ขับเคลื่อนโดย Blogger.

สอบถามค่าแรงรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ด โทร 087-2229588


Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

ท่านเจ้าของอู่รับซ่อมรถยนต์ฟอร์ด ไม่ต้องกังวลอะไหล่ไม่มีหรือได้ช้า สั่งได้เร็ว 24 ชั่วโมง ,สั่งช่วงเช้าได้เย็น ,สั่งหลังเที่ยงได้วันพรุ่งนี้ ศูนย์ฟอร์ดอยุธยา ให้ราคาช่าง,ราคาอู่ซ่อม,ราคาอู่พ่นสี โทร 087-2229588 ,id line : 0863363882

เส้นบะหมี่ไข่'หาตลาดขายได้ไม่ยาก


ปัจจุบัน อาหารจานเส้นเข้ามามีบทบาทกลายเป็นอาหารจานหลักของคนไทยทั่วไป มีคนหันมาทำอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งก็เปิดช่องว่างอาชีพผลิตวัตถุดิบองค์ประกอบในการขายก๋วยเตี๋ยวให้กว้าง ขึ้น และวันนี้ทางทีมงาน “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูลการทำ “เส้นบะหมี่ไข่” ขาย ซึ่งหาตลาดขายได้ไม่ยาก มาให้ลองพิจารณากัน...

สุปรีชา  หงส์สวาสดิวัฒน์ หรือ “อากู๋ชา” เจ้าของสูตร “บะหมี่ไข่” และเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวที่ จ.ราชบุรี เล่าให้ฟังว่า สู้ชีวิตมานาน กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ก็ผ่านอะไรมามากมาย และเปลี่ยนอาชีพมาหลากหลายอาชีพ เริ่มตั้งแต่ช่วงเป็นวัยรุ่นก็รับจ้างปั้นโอ่ง ทำอยู่นานหลายปีก็เบื่ออาชีพลูกจ้าง จึงขยับขึ้นมาขายโอ่งแทน แต่อาชีพนี้ก็มีค่าใช้จ่ายมาก ทั้งค่าขนส่ง ค่าน้ำมัน และค่าใช้จ่ายจิปาถะ จึงเปลี่ยนเป็นประกอบอาชีพค้าขายอย่างอื่น อาทิ ฟูก ที่นอน แต่ก็ทำได้ไม่เวิร์ก เลยเปลี่ยนเป็นขายของกินตามตลาดนัด อย่าง ปลาทู  หอยแมลงภู่ กุ้ง เรียกว่าขายสารพัดอย่างที่มีกำไรเลี้ยงครอบครัว

“แล้วต่อมาก็ขายผลไม้ ทำประมาณ 2 ปีก็ยังไม่ดีขึ้น ไม่เหลือเงินเก็บ สุดท้ายพี่สาวก็เลยบอกให้ลองขายก๋วยเตี๋ยวดู ผมก็โอเคเลย  เพราะมีคนสอนวิธีทำให้ ขายก๋วยเตี๋ยวได้ระยะหนึ่งก็เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ประมาณ 3 ปีก็หันมาทำลูกชิ้นเอง เพราะแต่ละวันเราใช้ลูกชิ้นเยอะ ก็ต้องเอาต้นทุนไปลงค่าลูกชิ้นวันหนึ่งเกือบ 2 ใน 3 ของรายได้ พอทำลูกชิ้นเอง  ก๋วยเตี๋ยวยิ่งขายดีกว่าเดิม ต่อมาก็ทำบะหมี่และเกี๊ยวเองเพิ่มเติม โดยเรียนจากผู้ที่เคยทำอาชีพนี้มาก่อนแล้ว ซึ่งสูตรทุกอย่างที่ได้มา จะนำมาปรับให้เป็นสูตรของตัวเอง” เจ้าของช่องทางทำกินรายนี้เล่า

นอกจากขายก๋วยเตี๋ยวแล้ว อากู๋ชายังทำลูกชิ้นหมูขายด้วย ในราคาขายปลีกกิโลกรัมละ 120 บาท และขายส่งกิโลกรัมละ 100 บาท

สำหรับการทำ “เส้นบะหมี่ไข่” นั้น อุปกรณ์ในการทำหลัก ๆ ก็มี เครื่องนวด, เครื่องกระแทกอัดแน่น, เครื่องรีด นอกนั้นก็จะเป็นอุปกรณ์ครัวเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ

ส่วนผสม/วัตถุดิบการทำ “เส้นบะหมี่ไข่” หลัก ๆ ก็มี แป้งสาลี, โซเดียมคาร์บอเนต, ไข่ไก่, เกลือป่น, น้ำสะอาด และแป้งนวลที่ใช้สำหรับโรยบะหมี่

ขั้นตอนการทำ “เส้นบะหมี่ไข่” เริ่มจากนำแป้งสาลีมาร่อน  3-4  ครั้งเพื่อให้แป้งเบา ตั้งพักไว้ในอ่างผสม ทำเป็นบ่อตรงกลางแป้ง ละลายเกลือป่นและโซเดียมคาร์บอเนตในน้ำสะอาด ตอกไข่ไก่ใส่ตามลงไป ตีให้เข้ากัน เสร็จแล้วเทลงไปผสมกับแป้งสาลี ทำการนวดให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี นำเข้าเครื่องกระแทกแป้งให้แน่น  เสร็จเอาผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาด ๆ คลุมปิดไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง (ในขั้นตอนนี้หากไม่มีเครื่องนวดและเครื่องกระแทกแป้ง ก็ใช้มือนวดไปเรื่อย ๆ ขณะนวดก็ทุ่มน้ำหนักมือไปที่แป้ง นวดจนแป้งเหนียวนุ่ม มีความยืดหยุ่น เด้ง ๆ ดีแล้วก็พักไว้)

ต่อไปเป็นขั้นตอนการรีดแป้งเป็นแผ่น โดยโรยแป้งนวลลงบนกระบะที่จะรีดแผ่นแป้งเตรียมไว้ จากนั้นนำส่วนผสมแป้งที่ได้มาเข้าเครื่องรีด ทำการรีดทับให้เป็นแผ่นยาว ไล่จากหนาไปหาบางตามความต้องการ เสร็จแล้วนำแป้งนวลมาโรยเส้นบะหมี่ที่ได้ แล้วจับให้เป็นก้อนด้วยมือ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย สำหรับจุดเด่นของเส้นบะหมี่ไข่เจ้านี้นั้น อากู๋ชาบอกว่า อยู่ที่ความเหนียว นุ่ม ยืดหยุ่น และก้อนใหญ่ โดยแต่ละก้อนน้ำหนักอยู่ที่ 100 กรัม หรือเท่ากับ 2 ก้อนของบะหมี่ที่วางขายตามตลาดทั่ว ๆ ไป การเก็บรักษา ควรเก็บไว้ในตู้เย็น ซึ่งจะอยู่ได้ประมาณ 3-4 วัน หากเก็บไว้นานไปเมื่อนำไปใช้เส้นจะเละ

ใครสนใจ “เส้นบะหมี่ไข่” และลูกชิ้น ของอากู๋ชา ก็ต้องไปที่ร้าน ปรีชาลูกชิ้นหมู ปรีชาบะหมี่เกี๊ยว เลขที่  73/2 หมู่ 10 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี อยู่บริเวณสามแยกเขางู ซึ่งร้านนี้ทำเงินจากการรับจัดงานนอกสถานที่ได้ด้วย  โดยคนที่สนใจเรียนรู้การทำบะหมี่ แผ่นเกี๊ยว ลูกชิ้น เพื่อเป็น “ช่องทางทำกิน” ลองติดต่อสอบถามไปที่  โทร. 08-1197-5780  และ 08-1668-3998.

เชาวลี ชุมขำ / ชนิกานต์ วงศ์สุธารส / อนุสรา แสงเงิน : เรื่อง-ภาพ

ขอขอบคุณเจ้าของบทความ :http://www.dailynews.co.th/

Read More...


น้ำพริกทูน่า ทำเงินด้วยเมนูประยุกต์

การ เปิดร้านขายอาหาร โดยเฉพาะอาหารไทยในสไตล์ตะวันตก นอกเหนือจากการตกแต่งร้านให้ทันสมัยแล้ว เมนูอาหารนั้นต้องมีการประยุกต์ให้เข้ากับลักษณะของร้าน เพื่อให้มีลูกค้าหลาย ๆ กลุ่มเข้ามาอุดหนุน ซึ่งเมนู “น้ำพริกทูน่า” นี่ก็เป็นหนึ่งในการประยุกต์ “ช่องทางทำกิน” ของร้านอาหาร และอาจเป็นช่องทางทำกินของใครก็ได้...
 
สิรินรี อริวรรณา เจ้าของร้าน “คาเฟ่ โตริโน่” ใต้ตึกซันทาวเวอร์ ถนนวิภาวดีรังสิต เล่าว่า เปิดร้านอาหารมาได้ระยะหนึ่ง ซึ่งเหตุที่มาเปิดร้านอาหารเพราะทำบริษัทโฆษณาและรับจัดอาหารด้วย เพราะเป็นธุรกิจต่อเนื่องกับงานโฆษณา สำหรับลักษณะอาหารของร้าน ส่วนมากจะเป็นอาหารไทย รสชาติกลาง ๆ โดยสูตรอาหารต่าง ๆ ก็จะมาจากตนเอง และพ่อครัวเอามารวมกัน เพราะตนเป็นคนชอบทำอาหารอยู่แล้ว

เมนู เด็ดประจำร้าน ก็จะเป็นพวก แกงส้มชะอมกุ้ง น้ำพริกต่าง ๆ ซึ่งสิรินรีได้เปิดเผยสูตรน้ำพริก อาทิ น้ำพริกทูน่าสับ ป่นน้ำพริกทูน่า และน้ำพริกปลาทู ซึ่งก็เป็นเมนูเด็ดของร้านอีกส่วนหนึ่ง

อุปกรณ์ ในการทำน้ำพริกนั้น ก็เป็นอุปกรณ์ทำครัวทั่ว ๆ ไป อาทิ กระทะ หม้อ มีด เขียง จาน ชาม ฯลฯ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีอยู่ในครัวทั่ว ๆ ไปอยู่แล้ว

สำหรับ สูตร “น้ำพริกทูน่าสับ” วัตถุดิบที่ใช้ก็มี ข่า 5 แว่นบาง ๆ, ตะไคร้ 1 ต้น, หอมแขก 1/2 หัว, ใบมะกรูด 2 ใบ, มะนาว 1/2 ลูก, พริกขี้หนู 2 เม็ด และน้ำพริกทูน่า (มีขายสำเร็จรูป) 1 กระป๋อง น้ำหนัก 95 กรัม

วิธี ทำ นำข่า ตะไคร้ หอมแขก พริกขี้หนู สับรวมกันให้ละเอียด จากนั้นใส่ถ้วยแล้วเทน้ำพริกทูน่าลงไปคลุกให้เข้ากัน ซอยใบมะกรูดโรยหน้า ใส่น้ำมะนาวปรุงรสชาติตามใจชอบ กินกับผักสด ผักลวกต่าง ๆ และไข่ต้มยางมะตูม

ถัด มาเป็นสูตร “ป่นน้ำพริกทูน่า” ใช้ หอมแขก 1 หัว, กระเทียม 5 กลีบ, พริกขี้หนู 3 เม็ด, น้ำพริกทูน่า 1 กระป๋อง (น้ำหนัก 95 กรัม), น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา และน้ำซุป 5 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ นำพริกขี้หนู กระเทียม หอมแขก มาคั่วด้วยไฟอ่อนจนสุก จากนั้นนำไปปั่นไม่ต้องละเอียดมาก เติมน้ำซุปน้ำพริกทูน่า คนให้เข้ากัน ปรุงรสชาติตามใจชอบ กินกับผักลวก และไข่ต้มยางมะตูม

เช่นเดียวกับ “น้ำพริกปลาทูทอด” ใช้หอมแขก 1 หัว, กระเทียม 5 กลีบ, พริกขี้หนู 5 เม็ด, ปลาทูทอด 1 ตัว, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา


วิธี ทำ นำหอมแขก กระเทียม พริกขี้หนู คั่วในกระทะโดยใช้ไฟอ่อนจนสุก นำปลาทูทอดแกะเอาแต่เนื้อมาปั่นรวมกันไม่ต้องละเอียดมาก เติมน้ำซุป ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย ตามใจชอบ กินกับผักลวก ผักสด และไข่ต้มยางมะตูม

เครื่องเคียง ผักลวก ก็มีดอกกะหล่ำ, บรอกโคลี, มะเขือ(ลูกเล็ก), ถั่วฝักยาว, ผักกาดขาว, ถั่วพู, กระเจี๊ยบ, มะระขี้นก, แครอท และข้าวโพดอ่อน

วิธีทำ ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือและน้ำตาลลงไปเล็กน้อย ลวกผักทีละชนิด แล้วนำมาล้างด้วยน้ำเย็นทันที เพื่อให้ผักเขียวสด

ส่วน “ไข่ต้มยางมะตูม” นั้น สิรินรีแนะว่า การต้มไข่ให้เป็นยางมะตูมและให้ไข่แดงดูน่าทาน ให้ต้มไข่ในน้ำเดือด 5 นาที จากนั้นก็ค่อย ๆ คน เพราะเวลาต้ม ไข่แดงจะดิ่งลงข้างล่าง ถ้าเราคน ไข่แดงก็จะไปอยู่ตรงกลางฟอง เวลาผ่าแล้วไข่แดงก็จะอยู่ตรงกลางพอดี ซึ่งถ้าไม่ต้มนานไปกว่านี้มาก ไข่แดงจะไม่สุกมาก จะมีลักษณะเป็นยางมะตูมดูน่าทาน

ราคาขายน้ำพริกทั่วไปนั้น ในร้านนี้อยู่ที่ชุดละ 70 บาทขึ้นไป โดยต้นทุนน้ำพริกแต่ละชุดอยู่ที่ 50 บาทขึ้นไป 

 
• • • • •

ร้าน คาเฟ่ โตริโน่ เปิดทุกวัน เวลา 06.00–22.00 น. หมายเลขโทรศัพท์คือ 0-2617-6077 และ 08-9483-2240 และมีเว็บไซต์คือ http://www.cafetorino2011.com ซึ่งก็มีอาหารหลากหลาย รวมถึงมีกาแฟและเค้กต่าง ๆ ขายด้วย ส่วน “น้ำพริกทูน่า” ก็เป็นเมนูแซบเรียกลูกค้าได้ดี และอาจเป็น “ช่องทางทำกิน” ที่ดี ของใครต่อใครได้ด้วย.

• • • • •

คู่มือลงทุน...น้ำพริกทูน่า

ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 5,000 บาทขึ้นไป

ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 50 บาท/ชุด

รายได้ ราคา 70 บาทขึ้นไป/ชุด

แรงงาน 1 คนขึ้นไป

ตลาด ร้านอาหาร, ทำขายทั่วไป

จุดน่าสนใจ มีจุดขายคือเป็นเมนูประยุกต์

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล
ชนิกานต์ วงศ์สุธารส/อนุสรา แสงเงิน : เรื่อง-ภาพ


http://www.dailynews.co.th/



Blog นี้รวบรวมบทความอาชีพเสริม ให้กับทุกคนที่คิดว่ามีประโยชน์ มีบางบทความไม่ได้ระบุแหล่งที่มาให้ทราบ และต้องขออภัยที่ไม่ได้ให้เครดิตกับเจ้าของบทความนี้


แนะนำเวปขนมทองม้วนและคุ้กกี้ เชิญแวะชม



banyada

-------------------------------------------------------------------------------------------------



Read More...


คุกกี้ต้มยำกุ้ง จุดขาย



วันนี้เสนอคุกกี้ต้มยำกุ้ง ซึ่งแม่ห่านลอกสูตรมาจากคุณน้ำทิพย์ จาก blog http://www.namthip.com/ ซึ่งคุณน้ำทิพย์ทำอาหารไว้น่าทานหลายสูตรมา แม่ห่านเลือกกุ้งกี้สูตรนี้เพราะปกติชอบคุกกี้ที่มีกลิ่นสมุนไพร หรือเครื่องเทศเป็นองค์ประกอบ เพราะมันหอมน่าทานมากๆ ส่วนผสมก็หาได้ไม่ยากในบ้านเรา บางส่วนเก็บเอาจากรั้วข้างบ้านด้วยซ้ำ



ส่วนผสมที่ใช้มีดังนี้ โดยทั้งหมดเป็นสูตรดั้งเดิมของคุณน้ำทิพย์
1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 260 กรัม
2. ผงฟู 6 กรัม (แม่เรไรใช้ไป 1 ช้อนชา)
3. เกลือ 5 กรัม (แม่ห่านใส่แค่ 1/2 ช้อนชา เพราะกุ้งมันก็เค็มอยู่แล้ว)
4. พริกไทยขาวป่น 5 กรัม (แม่ห่านใช้พริกไทยดำ ที่บ้านไม่มีพริกไทยขาวติดบ้าน)
5. เนยสด 170 กรัม ทิ้งไว้ทีอุณหภูมิห้อง
6. น้ำตาลทราย 125 กรัม (แม่ห่านใช้แค่ 100 กรัม ค่ะ หวานพอดี)
7. ไข่ 1 ฟอง
8. เม็ดมะม่วงหิมะพาน 50 กรัม
9. กุ้งแห้งสับ 20 กรัม
10. กระเทียม 1 หัว สับหยาบ (แม่ห่านใช้ครึ่งหัว กลัวกลิ่นจะแรงเกิน)
11. ใบมะกรูด 4-5 ใบ ซอยละเอียด
12. ตะไคร้ 1 ต้น ซอยละเอียด
13. พริกขี้หนู 2-3 เม็ด ซอยละเอียด

วิธีทำ
1. วอร์มเตาไว้ที่ 160 องศาเซลเซียส พร้อมกับอบเม็ดมะม่วงให้พอเหลืองกรอบ ไว้แล้วพักให้เย็น
2. ตัดเนยเป็นชิ้นเล็กๆ ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องให้นิ่ม
3. ร่อนแป้ง ผงฟู พริกไทยป่น และเกลือ รวมกัน



4. ตีเนยให้ขึ้นฟู ทะยอยใส่น้ำตาลลงไปจนหมด ตอกไข่ใส่ลงไป ตีจนเข้ากันดี
5. ปิดเครื่องแล้วเติมแป้ง คนให้เข้ากัน
6. เติมส่วนผสมที่เป็นสมุนไพร คนจนเข้ากันดี
7. ตักใส่ถาดที่รองด้วยกระดาษรองอบ หรือใช้เนยขาวทาถาดก็ได้

ต้น ฉบับของคุณน้ำทิพย์ แช่ตู้เย็นไว้ก่อนประมาณ 30 นาที แม่ห่านวอร์มเตาไว้ตั้งแต่ตอนอบเม็ดมะม่วง ถาดแรกจึงเข้าเตาอบทันที ถาดต่อไปเข้าไปรอเตาอยู่ในตู้เย็นก่อน ประมาณ 10 นาที เมื่อถาดแรกได้ที่ สำถาดที่สองออกจากตู้เย็นเพื่อเข้าอบ



ออกมาหอมกลิ่นสมุนไพรมากๆ อร่อยดีค่ะ สำหรับคนที่ชอบคุกกี้รสแบบนี้

credit : http://rayrai2009.blogspot.com/

Blog นี้รวบรวมบทความอาชีพเสริม ให้กับทุกคนที่คิดว่ามีประโยชน์ มีบางบทความไม่ได้ระบุแหล่งที่มาให้ทราบ และต้องขออภัยที่ไม่ได้ให้เครดิตกับเจ้าของบทความนี้

แนะนำเวปขนมทองม้วนและคุ้กกี้ เชิญแวะชม


banyada

-------------------------------------------------------------------------------------------------

Read More...


มาทำกิมจิ ผักดองกรอบๆๆ กรุบๆๆ กันเถอะ มีสูตรให้ด้วย

ช่วงนี้ผักค่อนข้างราคาถูกครับ ผักค่อนข้างเยอะ เวลาเดินตลาดแล้วทำให้คิดถึงอาหารแสนโปรดปรานของผมอย่างหนึ่งครับ วันนี้ผมจะมาชวนเพื่อนลองทำกิมจิ ผักดองสไตล์เกาหลี อาหารเพื่อสุขภาพกันครับ สูตรนี้เป็นสูตรที่เพื่อนชาวญี่ปุ่น เพื่อนร่วมหอพักเดียวกันสอนให้กับผม เพื่อนของผมคนนี้เค้าสอนให้ผมเมื่อหลายปีก่อนครับ ช่วงสมัยเรียน ผมอยู่หอพักร่วมกับเพื่อนๆๆต่างชาติ เวลาว่างๆๆ ผมชอบสอนอาหารไทยให้กับเพื่อนๆๆทาน และเพื่อนๆๆเค้าก็จะสอนอาหารญี่ปุ่นให้กับผมเป็นการแลกเปลี่ยนกัน เป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอาหารกัน ระหว่างที่สอนเค้าทำอาหาร ผมก็ะพยามเล่าเรื่องราวความเป็นอยุ่ของไทยให้คนญี่ปุ่นฟัง (คนญี่ปุ่นบางคน ยังเชื่อว่า คนไทยยังกินข้าวด้วยมือ ไม่มีช้อนส้อมใช้กัน)

สำหรับ สูตรกิมจิอันนี้ เป็นสูตรที่ผมดัดแปลงนิดหน่อยครับ เนื่องจากผมไม่ชอบสไตล์เกาหลีแท้ๆๆ มันเหม็นคาวและเค็มมาก เพราะสูตรเกาหลีจริงๆๆ เค้าจะใส่ปลาหมึกและน้ำปลาค่อนข้างเยอะ ผมก็เลยลองดัดแปลงให้เข้ากับรสชาดแบบไทยๆๆครับ (เพื่อนชาวญี่ปุ่นผมยืนยันแล้ว่า สูตรของผมใช้ได้...ซึ่งเป็นสุตรที่ชาวญี่ปุ่นชอบทำกัน)

ใครเคยดุแด จังกึม ก็คงจะคิดถึงละครทีวียอดฮิตเกาหลีเรื่องนี้กันนะครับ วันนี้ผมขอนำท่านหวนรำลึกถึงกลินไอเกาลีกันอีกครั้ง กับ ละครแดจังกิ๊ ตอน ทำกิมจิกันดีกว่า...

วิธีการทำค่อนข้างง่ายครับ ลองมาดูกันเลยครับ



สูตรนี้ทำแล้วจะได้ผักดองประมาณ 3-4 กิโลกรัม


เครื่องปรุง

  1. ผัดกาดขาว 4 กก.
  2. หัวใชเท้า 0.5 กก.
  3. เกลือ 5 ชต.
  4. น้ำปลา 5 ชต.
  5. กระเทียมสดบด 3 ชต.
  6. ขิงสดบด 3 ชต
  7. ต้นหอมประมาณ 1 กำมือ
  8. พริกเกาหลี 3 ชต.
  9. น้ำตาล 1 ชต.



วิธีการทำ

1 ล้างผักและหั่นให้เป็นชิ้นยาวๆๆๆ




ผักกาดขาว แค่ปลิดใบแล้วล้างก็พอ อย่าหั่นเหมือนผัดนะครับ มันจะเละไปครับ



หั่นเสร็จแล้วเอาเกลือโรย ใส่น้ำลงไปสัก 2 ถ้วย เคล้าให้เข้ากัน แล้วตั้งทิ้งไว้สัก 4-5 ชั่วโมง
เกลือจะทำให้น้ำในผักออกมา ผักจะเหี่ยวหลังจากแช่ทิ้งไว้ครับ





เมื่อแช่ทิ้งไว้ น้ำจะเอ่อออกมาขนาดนี้ครับ

หลังจากทิ้งไว้แล้ว ก็ให้ล้างน้ำสัก 2 ครั้งแล้วบีบน้ำให้สะเด็ด

เคล็ดลับ.... เวลาล้างแล้ว ลองหยิบมาชิมดูหน่อยนะจ๊ะ ถ้าผักยังเค็มอยู่ ก็ล้างน้ำสะอาดเพ่ม
อีกนะครับ เพราะเวลาเราปรุงรส เราจะต้องใส่น้ำปลาเข้าไปอีก ถ้าผักยังเค็ม มันจะทำให้
กิมจิของเราเค็มเกินไป อาจจะเสวยกันไม่ได้นะครับ





นี่ครับโฉมหน้าเครื่องปรุง ขิงและกระเทียมผมจะปั่นให้ละเอียด เพราะเวลาเคล้ามันจะง่ายดีครับ




นี่ครับ หัวใจของกิมจิ พริกเกาหลีป่นครับ ถ้าไม่มีก็ใส่พริกชี้ฟ้าแห้งแทนก็ได้ แต่ผมไม่แนะนำเพราะ
สีมันไม่ค่อยสวย ดำๆๆแดงๆๆ แหวะ ผมไม่ชอบครับ

ควรจะใช้พริกเกาหลีดีที่สุด

สถาน ที่ขายพริกเกาหลีบด ผมเคยเดินหามาหลายแห่ง และพบว่ามีขายอยู่ไม่กี่แห่ง ร้านที่ผมซื้อเป็นประจำอยู่ที่ ห้างทามสะแคว์ครับ ตรงอโศกครับ ร้านนี้ตั้งอยุ่ที่ชั้น1 ใกล้ๆๆกับห้องน้ำครับ เจ้าของร้านเป็นชาวเกาหลี ขายกิมจิและอุปกรณ์อาหารเกาหลี รวมทั้งอาหารขบเคี้ยวจากเกาหลี ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนเกาหลีเสียส่วนใหญ่ ที่ห้างนี้มีร้านอาหารเกาหลีเพียบเลย และร้านที่ผมซื้อนี้ก็ขายของนำเข้าจากเกาหลีทั้งนั้นเลยครับ พริกเกาหลีที่ผมซื้อมา ประมาณครึ่งโล ก็ราวๆ 140 บาทเท่านั้น ปริมาณเยอะมากใช้เป็นปีก็ไม่หมดครับ

ถ้าใครอยากทำกิมจิให้สีสดๆๆ ก็เพิ่มปริมาณพริกลงไป ใส่ไปเถอะครับ พริกเกาหลี
มันไม่เผ็ดหรอกครับ สีมันแดงน่ากลัวเฉยๆๆ แต่ถ้าเป็นพริกของไทย อันนี้ไม่ขอแนะนะจ๊ะ



เราจะทำส่วนผสมทั้งหมดเทลงชามแบบนี้ครับ



เคล้าส่วนผสมทั้งหมดแบบนี้ครับให้เข้ากัน นวดไปบีบไป ร้องเพลงไปด้วยนะครับ

เคล็ดลับ... ถ้าใครชอบแบบเปรี้ยวๆๆ ก็ให้เพิ่มปริมาณน้ำตาลเข้าไปนะครับ เพราะน้ำตาล
จะเป็นตัวทำให้ผักมีรสเปรี้ยวครับ ซึ่งมันเกิดจากการหมักดองของเชื้อจุลรินทรีย์ที่แปรง
น้ำตาลให้เป็นกรดน้ำส้มนั่นเอง

ถ้าใครชอบเค็ม ก็ให้เติมน้ำปลาลงไปนะครับ เติมทีละน้อยนะครับ



เท่านี้เองครับ เสร็จแล้ว

หลังจากเสร็จก็จะนำผักที่เคล้าแล้วไปใส่ในกล่องพลาสติกแช่เย็นไว้สัก 1 วัน รอให้ผักมันเริ่มเปรี้ยว
ผักดองนี้ จะเก็บได้ราวๆๆ 1- 2 อาทิตย์ครับ

ถ้าทำแล้วจะทานเลย ก็คงจะต้องใส่น้ำส้มเข้าไปหน่อยครับ




ผมชอบทานกิมจิ และทำกิมจิไว้ทานกับของทอดๆๆๆครับ โดยเฉพาะไข่เจียว
เปรี้ยวๆๆของกิมจะช่วยตัดรสมันสๆๆของไข่เจียว ทำให้อาหารมีรสชาตที่เด็ดขึ้น ลองทำทานดูนะครับ




เป็นไงครับ โฉมหน้าน่าทานมะครับ





นี่ไง น้องหัวไชเท้า แปลงร่างเป้นหนูกิมจิ อาหย่อยเชียวหละ



ว่างๆๆ ลองทำดูนะครับ กรอบๆๆ กรุบๆๆๆ
ทำไว้ทานกับของทอดๆๆ อร่อยเชียวหละ


กิมจิ อาหารเพื่อสุขภาพครับ
Blog นี้รวบรวมบทความอาชีพเสริม ให้กับทุกคนที่คิดว่ามีประโยชน์ มีบางบทความไม่ได้ระบุแหล่งที่มาให้ทราบ และต้องขออภัยที่ไม่ได้ให้เครดิตกับเจ้าของบทความนี้
แนะนำเวปขนมทองม้วนและคุ้กกี้ เชิญแวะชม

banyada

-------------------------------------------------------------------------------------------------

-------------------------------------------------------------------------------------------------

Read More...


กิมจิสด...สไตล์ไทย เพื่อสุขภาพ..เพิ่มจุดขาย


ในภาวะที่เศรษฐกิจขึ้น ๆ ลง ๆ การทำมาหากินเป็นไปด้วยความลำบาก หากย่ำอยู่กับสิ่งเดิมๆ อาจไปไม่รอด เรื่องการค้าการขายจำเป็นต้องสร้างจุดขาย มีไอเดียแปลกใหม่ และตามกระแสความนิยมในปัจจุบัน ซึ่งข้อมูลที่ทีม “ช่องทางทำกิน” นำมาเสนอวันนี้ ก็เป็นไอเดียดีๆ ที่น่าสนใจ กับการทำ-การขาย “กิมจิสด” ซึ่งเหมาะกับคนรักสุขภาพ


“อร-ณัฐมณฑ์ อึ้งโสภาพงษ์” เจ้าของสูตร “อรเมนูเพื่อสุขภาพ” เล่าให้ฟังว่า เคยทำงานมาหลายอย่าง เริ่มจากทำงานประจำ เป็นพนักงานบริษัทขายหัวน้ำหอม รู้สึกเบื่อก็ลาออกมาทำผ้าบาติกส่งขายตามตลาดน้ำ และชมรมแอโรบิก และสนใจเข้าอบรมในโครงการต้นกล้าอาชีพเรื่องการแปรรูปผักและผลไม้




“เดิมทีก็ไม่ได้สนใจที่จะทำอาชีพนี้เลย พอมีปัญหาสุขภาพเลยต้องใส่ใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ชอบกินก๋วยเตี๋ยวลุยสวน แฟนจะซื้อมาให้กินทุกวัน เจ้านี้น้ำจิ้มอร่อยมาก ก็อยากทำกินเอง บอกอาจารย์ที่สอนต้นกล้าอาชีพสอนสูตรการทำน้ำจิ้มให้ แต่ทำแล้วก็ไม่อร่อยเท่าเจ้าที่แฟนซื้อมา พอกระแสอาหารเกาหลีดัง ก็เลยขอให้อาจารย์สอนการทำกิมจิ เป็นอาหารเพื่อสุขภาพทำจากผัก และมีประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อมีงานโอทอป ที่เมืองทองธานี มีการเชิญทางต้นกล้าอาชีพไปออกงาน เราก็เอาพวกมะม่วงแช่อิ่ม มะม่วงอบแห้ง กิมจิสด ไปขาย ตอนแรกคิดว่ากิมจิคงขายไม่ค่อยได้ แต่ปรากฏว่ากลับขายดี หมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้เราเกิดไอเดียจากกระแสรักสุขภาพ ลูกค้าจะสนใจมาก ยิ่งช่วงเทศกาลกินเจจะขายดีมาก ๆ” อร-ณัฐมณฑ์เล่า


จากนั้นก็เริ่มทำ “กิมจิสด” ออกขายที่ตลาดนัด กระทรวงสาธารณสุข ก็ได้รับการตอบรับดีมาก จึงเป็นจุดเริ่มต้นขยายต่อไปในที่ต่าง ๆ นอกจากนี้คุณอรยังมีอาหารเพื่อสุขภาพอื่น ๆ อีก อาทิ ขาเห็ดหอมคั่วสมุนไพร, เห็ดสวรรค์, ขาเห็ดหอมปรุงรส, ลูกชิ้นเห็ดหอมหัวบุก, มะขามป้อมแช่อิ่ม, มะขามป้อมแซบ, ส้มจี๊ด และบ๊วยสามรส

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ “กิมจิสด” หลัก ๆ ก็มี... ตาชั่งเล็ก, เครื่องปั่น, เตาแก๊ส, หม้อสเตนเลส, กะละมังปากกว้าง, ตะกร้า, มีดถาด,เขียง, ทัพพี, โหลมีฝาปิด, ถุงพลาสติก ฯลฯ

ส่วนผสม/วัตถุดิบ หลัก ๆ ก็มี... ผักกาดขาวปลี หรือ ผักหางหงษ์, แครอทหัวใหญ่, หัวไชเท้า (หัวผักกาดขาว), ต้นหอม, ต้นกุยช่าย, กระเทียมปอกเปลือก, ขิงแก่สับ, พริกชี้ฟ้าแดงทั้งสด-แห้ง, ซอสพริก, ซอสมะเขือเทศ, น้ำตาลทราย, เกลือเม็ด-เกลือป่น และน้ำสะอาด

ขั้นตอนการทำ “กิมจิสด” เริ่มจากล้างผักทุกชนิดให้สะอาดก่อน แล้วนำผักกาดขาวปลีมาผ่าครึ่ง หั่นตามแนวยาวหยาบๆ ใส่ตะกร้าผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ตามด้วยต้นหอม กุยช่าย หั่นเป็นท่อนตามยาวขนาด 2 นิ้ว ส่วนแครอท หัวไชเท้า ปอกเปลือกล้างให้สะอาดแล้วหั่นตามขวาง และหั่นเป็นเส้นอีกครั้ง

ผสมเกลือเม็ดกับน้ำ คนให้ละลาย เสร็จแล้วนำผักที่หั่นเตรียมไว้ลงแช่พร้อมกัน ดองน้ำเกลือทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วบีบน้ำเกลือออก ตั้งพักไว้ก่อนในภาชนะที่สะอาด

ต่อไปเป็นขั้นตอนการทำเครื่องปรุงกิมจิ โดยการนำพริกชี้ฟ้าแห้งมาผ่าเอาเม็ดออก แล้วตัดเป็นท่อนสั้น ๆ นำไปต้มจนนิ่ม เสร็จแล้วก็เอาพริกชี้ฟ้าแห้งที่ได้ลงปั่นพร้อมกับขิงแก่สับ กระเทียม ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ จนละเอียด นำเครื่องปรุงที่ปั่นเสร็จแล้วผสมน้ำตาลทราย








ขั้นต่อไปเทเครื่อง ปรุงกิมจิที่ทำเสร็จแล้วลงผสมกับผักที่เตรียมไว้ในภาชนะปากกว้าง โรยเกลือป่นเพื่อเพิ่มรสชาติ แล้วทำการคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำไปใส่ลงภาชนะปิดมิดชิด หมักไว้นอกตู้เย็น 3 วัน จนมีรสเปรี้ยว หรือแบ่งใสถุงเก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน 1 เดือน

สำหรับราคาขายกิมจิ ถุงใหญ่ 4 ขีด ราคา 50 บาท ถุงเล็ก 2 ขีด ราคา 35 บาท มีต้นทุนวัตถุดิบ ไม่รวมทุนเบ็ดเตล็ดอื่นๆ ไม่เกิน 50% จากราคาขาย

การทำ-การขายอาหารแนวเพื่อสุขภาพนั้น กับ “กิมจิสด” สไตล์ไทย ๆ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่น่าสนใจ ซึ่งใครอยากติดต่อคุณอร-ณัฐมณฑ์ อยากได้กิมจิสด อาหารพื้นๆ ของเกาหลีแต่สไตล์คนไทย ไปลองลิ้มชิมรส หรือสั่งไปจำหน่ายต่อเป็น “ช่องทางทำกิน” ในอีกรูปแบบ ก็ติดต่อสอบถามไปได้ที่ โทร. 08-1805-8055.

เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง ภาพ
credit : http://www.dailynews.co.th/
Blog นี้รวบรวมบทความอาชีพเสริม ให้กับทุกคนที่คิดว่ามีประโยชน์ มีบางบทความไม่ได้ระบุแหล่งที่มาให้ทราบ และต้องขออภัยที่ไม่ได้ให้เครดิตกับเจ้าของบทความนี้
แนะนำเวปขนมทองม้วนและคุ้กกี้ เชิญแวะชม
banyada
-------------------------------------------------------------------------------------------------

Read More...


พลังของ Tags ยังสามารถทำอันดับได้

พลังของ Tags ยังสามารถทำอันดับได้ : Tags Can Make Rating Top 10 on Google Search Engine


จากการเฝ้าสังเกตหลายๆครั้งแล้วครั้งเล่า ก็พบว่า ความน่าสนใจของ Tags ที่ยังสามารถทำอันดับได้บน Search Engine อย่าง Google  ได้ โดยอาจมีข้อแม้อยู่หลายประการด้วยกันก็คือ
1. ข้อความสดใหม่ ไม่ลอกเลียนแบบใครมา
2.ข้อความที่ไม่มีคู่แข่งมากนัก (แต่บางครั้ง ถ้าเขียนถูกตามหลักจริงๆ ก็พบว่า ส่วนนี้ ไม่ค่อยเป็นปัญหา) โดยคู่แข่งในตัวอย่าง มีถึง 5 ล้านกว่าหน้า
3. Tags ที่ต้องมีความสอดคล้องกับบทความนั้นๆ อย่างยิ่ง ไม่ใส่มั่วๆ
น่าจะสรุปได้อย่างนึงว่า Google นั้น ยังให้ความสำคัญของ Tags อยู่นั่นเอง แต่กระนั้น ก็ไม่ควรที่จะ สแปม Tags เด็ดขาด นอกจากจะใส่ไม่ตรงกับบทความแล้ว ยังไม่เป็นที่รักของ Google สักเท่าไหร่นัก
หลายๆคนคงเคยเจอว่า Google ไม่ให้ความสนใจใน Tags แล้วแต่ผมก็ยังเชื่อว่า Google ยังให้ความสนใจกับ Tags อยู่ดีนั่นแหละ

credit : http://www.asuradech.com/
-------------------------------------------------------------------------------------------------

Read More...


มายึดครองหน้าแรก Google กัน

มายึดครองหน้าแรก Google กัน : My blog hold all Google Page 1



ปรากฏการณ์ยึดครองหน้าแรกบน Google มักจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ซึ่งเป็นอะไรที่ท้าทายกว่ามาก เพราะถ้าปรากฏการณ์ยึดครองหน้าแรกบนกูเกิ้ลนั้น เกิดขึ้นกับการขายสินค้า Amazon บนสินค้าที่มีราคาแพงแล้วล่ะก็ ลูกค้าจะเข้าเว็บไหนก็เสร็จเราหมดนั่นเอง ดักไว้ให้หมดเลยนะครับ อย่าให้เหลือ ซึ่งการที่จะเกิดปรากฏการณ์ยึดครองหน้าแรกบน Google ได้นั้น เราก็ต้องทำ SEO ให้ Blog ของเราให้ดีนั่นเอง แล้วที่เหลืออันดับบนหน้าแรกก็จะตามมาเอง




เพราะเพิ่มโอกาสหลายช่องทางในการเรียกคนเข้าเว็บไซต์หรือบล็อกของเรานั่นเอง ทำให้ยอดขายเราเพิ่มขึ้นและขายของกับ Amazon ได้อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

จากภาพก็จัดไปแล้ว 6 อันดับ ที่เหลือก็ทำคีย์เวิร์ดอื่นไปเรื่อยๆ นี่ถ้าเป็น Amazon คีย์เกี่ยวกับทีวีนี่คงจะรวยน่าดู แต่ขอโทษทีวีมันโหดเกินไปที่จะทำขนาดนี้ ผมว่ายึดหน้าแรกบน Google ด้วย แปรงสีฟันท่าจะเข้าท่ากว่าเยอะ

credit : http://www.asuradech.com/
-------------------------------------------------------------------------------------------------

Read More...


10 อันดับไอเดียทำเงินแบบประหลาดๆ !!!

1. รวยจากเว็ปมีชู้



คำขวัญของเว็ปนี้คือ “ชีวิตสั้นนัก มีชู้กันเถอะ” เจ้าของเว็ปนี้คือตุลาการศาลชื่อ Noel Biderman ผู้ซึ่งมีครอบครัวอันอบอุ่นแต่คิดแผลงๆที่จะทำเว็ปนี้ขึ้นมาเพื่อจับคู่คบชู้ ซึ่งตอนนี้มีสมาชิกแล้วกว่า 3.3 ล้านคน!! คุณสมัครแล้วหรือยัง?



2. รวยเพราะกวาดอึสุนัข


Matthew Osborn เกิดไอเดียแจ่มๆแบบนี้ตอนที่เค้าจูงหมาไปเดินเล่นและเห็นคนต้องมาคอยนั่งเก็บอึสุนัขของตัวเองโดย ที่ขณะนั้นเค้าทำงานได้เงินชั่วโมงละ 6 เหรียญเอง เค้าศึกษาความเป็นไปได้และดูแล้วธุรกิจน่าจะรุ่งจึงยึดสวนสาธารณะนี้ในรัฐ โอไฮโอเป็นจุดหากินโดยที่เค้าจะคอยตามเก็บอึของสุนัขของลูกค้าเค้าตลอดเวลาที่ลูกค้าพาสุนัขมาเดินเล่นที่สวนนี้อย่าเพิ่งดูถูกนะเพราะสวนนี้ใหญ่มากและรอบๆบริเวณนี้มีสุนัขที่มีเจ้าของกว่า 1 แสนตัวเลยทีเดียว!



3. รวยเพราะแยมของคุณย่า


ต่างจากเศรษฐีใหม่อื่นๆในปัจจุบันที่รวยได้ด้วยเว็ป Fraser Doherty ใช้วิธีบ้านๆโดยเอาสูตรแยมผลไม้ของคุณย่ามาทำขายโดย ที่เค้าเริ่มทำตอนเค้าอายุเพียง 14 ปี และตั้งบริษัท Super Jam ตอนอายุ 16 ปี ปัจจุบัน Super Jam ครองสัดส่วนในตลาดอังกฤษถึง 10%!



4. รวยเพราะแว่นสำหรับสุนัข


ทำไมสุนัขถึงจะใส่แว่นไม่ได้ ฝรั่งชอบเอาสุนัขออกไปเดินเล่นเวลามีแดด (คนเมืองหนาวจะชอบแดดมั่กๆ)เพราะฉะนั้นการที่สุนัขใส่แว่นก็จะช่วนถนอมสายตาของมันเหมือนกันแถมเท่ห์อีกต่างหาก!
เมื่อผลิตออกมามันกลายเป็นสินค้าสุดฮิตทันที ได้ไปออกรายการมากมาย จนตอนนี้ผู้ผลิตเพิ่ม product line อื่นๆอีกเช่น หมวก และเสื้อผ้า ฯลฯ รวยไม่รู้เรื่องเลย




5. รวยเพราะกระดูกขอพรพลาสติก


Ken Ahroni มักจะหัวเสียบ่อยๆเมื่อถึงวันขอบคุณพระเจ้า เพราะทั้งโต๊ะอาหารจะมีเพียง 2 คนที่จะได้กินไก่งวงแล้วเจอกระดูกลักษณะพิเศษที่ทางฝรั่งเชื่อว่าหากขอพรกับ กระดูกนี้ก็จะสมหวัง
เค้าอยากให้ทุกคนได้ขอพรกันถ้วนหน้าจึงมีไอเดียทำมันขึ้นมาเลยจากยางชนิดพิเศษที่ลักษณะและสีสันเหมือนกระดูกของจริง
ไม่อยากจะเชื่อว่ามันขายดีมากๆ! ยอดขายก็ชิวๆ แค่ประมาณ 2.5 ล้านเหรียญต่อปี!



6. รวยเพราะหมอนที่ใส่ไมโครเวฟได้


Kim Levine มีไอเดียที่จะทำหมอนที่ให้ความอบอุ่นได้ โดยตอนแรกที่เธอทำเธอเอาเม็ดข้าวโพดมาใส่ปลอกหมอนแล้วนำไปอุ่น ก็ใช้ดีเหมาะกับตอนอากาศหนาว
เธอเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจและเริ่ม ผลิตอย่างจริงจัง จากธุรกิจเล็กๆตอนนี้กลายเป็นอาณาจักรหมอนอุ่นอันยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นที่ชื่น ชอบของเด็กๆมาก



7. รวยได้จาก pixel บนเว็ปไซด์


ใน ปี 2005 นักเรียนชาวอังกฤษวัย 21 ชื่อ Alex Tew เปิดตัวเว็ปเงินล้านของเค้า ซึ่งขาย pixel ขนาดตาราง 1000x1000 ที่ราคา 1 เหรียญต่อตารางมันเป็นอะไรที่พื้นมากๆแต่ขายดีเกินคาดเพราะภายในไม่กี่เดือนเค้าขายได้ถึง 1,037,100 เหรียญ



8. รวยได้เพราะโปรแกรมจดหมายลางาน


บริษัท หัวใสทำโปรแกรมตัวอย่างจดหมายลางานและขาดเรียนขึ้น โดยที่มีข้อความลางานและขาดเรียนให้เลือกมากมายและราคาของจดหมายแต่ละฉบับ อยู่ที่ 25 เหรียญจดหมายแต่ละฉบับไม่ธรรมดา ด้วยข้อความลาหยุดที่สวย หรู น่าเชื่อถือ รับรองด้วยว่าเจ้านายทุกคนต้องเชื่อผู้ก่อตั้งและเจ้าของลงทุนไปเพียง 300 เหรียญและตอนนี้ยอดคนเข้าชมก็มีกว่า 15,000 คนต่อเดือน


9. รวยด้วยหมึกพิมพ์


ผู้ก่อตั้งคือ บาทหลวง Bernard McCoy ซึ่งเป็นผู้ขายหมึกพิมพ์ทางเน็ตรายใหญ่ มีลูกค้ามากมายทั้งโรงเรียน, โบสถ์, และบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ต่างๆจากปีแรกที่ก่อตั้งในปี 2002 รายได้อยู่ที่ 2,000 เหรียญ กระโดดไปเป็น 2.5 ล้านเหรียญในปี 2005 ด้วยราคาหมึกที่ถูกกว่าที่อื่นเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อสมัยก่อนบาทหลวงหมึกหมดแล้วพยายามหาร้านที่ขายถูกๆแต่ก็ไม่มีเลยคิดจะขายซะเอง


10. รวยได้เพราะ layout ของ MySpace


เด็กสาววัยเพียง 17 ปี ก่อตั้งเว็ปไซด์ของตัวเองขึ้นมาโดยเสนอขาย layout ของ Myspace.com ที่เธอออกแบบเองเธอ สามารถทำเงิน 1 ล้านเหรียญในระยะเวลาไม่ถึงปี ซึ่งเฉลี่ยแล้วเธอมีรายได้ 7 หมื่นเหรียญต่อเดือน และเว็ปของเธอมีผู้เข้าชมถึง 7 ล้านคนต่อเดือนและมีผู้เข้าชมแล้วกว่า 60 ล้านคน …คนจะรวยช่วยไม่ได้จริงๆ

-------------------------------------------------------------------------------------------------


Read More...


อิตาเลียนจานด่วน' จุดขายแปลกใหม่ไม่จำเจ

'อิตาเลียนจานด่วน' จุดขายแปลกใหม่ไม่จำเจ-2 'อิตาเลียนจานด่วน' จุดขายแปลกใหม่ไม่จำเจ-1

อาหารอิตาเลี่ยน” ที่ใครคิดว่าราคาต้องแพง มาวันนี้คงต้องเปลี่ยนความคิดกันใหม่เพราะมีคนประยุกต์พลิกแพลง โดยทำใส่ถ้วยบรรจุอาหารขนาดกระทะรัด แต่ทานแล้วอิ่มขายในราคาถ้วยละ 39 บาท เป็น “อาหารอิตาเลี่ยนจานด่วน” เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ที่น่าสนใจทีเดียว...

ถนอมศรี งามณรงค์กิจ หรือ จู คือเจ้าของความคิด ทำ “อาหารอิตาเลี่ยนจานด่วน” ขาย
โดยปัจจุบันเมนูหลักๆ มี 3 รายการคือ มักกะโรนีอบชีส ใส่แฮม เห็ด, ลาซานญ่า แฮม เห็ด ไก่, ผักโขมอบชีสซึ่งเจ้าตัวเล่าว่า เดิมทำงานบริษัทมาก่อน จากนั้นลาออกมาทำธุรกิจเบเกอรี่แต่ภายหลังมีปัญหาจึงเปลี่ยนมาเป็น “อาหารอิตาเลี่ยนจานด่วน” อย่างที่ขายอยู่ในปัจจุบัน

“ที่เลือกทำอาหารประเภทนี้เพราะชอบอยู่แล้ว และหุ้นส่วนก็ชอบทาน มีเมนูแปลกมาเล่าให้ฟังอยู่เรื่อยๆและเราก็พยายามทำพัฒนาสูตรเรื่อยๆ มาจนถึงทุกวันนี้” ถนอมศรเล่า

สำหรับสูตรเริ่มแรกของอาหารอิตาเลี่ยนจานด่วนเจ้านี้ เริ่มที่ “ผักโขมอบชีส
ซึ่งถนอมศรีบอกว่า ขายดิบขายดีเพราะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ
 




สูตรคือ ผักโขม 1 กก. เด็ดใบแล้วเหลือประมาณ 300-400 กรัม,
เบคอน 50 กรัม, เห็ดฟาง 50 กรัม และเชสดาร์ชีส 300 กรัม

วิธีทำ
เริ่มที่นำผักโขมที่เด็ดเป็นใบๆ แล้วมาต้มกับเกลือให้สุก (
ต้มกับเกลือเพราะต้องการรักษาความสดของผัก)แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำไปผัดกับเนยนิดหน่อย ให้พอหอมขั้นต่อไปใส่เบคอน และเห็ด ซึ่งหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และใส่ชีสลงไปผัดให้เข้ากันจากนั้นก็ตักใส่ถ้วยฟอยส์ขนาดกว้าง 3 x 2 x 2 นิ้ว แต่ละถ้วยตักใส่น้ำหนัก 160 กรัมอบให้สุกด้วยเตาอบแก๊ส ด้วยความร้อน 250 องศาฯ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีจากสูตรที่ว่ามาจะได้ผักโขมอบชีสประมาณ 15 ถ้วย

'อิตาเลียนจานด่วน' จุดขายแปลกใหม่ไม่จำเจ-3

ต่อไปเป็นสูตร “ลาซานญ่า แฮม เห็ด ไก่
ส่วนผสมก็มี แฮม 300 กรัม, ไก่ 300 กรัม, เห็ด 100 กรัม, มะเขือเทศ 100 กรัม, หอมใหญ่ 100 กรัม,แครอท 100 กรัม (ส่วนผสมทุกอย่างต้องหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ), เชสดาร์ ชีส 300 กรัม และแผ่นลาซานญ่า 1 กก.

วิธีทำ
นำแผ่นลาซานญ่าไปต้มให้สุก พักไว้จากนั้นผัดส่วนผสมต่าง ๆ ที่เป็นไส้ หอมหัวใหญ่, แครอท, มะเขือเทศ, เห็ด, แฮม และไก่ จนสุกจากนั้นปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศ ซอสพริกพอประมาณ และชีส ผัดจนมีกลิ่นหอม

ตักไส้ไว้ด้านล่างของถ้วยฟอยส์พอประมาณ ปูด้วยแผ่นลาซานญ่า ตามด้วยตักไส้ลงไปแปะด้วยแผ่นลาซานญ่าอีกครั้ง ตักไส้อีกครั้งหนึ่ง แล้วโรยหน้าด้วยชีสอบให้สุกด้วยเตาอบแก๊ส ด้วยความร้อน 250 องศาฯ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที

สูตรนี้จะได้ลาซานญ่าประมาณ 12 ถ้วย ซึ่งถนอมศรีบอกว่า
ลาซานญ่านี้มีต้นทุนมากที่สุดเพราะไม่สามารถกะน้ำหนักของได้แน่นอน แต่ควรทำขายเป็นตัวเลือกสำหรับลูกค้าด้วย

อีกสูตรคือ “มักกะโรนีอบชีส ใส่แฮม เห็ด” ส่วนผสมประกอบด้วยแฮม 400 กรัม, เห็ด 400 กรัม, มักกะโรนีข้องอ 1 กก., ชีส 500 กรัม, นมสด 500 กรัม และเชสดาร์ ชีส 500 กรัม

วิธีทำ
ลวกมักกะโรนีข้องอให้สุก เทน้ำออก ปรุงรสด้วยพริกไทยดำพอประมาณตามด้วยนมสด เชสดาร์ ชีส และชีส จนมีกลิ่นหอม ตักใส่ถ้วยฟอยส์ โปะด้วยแฮมหั่น 1 ชั้น และเห็ดอีก 1 ชิ้นโรยหน้าด้วยชีสอีกเล็กน้อย ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยนำเข้าอบให้สุกด้วยเตาอบแก๊ส ด้วยความร้อน 250 องศาฯ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที

ปริมาณของมักกะโรนีอบชีสใส่แฮม เห็ด ต่อถ้วยจะมีน้ำหนักประมาณ 130 กรัมและจากสูตรที่ว่ามาข้างต้นจะตักได้ประมาณ 15 ถ้วยอาหารอิตาเลี่ยนจานด่วนเจ้านี้ ราคาขายถ้วยละ 39 บาท โดยมีต้นทุนถ้วยละประมาณ 26-27 บาท

อาหารอิตาเลี่ยนจานด่วน” ของถนอมศรี จะหมุนเวียนขายไปตามอาคารสำนักงานต่างๆอาทิ ตลาดครูหวี, ย่าน ททบ.5, กระทรวงการคลัง, พญาไท2 ฯลฯหากใครสนใจสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 08-1315-3215 และ 08-1256-2998ซึ่งนี่ก็เป็นอีก “ช่องทางทำกิน” ที่น่าสนใจในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน


คู่มือลงทุน...อิตาเลี่ยนจานด่วน
ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 30,000 บาท
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 26-27 บาท/ถ้วย
รายได้ ราคาขาย 39 บาท/ถ้วย
แรงงาน 1-2 คน
ตลาด ย่านอาหาร, ย่านสำนักงาน
จุดน่าสนใจ เป็นอาหารจานด่วนที่ไม่จำเจ


ข้อมูลโดย : http://www.dailynews.co.th


-------------------------------------------------------------------------------------------------


Read More...


ไส้อั่วหน่อกะลา พลิกแพลงเพิ่มจุดขาย



“ไส้อั่ว” อาหารท้องถิ่นของภาคเหนือที่มีขายกันทั่วไป หากมีการประยุกต์สร้างจุดขายให้แปลกแตกต่างออกไป ก็สามารถสร้างจุดขายให้มีลักษณะเด่นยิ่งขึ้น กลายเป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่สร้างอาชีพ-สร้างรายได้ได้อย่างดี อย่าง “ไส้อั่วหน่อกะลา” สินค้าโอทอป จ.นนทบุรี นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” ที่น่าพิจารณา...

ดวงใจ แสงงามปลั่ง ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์แปรรูปไส้อั่วสวนนนท์ เผยไว้เมื่อตอนนำสินค้าร่วมแสดงในงานกาชาด จ.นนทบุรี เมื่อปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า เป็นคนภูมิลำเนา อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังเรียนจบก็ไปทำงานที่เชียงใหม่กับลำพูนประมาณ 3–4 ปี และแต่งงานที่นั่น ภายหลังก็คิดอยากกลับบ้านเกิด เมื่อกลับมาอยู่บ้านก็ได้นำอาชีพทำไส้อั่วขายมาศึกษา เพราะครอบครัวของสามีมีอาชีพทำไส้อั่วขายอยู่แล้ว ซึ่งไส้อั่ว แคบหมู สำหรับคนเชียงใหม่นั้นถือเป็นอาหารพื้นบ้าน และตนเองได้เริ่มทำไส้อั่วเมื่อ 15 ปีที่แล้ว แต่เมื่อมาอยู่ที่ จ.นนทบุรี เหมือนเริ่มต้นใหม่จากที่สามีเคยทำ ซึ่งสมัยนั้นการทำไส้อั่วขายไม่ค่อยมีคู่แข่ง ถ้ามีก็มีน้อยมาก โดยตนเองก็ได้ลองพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมา




ไส้อั่วที่ทำช่วงเริ่มต้นมี 2 แบบ คือ ไส้อั่วหมู ไส้อั่วปลา ต่อมาเพิ่ม ไส้อั่วหน่อกะลา ด้วย เพื่อสื่อความหมาย จ.นนทบุรี เพราะหน่อกะลาเป็นพืชสมุนไพรของเกาะเกร็ดที่มีแห่งเดียวในนนทบุรี จึงนำมาใส่เพื่อประยุกต์ และให้เป็นสินค้าของนนทบุรี ส่วนการพัฒนาวัตถุดิบอื่น คือใช้ตะโพกหมูล้วน ๆ ในการทำไส้อั่ว ไม่ใช้เศษหมู และวัตถุดิบที่สำคัญคือมันหมู

นอกจากนี้ได้เปลี่ยนรูปแบบ จากที่เป็นวงใหญ่ ๆ กลายเป็นขดกลม ๆ ที่มีขนาดเล็กหน่อย เป็นในลักษณะค่อนข้างครึ่งวงกลม เพื่อจะช่วยเรื่องยอดจำหน่าย ให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น จึงคิดริเริ่มทำให้ขนาดเล็กลง

ดวงใจบอกอีกว่า สำหรับสูตรการทำไส้อั่วหมูกับไส้อั่วปลา ก็ไม่ได้ต่างกันมาก เพียงแต่บางคนชอบกินปลาเพราะมันจะนุ่มกว่าหมู ปลาที่ใช้ก็จะเป็นปลากรายกับปลายี่สก ถ้าใช้ปลากรายอย่างเดียวต้นทุนจะสูงมาก จึงนำปลาน้ำจืดชนิดอื่นมาผสมด้วย สาเหตุที่ต้องเป็นปลาน้ำจืด เพราะหากนำปลาน้ำเค็มมาผสมจะทำให้มีกลิ่นคาว
   
อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำก็มี เครื่องบดหมู เครื่องตีผสม เครื่องสุญญากาศ กะละมัง ทัพพี ถังน้ำ หม้อนึ่ง เครื่องบดพริก เตาแก๊ส กระทะ ฯลฯ ส่วนวัตถุดิบที่ใช้ก็มี หมูสันนอก มันแข็ง ไส้หมู น้ำพริกแกง ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย ผักชี ต้นหอม ใบมะกรูด และหน่อกะลา ซึ่งวัตถุดิบในการทำไส้อั่วหมูหน่อกะลา 10 กิโลกรัม จะมีดังนี้คือ หมูสันนอก 8 กิโลกรัม, มันหมูแข็ง 2 กิโลกรัม, หน่อกะลา 1-2 กิโลกรัม, พริกแกง 2.5 กิโลกรัม โดยเครื่องปรุงพริกแกงก็มี พริกแดงแห้งเม็ดใหญ่ 500 กรัม, หอมแดง 500 กรัม, กระเทียม 300 กรัม, กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ, ตะไคร้ 1 กิโลกรัม (ซอยเอาแต่เนื้ออ่อน ๆ)
   
ส่วนผสมเครื่องปรุงรส ก็มี ซีอิ๊วขาว 500 ซีซี., น้ำตาลทราย 300 กรัม, ผงปรุงรสรสหมู 300 กรัม และส่วนผสมอื่น ๆ ก็คือ ใบมะกรูด, ผักชี, ต้นหอม อย่างละพอประมาณ หากชอบสมุนไพรก็ใส่ใบโหระพาหรือผักชีฝรั่งเพิ่มได้
วิธีทำ นำเครื่องปรุงพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม กะปิ และตะไคร้ มาตำหรือบดรวมกันให้ละเอียด ก็จะได้เป็นพริกแกง จากนั้นนำหมู และมันหมู มาบดรวมกัน ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย ผงปรุงรสรสหมู ใบมะกรูด ผักชีและต้นหอม คลุกรวมกัน เสร็จแล้วนำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน กรอกส่วนผสมทั้งหมดลงไปในไส้หมูที่กว้าง 1 นิ้วครึ่ง ยาว 7 นิ้ว โดยใช้เครื่องบดน้ำพริกในการบรรจุ (ตัวเครื่องสามารถใส่กรวยเพื่อกรอกไส้อั่วได้) เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงมัดปลายทั้ง 2 ข้างโดยการบิดไส้หมูให้เป็นเกลียว เสร็จแล้วนำไปนึ่งให้สุก และนำไปผึ่งให้แห้ง การทำเป็นไส้อั่วหน่อกะลา ก็นำหน่อกะลามาซอยและผสมลงไปด้วย ปริมาณ 2 กิโลกรัม ถ้าไม่ชอบหน่อกะลามากก็ให้ใส่แค่ประมาณ 1 กิโลกรัม
   
ขั้นตอนสุดท้าย ใส่ถุงเก็บไว้ในตู้เย็นหรือช่องแช่แข็ง ซึ่งระยะเวลาของการเก็บรักษานั้น จะเก็บไว้ได้ประมาณ 1 เดือน
   
ดวงใจบอกเคล็ดลับเพิ่มเติมว่า การทำไส้อั่ว ต้องหนักตะไคร้ และใบมะกรูด เพราะกลิ่นมันจะหอม ส่วนในการทำไส้อั่วปลา ก็จะลดปริมาณหมู คือจะใช้ปลา 5 กิโลกรัม และหมู 3 กิโลกรัม
   
สำหรับราคาขายไส้อั่วเจ้านี้ จะขายขีดละ 30 บาท หรือกิโลกรัมละ 300 บาท โดยมีต้นทุนราว 200 บาทขึ้นไป
   
สนใจเรื่อง “ไส้อั่วหน่อกะลา” ติดต่อ ดวงใจ แสงงามปลั่ง ติดต่อได้ที่ 92/41 หมู่ 9 บางเลน ซอย 10 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 08-9660-0768 และ 08-1869-4780.

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล
ชนิกานต์  วงศ์สุธารส / อนุสรา  แสงเงิน : เรื่อง - ภาพ
credit : http://www.dailynews.co.th/
-------------------------------------------------------------------------------------------------



Read More...


ขนมปังมันฝรั่ง

 
ขนมปังแบบโฮมเมดจริง พร้อมวีดีโอประกอบ เพื่อให้แม่บ้านและผุ้ที่ชอบทำขนมอบทานเองที่บ้าน ที่ไม่ตองใช้อุปกรณ์ให้ยุ่งยาก แต่ต้องกระซิบดังๆ งานนี้เหมาะกับคนข้อมือแข็งแรง และ อยากกินขนมที่ใช้มือนวดที่ให้รสชาติอีกแบบที่ต่างจากใช้เครื่องมือเลยที เดียว
                                                 .....................
ส่วนผสม
แป้งขนมปัง                  4 1/2 ถ้วยตวง
มันฝรั่งบด
ยิสต์แห้ง                            2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย                      150 กรัม
เกลือป่น                             1 ช้อนชา
ผงฟู                                    1ช้อนชา
นมผง
น้ำมันพืช                             6 ช้อนโต๊ะ (หรือเนย 100 กรัม)
น้ำร้อนสำหรับละลายยีสต์  150 มิลลิลิตร
แป้งนวดขั้นตอนแรกพักไว้ 4ชม
 
ครบ 4ชม แล้วนำมานวดในขั้นตอนที่ 2 แล้วแบ่งแป้งเป็น 2ส่วน
 
พักแป้งให้ขึ้นเท่าตัว ประมาณ 1 ชั่วโมง
 
ทาไข่ไก่ ก่อนเข้าอบ
 
เข้าเตาอบ  30 นาทีอุณภูมิ อบ 160 องศา
 
ออกจากเตาอบร้อนๆ พักไว้ให้เย็น
 

วิธีทำ
   เตรียมชามผสมแป้ง โดยใช้น้ำร้อน เติมลงในชามผสม ตามด้วยยีสต์ผง ผงนม น้ำตาลทราย เกลือป่น
เมื่อ ละลายดีแล้วให้เติมผงฟู แล้วเทแป้งลงไปบางส่วนประมาณ 2 ถ้วย ตะล่อมแป้งให้เข้ากัน เติมมันบดแล้วค่อยๆเติมแป้งลงไป ตามด้วยน้ำมันพืชนวดด้วยมือจนแป้งเข้ากันดี พักไว้ ขั้นตอนนี้จะต้องนวดแป้งด้วยน้ำหนักมือที่สม่ำเสมอ ประมาณ 10นาที แล้ว พักแป้งไว้ โดยปิดด้วยพลาสติก ประมาณ 4 ชัม.  



  นำแป้งออกมานวดอีกครั้ง ใช้เวลาประมาณ 10 นาที เหมือนครั้งแรก หรือจะนานกว่าเพื่อให้แป้งได้เนื้อเหนียวนุ่มเมื่ออบสุกแล้ว แล้วแบ่งเป็นรูปแบบต่างๆตามชอบ หรือจะเลือกพิมพ์ก้นลึกแบบขนมปังบอนด์ก็ได้  พักแป้งไว้ให้ขึ้นก่อนอบประมาณ 30-45 นาที หรือถ้าอุณภูมิไม่ได้ ก้อาจจะรอเกือบๆ 1 ชั่วโมงครึ่ง
เมื่อนำเข้าอบแล้วประมาณ30 นาที ด้วยความร้อน 160 องศา ก็จะได้ขนมปังแบบในภาพ 
เก็บในกล่องได้ 4 วัน โดยไม่ต้องใช้สารกันบูดหรือกันเชื้อราใดๆ เพียงแค่เน้นความสะอาด
โดย Home Cooking Recipe 

credit : http://mblog.manager.co.th/fathima/th-114139/

-------------------------------------------------------------------------------------------------

Read More...




รายการสูตรอาหารและสูตรขนมหวานของบล๊อก

Google+ Followers


ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

f2860c27e794a8ab974509f10c43b165.jpg


Page-1 Page-2 Page-3


ติดต่อมสอบถามรายละเอียดรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ดทุกรุ่นผ่านระบบออนไลท์
- Contact : http://bit.ly/2vn9tdT
- Line : https://line.me/ti/g2/CBLBTBKCRE
- My Shop : http://bit.ly/2NX81rl
- Blog : http://bit.ly/2GhrdMG
- Market Online : http://bit.ly/2Kqe2en
- Facebook Fanpage : http://bit.ly/2NUxC44

รายละเอียดรถฟอร์ดและอื่น ๆ ...
https://sites.google.com/view/ranger-ford/
https://sites.google.com/view/raptor-ford/
https://sites.google.com/view/everest-ford/
https://sites.google.com/view/service-appointment/
https://sites.google.com/view/maintenance-costs/










เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
Option

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.