให้ละเอียดพร้อมพริกไทยเม็ด
3. นำกระเทียมพริกไทยที่โขลกไส่ลงไปในเนื้อหมูที่หั่นไว้ ปรุงรสต่างๆด้วย ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว กะทิ 3 ช้อนโต๊ะ คลุกเคล้าเครี่องปรุงต่างๆให้เข้ากันแล้วหมักไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง หรือทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้โดยแช่ในช่องพรีซ เวลาจะใช้ ให้เอาออกมาละลายน้ำแข็งโดยปล่อยให้น้ำแข็งละลายไปเอง
4. เมื่อหมักได้ที่แล้ว นำเนื้อหมูที่ได้มาเสียบไม้ ก่อนเสียบไม้ให้นำไม้ใปแช่น้ำก่อนประมาณ 30 นาที เพื่อช่วยไม่ให้ไม้ไหม้
5. เริ่มปิ้ง โดยวางหมูทีเสียบไม้เรียบร้อยแล้วลงบนตะแกรงนำหัวกะทิที่เหลือมาทาให้ทั่วหมูปิ้งทุกไม้

***การ ปิ้งหมูด้วยเตาถ่าน ต้องใช้ขี้เถ้าปิดหน้าถ่าน เพื่อป้องกันไฟแรงเกินไปหมูจะไหม้ และช่วยให้หมูสุกอร่อยได้ดี ควรมีกรรไกรตัดแต่งหมูส่วนที่ไหม้ออกไปบ้าง ทำให้น่ากิน

การนึ่งข้าวเหนียว
1 น่ำข้าวเหนียวไปแช่น้ำไว้สักประมาณ 3 ชั่วโมง หรือทิ้งไว้ข้าม คืน
2. ตั้งหม้อนึ่ง ใช้ไฟปานกลางใส่น้ำลงไป เมื่อน้ำเดือดให้สะเด็ดน้ำนำข้าวเหนียวขึ้นมา ห่อผ้าขาวบางแล้วนำไปนึ่ง
3. ใช้เวลานึ่งไปประมาณ 30-40 นาที หรือจนข้าวเหนียวสุก โดยสังเกตว่าข้าวเหนียวจะใสขึ้น ทำการกลับด้าน แล้วนึ่งต่อสักพัก
4. เทข้าวเหนียว ออกจากหม้อนึ่งทำการ ส่ายข้าว หรือทำให้ข้าวนิ่ม โดยใช้ไม้พายและมือนวดข้าว อาจจะพรมน้ำเล็กน้อยก็ได้

ต้นทุนหมูปิ้ง
การลงทุนเบื้องต้นไม่เกิน 10,000 บาท
. ต้นทุน/ชิ้น : ไม้ละประมาณ 2.50 บาท
. รายได้ : ขายไม้ละประมาณ 5 บาท
. กำไร : รายได้ที่เป็นกำไรหลังหักต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ 50% ของยอดขายทั้งหมด


** เทคนิคเกี่ยวกับการทำหมูปิ้ง
เนื้อ หมูที่ใช้ควรเป็นเนื้อสันส่วนขาหลัง ติดมันนิดหน่อย ถ้าติดมันมากเกินไป ให้แล่เอามันออกทิงไปบ้าง เวลาแล่เนื้อหมูต้องพยายามแล่ให้ได้ขนาดสม่ำเสมอเพื่อความสวยงาม เวลาเสียบก็ต้องเสียบเนื้อหมูตามขวาง เนื้อหมูจะได้ดูหนา เวลากินจะไม่เหนียว หมักหมูทิ้้งสัก 2-3 วัน ถึงจะดีเวลาจะนำมาปิ้งก็เอาออกมาจากช่องฟรีซ แล้วให้น้ำแข็งละลายก่อน
เครื่องปรุงรสจะเข้าเนื้อและนุ่มกว่า ถ้าหมักแล้วปิ้งเลยจะไม่อร่อย เวลาปิ้งทำให้หมูไม่สวย เนื้อหมูจะติดตะแกรงด้วย
การ หมักหมูข้ามคืนจะยิ่งดีเพื่อให้ซอสปรุงรส และส่วนผสมต่างๆเข้าเนื้อ อีกทั้งยังทำให้หมูมีเนื้อน่มเพิ่มขึ้นด้วย วิธีการคือ คลุกเคล้าหมูกับเครื่องปรุงแล้วนำมาเสียบไม้ จากนั้นนำไปแช่ในถังน้ำแข็ง หรือตู้เย็นไว้ข้ามคืน เมื่อจะขายก็นำอออมาปิ้งได้ทันที

*** หมู 1 กก. เสียบไม้ได้ประมาณ 60 ไม้
60x 5 = 300 บาท = กำไร 150 บาท/ กก.
อาจจะมีแจ่ว เพื่อเพิ่มรสชาติหมูปิ้งได้อีก หรือหาไส้กรอก และแหนมมาย่างเพื่อให้ลูกค้าเลือกกินได้อีกทาง 

ขายโจ๊ก โจ๊กหมู

โจ๊ก
โจ๊กเป็นอาหารที่อร่อย อิ่มสบายท้อง ย่อยง่ายเป็นได้ทั้งอาหารเช้าหรือมื้อไหนๆก็กินดี
โจ๊กที่ดีจะต้องไม่เหม็นคาว มีรสหวานกลมกล่อม มีกลิ่นหอมพริก
ไทย มีรสเผ็ดของขิงซอย หอมกระเทียมเจียวเหลืองกรอบ หมูสดสับ สุก ต้มไสั
ตับ ปอด หัวใจ เซ่งจี้ ลวก จะใส่ไข่ไก่ ไข่ขาวสุกเป็นวุ้น ไข่แดงสุก หรือเป็นไข่ต้ม
ตามชอบ บางคนไม่ชอบโจ๊กใส่ไข่ ใส่น้ำปลาดี น้ำสัมพริกดองเผ็ดเล็กน้อย วันนี้ขอเสนออาชีพขายโจ๊กหมู เพราะเป็นอาชีพที่น่าสนใจมากๆทำรายได้ดีทีเดียว ถ้ามีทุนรอนสามารถเปิดเป้นร้านได้เลย

โจ๊กนั้นใช้ปลายข้าวเจ้าซาวน้ำ ใส่น้ำมาก เหมือนต้มข้าวต้ม ตามส่วนที่ต้องการ
ถ้าเหลือเก็บใส่ตู้เย็นเก็บเอาไว้เวลาจะทำนำออกมาเติมน้ำต้มให้เดือดก็ใช้ได้ ถ้า
ต้องการโจ๊กอย่างรวดเร็วไม่ได้ต้มปลายข้าวเอาไว้ ก็ใช้ข้าวสุกในหม้อ ใส่โถปั่น
ให้น้ำพอท่วม ปุ่มกดจะได้ข้าวละเอียดเละๆ ใส่หม้อต้ม เติมน้ำเล็กน้อยจะเป็น
ข้าวโจ๊กอย่างดี

น้ำซุปโจ๊ก
น้ำ ซุปเป้นปัจจัยสำคัญในการทำโจ๊กให้อร่อย ให้ใช้น้ำต้มกระดูกหมู หรือน้ำต้มซี่โครงไก่ ใส่รากผักชี เมล็ดพริกไทย เกลือ เคี่ยวจนกระทั่งได้น้ำซุปหวาน
หมูเนื้อแดงหั่น แล้วสับละเอียด หรือใส่โถปั่นบดจนละเอียด ใส่พริกไทยป่น เกลือปน ผสมนวดให้เข้ากันเป็นก้อนๆ ตับหมู ไสัหมู หมูเนื้อแดงต้มสุกหั่น เป็นชิ้นพอคำ พวกหัวใจ เซ่งจี๊ ลวกพอสุก ๆขิงอ่อนหั่นฝอย ซึ่งขาดไม่ได้ บางคนชอบ บางคนไม่ชอบกระเทียมเจียว กระเทียมทุบแล้วสับละเอียด เคี่ยวให้เหลืองกรอบ ถ้ามีกากหมูหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ๆ เจียวจนกรอบใฟรวมไปด้วย สำหรับพวกที่ชอบกรอบๆ กรุบๆ ก็อร่อยเหมือนกัน ข ถ้าไม่ชอบก็เพียงเจียวกระเทียมที่ทุบแล้วสับเจียวกับน้ำมันพืช
พริก ไทย ถ้าป่นได้เองจะอร่อยกว่าพริกไทยที่บรรจุกระป็อง ถ้าใช้พริก ไทยบรรจุกระป๋อง ก็ควรเลือกพริกไทยชนิดดีใหม่ ไม่ใช่แป้งผสมพริกไทย
ต้นหอม ผักชีหั่น จะต้องเป็นต้นหอมผักชีที่สด ไม่มีใบแห้ง
น้ำปลา ควรใช้น้ำปลาชนิดดีไม่ใช้น้ำปลาที่ได้จากการต้มจากกระดูกหมูผสมสี

น้ำส้มพริกดอง ใฟน้ำสัมสายซูชนิดดี (ไม่ใช่น้ำสัมที่ทำจากกรด) ใช้พริก
ชี้ฟ้าสดหั่น หรือใช้พริกขี้หนูจะช่วยชูรสโจ๊ก
ซอส ปรุงรสช่วยเพิ่มรสอร่อยไข่ไก่ควรเป็นไข่ไก่สด ไม่เก่าเก็บ จะลวกเอาไว้ก่อน หรือต่อยไข่ใส่ขณะทำเสันหมี่ทอดกรอบ ใช้เสันหมี่ที่ไม่แช่น้ำ ทอดกรอบ หรืออาจใช้ปาท่องโก๋ตัวเล็กๆ ทอดกรอบก็ได้


โจ๊กหมูส่วนผสม
ปลายข้าวหอมมะลิ 1 ถ้วย
เนื้อหมูติดมันบด 300 กรัม,
ตับหมู 200 กรัม,
ไส้อ่อนหมู 200 กรัม,
ไข่เค็ม 2 ฟองหรือไข่ต้ม
ไข่ไก่สด
ขิงหั่นฝอย 1/4 ถ้วย,
ต้นหอมผักชีหั่นฝอย 100 กรัม,
แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมบุบสักละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ,
ซีอิ๊วขาว 1/2 ถ้วย,
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุปกระดูกหมู 4 ถ้วย
หมี่กรอบ

วิธีทำโจ๊กหมู1.นำหมูติดมันมาบดใส่ชามปรุงรสด้วย ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว แป้งข้าวโพดลง กระเทียมสับ น้ำมันหอย ขากนั้นนวดให้เข้ากัน พักไว้ก่อน
2.นำตับหมูหั่นเป็นชิ้นๆ นำไปลวกในน้ำเดือดให้สุกตักขึ้นพักไว้ ไส้หมูนำไปต้มจนสุกเปื่อย หั่นเป็นชิ้นๆพอคำ พักไว้
3.นำปลายข้าวหอมมะลิมาซาวน้ำให้สะอาด ยกขึ้นใส่น้ำตั้งไฟจนสุกข้นเละเป็นโจ๊ก
4.พอข้าวสุกได้ที่ เติมน้ำซุปลงไปในโจ๊ก คนๆเคี่ยวต่ออีกสักพัก
5.ใส่หมูสับที่ผสมเอาไว้ เป็นก้อนกลมเท่าหัวแม่มือ ใส่ลงไป
6.เวลา ตักขาย ตักโจ๊กหมูใส่ชาม โรยหน้าด้วยขิงหั่นฝอย โรยหน้าด้วยพริกไทยป่น และต้นหอมผักชี เสิร์ฟพร้อมเครื่องปรุงรส หากชอบทานข้นๆให้ใส่หมี่กรอบเพิ่ม
รับ ประทานกับน้ำสัมพริกดอง ถ้าไม่เค็มเติมซอสถ้าชอบเผ็ดใส่พริกป่น ถ้าใช้น้ำซุปต้มกระดูกหมู หรือโครงไก่สดๆ แล้วไม่จำเป็นต้องใช้ผงชูรส
หรือ ซุป ก้อนถ้าไม่มีน้ำซุป ก็จำเป็นต้องใช้ซุปก้อน ทำรับประทานในครอบครัว หรือทำขายก็วิธีเดียวกัน

ถ้าชอบไข่ต่อยไส่พอสุก ยกหม้อเทใส่ชาม 

ซาลาเปาทอด

ซาลาเปาทอด
ซาลาเปาถือว่าเป็นหนึ่งในอาหารของชนชาติจีน ที่คนทั่วไปต้องเคยรับประทานกันบ่อยๆ
โดยเฉพาะคนไทยจะนิยมรับประทานกันทั้งในแบบเป็นอาหารว่าง หรือบางทีถ้ารับประทานเป้นอาหารมื้อหลักไปเลยก็มีวันนี้เราจะมาพูดกันถึง "ซาลาเปาทอด" ซึ่งเป็นการดัดแปลงซาลาเปามาทอดเป็นอาหารว่างที่แปลกปแตกต่างจากซาลาเปาทั่วๆไปที่เราเคยทานกัน

อุปกรณ์ในการทำซาลาเปาทอด
เตาแก๊ส กระทะ สำหรับทอดซาลาเปา โต๊ะ ตาชั่งขนาดเล็ก. ถ้วยตวง ที่ตัดแป้ง
ผ้าขาวบาง. ที่ร่อนแป้ง. เครื่องตีแป้ง เครื่องปั่น ถาคอะลูมิเนียม. หม้อ


ส่วนผสมแป้งซาลาเปา
แป้งสาลีเกรดเอ
น้ำมันพืช
น้ำอุ่น
หัวเชื้อ
ไข่ไก่.
น้ำตาลทราย
ยีสต์แห้ง
เกลือ
เนยขาว

วิธีทำแป้งซาลาเปา
1.เริ่มจากเตรียมแป้ง 1 กก. แบ่งแป้งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก 700 กรัม
ร่อน ให้ละเอียด และแป้งส่วนที่สอง 300 กรัม ผสมกับผงฟู 2 ช้อนชา ร่อนให้ ละเอียด แล้วคลุมด้วยผ้าขาว พักไว้สัอครู่ นำแป้งส่วนแรกผสมกับยีสต์ 2 ช้อนชา น้ำสะอาด 1 1/2 ถ้วยตวง

2.ตีด้วยเครื่องตีแป้ง ใช้ความเร็วปานกลางใช้เวลาในการตีประมาณ 15 นาที สังเกตดูว่าแป้งผสมเข้ากับน้ำและยีสต์ดีแล้ว ก็ถือว่าใช้ได้ เสร็จแล้วนำแป้งที่ได้ใส่ภาชนะคลุมด้วยผ้าขาวบาง ตั้งพักไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิห้องพอดีๆ ไม่ร้อน-ไม่เย็นเกินไป

3.ขั้น ต่อไป เอาแป้งส่วนแรกมาผสมกับส่วนที่สอง ใส่ไข่ขาว 1 ฟอง น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ ตีส่วนผสมให้เข้ากัน ประมาณ 30 นาที จับแป้งดูว่าเหนียวพอดีแล้ว จึงนำไปแช่ในตู้เย็นนานประมาณ 3 ชั่วโมง

4.เสร็จแล้วนำ แป้งออกมาวางลงในถาดอะลูมิเนียมที่ทาด้วยเนยขาวแล้ว นวดแป้งด้วยมือให้แป้งเนียน ใช้ที่ตัดแป้งตัดออกทีละแถว แล้วตัดอีก ครั้งเป็นชิ้นๆ ตามต้องการ การตัดเหมือนกับการตัดแป้งปาท่องโก๋
ใช้มือคลึงแป้งบนถาด น้ำหนักมือต้องไม่หนักและเบาเกินไปไม่ฉะนั้นแป้ง จะออกมารูปทรงไม่สวยงาม

การทำไส้ซาลาเปา
ใส้ซาลาเปาที่นิยมกันมีหลายไส้ มีไส้หมูสับ ไส้เผือก ไส้ถั่วแดง ไส้ถั่วเหลือง ไส้ครีม และ
ไส้สังขยา ฯลฯ

1.ไส้หมูสับ
ส่วนผสม
หมูสับ 1 กก.
มันแกวหั่นฝอย 70O กรัม
กระเทียมบด 100 กรัม

วิธีทำ1.นำส่วนผสมลงผัดในกระทะ
2.ปรุง รสด้วยน้ำตาลทราย 7 ช้อนโตะ. ซีอิ๊วขาว 10 ช้อนโต๊ะ. ผงปรุงรสหมูนิดหน่อย พริกไทยป่ษ ผัดส่วนผสมทั้งหมดให้แห้ง แล้วนำขึ้นพักไว้สักครู่

2.ไส้ครีมส่วนผสม
น้ำตาลทราย 250 กรัม
มาการีน 200 กรัม
แป้งสาลี 75 กรัม (ร่อน2ครั้ง)
นมผง 500 กรัม
นมสด 50 กรัม
แป้งคัสตาร์ด 500 กรัม
ไข่ไก่ 4 ฟอง
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
วิธีทำโดยนำส่วนผสมทั้งหมดผสมเข้าด้วยกัน แล้วใส่หม้อตุ๋น กวนจนกระทั่งส่วน
ผสมเหนียวปั้นได้ ยิ่งลงพักไว้ให้เย็น

การปั้นซาลาเปา1.ให้นำแป้งซาลาเปาที่แบ่งไว้เป็นก้อนๆ มาแผ่ออกเป็นแผ่นกลมๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2นิ้ว หรือขนาดตามต้องการ
2. ตักไส้ทีเตรียมไว้ตามใส่ลงตรงกลางแผ่นแป้ง แล้วค่อยๆห่อแป้งเข้ามารวมกันให้มิดไส้ คลึงให้เป็นลูกกลม ๆ แล้ววางลงบนกระดาษขาวที่เตรียมไว้ ตั้งพักไว้ประมาณ 1 ชัวโมง เพื่อให้แป้งขึ้นตัว 3.จากนั้นจึงนำไปใส่ลงถึงนึ่งประมาณ 15 นาที

วิธีการทอดซาลาเปา
เวลาทอดให้ใส่น้ำมันพืชเยอะๆ ลงในกระทะ
ใช้ไฟแรงปานกลาง ทอดครั้งละ 10 ลูก ใช้กระชอนคอยคนอยู่
ตลอด พอซาลาเปามีสีเหลีองกรอบก็ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
ก็พร้อมจะจำหน่ายให้ลูกค้าได้

ตั้งราคาขายลูกละ 5 บาท

การลงทุนเบื้องต้น
ทุน: ไม่เกิ 1o,ooo บาท (รวมราคาเตาแก๊ส และโต๊ะที่ใช้วางขาย)
. เงินทุนหมุนเวียน : ใช้ซื้อวัตถุดิบประมาณ 700 บาท (คำนวนจากซาลาเปาทอด 200 ลูก)
. ต้นทุน/ชิ้น : ซาลาเปาทอด ลูกละ 3.50 บาท
. รายได้ : ชาลาเปาทอด ลูกละ 5 บาท
. กำไร : ประมาณ 30%

ทำเลในการขายตามแหล่งชุมชน ตลาดนัดใกล้บ้าน หรือเปิดท้าย ใกล้โรงเรียน สถานศึกษา ฯลฯ

**ข้อควรระวัง-เรื่องการทอด อย่าให้ไหม้ เพราะซาลาเปาทอดจะไหม้ง่าย
-คิดคำนวณเรื่องต้นทุนน้ำมันในการทอดให้ดีเพราะน้ำมันแพง หากทอดซ้ำบ่อย อาจจะไม่ดีต่อสุขภาพผู้บริโภค

ผู้คนยังคงชอบรับประทานอาหารเเปลกใหม่ ซึ่งเดิมชอบทานซาลาเปานึ่ง ดังนั้นตลาดซาลาเปาทอดจึงเป็นของแปลก และยังคงเปิดกว้างอยู่ น่าสนใจใจหากจะหารายได้เสริม ช่วงหลังเลิกงาน
 credit : http://taradnud.blogspot.com/

Read More...


ขายขนมตามตลาดนัด ตอนที่ 1

แนะนำสินค้าที่ขายดีในแหล่งตลาดนัดเปิดท้ายต่างๆ รวมสินค้าขายดีตามแหล่งเปิดท้ายตลาดนัดขายของ

ขนมโตเกียว

ขนมโตเกียว

ขนมโตเกียวเป็นขนมที่ลงทุนน้อย คนทั่วๆไปนิยมรับประทาน ขายได้กำไรวันต่อวัน
ถ้าทำไม่เป็น ก็ฝึกหัดทำได้ไม่ยาก ขนมโตเกียวนั้น ซื้อง่ายขายคล่อง เด็กยิ่งชอบรับประทาน น่าทำเป็นอาชีพเสริม หารายได้เข้ากระเป๋า

แป้งขนมโตเกียวส่วนผสม
แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง
ผงฟู 2 ช้อนชา
โซดาไบคาร์บอเนต 1 ช้อนชา
ไข่ไก่ 5 ฟอง
น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
เตาขนมโตเกียว
วิธีทำขนมโตเกียว
1.ร่อนแป้ง ผงฟู รวมกัน ตีไข่ให้ขึ้น ค่อยๆ ใส่น้ำตาลตีให้ฟู จากนั้นใส่แป้งที่ร่อนแล้ว สลับกับน้ำเปล่า คนอย่าให้เป็นลูก
2.ใช้ กระทะแบน(กระทะทำขนมโตเกียว)ทาน้ำมันบางๆ ตั้งไฟอ่อนๆ รอกระทะร้อนใช้ช้อนตักแป้งละเลงเป็นวงกลม พอแป้งสุกใส่ไส้ (ไส้ที่ใส่มี ไส้กรอก ไส้ฮอตดอก ไส้เผือก ไส้ครีมฯลฯ) ม้วนกดหัวท้าย วางเรียงในถาด ขายได้เลย

ไส้ขนมโตเกียวแบบง่าย

1.ไส้เผือกไส้เผือกนึ่งสุกบด 2 ถ้วยตวง หรือถั่วเหลืองต้มสุกบด 2 ถ้วยตวง
กะทิ 1 ถ้วยตวง
น้ำตาล 2 ถ้วยตวง
วีธีทำตั้งกระทะ กวนเผือกผสมกะทิ น้ำตาล ใส่ในกระทะคอยกวนจนล่อนไม่ติดกระทะ
ตักใส่ภาชนะ สำหรับตักเป็นไส้ขนมโตเกียว

ขนมโตเกียว
2.ไส้ครีม

น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง
นมสด 2 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า 1ถ้วยตวง
เนย 2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ 4 ฟอง

วิธีทำ
นำ น้ำตาล แป้งสาลีรวมกัน ต่อยไข่ใส่อ่างใช้ส้อมตีให้แตก ใส่ไข่ในแป้ง กวนให้เข้ากัน ยกขึ้นตั้งไฟ ใส่เนยคนจนสุกยกตั้งทิ้งไว้ให้เย็น ตักใส่ภาชนะ เก้บไว้ใช้เป็นไส้ขนมโตเกียว




ขายข้าวเหนียวมูนหน้าต่างๆ

ข้าวเหนียวมูน


ข้าวเหนียวมูน เป็นอาหารที่อร่อย ขายง่าย คนทั่วไปนิยมบริโภคกัน สามารถทำไปวางขายได้ตามตลาดนัด หรือแหล่งชุมชน ข้าวเหนียวมูนหน้าต่างๆ ที่นิยมรับประทานและขายดีมีหลายหน้า ได้แก่


1.ข้าวเหนียวมูนหน้าปลาแห้งส่วนผสม
ปลาป่น ½ กิโลกรัม
น้ำมันพืช
น้ำตาลทราย 4-5 ขีด
หอมเจียว 1-2 ขีด (สำหรับปลาป่น ½ กก.)

วิธีทำ
ใส่ นำมันพืชพอประมาณลงในกระทะ พอนำมันเดือดใส่ปลาป่นลงผัดให้เหลืองโส่น้ำตาลทราย ผัดส่วนผสมด้วยไฟอ่อนๆ คลุกเคล้าพอให้เข้ากัน สังเกตดูจะเห็นน้ำตาลทรายเป็นเม็ดๆ (อย่าผัดจนน้ำตาลทรายละลาย)ใส่หอมเจียวคลุกให้เข้ากัน ตักใส่ภาชนะ โรยหน้าด้วยหอมเจียวอีกครั้ง

ข้อแนะนำ
*หน้าปลาแห้งที่ทำเสร็จ แล้ว สามารถเก็บไว้ได้นาน หากขายไม่หมด ก็ไม่ต้องเก็บไว้โนตู้เย็น สามารถเก็บใส่ภาชนะปิดฝาให้สนิท วางไว้อกตู้เย็นได้
* ปลาป่นส่วนใหญ่จะทำมาจากปลาช่อน ให้ชื้อสำเร็จรูปจากตลาดราคาประมาณ 80 บาท (1/2 กิโลกรัม) ให้บอกแม่ค้าว่าจะเอาไปทำหน้าปลาแห้ง
* การเตรียมหน้าปลาแห้งสามารถผัดปลาป่นกับน้ำตาลทรายไว้ได้ ยังไม่ต้องใส่หอมเจียว ก็สามารถเก็บไว้ได้นาน
* หน้าปลาแห้ง ยิ่งใส่หอมเจียวมากยิ่งอร่อย

ข้าวเหนียวมูน
2.ข้าวเหนียวมูนหน้ากุ้งส่วนผสม
กุ้งสดสับ 300 กรัม
หัวกะทิล้วน ประมาณ ½ กก.
น้ำตาลทราย 4 ขีด
เกลือป่น ½ ช้อนโต๊ะ
พริกไทย 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม ½ ช้อนโต๊ะ
สีส้มแสด

วิธีทำ
เท หัวกะทิลงในภาชนะ ตั้งไฟให้เดือด ใส่น้ำตาลทราย เกลือป่น ค่อยๆใส่ทีละน้อย ถ้าไม่เค็มเติม พริกไทย กระเทียม รากผักชี ใส่ลงไปผัดรวมกับหัวกะทิ ใส่สีผสมอาหารสีส้มแสดของ 1 ฝา ค่อยๆ ใส่ เพราะสามารถใส่เพิ่มสีได้ คนส่วนผสมให้เข้ากัน ใส่กุ้งสับ ใส่มะพร้าวทึนทึก ผัดต่อจนส่วนผสมแห้ง ตักใส่ภาชนะเก็บไว้ โรยหน้าด้วยใบมะกรูดหั่นฝอยหลังจากกุ้งเย็นแล้ว

ข้อแนะนำ
* การทำหน้ากุ้ง ให้ใช้แต่หัวกะทิล้วนๆ เวลารับประทานหน้ากุ้งจะนุ่มและหอม
* หากใช้มะพร้าวขูดด้วยเครื่อง เวลาเอามาทำหน้ากุ้งจะไม่ค่อยอร่อย สำหรับสูตรที่ครูพะเยาว์ทำจะใช้การขูดมะพร้าวเป็นเส้นด้วยมือ แล้วนำมาสับอีกครั้งให้เป็นท่อนๆ


3.ข้าวเหนียวถั่วดำ
ข้าวเหนียวถั่วดำ เป็นขนมหวานที่มักทำขายคู่กับข้าวเหนียวมูน เพราะเป็นของที่รับประทานคู่กันได้และอร่อยมาก

ส่วนผสม
หัวกะทิดำ 3 กก.
หางกะทิ 2 กก.
ถั่วดำดิบ 1 ½ กก. (แช่น้ำ 2-3 ชั่วโมง)
น้ำตาลปี๊บ 1 กก.
เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
เริ่มจากการเตรียมน้ำกะทิ ให้นำหางกะทิ เกลือป่น น้ำตาลปี๊บ ใส่ภาชนะ ตั้งไฟให้เดือด โดย
ใช้ ไฟปานกลาง พอเดือดดีแล้ว ใส่หัวกะทิลงไป ไม่ ต้องกรองหัวกะทิ เพื่อให้น้ำกะทิข้น ไม่ใสเหมือนที่ขายทั่วไป จากนั้นเพิ่มระดับไฟขึ้นอีกนิด

คนให้กะทิเนียน ถ้าไม่คนกะทิจะจับเป็นลูกพอเดือด แต่ไม่ถึงกับเดือดพล่านให้ยกลง
เตรียม ถั่วดำไปพร้อมๆกัน ในระหว่างนี้ให้ ต้มถั่วดำ นำถั่วดำที่แช่น้ำไว้แล้วประมาณ 2-3 ชั่วโมง มาล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง ตั้งไฟ ต้มให้สุก (ให้ทำพร้อมกับการเตรียมน้ำกะทิ) คนถั่วดำด้วยกระชอนใหญ่ ถ้ามีฟอง ให้ตักทิ้ง

นำถั่วดำที่ต้มแล้วใส่ลงในส่วนผสมน้ำกะทิที่เตรียมไว้
คนให้เข้ากัน พอเดือดปุดๆ ยกลง

ข้อคิดในการขายขนมข้อ คิดในการขายขนม ขอให้ฝึกทำขนมที่จะขายจนรสชาติลงตัว อาจจะใช้เวลาเวลาทำ 2- 3 ครั้ง ก็พอจะขายได้แล้ว ระหว่างทำขอให้ หมั่นสังเกตจดจำเคล็ดลับต่างๆ ระหว่างขายขอให้เปิดใจที่จะรับฟังคำแนะนำจากลูกค้า คอยเอาใจใส่ลูกค้า พูดดุยกันเอง

ในการขายขนมจะต้องหมุนเวียนเปลี่ยนไปบ้างตามฤดูกาล ต่างๆ แต่ก็ต้องมีขนมยืนพื้นที่เป็นจุดขายซึ่งจะทำให้ลูกค้าจดจำได้ กรณีของข้าวเหนียวมะม่วง หน้าไหนถ้าไม่มีมะม่วงก็ให้เน้นขายหน้าอืนๆ ซึ่งก็ขายดีเช่นกัน แต่รายได้อาจจะไม่สูงเท่า

“ขยัน ประหยัด ชือสัตย์ อดทน”

การตั้งราคาขายข้าวเหนียวมูน
-ข้าวเหนียวมูน ราคากิโลกรัมละ 70 -80 บาท
-ข้าวเหนียวหน้าต่างๆ ห่อละ 10 บาท

ขนมปังสังขยา


ขนมปังสังขยา

ขนมปังสังขยา
อาหารว่างที่กินแล้วอิ่มสบายท้อง ขนมปังสังขยา ก็เป็นอาหารอีก
เมนู ที่หลายๆคนเลือกวันนี้จึงอยากเสนอแนวคิดสำหรับการประกอบอาชีพเสริม หรืออาจจะเปิดเป้นร้านแบบครบวงจร ที่ขายทั้งขนมปังสังขยา พร้อมกับเครื่องดื่มนมสดสารพัดเมนู ไม่ว่าจะเป็น นมปั่น นมตุ๋น กาแฟนมสด และเครื่องดื่มนมสดต่างๆ ธุรกิจประเภทนี้เป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนไม่มากนัก ธุรกิจนี้ทำได้ง่ายไม่ต้องใช้แรงคนมาก เพียงแค่คนเดียวก็สามารถทำได้ หรือคนที่มีงานประจำก็สามารถทำได้ไม่ยุ่งยากโดยใช้เวลาช่วงเย็นเปิดขายถึง 4-5 ทุ่มก็ปิด สามารถมีเงินเสริมจากเงินเดือนประจำได้สบายเลย

อุปกรณ์ในการเปิดร้านก็ไม่มาก มีเคาน์เตอร์อะลูมิเนียม เตาแก๊ส ตู้กระจกสำหรับใส่ขนมปัง
หมอต้มนมและนึ่งสังขยา กาต้มน้ำร้อน กระป๋องนึ่งขนมปัง กรวยเทขนมปัง
กรวยเทนม ทัพพี ผ้าขาวบาง จาน ถ้วย แก้ว ถุงพลาสติก แก้วและหลอด

ขั้นตอนในการทำสังขยาทาขนมปัง กลิ่นใบเตย

ส่วนผสม
มะพร้าวขูดขาว 1/2 กิโลกรัม
นมสดจืด 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
ไข่ไก่ 3 ฟอง
เกลือ 1 /3 ช้อนชา
ใบเตยสด 3 ใบ
แป้งสาลี 3 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. นำมะพร้าวมาคั้นกับน้ำอุ่นๆ ให้ได้น้ำกะทิ 3 ถ้วยตวง และนำใบเตยสดตำหรือปั่นให้ละเอียดแล้วมาคั้นเอาแต่น้ำ กรองกากใบเตยออก ให้ได้น้ำใบเตย 5 ช้อนโต๊ะ
2. นำนมสดจีดใส่หม้อ ใส่ไข่ เอาเฉพาะไข่แดง คนให้เข้ากันใส่น้ำตาล เกลือ น้ำกะทิ คนให้เข้ากัน แล้วจึงใส่น้ำใบเตย คนให้ทั่วอีกครั้ง
3. นำแป้งสาลี และแป้งมันมาละลายน้ำเล็กน้อย ค่อยๆ เทใส่ผสมลงในหม้อ คนให้เข้ากันทั้งหมด นำหม้อขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ คนไปเรี่อยๆจนแป้งขึ้นเงาและสุกทั่วกัน จึงยกลง

ขนมปังสังขยา
การนึ่งขนมปัง
นำ ขนมปังที่ใหม่ เนื้อนุ่ม และมีกลิ่นหอมมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดีคำ แล้วนำไปนึ่งให้อุ่น เวลาลูกค้าสั่งการเทใส่จาน หรือใส่ถุงให้ลูกค้าพร้อมสังขยาได้เลย

วิธีทำนมสด
การทำนมสดนั้นให้เลือกใช้นมโสดใหม่ วันต่อวันนมจะหอมมันอร่อย
1. นำนมโคสดแท้มานึ่ง ผสมกับน้ำตาลทรายขาวในอัตราส่วนนมสด 2-3 ลิตร/น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง คนให้ละลายเข้ากัน
2. เมื่อลูกค้าสั่งนมสดร้อน ให้น้ำนมสดที่ผสมแล้วใน ข้อ 2. ไปอุ่นให้ร้อนเล็กน้อย หากลูกค้าสั่งนมสดเย็น ก็ใส่กับน้ำแข็งเสิร์ฟใส่แก้วหรือถุงให้ลูกค้า

เงินลงทุน
1 การลงทุนเบื้องต้น : ประมาณ 8,000 บาทขึ้นไป รวมอุปกรณ์ต่าง เช่น เตาแก๊ส+ถังแก๊ส ประมาณ 3,500 บาท ตู้กระจกราคาประมาณ 3,000 บาท
2. กำไรประมาณ 40 % ของยอดขายทั้งหมด

ทำเลการขาย
ทะเล ในการจัดจำหน่ายตลาดโต้รุ่ง ย่านชุมชน ใกล้แหล่งสถานศึกษา หรือเปิดขายข้างฟุตบาท คนสัญจรผ่านไปมา นมสดและสังขยา เหมาะทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กนักเรียน นักศึกษา ส่วนนมสดอุ่นๆ ลูกค้าที่เป็นผู้ใหญ่จะชอบสั่งทานกัน

เทคนิคการเลีอกและหั่นขนมปัง
ขนม ปังที่เราจะนำมาใช้นั้นต้องเป็นขนมปังที่เนื้อค่อนข้างแน่น เหนียวและการหั่นขนมปัง ควรเลือกใช้ขนมปังหนาทุก เพราะถ้าใช้ขนมปังบางเกินไป เวลานึ่งหรือปิ้งจะไม่นุ่มเท่าที่ควร

** ข้อควรระวัง
ต้อง สั่งซื้อนมสด มาจำหน่ายเฉพาะที่ต้องการใช้ในแต่ละวัน เพื่อความใหม่สดทุกวัน รสชาติจะได้หอมมันอร่อย และห้ามเก็บนมที่เหลือค้างคืนมาขายให้ลูกค้า เพราะจะทำให้ท้องเสียได้ ต้องคำนวณปริมาณการใช้ให้พอดีขายในแต่ละวัน นี่เป็นเทคนิคในการทำขนมปังสังขยานมสด ขอให้กิจการรุ่งเรื่องค้าขายมีกำไร

ขายหมูปิ้ง


ขายหมูปิ้ง

สำหรับ ท่านที่กำลังมองหาไอเดียในการค้าขายในตลาดนัดเปิดท้ายในยุคที่อะไรก็เร่งรีน อาหารเช้า หรือเย็น ก็ต้องเป้นอาหารที่ ง่ายๆ คงจะหนีไม่พ้นอาหารยอดฮิตอย่าง
ข้าวเหนียวหมูปิ้ง เพราะเป็นอาหารที่กินง่าย อิ่มท้อง อร่อย ขายได้ทุกที่ ขั้นตอนการทำก้ไม่ยุ่งยาก ลูกค้ามีทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะเด็ก และคนวัยทำงานที่ไม่มีเวลาเตรียมอาหารเช้า
ทำขายได้ในช่วงเช้าก่อนไปทำงาน ตั้งแต่ 5.30ี 7.30 น. และตอนเย็นหลังเลิกงาน 1 7.30-9.00 น.

วัตถุดิบและเครื่องปรุงหมูปิ้ง

เนื้อหมู 1 กก.
กระเทียม 5-6 กลีบ
พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนใต๊ะ
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
หัวกะทิ 1/3 ถ้วยตวง
ข้าวเหนียว

อุปกรณ์การปิ้งหมู
อาจ จะใช้เตาถ่านหรือ เตาปี้งไร้ควัน แบบใช้แก๊ส แต่เตาถ่านจะทำให้หมูได้รสชาติที่ดีกว่า ถาด กล่องพลาสติกสำหรับใส่หมูที่เสียบไม้เเล้ว


วิธีการทำหมูปิ้ง
1. ล้างทำความสะอาดเนื้อหมูให้สะอาด ซับน้ำให้แห้งแล้วหั่นหมูเป็นชิ้นขนาดความกว้างประมาณ 2 นิ้ว หนาประมาณ 3 มิลลิเมตร
2. แกะเปลือกกระเทียม แล้วนำไปโขลกให้ละเอียดพร้อมพริกไทยเม็ด
3. นำกระเทียมพริกไทยที่โขลกไส่ลงไปในเนื้อหมูที่หั่นไว้ ปรุงรสต่างๆด้วย ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว กะทิ 3 ช้อนโต๊ะ คลุกเคล้าเครี่องปรุงต่างๆให้เข้ากันแล้วหมักไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง หรือทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้โดยแช่ในช่องพรีซ เวลาจะใช้ ให้เอาออกมาละลายน้ำแข็งโดยปล่อยให้น้ำแข็งละลายไปเอง
4. เมื่อหมักได้ที่แล้ว นำเนื้อหมูที่ได้มาเสียบไม้ ก่อนเสียบไม้ให้นำไม้ใปแช่น้ำก่อนประมาณ 30 นาที เพื่อช่วยไม่ให้ไม้ไหม้
5. เริ่มปิ้ง โดยวางหมูทีเสียบไม้เรียบร้อยแล้วลงบนตะแกรงนำหัวกะทิที่เหลือมาทาให้ทั่วหมูปิ้งทุกไม้

***การ ปิ้งหมูด้วยเตาถ่าน ต้องใช้ขี้เถ้าปิดหน้าถ่าน เพื่อป้องกันไฟแรงเกินไปหมูจะไหม้ และช่วยให้หมูสุกอร่อยได้ดี ควรมีกรรไกรตัดแต่งหมูส่วนที่ไหม้ออกไปบ้าง ทำให้น่ากิน

การนึ่งข้าวเหนียว
1 น่ำข้าวเหนียวไปแช่น้ำไว้สักประมาณ 3 ชั่วโมง หรือทิ้งไว้ข้าม คืน
2. ตั้งหม้อนึ่ง ใช้ไฟปานกลางใส่น้ำลงไป เมื่อน้ำเดือดให้สะเด็ดน้ำนำข้าวเหนียวขึ้นมา ห่อผ้าขาวบางแล้วนำไปนึ่ง
3. ใช้เวลานึ่งไปประมาณ 30-40 นาที หรือจนข้าวเหนียวสุก โดยสังเกตว่าข้าวเหนียวจะใสขึ้น ทำการกลับด้าน แล้วนึ่งต่อสักพัก
4. เทข้าวเหนียว ออกจากหม้อนึ่งทำการ ส่ายข้าว หรือทำให้ข้าวนิ่ม โดยใช้ไม้พายและมือนวดข้าว อาจจะพรมน้ำเล็กน้อยก็ได้

ต้นทุนหมูปิ้ง
การลงทุนเบื้องต้นไม่เกิน 10,000 บาท
. ต้นทุน/ชิ้น : ไม้ละประมาณ 2.50 บาท
. รายได้ : ขายไม้ละประมาณ 5 บาท
. กำไร : รายได้ที่เป็นกำไรหลังหักต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ 50% ของยอดขายทั้งหมด


** เทคนิคเกี่ยวกับการทำหมูปิ้ง
เนื้อ หมูที่ใช้ควรเป็นเนื้อสันส่วนขาหลัง ติดมันนิดหน่อย ถ้าติดมันมากเกินไป ให้แล่เอามันออกทิงไปบ้าง เวลาแล่เนื้อหมูต้องพยายามแล่ให้ได้ขนาดสม่ำเสมอเพื่อความสวยงาม เวลาเสียบก็ต้องเสียบเนื้อหมูตามขวาง เนื้อหมูจะได้ดูหนา เวลากินจะไม่เหนียว หมักหมูทิ้้งสัก 2-3 วัน ถึงจะดีเวลาจะนำมาปิ้งก็เอาออกมาจากช่องฟรีซ แล้วให้น้ำแข็งละลายก่อน
เครื่องปรุงรสจะเข้าเนื้อและนุ่มกว่า ถ้าหมักแล้วปิ้งเลยจะไม่อร่อย เวลาปิ้งทำให้หมูไม่สวย เนื้อหมูจะติดตะแกรงด้วย
การ หมักหมูข้ามคืนจะยิ่งดีเพื่อให้ซอสปรุงรส และส่วนผสมต่างๆเข้าเนื้อ อีกทั้งยังทำให้หมูมีเนื้อน่มเพิ่มขึ้นด้วย วิธีการคือ คลุกเคล้าหมูกับเครื่องปรุงแล้วนำมาเสียบไม้ จากนั้นนำไปแช่ในถังน้ำแข็ง หรือตู้เย็นไว้ข้ามคืน เมื่อจะขายก็นำอออมาปิ้งได้ทันที

*** หมู 1 กก. เสียบไม้ได้ประมาณ 60 ไม้
60x 5 = 300 บาท = กำไร 150 บาท/ กก.
อาจจะมีแจ่ว เพื่อเพิ่มรสชาติหมูปิ้งได้อีก หรือหาไส้กรอก และแหนมมาย่างเพื่อให้ลูกค้าเลือกกินได้อีกทาง 
credit : http://taradnud.blogspot.com/

Read More...


การเปิดร้านขายเสื้อผ้า สำหรับมือใหม่

การเปิดร้านขายเสื้อผ้า เป็นทางเลือกหนึ่ง ของผู้ที่ต้องการมี อาชีพอิสระ หรืออยากมี ธุรกิจส่วนตัว รวมทั้งผู้ที่ต้องการประกอบ อาชีพค้าขาย ก็มักจะคิดถึง การเปิดร้านขายเสื้อผ้า เป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ

โดยเฉพาะ มือใหม่หัดขาย ทั้งหลาย ซึ่งอาจเป็นเพราะ เหตุผลที่ว่า การเปิดร้านขายเสื้อผ้า ไม่เสี่ยงเหมือนกับ การเปิดร้านขายอาหาร เพราะเสื้อผ้า ไม่มีการเน่าเสียนั่นเอง



การเปิดร้านขายเสื้อผ้า

บทความนี้ จะเป็นการให้แนวทาง สำหรับมือใหม่ ที่มึความต้องการ เปิดร้านขายเสื้อผ้า นะคะ
การเปิดร้านขายเสื้อผ้านั้น จะว่าไป ดูเหมือนไม่ยากเย็นอะไรนัก ก็แค่ไปหาทำเลที่จะ เปิดร้านค้าขาย ตกลงทำสัญญาการเช่าร้าน จ่ายเงิน จากนั้น ก็ไปหาซื้อเสื้อผ้าที่จะขาย มาเข้าร้าน แล้วก็ขายไป จบ

ตามหลักกว้าง ๆ การเปิดร้านขายเสื้อผ้า ก็จะมีเท่านี้ค่ะ แต่หากคิดจะทำเป็นธุรกิจส่วนตัวจริง ๆ และต้องการ ประสบความสำเร็จแล้วนั้น จะต้องคิดวิเคราะห์ให้ละเอียด และมองให้ไกล คือต้องมีการทำการบ้านกันซะหน่อยค่ะ

หลักการ ข้อคิดหลัก ๆ ที่ผู้เขียนจะขอแบ่งปัน ให้ท่านพิจารณาและคิดต่อยอด ในบทความนี้ก็คือ

1. เลือกผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่จะขาย แล้วหาทำเลเปิดร้านค้าขาย ให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์หรือสินค้าของเรา

ส่วนใหญ่ เท่าที่เห็น หลาย ๆ ท่าน ก็จะมีความชอบในตัวสินค้านู้น สินค้านี้ อยู่ในใจ แล้วก็มีความคิดต่อยอดว่า อยากจะขายสินค้าตัวนี้บ้าง

หากมือใหม่หัดขายท่านใด มีสินค้าในใจที่ชอบอยู่แล้ว หลักการคิดข้อนี้ เหมาะกับท่านค่ะ ลองรับไว้พิจารณาดูนะคะ

ยกตัวอย่าง สมมุติว่า ท่านชอบเสื้อผ้าเด็ก มีความคิดว่า อยากเปิดร้านขายเสื้อผ้าเด็ก 
เมื่อมีโจทย์ของตัวเองอย่างนี้แล้ว ลำดับต่อไป ก็ออกสำรวจหาทำเลเปิดร้านค้าขาย ที่เหมาะสมกับเสื้อผ้าเด็กดูค่ะ โดยพิจารณาว่า ทำเลการเปิดร้านค้า จากกลุ่มลูกค้าละแวกนั้น ๆ ว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายของเราหรือไม่ และมีคู่แข่งมากน้อยเพียงใด คือมีคนอื่น ๆ เปิดขายอยู่ก่อนแล้วหรือไม่

2. สำหรับท่านที่ต้องการเปิดร้านขายเสื้อผ้า แต่ยังไม่รู้จะขายเสื้อผ้าแนวไหนดี ?

ให้ลองเลือกทำเลร้านค้าให้ได้ก่อน บางคนอยากขายของเป็น อาชีพเสริม หลังเลิกงาน หรือหลังเลิกเรียน เพราะติดขัดเรื่องเวลา หรือมีเหตุผลอื่น ๆ

หากเป็นในลักษณะนี้ ก็ต้องคำนึงถึงทำเลร้านค้าก่อนค่ะ คือหาทำเลเปิดร้านให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาดูว่า จะขายอะไรดี ?

หากได้ทำเลเปิดร้านขายแล้ว ก็สำรวจดูว่า บริเวณนั้น ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นใคร วัยไหน มีกำลังซื้อขนาดใด ยกตัวอย่างเช่น ร้านค้าที่อยู่ใกล้บริษัทห้างร้านต่าง ๆ ก็จะมีคนทำงานเป็นผู้ซื้อ หรือเป็นกลุ่มลูกค้ากลุ่มหลัก ดังนั้น เราก็ต้องเลือกสินค้าที่จะขาย ให้ตรงกับคนกลุ่มนี้ค่ะ

หรือร้านค้าอยู่ใกล้สถานศึกษา มีกลุ่มนักเรียนนักศึกษา เดินซะส่วนใหญ่ ก็ให้เลือกสินค้าที่จะขาย
ให้อยู่ในความชอบ ความสนใจของกลุ่มลูกค้า คือนักเรียน นักศึกษา และให้ดูด้วยว่า มีเจ้าเดิม ที่ขายอยู่ก่อนนั้น มากน้อยเพียงใด

หลักการใหญ่ ๆ สำหรับการวางแผนเริ่มต้น การเปิดร้านขายเสื้อผ้า ก็มีอย่างนี้ค่ะ ลองนำไปคิดต่อยอดกันดูนะคะ  ^^
Credit by..http://click108archeep.blogspot.com/search/label/การเปิดร้านขายเสื้อผ้า

Read More...


10 อาหารรถเข็น ที่คนไทยชอบมากที่สุด

Top Ten Thailand เผยโพลสำรวจ 10 อาหารรถเข็น ที่คนไทยโปรดปรานมากที่สุด  
อันดับ1.ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ จานนี้นี่เอง ถึงแม้ว่าแต่ก่อน ส้มตำ จะเป็นอาหารประจำภาคอีสาน แต่ตอนนี้ได้กลายเป็นอาหารหลักประจำชาติไปแล้วครับ ที่ตอนนี้หากินกันได้ง่ายเหลือเกิน มีกันอยู่ทุกตรอก ซอก ซอย เลยทีเดียว บางครั้งยังมีเป็นรถมาขายถึงที่ด้วยซ้ำ แหมจะว่าไปแล้วก็เปรี้ยวปาก นึกอยากจะกินขึ้นมาเหมือนกันนะเนี่ย พูดถึงส้มตำแล้วก็มีหลายสูตรหลายรสด้วยกันไม่ว่าจะเป็น ตำไทย ตำปู ตำปลาร้า อันนี้ก็เป็นเมนูโปรดของหลายๆคน เห็นว่ากันว่าเป็นเมนูรสเลิศ แซบอิหลี ใครได้ลองแล้วจะติดใจ แล้วยังมีตำซั่ว อันนี้บางท่านอาจจะยังไม่รู้จัก ก็คือมันจะใส่ขนมจีนลงไปตำด้วย ก็อร่อยไปอีกแบบ มีเส้นขนมจีนลื่นๆคอ แถมอิ่มท้องด้วย ใครยังไม่ลองก็ลองดูจ้า สำหรับเมนูแซบๆๆ แบบนี้ ก็ได้คะแนนไปถึง 19.8% เป็นอันดับที่ 1 จากโพลของ toptenthailand ค่ะ

 10 อาหารรถเข็น ที่คนไทยช 
อันดับ2 ก๋วยเตี๋ยวต่างๆ

มาถึงอันดับที่ 2 เป็นของก๋วยเตี๋ยวต่างๆ ที่มีเมนูเยอะจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวน้ำข้น น้ำใส เกี๋ยวเตี๋ยวต้มยำ เย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก หรือบะหมี่เกี๊ยว นี่แค่ยกตัวอย่าง แต่แค่นี้ก็เลือกกินกันได้ไม่ซ้ำวันแล้วล่ะ แถมยังเป็นเมนูที่หากินได้ง่าย เพราะหลายๆเจ้า ก็ขยายเฟรนไชส์กันไปทั่วสารทิศ ทำให้มีอยู่ทุกซอกทุกมุมเหมือนกัน สำหรับเมนูที่กินง่าย สะดวก ประหยัด ได้คุณค่าอาหารครบ5หมู่แบบนี้ ก็ได้รับคะแนนไป 17.3%

อันดับ3 ข้าวมันไก่

เป็นอาหารจานเดียวที่ทุกคนต้องเคยกินมาอย่างแน่นอน ความอร่อยของมันนอกจากจะอยู่ที่เนื้อไก่นุ่มๆ ข้าวมันๆ แล้วยังอยูที่รสชาติน้ำจิ้ม กับน้ำซุบด้วย ก็เป็นอีกหนึ่งอาหารรถเข็นที่คนไทยโปรด ได้คะแนนไป 14.5 %

อันดับ4 ลูกชิ้นปิ้ง

จัดเป็นอาหารที่กินง่าย และสะดวก กินได้ทุกที่ทุกเวลา กินเป็นอาหารว่างก็ได้ (ก็เป็นอีกเมนูนึง ที่หากินกันได้ง่าย ส่วนใหญ่ก็ขายกันริมถนน หรือในซอยต่างๆ ส่วนความอร่อยนั้นนอกจาจะอยู่ที่ลูกชิ้นแล้ว ยังอยู่ที่น้ำจิ้มด้วย บางร้านก็มีทั้งน้ำจิ้มหวาน น้ำจิ้มเผ็ด ให้ลูกค้าเลือกแล้วแต่ชอบ ลูกชิ้นปิ้งมีคนโปรดจำนวน 13.4% อยู่ในอันดับที่ 4 จากโพลของ toptenthailand

อันดับ 5 หมูสะเต๊ะ

เนื้อหมูนุ่มๆ สีสรรสดใสน่ากิน ราดด้วยน้ำจิ้มรสกลมกล่อม กินกับขนมปังนุ่มๆหอมๆ และแกล้มด้วยน้ำอาจาด(ที่มีแตงกวา พริก หัวหอม) ทำให้หมูสะเต๊ะ เป็นอาหารรถเข็นที่คนไทยโปรดที่สุด ลำดับที่ 5 ด้วยคะแนน 8.9%

อันดับ6 ยำ ตามสั่ง

ถือเป็นอาหารสำหรับคนที่ชอบรสจัดจ้าน และยังเป็นหนึ่งในเมนูอาหารของสาวๆที่กำลังไดเอต แถมเป็นเมนูที่นิยมกินเป็นกับแกล้มอีกด้วย ส่วนประเภทของยำนั้นก็มีด้วยกันหลายชนิด แล้วแต่ที่แล้วแต่ร้าน แต่หลักๆตามรถเข็นทั่วไปก็จะมี ยำวุ้นเส้น ยำมาม่า ยำทะเล ยำรวมมิตร ได้รับความโปรดปราน 7.3%

อันดับ7 ข้าวเหนียว หมูปิ้ง

เป็นเมนูที่กินง่าย และอิ่มแปล้ด้วยพลังข้าวเหนียว ถ้าเจอร้านไหนที่หมักเนื้อหมูได้รสชาติกลมกล่อม เนื้อนุ่มๆ ก็จะทำให้คุณๆติดอกติดใจต้องกลับมาซื้อกินอีกเป็นแน่ ข้าวเหนียว หมูปิ้งมีคนโหวตให้ 7.1%

อันดับ8 ผัดไทย หอยทอด

ผัดไทย หอยทอด สองเมนูนี้มักจะอยู่คู่กัน ส่วนใหญ่ร้านไหนขายผัดไทยก็มักจะขายหอยทอดคู่กันไป พูดถึงผัดไทยนับว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารไทยที่ขึ้นชื่อลือชา ด้วยรสชาติของผัดไทยแล้วนั้น เรียกว่าถ้าใครได้ลองกินแล้วเป็นต้องติดใจ เส้นนุ่มๆ เหนียวๆ เคล้ากับเครื่องปรุงครบสูตรของผัดไทย มีทั้งกุ้งแห้ง เต้าหู้ ไชโป้ และถ้าเด็ดสุดๆ ใส่กุ้งตัวโตๆ มาด้วย ส่วนหอยถอดนั้น ก็น่ากินไม่แพ้ผัดไทย ด้วยความที่มันกรอบนอกนุ่มใน เสริฟร้อนๆ ราดด้วยซอสอร่อยๆแล้วละก็ จะต้องมีเบิ้ลด้วยแน่ๆ เมนูคู่นี้ ได้รับคะแนนความโปรดปรานไป 6.7%

อันดับ 9 ข้าวไข่เจียว

อาหารยอดฮิต อีกอย่างนึงเลย ซึ่งเดี๋ยวนี้พ่อค้าแม่ขาย ก็นำมาเป็นเมนูอาหารรถเข็นกันทั่วสารทิศแล้ว โดยเติมรสชาติ และความแปลก ที่นอกเหนือจากไข่เจียวหมูสับลงไป เท่าที่เคยพอจะได้ลิ้มลอง ก็มีไข่เจียวกุ้งสับ ไข่เจียวปูอัด ไข่เจียวกะเพรา และยังมีรสชาติอื่นๆอีกตามแต่ท่านพ่อค้าแม่ขายจะคิดค้นขึ้นมา ข้าวไข่เจียว มีจำนวนคนโปรดคิดเป็น 3.4%

อันดับ 10 ปลาหมึกย่าง


อันดับ 10 จากการสำรวจอันดับอาหารรถเข็นที่คนไทยโปรดที่สุด นั่นคือ ปลาหมึกย่าง นั่นเองครับ ด้วยความเหนียวของเนื้อปลาหมึก ทำให้ยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งมัน ยิ่งถ้าได้น้ำจิ้มรสเด็ดๆด้วยแล้วล่ะก็ แซบอย่าบอกใครเชียวล่ะ แถมปลาหมึกย่าง ยังถือเป็นกับแก้มชั้นยอดอีกด้วย แต่ขอเตือนว่าอย่าเผลอกินเยอะนะ เพราะอาจทำให้คอเรสเตอรอลขึ้นโดยไม่รู้ตัวได้เลย ปลาหมึกย่าง มีคนโปรดเป็นอันดับ10 อยู่ที่ 1.6%

Source : Top Ten Thailand / variety.teenee.com
ข้อมูล voicetv.co.th


Credit by..http://blog.eduzones.com/studyabroad/94865


แนะนำรวมบทความงานฝีมือเพิ่มรายได้

สร้างรายได้เสริม สร้างอาชีพเสริม ด้วยการทำสินค้า Handmade

Read More...


ทำเลค้าขายยอดนิยม

มาแล้ว! ขอเชิญพ่อค้าแม่ขาย ที่สนใจนำสินค้าของตนเอง วางขายตามตลาดนัด โครงการ Community Mall พลาซ่า ต่างๆ เชิญเข้าชม 10 อันดับทำเลยอดนิยม ที่มีผู้สนใจอยากค้าขาย หรือ เช่าพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย

 

credit by : http://www.thaifranchisecenter.com/market/list_all.php?show=hot&page=3

Read More...





ปรับปรุง
รายการบทความทั้งหมด



การบำรุงรักษารถยนต์เบื้องต้น



ร้านค้าเคลื่อนที่ ใช้ รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง



รวมบทความอาชีพ เสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม



รวมบทความงานฝีมือ-สิ่งประดิษฐ์ รายได้เสริม



ทองม้วน thong muan ; rolled wafer





รับรายได้ง่ายๆ จากงาน 3 ทาง ไม่ต้องลงทุน

รับรายได้จากงานประจำหรือจะทำเป็นอาชีพหลักก็ทำได้ สอนงานฟรี
สมัครสมาชิก ประกันภัยรถยนต์ รายได้ดี อบรมฟรี มีเว็บไซต์ให้ เบี้ยถูก บริการเยื่ยม คุ้มครองดี ให้คำปรึกษาฟรี





1.รายได้ค่าตำแหน่งสายงาน :http://bit.ly/2OZmPEU
2.รายได้จากการแนะนำบอกต่อ :http://bit.ly/2YqcPaJ"
3.รายได้จากการขายเอง :http://bit.ly/2OZn176
3.1. ขายสินค้าประกันภัย โดยไม่แนะนำให้สมัครสมาชิก
3.2. ขายสินค้าประกันภัย โดยแนะนำสมัครสมาชิก



I.วิธีสมัครสมาชิกศรีกรุงโบรคเกอร์ 3 ขั้นตอน
เตรียมหลักฐานดังนี้ (* หมายความว่าจำเป็นต้องส่ง นอกนั้นส่งภายหลังได้)

- สำเนาบัตรประชาชน* (รับรองสำเนาว่า "ใช้สมัครสมาชิกกับศรีกรุงโบรคเกอร์เท่านั้น"
- สลิปชำระเงิน 200 บาท*
- สำเนาบัตรนายหน้าประกันวินาศภัย (ถ้ามี หรือ ส่งภายหลังได้)
- สมุดบัญชีธนาคาร

1. ใบสมัครสมาชิกศรีกรุงโบรคเกอร์ (srikrungbroker)
- ท่านที่สะดวกปริ้น ดาวน์โหลดใบสมัคร
ดาวน์โหลดใบสมัครสมาชิกศรีกรุงโบรคเกอร์ :http://bit.ly/34XQV0U

- หากไม่สะดวกปริ้นใบสมัคร กรอกแบบฟอร์มสมัครสมาชิกออนไลน์ที่นี่
แบบฟอร์มสมัครสมาชิกศรีกรุงโบรคเกอร์Online :http://bit.ly/33X9QI6

2. ชำระเงินค่าสมัคร
ชำระเงินค่าสมัครบัญชีใดก็ได้ จำนวน 200 บาท
เข้าบัญชีบริษัทศรีกรุงโบรคเกอร์ :http://bit.ly/2sNuFIS
* สลิปชำระเงิน 200 บาท ชำระเข้าบัญชีใดก็ได้

3. ส่งหลักฐานทั้งหมด ประกอบด้วย
(* หมายความว่าจำเป็นต้องส่ง นอกนั้นส่งภายหลังได้)
* สำเนาบัตรประชาชน (รับรองสำเนาว่า "ใช้สมัครสมาชิกกับศรีกรุงโบรคเกอร์เท่านั้น")
สำเนาบัตรนายหน้าประกันวินาศภัย
สมุดบัญชีธนาคาร

- ส่งที่ไลน์ไอดี Line : admin8650
- inbox :http://m.me/fordpartseller
- ถ่ายรูปส่งได้ ไม่ต้องส่งตัวจริง หลังจากได้รับหลักฐานสมัครสมาชิกครบถ้วนแล้วระบบจะออกโค๊ตใน 24 ชม และแจ้งกลับไปทาง SMS

เพิ่มเติม : สำหรับสมาชิกที่ซื้อใช้ ส่งใบสมัครพร้อมใช้สิทธิซื้อประกันของตัวเองหรือคนในครอบครัวนามสกุลเดียวกันได้ทันที
- ตารางอบรมประจำเดือน :http://bit.ly/2Yo6ooH
- ติดต่อ สำนักงานใหญ่ :http://bit.ly/2YwtJED




















เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
Option

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.