ขับเคลื่อนโดย Blogger.

สอบถามค่าแรงรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ด โทร 087-2229588


Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

ท่านเจ้าของอู่รับซ่อมรถยนต์ฟอร์ด ไม่ต้องกังวลอะไหล่ไม่มีหรือได้ช้า สั่งได้เร็ว 24 ชั่วโมง ,สั่งช่วงเช้าได้เย็น ,สั่งหลังเที่ยงได้วันพรุ่งนี้ ศูนย์ฟอร์ดอยุธยา ให้ราคาช่าง,ราคาอู่ซ่อม,ราคาอู่พ่นสี โทร 087-2229588 ,id line : 0863363882

ก๋วยเตี๋ยว-สัมตำทะเล



อาหารจานเดียว และอาหารว่างทั่ว ๆ ไป ก็สามารถมาทำให้แปลก ให้แตกต่าง หรือเพิ่มมูลค่าสินค้า ด้วยการแค่เปลี่ยนส่วนผสมของวัตถุดิบ ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์จากทะเล อาทิ กุ้ง, ปู, ปลาหมึก, ปลาทะเลต่าง ๆ ก็ทำให้อาหารจานนั้นกลายเป็นจุดเด่น เรียกลูกค้าเข้าร้านได้ทันที อย่าง “ก๋วยเตี๋ยวทะเล” และ “ส้มตำทะเล” ของ ชุมชนสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งแห่งประเทศไทย จ.ปทุมธานี โดยทีมคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอในวันนี้...  

ขจี ขำละม้าย หรือป้าแอ๊ด  ประธานชุมชนสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งแห่งประเทศไทย จ.ปทุมธานี  บอกว่า นอกจาก “ข้าวยำทะเล” ซึ่งเป็นเมนูหลักเวลาที่ไปออกร้านขายของแล้ว ยังมี “ก๋วยเตี๋ยวทะเล” และ “ส้มตำทะเล” เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมมากทุกครั้งที่ไปออกร้าน  เพราะมีความแปลก และแตกต่างจากร้านค้าอื่น ๆ

“แม้ว่าอาหารทั้งสองอย่างนี้ จะยุ่งยากในขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์สักหน่อย แต่ถ้ามีสถานที่ หรือทำเลดี ๆ ที่มีคนเดินเยอะ ๆ ก็จะเป็นเมนูที่ได้คนสั่งทานเป็นอันดับแรก ๆ” ขจี กล่าว

เริ่มที่ “ก๋วยเตี๋ยวทะเล”  อุปกรณ์ที่ใช้ หลัก ๆ มีหม้อก๋วยเตี๋ยว, เตาแก๊ส, ตะกร้อลวกเส้น, ทัพพีตักน้ำซุป, ชาม-ตะเกียบ-ช้อน เป็นต้น ส่วนเครื่องปรุงรสชาติที่ต้องเตรียมไว้บริการลูกค้า มี น้ำปลา, น้ำตาล, พริกป่น, และน้ำส้มพริกดอง

ส่วน วัตถุดิบที่ใช้ หลัก ๆ มีเส้นก๋วยเตี๋ยวใช้สองชนิด คือ เส้นเล็ก และเส้นหมี่ขาว นอกจากนี้ยังมีเนื้อปูต้มสุก, กุ้งต้ม, ปลากรอบ, เนื้อปลากะพงต้ม, ปลาหมึกต้ม และผักอย่างกะหล่ำปลีต้ม, ผักคะน้าลวก, ผักชีซอย และเครื่องโรยหน้าอย่างกระเทียมเจียว และตั้งฉ่าย
วิธีทำ เริ่มที่ “การต้มน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว” ก่อน ซึ่งป้าแอ๊ด บอกว่า การต้มน้ำซุป ยิ่งต้มนาน ยิ่งดี เพราะน้ำจะยิ่งหวานรสชาติกลมกล่อม

วิธีต้ม เริ่มที่ ตักน้ำใส่หม้อสเตนเลสขนาดเบอร์ 40 หรือเบอร์ 60 ปริมาณค่อนหม้อ ใส่กระดูกคาตั๊ง 1 กก. ลงไปต้มจนเดือด ระหว่างต้มถ้ามีฟองอากาศขึ้นมาให้หมั่นช้อนฟองทิ้ง เมื่อกระดูกคาตั๊งสุกแล้ว ให้หรี่ไฟลง ใส่กระเทียม-พริกไทย (พอประมาณ) รากผักชี 20 ราก และน้ำตาลกรวด (พอประมาณ) ที่ปั่นหรือโขลกให้เข้ากัน  ใส่ลงไปต้มรวมกัน

ต้มไปเรื่อย ๆ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง เมื่อใกล้เวลาที่พร้อมจะออกขายแล้ว ให้ปรุงรสน้ำซุปอีกครั้งด้วยเกลือป่น และซอสปรุงรส พร้อมทั้งใส่หัวไชเท้าหั่นลงไปต้มด้วย เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย

วิธีขาย  หยิบผักกะหล่ำปลี และผักคะน้าใส่ลงตะกร้อลวกก๋วยเตี๋ยว ตามด้วยเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ลูกค้าสั่ง ลวกในหม้อน้ำร้อนที่ต้มจนเดือด ลวกเสร็จแล้วใส่ในชามที่เตรียมไว้ ใส่กระเทียมเจียว, ตั้งฉ่าย ลงไป จากนั้นใส่เครื่องทะเล อย่างปลาหมึกต้ม, กุ้งต้ม, เนื้อปูลวก และเนื้อปลากะพง เสร็จแล้ว ตักน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวลงไปพอประมาณ พร้อมหัวไชเท้า 1-2 ชิ้น โรยหน้าด้วยพริกไทย, ปลากรอบ และผักชีซอยเป็นขั้นสุดท้าย ราคาขายชามละ 50-60 บาท (ขึ้นอยู่กับสถานที่ และทำเล)

ส่วน “ส้มตำทะเล” นั้น  อุปกรณ์ที่ใช้ หลัก ๆ มี ครก, สาก, ทัพพี, มีด, จาน, ชาม, ตะกร้า, หม้อ และอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดในครัวเรือน ซึ่งถ้าลงทุนครั้งแรกก็น่าจะประมาณไม่เกิน 5,000 บาท

วิธีทำ ตำกระเทียม และพริกขี้หนูลงไป  ตำให้เข้ากัน ตามด้วยมะเขือเทศสีดา เส้นมะละกอ และเส้นแครอทสับ ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ, น้ำมะขามเปียกต้ม และน้ำมะนาว  จากนั้น ใส่ปูกะตอยต้ม, กุ้งต้ม และปลาหมึกต้ม  คลุกให้ทุกอย่างเข้ากัน  แล้วชิมรสให้ได้ 3 รส คือ เปรี้ยว หวาน เค็ม  เสร็จแล้วตักใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ แล้วโรยหน้าด้วยปลาป่น  เสิร์ฟพร้อมผักแกล้มอย่างผักกาดหอม, ใบชะพลู, กะหล่ำปลีสด และถั่วฝักยาว ราคาขายชุดละ 50-60 บาท (ขึ้นอยู่กับสถานที่ และทำเล)

 ใครสนใจ “ก๋วยเตี๋ยวทะเล-ส้มตำทะเล” ติดต่อ ขจี ขำละม้าย เจ้าของกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” รายนี้ ได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 08-1481-8988 นอกจาก “ก๋วยเตี๋ยวทะเล-ส้มตำทะเล” แล้วยังมีเมนูทะเลอื่น ๆ อีก อาทิ ข้าวยำทะเล, แกงเขียวหวานทะเล, ผัดกะเพราทะเล ฯลฯ ซึ่งเป็นอาหารที่ใช้ส่วนผสมเป็นผลิตภัณฑ์จากทะเลทั้งสิ้น.
...................................................................
คู่มือลงทุน...ก๋วยเตี๋ยว-ส้มตำทะเล
ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 40% ของราคาขาย
รายได้ ราคาขาย 50-60 บาท/1ชุด
แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป
ตลาด ชุมชน, ร้านอาหาร, งานออกร้าน
จุดน่าสนใจ เป็นการสร้างเมนูใหม่ที่แตกต่าง
สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : รายงาน/สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/248504/ก๋วยเตี๋ยว-ส้มตำทะเล+สร้าง+‘ค่า’+จาก+‘ความต่าง’

Read More...


8 ซุปมงคล ซดแล้วเฮง!!

เลข 8 ถือเป็นเลขมงคล ชาวจีนที่ทำการค้าจะชื่นชอบที่สุด โดยเฉพาะชาวจีนฮ่องกง  เพราะในภาษากวางตุ้ง  มีเสียงพ้องกับคำว่าร่ำรวยและมั่งมี สำหรับชาวตะวันตก เลข 8 เป็นสัญลักษณ์ของอินฟินิตี้ หมายถึงความเป็นนิรันดร์ไม่รู้จบ ส่วนคนญี่ปุ่นหลงรักเลข 8 เพราะเสียงพ้องกับคำว่าความสมบูรณ์และสมดุล

ใกล้ ถึงเทศกาลตรุษจีนแล้ว ปีนี้ตรงกับวันที่ 31 ม.ค.2557 อยากให้ทุกคนเริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยความสุขสดชื่นสุดแฮปปี้ จึงขอหยิบ “สูตรลับ 8 ซุปมงคลสไตล์คนอร์” จากซินแสชื่อดัง “อ.วิศิษฎ์ เตชะเกษม” และ “เชฟตั๊ก–นภัสกร มิตรเอม” มาแบ่งปัน

8 ซุปมงคลรับปีม้าคึกคัก 2557 ประกอบด้วย “ซุปมั่งมี” ขาหมูตุ๋นยาจีนเห็ดหอม “หมู” สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์เหลือกินเหลือใช้ “ซุปอายุยืน” ต้มจืดวุ้นเส้นเห็ดหอมดอกไม้จีน ปรุงด้วย “วุ้นเส้น” ตัวแทนอายุยืนยาว “ซุปสุขสันต์” ต้มจับฉ่ายเต้าหู้ “จับฉ่าย” หมายถึงโชคลาภ ส่วน “เต้าหู้” คือความเฟื่องฟูร่ำรวยมีสุข “ซุปเฮงเฮง” ต้มจับฉ่ายเป็ดพะโล้ เสริมโชคลาภเบิ้ลสองเท่า ด้วยพลัง “เป็ด” เร่งความเฮง “ซุปเฟื่องฟู” ต้มจืดกวางตุ้งลูกชิ้นกุ้งทอด “ผักกวางตุ้ง” คือความรุ่งเรืองเฟื่องฟูจากโชคลาภ และ “กุ้ง” หมายถึงบารมี “ซุปมั่นคง” กะหล่ำปลีตุ๋นเจ “กะหล่ำปลี” หมายถึงความมั่นคงเป็นปึกแผ่น “ซุปก้าวหน้า”  ไก่ตุ๋นเกาลัดเม็ดบัว “ไก่” สื่อถึงยศถาบรรดาศักดิ์ ขณะที่ “เม็ดบัว” คือความมั่งคั่ง ถ้าใครอยากโด่งดังมีชื่อเสียงต้องซด “ซุปเลื่องชื่อ” ต้มจืดกระดูกหมูแปะก๊วยเห็ดหอม “เห็ดหอม” หมายถึงความมีชื่อเสียง “แปะก๊วย” เป็นยาอายุวัฒนะ และ “บ๊อกฉ่อย” กวักโชคลาภร้อยประการ.


 
credit by :  http://www.thairath.co.th/content/398693

Read More...


แกงขาหมูใบชะมวง

อาหารขึ้นสำรับวันนี้เสน่ห์อยู่ตรงใบชะมวงที่นำมาปรุงนั่นเอง “ชะมวง” เป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์หลายอย่าง ตั้งแต่ราก ผล โดยเฉพาะใบและยอดอ่อน ซึ่งมีรสเปรี้ยวจึงนิยมนำมาปรุงอาหารหลายอย่าง สำหรับภาคใต้ซึ่งจะพบชะมวงค่อนข้างแพร่หลาย และเรียกใบชะมวงต่างจากภาคอื่นๆว่า “ใบส้มมวง” คนใต้จะนิยมนำใบส้มมวงมาปรุงในเมนู “กระดูกหมูต้มชะมวง” ซึ่งคล้ายๆกับต้มยำ โดยอาศัยรสเปรี้ยวจากใบชะมวงแทนมะนาว

ใบชะมวงยังนิยมนำมาปรุงอาหาร ที่รู้จักกันดีอีกเมนูคือ แกงหมูใบชะมวง ซึ่งถือเป็นอาหารพื้นบ้านที่เลื่องชื่อของจังหวัดจันทบุรีและระยอง และในฐานะที่เป็นชาวเมืองจันท์ คุณโป้–ปิยะ ศาสตรวาหา โปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง และนักร้องนำที่รู้จักกันในนาม “โป้ โยคีเพลย์บอย” จึงอยากจะแนะนำเมนูพื้นบ้านยอดนิยมนี้ เพื่อให้คนภาคอื่นที่รักการครัวได้ลองนำไปปรุงทานเองด้วย




กว่า 17 ปีที่คุณโป้ เริ่มต้นวงโยคีเพลย์บอย ในปี 2539 และมีผลงานอย่างต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน มีเพลงที่เป็นที่นิยมอย่างเช่น “คืนนี้ขอหอม”,  “โปรดเถอะ” และ “วันเกิด” นอกเหนือจากนั้น คุณโป้จะใช้เวลาว่างที่เหลือกับลูกสาววัย 1 ขวบเศษ และดูแลกิจการโฮมสเตย์ท่ามกลางธรรมชาติป่าเขาลำธารจากน้ำตก ที่ชื่อว่า Cabin Creek Homestay ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งเพล จังหวัดจันทบุรี และที่นี่เองมีเมนูเด็ดอย่าง “แกงขาหมูใบชะมวง” ไว้คอยเสิร์ฟเป็นมื้อเย็นแสนอร่อยแก่แขกผู้มาเยือน โดยคุณแม่ (เปรมใจ ศาสตรวาหา) ได้คิดดัดแปลงจากเมนูพื้นบ้านของเมืองจันท์คือ แกงหมูชะมวง มาปรับใช้ขาหมูขาหน้า เพื่อให้ได้สัมผัสเนื้อหมูกรุบติดหนัง และไม่มันเกินไป นอกจากนี้ยังใช้น้ำตาล 3 ชนิดให้เกิดสมดุลของความหวานที่ไม่เลี่ยน แกงขาหมูใบชะมวงสูตรนี้จึงมีรสเปรี้ยวจากใบชะมวง และรสหวาน มัน ที่กลมกล่อมลงตัว ถ้าใครอยากลองลิ้มรสโทร.สั่งให้ส่งถึงบ้านได้ที่ “ปรุง” Delivery  08-7352-3566 หรือคลิกเข้าไปดูได้ที่ www.facebook.com/prung.thai.recipes



เครื่องปรุง : เครื่องแกง (พริกขี้หนูแห้ง, พริกแห้งเม็ดใหญ่, กระเทียม, หัวหอมแดง, ข่า, ตะไคร้, กะปิ)/ใบชะมวง/ขาหมูขาหน้า/น้ำมันพืช/เกลือ/น้ำตาล 3 ชนิด (น้ำตาลทราย, น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลมะพร้าว, น้ำตาลอ้อยหรือที่เรียกกันว่า น้ำตาลทรายแดง)......
วิธีทำ
1) โขลกส่วนผสมของเครื่องแกงให้แหลก
2) ผัดเครื่องแกงกับน้ำมันด้วยไฟอ่อนๆจนหอม และเติมน้ำเล็กน้อย 3) เตรียมขาหมูที่ซื้อมา ด้วยการนำไปต้ม ถอนขน และเลาะกระดูกออก หั่นเป็นชิ้นพอคำ นำลงไปผัดกับเครื่องแกงจนเนื้อหมูเริ่มนิ่ม และน้ำจากหมูจะค่อยๆซึมออกมา
3) ใส่ใบชะมวงที่ฉีกออกจากก้านใบ ลงไปผสมกับข้อ 3.
4) และปรุงรสด้วยเกลือ แล้วตั้งไฟอ่อนๆทิ้งไว้ จนหมูนิ่มเปื่อยและเครื่องแกงเข้าเนื้อ
5) จึงปรุงรสด้วยน้ำตาลทั้ง 3 ชนิด และชิมให้ได้รสกลมกล่อม และตั้งไฟทิ้งไว้จนใบชะมวงออกรสเปรี้ยว และให้ได้น้ำข้นขลุกขลิก ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.



ข้อควรระวังสำหรับการปรุงเมนูนี้ ต้องอย่าเคี่ยวจนเนื้อขาหมูเละ และอย่าเติมน้ำ เพราะจะทำให้เนื้อหมูเละ แล้วน้ำแกงจะใสไม่เข้มข้นด้วย.

credit by :  http://www.thairath.co.th/content/401493

Read More...


แครกเกอร์ข้าวทอด หมูสับปลาเค็ม


สุดสัปดาห์สบายๆ แบบนี้ คอลัมน์ Trend can do ไทยรัฐออนไลน์ทุกวันศุกร์สัปดาห์นี้ เอาใจคนชอบทำอาหารเมนูไม่ซ้ำใคร ทำง่ายๆ ด้วยตัวเอง เป็นเมนูจากข้าวสังข์หยด "ไทยรัฐออนไลน์" เข้าครัวของ คุณเก๋ อำไพพรรณ จิราธิวัฒน์ และ มาเผยสูตรเด็ดให้ได้ลงมือทำจะมีขั้นตอนอย่างไร ไปชมกันเลย...
ขึ้น ชื่อว่าเป็นเมนูจากร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่นที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและ ชาวต่างชาติ อย่าง 'เดอะ เทอเรซ' แน่นอนว่าเมนูอาหารคงจะเก๋ไม่เช่นเล่น ซึ่งวันนี้ใครที่อยากลองทำทานเองดู พลาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะเราจะเผยสูตรและขั้นตอนการทำเมนูสุดเก๋ ที่แค่ได้ยินชื่อก็ชวนน้ำลายสอแล้ว 'แครกเกอร์ข้าวทอดหมูสับปลาเค็ม'
ส่วนผสม
1.    ข้าวตังแผ่นกลม
2.    หมูสับปลาเค็ม
3.    น้ำจิ้มแจ่ว
4.    ผักแต่งจาน (มะเขือเทศ, แตงร้าน, พริกแดงเส้น, สะระแหน่)

วิธีปรุง


ทอด ข้าวตังพักไว้ นำหมูสับปลาเค็มปั้นเป็นก้อนแบนๆ แล้วนำไปกริลล์ ให้เหลืองแล้วพักทิ้งไว้ แล้วทำน้ำจิ้มแจ่ว โดยนำส่วนผสม (พริกป่น, มะขามเปียก, น้ำปลา, น้ำมะนาว, ชูรส) มาผสมกัน แล้วใส่ใบมะกรูดซอย, หอมซอย, หอมแดง และที่สำคัญข้าวคั่วสังข์หยด (*จุดเด่นของข้าวคั่วคือใช้ข้าวสังข์หยดมาทำข้าวคั่วเอง)
นำทุกอย่าง ที่เตรียมไว้มาแต่งจานโดย นำแตงร้านมาหั่นเป็นชิ้นวางบนจาน แล้ววางมะเขือเทศทับ ตามด้วยข้าวตังทอดราดด้วยน้ำจิ้มแจ่ว แล้ววางหมูสับปลาเค็มซ้อนแล้วราดด้วยน้ำจิ้มแจ่วอีกครั้ง แล้ววางข้าวตังทอดปิดทับแล้วแต่งด้วยช่อสะระแหน่ และพริกแดงเส้น แค่นี้ก็อร่อยพร้อมเสิร์ฟแล้ว


เครื่องปรุง : ข้าวตังแผ่นกลม/หมูสับปลาเค็ม/ นํ้าจิ้มแจ่ว/ผักสำหรับตกแต่ง (มะเขือเทศ, แตงร้าน, พริกแดงเส้น, สะระแหน่).....

วิธีทำ :

1) เริ่มจากการทําหมูสับปลาเค็ม โดยนําเนื้อหมูบดมาคลุกเคล้ากับรากผักชีและกระเทียมพริกไทย และปรุงรสด้วยซอสปรุงรส

2) นําเนื้อปลาเค็ม (ปลาอินทรี) ไปย่างแล้วแกะเอาแต่เนื้อมาคลุก–เคล้ากับหมูบดที่ปรุงรสแล้วให้เข้ากัน

3) นําหมูสับปลาเค็มมาปั้นเป็นก้อนแบนๆ แล้วนําไปกริลล์ ในกระทะให้เหลือง แล้วพักไว้

4) ทอดข้าวตังพักไว้

5) ทํานํ้าจิ้มแจ่ว โดยนําส่วนผสมของพริกป่น, มะขามเปียก, นํ้าปลา, นํ้ามะนาว, ชูรส ผสมเข้าด้วยกัน แล้วใส่ใบมะกรูดซอย, ต้นหอมซอย, หอมแดงซอย และที่สําคัญข้าวคั่วสังข์หยด

6) นําข้าวตังทอดราดด้วยนํ้าจิ้มแจ่ว แล้ววางหมูสับปลาเค็มซ้อนแล้วราดด้วยนํ้าจิ้มแจ่วอีกครั้ง และปิดทับด้วยข้าวตังทอด ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่และพริกแดงเส้น พร้อมเสิร์ฟได้เลย.


credit by :  http://www.thairath.co.th/content/406457

Read More...


เมนูคลายร้อน...'เครปข้าวเหนียวมะม่วง


เป็นประจำทุกสุดสัปดาห์แบบนี้ คอลัมน์ Trend can do ขอเสนอเมนูคลายร้อน ทำง่ายๆ ด้วยตัวเอง เป็นเมนูจากข้าวสังข์หยด "ไทยรัฐออนไลน์" เข้าครัวของ ปุ๊-วันทนีย์ จิราธิวัฒน์ เผยสูตรเด็ดให้ได้ลงมือทำจะมีขั้นตอนอย่างไร ไปชมกันเลย...

ขึ้น ชื่อว่าเป็นเมนูจากร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่นที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและ ชาวต่างชาติ อย่าง 'เดอะ เทอเรส' แน่นอนว่าเมนูอาหารคงจะเก๋ไม่เช่นเล่น วันนี้ใครที่อยากลองทำทานเองดู พลาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะเราจะเผยสูตรและขั้นตอนการทำเมนูสุดเก๋ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนอย่างแน่นอนกับเมนู "เครปข้าวเหนียวมะม่วง" อาหารว่างสไตล์ฟิวชั่น มีส่วนประกอบทําจากข้าวสังข์หยด ที่มีคุณค่าทางใยอาหารสูงกว่าข้าวพันธุ์อื่นๆ ซึ่งมีประโยชน์ในการบํารุงโลหิต และบํารุงร่างกายให้แข็งแรง

ส่วนผสม
1.    แผ่นเครป  (น้ำข้าวสังข์หยด, แป้งสาลี, นม, น้ำ, น้ำตาล, ไข่ไก่, กลิ่นบัตเตอร์, เนย)
2.    ข้าวเหนียวมูลสีเขียว
3.    ข้าวสังข์หยดทอด  (ข้างสังข์หยด, แป้งเทมปุระ, น้ำมัน)
4.    ไอศกรีมกะทิสด
5.    ซอสมะม่วง
6.    กะทิเค็ม
7.    ใบสะระแหน่

วิธีปรุง
1. การทำแผ่นเครป ด้วยการน้ำข้าวสังข์หยดที่หุงสุกแล้วมาปั่นให้ละเอียดกรองเอาน้ำข้าว มาผสมกับส่วนผสมต่างๆ ให้เข้ากัน แล้วตั้งไฟให้ร้อนนำน้ำแป้งที่เทใส่กระทะให้เป็นแผ่น ทำให้สุกจะได้แผ่นเครปหอมนุ่ม
2. เตรียมข้าวสังข์หยดที่สุกแล้วนำมาคลุกกะแป้งเทปุระแล้วน้ำไปทอดน้ำมันร้อน นำขึ้นพักไว้



3.นำข้าวเหนียวมูลมาวางบนแผ่นเครป ใส่ซอสมะม่วงที่มีความอร่อยเป็นเลิศ แล้วม้วน ให้เหมือนข้าวปั้น



4.ม้วน ให้เหมือนข้าวปั้น



5.นำมาตัดเป็นชิ้น เรียงใส่จานให้สวยงาม






6.ราดด้วยกะทิเค็มและตามซอสมะม่วงลงบนเครป แล้วโรยด้วยข้าวสังข์หยดทอด



6.เสิร์ฟพร้อมตักไอศกรีมกะทิแต่งหน้าด้วยใบสะระแหน่


 credit by : http://www.thairath.co.th/content/409622

Read More...


ข้าวผัดหนำเลี้ยบ (มังสวิรัติ)


หลายๆคนอาจจะเคยทานข้าวผัดหรือข้าวอบหนำเลี้ยบจนติดอกติดใจกันมาแล้ว วันนี้มีสูตรข้าวผัดหนำเลี้ยบแบบเจ หรือที่เรียกว่า มังสวิรัติ คือปราศจากเนื้อสัตว์ทุกชนิดมาฝาก จัดเป็นเมนูสุขภาพเต็มร้อยทีเดียว เพราะใช้เครื่องปรุงที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายล้วนๆ ตั้งแต่ข้าวที่ใช้ผัด ก็ใช้ข้าวกล้อง เครื่องปรุงอื่นๆ ก็มีถั่ว (ถั่วพูและถั่วฝักยาว) และงาดำงาขาว จัดเป็นอีกหนึ่งเมนูที่สามารถขึ้นลิสต์อาหารเจในเทศกาลอาหารเจปีนี้ได้เลย
คุณ เอ๋ย–พจมาน (สุทัศน์) ภาษวัธน์ ภริยาคู่บุญของ คุณเอี๊ยด–อภิพร ภาษวัธน์ ประธานบอร์ดสายการบินนกแอร์ จัดเป็นหญิงเก่งที่มีคุณสมบัติแม่บ้านแม่เรือนครบถ้วนในตัว ได้คิดสูตรเมนูข้าวผัดหนำเลี้ยบ (มังสวิรัติ) นี้ขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน เพราะมีแขกต่างชาติมาทานข้าวที่บ้าน ปรากฏว่าเขาทานอาหารมังสวิรัติ คุณเอ๋ยจึงไม่เสียหน้า ที่เชิญแขกมาทานข้าวที่บ้านทั้งที แต่ต้องให้แขกนั่งมองอาหารแทน!!

ทุกวันนี้แม้คุณเอ๋ยจะเข้าสู่วัยเกษียณมาหลายปีแล้ว แต่เธอก็ยังไม่อยู่นิ่งเฉย หลังจากเออร์ลี่รีไทร์ จากบริษัทเนสท์เล่ มา 20 กว่าปีแล้ว คุณเอ๋ยก็มีความสุขกับการท่องเที่ยวแบบเดินป่าปีนเขาทั้งในประเทศและต่าง ประเทศ สลับกับการเป็นอาจารย์พิเศษสอนด้านโลจิสติกและซัพพลาย เช้นจ์ ที่ ม.แม่ฟ้าหลวง และ ม.อัสสัมชัญ (ABAC)


ด้วยความที่คุณเอ๋ยเติบโตมากับ การเลี้ยงดูของคุณยายแส (คุณหญิงวิชิตวงศ์วุฒิไกร ภริยาพระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร ผู้เคยเป็นพระอภิบาลของในหลวงรัชกาลที่ 8 และ 9) เพราะคุณแม่ได้ทุนไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส คุณเอ๋ยจึงซึมซับและเรียนรู้เรื่องการครัวจากคุณยายแส รวมถึงได้สูตรอาหารมาเยอะมาก อาทิ ข้าวแช่ ส้ม (เกลี้ยง) ลอยแก้ว ปลาปั้น (ซึ่งใช้เนื้อปลาผสมมันฝรั่ง คล้าย Croquette) เป็นต้น

สำหรับข้าวผัดหนำเลี้ยบ (มังสวิรัติ) เครื่องปรุงประกอบด้วย : ข้าวกล้อง / หนำเลี้ยบ / ถั่วพู / ถั่วฝักยาว / กระเทียมสับ / งาขาว / งาดำ / น้ำมันงา / น้ำมันพืช / พริกชี้ฟ้าแดงซอยเป็นเส้นๆ / แตงกวา / ต้นหอม / มะนาว......

วิธีทำ
1) นำข้าวกล้องหุงสุกแล้วมาคลุกกับหนำเลี้ยบสับบางส่วน
2) ตีกระเทียมกับน้ำมันพืชให้เหลือง แล้วเติมน้ำมันงา
3) ใส่หนำเลี้ยบสับลงไปผัดกับน้ำมัน
4) ใส่ถั่วพูและถั่วฝักยาวซอยหยาบๆลงผัด
5) ตามด้วยข้าวกล้องที่คลุกหนำเลี้ยบไว้ ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน
6) เติมงาขาวและงาดำตามชอบ
7) ชิมรสถ้ายังไม่เค็มพอก็โรยเกลือได้ และพร้อมเสิร์ฟได้เลย โดยแต่งให้มีสีสันตัดกันด้วยพริกชี้ฟ้าแดงซอยเป็นเส้นๆ และ มีเครื่องเคียงอาทิ ต้นหอม แตงกวาหั่นแฉลบบางๆ มะนาวฝาน และพริกขี้หนูซอยสำหรับผู้ที่ชอบให้ออกรสเผ็ดนิดๆ.


 
credit by :  http://www.thairath.co.th/content/412557

Read More...


แซลมอนรมควัน เครมบรูเล่ (Smoke salmon creme brulee)


creme brulee หรือที่ภาษาอังกฤษว่า burnt cream ก็คือ คัสตาร์ดครีม ขนมที่มีชั้นน้ำตาลไหม้เป็นแผ่นอยู่ข้างบน เวลาจะหม่ำ ใช้ช้อนเคาะให้แตก แล้วตักครีมกับแผ่นน้ำตาลเข้าปาก จะได้ความรู้สึกของเนื้อครีมนุ่มๆ ละลายในปาก กับน้ำตาลหวานหอมกรุบกรอบ แต่เมนูวันนี้ เป็นการผสมผสานระหว่างของหวานอย่างเครมบรูเล่และของคาวคือเนื้อปลาแซลมอน ซึ่งได้ผลลัพธ์ออกมาอย่างลงตัวและอร่อยมาก


จากการที่อิเกียได้นำเข้าเนื้อปลาแซลมอนเข้ามาจำหน่ายที่อิ เกีย บางนา ซึ่งนอกจากจะทำเป็นเมนูพร้อมทานในร้านอาหารแล้ว ยังมีเนื้อปลาแซลมอนแช่แข็งจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เกตของอิเกียด้วย เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อกลับไปปรุงอาหารที่บ้าน ในฐานะรองผู้จัดการฝ่ายอาหารของ IKEA คุณอ๊อฟ–รดีวรรณ สุวรรณพฤกษ์ จึงได้คิดหาเมนูใหม่ๆเพื่อเป็นไอเดียให้กับลูกค้า และจัดให้มีการสาธิตเป็นประจำทุกเดือน

คุณอ๊อฟ เล่าว่า เธอเริ่มมาสนใจการทำอาหาร ในช่วงที่ต้องเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ เพราะบางทีต้องทำอาหารทานเอง พอกลับมาอยู่เมืองไทยสักพัก จึงเริ่มศึกษาการทำอาหารอย่างจริงจังในฐานะแม่บ้าน เพื่อเสิร์ฟครอบครัว และที่มาของเมนูนี้ คุณอ๊อฟเล่าว่า เพราะพบว่าเครมบรูเล่มีรสชาติหอมหวานประกอบกับเกล็ดน้ำตาลที่ไหม้นิดๆ ให้สัมผัสกรุบกริบ หากมีแซลมอนรมควันซึ่งมีลักษณะเนื้อนุ่ม สด สไลด์เป็นขนาดกำลังพอดี มาเป็นส่วนผสมด้วยน่าจะเข้ากันได้ดี และก็ได้รสชาติออกมาทั้งหอมหวานมันเค็มอย่างน่าอัศจรรย์


ส่วนผสม : แซลมอนรมควัน 8 กรัม / นมชนิดจืด 40 กรัม / เฟรชครีม 40 กรัม / น้ำตาล 13 กรัม /ก้านวานิลลา ½ ก้าน / ไข่แดง 1 ฟอง / ไข่ไก่ 1 ฟอง.......
วิธีทำ
1) นำนมจืด เฟรชครีม วานิลลา และน้ำตาล ลงต้มในหม้อ คนจนส่วนผสมละลายเข้ากัน
2) นำน้ำตาล ไข่ไก่ ไข่แดง และแซลมอนรมควันที่หั่นเป็นฝอย ตีให้เข้ากัน
3) นำส่วนผสมจากข้อ 1 ไปใส่ในส่วนผสมข้อ 2 แล้วนำไปกรอง
4) จากนั้นเทใส่ถ้วย แล้วนำถ้วยไปใส่ในถาดอบที่หล่อน้ำไว้ด้วย
5) หุ้มด้วยฟลอยด์ นำเข้าเตาอบ 160-165 องศาเซลเซียส ประมาณ 35 นาที
6) เมื่ออบเสร็จ นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 15 นาที เพื่อให้เนื้อครีมเด้งดูน่ารับประทาน
7) นำน้ำตาลมาโรยบนหน้าขนมให้ทั่ว แล้วจึงใช้ที่เบิร์นหน้าขนม เผาน้ำตาลบนผิวหน้าขนมให้ทั่ว เพื่อให้น้ำตาลไหม้หน่อยๆ และละลายเป็นแผ่นเกาะหน้า.

credit by :  http://www.thairath.co.th/content/414140

Read More...




รายการสูตรอาหารและสูตรขนมหวานของบล๊อก

Google+ Followers


ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

f2860c27e794a8ab974509f10c43b165.jpg


Page-1 Page-2 Page-3


ติดต่อมสอบถามรายละเอียดรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ดทุกรุ่นผ่านระบบออนไลท์
- Contact : http://bit.ly/2vn9tdT
- Line : https://line.me/ti/g2/CBLBTBKCRE
- My Shop : http://bit.ly/2NX81rl
- Blog : http://bit.ly/2GhrdMG
- Market Online : http://bit.ly/2Kqe2en
- Facebook Fanpage : http://bit.ly/2NUxC44

รายละเอียดรถฟอร์ดและอื่น ๆ ...
https://sites.google.com/view/ranger-ford/
https://sites.google.com/view/raptor-ford/
https://sites.google.com/view/everest-ford/
https://sites.google.com/view/service-appointment/
https://sites.google.com/view/maintenance-costs/










เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
Option

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.