ขับเคลื่อนโดย Blogger.

สอบถามค่าแรงรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ด โทร 087-2229588


Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

ท่านเจ้าของอู่รับซ่อมรถยนต์ฟอร์ด ไม่ต้องกังวลอะไหล่ไม่มีหรือได้ช้า สั่งได้เร็ว 24 ชั่วโมง ,สั่งช่วงเช้าได้เย็น ,สั่งหลังเที่ยงได้วันพรุ่งนี้ ศูนย์ฟอร์ดอยุธยา ให้ราคาช่าง,ราคาอู่ซ่อม,ราคาอู่พ่นสี โทร 087-2229588 ,id line : 0863363882
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บัตรเครดิต สินเชื่อ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บัตรเครดิต สินเชื่อ แสดงบทความทั้งหมด

วิธีเซ็นสำเนาเอกสารให้ปลอดภัย


 
              วิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณเซ็นเอกสารสำเนาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ที่สำคัญช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติในการสมัครบัตรเครดิตหรือสินเชื่ออีกด้วย จำง่ายๆ "ให้เซ็นชื่อและเขียนข้อความรับรอง “สำเนาถูกต้อง” ให้เหมือนกัน และครบทุกแผ่น"

วิธีเซ็นเอกสารให้ปลอดภัย

  1. ระบุวัตถุประสงค์ในการใช้เอกสาร เช่น เพื่อใช้สมัครบัตรเครดิตเท่านั้น
  2. ระบุวันเดือนปีที่เซ็นเอกสาร
  3. ควรใช้ปากกาลูกลื่นสีน้ำเงินมากกว่าสีดำ เนื่องจากธนาคารจะแยกเอกสารระหว่างสำเนาตัวจริงกับสำเนาถ่ายเอกสารได้ ง่ายกว่า และไม่ควรใช้ดินสอเซ็นชื่อบนเอกสารเด็ดขาด
  4. ควรเซ็นหรือเขียนข้อความทับตัวหนังสือบนสำเนาเอกสาร เพื่อป้องกันมิจฉาชีพนำเอกสารไปดัดแปลงใช้ประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์
  5. ด้านหลังของเอกสาร ควรขีดเส้นยาวทแยงมุมเพื่อป้องกันนำเอกสารสำคัญไปใช้งานต่อ


  6.  
ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...


วิวเก็บเงินต่างวิธี ผ่านไป 1 ปี จะเกิดอะไรขึ้น

            ถ้าอยากออมเงินแต่ยังเลือกไม่ถูกว่าจะออมแบบไหนดี? บทความนี้จะช่วยตอบโจทย์คุณเอง มาดูกันว่าการ "ออมเงิน 10,000 บาท" ไว้ต่างวิธี ผลตอบแทนที่ได้หลังจากผ่านไป 1 ปีจะเป็นเท่าไหร่!!

  1. ฝากออมทรัพย์                              ได้ดอกเบี้ย 43 บาท
  2. ฝากประจำ 12 เดือน                     ได้ดอกเบี้ย 149 บาท
  3. สลากออมสิน 3 ปี                         ได้ผลตอบแทน 100 บาท + โอกาสจับรางวัลเดือนละครั้ง
  4. กองทุนตราสารหนี้                        ได้ผลตอบแทน 266 บาท*
  5. กองทุนอสังหาริมทรัพย์                ได้ผลตอบแทน 648 บาท*
*ผลตอบแทนประมาณการจากข้อมูลย้อนหลัง 1 ปี

1.ฝากออมทรัพย์ – ได้ดอกเบี้ย 43 บาท

เป็นบัญชีที่ทุกคนรู้จักกันดี สภาพคล่องสูงดอกเบี้ยน้อยถอนเงินได้ตลอดเวลา แต่ไม่เหมาะกับการออมเพราะถอนง่ายนี่แหล่ะ
+ ดอกเบี้ยออมทรัพย์ 0.5%                        - เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15%

2.ฝากประจำ 12 เดือน - ได้ดอกเบี้ย 149 บาท

สำหรับ เงินก้อนที่คุณไม่คิดจะเอามาใช้แน่ๆ อย่างน้อย 1 ปี บัญชีฝากประจำ 12 เดือนก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่าฝากออมทรัพย์ แต่ดอกเบี้ยที่ได้ก็ยังต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบัน
+ ดอกเบี้ย 1.75%                                       - เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15%

3.สลากออมสิน 3 ปี - ได้ผลตอบแทน 100 บาท + โอกาสจับรางวัลเดือนละครั้ง

สำหรับ คนชอบเสี่ยงโชคลุ้นรางวัล สลากออมสินเป็นทางเลือกที่ช่วยให้คุณไม่เสียเงินต้น แถมได้ดอกเบี้ยเมื่อถือครบกำหนด ดีกว่าซื้อล็อตเตอรี่แน่นอน แต่ผลตอบแทนที่ได้ในกรณีที่ไม่ถูกรางวัลเลยก็ต่ำมาก
+ ผลตอบแทนเมื่อถือครบ 1 ปี 0.5 บาทต่อหน่วย (หน่วยละ 50 บาท)
+ มีโอกาสจับรางวัลเดือนละ 1 ครั้ง (31 รางวัลต่อเดือน)

4.กองทุนตราสารหนี้ - ได้ผลตอบแทน 266 บาท
เป็นอีกทางเลือกที่ดีกว่าการฝากธนาคาร เพราะไม่ต้องเสียภาษีดอกเบี้ยทำให้ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า และมีให้เลือกมากหลายแบบ
เทียบผลตอบแทนจากกองทุนตราสารหนี้ทหารไทยธนวัฒน์ (ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกองทุนรวมตราสารหนี้)
+ ผลตอบแทนย้อนหลัง 2.66%                - ผลตอบแทนไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับราคาตราสารหนี้
+ ไม่เสียภาษีดอกเบี้ย

5.กองทุนอสังหาริมทรัพย์ - ได้ผลตอบแทน 648 บาท
ช่อง ทางการออมเงินสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสูง ยอมรับความเสี่ยงได้มากกว่าการฝากเงิน และมีความรู้เรื่องตลาดทุนอยู่บ้างเพราะต้องซื้อในตลาดหลักทรัพย์
กอง ทุนที่นำมาเปรียบเทียบนี้ เราเลือกกองทุนอสังหาริมทรัพย์เทสโก้ โลตัส รีเทล โกรท มาเปรียบเทียบเพราะมีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ในระดับใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกองทุนอสังหาริมทรัพย์
+ ผลตอบแทนย้อนหลัง 7.2%                 - ราคาหน่วยลงทุนไม่แน่นอน
+ ได้รับเงินปันผลปีละ 3 ครั้ง                   -  ผลตอบแทนในแต่ละปีไม่แน่นอน
    -  เสียภาษีเงินปันผล 10%
สรุปตารางเปรียบเทียบผลตอบแทน 1 ปี


           จากตารางจะเห็นได้ว่าการฝากออมทรัพย์จะได้ออกเบี้ยเพียง 43 บาทเท่านั้น ยิ่งถ้ามีค่าธรรมเนียมบัตร ATM ด้วยจะกลายเป็นขาดทุนทันที
ส่วนผลตอบแทนสูงสุดคือกองทุนอสังหาริมทรัพย์ได้ 648 บาท แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่เงินต้นอาจจะลดลงได้ด้วยเช่นกัน

credit by :  http://www.silkspan.com/v2/article/29/รีวิวเก็บเงินต่างวิธี-ผ่านไป-1-ปี-จะเกิดอะไรขึ้น/


ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...


รวมคำถามฮิต... หลังสมัครบัตรเครดิต-สินเชื่อ


Q: ทำไมบางคนอนุมัติเร็ว บางคนอนุมัติช้า? 

      A: ขึ้นอยู่กับ
          1.ความครบถ้วน เรียบร้อยของเอกสาร
          2.คุณสมบัติของผู้สมัคร
          3.ความยากง่ายในการตรวจเช็กคุณสมบัติของท่าน
          4.ปริมาณใบสมัครในแต่ละช่วง
          5.ลงนามในเอกสารไม่ครบทุกจุด

Q: ทำไม จึงไม่ได้รับการอนุมัติ?

A: เพราะว่า...
    1.เงินเดือนไม่เข้าบัญชี
    2.สมุดบัญชี ไม่ update
    3.สลิป หรือใบรับรอง เก่าเกินไป
    4.ตรวจเช็คคุณสมบัติไม่ได้ ติดต่อไม่ได้
    5.ข้อมูลไม่ตรงกับความจริง
    6.ติด Black List หรือ หลุดแล้วแต่ยังไม่ถึง 6 เดือน
    7.เคยสมัครแล้วไม่ผ่าน แล้วสมัครที่เดิมใหม่ภายใน 6 เดือน
    8.เงินหมุนเวียนไม่ถึงเกณฑ์ สำหรับเจ้าของกิจการ
    9.มีบัตรของ VISA หรือ MASTER  ธนาคารเดียวกับที่ขอสมัครใหม่อยู่แล้ว (แต่มี VISA สมัคร MASTER ได้)

Q: ถ้าไม่ผ่าน จะลองสมัครอีกได้หรือไม่?

A: สำหรับธนาคารเดิม ต้องรออีก 6 เดือน ส่วนธนาคารอื่นสมัครได้

Q: ทำไมธนาคารไม่ได้รับการติดต่อกลับ?

A: เพราะ...
  
    1.ไม่อยู่ในเกณฑ์ทั้งที่จะได้รับการอนุมัติ และการปฎิเสธ ในทันที
     2.เอกสารครบ แต่ทางธนาคารนั้นๆไม่สามารถตรวจสอบได้ จึงไม่สามารถปฎิเสธ หรืออนุมัติได้
     3.ขอเอกสารอื่นประกอบแต่ไม่มีให้ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ จึงไม่สามารถปฎิเสธ หรืออนุมัติได้
     4.ติด Black List แล้วยื่นสมัครใหม่
     5.ถ้าเอกสาร ไม่พร้อมมาก แต่ไม่ถึงกับไม่ผ่าน ทันที เรื่องจะตีกลับออกมาและต้องยื่นเข้าไปใหม่

credit by : http://www.silkspan.com/v2/article/23/รวมคำถามฮิต...-หลังสมัครบัตรเครดิต-สินเชื่อ/
ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...


5 ขั้นตอนที่จะทำให้สมัครบัตรเครดิตผ่านในครั้งเดียว


หลายคนอาจจะเคยมีประสบการณ์สมัครบัตรเครดิตไม่ผ่านมาแล้ว โดยที่ไม่มีโอกาสรู้เลยว่าไม่ผ่านเพราะอะไร ทั้งที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขทุกอย่าง เราขอแนะนำวิธีที่จะเพิ่มโอกาสอนุมัติในคุณ รวมถึงการขจัดข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจเป็นสาเหตุที่จะทำให้คุณสมัครบัตรเครดิตไม่ผ่านอีกด้วย

1. เอกสารการสมัคร

ใบสมัครบัตรเครดิตอาจดูยาวและมีช่องกรอกเยอะจนตาลาย แต่ก็เป็นข้อมูลที่จำเป็นที่ต้องใช้ในการสมัคร ดังนั้นคุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ากรอกข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน ที่อยู่เป็นที่อยู่ที่ติดต่อได้ เพราะบัตรเครดิตจะถูกส่งมาตามที่อยู่ในใบสมัครนี้ และรวมถึงการเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้องให้ครบทุกใบ ทั้งใบสมัครและหลักฐานอื่นๆ ที่ใช้สมัครด้วย

2. ประวัติการทำงาน

พนักงานประจำเป็นลูกค้ากลุ่มที่ธนาคารต้องการที่สุด เพราะมีรายได้ประจำที่แน่นอน แต่ก็ไม่เสมอไปเพราะถ้าคุณยังมีอายุงานที่น้อยจนเกินไป หรือยังไม่ผ่านโปรก็ทำให้คุณไม่ผ่านการอนุมัติด้วยเช่นกัน ดังนั้นถ้าต้องการที่จะทำบัตรเครดิตคุณควรรอจนกว่าจะผ่านโปรซะก่อน แล้วจึงขอเอกสารใบรับรองการทำงานและใบรับรองเงินเดือนกับทางบริษัทเพื่อนำไป ยื่นสมัครจะดีกว่า

3. ความน่าเชื่อถือ

บัตรเครดิตแค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นบัตรที่ให้เครดิตแก่ผู้ถือ ทำให้สามารถซื้อของได้ก่อน โดยยังไม่ได้จ่ายเงินจริงๆ ออกไป โดยเชื่อว่าผู้ถือบัตรจะจ่ายเงินจำนวนนั้นเมื่อครบรอบบิล เพราะฉะนั้นคุณจะต้องแสดงให้ธนาคารเห็นว่าคุณมีความสามารถในการจ่ายเงินได้ อย่างแน่นอนไม่มีเบี้ยวกัน
ซึ่งเคล็ดลับอยู่ที่ความสม่ำเสมอของเงินที่เข้าบัญชีธนาคารของเรานั่น เอง ทั้งจำนวนและระยะเวลาที่เงินเข้าบัญชี ถ้าคุณเป็นพนักงานประจำอยู่แล้วคงไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าคุณทำอาชีพอิสระคุณควรเลือกวันฝากเงินวันเดียวกันทุกเดือน ด้วยจำนวนที่เท่าๆ กันทุกเดือน และมีสมุดบัญชีธนาคารที่มีการอัพเดตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเห็นจำนวนเงินเข้าบัญชีทุกเดือน เพราะถ้าทิ้งระยะเวลานานเกินไปธนาคารจะรวบยอดมาเป็นยอดล่าสุดแค่รายการเดียว

Tip: ถ้าคุณไม่ได้อัพเดทบุ๊คแบงค์มานาน คุณยังสามารถขอรายการเดินบัญชีย้อนหลังได้ โดยมีค่าธรรมเนียมในการขอแล้วแต่ธนาคาร

4. ติดต่อได้

หนึ่งในขั้นตอนการอนุมัติบัตรเครดิตของธนาคารคือการยืนยันตัวตนของคุณ ด้วยการโทรเข้ามายังเบอร์ที่ให้ไว้ในเอกสารใบสมัคร เพราะฉะนั้นเมื่อส่งเอกสารการสมัครไปแล้วคุณควรเตรียมพร้อมรับโทรศัพท์จาก เจ้าหน้าที่ธนาคารไว้เสมอ
Tip: ถ้าคุณทำงานประจำและให้เบอร์ออฟฟิสไว้ ธนาคารจะเลือกโทรเข้าเบอร์โต๊ะทำงานคุณเป็นอันดับแรก

5. ลายเซ็น

ลายเซ็นเป็นสิ่งที่ยืนยันเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนของคุณ เพราะฉะนั้นถ้าคุณยังไม่มีลายเซ็นเป็นของตัวเองก็ควรเลือกลายเซ็นสวยๆ เป็นของตัวเองซักอัน และฝึกเขียนจนชินและสามารถเซ็นได้เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน เพราะลายเซ็นที่ไม่เหมือนกันในเอกสารการสมัครแต่ละใบ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณไม่ผ่านการอนุมัติได้
Tip: คุณสามารถเซ็นได้ทั้งปากกาสีดำและน้ำเงิน แต่ต้องไม่ใช่ดินสออย่างเด็ดขาด

credit by : http://www.silkspan.com/v2/knowledge/credit-loan/5-step-to-pass-credit-card-approval.aspx?typedealer=
ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...


5 เหตุผล ที่คุณควรเปลี่ยนมาทำบัตรเครดิตผ่านทางออนไลน์


“ทำบัตรเครดิตผ่านเวบ กับทำผ่านตัวแทน เป็นคุณจะเลือกทำแบบไหน?”
ถ้าคุณเป็นคนนึงที่เลือกทำบัตรเครดิตผ่านตัวแทน เราขอเตือนว่าหลังจากอ่านบทความนี้จบคุณอาจเปลี่ยนใจมาทำบัตรผ่านออนไลน์แทน เลยทีเดียว เป็นเพราะอะไรเรามาดูกันเลยดีกว่า

1. เทียบก่อนทำ ไม่ช้ำใจทีหลัง

ถ้าหลังจากทำบัตรไปแล้ว มาเจอว่ามีบัตรอื่นที่ดีกว่าหรือถูกใจมากกว่าคงจะไม่ดีแน่ เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าคุณได้เปรียบเทียบรายละเอียดของบัตรแต่ละใบและเลือกสมัครบัตรที่ดีที่สุด ด้วยตัวคุณเอง ซึ่งถ้าสมัครบัตรผ่านตัวแทน คุณคงไม่มีโอกาสแบบนี้แน่ๆ เพราะคงไม่มีใครบอกคุณว่าบัตรของตัวเองด้อยกว่าบัตรของแบงค์อื่นเป็นแน่
ยิ่งกว่านั้นในเวบไซต์มีข้อมูลรายละเอียดที่ลึกกว่าในโบรชัวร์มาก เพราะไม่มีข้อจำกัดด้านเนื้อที่และยังอัพเดตใหม่ตลอดเวลา มีแม้กระทั่งข้อมูลรีวิว ข้อดีข้อเสียของบัตรแต่ละใบ แถมบอกได้อีกว่าคนแบบคุณเหมาะกับบัตรอะไร ขนาดนั้นเลยทีเดียว!

2. Anytime Anywhere

ถ้าเลือกสมัครผ่านตัวแทน สิ่งต่อไปที่คุณจะต้องทำหลังจากที่คุณตัดสินใจที่จะทำบัตรเครดิตซักใบ คือไปที่ธนาคารเพื่อทำการสมัคร และถ้าคุณไปในช่วงเวลายอดนิยมคือหลังเลิกงาน หรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ สิ่งที่คุณจะได้เจอคือแถวลูกค้าที่ล้นออกมานอกแบงค์ ยิ่งถ้าคุณสมัครซัก 2-3 แบงค์เพื่อกันพลาดจากการไม่ผ่านการอนุมัติ คุณอาจต้องเข้าคิวกันทั้งวันเลยทีเดียว
ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นกับการสมัครออนไลน์เลย ยิ่งเดี๋ยวนี้เวบไซต์จำนวนมากออกแบบมาให้ใช้งานบนมือถือได้สะดวกกว่าแต่ก่อน มาก ทำให้การสมัครบัตรผ่านทางออนไลน์ยิ่งง่าย และสะดวกรวดเร็วเข้าไปใหญ่

3. แม่น และ เร็ว!

ลูกค้าที่สมัครผ่านเวบนั้น มีอัตราการผ่านการอนุมัติที่สูงกว่า และใช้เวลาในการพิจารณาที่สั้นกว่าการสมัครแบบออฟไลน์เพราะ...
  • มีเจ้าหน้าที่ Verify ข้อมูลและแนะนำเอกสาร
  • ตรวจสอบคุณสมบัติและแนะนำบัตรที่เราเข้าเงื่อนไขสามารถสมัครได้ ก่อนที่จะส่งเข้าแบงค์
  • เอกสารที่ส่งเข้าไปเรียบร้อย ครบถ้วนจะได้รับอนุมัติที่รวดเร็วกว่า

4. มีของแถม

ข้อดีอีกอย่างของเวบไซต์ทำบัตรเครดิต คือต้นทุนที่น้อยกว่าทำให้เวบไซต์สามารถให้ของแถมเพิ่มเติมเพื่อดึงดูดใจ ลูกค้าได้มากกว่า อย่างเช่นที่เวบไซต์ SILKSPAN ที่มี voucher ส่วนลดที่พัก สปา ให้กับลูกค้าที่สมัครบัตรผ่านเวบไซต์เพิ่มเติมจากโปรโมชั่นปกติของบัตรอีก ด้วย

5. ข้อมูลปลอดภัย

หลายคนอาจเข้าใจว่าการให้ข้อมูลผ่านคนจริงๆ นั้นปลอดภัยกว่าการให้ข้อมูลผ่านเวบไซต์ แต่ความเป็นจริงแล้วข้อมูลที่รั่วไหลออกไปสร้างความเสียหายให้เจ้าของข้อมูล นั้นเกิดจากคนเป็นหลัก
ข้อมูลที่ให้ผ่านทางเวบไซต์มีการเข้ารหัสที่ปลอดภัยกว่ามาก ในขณะที่การให้ข้อมูลผ่านตัวแทนโดยตรงนั้นอาศัยแค่ความเชื่อใจกันอย่างเดียว เท่านั้น เรียกว่าตาดีได้ตาร้ายเสีย Take your own risk…
เป็นอย่างไรบ้างกับ 5 ข้อดีของการสมัครบัตรเครดิตออนไลน์ ถ้ายังไม่พอ ข้อดีที่สำคัญอีกอย่างนึงของช่องทางออนไลน์ คือการติดตามอัพเดตโปรโมชั่น ส่วนลด ของแถม และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่สะดวก รวดเร็ว ทั้งทางเวบไซต์ อีเมล์และเฟสบุ๊ค ที่จะช่วยให้เราใช้บัตรได้อย่างคุ้มค่า ได้ประโยชน์สูงสุด เรียกว่าสมัครบัตรเครดิตทั้งทีเอาให้คุ้ม!

credit by :  http://www.silkspan.com/v2/knowledge/credit-loan/5-reason-apply-credit-card-online.aspx?typedealer=

ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...


5 วิธีประหยัดค่าธรรมเนียมต่างๆ ในวิธีที่คุณนึกไม่ถึง


ทุกวันนี้เงินที่เราหามาได้อย่างยากลำบาก กลับต้องไหลออกจากกระเป๋าเราอย่างง่ายดายทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ บทความนี้จะช่วยอุดรอยรั่วเหล่านั้นให้คุณได้ เรามาทำความรู้จักค่าธรรมเนียม 5 ข้อที่เราต้องจ่ายในชีวิตประจำวันและวิธีประหยัดเงินจากค่าใช้จ่ายเหล่านี้กัน

1. ค่าธรรมเนียมการจ่ายค่าสาธารณูปโภค

ค่าสาธารณูปโภคที่เราต้องจ่ายในแต่ละเดือน มีทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เนต ค่าบัตรเครดิต ถ้าจ่ายผ่านเคาเตอร์ธนาคาร เราต้องเสียค่าธรรมเนียมถึงรายการละ 20-30 บาทเลย ถ้าเราจ่ายผ่านเคาเตอร์เซอร์วิสที่ 7-11 ก็ยังต้องเสียค่าธรรมเนียมรายการละ 15 บาท หรือถ้าโชคดีบ้านอยู่ไกล้ไปรษณีย์ หรือโลตัสก็ยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายการละ 10 บาทอยู่ดี จะดีกว่ามั้ยถ้าเราไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเหล่านี้เลยซักบาทเดียว!

วิธีที่จะช่วยให้เราไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเหล่านี้คือ การสมัครใช้บริการหักค่าสาธารณูปโภคผ่านบัญชีธนาคาร หรือบัญชีบัตรเครดิต

บริการนี้ไม่มีค่าธรรมเนียมทั้งการสมัครและค่าธรรมเนียมรายเดือนเพราะ ธนาคารจะเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแทนเรา รวมทั้งไม่มีค่าใช้จ่ายการทำธุรกรรมข้ามเขตสามารถใช้ได้โดยไม่มีค่า ธรรมเนียมไม่ว่าบัญชีคุณจะอยู่จังหวัดไหนก็ตาม โดยคุณสามารถสมัครใช้บริการนี้ได้ที่ธนาคารที่คุณมีบัญชีธนาคารหรือบัตร เครดิตอยู่ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ

2. ค่าธรรมเนียมรายปีบัตรเอทีเอ็ม

บัตร ATM เป็นบัตรที่เราโดนค่าธรรมเนียม 2 เด้งเลยทีเดียว ทั้งค่าแรกเข้าและค่ารายปี โดยธนาคารส่วนใหญ่จะคิดค่าธรรมเนียมรายปี 200 บาทต่อปี ถ้าคิดเฉลี่ยต่อจำนวนครั้งที่เรากดเงินสดจากตู้ ATM กันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เราจะเสียค่าธรรมเนียมการกดเงินสดจากตู้ ATM ครั้งละประมาณ 5 บาทเลยทีเดียว แต่เราสามารถตัดค่าใช้จ่ายตรงนี้ออกไปได้ด้วยการใช้บัตรทดแทนบัตร ATM ซึ่งไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี ดังต่อไปนี้
  • TMBAM Extra cash บัตรกองทุนรวมที่สามารถถอนเงินจากกองทุนตราสารหนี้ของ บลจ ทหารไทยผ่านตู้ ATM ทุกธนาคารได้ทันทีโดยไม่มีทั้งค่าธรรมเนียมรายปี ค่ากดเงินข้ามแบงค์ และค่ากดเงินข้ามเขต สามารถติดต่อเปิดบัญชีกองทุน และขอทำบัตรได้ที่ธนาคารทหารไทยทุกสาขา
  •  
  • บัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ เราสามารถถือบัตรใบเดียวเป็นทั้งบัตรเครดิตและบัตรเอทีเอ็มไปในตัว โดยติดต่อขอผูกบัญชีธนาคารเข้ากับบัตรเครดิตได้ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา โดยที่บัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพจะฟรีค่าธรรมเนียมรายปีเมื่อมียอด 5,000 บาทต่อปีขึ้นไป
  •  
  • TMB Zero บัตร ATM จากธนาคารทหารไทยที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี ไม่มีค่าทำบัตร และสามารถถอนเงินข้ามเขตได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียม!! ข้อจำกัดเดียวของบัตรคือ กดได้ฟรีเฉพาะตู้ ATM ของธนาคารทหารไทยเท่านั้น

3. ค่าธรรมเนียมรายปีบัตรเครดิต

บัตรเครดิตส่วนใหญ่จะมีค่าธรรมเนียมรายปี และอาจจะได้รับการยกเว้นถ้ามียอดใช้จ่ายตามที่กำหนด และก็ยังมีบัตรเครดิตที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมรายปีอยู่เช่นกันแม้จะไม่มียอด ใช้จ่ายก็ตาม เราลิสก์มาให้คุณเลือกสมัครกันได้ตามชอบใจ
บัตรฟรีค่าธรรมเนียมรายปี แบบไม่มีเงื่อนไข
บัตรฟรีค่าธรรมเนียมรายปี แบบมีเงื่อนไข

4. ค่าธรรมเนียมการโอนเงินข้ามธนาคาร

การโอนเงินข้ามระหว่างธนาคารจะมีค่าธรรมเนียม 25 บาท สำหรับยอดไม่เกิน 20,000 บาท ถึงแม้จะโอนแค่ไม่กี่ร้อยก็โดนหัก 25 บาทด้วยเช่นกัน แต่ก็มีวิธีที่จะประหยัดค่าธรรมเนียมในส่วนนี้อยู่ด้วยเช่นกัน คือ
  1. การที่เรามีบัญชีที่เป็นตัวกลางระหว่างธนาคารคือ
    • บัญชีกองทุนรวม กองทุนรวมเป็นหนึ่งในวิธีออมเงินที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ด้วยดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินฝาก 
    • ข้อดีของบัญชีกองทุนก็คือเราสามารถโอนเงินจากบัญชีธนาคารที่เรา ผูกไว้ตอนเปิดบัญชีกองทุนเข้าไปและโอนออกมายังอีกบัญชีนึงที่เราผูกบัญชีไว้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นธนาคารเดียวกัน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
      ซึ่งเราสามารถติดต่อขอเปิดบัญชีกองทุนได้ที่ธนาคารที่เรามีบัญชี ทุกสาขา และแจ้งความต้องการในการผูกบัญชีต่างธนาคารได้โดยใช้ Book Bank ของธนาคารนั้นๆ
    • บัญชีหุ้น ถ้าพูดว่าบัญชีหุ้นหลายคนอาจตกใจและคิดถึงเงินจำนวนมาก แต่ในความจริงแล้วเราสามารถเปิดบัญชีหุ้นได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถฝากเงินเข้าไปพักไว้ และถอนออกมาออกไปยังบัญชีธนาคารที่เราผูกไว้ตอนเปิดบัญชีได้ตลอดเวลา โดยไม่มีค่าธรรมเนียมและไม่จำเป็นต้องซื้อหุ้นเลยแม้แต่หุ้นเดียว! *ยกเว้นธนาคารกรุงเทพ
  2. บัญชีออมทรัพย์ฟรีค่าธรรมเนียมจาก TMB ด้วยบัญชีนี้คุณสามารถโอนเงินข้ามระหว่างธนาคาร ฟรี 20 ครั้งต่อเดือน และยังรวมถึงการทำธุรกรรมอื่นๆ อีกด้วย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมในเวบไซต์ TMB

5. ค่าธรรมเนียมการต่อพรบ. รถยนต์

นี่อาจจะเป็นค่าธรรมเนียมเดียวที่คุณแทบจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าคุณ ต้องจ่ายออกไปทุกปี เพราะโดยปกติแล้วเวลาเราจะต่อพรบ. รถยนต์จะต่อไปพร้อมกับประกันรถยนต์ที่ต่อผ่านตัวแทนที่คอยโทรแจ้งเราทุกปี ซึ่งโดยปกติค่าธรรมเนียมการต่อพรบ จะถูกคิดรวมไปพร้อมกับประกันโดยมีค่าธรรมเนียมประมาณ 300-1000 บาท ขึ้นกับมูลค่ารถของคุณและเรตของตัวแทนแต่ละที่ ซึ่งคุณสามารถตัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ออกไปได้ดังนี้
  1. แจ้งกับตัวแทนที่ใช้อยู่ว่าต้องการต่อเฉพาะประกันรถยนต์เพียงอย่างเดียว ไม่รวมพรบ.
  2. ใช้บริการต่อพรบ. ในเวบไซต์ SILKSPAN.COM ซึ่งไม่คิดค่าธรรมเนียมในการต่อพรบ. ช่วยให้คุณจ่ายภาษีรถยนต์และพรบ ตามซีซีรถของคุณตามระเบียบของกรมการขนส่งเท่านั้น และไม่ต้องห่วงว่าจะลืมต่อในปีถัดไป เพราะเค้ามีบริการแจ้งเตือนให้คุณทางอีเมล์ทุกปีด้วยเช่นกัน
เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเก็บเงินที่ไหลออกจากกระเป๋า คุณโดยไม่จำเป็นได้ปีละหลายพันบาทเลยทีเดียว ค่าธรรมเนียมทุกบาททุกสตางค์ที่ประหยัดได้ ก็เป็นการออม เพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่ายรวมกันก็เป็นเงินก้อนใหญ่ได้

ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...


3 วิธีเพิ่มโอกาสอนุมัติ 80%

รู้หรือไม่ 80% ของผู้ที่ไม่ได้รับการอนุมัติ มีสาเหตุจากเอกสารไม่ถูกต้อง

วันนี้เราจึงขอเสนอ 3 วิธีเตรียมเอกสารการสมัครบัตรเครดิต สินเชื่อ ที่จะช่วยคุณเพิ่มโอกาสอนุมัติได้สูงถึง 80%

วิธีที่ 1 Update สมุดบัญชีสม่ำเสมอ

  1. สมุดบัญชี (Book Bank) ต้อง update วันที่ล่าสุดในสมุดให้เป็นเดือนปัจจุบัน
  2. สมุดบัญชี ต้องแสดงรายการยอดเงินเดือนเข้าอย่างสม่ำเสมอ โดยนับย้อนหลังตั้งแต่วันที่ยื่นใบสมัคร
    • สำหรับพนักงานบริษัท แสดงรายรับย้อนหลัง 3 เดือน
    • สำหรับเจ้าของกิจการ แสดงรายรับย้อนหลัง 6 เดือน
  3. หากสมุดบัญชีขาดการ update เกิน 3 เดือน ต้องขอรายละเอียดการหมุนเวียนเงินในบัญชี หรือที่เรียกว่า Statement ย้อนหลังไป 3 เดือน ซึ่งสามารถขอได้จากสาขาธนาคารบัญชีนั้นๆ โดยใช้ระยะเวลาในการขออย่างน้อย 3 วัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร

วิธีที่ 2 สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือน

ใช้สลิปเงินเดือนแบบคาร์บอนตัวจริงล่าสุดจะช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติได้ดีที่สุด เพราะมีความน่าเชื่อถือกว่าเพราะปลอมแปลงได้ยาก

วิธีที่ 3 เซ็นให้เหมือนกันและครบทุกแผ่น

ให้เซ็นชื่อและเขียนข้อความรับรอง “สำเนาถูกต้อง” ให้เหมือนกัน และครบทุกแผ่น
วิธีเซ็นเอกสารให้ปลอดภัย
  1. ระบุวัตถุประสงค์ในการใช้เอกสาร เช่น เพื่อใช้สมัครบัตรเครดิตเท่านั้น
  2. ระบุวันเดือนปีที่เซ็นเอกสาร
  3. ควรใช้ปากกาลูกลื่นสีน้ำเงินมากกว่าสีดำ เนื่องจากธนาคารจะแยกเอกสารระหว่างสำเนาตัวจริงกับสำเนาถ่ายเอกสารได้ง่ายกว่า และไม่ควรใช้ดินสอเซ็นชื่อบนเอกสารเด็ดขาด
  4. ควรเซ็นหรือเขียนข้อความทับตัวหนังสือบนสำเนาเอกสาร เพื่อป้องกันมิจฉาชีพนำเอกสารไปดัดแปลงใช้ประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์
  5. ด้านหลังของเอกสาร ควรขีดเส้นยาวทแยงมุมเพื่อป้องกันนำเอกสารสำคัญไปใช้งานต่อ

ตัวอย่างสมุดบัญชี (Book Bank)

หน้าปกสมุดบัญชี
สมุดบัญชีธนาคาร
รหัสเงินเดือนเข้า
แต่ละธนาคารจะแตกต่างกัน
ดูตัวอย่าง Code ธนาคาร Click
ชื่อธนาคาร รหัสเงินเดือนเข้า
ธนาคารกรุงเทพ SAL,MCL(NBL+077H,NBL+101H)
ธนาคารกสิกรไทย TRN+7106,TRN+7496
ธนาคารกรุงไทย AVL,PCT,GCR,DSL,PSL
ธนาคารทหารไทย NTR,001A,SLY
ธนาคารไทยทนุ AUTO PAYROLL
ธนาคารไทยพาณิชย์ CDN+0800A,ATS+ชื่อบริษัท, X1
ธนาคารนครหลวงไทย TDN+0003
ธนาคารยูโอบีรัตนสิน MD
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์ตเตอร์นนครธน TK(รายการเงินโอนใช้ code เดียวกัน)
ธนาคารศรีนคร TRN+7101
ธนาคารไทยธนาคาร XDN+8870
ธนาคารเอเซีย UC/CE/TR+926,AUTO PYROLL
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา TDN,CDN+015H,CDN+0103H
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ CHS+9999(เฉพาะพนักงานธ.อาคารสงเคราะห์เท่านั้น)



ตัวอย่าง Statement





ตัวอย่างสลิป และหนังสือรับรองเงินเดือน

แบบที่ 1 สลิปคาร์บอน ดีที่สุดไม่ต้องใช้ Bookbank หรือ Statement


แบบที่ 2 สลิปเงินเดือนทั่วไป ต้องใช้คู่กับ Bookbank หรือ Statement


แบบที่ 3 หนังสือรับรองเงินเดือน ต้องใช้คู่กับ Bookbank หรือ Statement



ตัวอย่าง ลายเช็น




  

ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...


ขอสินเชื่ออนุมัติผ่านฉลุย


เชื่อว่ามีคนจำนวนมากมักเกิดคำถามเมื่อต้องการขอสินเชื่อว่า ทำอย่างไรให้สินเชื่ออนุมัติผ่านฉลุย วันนี้เรามีเรื่องน่ารู้ Do & Don’t ก่อนสมัครสินเชื่อมาฝากค่ะ

Do:

1. สร้างประวัติทางการเงินให้สะอาด

การสร้างประวัติทางการเงินให้สะอาดเป็นการสร้างความมั่นใจและความน่า เชื่อถือในขั้นแรกของการขอสินเชื่อค่ะ หากคุณมีหนี้สินติดค้างไม่ว่าจะเป็นยอดค้างบัตรเครดิตที่ผลัดมาหลายเดือน ค่าผ่อนบ้าน หรือผ่อนรถยนต์ คุณต้องจัดการเคลียร์หนี้นั้นให้หมดก่อนทำการขอสินเชื่ออย่างน้อย 6 เดือน ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจว่าคุณไม่มีภาระหนี้สินใดๆ ให้ต้องเป็นกังวล และมีเงินเหลือพอที่จะชำระหนี้ค่ะ

เช็กประวัติทางการเงินของตัวเองได้อย่างไร

ใครที่สงสัยว่าตัวเองมีประวัติทางการเงินเป็นอย่างไร หรือใครที่มีประวัติติด Blacklist แล้วไม่แน่ใจว่ะธนาคารลบชื่อออกแล้วหรือไม่ สามารถเช็กประวัติทางการเงินได้ด้วยตัวเองผ่านหลายช่องทางดังนี้

เอกสารที่ต้องใช้

  1. บุคคลธรรมดา ให้เตรียมบัตรประชาชนตัวจริง
  2. นิติบุคคล ให้เตรียมสำเนาหนังสือรับรองของนิติบุคคลที่รับรองไว้ไม่เกิน 3 เดือน และลงนามรับรองความถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอำนาจ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของกรรมการผู้มีอำนาจ และลงนามรับรองความถูกต้องพร้อมตัวจริง และตราประทับของนิติบุคคล (ถ้ามีค่ะ)
ค่าธรรมเนียม: 100 บาท สามารถรอรับข้อมูลได้ภายใน 15 นาที หรือหากจะส่งไปรษณีย์ จ่ายเพิ่มฉบับละ 20 บาทค่ะ

ช่องทางการขอข้อมูล

  1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) อาคาร 2 ชั้น 2 เปิดให้บริการจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 16.30 น.
  2. สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง (ด้านในสถานี) เปิดให้บริการจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น. (ที่นี่จะให้บริการเฉพาะบุคคลธรรม)
  3. ห้างเจ-เวนิว ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (นวนคร) เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00 – 19.00 น.
  4. ผ่านธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เฉพาะบุคคลธรรมดาโดยอัตราค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ 150 บาท และทางบริษัทจะจัดส่งข้อมูลทางไปรษณีย์ไปให้ภายใน 7 วัน
    • เคาน์เตอร์ธนาคารธนชาต ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาทั่วประเทศ
    • สำหรับผู้ที่มีบัตร ATM ของธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์สามารถทำรายการขอข้อมูลผ่านตู้ ATM ได้
    • ตรวจสอบผ่านระบบธนาคารบนโทรศัพท์มือถือของธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา เพียงแค่มีบัตร ATM หรือบัตรเดบิตของ 2 ธนาคารนี้
    • แบบออนไลน์ สำหรับผู้ที่มีบัญชีธนาคารของธนาคารกรุงศรีอยุธยา

2. มีรายได้เข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ

หลักฐานที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคุณคือ Statement หรือสำเนาบัญชีออมทรัพย์ที่ต้องมีการกระจายรายได้เป็นรายเดือนอย่างชัดเจน ติดต่อกัน 3-6 เดือน (ตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร)
  • พนักงานบริษัททั่วไปพิจารณาย้อนหลัง 3-6 เดือน
  • เจ้าของกิจการพิจารณาย้อนหลัง 6 เดือน

3. รักษาเอกสารยืนยันอาชีพ

สำหรับพนักงานทั่วไปควรใช้สลิปเงินเดือนตัวจริงเพราะจะได้รับการโอกาส อนุมัติสูง หากเป็นสำเนาต้องเห็นข้อมูลทั้งหมดชัดเจน โดยสลิปเงินเดือนต้องมีอายุไม่เกิน 90 วัน ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด หรือกรณีเป็นหนังสือรับรองเงินเดือนต้องเป็นกระดาษหัวบริษัท (ราชการเป็นตราครุฑ) มีการแจ้งวันเริ่มงาน ตำแหน่ง เงินเดือนและรายได้อื่นๆ พร้อมตราประทับและรายเซ็นของผู้มีอำนาจ
ส่วนเจ้าของกิจการต้องมีสำเนาหนังสือจดทะเบียนตามประเภทกิจการอายุไม่เกิน 1 ปี มายืนยันการประกอบการทำธุรกิจด้วย

4. การเตรียมเอกสารให้พร้อม

ข้อนี้สำคัญมาก ในการขอสินเชื่อควรศึกษาให้ดีว่าสถาบันการเงินที่เราต้องไปขอสินเชื่อ ต้องใช้เอกสารสำคัญอะไรบ้าง เช่น สลิปเงินเดือนเดือนล่าสุดหรือย้อนหลังขั้นต่ำ 3-6 เดือนแล้วแต่ทางสถาบันการเงินนั้นๆ กำหนด บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และหลักฐานอื่นๆ ที่สถาบันการเงินร้องขอ ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ มักต้องใช้เอกสารที่แสดงหลักฐานการเคลื่อนไหวของบัญชีเงินฝากอย่างน้อย 6 เดือนค่ะ ส่วนหลักฐานอื่นๆ ให้เป็นไปตามที่สถาบันการเงินร้องขอนะคะ
เมื่อทำได้ 5 ข้อแบบนี้แล้ว ขอสินเชื่อกี่ครั้งก็มีโอกาสที่จะขอสินเชื่อผ่านฉลุยแล้วค่ะ ทีนี้พอเรารู้แล้วว่าทำยังไงจึงจะขอสินเชื่อผ่าน คราวนี้เรามาดูสิ่งที่ควร Don’t กันบ้าง เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณเสี่ยงขอสินเชื่อไม่ผ่านค่ะ

Don't

1. กรอกข้อมูลในใบสมัครไม่ครบ

ไม่ว่าคุณจะกรอกใบสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ หรือว่ากรอกใบสมัครกับสถาบันการเงินที่คุณไปขอสินเชื่อ ขอให้ตรวจสอบทุกบรรทัดอย่างละเอียดก่อนส่งใบสมัคร เพราะการละเลยในจุดบางจุดของใบสมัคร เช่น เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่บ้าน ที่อยู่ที่ทำงาน อาจทำให้โอกาสการอนุมัติใบสมัครของคุณลดลง

2. สมัครถ้าไม่พร้อม ธนาคารจะงดพิจารณาไป 6 เดือน

หากคุณสมัครสินเชื่อโดยที่คุณไม่พร้อม เช่น เตรียมเอกสารไม่ครบหรือผิด คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ จนมีผลทำให้คุณไม่ผ่านการอนุมติ ธนาคารจะงดพิจารณาสินเชื่อของคุณเป็นเวลา 6 เดือน ทำให้คุณไม่สามารถยื่นขอสินเชื่อใหม่ได้

3. สมัครเพื่อเอาของแถม

การสมัครบริการทางการเงินเพื่อหวังเอาของแถมและบริการต่างๆ ที่มากเกินไป อาจทำให้คุณผ่อนชำระเงินคืนไม่ทันหรือลืมชำระเงิน ซึ่งจะนำไปสู่การเสียค่าธรรมเนียมที่คุณต้องไปชำระภายหลัง
ถ้าคุณมีคุณสมบัติครบทุกอย่าง แต่พอส่งเอกสารขอสินเชื่อเข้าธนาคารกลับได้รับคำตอบว่า “ไม่ผ่านอนุมัติ” นั่นเป็นเพราะนโยบายการปล่อยสินเชื่อของแต่ละสถาบันการเงินที่ต่างกัน บางที่อาจจะเข้มงวดมากในการตรวจสอบข้อมูลหลายๆ อย่าง จนถึงบางครั้งก็เป็นนโยบายของสถาบันการเงินเองที่จะไม่ปล่อยสินเชื่อในระยะ เวลานั้นๆ ค่ะ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจหรือเสียความมั่นใจค่ะ ลองคุณสมบัติและเอกสารของคุณพร้อม ก็สามารถยื่นสมัครสินเชื่อกับสถาบันการเงินอื่นได้เลยค่ะ

ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ยังนำมาใช้ได้จริงเสมอในชีวิตจริง ค่อยๆ ศึกษาอย่ารีบร้อน ทำทุกอย่างด้วยความรอบคอบ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จอย่างที่ต้องการค่ะ

Read More...


“อยากทำบัตรเครดิต แต่เลือกไม่ถูก”

วันนี้เรามีตัวช่วยให้คุณแล้ว เพราะเราเอาบัตรที่ได้ความนิยมมากที่สุดในปีนี้มารีวิวให้คุณดูถึงที่ โดยจัดอันดับจากผู้ที่สมัครบัตรเครดิตผ่านเว็บไซต์ SILKSPAN.COM
ทำไมบัตรเหล่านี้ถึงได้รับความนิยมมากที่สุด มาดูกันเลย...

อันดับ 5

บัตรเครดิต KTC Titanium Cash Back


บัตรคืนเงินจาก KTC ใบนี้ฉีกกฏความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าใช้จ่ายด้วยเงินสดประหยัดกว่าใช้บัตรเครดิต เพราะยอดใช้จ่ายของคุณจะถูกคืนเป็นเงินเข้าบัญชีให้คุณ 0.4% สำหรับยอดไม่เกิน 30,000 บาทและ 0.8% เมื่อยอดใช้จ่าย 80,000 บาทขึ้นไป
และที่สำคัญคือฟรีค่าธรรมเนียมรายปีโดยไม่มีเงื่อนไข ใช้แล้วสบายใจไม่มีปัญหาจุกจิกเรื่องค่าธรรมเนียมมากวนใจคุณ


อันดับ 4

บัตรเครดิตกรุงศรี วีซ่า/มาสเตอร์


นี่คือบัตรยอดนิยมในกลุ่ม First jobber หรือคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งทำงาน และทำบัตรเครดิตเป็นใบแรก ด้วยสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นโดนๆ สำหรับคนกลุ่มนี้ เช่น
  • โปรโมชั่นรับของแถมพิเศษเมื่อสมัครบัตรและมียอดในเดือนแรก
  • ฟรีค่าธรรมเนียมตลอดชีพ
  • คืนเงิน 1% ทุกๆ 800 บาท เมื่อหักค่าสาธารณูปโภคผ่าน Krungsri Smart Bill
จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นคนใช้มาก ใช้น้อย คนชอบของแถม ก็มีโปรโมชั่นโดนใจทั้งนั้น ทำให้บัตรกรุงศรี วีซ่า/มาสเตอร์ ได้รับความนิยมเข้ามาในอันดับ 4 ของปีนี้

อันดับ 3

บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า


แค่บอกชื่อ Firstchoice ภาพการผ่อนสินค้าก็ลอยมาในหัวแล้ว ด้วยโปรโมชั่นที่เน้นการผ่อนชำระสินค้า ตั้งแต่ ผ่อน 0%, ผ่อน 36 เดือน, คืนเงินจากยอดผ่อน ทั้งสินค้าไอที โทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของแต่งบ้าน ...คิดจะผ่อน คิดถึง Firstchoice!!

อันดับ 2

บัตรเครดิตธนชาต Drive วีซ่า/มาสเตอร์ แพลตินั่ม



ในยุคน้ำมันแพงแบบนี้ ไม่แปลกใจเลยที่บัตรเครดิตที่ให้ส่วนลดจากการเติมน้ำมันจะได้รับความนิยม โดยเฉพาะบัตรธนชาต Drive แพลตินั่ม ที่ให้ส่วนลดคืนเงินสูงที่สุดในปัจจุบันอยู่ที่ 3.5% จากยอดเติมน้ำมันโดยไม่จำกัดปั๊ม ไม่จำกัดยอด ไม่มีเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติม!
ถ้าคิดจะทำบัตรเครดิตซักใบเพื่อเติมน้ำมันโดยเฉพาะ ไม่ต้องไปหาที่ไหนแล้ว ใบนี้ดีที่สุด!

อันดับ 1

บัตรเครดิตวีซ่า/มาสเตอร์การ์ด-กสิกรไทย



บัตรเครดิตที่ได้รับความนิยมสูงสุด และมีคนสมัครมากที่สุดในขณะนี้ คือบัตรวีซ่า/มาสเตอร์การ์ด-กสิกรไทย ด้วยการโปรโมทอย่างต่อเนื่อง และโปรโมชั่นของแถมที่อิงกระแสเช่น ตุ๊กตา Line, โดเรมอน ที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว ทำให้บัตรใบนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม หลายคนสมัครเพราะอยากได้ของแถม!

ในส่วนของสิทธิพิเศษของบัตรมีโปรโมชั่นรอบด้าน ทั้งการช็อปปิ้ง, ท่องเที่ยว, ผ่อนสินค้า ทำให้หลายคนเลือกที่จะทำบัตรนี้เป็นบัตรหลักในการใช้จ่าย ทำให้บัตรเครดิตกสิกรไทยใบนี้เป็นที่นิยมสูงสุดในปี 2014 นี้

เรามาดูตัวอย่างโปรโมชั่นที่น่าสนใจของบัตรนี้กัน
  • “สุขมากกว่ากับบัตรเครดิตกสิกรไทย” ใช้คะแนนสะสมแลกรับส่วนลดสูงสุด 14% สำหรับการช้อปปิ้งห้างในเครือ เซ็นทรัล เดอะมอลล์ โรบินสัน
  • “บัตรเดียวเที่ยวเหมาลำ” ใช้คะแนนสะสม 1,000 คะแนน + 1,000 บาทแลกรับตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินภายในประเทศแบบเหมาลำสำหรับลูกค้าบัตรกสิกรทั้งลำ
  • “ผ่อนสินค้า 0%” ผ่านโปรแกรม Smart Pay
  • “ส่วนลดร้านอาหาร” อาทิเช่น Pepper Lunch, โตไก, Secret Recipe, Saboten, Jeffer Steak, และร้านอาหารญี่ปุ่นอีกเพียบ
 .เป็นอย่างไรกันบ้าง บัตรเครดิตยอดนิยมปีนี้ คุณมีไว้ในครอบครองหรือยัง ถ้ายังไม่มีลองเลือกซักใบที่ถูกใจคุณไว้กันตกกระแสก็ไม่เลว..

 credit by : http://www.silkspan.com/v2/knowledge/credit-loan/review-credit-card-2014.aspx?typedealer=


ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...


ภาพรวมบริการเครดิตส่วนบุคคล


เครดิตส่วนบุคคล

เป็นสิ่งที่ทางสถาบันการเงินได้พัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความ สะดวกในการใช้จ่ายของคุณทั้งนี้วงเงินของคุณจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการ ผ่อนชำระซึ่งทางธนาคารจะเป็นผู้วิเคราะห์ โดยจะพิจารณาจากเงินเดือน อาชีพการงาน และประวัติเครดิตของคุณเป็นหลักเนื่องจากเครดิตส่วนบุคคลเป็นสินเชื่อที่ไม่ มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทางธนาคารจึงคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าสินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น สินเชื่อเคหะ หรือเช่าซื้อรถยนต์ เพื่อชดเชยกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ควบคุมอัตราดอกเบี้ย บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลให้มีอัตราสูงสุดได้ไม่เกิน 18% และ 28% ตามลำดับ
เครดิตส่วนบุคคลที่สถาบันการเงินพัฒนาขึ้น มี 2 ประเภทหลัก คือ
  • ใช้ชำระค่าสินค้าแทนเงินสด ณ ห้างสรรพสินค้าที่มี ทั่วโลก
  • ได้สินเชื่อปลอดดอกเบี้ยประมาณ 30-55 วันนับตั้งแต่วันใช้จ่ายจนถึงวันครบกำหนดชำระจริง
  • สามารถผ่อนชำระสินค้าหรือบริการที่จ่ายโดยบัตรเครดิตได้ (ชำระขั้นต่ำ) โดยยอดคงค้างจะถูกคิดดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนด (สูงสุด 18%)
  • ได้รับบริการพิเศาเพิ่มเติม (บางบัตรเท่านั้น) เช่น สะสมแต้มรับรางวัล/ไมล์เดินทางรับส่วนลดจากร้านค้า/ประกันอุบัติเหตุ/เดิน ทาง/สินค้า
  • เบิกเงินสดฉุกเฉิน โดยเสียค่าธรรมเนียมพิเศษ

บัตรเบิกเงินสดพร้อมใช้

วงเงินเบิกเกินบัญชีหรือ OVERDRAFT(O/D) ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้แตกต่างจากบัตรเครดิตตรงที่เน้นการเบิกเงินสดในการใช้ จ่าย ซึ่งสามารถเบิกได้จากเครื่องเอทีเอ็ม ทั่วประเทศหรือโดยใช้เช็คที่มีมาให้ บัตรเบิกเงินสดพร้อมใช้มีประโยชน์มากในกรณีที่คุณมีความจำเป็นที่ต้องใช้ จ่ายเป็นเงินสดเพียงอย่างเดียวในขณะคุณไม่มีเงินสำรองไว้เพียงพอวงเงิน ประเภทนี้จะมีอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 28% และสามารถสมัครได้แม้รายได้ไม่ถึง 15,000 บาททั้งนี้ เนื่องจากการเบิกถอนไม่มีกำหนดระยะเวลาและการผ่อนชำระคืนที่ชัดเจนอัตรา ดอกเบี้ยอาจสูงกว่า สินเชื่อส่วนบุคคลเล็กน้อย ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับการเบิกใช้ระยะไม่เกิน 4 เดือน ทั้งนี้ การเบิกเงินสดด้วยวิธีแทนด้วยบัตรเครดิตสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 50%

สินเชื่อส่วนบุคคล

คือเงินกู้แบบไม่ต้องมีบุคคลหรือหลักประกัน โดยคุณจะได้รับเงินก้อนมาทั้งจำนวนพร้อมกับตารางการผ่อนชำระรายเดือน (12-60 งวด) ข้อดีของวงเงินประเภทนี้คือ เมื่อคุณมีวัตถุประสงค์วงเงินและระยะเวลาผ่อนชำระ เช่น เพื่อการแต่งงาน การคลอดบุตร การศึกษาต่อต่างประเทศ ฯลฯ สินเชื่อประเภทนี้จะสามารถเป็นตัวช่วยวางแผนการชำระคืนให้คุณอีกด้วย


credit by :  http://www.silkspan.com/v2/knowledge/credit-loan/Overview-credit-management.aspx?typedealer=

ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...


ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเบิกเงินสดด้วยบัตรเครดิตถึง 50%

การเบิกเงินสด

ด้วยบัตรเครดิตนั้น มีค่าใช้จ่ายอยู่ 2ส่วนที่สำคัญคือ ดอกเบี้ย (สูงสุด18%) และค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินสด (3%) ทั้งนี้ หากคุณเป็นผู้ที่กดเป็นประจำและการเบิกของคุณเพื่อนำมาใช้ในระยะสั้นให้เกิด ความคล่องตัว และผ่อนจ่ายได้ การใช้บัตรกดเงินสดจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้คุณได้ถึง 50%

บัตรเบิกเงินสด

เป็นบัตรที่ผู้ใช้สามารถเบิกถอนเงินสดได้จากเครื่อง ATM โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 3% ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยจากยอดที่เบิกนับตั้งแต่วันที่เบิกจนถึงวันที่ชำระครบ ถ้วน ทั้งนี้ บัตรกดเงินเหมาะกับการเบิกเพื่อนำมาใช้ในระยะสั้น (ไม่เกิน 3-4 เดือน) เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าจะเริ่มสะสมจนเกินจุดคุ้มทุนของการที่ไม่ ต้องเสียค่าธรรมเนียม 3% ในการเบิกเงินสดด้วยบัตรเครดิต หากคุณต้องการกู้เงินและผ่อนชำระเกิน 3-4 เดือนขึ้นไป บัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลแบบระบุงวดผ่อนชำระชัดเจนอาจเป็นบริการที่เหมาะ กว่า

*สมมุติฐานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตและบัตรเงินสด 18% และ 26.5% ตามลำดับ

เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการเบิกเงินสดด้วยบัตรเครดิตและบัตรเบิกเงินสด

credit by : http://www.silkspan.com/v2/knowledge/credit-loan/minimize-borrow-interest-with-cash-card.aspx?typedealer=

ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...


วิธีลดดอกเบี้ยหนี้บัตรเครดิต

คุณสามารถลดดอกเบี้ยหนี้บัตรเครดิตได้ 3 วิธี


1. เพิ่มอัตราการผ่อนชำระ - การเพิ่มอัตราการผ่อนชำระขึ้น 1 เท่า (จากขั้นต่ำ 5% เป็น 10%) จะช่วยลดค่าดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระลงประมาณครึ่งหนึ่งเช่นกัน

ตัวอย่าง: ยอดค้างชำระ 10,000 บาท ณ อัตราดอกเบี้ย 18% หมายเหตุ เป็นการคำนวณอย่างคร่าวๆ

2. โอนหนี้ รีไฟแนนซ์ (หรือทำ Balance Transfer) ไปวงเงินหรือบัตรอื่น - หลักง่ายๆ ในการคำนวณคือทุกๆ 1% ของอัตราดอกเบี้ย ที่ถูกลง (เช่นโอนจากอัตราดอกเบี้ย 18% ไป 17%) คุณจะประหยัดค่าดอกเบี้ยไปได้ประมาณ 6% ตัวอย่างเช่นโอนไปอัตราที่ต่ำกว่า 2% คุณจะลดค่าดอกเบี้ยรวมไป 12% (6% x 2)
ตัวอย่าง
  • กู้ 10,000 บาทที่ดอกเบี้ย 18% ผ่อนชำระขั้นต่ำ 5% ค่าดอกเบี้ยรวม 1,978
  • กู้ 10,000 บาทที่ดอกเบี้ย 17% ผ่อนชำระขั้นต่ำ 5% ค่าดอกเบี้ยรวม 1,842 ลดลง 136 หรือ 6.8%
  • กู้ 10,000 บาทที่ดอกเบี้ย 16% ผ่อนชำระขั้นต่ำ 5% ค่าดอกเบี้ยรวม 1,709 ลดลง 133 หรือ 7.2%
3. รีไฟแนนซ์ควบกับการเพิ่มอัตราผ่อนชำระ (ดีที่สุด) - การรีไฟแนนซ์พร้อมกับการจัดการผ่อนชำระให้หมดในระยะเวลาที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจะทำให้คุณประหยัดมากที่สุด

 credit by : http://www.silkspan.com/v2/knowledge/credit-loan/How-to-reduce-credit-card-debt.aspx?typedealer=


ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...


กลโกงบัตรเครดิต


เรื่องแรกคงต้องกล่าวถึง ลักษณะการใช้งานของบัตรเครดิตที่คุณถืออยู่ก่อน เป็นที่ทราบกันดีว่า ในยุคทองแห่งการออนไลน์ช้อปปิ้ง ซึ่งมีเปอร์ เซ็นต์ที่คนในปัจจุบันเริ่มมีพฤติกรรมการช้อปปิ้งเปลี่ยนไป โดยแทนที่เราจะเลือกซื้อเสื้อผ้าตามห้างสรรพสินค้า หรือแหล่งช้อปปิ้งทั่วไปอย่างที่เคยๆ ทำ เราอาจเปลี่ยนมุมมาซื้อบนออนไลน์แทน ไม่ว่าจะเสื้อผ้า รองเท้า หรือของตกแต่งที่คุณผู้หญิงชอบสามารถเลือกซื้อได้ตามความพอใจในโลกออนไลน์ เมื่อมีร้านค้าเพิ่มมากขึ้นจึงเริ่มมีระบบการชำระเงินตามมาด้วย โดยอำนวยความสะดวกให้คุณเพียงแค่คลิกจ่ายเงินเรียบร้อยด้วยบัตรเครดิตง่าย มากๆ เมื่อทุกคนเห็นพร้องต้องกันเกี่ยวกับความง่ายในการช้อปปิ้งบนโลกออนไลน์ ย่อมไม่ลืมภัยร้ายที่ตามมาด้วย ดังนั้นเราจึงขอนำเสนอเรื่องราวการเตือนภัยเกี่ยวกับการโกงเครดิตการ์ดในรูป แบบต่างๆ เพื่อให้คุณได้คอยระมัดระวังยิ่งขึ้น

การซื้อของผ่าน Internet ใช้รายละเอียดดังนี้

  • หมายเลขบัตรเครดิต (จำนวน 16 หลัก)
  • ชื่อเจ้าของบัตร
  • วันหมดอายุบัตร
  • เลข 3 หลักอยู่ด้านหลังของบัตร
เมื่อคุณใช้บัตรเครดิตตามร้านอาหาร, ปั้มน้ำมัน, ร้านค้าต่างๆ อาจถูกโจรในคราบพนักงานใช้มือถือถ่ายด้านหน้าและหลังของบัตรเครดิตได้ เมื่อโจรถ่ายรูปด้านหน้าและหลังบัตรเครดิตแล้วสามารถนำหมายเลขเหล่านั้นไป กรอกเพื่อซื้อของผ่าน internet ได้กว่าคุณจะรู้ตัวอีกทีเมื่อมีใบแจ้งหนี้มาเก็บที่คุณแล้ว
วิธีป้องกัน: ขอแนะนำให้คุณแปะสติกเกอร์ปิดบังเลข 3 หลักด้านหลังของบัตรเครดิต และหมั่นตรวจสอบเมื่อได้รับคืนมาจากพนักงานทุกครั้ง
มาถึงนาทีนี้แล้วคงต้องระมัดระวังกับการใช้บัตรเครดิตให้มาก ขึ้น เพื่อกันภัยร้ายที่แอบแฝงมา เรียกว่ากันไว้ก่อนที่จะเกิดเหตุจริง

ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...


วิธีลดดอกเบี้ยหนี้บัตรเครดิต/สินเชื่อ


คุณสามารถลดดอกเบี้ยหนี้บัตรเครดิตได้ 3 วิธี เพิ่มอัตราการผ่อนชำระ - การเพิ่มอัตราการผ่อนชำระ ขึ้น 1 เท่า (จากขั้นต่ำ 5% เป็น 10%) จะช่วยลดค่าดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระลงประมาณครึ่งหนึ่งเช่นกัน


วิธีลดดอกเบี้ยหนี้บัตรเครดิต


คุณสามารถลดดอกเบี้ยหนี้บัตรเครดิตได้ 3 วิธี

1. เพิ่มอัตราการผ่อนชำระ - การเพิ่มอัตราการผ่อนชำระขึ้น 1 เท่า (จากขั้นต่ำ 5% เป็น 10%) จะช่วยลดค่าดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระลงประมาณครึ่งหนึ่งเช่นกัน


ตัวอย่าง : ยอดค้างชำระ 10,000 บาท ณ อัตราดอกเบี้ย 18%


ผ่อนชำระ (%ของยอดค้างชำระ/เดือน) 5% 10% 15% 20%

หรือเป็นจำนวน (บาท) 500 1,000 1,500 2,000

ค่าดอกเบี้ยทั้งสิ้น (บาท) 1,978 916 616 475

ลดลงจากงวดก่อนหน้า (%) - 53.69% 32.75% 22.89%

ปลอดหนี้ภายใน (เดือน) 28 12 8 6

หมายเหตุ เป็นการคำนวณอย่างคร่าวๆ

2. โอนหนี้ รีไฟแนนซ์ (หรือทำ Balance Transfer) ไปวงเงินหรือบัตรอื่น - หลักง่ายๆ ในการคำนวณคือทุกๆ 1% ของอัตราดอกเบี้ย ที่ถูกลง (เช่นโอนจากอัตราดอกเบี้ย 18% ไป 17%) คุณจะประหยัดค่าดอกเบี้ยไปได้ประมาณ 6% ตัวอย่างเช่นโอนไปอัตราที่ต่ำกว่า 2% คุณจะลดค่าดอกเบี้ยรวมไป 12% (6% x 2)


ตัวอย่าง :

กู้ 10,000 บาทที่ดอกเบี้ย 18% ผ่อนชำระขั้นต่ำ 5% ค่าดอกเบี้ยรวม 1,978

กู้ 10,000 บาทที่ดอกเบี้ย 17% ผ่อนชำระขั้นต่ำ 5% ค่าดอกเบี้ยรวม 1,842 ลดลง 136 หรือ 6.8%

กู้ 10,000 บาทที่ดอกเบี้ย 16% ผ่อนชำระขั้นต่ำ 5% ค่าดอกเบี้ยรวม 1,709 ลดลง 133 หรือ 7.2%


3. รีไฟแนนซ์ควบกับการเพิ่มอัตราผ่อนชำระ (ดีที่สุด) - การรีไฟแนนซ์พร้อมกับการจัดการผ่อนชำระให้หมดในระยะเวลาที่มีอัตราดอกเบี้ย ต่ำพิเศษจะทำให้คุณประหยัดมากที่สุด

ที่มา :?มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค
ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...


ภัยจากเลข 3 ตัวท้ายบัตรเครดิต


เรื่องราวต่อไปนี้คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ผู้ที่ใช้บัตรเครดิตควรจะรับทราบเอาไว้ เพราะจะได้เรียนรู้การหลอกลวงฉ้อฉลจากการแอบอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของบัตร Visa (วีซ่า) และ Master Card (มาสเตอร์การ์ด) ซึ่งผู้ประสบเหตุการณ์ได้เล่าให้ฟังว่า...
 
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ภรรยาของผมได้รับโทรศัพท์จากคนที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของบัตรวีซ่า ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้โทร.มาเพื่อแจ้งว่า


เจ้าหน้าที่ : สวัสดีค่ะ ดิฉัน... (ชื่อ)... โทร.จากฝ่ายรักษาความปลอดภัยของบัตรวีซ่าค่ะ คือเราตรวจสอบพบความผิดปกติในการสั่งซื้อสินค้าจากบัตรของคุณ จึงโทร.มาตรวจสอบว่าบัตรวีซ่าของคุณที่ออกโดยธนาคาร... มีการสั่งซื้ออุปกรณ์ระบบป้องกันภัยมูลค่าสองหมื่นบาท จากบริษัทในอริโซน่าหรือเปล่าค่ะ

เหยื่อ : เปล่านี่ค่ะ


เจ้าหน้าที่ : ถ้า อย่างนั้นเราจะทำเรื่องคืนเงินให้คุณกลับคืนนะคะ ขณะนี้เรากำลังตรวจสอบบริษัทฉ้อฉลโดยมีวงเงินที่มักจะฉ้อฉลลูกค้าครั้งละ หนึ่งหมื่นสองพันถึงสองหมื่นบาท แล้วยังไงเราจะส่งหนังสือการแจ้งคืนเงินให้คุณทราบที่...(ที่อยู่ของคุณ)... ไม่ทราบว่าที่อยู่ถูกต้องไหมคะ

เหยื่อ : ถูกต้องค่ะ

เจ้าหน้าที่ : ดิฉันจะทำการสืบสวนเรื่องนี้ต่อไป หากคุณมีอะไรสงสัยให้โทร.มาสอบถามได้ตามหมายเลขหลังบัตรเครดิตของคุณได้เลย นะคะ ติดต่อได้ที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัย โดยการโทร.ไปตรวจสอบคุณจะ ต้องระบุหมายเลขอ้างอิงหกหลักตามนี้ด้วยนะคะ... (บอกหมายเลขหกหลัก) คุณต้องการให้ดิฉันทวนหมายเลขอีกครั้งมั้ยคะ


หลังจากนี้คือขั้นตอนการเริ่มต้นฉ้อโกง โดยคนที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ในสายจะสอบถามข้อมูลส่วนตัวของคุณซึ่งเป็นเจ้าของบัตร


เจ้าหน้าที่ : เพื่อ ตรวจสอบความเป็นเจ้าของบัตรที่แท้จริง ดิฉันรบกวนให้คุณดูหมายเลขเจ็ดตัวสุดท้าย ซึ่งสี่ตัวแรกจะเป็นหมายเลขบัตร สามตัวต่อมาจะเป็นเลขสำหรับรักษาความปลอดภัย ดิฉันขอทราบเพื่อแสดงตัวเป็นเจ้าของบัตรที่แท้จริงด้วยค่ะ

เหยื่อ : (ทบทวนหมายเลขตามที่ถูกถาม)

เจ้าหน้าที่ : หมายเลขถูกต้องค่ะ ดิฉันต้องการให้แน่ใจว่าบัตรยังอยู่กับตัวคุณ มิได้สูญหายหรือว่าถูกขโมยนะคะ

เหยื่อ : ค่ะ

เจ้าหน้าที่ : คุณมีข้อสงสัยอื่นใดอีกหรือเปล่าคะ

เหยื่อ : ไม่มีค่ะ

เจ้าหน้าที่ : หากมีข้อสงสัยใดๆภายหลังติดต่อสอบถามได้ตามหมายเลขหลังบัตรเลยนะคะ ขอบคุณค่ะ

 แม้ว่าคุณจะรู้สึกว่าคุณเองไม่ได้พูดหรือตอบโต้ให้ข้อมูลอะไรกับเจ้าหน้าที่ ในสายมากนัก แต่หารู้ไหมว่า ณ เวลานี้คุณได้ถูกฉ้อโกงไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากวางสายไปได้ยี่สิบนาที ภรรยาของผมเกิดเอะใจขึ้นมา จึงโทร.กลับไปที่เจ้าหน้าที่ของบัตรดังกล่าวปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ของบัตรวีซ่าตัวจริงแจ้งว่าภรรยาของผมได้ถูกหลอกซะแล้ว เพราะเมื่อสิบห้านาทีที่ผ่านมาได้มีรายการสั่งซื้อสินค้าจำนวนสองหมื่นบาท ทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งได้มีการส่งบิลมาเรียกเก็บเรียบร้อย

 ซึ่งในที่สุดแล้วทางบัตรวีซ่าได้ทำการยกเลิกบัตรใบดังกล่าวและออกบัตรใบใหม่ ให้ สำหรับปัญหาที่เกิดในครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ทราบว่า การฉ้อโกงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อคุณได้แจ้งหมายเลขสามตัวสุดท้ายด้านหลังบัตร ให้เจ้าหน้าที่ตัวปลอมทราบ

เจ้าหน้าที่ตัวจริงได้แจ้งให้ทราบว่าหมายเลขสามตัวหลังบัตรนั้น เป็นสิ่งสำคัญมาก ห้ามบอกให้ใครทราบโดยเด็ดขาด ถ้าหากมีคนโทร.มาพูดคุยสอบถามเรื่องราวประมาณนี้ หรือเรื่องราวที่ฟังดูแล้วน่าสงสัย ให้โทร.สอบถามที่เจ้าหน้าที่ของบัตรจากหมายเลขข้างหลังบัตรโดยตรงเลยจะดีที่ สุด
เพราะนอกจากภรรยาผมที่โดนเข้ากับตัวในครั้งนี้แล้ว พอหนึ่งอาทิตย์ผ่านไปก็มีโทรศัพท์ถึงผม โดยแจ้งว่าโทร.จากบัตรมาสเตอร์การ์ด และทางคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ก็พูดแบะสอบถามข้อมูลที่ไม่ต่างจากที่ ภรรยาผมเจอเลยสักนิด ซึ่งครั้งนี้ผมไม่ได้คุยกับเค้าจนจบ แต่รีบวางแล้วโทร.ไปแจ้งความกับทางสถานีตำรวจ ซึ่งทางตำรวจได้ให้ข้อมูลว่าได้รับการแจ้งความแบบนี้หลายรายแล้วในช่วงนี้

ผมจึงเข้าใจว่านี่เป็นอีกวิธีที่คนร้ายจะฉ้อฉลจากผู้บริสุทิ์ได้ ผู้ใช้บัตรเครดิตบางคนไม่เคยได้รับรู้ข้อมูลเหล่านี้อาจจะตกเป็นเหยื่อได้ เพราะฉะนั้นช่วยกระจายข่าวบอกกันต่อๆไปด้วยนะครับ คนที่คุณรักและรู้จักจะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อ...
 
ที่มา : หนังสือภัยร้ายใกล้ตัว By Mr.Stop

ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...


กลเม็ดใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธี


ทุกวันนี้การใช้บัตรเครดิตกลายเป็นส่วนหนึ่ง ในชีวิตของคนไทยทั่วไปแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ประกอบการทั้งธนาคาร และสถาบันที่ออกบัตรเครดิตต่างดึงดูดใจลูกค้าด้วยโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษ ต่าง ๆ มากมาย จนทำให้จำนวนผู้ใช้บัตรเครดิตเพิ่มอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อมีบัตรเครดิตแล้วก็ควรใช้อย่างสบายใจและเกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยแนวทางดังต่อไปนี้


ใช้บัตรเครดิตกับสิ่งที่มีความจำเป็นเท่านั้น

จากสภาพเศรษฐกิจในขณะนี้ ส่งผลทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ฉะนั้น การจะซื้อสินค้า ก็ควรจะเลือกซื้อเฉพาะสิ่งที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตเท่านั้น ส่วนสินค้าจำพวกอำนวยความสะดวกให้ชีวิตนั้นคงจะต้องรอไว้ก่อน จนกว่าสภาพคล่องทางการเงินดีขี้นกว่าปัจจุบัน

 คำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้

หลังจากใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าแล้ว ควรชำระหนี้ที่ถูกเรียกเก็บให้เจ้าหนี้เต็มจำนวนที่เรียกเก็บและตรงกำหนด เวลาวันชำระ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียดอกเบี้ยและค่าปรับจากการชำระหนี้ช้า ฉะนั้น ก่อนใช้บัตรเครดิต ควรคำนึงถึงรายได้ของตน หรือความสามารถในการชำระหนี้คืนให้แก่เจ้าหนี้


ดูวันก่อนออกจากบ้านไป ช้อปปิ้ง

พยายามใช้บัตรครดิต ให้ได้ระยะเวลาในการปลอดหนี้ให้มากที่สุดจากธนาคาร โดยเลือกหลังจากวันที่มีการสรุปยอดการใช้จ่ายทุกครั้ง เนื่องจากถ้านำบัตรเครดิตไปใช้ใกล้ถึงวันตัดยอด ก็จะได้เวลาในการปลอดหนี้น้อย และต้องชำระเงินเร็ว


ยึดแนวนี้ไม่มีพลาด

- ศึกษาเงื่อนไขของบัตรเครดิตที่ถืออยู่อย่างละเอียด

- หมั่นติดต่อกับธนาคารเพื่อจะได้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ

- ใช้บัตรเครดิตชำระค่าสินค้า หรือบริการในระยะเวลาปลอดหนี้

- ตรวจสอบความถูกต้องของรายการสินค้าและจำนวนเงินที่จ่ายผ่านบัตรเครดิตทุกครั้ง

- เก็บสลิปที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพื่อตรวจสอบกับใบแจ้งหนี้

- เก็บรักษาบัตรเครดิตให้ปลอดภัย

- ยกเลิกการถือบัตรเครดิต หากไม่มีความจำเป็น

เริ่มต้นอย่างไรดีถ้าต้องการมีบัตรเครดิตไว้ใช้สักใบ

บัตรเครดิต หลายท่านต้องการมีไว้ใช้จ่ายอย่างน้อย 1 หรือ 2 ใบเพื่อบริหารสภาพคล่องทางการเงินของท่านในแต่ละเดือน


ปัจจุบันบัตรเครดิตมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากเดิม ซึ่งเคยมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 25 % - 29 % ต่อปี เหลือเพียง 18 % ต่อปีเท่านั้น  อีกทั้งค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนเงินสดก็ปรับลดลงอีกด้วยเหลือเพียง 3 % ของยอดที่เบิกถอน ( น่าสนใจจริงๆครับ )


ข้อดีของการมีบัตรเครดิต

คือ ท่านไม่จำเป็นที่จะต้องชำระค่าสินค้าหรือบริการเป็นเงินสด ท่านสามารถใช้บัตรเครดิตของท่าน ชำระค่าใช้จ่ายได้ทันที  โดยเงินสดของท่านก็ยังคงมีอยู่ ที่สำคัญค่าบริการหรือสินค้าที่ท่านใช้จ่ายนั้น ท่านสามารถชำระคืนได้ในภายหลังโดยมีระยะเวลาประมาณ 45 - 55 วันแล้วแต่บัตรของธนาคาร


ท่านไม่จำเป็นที่จะต้องชำระคืนเต็มจำนวนเพราะท่านสามารถเลือกชำระคืนเพียง 5 % ของค่าใช้จ่ายท่านของท่าน บัตรเครดิตยังให้ท่านเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าสำหรับเหตุการณ์ในทุกสถานการณ์ เช่นค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียน และบัตรเครดิตยังมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้าอัตราดอกเบี้ย 0 % การสะสมคะแนนแลกของกำนัล ต่างๆ การเห็นไหมครับว่าบัตรเครดิตน่าสนใจจริงๆครับ


ข้อเสียของการมีบัตรเครดิต

ข้อนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของท่านเองว่า ท่านสามารถควบคุมการใช้บัตรของท่านได้ถูกวิธีหรือไม่ หากท่านมีการใช้วงเงินเกิน

การชำระคืนของท่านการมีบัตรเครดิตก็เป็นดาบ 2 คมเช่นกัน ดังนั้นเมื่อท่านมีบัตรเครดิต ท่านควรมีวิธีการบริหารการใช้จ่ายอย่างถูกวิธี เพื่อประโยชน์สูงสุดในการบริหารการเงินของตัวท่านเอง


สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาในการเลือกสมัครบัตรเครดิต

1. อัตราดอกเบี้ย

2. ค่าธรรมเนียมต่างๆในการใช้บัตร

3. การให้บริการ

4. ค่าบริการรายปี

5. โปรโมชั่นของบัตรแต่ละประเภท


ประโยชน์ของบัตรเครดิต

ท่านไม่จำเป็นที่จะต้องชำระค่าสินค้าหรือบริการเป็นเงินสด ท่านสามารถใช้บัตรเครดิตของท่าน ชำระค่าใช้จ่ายได้ทันที  โดยเงินสดของท่านก็ยังคงมีอยู่ ที่สำคัญค่าบริการหรือสินค้าที่ท่านใช้จ่ายนั้น ท่านสามารถชำระคืนได้ในภายหลังโดยมีระยะเวลาประมาณ 45 - 55 วันแล้วแต่บัตรของธนาคาร


ท่านไม่จำเป็นที่จะต้องชำระคืนเต็มจำนวนเพราะท่านสามารถเลือกชำระคืนเพียง 5 % ของค่าใช้จ่ายท่านของท่าน บัตรเครดิตยังให้ท่านเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า สำหรับเหตุการณ์ในทุกสถานการณ์ เช่นค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียน และบัตรเครดิตยังมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้าอัตราดอกเบี้ย 0 %  การสะสมคะแนนแลกของกำนัล ต่างๆ การเห็นไหมครับว่าบัตรเครดิตน่าสนใจจริงๆครับ


ข้อเสียของการมีบัตรเครดิต

ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของท่านเองว่า ท่านสามารถควบคุมการใช้บัตรของท่านได้ถูกวิธีหรือไม่ หากท่านมีการใช้วงเงินเกิน   การชำระคืนของท่านการมีบัตรเครดิตก็เป็นดาบ 2 คมเช่นกัน ดังนั้นเมื่อท่านมีบัตรเครดิต ท่านควรมีวิธีการบริหารการใช้จ่ายอย่างถูกวิธี เพื่อประโยชน์สูงสุดในการบริหารการเงินของตัวท่านเอง


วิธีเลือกบัตรเครดิต

พิจารณาเงื่อนไขในการสมัครของบัตรนั้น ๆ เช่น เงินเดือนขึ้นต่ำ เงินเดือนต้องผ่านแบงค์ เป็นต้น


ใช้บัตรเครดิตอย่างฉลาด

สินเชื่อหรือเครดิตมีหลายหลายรูปแบบในประเทศไทย นอกเหนือจากบัตรเครดิตที่ช่วยให้ผู้ถือบัตรมีความยืดหยุ่น และคล่องตัวในการใช้เงินสูงสุดแล้วก็ยังมีบัตรเครดิตอีกหลายประเภท อาทิ บัตรเพื่อการกู้ยืมสำหรับนักเรียนการกู้เพื่อวันพักผ่อน การกู้เพื่อซื้อบ้านหรือการจำนองแม้ว่าบัตรเครดิตเหล่านี้จะมีเงื่อนไขที่ แตกต่างกันออกไป แต่มีลักษณะพิเศษร่วมกันบางประการ เช่น ช่วยให้เราคงรูปแบบการใช้ชีวิตตามความปรารถนาได้ โดยไม่ต้องจ่ายเงินครั้งละมากๆ ดังนั้นการใช้บัตรเครดิตอย่างชาญฉลาดจะช่วยให้ผู้ใช้บัตรได้รับประโยชน์ ความปลอดภัย และความสะดวก


ในทางกลับกัน การใช้บัตรเครดิตอย่างไม่เหมาะสม อาจทำให้คุณตกอยู่ในความเดือดร้อน มีหลายกรณีที่ผลของการใช้บัตรเครดิตกลายเป็นภาระหนักทางการเงินของคุณ แทนที่จะช่วยส่งเสริมการเงินส่วนตัวของคุณ แนวทางต่อไปนี้เป็นวิธี การใช้บัตรเครดิตอย่างชาญฉลาด และการล่วงรู้สัญญาณอันตรายจากการใช้เครดิตอย่างไม่เหมาะสม ผู้บริโภคที่เฉลียวฉลาดจะใช้เครดิตเพื่อส่งเสริมการใช้เงิน มากกว่าการทำให้กลายเป็นภาระทางการเงินลองพิจารณาแนวทางอันชาญฉลาดในการใช้ บัตรเครดิตดังนี้


จัดทำงบค่าใช้จ่ายประจำเดือน โดยแบ่งออกเป็น 2 คอลัมน์ คอลัมน์แรกเขียนรายการค่าใช้จ่ายและคอลัมน์ที่สอง เขียนรายได้หลังหักภาษี เมื่อคุณนำค่าใช้จ่ายมาเปรียบเทียบกับรายได้ คุณจะเห็นทันทีว่าคุณเป็นหนี้เท่าไร และคุณสามารถรับภาระได้หรือไม่ ขั้นตอนนั้นนับว่ามีความสำคัญมาก


วิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างกรอบให้ตัวเอง คือการยืมเงินหรือใช้จ่ายเงินล่วงหน้าภายในวงเงินที่คุณสามารถใช้คืนได้ พิจารณาว่าคุณสามารถใช้เงินในจำนวนเท่าไร แล้วค่อยใช้เครดิตตามจำนวนนั้นแทนการนั่งคำนวณว่าคุณจะได้รับเครดิตเท่าไร


กฎทั่วไป คือ คุณควรจะจำกัดยอดการกู้ยืมเงินไว้ที่ 20% ของรายได้หลังหักภาษี


ควรจำกัดตัวเองด้วยการใช้บัตรเพียงใบเดียว เช่น บัตรเครดิตของห้างสรรพสินค้าที่คุณชอบ หรือบัตรสถานีบริการน้ำมัน


ควรแน่ใจว่า ในการชำระเงินที่กู้ยืมมานั้น คุณไม่ต้องจ่ายค่าปรับ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณมีความยืดหยุ่นในการชำระเงินเวลาใดก็ได้


อย่าคิดเอาเองว่าคุณได้รับอนุญาตให้กู้ยืม ดังนั้นคุณจึงพร้อมแล้วที่จะใช้เครดิตให้มากกว่ายิ่งขึ้น หากคุณมีเป้าหมายที่จะควบคุมการเงินของคุณ ควรแน่ใจว่าการเงินของคุณมีเสถียรภาพเพียงพอก่อนการยอมรับเงื่อนไขต่างๆ เพิ่มเติม


ควรอ่านรายละเอียดต่างๆ อย่างถี่ถ้วน เพราะมีข้อแตกต่างมากมายระหว่างผู้ออกเครดิต และเงื่อนไขการจ่ายคืน


ปรึกษาคู่สมรสหรือสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบในภาระหนี้สิน ควรหาข้อตกลงร่วมกัน เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น การทำเช่นนี้จะช่วยไม่ให้เกิดการใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น หรือการใช้เงิน อย่างไม่สมเหตุผล อีกทั้งช่วยสร้างความมั่นใจว่าผู้มีหน้าที่รับผิดชอบทุกคน เต็มใจทำตามข้อตกลง


ควรคิดเสมอว่าการเซ็นชื่อร่วมกันถือเป็นสัญญา ถ้าผู้ทำสัญญาไม่อาจชำระหนี้ได้ คุณจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นก่อนเซ็นชื่อควรแน่ใจว่าอีกฝ่ายมีความรับผิดชอบอย่างจริงจัง และพิจารณาว่าคุณ สามารถจัดการกับหนี้สินต่างๆ ได้หากคุณต้องเป็นผู้รับผิดชอบ


หากคุณเป็นนักชอปปิ้งด้วยที่ไม่อาจห้ามใจตัวเองได้ และมักทำผิดเงื่อนไขการกู้ยืมเป็นเวลาติดต่อกันยาวนาน คุณยังไม่ควรใช้บัตรเครดิตจนกว่าคุณจะสามารถใช้เงินภายในวงเงินที่มีอยู่ได้


ให้บัตรเครดิตเป็นเพื่อนร่วมทางที่คุณวางใจได้ ไม่มีใครต้องการเผชิญกับภาวะเงินขาดมือในขณะอยู่ต่างประเทศแต่ถ้าคุณมีบัตร เครดิตที่ใช้ได้ทั่วโลกสักใบ ฝันร้ายนี้ย่อมจะไม่เกิดขึ้น


ที่มา : มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค

ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...


ใช้บัตรเครดิตอย่างไร ที่จะไม่ให้หนี้สินพอกพูน

เคล็ดลับการใช้บัตรเครดิตอย่างไรให้เอื้อประโยชน์ทางการเงินสูงสุด

ปัญหาทางการเงินยอดนิยมของมนุษย์เงินเดือนที่ได้เห็นกันอย่างแพร่หลายในทุก วันนี้ คือการเป็นหนี้เป็นสิอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งบัตรเครดิตที่เผลอแป๊บเดียวก็งอกเงยโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ซึ่งเป็นเรื่องที่แก้ไขยากเสียด้วยเพราะชีวิตของชนชั้นกลางก็ต้องดำเนินต่อ ไปท่ามกลางรายจ่ายต่าง ๆ ที่ถ้าคุมไม่ได้ก็มักเกินรายได้และหนี้ก็สะสมพอกพูนยากที่จะทำให้หมดสิ้นไป

ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศศง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงได้ทำคู่มือการพิจารณาก่อนการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตไว้ในเว็บไซต์ www.bot.ot.th โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจไว้ดังนี้

ผู้ที่ใช้บัตรเครดิตควรศึกษาการคิดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารในการใช้บัตร เครดิตให้เข้าใจเพื่อจะได้วางแผนการใช้เงินได้อย่างถูกต้อง เช่น สมมุติท่านมีเงินเดือน 15,000 บาท ท่านจะได้วงเงินบัตรเครดิต 5 เท่าของเงินเดือนตามกฎเกณฑ์ของ ธปท. นั่นก็คือ 75,000 บาท

หากท่านใช้เต็มวงภายในเดือนแรกแล้วหยุดใช้บัตร และผ่อนจ่ายขั้นต่ำ 10% ท่านทราบหรือไม่ว่าต้องใช้เวลาถึง 43 เดือน ในการชำระหนี้จนหมด ในกรณีเดียวกัน แต่หากท่านชำระ 50% ของยอดใช้บัตรท่านจะใช้เวลา 10 เดือน ในการชำระหนี้จนหมด

ศศง. กล่าวว่า การทำความเข้าใจในเรื่องดอกเบี้ยจะทำให้ท่านรู้ว่าวงเงินที่ท่านชำระหนี้ไป ตัดเงินต้นเท่าไหร่และดอกเบี้ยเท่าไหร่ บัตรเครดิตมีประโยชน์ในการทำให้ท่านซื้อสินค้าและบริการได้ล่วงหน้า

ให้ท่านใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องถือเงินสดจำนวนมาก หรือให้ท่านถอนเงินสดมาใช้ยามจำเป็น แต่มีคนจำนวนมากขาดวินัยและผิดวัตถุประสงค์

บัตรเครดิตมีประโยชน์เนื่องจากใช้แทนเงินสดโดยที่ผู้บริโภคจะมีเวลาปลอด ดอกเบี้ยประมาณ 45-50 วันแล้วแต่ธนาคารหรือบัตรเครดิตจะกำหนด นอกจากนั้นยังสามารถเก็บสะสมแต้ม ซึ่งสามารถนำไปแลกสิทธิประโยชน์หรือส่วนลดตามร้านค้าต่าง ๆ แต่ก็มีโทษหากผู้ใช้ไม่ระวังในการใช้จ่าย

โดยผู้ใช้บัตรเครดิตจะต้องใช้บัตรเครดิตให้เป็น นั่นคือจ่ายให้ครบจำนวนที่ใช้ไปและตรงเวลา หากทำเช่นนี้ได้ท่านจะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ในทางตรงกันข้ามหากท่านให้ธนาคารออกเงินให้ก่อน 45-50 วันในการซื้อสินค้าและบริการ

แน่นอนว่าท่านต้องจ่ายดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันแรกที่ท่านใช้จ่าย เพราะเท่ากับว่าท่านกู้เงินจากธนาคาร ซึ่งธนาคารมีต้นทุนนับตั้งแต่วันแรกที่ออกเงินให้ท่าน

ขอแนะนำผู้บริโภคว่าอย่าใช้จ่ายบัตรเครดิตที่ฟุ่มเฟือยและไม่จำเป็นหากท่าน ทราบว่าไม่สามารถจ่ายได้เต็มจำนวน เพราะจะทำให้หนี้สินพอกพูน อีกทางเลือกหนึ่งของบัตรพลาสติกคือการใช้บัตรเดบิต ซึ่งกรณีนี้ลูกค้าจะไม่ได้รับประโยชน์จากเวลาปลอดดอกเบี้ย เพราะตัดบัญชีเงินสดของผู้ใช้บัตรทันทีที่มีการใช้จ่าย

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...


ทำไมเราจึงขอสินเชื่อไม่ผ่าน


ทำไมขอสินเชื่อไม่ผ่าน

หลาย ๆ คนอาจมีปัญหาการขอสินเชื่อไม่ผ่าน ซึ่งอาจจะสงสัยว่าทำไมจึงขอสินเชื่อไม่ผ่าน วันนี้เราจึงเอาหลักการพิจารณาสินเชื่อของแบงก์ชาติมาพิจารณาค่ะ

ปัญหาขอสินเชื่อไม่ผ่านอาจจะมาจากหลายสาเหตุ เช่น นโยบายการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบการแต่ละแห่งที่แตก ต่างกัน ภาระหนี้ที่มีอยู่ ความสามารถในการชำระหนี้ หลักประกันความเสี่ยงของผู้ขอสินเชื่อ อย่างหลักทรัพย์ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกัน โอกาสในการผิดนัดชำระหนี้มากหรือน้อย หรือประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมา แต่ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใดก็ตาม แบงก์ชาติกำหนดให้สถาบันการเงินต้องชี้แจงเหตุผลที่ไม่ปล่อยสินเชื่อให้ผู้ ขอสินเชื่อทราบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร

โดยเราสามารถสำรวจความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ของตนเองได้ ซึ่งการชำระหนี้ไม่ควรเกิน 1 ใน 3 ของรายได้แต่ละเดือน เช่น ถ้ามีรายได้ 1.2 หมื่นบาทต่อเดือน จะผ่อนหนี้ได้ราว ๆ 4,000 บาท ถัดมาให้ตรวจสอบภาระหนี้เดิมรวมกับหนี้ที่จะขอใหม่ว่ามีเยอะมั้ย คือ นำยอดการผ่อนชำระหนี้เดิมและยอดหนี้ที่จะขอใหม่ต่อเดือนมารวมกัน แล้วดูสัดส่วนเกินกว่า 1 ใน 3 ของรายได้ต่อเดือนหรือไม่ เพราะทุกวันนี้สาเหตุที่ขอสินเชื่อไม่ผ่านมาจากเรามีภาระค่าใช้จ่ายด้านอื่น ๆ มากเกินไป เช่น ผ่อนรถ บัตรเครดิต บัตรเงินสด

หากเราขอสินเชื่อไม่ผ่านควรทำยังไง ให้กำจัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นไปก่อน ถ้ามีการผ่อนชำระบัตรเครดิตหรือบัตรเงินสด ต้องปิดชำระหนี้ยอดบัตรให้หมดก่อน ส่วนการผ่อนชำระรถ ควรคำนวณการซื้อให้ดี ถ้าจะซื้อบ้านก็ควรระงับการซื้อรถก่อน และความมีการวางแผนการใช้จ่ายให้ดี ๆ ว่าควรซื้ออะไรก่อน อะไรหลัง

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทางเลือกใหม่สำหรับบริการรับสมัครออนไลท์ : บัตรเครดิต,บัตรกดเงินสด,สินเชื่อ,สินเชื่อรถยนต์,ประกันภัยรถยนต์,พ.ร.บ.-ต่อทะเบียน

Read More...




รายการสูตรอาหารและสูตรขนมหวานของบล๊อก

Google+ Followers


ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

f2860c27e794a8ab974509f10c43b165.jpg


Page-1 Page-2 Page-3


ติดต่อมสอบถามรายละเอียดรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ดทุกรุ่นผ่านระบบออนไลท์
- Contact : http://bit.ly/2vn9tdT
- Line : https://line.me/ti/g2/CBLBTBKCRE
- My Shop : http://bit.ly/2NX81rl
- Blog : http://bit.ly/2GhrdMG
- Market Online : http://bit.ly/2Kqe2en
- Facebook Fanpage : http://bit.ly/2NUxC44

รายละเอียดรถฟอร์ดและอื่น ๆ ...
https://sites.google.com/view/ranger-ford/
https://sites.google.com/view/raptor-ford/
https://sites.google.com/view/everest-ford/
https://sites.google.com/view/service-appointment/
https://sites.google.com/view/maintenance-costs/










เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
Option

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.