ขับเคลื่อนโดย Blogger.

สอบถามค่าแรงรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ด โทร 087-2229588


Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

ท่านเจ้าของอู่รับซ่อมรถยนต์ฟอร์ด ไม่ต้องกังวลอะไหล่ไม่มีหรือได้ช้า สั่งได้เร็ว 24 ชั่วโมง ,สั่งช่วงเช้าได้เย็น ,สั่งหลังเที่ยงได้วันพรุ่งนี้ ศูนย์ฟอร์ดอยุธยา ให้ราคาช่าง,ราคาอู่ซ่อม,ราคาอู่พ่นสี โทร 087-2229588 ,id line : 0863363882
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ New แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ New แสดงบทความทั้งหมด

ของดี...ของไทย กับ ขนมไทยโบราณ 4 ภาคที่หากินได้ยาก

           ได้ไปร่วมงานแถลงข่าว Amazing Thailand Grand Sale Fair 2013
ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 สิงหาคม 2556 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ใน
ช่วงที่ผ่านมา งานนี้ เค้ามีการจำลองวิถีชาวบ้านที่เป็น "มนต์เสน่ห์ของขนมไทย"
จากทั้ง 4 ภาค มาให้ได้ชม และได้ชิมกันด้วย ขนมหลากหลายชนิดหน้าตาสวยงาม
บางอย่างก็หน้าตาแปลก ๆ ไม่เคยเห็นและไม่เคยได้ลองทานมาก่อนเลย ToyJoy
เลยสนใจเป็นพิเศษจึงอดไม่ได้ที่จะต้องลองทานขนมบางชนิด พร้อมเก็บภาพ
ขนมไทยโบราณหน้าตาสวย ๆ และหาชิมได้ยากมาฝากเหล่าชาวบล็อก OKnation
กันด้วย...หวังว่าคงจะถูกใจและพอจะได้รู้จักมักคุ้นกับขนมบางชนิดกันด้วยนะคะ


ภาคเหนือ: ขนมวง...ขนมมันสำปะหลัง...ขนมตาล


ภาคเหนือ: ขนมศิลาอ่อน ทำจากแป้งผสมสีเขียวนวล ๆ จากใบเตย



ภาคเหนือ: ขนมงาตำอ้่อย


 ภาคอีสาน: ขนมข้าวโป่ง 
อันนี้ ToyJoy ได้ลองทาน "ชอบ อร่อยดี แป้งเหนียว ๆ เหมือนโมจิญี่ปุ่นข้างใน
เป็นงาผสมถั่วลิสงหวาน ๆ คนอีสานสมัยโบราณจะเลือกทำขนมหวานที่ทำให้
อิ่มท้อง ให้พลังงาน และอร่อยมีรสหวานไปในตัวด้วย"

 ภาคอีสาน: กระยาสารท...ข้าวจี่ (ข้าวเหนียวชุบกะทิย่างไฟอ่อน ๆ ให้พอเกรียม)
บายมะขาม...ดูแปลกตาดี มะขามหวาน ๆ ยัดไส้อยู่ในข้าวเหนียวมูน


ภาคกลาง: ขนมเกสรดอกลำเจียก ส่วนผสมหลักคือ มะพร้าวทึนทึก แป้ง นำตาล

ภาคกลาง: ขนมหม้อตาล (ชื่อมงคล=หม้อเงิน หม้อทอง)
ทำจากแป้ง และใส่น้ำตาลเคี่ยวหยอดลงไป

ภาคกลาง: ขนมเกสรชมพู ส่วนผสมหลัก ๆ คือ มะพร้าวทึนทึก และน้ำตาล

ภาคกลาง: ขนมถ้วยสังขยา
ToyJoy ลองชิมแล้ว อร่อยมาก แต่ถ้ากินเยอะไป อาจจะหวานแสบคอไปหน่อย
เนื้อข้างใต้รสชาติเดียวกับขนมถ้วยทั่วไปแต่อาจจะหวานกว่าหน่อย ส่วนเนื้อ
หน้าบนเปลี่ยนจากกะทิ มาเป็นสังขยาแทน เลยเพิ่มความหวานเป็น Double 

ภาคกลาง: น้ำอบดอกไม้ สไตล์ชาววัง




ภาคกลาง: ของดี หายาก จากเมืองเพชร "ลูกลานน้ำใบเตย"
ลูกลาน พืชตระกูลเดียวกับต้นปาล์ม ต้นลานกว่าจะโตจนออกลูกได้
ต้องใช้เวลานานถึง 50 ปี...ออกลูกได้ครั้งเดียวก็จะตายคาต้นเลย น่าสงสารจัง!

ภาคกลาง: "ของดี หายาก" แบบนี้ ToyJoy ไม่พลาดที่จะลองชิมด้วย :)
ลูกเล็ก ๆ คล้าย ๆ ลูกชิด รสชาติมัน ๆ หวานนิด ๆ เนื้อไม่แข็งด้วย อร่อยดีค่ะ



 ภาคใต้: ขนมกอและห์

 ภาคใต้: ขนมดู

 
ภาคใต้: ขนมจูจุ่น

 ภาคใต้: ขนมลา 
ToyJoy ได้ลองชิมขนมลาตอนทำเสร็จสด ๆ ใหม่ ๆ อร่อย กรอบดีจัง ชอบ ๆ 

 ภาคใต้: สาธิตการทำขนมลา ของชาวปักษ์ใต้แท้ ๆ


บรรยากาศภายในงาน...




 อุดหนุนของดี ๆ ของไทย กับ "ขนมไทยโบราณ" กันสักหน่อย

credit by :  http://www.oknation.net/blog/callmetoyjoy/2013/08/06/entry-1

Read More...


พันธุ์ข้าว"ไรซ์ เบอร์รี่ เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)"ต่อลมหายใจชาวนาผู้ประสบอุทกภัย


ทุกครั้งที่เกิดอุทกภัยผู้มีอาชีพเกษตรกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวนามักจะ ได้รับความเดือดร้อน นาข้าวได้รับผลกระทบอยู่เสมอ กว่าจะฟื้นตัวได้ต้องใช้เวลานาน เพราะนอกจากจะต้องรอฤดูฝนใหม่ข้ามปี เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูกแล้ว ด้านกระบวนการปลูกข้าวก็มีขั้นตอนต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้งยังมีปัจจัยที่ทำให้ผลผลิตต่อไร่ตกต่ำอยู่ด้วยกันอีกหลายประการ ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลให้เกิดต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นแก่ชาวนาทั้งสิ้น !!

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มีความตั้งใจที่จะหาพันธุ์พืชที่สามารถสร้างอนาคตให้กับชาวนาผู้ประสบ อุทกภัยเหล่านั้น จนมาพบว่า มีพันธุ์ข้าวที่พัฒนาและขึ้นทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่โดยคนไทยอย่างน้อย พันธุ์หนึ่งที่ตรงกับพระประสงค์ โดยพันธุ์ข้าวนี้มีชื่อว่าพันธุ์ ไรซ์ เบอร์รี่ (Rice Berry)

ข้าวพันธุ์ไรซ์ เบอร์รี่ ได้ปรับปรุงพันธุ์จากศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว โดยได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้ยื่นจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่
โดย รศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว ภาควิชาพืชไร่นา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 จากนั้นได้ทำการศึกษาเพาะปลูก จนสามารถส่งเสริมให้เกิดการเพาะปลูกได้อย่างกว้างขวาง

พันธุ์ข้าวไรซ์ เบอร์รี่ เป็นพันธุ์ข้าวที่ได้จากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิลกับข้าวขาว ดอกมะลิ105 จึงไม่เป็นสีดำ แต่มีลักษณะเป็นสีแดงแบบลูกเบอร์รี่ (ลูกหม่อน) ที่สุกแล้ว รูปร่างเมล็ดเรียวยาว เมื่อหุงเป็นข้าวเจ้าจะมีลักษณะเป็นสีม่วงเข้ม มีความนุ่มนวลแต่ยืดหยุ่น รสชาติอมหวาน มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์


หากนำมาหุงก็ไม่ยาก สามารถปรับปริมาณการใส่น้ำได้ตามความชอบว่าจะรับประทานแบบใด หรือจะทำเป็นข้าวต้มก็ได้ สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ต้านทานโรคไหม้ดีมาก อีกทั้งทนทานต่อสภาพธาตุเหล็กเป็นพิษในดินได้อีกด้วย

จากการศึกษาพบว่า ข้าวยิ่งมีสีม่วงเข้มมากประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระจะยิ่งมีมากขึ้นโดย มีค่าอยู่ระหว่าง 35.3-214.7 umole/g จากการศึกษาด้วยวิธี ORAC (Oxygen Radical Absorbance Capacity)โดยเฉพาะในรำข้าวเจ้าหอมนิลและรำข้าวไรซ์ เบอร์รี่ มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูงถึง 229-304.7 umole/g และเมื่อนำข้าวสายพันธุ์ต่าง ๆ มาเปรียบเทียบกับน้ำผลไม้พร้อมดื่มหรือน้ำชาเขียว พบว่า มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระมากกว่าเกือบ 100 เท่า

สำหรับกระบวนการหุงต้มข้าวที่มีสีม่วงเข้มด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้า พบว่า มีผลทำให้ประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระลดลงประมาณร้อยละ 50 หรือลดประสิทธิภาพลงประมาณครึ่งหนึ่งของข้าวดิบ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาแล้วข้าวสีม่วงก็ยังมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพสูงกว่าน้ำผลไม้ พร้อมดื่มหรือน้ำดื่มชาเขียวที่ขายตามท้องตลาด โดยข้าวยิ่งสีเมล็ดมีความเข้มเท่าไรยิ่งทำให้มีผลในการต้านอนุมูลอิสระได้ สูงขึ้นเท่านั้น

จากงานวิจัยดังกล่าวพบว่า ข้าวพันธุ์ไรซ์ เบอร์รี่ เมื่อหุงสุกแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระเหลืออยู่ ไม่ได้ถูกความร้อนทำลายหมด จึงเป็นแหล่งอาหารที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระสูง การที่ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระพอเพียงต่อความต้องการในแต่ละวัน จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และโรคมะเร็งได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ คุณสมบัติด้านโภชนาการของข้าวไรซ์ เบอร์รี่ ที่ผู้บริโภคได้รับ คือ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงในเมล็ดข้าว ได้แก่ เบต้าแคโรทีน,แกมมาโอไรซานอล, วิตามินอี, แทนนิน, สังกะสี, โฟเลตสูง, มีดัชนีน้ำตาลต่ำ-ปานกลาง ในส่วนของรำข้าวและน้ำมันรำข้าว ยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่ดีเหมาะสำหรับใช้ทำผลิต ภัณฑ์อาหารเชิงบำบัดอีกด้วย

หญิงมีครรภ์เมื่อบริโภคจะได้ประ โยชน์ โดยเฉพาะบุตรในครรภ์ซึ่งจะเป็นอนาคตของชาติ เนื่องจาก ข้าวชนิดนี้มีสารโฟเลตสามารถป้องกันโรคปากแหว่งเพดานโหว่ ซึ่งทำให้บุตรเสียอนาคตได้ รวมทั้งมีน้ำตาลต่ำ จะช่วยให้มารดาควบคุมน้ำหนักเพื่อไม่เกิดครรภ์เป็นพิษ และมีธาตุเหล็กสูงซึ่งหญิงมีครรภ์ต้องการมากกว่าคนปกติ

สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและคนเป็นโรคอ้วน ถ้าปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานจะมีโรคแทรกได้ง่าย สูญเสียโอกาสต่าง ๆ และชีวิตจะสั้นขึ้น แต่ด้วยคุณสมบัติของข้าวไรซ์ เบอร์รี่ ที่มีน้ำตาลต่ำกว่าข้าวทั่วไป หากผู้ที่เป็นโรคเบาหวานหรือโรคอ้วนเปลี่ยนจากการรับประทานข้าวทั่วไปมารับ ประทานข้าวไรซ์ เบอร์รี่ ก็จะช่วยในการควบคุมน้ำตาลและคุมน้ำหนักได้ ส่วนผู้ที่เป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก หากรับประทานข้าวไรซ์ เบอร์รี่ เป็นประจำก็จะได้สารอาหาร โดยเฉพาะธาตุเหล็กธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยในการบำรุงโลหิตและบำรุงร่างกาย

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และกระทรวงพาณิชย์ ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการปลูกและจำหน่ายข้าวไรซ์ เบอร์รี่ แบบเกษตรอินทรีย์ อีกทั้งยังมีการสีข้าวแบบข้าวกล้องจากโรงสีข้าวที่ได้รับการรับรองเกษตร อินทรีย์เป็นข้าวกล้อง ซึ่งเรียกข้าวนี้ว่าข้าวไรซ์ เบอร์รี่ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ขึ้น

โดยมีจำหน่ายบรรจุในถุงสุญญากาศชนิดย่อยสลายง่ายถุงละ 1 กิโลกรัม ราคาถุงละ 150 บาท แต่ ระหว่างวันนี้ถึงสิ้นเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเดือนของผู้สูงอายุ จะจำหน่ายในราคาพิเศษเพียงกิโลกรัมละ 120 บาท ซึ่งเป็นราคาสมาชิก ผู้ที่สนใจสามารถช่วยสนับสนุนข้าวไรซ์ เบอร์รี่ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ได้ตามจุดจำหน่ายร้านผลพลอยพอเพียงเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ธ.ก.ส. สาขาอำเภอทุกจังหวัด ที่เดอะมอลล์ทุกสาขา และที่บิ๊กซี สาขาราชดำริ

ส่วนผู้ใดสนใจอยากจะลองชิมข้าวไรซ์ เบอร์รี่ สามารถทดลองชิมได้ที่ Revitalite Healthy life Management Center ซอยร่วมฤดี และร้าน Uncle john สวนพลูซอย 8 หรือสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1427-1347

ข้าวไรซ์ เบอร์รี่ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) นอกจากจะช่วยสร้างอนาคตให้กับชาวนาผู้ประสบเคราะห์กรรมจากอุทกภัยแล้วยัง เป็นข้าวแห่งอนาคตของผู้บริโภคที่มีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพหลายประการอีก ด้วย. ทีมวาไรตี้

credit by :  http://www.dailynews.co.th/article/224/197913?page=4&js=1&view_name=article_list&view_display_id=block_1&view_args=224&view_path=node%2F197913&view_base_path=null&view_dom_id=1&pager_element=0

Read More...


วิชาครัว+ฟ้ากว้าง


สำหรับคนรักอาหารไทยที่รับไม่ได้ ทนไม่ไหว กับรสปร่า ของต้ม ผัด แกง ที่ผลิตด้วยเครื่องปรุงสำเร็จรูป กะทิกล่อง เครื่องแกงป่นด้วยเครื่องปั่น หวั่นเกรงว่า มาตรฐานรสมือรุ่นแม่ รุ่นยาย จะสูญหาย ผมแนะให้ไปศึกษาวิชาการครัวที่วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ ใกล้ ๆ ศาลากลางจังหวัด ถนนสุขุมวิท สักคอร์ส

นอกจากรู้ว่ากับข้าวแบบไทยที่แท้เป็นยังไง ปรุงให้อร่อยต้องเติมอะไร ถ้าอยากทำกิจการ เปิดร้าน ก็ไม่ต้องกลัวเจ๊ง

วิชาอาหารที่สอน ไม่ใช่เรียนกันขำ ๆ หลักสูตร 75 ชั่วโมง ต้องหัดทำ แกงสารพัด อาทิ เขียวหวาน แกงพะแนง รู้วิธี ยำ ทำเครื่องจิ้ม ควบอาหารว่าง แถมวิชาอาหารจานเดียว พวกข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยวหมู ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นมะระ หอยทอด ผัดไทย ยำใหญ่ ยำถั่วพู สาคูไส้หมู ข้าวเกรียบปากหม้อ กะหรี่ปั๊บปั้นขลิบ แซนด์วิช สลัดเพื่อการค้า น้ำพริกเพื่อการค้า ซูชิเพื่อการค้า หมูย่าง หมูสะเต๊ะ ซาลาเปา ขนมจีบ กุยช่าย ฯลฯ

ครู กรรณิกา แสงดี ผู้สอนอาหารไทย วางหลักว่าผู้เรียนต้องสอบ ปรุงอาหารเป็น ไม่งั้น ไม่ผ่าน “ต้องทำให้ได้ ซื้อของเป็น รู้หลักโภชนาการ ไม่ใช่ซื้อน้ำพริกสำเร็จ กะทิกล่องมาประกอบ” การเรียนทำอาหารที่นี่ จึงไม่เหมือนที่เห็นในทีวี ที่เครื่องปรุงพร้อมอยู่ตรงหน้า ต้องเรียนรู้ตั้งแต่จ่ายตลาดซื้อผัก เลือกปลา ให้ได้ของสดของดี จะแกงก็ต้องตำน้ำพริก ขูดมะพร้าว คั้นกะทิเองหั่นมะเขือต้องทำอย่างไร ฉีกใบมะกรูดเพื่ออะไร

“ตำ ให้ได้กลิ่นหอมเครื่องแกง คั้นเองเพื่อเอาหัวกะทิ จะได้รู้ว่า ถ้าต้องการ 2 ถ้วย ก็ใส่น้ำแค่ 1 เพราะมะพร้าวมีน้ำ ให้ขูดเองเพราะซื้อที่ขูดขายตามตลาดบางทีอมน้ำ มีกลิ่น ขูดเองไม่ยุ่งยาก ใช้ไม่หมด ก็ขูดแช่ช่องแข็งตู้เย็นไว้ คนไทยในอเมริกาที่มาเรียนเพื่อทำร้านอาหารที่โน่น ก็เอาวิธีนี้ไปใช้”
ช่วงที่เราไปนั่งฟัง ครูกำลังสอนทำเขียวหวานไก่ นักเรียน ต้องผัดเครื่องแกง จึงได้ฟังเคล็ดการทำให้อร่อยว่าระหว่างผัด ให้เอาไก่หมักหางกะทิรอ ให้กะทิซึมเข้าเนื้อ พอได้ที่ ก็เคี่ยวต่อ จนได้ความหวานของจากกระดูกออกมา

สิ่งที่ครูกรรณิกา สอนนักสอนหนา คือห้ามใส่ชูรส ต้องการรสหวานใช้น้ำตาลปีบ รสเค็มต้องมาจากเกลือ เติมรสเปรี้ยวด้วยมะนาว หรือมะขาม ไม่เน้นการปรุงแต่งด้วยสิ่งแปลกปลอม

“ต้องย้ำเรื่องคุณธรรม เพราะทำของกินให้อร่อย ไม่มีอันตราย สอนว่าทำอาหารเป็นการทำบุญ คนกินของดีเป็นประโยชน์ กินของอร่อย มีความสุข เราก็ได้บุญ ถ้าทำไม่ดี กินแล้วเกิดโทษ จะเป็นบาป ทุกรุ่น จะหากิจกรรมทำอาหารเลี้ยงคนตามงานบุญ ฝึกความเป็นผู้ให้”

สิ่งที่ได้จากการเรียน นอกจากศาสตร์อาหาร ยังได้เรียนรู้ศิลปะบนโต๊ะอาหาร และความรู้โภชนาการ รู้วิธีเสิร์ฟ จะได้ความรู้ว่า แกงชนิดไหน กินอย่างไร ในหนึ่งมื้อคนต้องบริโภคเนื้อสัตว์กี่กรัม ใช้ชามชนิดไหน
ถ้าคิดจะเรียนฆ่าเวลา คงลำบากเพราะต้องฝึกทำให้รู้จริง ถึงวันสอบต้องคิดเองว่าจะแกงอะไร เอาสิ่งที่ครูเคยสอนมาทำก็ไม่ได้

วิชาอาหารอันเข้มข้นขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่า เก็บค่าลงทะเบียนตลอดหลักสูตร 160 บาท อาจมีค่าเนื้อ ค่าผัก มาปรุงก็หารเฉลี่ยกันคนละเล็กน้อย แต่ก็ได้อาหารทานร่วมกัน

ทุกคนจึงเข้าเรียนได้ ไม่จำกัดเพศ วัย ฐานะระดับไหนก็เท่ากัน จะเอาความรู้ไปใช้ในครอบครัว หรือเพื่อประกอบอาชีพ ก็สุดแต่เป้าหมาย

วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการมีหลักสูตรอาหารและอาชีพระยะสั้นอีกมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับครูกรรณิกาที่ 08-9787-9906 หรืองานทะเบียน 0-2395-3935, 0-2395-4055 ต่อ 131
เรียนแล้ว จะรู้ว่า รสแท้อาหารไทยเป็นอย่างไร และจะเข้าใจด้วยว่า การทำอาหารอร่อยเป็นการทำบุญสร้างกุศลอย่างหนึ่ง.
วีระพันธ์ โตมีบุญ

VeeraphanT@Gmail.com

http://twitter.com/vp2650


Read More...


อาหารแปลกข้างทางไทยในสายตาชาวต่างชาติ

อาหารแปลก?ข้างทางสุดประทับใจของชาวต่างชาตินี้เป็นอาหารแปลกที่ ไม่ได้แปลกอะไรสำหรับเราคนไทยเลย เพราะก็พบเห็นกันตามตลาด ร้านค้าข้างทาง และตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป แถมก็เป็นของโปรดของใครหลายๆ คนด้วย แต่สำหรับคนต่างชาติแล้ว เขาทั้งอึ้ง ทั้งงง อุ๊ป..!!! นี่คืออะไร กินได้หรอ ไม่น่าเชื่อ ก็มีทั้งกล้าลอง และไม่กล้าลอง บางอย่างก็ลองแล้วติดใจ บางอย่างก็ไม่ไหว แต่ส่วนใหญ่แล้ว ชาวต่างชาติมักจะชอบซะเป็นส่วนใหญ่ อย่างพวกขนมหวานของไทย เช่นขนมเบื้อง ขนมตาล ที่รับรองได้ว่าที่ประเทศเขาไม่มีขายแบบสดๆ ร้อนๆ จากเตาเหมือนในบ้านเราแน่ๆ งั้นพวกเรา?food.mthai?มาดูกันดีกว่า ว่ามีอะไรที่ทำให้ชาวต่างชาติเขางงได้บ้าง เริ่มด้วย ไข่นกกระทาครก ที่ชาวต่างชาติบอกว่า ดูน่ารักน่ากินเป็นที่สุด งงกันไปเลย เคยกันแต่กินไข่ฟองใหญ่เป็นกันอาหารเช้า มาเจอไข่เล็กๆ กินกันเป็นขนมกินเล่นของบ้านเรา ถึงกับชอบกันเลยทีเดียว

  
 แมลงทอด ชาวต่างชายคู่หนึ่งได้บรรยายถึง ขั้นตอนการทอดว่า “เขานำแมลงลงไปคั่วเบาๆ และใส่สมุนไพรลงไป และนำมาใส่ซอส มันกรอบกำลังดี แต่ที่หน้าอึดอัดใจมากคือ ตอนขาของมันติดคอ” ฟังดูแล้วคิดว่าน่าจะเป็นขาของเจ้าตั๊กแตนแน่ๆ เลย ^^
แมลงทอด

ขนมเบื้อง ขนมโบราณของเรา แต่ชาวต่างชาติไม่เคยเห็น แต่เขาได้บอกว่า มันก็เหมือนๆ แพนเค้กบ้านเขา เพียงแต่แผ่นมันเล็กๆ บางๆ และข้างในนั้นมีครีม แต่ที่ไม่เหมือนยิ่งไปกว่านั้นคือของเรามีฝอยทองที่เป็นไส้หวาน และมะพร้าวที่ทำเป็นไส้เค็มนั้นเอง

ขนมเบื้อง

ขนมตาล ขนมที่เหมือนเค้กฟองน้ำที่ทำมาจากลูกตาล (Palm hearts) รสชาติหวานกำลังดี ที่หากินที่บ้านเขาไม่ได้

ขนมตาล

ผลไม้เช่น มะพร้าว แอปเปิ้ล มังคุด ซึ่งชาวต่างชาติมักต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากๆ เพื่อซื้อผลไม้กินในบ้านเมืองของเขา แต่ในไทยนั้น ผลไม้หาทานได้ง่ายและมีราคาถูกมาก

ผลไม้

หมูยอชาวต่าง ชาติถึงกับงง เมื่อเขารู้ว่านั้นคือไส้กรอกหมู (pork sausage) เขาต้องถึงกับสงสัยว่าไส้กรอกหมูหรอ ทำมัยมันถึงเป็นก้อนใหญ่ขนานนั้น และทำมัยต้องอยู่ในใบตองแบบนั้น และต้องแปลกใจเมื่อแกะออกมา ไม่ได้ใหญ่เหมือนกับตอนอยู่ในห่อ

หมูยอ

ขนมไข่นกกระทาทอดขนมลูกกลมๆ ที่ดูเหมือนว่าข้างในจะมีไส้อะไร แต่พอกัดไปแล้วกลับไม่มีไส้อะไร

ขนมไข่นกกระทาทอด

กล้วยปิ้ง มันปิ้งราคาเพียง ไม้ละ 10-15 บาท เท่านั้น รสชาติก็หวานจากตัวกล้วยและมัน พร้อมกับกลิ่นหอมๆ ของการปิ้ง

กล้วยปิ้ง มันปิ้ง

ไวน์ผลไม้มันจะ เป็นไปได้อย่างไร ที่คุณจะซื้อไวน์ได้ ในราคาเพียงแค่ 1 ดอลลาร์?(ประมาณ 30 บาท) แถมรสชาติยังดีอีกด้วย เพราะบ้านเรานั้นมีทั้งไวน์สตอเบอรี่ ไวน์องุ่น ไวน์แอปเปิ้ล

ไวท์ผลไม้

ไข่ป่ามหรืออ็อกไข่ เป็นไข่ที่อยู่ในใบตอง มีหน้าต่างๆ แปลกตา หาทานได้ที่ภาคเหนือของเรา อย่างที่
เชียงใหม่

 ไข่ป่าม  

ลูกชุบขนมหน้าตาน่ากิน ปั้นเป็นรูปผักผลไม้ต่างๆ ข้างในมีถั่วบดชุบด้วยวุ้น รสชาติอร่อยไปอีกแบบ

ลูกชุบ

เฉาก๊วยถือว่า เป็นขนมที่ทำให้ชาวต่างชาติ ถึงกับงง และไม่กล้าลองมากที่สุด เพราะเป็นขนมหวานที่ดูไม่น่ากินเอาซะเลย Grass jelly (วุ้นหญ้า) แค่ชื่อมันก็ไม่ค่อยน่าลองซะเท่าไรแล้ว แต่พอได้ลิ้มลองกลับเป็นที่ถูกอกถูกใจ เป็นที่สุด เพราะมีทั้งความหอมของน้ำตาลทรายแดง และน้ำแข็งเย็นๆ พร้อมกับวุ้นที่รู้สึกนุ่มลิ้น

เฉาก๊วย

ทุกอย่างนี้ แปลกของเขาแต่ก็ไม่แปลกสำหรับคนไทยเราเลย เห็นมั้ย มีแต่ขนมพื้นบ้านของเราทั้งนั้น น่าภูมิใจจริงๆ ที่บ้านเรามีขนมอร่อยๆ แบบนี้ ขนาดชาวต่างชาติลองแล้วยังติดใจเลย
เนื้อหานี้เรียบเรียงโดย?BongTiara : food.mthai.com?หากนำข้อมูลและเนื้อหานี้ไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยนะคะ
ที่มา : Technosyncratic.com

credit by :  http://food.mthai.com/food-inbox/31486.html

Read More...


ขนมและเครื่องดื่มของประเทศอินโดนีเซีย


Kue Lapis Legit ขนมเค้กอินโดนีเซีย
ขนมเค้กเป็นชั้น ๆ ดูเผิน ๆ คล้ายหมูสามชั้น เป็นของหวานที่ขึ้นชื่อมาก รสหวานหอมกลิ่นเครื่องเทศ อาจใส่ลูกเกดด้วยก็ได้

ขนมและเครื่องดื่มของประเ

Kue Serabi  แพนเค้กอินโดนีเซีย
มีหลายชนิด มักทำเป็นแพนเค้กใบเตย ราดด้วยน้ำเชื่อมที่เรียกว่า Kuah Kinca

ขนมและเครื่องดื่มของประเ

Dadar Gulung แพนเค้กม้วนสอดไส้มะพร้าว
แพนเค้กใบเตย ไส้มะพร้าวขูดที่ผสมน้ำตาลปี๊ป

ขนมและเครื่องดื่มของประเ

Siomay  ขนมจีบ
ไส้เป็นกุ้งหรือปลา ขึ้นชื่อที่สุดคือขนมจีบบันดุง (Siomay Bundung) ราดด้วยซอส Bumba Kacang

ขนมและเครื่องดื่มของประเ

Ampo  ขนมดิน
ขนมสุขภาพแปลก ๆ เป็นขนมท้องถิ่นชั้นเลิศ ใช้ดินจากท้องนาที่สะอาดมาตีเป็นก้อนสี่เหลี่ยมแล้วขูดเนื้อดินให้เป็นแท่ง ด้วยไม้ไผ่ จากนั้นจึงนำไปรมควัน รสคล้ายครีม อิ่มสบายท้อง

ขนมและเครื่องดื่มของประเ

Molen  กล้วยทอดอินโดนีเซีย
กล้วยพันหุ้มด้วยแป้งกรอบ แป้งรสชาติไม่หวาน มีแต่รสกล้วย

ขนมและเครื่องดื่มของประเ

Kue Lumpur  ขนมครก
เหมือนคัสตาร์ดคาราเมลกะทิ แต่เนื้อแน่นกว่า

ขนมและเครื่องดื่มของประเ

บักเปีย  ขนมเปี๊ยะอินโดนีเซีย
เหมือนขนมเปี๊ยะของไทยแต่เล็กกว่า

ขนมและเครื่องดื่มของประเ

Tahu Gejrot  เต้าหู้ทอด

ขนมและเครื่องดื่มของประเ

Kue Lemper  ข้าวต้มมัดไส้ไก่

ขนมและเครื่องดื่มของประเ

ของฝากที่ยิ่งเคี้ยวยิ่งมันอร่อยคือ ถั่วอินโด ถุงแดงรสหวาน ถุงส้มรสเค็ม

ขนมและเครื่องดื่มของประเ

ผลไม้ที่นิยมซื้อเป็นของฝากบ้าง ของฝากยอดฮิต คือ ลูกสละอินโด เนื้อสีขาว กรอบ แห้งๆ หวานนิดๆ ไม่ฉ่ำๆ อมเปรี้ยวอมหวานแบบสละเมืองไทย คนอินโดก็เรียก "ซาล่า" เหมือนกัน

ขนมและเครื่องดื่มของประเ

Es Kelapa Muda  น้ำมะพร้าวอ่อนผสมน้ำตาลแดง

ขนมและเครื่องดื่มของประเ

Es Mega Mendung (Cloudy ice) โค้กใส่นมข้นหวาน
เอาโค้กเทลงไปในแก้วที่ใส่น้ำแข็งเปล่าจนหมดขวด จากนั้นก็เอานมข้นหวานประมาณครึ่งกระป๋องเทตามลงไปแล้วคน เมื่อก่อนเป็นเครื่องดื่มท้องถิ่นที่นิยมกันในเขตทำไร่ ตอนนี้เป็นเครื่องดื่มยอดฮิตของคนทั่วไป หวานเย็นชื่นใจให้

เรียบเรียงโดย KERO uAsean.com
เนื้อหาอ้างอิงจาก campus.sanook.com

credit by :  http://www.uasean.com/kerobow01/689

Read More...




รายการสูตรอาหารและสูตรขนมหวานของบล๊อก

Google+ Followers


ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

f2860c27e794a8ab974509f10c43b165.jpg


Page-1 Page-2 Page-3


ติดต่อมสอบถามรายละเอียดรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ดทุกรุ่นผ่านระบบออนไลท์
- Contact : http://bit.ly/2vn9tdT
- Line : https://line.me/ti/g2/CBLBTBKCRE
- My Shop : http://bit.ly/2NX81rl
- Blog : http://bit.ly/2GhrdMG
- Market Online : http://bit.ly/2Kqe2en
- Facebook Fanpage : http://bit.ly/2NUxC44

รายละเอียดรถฟอร์ดและอื่น ๆ ...
https://sites.google.com/view/ranger-ford/
https://sites.google.com/view/raptor-ford/
https://sites.google.com/view/everest-ford/
https://sites.google.com/view/service-appointment/
https://sites.google.com/view/maintenance-costs/










เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
Option

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.