ขับเคลื่อนโดย Blogger.

สอบถามค่าแรงรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ด โทร 087-2229588


Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

ท่านเจ้าของอู่รับซ่อมรถยนต์ฟอร์ด ไม่ต้องกังวลอะไหล่ไม่มีหรือได้ช้า สั่งได้เร็ว 24 ชั่วโมง ,สั่งช่วงเช้าได้เย็น ,สั่งหลังเที่ยงได้วันพรุ่งนี้ ศูนย์ฟอร์ดอยุธยา ให้ราคาช่าง,ราคาอู่ซ่อม,ราคาอู่พ่นสี โทร 087-2229588 ,id line : 0863363882

วิธีทำแกงมัสมั่นไก่ เพิ่มช่องทางสร้างรายได้อีกทางเลือกนึง

.
.
สร้างเสริมอาชีพการทำอาหาร เพื่อเพิ่มช่องทางหารายได้อีกทางเลือกนึง

เครื่องปรุงที่ต้องเตรียมมีดังนี้

1. ไก่บ้านควักเครื่องในออก สับเป็นชิ้นกำลังดี 1 ตัว
2. หอมหัวใหญ่หรือหัวเล็กปอกเปลือก 10 หัว
3. มันฝรั่งหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมกำลังพอดี 20 ชิ้น
4. กะทิสำเร็จรูป 2 กล่อง
5. ถั่วลิสงถั่ว ½ ถ้วยตวง
6. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
8. เครื่องปรุงรส รสไก่ ชนิดผง 2 ช้อนชา
9. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
11. ลูกกระวาน
12. ใบกระวาน

ส่วนผสมน้ำพริกเครื่องแกงมัสมั่น

1. พริกแห้งเม็ดใหญ่ แกะเอาเมล็ดออก แช่น้ำจนนิ่ม บีบเอาน้ำออก 15- 20 เม็ด
2. ตระไคร้ซอยละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
3. หอมแดงปลอกเปลือก 5 หัว
4. กระเทียมหัวเล็กแกะเปลือก 2 หัว
5. ข่าหั่นเป็นแว่นๆ 3 แว่น
6. เม็ดพริกไทยล่อน 15 เม็ด
7. รากผักชีหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 2 ช้อนโต๊ะ
8. เม็ดผักชีคั่วป่น 2 ช้อนโต๊ะ
9. ยี่หร่าคั่วป่น 1 ช้อนชา
10. ลูกกระวาน 5 ลูก
11. ใบกระวาน 5 ใบ
12. กานพลู 5 ดอก
13. อบเชยคั่วป่น 1 ช้อนชา
14. ลูกจันทน์คั่วป่น ½ ช้อนชา
15. ดอกจันทน์คั่วป่น ½ ช้อนชา
16. กะปิห่อใบตองเผาไฟ 1 ช้อนชา
17. น้ำมัน

วิธีปรุงน้ำพริกเครื่องแกง

จัดการโขลกน้ำพริกเครื่องมัสมั่นให้ละเอียดตามเครื่องปรุงและส่วนผสมข้างตันนี้แล้วพักเอาไว้เพื่อแกงต่อไปตามกรรมวิธี วิธีปรุงไก่บ้านทำเรียบร้อยแล้ว เตรียมแกงได้ทันที น้ำพริกแกงมัสมั่นโขลกละเอียดสดๆ หอมกรุ่น มันฝรั่งหอมใหญ่ปอก หั่น เตรียมแกงได้ ทุกอย่างพร้อมสรรพ การปรุงแกงมัสมั่นเริ่มต้นได้ทันที เอากระทะขึ้นตั้งบนเตาไฟ เอาน้ำมันพืชใส่ลงไป 3 ช้อนโต๊ะ พอน้ำมันพืชร้อนก็เอาน้ำพริกเครื่องแกงมัสมั่นใส่ลงไปผัดให้หอมกรุ่น ใส่น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก เครื่องปรุงรสรสไก่ชนิดผง ถั่วลิสงคั่ว ผัดไปมาแล้วเอากะทิใส่ลงไป 1 กล่อง คนให้ทั่วถึงกันใส่ลูกกระวานที่ทุบแตกแล้วลงไปใส่ใบกระวาน ใส่ไก่บ้านสับเป็นชิ้น ลงไปเคี่ยวด้วย ใส่มันฝรั่ง ใส่กะทิลงไปอีก 1 กล่องแล้วเคี่ยวต่อ ใส่หอมหัวใหญ่ที่เป็นหัวเล็กๆ ลงไปอีกอย่างหนึ่ง เคี่ยวไปเรื่อยๆ ไก่จะเปื่อยกำลังดี ลองชิมดูให้ออกรสเค็ม หวาน เปรี้ยวเล็กน้อย อ่อนอะไรก็เติมอีกได้จนพอดีก็ใช้ได้ ตักใส่หม้อแกงเอาไว้เสิร์ฟได้ทันที ตักใส่ชามแกงหรือราดข้าว เป็นแกงมัสมั่น ที่หากินได้ยากมากเพราะร้านข้าวแกงมักจะไม่ค่อยแกงขายกันแล้ว
วีดีโอวิธีทำแกงมัสมั่นไก่


ขอบคุณเจ้าของคลิป foodtravel.tv คุณสามารถเข้าไปดูเพื่มเติมได้อีกที่ :: http://www.youtube.com/user/MrFoodandTravel

เที่ยวตลาดร้อยปี สามชุก

Read More...


วิธีทำซาลาเปาไส้หมูสับ สูตรการทำซาลาเปา ให้อร่อยนุ่มนวล

.
พูดถึงขนมจีบแล้วก็นึกถึงซาลาเปาทันที ซาลาเปาเป็นอาหารที่รับประทานง่าย ซาลาเปามีอยู่หลายไส้หลายแบบ อย่างเช่น ซาลาเปาไส้หมูสับ หมูแดง ซาลาเปาไส้หวาน ไส้เค็มและอีกหลาย ๆ ไส้ ใครที่มีความคิดที่ดี ๆ หน่อยก็สามารถคิดไส้ของซาลาเปาที่มันแตกต่างจากคนอื่น ๆ ทำเป็นแบบฉบับของตนเองไปเลย คงน่าอร่อยถ้ามีซาลาเปาไส้ราบ ไส้ต้มยำ สมตำ ชอบอะไรก็ลอง ๆ ทำกันดู ส่วนตัวผมแล้วยังไม่่เคยได้ทำเลย หาข้อมูลมาได้ เห็นว่ามีประโยชน์แน่ ๆ จึงมาแนะนำกัน ขั้นตอนแรกเรามาดูวัตถุดิบที่ใช้ทำซาลาเปาไส้หมูสับกันเลย ไม่เข้าใจตรงไหนก็ดูที่ vdo ได้ครับจะเข้าใจง่ายกว่ากัน

วัตถุดิบที่ใช้ทำซาลาเปาไส้หมูสับ


ซาลาเปาไส้หมูสับ
1. แป้งเค้กบัวแดง 375 กรัม หรือ 4 ถ้วยตวง
2. น้ำตาลทราย  10 กรัม หรือ      1 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำเปล่า  200 กรัม หรือ            1 ถ้วยตวง
4. ยีส                                              1 ชต.
5. ผงฟู                                            1 ชต.
6. เกลือ                                          1/2 ชช.
7. ไข่ไก่                                         1 ฟอง
8. เนยขาว                                      4 ชต.
9. น้ำมันพืช                                    4 ชต.
10. หมูสับ                                      2.5 กก.
11. น้ำมันหอย                               5 ชต.
12. ซีอิ้วขาว                                   5 ชต.
13. ซอสปรุงรส                             5 ชต.
14. มันแกว                                    1 กก.
15. เกลือและพริกไทยอย่างละ      2 ชช.
16. หอมและกระเทียมอย่างละ      2 ชช.

วิธีการทำไส้หมูสับ

1. นำหมูสับมาใส่ในกะละมัง ตามด้วยใส่ น้ำตาลทราย , ซอสปรุงรส ,ผงปรุงรส,พริกไทย ,แป้งมัน และตอกใส่ไข่ไก่ 1 ฟอง นวดส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน
2. จะใส่ส่วนผสมที่เหลือ มันแกว และ ต้นหอมซอย ลงไป เคล้าให้เข้ากัน นำไปหมักพักทั้งไว้ 1 ชั่วโมง

วิธีการทำแป้งซาลาเปา

1. นำส่วนผสมมาผสมในกะละมัง มีน้ำตาลทราย ,ยีสต์ ,เกลือ,ผงฟู,น้ำเปล่า คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน
2. เทแป้งอเนคประสงค์พอประมาณลงกะละมังใหญ่ แล้วเทส่วนผสมทั้งหมดที่คนเข้ากันแล้วมาเทลงแป้ง จากนั้นก็นวดแป้งให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้ว ค่อย ๆเติมแป้งอเนคประสงค์ ทั้งหมดนวดให้เข้ากัน จนเป็นเนื้อนุ่ม และ จากนั้นพักแป้งทิ้งไว้ให้ขึ้นฟู จึงค่อยนำไปใส่ไส้ได้
3. ก่อนที่จะห่อ ให้นวดไล่ฟองอากาศออกด้วย จับแป้งขั้นมาปั้นเป็นกลม ๆ กดให้แบนเป็นกลม ๆ ตักไส้หมูสับวางลงบนแป้งห่อ แล้ว จับจีบ หมุนซาลาเปาไปรอบ ๆ เพื่อให้ได้รูปที่กลมสวยงาม แล้ววางลงบนกระดาษรองก้นซาลาเปา
6. นำซาลาเปาวางเรียงบน ซึ้งนึ่ง และนำไปนึ่ง 20 นาที ก็จะได้ซาลาเปาที่ออกมาน่ารับประทาน เพื่อการง่ายต่อการจำไส้ต่าง ๆ ก็แต้มสีลงบนซาลาเปา เพื่อให้รู้ว่าเป็นไส้อะไร ตอนจำหน่าย
ข้อมูลเพื่มเติมการทำซาลาเปาไส้หมูสับ
http://dailydeliciousthai.blogspot.com/2008/05/blog-post.html
http://www.pantown.com/board.php?id=16288&area=3&name=board5&topic=47&action=view
http://www.horapa.com/content.php?Category=Dimsum&No=383
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=gang-meao&month=04-2006&date=13&group=3&blog=1
http://www.zomzaa.com/อาหารว่าง,ของทานเล่น/121/ซาลาเปาไส้หมูสับ-แบบนวดมือจ้า.html

สำหรับใครที่สนใจทำเป็นอาชีพก็สามารถทำได้ แต่เราควรจะมีจุดเด่นของตนเองด้วยฝึกฝนตนเองจนชำนาญแล้วท่านจะพบว่า การทำอาชีพขายซาลาเปานั้นสามารถสร้างรายได้แก้จนให้เราได้อย่างแน่นอน

Read More...


สูตรหมูกรอบ วิธีการทำหมูกรอบ สำหรับนำไปปรุงอาหารต่าง ๆ

.
หมูกรอบ เป็นวัตถุดิบที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น กระเพราหมูกรอบ ข้าวหมูกรอบ ผัดคะน้าหมูกรอบ หรืออาจจะนำไปเป็นกับแกล้ม หรืออาหารว่างก็ได้ การทำหมูกรอบนับว่าเป็นการสร้างรายได้ให้เราไม่น้อยเลยทีเดียวนอกจากพ่อค้าแม่ค้า ตามร้านอาหารตามสั่งที่ขาดไม่ได้แล้ว  ในชีวิตประจำวันของเราหมูกรอบอาจจะนำมาประกอบอาหารแต่ละมื้อได้อย่างไม่น่าเบื่อเลยทีเดียว ต่อไปเราจะมาเสนอขั้นตอนการทำหมูกรอบแบบง่ายๆ ที่ท่านสามารถทำเองได้ที่บ้าน หรือท่านอาจจะนำสูตรนี้ไปทำเป็นอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว

เครื่องปรุงหมูกรอบ

หมูกรอบหมูสามชั้นมันน้อยๆ
หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ                                                            1              กิโลกรัม
เกลือไอโอดีน                                                                         1              ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชูกลั่น                                                                      2              ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหมู                                                                               2              ถ้วย

วิธีทำหมูกรอบ

เอาหมูสามชั้นชิ้นสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ หนัก 1 กิโลกรัมมาขูดหนังทำความสะอาดเสียก่อน เอาเมือกออกไป แล้วให้ถอนขนให้เกลี้ยงล้างให้สะอาดแล้วเอาไปต้มในน้ำเดือดอ่อนๆ ประมาณ 30 นาทีให้สุกดีแต่ไม่เปื่อย เอามาบั้งที่ส่วนของเนื้อหมูเป็นร่องยาวๆ บั้งลึกลงไปในเนื้อหมูสามชั้นสักครึ่งหนึ่ง ระยะห่างกันประมาณ 1 นิ้ว เท่าๆ กน ในเนื้อหมูสามชั้นสักครึ่งหนึ่ง ระยะห่างกันประมาณ 1 นิ้ว เท่าๆ กัน ส่วนด้านหนังหมูสามชั้นให้เอามีดบั้งเป็นกากบาท 1 เซนติเมตร บั้งอย่าให้เลยเข้าไปในเนื้อหมูสามชั้นแล้วทาด้วยน้ำส้มสายชูกลั่น ส่วนทางเนื้อหมูให้เอาเกลือป่นทา แขวนเอาไว้สัก 1 คืน รุ่งเช้าก็ทอดในน้ำมันหมูมากๆ กลับจนเหลืองกรอบทั้งด้านก็เอาขึ้นแขวนไว้
ความจริงแล้วเอาหมูกรอบน้ำมาหั่นใส่จาน มีน้ำจิ้มที่ปรุงด้วยพริกชี้ฟ้าแดงและเขียว ซีอิ๊วดำ ก็ได้รสชาติที่อร่อยไม่น้อยกินได้เป็นของว่าง กินได้เป็นกับแกล้ม หรือจะเอาหมูกรอบน้ำไปหั่นผัดผักบุ้งไฟแดงก็ได้ ใส่ลงในก๋วยจั๊บก็ได้ ใส่ลงในโจ๊กหมูก็ได้ อร่อยทั้งนั้น
วีดีโอการทำ หมูกรอบ







ขอบคุณเจ้าของคลิป MrFoodandTravel คุณสามารถเข้าไปดูเพื่มเติมได้อีกที่ :: http://www.youtube.com/user/MrFoodandTravel
สำหรับท่านใดที่อาจจะยังไม่เข้าใจ สามารถรับชมวิดีโอด้านบนได้เลยค่ะ  ถ้าท่านรับชมภาพวิดีโอท่านอาจจะเข้าใจรายละเอียดและขั้นตอนการทำหมูกรอบได้ง่ายขึ้น *** วีดีโอเพิ่มเติม http://ohomakemoney.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A.html

Read More...


วิธีทำขนมครกสิงคโปร์ ขนมครกใบเตย เสริมอาชีพช่องทางทำกิน

.
คงเป็นที่รู้จักกันดีนะว่าขนมครกหน้าตามันเป็นยังไง ขนมโบราณที่ไม่โบราณ และยังป็นที่นิยมของคนทุกกลุ่มวัย วันนี้เองจะมาแนะนำอาชีพอิสระทำเงินกัน นั้นก็คืออาชีพขายขนมครกสิงคโปร์หรือขนมครกใบเตยนั้นเอง ขนมที่ว่านี้หน้าตาของมันบางท่านอาจจะยังไม่คุ้น แต่บางท่านรู้ดีเลยละครับกินกันทุกวัน ปกติแล้วเรารับประทานขนมครกแบบไทย ๆ กันซะเป็นส่วนใหญ่ จะมีหน้าของขนมแบบต่าง ๆ มากมาย อย่างเช่น หน้าต้นหอม,หน้าข้าวโพด,เผือก,มัน,ฟักทอง เท่าที่เป็นที่นิยมกัน เรื่องราคานับว่ายังถูกหาซื้อได้ง่ายตามตลาด หรือในย่านชุมชน แล้วเจ้าขนมสิงคโปร์ล่ะเราก็มาดูกันเลยว่าจะสามาถนำไปประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง จากประสบการณ์พ่อค้า ลุงพนา มีประสบการณ์มาแล้วห้าถึงหกปี จะมาแนะนำทุกคนให้รู้จักกัน


ลุงพนา หรือ พนา เดชสุภา พ่อค้าขาย ขนมครกสิงคโปร์ (ใบเตย) เล่าให้ฟังถึงที่มาของอาชีพนี้ว่า เมื่อก่อนมีอาชีพขับรถบรรทุกรับส่งสินค้าตามโรงงานและท่าเรือแหลมฉบังหลายสิบปี เรียกว่าขับรถกันตั้งแต่หนุ่มจนแก่ เหนื่อยมากร่างกายไม่ได้พักผ่อน ตอนหลังก็เริ่มรับไม่ไหว ส่วนแฟนคือ ป้าจินดา ก็ทำนาอยู่ที่บ้าน ทำกันจนล้มป่วย ทำต่อไม่ไหว

“ทุกวันหยุดลูกสาวอยากจะมีรายได้พิเศษ จึงไปช่วยน้าสาวขายขนม ก็เป็นพวกขนมครกสิงคโปร์ ขนมบ้าบิ่น โตเกียว พอปิดเทอมใหญ่ลูกสาวก็มาบอกว่าอยากจะทำขนมขายเอง ให้ช่วยซื้ออุปกรณ์ทำขนมให้หน่อย ลูกคิดดี ก็สนับสนุนเต็มที่ ตอนที่ลูกทำเราก็นั่งดูลูกจนทำเป็น ที่นี้พอเปิดเทอมอุปกรณ์ก็กองทิ้งอยู่อย่างนั้น ก็นึกเสียดาย ประกอบกับว่างงานพอดี ก็ปรึกษากับแฟนว่าน่าจะช่วยกันทำขนมขายดีกว่า เมื่อตัดสินใจแล้วก็ทดลองทำดู และปรับสูตรขนมครกสิงคโปร์จากกะทิล้วน ๆ ก็ใส่นมสดด้วยเพื่อเพิ่มความหอมมันให้รสชาติกลมกล่อมอร่อยยิ่งขึ้น  ตอนแรกก็ไม่คิดว่าเราจะทำได้  ทำไปทำมากลายเป็นอาชีพหลักใช้เลี้ยงครอบครัวมา 5-6 ปีแล้ว ไปไหนเราก็ไปด้วยกัน ทำด้วยกัน ขายด้วยกัน”

วัสดุ/อุปกรณ์ที่สำคัญ ๆ

ที่ต้องใช้ในการทำ “ขนมครกสิงคโปร์” ก็มี… พิมพ์เหล็กลายดอกมะยมที่มีฝาปิด, เตาแก๊ส, ไม้แซะขนม, กระบวยหรือกาน้ำขนาดเหมาะมือ (ใช้สำหรับหยอดขนม), ถาดสแตนเลสสี่เหลี่ยมผืนผ้า, ถัง, ทัพพี, ที่ร่อนแป้ง  และเครื่องใช้อื่น ๆ ที่สามารถหยิบฉวยเอาได้จากในครัว

ส่วนผสม/วัตถุดิบหลัก ๆ ของขนมครกสิงคโปร์ ตามสูตรก็มี… แป้งสาลีเอนกประสงค์  1 กก, แป้งมันสำปะหลัง  ฝ  กก., ไข่ไก่  12  ฟอง, น้ำกะทิ (รวมหัว-หาง )  2  กก., น้ำตาลทราย, นมสด, ใบเตยหอม  15 ใบ, ผงฟู, เกลือ และเนย

วิธีการทำขนมครกสิงคโปร์

เริ่มจากนำแป้งสาลีกับแป้งมันสำปะหลังมาผสมกับผงฟู  แล้วทำการร่อนแป้งที่ผสมกับผงฟูใส่ไว้ในภาชนะ เพื่อให้อากาศผสมในแป้ง และทำให้แป้งขนมเบาขึ้น จากนั้นนำเอาใบเตยหอมมาล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้น  นำไปโขลกหรือปั่นให้ละเอียด นำมาคั้นกับน้ำ แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางเอากากออก ตั้งพักไว้สักครู่

นำน้ำตาลทรายใส่ลงในแป้ง ตามด้วยเกลือนิดหน่อย ใช้มือเคล้า ๆ พอให้ทั่ว ใส่ไข่ไก่ตามลงไปในแป้ง  ใช้มือนวดเบา ๆ  พอให้ส่วนผสมเข้ากัน   แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำกะทิ และนมสด ตามลงไปทีละน้อย  เสร็จแล้วจึงใส่น้ำคั้นใบเตย   ใช้ทัพพีคนไปเรื่อย ๆ  จนนำตาลละลายและส่วนผสมเข้ากันดี  ตั้งพักไว้ประมาณ 20  นาที

ระหว่างรอให้แป้งเซ็ตตัว ให้นำพิมพ์ขนมสำหรับทำขนมมาเตรียมไว้ ตั้งไฟให้ร้อนจัด ใช้แปรงหรือผ้าจุ่มน้ำมันพืชหรือเนย ทาพิมพ์ขนมให้ทั่ว (เพื่อช่วยให้ขนมร่อนและไม่ติดพิมพ์)
พอพิมพ์ร้อนดีแล้วตักแป้งใส่กระบวยหรือกาน้ำที่ถนัดมือ  แล้วทำการหยอดแป้งลงในพิมพ์แต่ละช่องให้เต็มหลุม  ปิดฝาจนขนมสุก ใช้ไฟอ่อน ๆ ประมาณ 2-3 นาที  (ถ้าใช้ไฟแรงขนมจะไหม้เสียหมด) ไม่ต้องกลับด้านเพราะขนมจะสุกทั่วได้เอง พอขนมสุกจะฟู  ใช้ไม้หรือเหล็กแซะแคะขนมออกจากพิมพ์มาแผ่ไว้บนตะแกรงที่เตรียมไว้  รอให้ขนมพออุ่น ๆ  (การหยอดแป้งครั้งต่อไปไม่ต้องใช้น้ำมันหรือเนยเช็ดพิมพ์แล้ว)

เอกลักษณ์ของขนมครก

สูตรนี้นั้น อยู่ที่รสชาติกลมกล่อม  มีกลิ่นหอมใบเตย   สีสันสวยงาม  ตัวขนมจะมีลักษณะเหนียวนุ่มน่ารับประทาน
สำหรับราคาขายขนมครกสิงคโปร์ ชุดละ 20 บาท มีขนม 8 ชิ้น มีต้นทุนวัตถุดิบประมาณ 60% ของราคา นอกจากนี้ลุงพนายังทำขนมแป้งจี่ และขนมโตเกียว ขายชุดละ 20 บาท ชุดหนึ่งมี 8 ชิ้น

ต้นทุนโดยประมาณ

ทุนอุปกรณ์                          ประมาณ 4,000 บาท
ทุนวัตถุดิบ                           ประมาณ 60% ของราคาขาย
รายได้                                  ขายราคา 8 ชิ้น 20 บาท
แรงงาน                               1 คนขึ้นไป
ตลาด                                 ย่านชุมชน, ตลาดนัดทั่วไป
จุดน่าสนใจ                        ทำขายได้ทั้งเช้า-เย็น-ค่ำ
ขนมครกสิงคโปร์หรือขนมครกใบเตยเจ้านี้ ทุกวันจันทร์ พฤหัสฯ จะขายที่อินเตอร์โซน, วันศุกร์ ขายอยู่ตรงประตูเชียงราก ในมหาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต, วันอังคาร ขายที่มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี, วันพุธ  ขายอยู่ที่ มศว.คลอง 16, เสาร์-อาทิตย์ ขายตามตลาดนัดต่าง ๆ  และรับทำไปออกงานต่าง ๆ โดย ติดต่อลุงพนาได้ที่ โทร.08-9153-1346 ซึ่งจากที่ว่ามาก็จะเห็นได้ว่า นี่ก็เป็นอีกช่องทางทำกิน ที่น่าพิจารณา
ที่มา เดลินิวส์

Read More...


วิธีทำลูกชิ้นปลาสูตรการทำลูกชิ้นปลาแบบง่ายๆ

.
ลูกชิ้นปลา เป็นอาหารที่เรา ๆ  รู้จักกันเป็นอย่างดีและมีขายทั่ว ๆ  ไป ซึ่งลูกชิ้นปลานี้ก็สามารถนำมาประกอบอาหาร หรือจะทานเป็นของว่างก็ได้ เพราะความอร่อยของลูกชิ้นปลานี่เองคนไทยจึงนิยมนำมาประกอบกับอาหารทั่วไป เช่น ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นปลาทอดกรอบ และอื่นๆ อีกมากมาย และวันนี้พวกเราจึงได้นำสูตรการทำลูกชิ้นปลามาฝากทุกท่าน เพื่อให้ท่านได้ลองนำสูตรกลับไปทำกินกันแบบง่ายๆ หรืออาจเป็นช่องทางแนะนำธุรกิจเพื่อเป็นอาชีพเสริมได้อีกด้วย

การทำลูกชิ้นปลาอาศัยหลักการง่ายๆ โดยนวดเนื้อปลากับเกลือจะทำให้ผลิตภัณฑ์เหนียวสามารถปั้นได้ สำหรับอุตสาหกรรมลูกชิ้นปลาผู้ผลิตมักจะใช้น้ำผสมให้ลูกชิ้นนิ่มและเพื่มปริมาณของลูกชิ้นด้วย ปริมาณน้ำที่ใช้แล้วแต่ชนิดของปลา ถ้าปลาที่มีน้ำในเนื้อน้อยจะเติมน้ำมากกว่าปลาที่มีน้ำในเนื้อปลามาก บางครั้งผู้ผลิตจะเติมแป้งเล็กน้อยเพื่อให้ลูกชิ้นเนียนขึ้นด้วย





ขอบคุณเจ้าของคลิป foodtravel.tv คุณสามารถเข้าไปดูเพื่มเติมได้อีกที่ :: http://www.youtube.com/user/MrFoodandTravel

วัตถุดิบในการทำลูกชิ้นปลา


ก่อนที่จะเริ่มต้นทำลูกชิ้น ให้ทุกท่านมาดูวัตถุดิบที่ใช้ในการทำลูกชิ้นปลากันก่อนเลยครับว่ามีอะไรบ้าง ปลาที่ให้ความเหนียวและเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำลูกชิ้นได้แก่ ปลาอินทรี ปลาดาบลาว ปลาหางเหลือง ปลากราย ปลาสลาด ซึ่งเป็นปลาที่มีราคาค่อนข้างแพง ฉะนั้นในการทำอุตสาหกรรมลูกชิ้นจึงต้องใช้ปลาที่มีราคาถูก เช่น ปลาไหลทะเล ปลาฉลาม ปลาแดงตาโต ปลาน้ำดอกไม้ ปลาข้างเหลือง ปลาทรายแดง ปลาทรายขาว และปลาปากคม

ส่วนผสมในการทำลูกชิ้นปลา

1. เนื้อปลา ½ กิโลกรัม
2. เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ ( 3% ของน้ำหนักตัวปลา )
3. แป้ง 1 ช้อนโต๊ะ ( 2.5 – 5 % ของน้ำหนักตัวปลา )
4. น้ำแข็งบดละเอียดหรือน้ำเย็นจัด ( ขึ้นอยู่กับความชื้นของเนื้อปลาบด )

เครื่องไม้เครื่องมือในการทำ

1. มีดและเขียงชำแหละปลา
2. เครื่องบดปลา
3. เครื่องนวดปลา
4. หม้อต้มลูกชิ้น
วิธีทำทำลูกชิ้นปลา

- ขั้นตอนแรกให้ชำแหละปลาเอาแต่เนื้อ
- ขั้นตอนที่สองให้นำเนื้อปลามาบด ด้วยเครื่องบดประมาณ 2-3 ครั้ง หรือสับให้ละเอียด
- ต่อจากนั้นนวดเนื้อปลาในเครื่องนวดผสม ประมาณ 5 นาที จึงเติมเกลือ/น้ำเกลือครึ่งหนึ่ง
- พอเสร็จจากขั้นตอนการนวด ให้ท่านนวดต่อไปอีกประมาณ 5 นาที เติมเกลือส่วนที่เหลือ และนวดต่อไปอีกประมาณ 5-10 นาที ซึ่งระหว่างนวดเติมน้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด เพื่อให้เนื้อปลาเย็นและช่วยให้เหนียวยิ่งขึ้น ถ้าต้องเติมแป้งก็สลับกันกับน้ำจนกระทั้งเข้ากันดี
- ใช้ช้อนตักเนื้อปลาที่นวดแล้วให้เป็นลูกกลม ๆ ใส่ลงในน้ำอุ่น ๆ ที่อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส นานประมาณ 20 นาที ระหว่างที่แช่ต้องคอยเติมน้ำอุ่นอยู่เสมอ เพื่อให้ลูกชิ้นแข็งตัวพอสมควร
- หลังจากนั้นนำลูกชิ้นไปต้มในน้ำเดือด เมื่อลูกชิ้นลอยแล้วจึงตักขึ้นแช่ในน้ำเย็นทันที
-  และถ้าต้องการถนอมลูกชิ้น ให้แช่ในตู้เย็นเก็บได้นาน 1-2 สัปดาห์ (ไม่ควรแช่แข็ง) หรือแช่น้ำแข็งได้นาน 1 สัปดาห์

Read More...


วิธีทำขนมกรอบเค็ม โรตีกรอบขนมทานเล่นสร้างรายได้สร้างอาชีพ

.
กรอบเค็ม และ โรตีกรอบ เป็นขนมทานเล่นที่สามารถสร้างรายได้ ให้เราได้เป็นอย่างดี และยังสามารถทำเป็น อาชีพเสริม ขายในเวลาเลิกงานก็ได้ด้วย หรือจะทำเป็นอาชีพอิสระทำเป็นธุรกิจหลักกันเลยก็ได้ แนวทางที่จะนำมาแนะนำต่อไปนี้ ทำให้ท่านมีแนวคิดหรือมีช่องทางทำมาหากินกัน ก่อนจะเข้าเนื้อหาก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณ คุณ นิภา อาบทอง ผู้ที่ให้สัมภาษณ์การทำอาชีพในครั้งนี้ และขอขอบคุณทีมงานข่าวเดลินิวส์ ที่ได้ชี้ช่องทางให้ในวันนี้ สำหรับท่านใดที่สนใจ ที่อยากจะมีอาชีพเป็นของตัวเองการทำขนมทานเล่นอย่างขนมกรอบเค็ม-โรตี ที่สามารถทำขายได้ตลอด จากประสบการณ์เจ้าของอาชีพทำขนมขายนานานกว่า ยี่สิบ ปี…เรามาดูกันเลยว่าเป็นอย่างไร

กรอบเค็ม

นิภา อาบทอง เจ้าของนิภากะหรี่ปั๊บและปั้นขลิบทอด เล่าว่า เมื่อก่อนมีอาชีพเป็นพนักงานขายแว่นตา และเคยเปิดโรงงานทำวงกบประตูหน้าต่าง ร้านทำมุ้งลวดเหล็กดัดมาก่อน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงเปลี่ยนอาชีพ โดยได้คำแนะนำเรื่องขนมจากหลาน ซึ่งตนก็ไปเรียนรู้ใหม่หมด โดยแรก ๆ ขายในหมู่บ้านที่อยู่ก่อน จากนั้นก็มาขายตามตลาดนัดต่าง ๆ แต่ก็ขายไม่ค่อยดี จึงมาหาที่ขายตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งก็ได้แหล่งขายหลายที่ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก เพราะโรงพยาบาลมีคนมาก อีกทั้งยังมีคนไข้ซื้อไปฝากหมอบ้าง ฝากพยาบาลบ้าง ทำให้อาชีพขายของตนประสบความสำเร็จ



ในส่วนของ กรอบเค็ม และ โรตีกรอบ นั้น นิภาบอกว่า เป็นสินค้าที่แตกขยายเพิ่มออกมา เพราะต้องการให้ของมีความหลากหลายมากขึ้น และวิธีทำก็คล้าย ๆ กัน ซึ่งทั้งกะหรี่ปั๊บ ปั้นขลิบ กรอบเค็ม โรตีกรอบ ขายดีเท่า ๆ กันทุกอย่าง อุปกรณ์ในการทำ หลัก ๆ ก็มีเตาแก๊ส เครื่องตีแป้ง กระทะ กะละมัง ไม้นวดแป้ง มีด ฯลฯ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ทำอาหาร และทำขนมโดยทั่ว ๆ ไป

วิธีทำและส่วนประกอบ

1.แป้งสาลี 10 กิโลกรัม
2.น้ำตาลทราย 3-4 กิโลกรัม
3.กะทิ 1 กิโลกรัม
4.เกลือ 1 ถุง
5.น้ำมัน 500 กรัม
นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในกะละมังตีแป้ง นำใส่ครื่องตี ตีไปประมาณ 30 นาที เสร็จแล้วนำแป้งที่ตีแล้วใส่ถุงพลาสติกมัดปากให้แน่น ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง ทั้งแป้งกรอบเค็ม และโรตีกรอบ มีส่วนผสมของแป้งแบบเดียวกัน

วิธีปั้นแป้งกรอบเค็ม

ให้ปั้นแป้งออกมาเป็นขนาดเท่ากำมือ รีดแป้งให้บาง จากนั้นใช้มือคลึงให้เป็นเส้นยาว ความกว้างขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-1 เซนติเมตร แล้วตัดเป็นชิ้น ๆ ละ 3-5 เซนติเมตร แล้วนำไปทอดน้ำมันให้สุกกรอบ
ส่วนแป้งโรตีกรอบ ให้ปั้นแป้งเป็นก้อน ๆ ขนาดเท่ากำมือ รีดเป็นแผ่นบาง ให้เป็นขนาดสี่เหลี่ยม จากนั้นพับแป้งไปมา 3-4 ชั้น นำไปทอดให้สุกกรอบเช่นกัน

เครื่องปรุงกรอบเค็ม และโรตีกรอบ

เครื่องปรุงที่นำลงไปผัด เครื่องปรุงผัดกรอบเค็มมี
1.น้ำตาลปี๊บ 5 กิโลกรัม
2.พริกไทย 2 กิโลกรัม
3.น้ำมะขามเปียก 200 กรัม
4.ต้นหอมซอยพอประมาณ ส่วนเครื่องปรุงโรตีกรอบจะลดในส่วนของพริกไทยลงเหลือ 1.5 กิโลกรัม
ผัดเครื่องปรุงทุกอย่างในกระทะ โดยใส่น้ำตาลปี๊บลงไปก่อน เคี่ยวให้ละลาย จากนั้นใส่เครื่องปรุงทุกอย่างลงไป นำแป้งกรอบเค็ม หรือโรตีกรอบ ที่ทอดเตรียมไว้ ใส่ลงไปคลุกให้เข้ากัน จากนั้นนำไปพักให้เย็น แล้วจึงบรรจุใส่ถุงขาย

ราคาขายกรอบเค็มและโรตีกรอบ

ราคาขายอยู่ที่ขีดละ 30 บาท โดยนิภาบอกว่า จากราคาขายกรอบเค็ม และโรตีกรอบ ต่อ 10 ขีด หรือ 1 กิโลกรัม 300 บาทนั้น จะมีต้นทุนประมาณ 180-200 บาท
แหล่งขายขนมของนิภา ก็มีทั้งที่โรงพยาบาลเด็ก โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเซ็นหลุยส์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โรงพยาบาลหัวเฉียว โรงพยาบาลทหารเรือ โรงพยาบาลตำรวจ ฯลฯ ใครต้องการสั่งขนม-ต้องการติดต่อ ก็ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2889-3002, 08-1847-8976 และ 08-1406-1445.
ที่มา เดลินิวส์

Read More...


'ชีสพายปทุมบงกช' เพิ่มค่า 'บัว' น่าต่อยอด

.
'บัว'เป็นพืชที่มีประโยชน์และมีสรรพคุณต่าง ๆ มากมาย ทุกส่วนของบัวล้วนแต่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเมล็ด, เกสร, กลีบดอก, สายบัว ฯลฯ โดยส่วนมากคนไทยจะนิยมนำบัวมาประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน และก็มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งคิดค้นเมนูขนมหวานจากบัว ใช้ชื่อว่า “ชีสพายปทุมบงกช” ซึ่งก็น่าสนใจ...



หมี-นายบุญมี  สงวนทอง, นุ่น-นางสาวกนกวรรณ ตระการพงษ์ และจิ๊บ-นางสาวศิริวรรณ อักษรพาลี นักศึกษาปีที่ 1 สาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ร่วมกันคิดค้นเมนู “ชีสพายปทุมบงกช” ขึ้นมา โดยทั้งสามเล่าว่า การคิดค้นเมนูนี้ขึ้นก็เพราะต้องการดัดแปลงบัวให้ไปอยู่ในจานอาหารของชาติตะวันตก เพื่อเพิ่มมูลค่าของบัวสู่ระดับสากล ทั้งนี้ ขนมชีสพายปทุมบงกชเป็นเมนูทานเล่นที่ทำง่าย สามารถทำกันภายในครอบครัวได้ โดยมีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก และหาซื้อวัตถุดิบได้ตามท้องตลาดทั่วไป

 
“ชีสพายปทุมบงกช จะให้ความรู้สึกของความกรุบกรอบ ความนุ่มเนียน และกลิ่นหอมชวนรับประทาน มีรสชาติครบถ้วนทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ลงตัวกันอย่างพอดิบพอดี เป็นขนมที่มีรสชาติอร่อยกลมกล่อม ที่สำคัญคือส่วนของบัวที่นำมาใช้ในการประกอบเมนูนี้จะเน้นไปที่สรรพคุณ อาทิ ในส่วนของเมล็ดบัว เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ, เกสรบัว ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ ยาหอม ยาลม ยาขับปัสสาวะ และรากบัว จะแก้ร้อนใน ระงับอาการท้องร่วง”

                               
 
อุปกรณ์ที่ใช้ทำชีสพายปทุมบงกช ก็เป็นอุปกรณ์สำหรับการทำเบเกอรี่ทั่วไป อาทิ เครื่องตี, หม้อ, ฟอยล์, พิมพ์ขนม, ช้อน, ถ้วยตวง, ถาด, แปรง, ตะแกรง และอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่สามารถหาได้จากในครัวเรือน     

                                            
 
การทำชีสพายปทุมบงกช แบ่งออกเป็น  4  ขั้นตอนคือ ครีมชีส ส่วนผสมก็มี ครีมชีส 1 ก้อน, ครีมข้น 1 กระป๋อง, นมข้นหวาน 1/4 กระป๋อง (98 กรัม), นมข้นจืด 2  ช้อนโต๊ะ, เจลาตินผง 1 ช้อนโต๊ะ (ละลายน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ), น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ และเกสรดอกบัว 20  กรัม วิธีทำในส่วนของครีมชีส เริ่มจากนำครีมชีสใส่ภาชนะ แล้วใช้เครื่องตีปากตระกร้อตีให้เนียน ใส่ครีมข้นลงไป ตามด้วยนมข้นหวาน นมข้นจืด และเจลาติน ตีต่อไปจนเนียนฟู ตั้งพักไว้

   


ขั้นตอนการทำ เม็ดบัวบด ส่วนผสมก็มี เม็ดบัว 250 กรัม, นมสด  20  กรัม, เกลือ 1/2 ช้อนชา, น้ำตาล  2  ช้อนโต๊ะ วิธีทำคือ นำส่วนผสมทุกอย่างใส่รวมกันแล้วบดให้ละเอียด ต่อไปทำ ซอสรากบัว ส่วนผสมก็มี น้ำทับทิม 1 ถ้วยตวง, น้ำตาลทราย  1  ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว  1  ช้อนโต๊ะ, แป้งข้าวโพด  2  ช้อนโต๊ะ, รากบัวเชื่อม  100  กรัม และเกลือนิดหน่อย  วิธีทำคือนำรากบัวกับน้ำทับทิมมาปั่นรวมกันให้ละเอียด ตั้งไฟพอเดือด ปรุงด้วยเครื่องปรุงที่เหลือ ตั้งพักไว้                  
        
          
และอีกส่วนคือขั้นตอนการทำ พาย ใช้แครกเกอร์บดละเอียด 2 ห่อ, เนยละลาย  250 กรัม, เม็ดบัวบดละเอียด 100  กรัม  วิธีทำก็นำทุกอย่างผสมกัน ทำการอัดลงในพิมพ์ โรยหน้าด้วยเม็ดบัว แช่เย็นทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ก็พร้อมใช้
   


เมื่อเตรียมส่วนผสมครบทั้ง 4  ส่วน 4 ขั้นตอนแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการทำเป็น “ชีสพายปทุมบงกช”
โดยเริ่มจาก นำพายที่แช่เย็นได้ที่มาหยอดด้วยครีมชีส ใส่ลงไปประมาณ 3/4 ของถ้วย แล้วนำเข้าแช่เย็นต่ออีกประมาณ 10 นาที จากนั้นจึงนำมาราดด้วยซอสรากบัว แล้วตกแต่งด้วยเม็ดบัวบด ใบสะระแหน่ และรากบัวเชื่อม ก็เป็นอันเสร็จ
   




จากสูตรที่ว่ามาข้างต้นจะสามารถทำ “ชีสพายปทุมบงกช” ได้ประมาณ 23 ชิ้น มีต้นทุนวัตถุดิบประมาณ 350 บาท โดยสามารถตั้งราคาขายที่ชิ้นละ 20 บาท ขายหมดก็จะมีรายได้ก่อนหักต้นทุน 460 บาท   
   

สำหรับผู้ที่สนใจจะนำสูตร “ชีสพายปทุมบงกช” ไปต่อยอดทำเป็น “ช่องทางทำกิน” ก็เชิญได้เลย เจ้าของไอเดียไม่สงวนลิขสิทธิ์ ซึ่งก็ขอตบมือให้กับไอเดียเจ๋ง ๆ ของน้อง ๆ ทั้ง 3 คน กับเมนูชีสพายปทุมบงกชที่น่าจะมีการต่อยอดจริงจัง ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี โทร. 0-2549-3160.                     
        
เชาวลี  ชุมขำ : รายงาน


ที่มา : เดลินิวส์

Read More...




รายการสูตรอาหารและสูตรขนมหวานของบล๊อก

Google+ Followers


ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

f2860c27e794a8ab974509f10c43b165.jpg


Page-1 Page-2 Page-3


ติดต่อมสอบถามรายละเอียดรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ดทุกรุ่นผ่านระบบออนไลท์
- Contact : http://bit.ly/2vn9tdT
- Line : https://line.me/ti/g2/CBLBTBKCRE
- My Shop : http://bit.ly/2NX81rl
- Blog : http://bit.ly/2GhrdMG
- Market Online : http://bit.ly/2Kqe2en
- Facebook Fanpage : http://bit.ly/2NUxC44

รายละเอียดรถฟอร์ดและอื่น ๆ ...
https://sites.google.com/view/ranger-ford/
https://sites.google.com/view/raptor-ford/
https://sites.google.com/view/everest-ford/
https://sites.google.com/view/service-appointment/
https://sites.google.com/view/maintenance-costs/










เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
Option

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.