ขับเคลื่อนโดย Blogger.
Agoda Smarter Hotel Booking offering over 750,000 hotels in 38 different languages

Agoda is one of the fastest-growing online hotel platforms worldwide, offering over 750,000 hotels in 38 different languages. Agoda is part of Priceline Group, which is publicly traded on NASDAQ (Nasdaq:PCLN)
At Agoda, we believe that travel opens minds to new ideas, cultures and ways of thinking. That's why we strive to make travel affordable, accessible and easily available to customers around the world.
List Hotel Deals in Your Destination By Agoda Smarter Hotel Booking... Read More

Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

Smart Hotel Booking Search : Japan

กุยช่ายทอดแบบชลบุรี


ปรกติเราไม่ชอบกินผักกุยช่าย   แต่ถ้าเอามาทำขนมกุยช่ายเราจะชอบทุกแบบเลย
โดยเฉพาะแบบนี้เป็นกุยช่ายทอดของชาวชลบุรีค่ะ  เคยทานกันมั๊ยคะ
ถ้าไม่เคยต้องลองค่ะ  แล้วจะติดใจ  โดยส่วนตัวเราว่าอร่อยกว่าแบบผสมแป้งนึ่งแล้วทอดอีกนะ

สูตรตัวแป้ง
แป้งข้าวเจ้า  1 + 2/3 ถ้วย
แป้งมัน 2 ชต
แป้งข้าวเหนียว 2 ชต
แป้งท้าวยายม่อม 1 ชต
น้ำตาลทราย 2 ชช
เกลือ 1/4 ชช
น้ำมันพืช 3 ชต
น้ำเปล่า 2 ถ้วย

** สูตรนี้แป้งกรอบนอกนุ่มใน  ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำปูนใสเพราะจะทำให้แป้งแข็งกระด้าง

ไส้
ใบกุยช่าย
กระเทียมสับ
ซีอิ้วขาวหรือเกลือ
น้ำมันพืช สำหรับใช้ผัดเล็กน้อย

น้ำจิ้ม
ซอสพริกศรีราชา
น้ำตาล
น้ำส้มสายชู
เกลือ
น้ำเปล่า

1.  นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย ตามด้วยกระเทียมเจียวพอหอม
ใส่ผักกุยช่ายลงไปผัดให้ผักสลด แล้วปรุงรสด้วยซีอิ้วขาวหรือเกลือ พอสุกตักขึ้นพักไว้

2.  ทำน้ำจิ้มโดยผสมทุกอย่างรวมกัน ชิมรสตามชอบ  นำขึ้นตั้งไฟให้น้ำตาลละลาย เข้าไมโครเวฟก็ได้ค่ะ



3.  นำส่วนผสมของแป้งทั้งหมด น้ำตาล และเกลือมาเทลงในอ่างผสม คนให้เข้ากัน
เติมน้ำมันพืชลงไปคนพอเข้ากัน หลังจากนั้นค่อย ๆ เทน้ำเปล่าลงไปทีละน้อยค่อย ๆ คนให้แป้งละลาย
พอเทน้ำถ้วยแรกหมด แป้งจะเริ่มเนียนเข้ากัน  ก็เทน้ำถ้วยที่สองลงไปจนหมด คนผสมให้แป้งละลายดี



4  จากนั้นนำกระทะไปตั้งไฟอ่อน ๆ พอเริ่มอุ่น ๆ ค่อยเทแป้งลงไป คนไปเรื่อย ๆ แป้งจะเริ่มข้นขึ้น
จนน้ำแป้งกลายเป็นก้อนแป้ง ช่วงกำลังแห้งต้องบี้ ๆ แป้งให้โดนกระทะอย่างทั่วถึง  อาจต้องออกแรงนิดนึง พอได้ที่ก็นำไปพักไว้ให้เย็นก่อนนำมาปั้น



5.  พอแป้งเย็นตัวแล้ว นำมานวดเล็กน้อย  ใช้แป้งมันช่วยไม่ให้ติดมือ จากนั้นนำมาปั้นแบ่งเป็นก้อนกลม ๆ แล้วแผ่แป้งเป็นแผ่นบาง ๆ อาจจะใช้ไม้รีดแป้งช่วยคลึงก็ได้ นำผักใส่ลงไป ตักพอประมาณอย่าใส่จนแน่นหรือล้นแป้งเวลาห่อแป้งให้นำน้ำมาแตะที่ขอบ ๆ แป้ง แล้วพับครึ่งโดยประกบให้เข้ากัน บีบแป้งให้ปิดกันสนิท อย่าให้ไส้ผักไหลออกมาได้เวลาทอด


6.  เสร็จแล้วตั้งกระทะน้ำมันใช้น้ำมันเยอะหน่อยให้ท่วมตัวกุยช่ายที่จะทอด ใช้ไฟปานกลาง
พอน้ำมันร้อนก็ใส่กุ้ยช่ายลงไปทอดได้เลย  พยายามพลิกกลับด้านบ่อย ๆ พอเริ่มเหลือง ๆ ก็ใช้ได้
อย่าให้เหลืองมากเพราะตอนเอาขึ้นจากเตาจะเหลืองต่ออีกนิดหน่อย  ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน

 

7.  เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มค่ะ










credit by : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=nernnam&month=29-06-2014&group=25&gblog=49

Read More...


‘ปีกไก่ต้มข่าทอด’ กินเล่นแต่อร่อยจริง



ต้น ๆ คงหลีกไม่พ้นอาหารประเภททอดต่าง ๆ ที่เคี้ยวเล่นกินง่าย แต่สำหรับ พลอย-ธัญสินี ลิ้มศิริโพธิ์ทอง กรรมการผู้จัดการและผู้นำเข้าเครื่องสำอาง ทู คูล ฟอร์ สคูล จากประเทศเกาหลี

ก่อนบรรเลงเพลงความอร่อยกับเมนูจานหลัก เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยนักชิมทั้งหลายต้องร้องหาอาหารมากินเล่นบรรเทาความหิวกันทั้งนั้น ส่วนจะเป็นเมนูธรรมดาหรือลึกล้ำปานใด ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล โดยเมนูยอดนิยมอันดับ

ต้น ๆ คงหลีกไม่พ้นอาหารประเภททอดต่าง ๆ ที่เคี้ยวเล่นกินง่าย แต่สำหรับ พลอย-ธัญสินี ลิ้มศิริโพธิ์ทอง กรรมการผู้จัดการและผู้นำเข้าเครื่องสำอาง ทู คูล ฟอร์ สคูล จากประเทศเกาหลี ขอยกระดับความชิลขึ้นมาอีกนิดด้วยการนำเสนอเมนู ปีกไก่ต้มข่าทอด

คุณพลอยออกตัวสักนิดว่า พอกลับมาอยู่เมืองไทยหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านวิเคราะห์การตลาดและธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยเอดินเบอระ ประเทศสกอตแลนด์แล้ว ก็มุ่งแต่ทำงานจนร้างมือจากงานครัวไปพอสมควร เนื่อง จากอยู่ในช่วงปลุกปั้นแบรนด์เครื่องสำอางที่เจ้าตัวนำเข้า เพราะสะดุดรักกับเอกลักษณ์อันโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่สมัยไปเที่ยวเกาหลีบ่อย ๆ จึงตัดสินใจนำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย ปัจจุบันนอกจากมีเคาน์เตอร์แบรนด์ตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ แล้ว ตอนนี้ยังขยายแฟลกชิพสโตร์ไว้เอาใจสาวกถึง 2 สาขา คือ สยามสแควร์วัน และเมกาบางนา

คุณพลอย เล่าว่า “ช่วงเรียนต่างประเทศพอมีเวลาว่าง พลอยชอบเปิดอินเทอร์เน็ตหาสูตรมาทำอาหาร ช่วงแรก ๆ ทำข้าวผัดบ้าง สปาเกตตีคาโบนาร่าบ้าง โชคดีมีเพื่อนเป็นเชฟถึงสองคนคอยช่วยสอนวิธีการทำแฮมเบอร์เกอร์อร่อย ๆ ส่วนใหญ่เป็นอาหารนานาชาติ เคยอยากลองทำแกงเขียวหวานบ้าง แต่ส่วนผสมไม่ครบก็ประยุกต์ใช้เท่าที่มี”

แค่ร้างมือแต่ไม่ถึงขั้นร้างลา เพราะล่าสุดคุณพลอยเล่าติดตลกว่า “เพิ่งหาสูตรกุ้งทอดกระเทียมพริกไทยมาทำกินเองโดยที่รสชาติไม่ธรรมดาเลยทีเดียว หลังจากไปกินที่ร้านแล้วไม่หนำใจ” แต่ถ้าเลือกความสะดวกจริง ๆ มักฝากท้องไว้กับร้านมาย เดียร์ คาเฟ่ ร้านที่ญาติลูกพี่ลูกน้องซึ่งเปิดร้านในศูนย์การค้าเดียวกัน โดยมีเมนูที่จะแสดงฝีมือวันนี้เป็นเมนูโปรด “สูตรนี้ได้มาจากร้านนี้ค่ะ เป็นหนึ่งในเมนูยอดฮิตกินแล้วติดใจ มักเป็นจานแรกที่สั่งมากินเป็นจุดลงตัวของไก่ทอดและต้มข่าไก่ จนต้องล้วงลับขอสูตรมาลองทำกินเอง” นักธุรกิจความงามเผยถึงที่มา

วัตถุดิบและส่วนผสม ตระเตรียมไม่วุ่นวาย มีดังนี้ ปีกไก่ 7 ชิ้น, พริกไทย 1 ช้อนชา, ข่า 2 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 1 ถ้วย, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, พริกและใบมะกรูดใช้สำหรับตกแต่ง

วิธีการทำ หมักไก่ให้รสชาติเข้าเนื้อด้วยการคลุกเคล้ากับพริกไทยและข่าที่โขลกจนส่งกลิ่นหอมของสมุนไพร จากนั้นค่อยผสมเข้ากับกะทิและน้ำปลา หมักทิ้งไว้อย่างต่ำประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อต้องการปรุงให้นำมาคลุกกับแป้งมันจนทั่วชิ้นไก่ แล้วค่อยนำไปหย่อนในตะแกรง ทอดในน้ำมันเดือดพล่านประมาณ 5-8 นาทีแล้วหมั่นคอยสังเกตไม่ให้ปีกไก่ไหม้ หลังจากปีกไก่ทอดเป็นสีเหลืองทองอร่ามแล้ว ค่อยยกตะแกรงขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน ฉีกทิซชูรองก้นจานแล้วนำปีกไก่ทอดวาง เพื่อดูดซับความมันป้องกันความเลี่ยนอีกชั้นหนึ่ง

เพียงเท่านี้ก็จัดเสิร์ฟใส่ถ้วยโรยพริกและใบมะกรูดที่คั่วไว้ประดับประดา กินคู่กับน้ำจิ้มสูตรพิเศษที่นำน้ำกะทิไปเคี่ยว เติมข่า แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล รสชาติมันยกร่อง แต่ถ้าอยากหนักท้องสักหน่อย คุณพลอยแนะนำให้นึ่งข้าวเหนียวร้อน ๆ มารองท้อง เมนูกินเล่นแปลกลิ้นที่รับรองความอร่อยจนอาจจะลืมจานหลักเลยทีเดียว.

‘ช้องมาศ’

credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/310549/‘ปีกไก่ต้มข่าทอด’+กินเล่นแต่อร่อยจริง

Read More...


ไข่แก้ว (วุ้นทองหยอด) เมนูประหลาด! ที่ทำเองได้..ง่ายนิดเดียว!


เห็นว่าใครหลายๆคนสนใจอยากทำและอยากลองชิม เมนูไข่แก้ว (วุ้นทองหยอด) ซึ่งเป็นของหวานชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นการคิดและทำขึ้นจากไอเดียดีๆ ทางด้านอาหาร โดย สีเหลืองในส่วนไข่แดงน่าจะเป็นทองหยอด ส่วนสีขาวในส่วนของไข่ขาวจะทำมาจากวุ้น หรือหลักๆก็คือวุ้นไส้ทองหยอดหรือเม็ดขนุน และทำขึ้นรูปโดยใช้เปลือกไข่จริงๆ ว่าแล้วก็มาเริ่มกันเลย


ส่วนผสม
1.ผงวุ้น ที่ผสมเสร็จแล้วที่เราปรุงรสชาติเองได้ค่ะ
2.เปลือกไข่
3.ทองหยอด



วิธีการทำ
1.นำไข่มา 1  ฟอง    เจาะเปลือกไข่  นำไข่ข้างในออกให้หมด ล้างและคว่ำให้แห้ง
2.นำวุ้นที่เราผสมเสร็จแล้วตามใจ เหมือนผสมวุ้นทานปกติเลย ก็เอามาใส่ไข่ ครึ่งนึงก่อน ทิ้งไว้แป๊บเดียว
3.พอวุ้นเริ่มจับตัวเป็นก้อนนิ่มๆ นำทองหยอดที่เตรียมไว้ ใส่ลงไป 
4.เสร็จแล้วก็หยอดวุ้นใส่ให้เต็มในไข่ค่ะ
5.แช่เย็น ใช้กะเวลาเอา   พอวุ้นแข็งตัว  ก็ปลอกเปลือกไข่เลย จะได้ตามที่เห็นในภาพ


>> ส่วนผสมอื่นๆ ก็สามารถดัดแปลงได้ตามใจชอบ ใส่แยลลี่ หรือทองหยอด เม็ดขนุน ทำเป็นวุ้นกะทิ หรือทำเป็นสีๆ ก็ย่อมได้
ขอขอบคุณที่มาของสูตรและภาพ
จากคุณ : Judy CH
เฟสบุ๊ค :
https://www.facebook.com/judy.ch.92
ที่มา : farmthailand.com

credit by :  http://www.tnews.co.th/html/content/101094/

Read More...


‘มะกรูดเชื่อม’ ถนอมอาหาร ‘สร้างเงิน’



ขึ้นชื่อว่าพืชสมุนไพร อย่าง “มะกรูด” คงจะเป็นที่ทราบกันดีถึงประโยชน์ และสรรพคุณทางยาอันมากมายมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง และต้านทานโรค เป็นยาบำรุงหัวใจ ช่วยแก้ลม หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ หรือกระทั่งช่วยแก้อาการไอ ขับเสมหะ รวมทั้งอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ อีกมากมายจาระไนได้ไม่หมด  ซึ่งโดยทั่วไปจึงพบเห็นการนำมะกรูดมาเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร และผลิตภัณฑ์มากมาย รวมไปถึง “มะกรูดเชื่อม” ของกลุ่มสตรีสหกรณ์เกษไชโย ต.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง  โดยทีมคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอในวันนี้...                             
ยุพิน โมรากุล ประธานกลุ่มสตรีสหกรณ์เกษไชโย จ.อ่างทอง กล่าวว่า ตั้งกลุ่มฯมาตั้งแต่ พ.ศ.2535 เพื่อทำมะกรูดเชื่อม และลูกตำลึงเชื่อม ซึ่งก่อนหน้านั้นชาวบ้านใน อ.ไชโย มีอาชีพทำนา และปลูกพืชผักทางการเกษตรต่าง ๆ ในระหว่างปลูกพืชผักทางการเกษตรขายนั้น ตนสังเกตว่า “มะกรูด” ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรของไทยแท้ ๆ นั้น มีการใช้ประโยชน์บางส่วน อย่างผิวมะกรูด, ใบมะกรูด หรือน้ำมะกรูด ในขณะที่เนื้อมะกรูดกลับไม่มีใครสนใจ จึงน่าจะลองนำมาเชื่อมดู เผื่อว่าจะประสบความสำเร็จ และสามารถเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรได้  ซึ่งเมื่อทำก็ประสบความสำเร็จจริง ๆ และสามารถที่จะขยายการถนอมพืชผักผลไม้ชนิดอื่นๆ ได้อีกมากมาย ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 20 ชนิด อาทิ กระชายแช่อิ่ม, มะม่วงหยี 3 รส, กีวี่อบ, มะเขือเทศเชื่อม ฯลฯ

อุปกรณ์ที่ใช้ ในการทำ “มะกรูดเชื่อม” หลัก ๆ มี กระทะทองเหลือง, เตาแก๊ส หรือเตาถ่าน, กะละมัง, หม้อสเตนเลสขนาดใหญ่, ถาด, ทัพพี, เขียง, ผ้าขาวบาง และเครื่องไม้เครื่องมืออื่น ๆ ให้หยิบยืมเอาจากในครัวได้

ส่วนผสม ของ มะกรูดเชื่อม มี เนื้อมะกรูดสด 1 กก., น้ำตาลทรายขาว 1 กก., น้ำมะนาว 5 ช้อนโต๊ะ, แบะแซ 2 ช้อนโต๊ะ  และเกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ เริ่มที่คัดเลือกมะกรูดสดผลขนาดปานกลาง  เสร็จแล้วปอกเปลือกส่วนที่เขียว ๆ ออกไปให้หมด จากนั้น  ใช้มีดผ่าตามขวางของลูก คั้นน้ำ และแคะเม็ดออก

นำผลมะกรูดไปล้างน้ำให้สะอาด แล้วขยำให้หมดรสขม เสร็จแล้ว บีบน้ำในมะกรูดให้แห้ง แล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ก่อนนำไปเชื่อม

ขั้นตอนการเชื่อม  นำภาชนะ เช่น หม้อ, กระทะ, กะละมัง  ขึ้นตั้งไฟ แล้วใส่น้ำสะอาดลงไป 1 ลิตร  จากนั้น ใส่น้ำตาลทรายขาว 500 กรัม รอจนน้ำตาลละลายกับน้ำ เสร็จแล้วใส่ผลมะกรูดลงไป แล้วค่อย ๆ ทยอยเทส่วนน้ำตาลทรายที่เหลืออยู่อีก 500 กรัม  ลงไปให้หมด เคี่ยวให้เข้ากันจนน้ำตาลเข้ากับเนื้อมะกรูดดี โดยสังเกตว่า น้ำตาลจับผิวมะกรูด จนเป็นเงาใส เสร็จแล้วเทน้ำมะนาว, เกลือป่น และแบะแซลงไป เคี่ยวให้เข้ากัน

ชิมรสให้พอเหมาะแล้วยกลง เมื่อผลมะกรูดเย็น ให้บรรจุลงในภาชนะที่ต้องการ ขายในราคา กก.ละ 150-300 บาท (ขึ้นอยู่กับวิธีขาย)

ส่วน บอระเพ็ดแช่อิ่ม นั้น ยุพิน บอกว่า เป็นความมหัศจรรย์ที่สามารถนำมาแช่อิ่มได้ เพราะบอระเพ็ดมีรสขม คนไม่นิยมทานทั้ง ๆ ที่มีคุณสมบัติทางยามากมาย อาทิ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส หน้าตาสดชื่น, ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ควบคุมระดับน้ำตาล ฯลฯ  แต่เมื่อนำมาแช่อิ่มได้ คนที่มาซื้อจึงประหลาดใจ และให้ความนิยมมาก

ส่วนผสม ของ บอระเพ็ดแช่อิ่ม มี เนื้อบอระเพ็ดที่ปอกเปลือก และแกะผิวแล้ว 1 กก., น้ำตาลทรายขาว 1 กก., เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำสะอาด 1 ลิตร และน้ำปูนแดง 500 กรัม

วิธีทำ  นำเนื้อบอระเพ็ดมาตัดเป็นท่อน ๆ ท่อนละ 2 นิ้ว เตรียมไว้ เสร็จแล้ว  นำเนื้อบอระเพ็ด ไปแช่น้ำปูนแดงทิ้งไว้ 7 วัน แล้วนำมาล้างน้ำจนหมดกลิ่นปูนแดง เสร็จแล้วนำเนื้อบอระเพ็ดไปลวกในน้ำต้มเดือดนาน 5 นาที

วิธีแช่อิ่ม ต้มน้ำตาลทรายขาว 250 กรัม กับน้ำเปล่า 2/3 ลิตร เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้น นำบอระเพ็ดลงไปแช่อิ่มนาน 15 วัน

 เมื่อครบ 15 วัน เทน้ำเชื่อมออก แล้วเปลี่ยนน้ำเชื่อมใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ผ่านไปอีก 15 วัน  เทน้ำเชื่อมออก แล้วเปลี่ยนน้ำเชื่อมใหม่อีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ให้ต้มน้ำตาลทรายเพิ่มอีก 250 กรัม กับน้ำเปล่า 1 ลิตร แล้วนำบอระเพ็ดมาแช่อิ่มต่อจนหมดรสขม เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย นำบรรจุลงในภาชนะที่ต้องการ ขายในราคา กก.ละ 300-350 บาท (ขึ้นอยู่กับวิธีขาย)
              
ใครสนใจ “มะกรูดเชื่อม และบอระเพ็ดแช่อิ่ม” ติดต่อ ยุพิน โมรากุล เจ้าของกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” รายนี้ได้ที่ 21 หมู่ที่ 2 ต.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง หมายเลขโทรศัพท์ 08-1991-4298 และ 08-5194-7687.

คู่มือลงทุน...มะกรูดเชื่อม
ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 40% ของราคาขาย
รายได้ ราคาขาย 150-250 บาท/1กก.
แรงงาน 3-4 คนขึ้นไป
ตลาด ชุมชน, งานออกร้าน
จุดน่าสนใจ เป็นอีกทางเลือกสมุนไพรแปรรูป
สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : รายงาน /สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ

credit : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/244962/‘มะกรูดเชื่อม’+ถนอมอาหาร+‘สร้างเงิน’

Read More...


'ขนมไส้เห็ดเบญจรงค์' ขนมคำเล็ก ทำรายได้คำโต

 

ไอเดียมาจากกระแสคนรักสุขภาพ ผมชอบกินขนมกุยช่ายแต่ไม่ชอบไส้ผักและไส้เผือก จึงเริ่มคิดสูตรเพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยถูกปาก ปรับหน้าตาดูน่ารับประทาน สอดไส้ไปด้วยเห็ด 5 ชนิด ล้วนให้คุณค่าและประโยชน์ในตัวของมันเอง

อาหารเพื่อสุขภาพยังคงฮิตครองใจผู้บริโภค นับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเจ อาหารมังสวิรัติ หรือ อาหาร ชีวจิตที่กินง่ายขายดี อร่อยถูกปากคนไทยที่นับวันสามารถพอจะหาทานได้ตามแหล่งชุมชนหรือย่านอาหาร เมนูอาหารว่างที่พูดถึงในวันนี้น่าสนใจเพราะสามารถนำมาดัดแปลงทำเป็น “ขนมไส้เห็ดเบญจรงค์” มีลักษณะคล้าย “ขนมกุยช่าย” แต่ไส้ด้านในผสมเห็ดนานาชนิด ทางทีมงาน “ช่องทางทำกิน” มีสูตรการทำที่สามารถทำเองได้ในครัวเรือนมานำเสนอ

ผู้ที่จะมาเผยเคล็ดลับสูตรอาหารสุขภาพดังกล่าว เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี คณะคหกรรมศาสตร์ สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ สรภรต ทรัพย์เทวาโรจน์ เจ้าของสูตรเมนู “ขนมไส้เห็ดเบญจรงค์” เล่าให้ฟังว่าเป็นคนชอบทำอาหารและชอบคิดนอกกรอบ เอาโน้นมาผสมนี่เอานี่ไปใส่นั่น อย่างขนมไส้เห็ดเบญจรงค์ดัดแปลงมาจากขนมกุยช่าย แล้วลองฝึกทำดู ก่อนจะนำมาให้อาจารย์และเพื่อนช่วยชิม ทำครั้งแรกหน้าตาดูไม่ดี รสชาติไม่อร่อย ผศ.ดร.สุวรรณี อาจหาญณรงค์ อาจารย์ผู้ควบคุมดูแลและให้คำปรึกษา แนะนำเรื่องวัตถุดิบและหน้าตาขนมเพื่อให้ออกมาดูดีน่ารับประทาน ควรใช้ผู้ช่วยมือปั้นจับจีบสวย ๆ สุพัตรา ทองคำ และ รัตนาพร อ่อนไรสง เพื่อนนักศึกษาในคณะเดียวกันช่วย

“ไอเดียมาจากกระแสคนรักสุขภาพ ผมชอบกินขนมกุยช่ายแต่ไม่ชอบไส้ผักและไส้เผือก จึงเริ่มคิดสูตรเพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยถูกปาก ปรับหน้าตาดูน่ารับประทาน สอดไส้ไปด้วยเห็ด 5 ชนิด ล้วนให้คุณค่าและประโยชน์ในตัวของมันเอง คุณสมบัติจะเหมือนกับถั่วคือ มีโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และกรดอะมิโนบางชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย เป็นอาหารและยาในเวลาเดียวกัน อย่างเห็ดชิเมจิขาว และชิเมจิดำ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้, ส่วนเห็ดฟางช่วยลดการติดเชื้อ ลดอาการผื่นคัน แก้ช้ำใน, เห็ดออรินจิ ช่วยไม่ก่อให้เกิดคอเลสเตอรอลและเห็ดหอม ลดสารพิษที่อยู่ในตับ”
อุปกรณ์ มีเตาแก๊ส, กระทะทอง, ลังถึงหรือหม้อนึ่ง, ไม้คลึงหรือที่ทับแป้ง, ไม้พาย, กระทะ, ตะหลิว, เครื่องชั่ง, ไม้คลึงแป้ง

วัตถุดิบ มีแป้งข้าวเจ้า 4 ถ้วย, แป้งขาวเหนียว 1 ถ้วย, แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วย, นํ้าเปล่า 3 1/2 ถ้วย, นํ้ามันพืช 1/4 ถ้วย,เห็ดออรินจิหั่นเต๋า 50 กรัม, เห็ดชิเมจิดำหั่นเต๋า 50 กรัม, เห็ดชิเมจิขาวหั่นเต๋า 50 กรัม,เห็ดหอมสดตัดก้านหั่นเต๋า 50 กรัม, เห็ดฟางหั่นเต๋า 50 กรัม, นํ้าตาลทราย 10 กรัม, ซอสถั่วเหลือง 10 กรัม, นํ้ามันพืช 30 กรัม และพริกไทยป่น

ขั้นตอนการทำเมนูอาหารว่าง “ไส้เห็ดเบญจรงค์”
เริ่มจากทำไส้ขนมก่อน โดยการนำเห็ดทั้ง 5 ชนิด ที่เตรียมไว้ คือ เห็ดออรินจิ เห็ดชิเมจิดำ เห็ดชิเมจิขาว เห็ดหอม และเห็ดฟางล้างสะอาดแล้วพักให้สะเด็ดนํ้า หั่นให้เป็นชิ้นเต๋าเล็ก ๆ วางไว้ในภาชนะ
ตั้งกระทะบนเตาใส่นํ้ามันพืชลงไปเล็กน้อย ความร้อนปานกลาง ( ไม่ควรใช้นํ้ามันเยอะเกินไปเพราะเห็ดมีนํ้าอยู่แล้ว) พอกระทะร้อน นำเห็ดที่หั่นเตรียมไว้ทั้ง 5 ชนิด ใส่ลงกระทะ ผัดพอสุก ปรุงรสด้วยพริกไทยป่น นํ้าตาล และซอสปรุงรสตามลงไป ผัดไปมาจนกว่าเห็ดจะสุกหรือจนกว่าไส้จะแห้ง เสร็จแล้วตักออกพักไว้ให้เย็น ก่อนจะนำไปห่อกับแป้ง

นำแป้ง 3 ชนิด มันสำปะหลัง, แป้งข้าวเหนียว, แป้งข้าวเจ้า มาผสมกันในอัตรา ส่วนที่เหมาะสม ค่อย ๆ ใส่นํ้าสะอาดลงไปนวดทีละน้อย นวดจนเหนียวและแป้งละลายเป็นเนื้อเดียวกัน เทแป้งใส่ลงในกระทะทองหรือหม้อยกขึ้นตั้งบนไฟกวนไปเรื่อย ๆ จนแป้งเริ่มจับตัวใช้ไม้พายบี้เพื่อกระจายความร้อนออก กวนต่อไปจนแป้งสุก

ตักแป้งขึ้นใส่ภาชนะ พักทิ้งไว้ให้คลายร้อน ใช้มือแตะแป้งนวล นวดจนแป้งนิ่มมือ แล้วแบ่งแป้งออกเป็นก้อนขนาดเท่ากันหรือนำไปชั่งให้ได้ 10 กรัม เพื่อใช้ในการทำตัว
การปั้นหรือห่อไส้ นำแป้งที่แบ่งเป็นก้อนกลมมาคลึงด้วยไม้คลึงให้แป้งบางหรือจะใช้ที่ทับแป้งก็ ได้ เสร็จแล้วตักไส้วางกลางแผ่นแป้ง ห่อไส้ให้มิดจับจีบให้สวยงาม จากนั้นนำขึ้นนึ่ง โดยนำใบตองมาวางรองลังถึงแล้วฉาบด้วยนํ้ามันเล็กน้อยเอาขนมที่ห่อแล้วมาวาง ลงไป ยกขึ้นนึ่งด้วยไฟแรงประมาณ 5 นาที (ถ้าใช้ไฟอ่อนแป้งจะด้านไม่อร่อย) ขนมสุกนำออกมาจัดวางเรียงใส่จานให้สวยงามรับประทานคู่กับผักกาดหอมอร่อยมาก

สูตรที่ให้ไปนี้ สามารถทำขนมได้ประมาณ 50 ชิ้น ตกชิ้นละ 4 บาท (ถ้าทำขายจัดขายเป็นชุด 5 ชิ้นราคา 35 บาท) เสน่ห์ของ “ขนมไส้เห็ดเบญจรงค์” อยู่ที่ความใสของแป้งที่เห็นไส้ด้านในทำให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ที่เจ้าของสูตรคิดขึ้นมาเพื่อคนรักสุขภาพจะได้บริโภคอาหารใหม่ ๆ ที่มีคุณประโยชน์มากมาย ซึ่งหาทานได้ยาก เพราะยังไม่มีการนำออกสู่ตลาดเพื่อจำหน่าย จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำขายเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้

ใครสนใจ “ขนมไส้เห็ดเบญจรงค์” เป็น “ช่องทางทำกิน” ก็ลองฝึกฝนฝีมือกัน หรือต้องการติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ผศ.ดร.สุวรรณี อาจหาญณรงค์ อาจารย์ประจำวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ได้ที่ โทร. 08-1432-0147 ทั้งนี้การประกอบอาชีพต่าง ๆ นั้นหากรู้จักนำสิ่งของใกล้ตัวมาปรับหรือประยุกต์ให้ดูดี ก็อาจเพิ่มมูลค่าและอาจจะสามารถใช้เป็นช่องทางสร้างอาชีพได้อย่างน่าทึ่ง!!.
................................................................................
คู่มือลงทุน...ขนมไส้เห็ดเบญจรงค์
ทุนเบื้องต้น 3,000 บาท
หมุนเวียน 50% ของราคาขาย
รายได้ ราคา 35 บาท/ชุด
แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป
ตลาด ตลาดสด หน้าโรงเรียน ย่านชุมชน
จุดน่าสนใจ อาหารสุขภาพที่มีประโยชน์มาก
เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง / ภานุพงศ์ พนาวัน : ภาพ
credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/239919/_ ขนมไส้เห็ดเบญจรงค์_+ขนมคำเล็ก+ทำรายได้คำโต

Read More...


รถเข็นขายของ ไอเดียร้านอาหาร ธุรกิจเล็กๆ ริมข้างทาง

บ่อยครั้ง ที่ทางทีมงาน ได้รับแจ้ง ให้ทาง “บ้านไอเดีย” นำเสนอไอเดียการจัดร้านรถเข็น เนื่องจากหากเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ ต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่ร้านรถเข็นขายของ ลงทุนไม่มากนัก ในวันนี้ จึงได้นำแบบไอเดียในการทำร้านรถเข็นเล็กๆ ไว้สำหรับเป็นธุรกิจส่วนตัว อาจเป็นธุรกิจเสริมจากงานประจำ สามารถประยุกต์ใช้เป็น ร้านขายขนม กาแฟสด อาหารตามสั่ง หรืออื่นๆ ได้ตามถนัด แน่นอนว่า หากเป็นรถเข็นทั่วไป ก็ดูไม่เข้ากับบ้านไอเดียซะอีก ยังคงยึดความแตกต่างของไอเดียที่หลากหลาย เช่นเดิม
ออกแบบ : Chmararosinke


คุณสมบัติที่มองเห็นและเด่นชัดสำหรับร้านรถเข็นดังกล่าวนี้ นั่นคือ รูปแบบการจัดเก็บที่ง่าย คุณสามารถเข็นมันไปได้เพียงแค่ 2 รอบเท่านั้น หากช่วยกันขายสองคน เพียงแค่เข็นกันคนละชุด โดยแยกเป็นสองส่วนด้วยกัน ส่วนแรก เป็นส่วนของหน้าร้าน รองรับการทำอาหาร แขวนโชว์ผัก ผลไม้ ของสดต่างๆ มีตู้ไม้เก็บของใช้ที่จำเป็น อาจเป็นจาน ชาม แก้วน้ำ หรืออุปกรณ์ทำอาหาร ชั้นบนเป็นอ่างล้าง เปิดปีกข้าง เป็นเตาแก๊สขนาดเล็ก รองรับการทำอาหาร ทั้งแบบผัด ลวก ต้ม และอีกส่วน เป็นโต๊ะไม้ พกพามาพร้อมกับเก้าอี้ไม้ขนาดเล็ก โต๊ะสามารถพับเก็บเพื่อให้สามารถเข็นเก็บได้สะดวก เรียกได้ว่า ครบสูตร พร้อมเข็นออกวางขาย สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับฝีมือในการทำอาหาร ว่าจะถูกปากนักชิมกันรึเปล่า ที่สำคัญ การรักษาความสะอาด เป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้ลูกค้าติดใจในอาหารนะครับ …

ร้านรถเข็น ร้านค้ารถเข็น ทำจากไม้
ทำรถเข็น ร้านรถเข็น ขายก๋วยเตี๋ยว
ร้านรถเข็น ร้านค้ารถเข็น ราคาประหยัด
แบบร้านค้า ร้านอาหารตามสั่ง รถเข็น
แบบร้านค้ารถเข็น อเนกประสงค์
อุปกรณ์ร้านรถเข็น แบบร้านรถเข็นสวยๆ
แบบร้านอาหารตามสั่ง แบบรถเข็นข้างทาง
ตกแต่งร้านอาหารตามสั่ง ตั้งโต๊ะ รถเข็นข้างทาง
ไอเดียร้านอาหารเล็กๆ ราคาประหยัด
แบบร้านอาหารริมข้างทาง ใช้รถเข็น พร้อมเฟอร์นิเจอร์
โต๊ะ เก้าอี้ไม้ แต่งร้านอาหารตามสั่ง
ร้านค้าแบบเคลื่อนที่ ร้านอาหารริมข้างทาง
แบบรถเข็น ร้านค้ารถเข็น
บทความโดย © : banidea.com
credit by :  http://www.banidea.com/mobile-restaurant-ideas/

ติดตาม ร้านค้าติดล้อขายของ ได้ที่ : http://commercial-on-wheels.blogspot.com/


Read More...


'เค้กกล้วยหอม'ช่องทางทำเงินยังไม่ตัน!

’เค้กกล้วยหอม“ ที่มีการทำขายในปัจจุบัน มีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบถ้วยกลม ๆ หรือเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม มีทั้งขนาดใหญ่-เล็ก ขนมชนิดนี้ได้รับความนิยมชมชอบจากคนทุกเพศทุกวัย เพราะทานง่าย รสชาติอร่อยนุ่ม-ชุ่มลิ้น มีกลิ่นหอมของกล้วยหอม และสำหรับผู้ที่สนใจ ’ช่องทางทำกิน“ จากขนมชนิดนี้ วันนี้ ณ ที่นี้ก็มีข้อมูลมานำเสนอกัน...

ผลิวรรณ บุญมี เจ้าของร้านขนม “ช่อมะเฟือง” ย่านรามคำแหง 150 กรุงเทพฯ เล่าให้ฟังว่า ทำขนมขายมานานกว่า 6 เดือนแล้ว ซึ่งขนมที่ร้านมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคุกกี้ เค้กหน้านิ่ม รสต่าง ๆ รวมถึง “เค้กกล้วยหอม” และที่ร้านยังมีพายสับปะรด และคุกกี้ช็อกโกแลตชิพอีกด้วย

“สำหรับสูตรนั้น คุณน้าเป็นคนสอนให้ แต่ก็ต้องฝึกฝนนานอยู่เหมือนกัน กว่ารสชาติจะลงตัว และสำหรับขนมนี้ เป็นของที่ขายเสริมจากร้านอาหารตามสั่งที่เป็นอาชีพหลัก นอกจากนี้ ยังรับสอนพิเศษอีกด้วย” ผลิวรรณบอก


อุปกรณ์ในการทำเค้กกล้วยหอม หลัก ๆ ก็มี เครื่องตีแป้ง, เตาอบ, ถ้วยพิมพ์, ที่ร่อนแป้ง, ที่ตีไข่, ถาด, กะละมัง, ชุดช้อนชา, ชุดถ้วยตวง และอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดอื่น ๆ

สำหรับการทำ “เค้กกล้วยหอมสูตรนุ่ม” วัตถุดิบหลัก ๆ ตามสูตรก็มี แป้งเค้ก 270 กรัม, ผงฟูพอประมาณ, เบกกิ้งโซดา (โซเดียม ไบคาร์บอเนต) พอประมาณ, นํ้าตาลทราย 240 กรัม, เกลือป่นเล็กน้อย, ไข่ไก่ 4 ฟอง, นํ้ามันพืช 2/3 ถ้วย, กล้วยหอมสุกบด 300 กรัม และนํ้ามะนาวพอประมาณ

วิธีทำ เริ่มที่ร่อนแป้งเค้ก ผงฟู เบกกิ้งโซดา ให้เข้ากัน แล้วพักเตรียมไว้

บดกล้วยหอมสุกกับ นํ้ามะนาวให้เข้ากันเตรียมไว้

ตีไข่ไก่ นํ้าตาลทราย และเกลือ ให้เข้ากัน ตี   ด้วยเครื่องด้วยความเร็วสูงประมาณ 7-8 นาที หรือรอจนกว่าส่วนผสมจะข้นขาว จากนั้นปรับความเร็วของเครื่องตีลงให้เป็นความเร็วต่ำ แล้วใส่ส่วนผสมของแป้งที่เตรียมไว้ลงไป ตีต่อให้เข้ากันอีกประมาณ 1 นาที

จากนั้นก็ค่อย ๆ เติมนํ้ามันพืชลงไป แล้วปรับความเร็วเครื่องตีให้เป็นระดับกลาง ตีต่อไปอีก 2 นาที สุดท้ายใส่ส่วนผสมของกล้วยหอมบดลงไป แล้วปรับความเร็วของเครื่องตีให้เป็นระดับต่ำ ตีต่ออีกประมาณ 1 นาที

ขั้นต่อไปนำส่วนผสมที่ตีเสร็จแล้วเข้าแช่ในตู้เย็น แช่ไว้ประมาณ 30 นาที

เมื่อแช่ตามเวลาแล้วจึงจะนำแป้งขนมออกมาหยอดใส่พิมพ์ โดยระหว่างนั้นให้เปิดเตาอบเพื่ออุ่นให้เตาร้อนที่อุณหภูมิ 400-450 องศาฟาเรนไฮต์ เตรียมไว้ก่อน

การหยอดแป้งใส่พิมพ์ เตรียมถ้วยกระดาษวงกลมใส่ในพิมพ์เค้กกล้วยหอมที่เป็นถ้วยวงกลม ขนาดกว้าง 7.5 ซม. สูง 2.5 ซม. แล้วเรียงพิมพ์เค้กกล้วยหอมใส่ถาดอะลูมิเนียมไว้ นำส่วนผสมของเค้กกล้วยหอมที่ตีเสร็จเรียบร้อยแล้วออกมาจากตู้แช่  แล้วค่อย ๆ หยอดใส่ถ้วยจนครบถ้วยที่เตรียมไว้

นำเข้าเตาอบที่อุ่นร้อนรอไว้แล้ว ใช้เวลาอบประมาณ 15 นาที ก็จะได้เค้กกล้วยหอมสูตรนุ่มที่ขึ้นฟู มีสีนํ้าตาลเข้ม ส่งกลิ่นหอมชวนรับประทาน

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่อบเค้กกล้วยหอม ต้องหมั่นคอยดู ด้วยว่าเค้กขึ้นฟูหรือยัง ระวังอย่าให้หน้าเค้กไหม้ เมื่อเค้กสุกแล้วให้นำออกมาบรรจุในกล่องให้เรียบร้อย

เค้กกล้วยหอมสูตรนี้มีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ชิ้นละประมาณ 3 บาท ส่วนราคาขายอาจจะขาย ในราคาชิ้นละ 5 บาท หรือมากกว่านี้ ขึ้นอยู่กับทำเลและต้นทุนส่วนอื่น ๆ

สนใจ ’เค้กกล้วยหอมสูตรนุ่ม“ สูตรนี้ ต้องการติดต่อ ผลิ วรรณ บุญมี เจ้าของร้านขนมช่อมะเฟือง ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยรามคำแหง 150 ถนนรามคำแหง กรุงเทพฯ หรือติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2373-5396 ซึ่งนี่ก็เป็นอีกรูปแบบ ’ช่องทางทำกิน“ ที่แม้จะมีคนทำกันไม่น้อยแล้ว แต่ช่องว่างทำเงินในตลาดก็ยังพอมีอยู่อีกมาก.
สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : เรื่อง / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ
..........................................................................................
คู่มือลงทุน...เค้กกล้วยหอม
ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 60-70% ของราคา
รายได้ ราคาขายชิ้นละ 5 บาทขึ้นไป
แรงงาน ตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป
ตลาด ร้านขนม, ร้านอาหาร, ชุมชนทั่วไป
จุดน่าสนใจ คนไทยยังนิยมรับประทานกันมาก

 credit by : http://www.dailynews.co.th/Content.do?contentId=189057

Read More...


‘ลูกชุบหลากไส้’ แปลกใหม่จุดขายดี

“ลูกชุบ” เป็นขนมไทยชนิดหนึ่ง วัตถุดิบคือถั่วเขียวบดกวนปั้นเป็นรูปต่าง ๆ ระบายสี แล้วชุบวุ้นให้สวยงาม อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการค้าขายนั้น ปัจจุบันนอกจากทำจากถั่วเขียวบดกวนแล้ว ก็ยังมีการทำลูกชุบจากวัตถุดิบอื่น ๆ อย่างลูกชุบทุเรียน, ลูกชุบเผือก, ลูกชุบแปะก๊วย, ลูกชุบเกาลัด ซึ่ง “ลูกชุบหลากไส้” ก็เป็นอีก “ช่องทางทำกิน” ที่ดี…
ชลาลัย  พึ่งเขื่อนขันธ์ เจ้าของร้าน “ลูกชุบเพชรทองคำ” ในตลาดน้ำคลองลัดมะยม บอกว่า ทำลูกชุบขายมานานกว่า 30 ปีแล้ว แต่เมื่อราว 4-5 เดือนที่ผ่านมาเห็นว่า
ยอดขายลูกชุบถั่วอย่างเดียวเริ่มอืด จึงได้คิดที่จะทำลูกชุบแบบใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อเป็นสีสัน กระตุ้นยอดขาย และเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ไม่ต้องการกินลูกชุบถั่วอย่างเดียว

“จึงพยายามหาไส้ลูกชุบใหม่ ๆ และทดลองทำดู เริ่มจากทุเรียนก่อน เพราะวัตถุดิบหาง่าย แล้วค่อย ๆ ขยับเพิ่มไส้ต่าง ๆ ขึ้นมาอีก ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าแค่ทดลองทำครั้งแรกก็ใช้ได้เลย มาขายปุ๊บ ก็หมดปั๊บ มีลูกค้ารอซื้อตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด”






การทำลูกชุบด้วยวัตถุดิบอื่น ๆ นั้น ชลาลัยบอกว่า เอาสูตร ลูกชุบถั่ว เป็นหลัก หากเป็นลูกชุบอื่น ๆ ก็ใช้ส่วนผสมไส้นั้น ๆ แทน ส่วนวิธีทำนั้นทำคล้าย ๆ กัน โดย ลูกชุบทุเรียน ใช้ทุเรียนกวนผสมกับถั่ว, ลูกชุบเผือก ใช้เผือกสด ปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนึ่งให้สุก, ลูกชุบเกาลัด ใช้เกาลัดดิบ ต้มให้สุก แล้วเอาเนื้อเกาลัดไปนึ่งอีกที, ลูกชุบแปะก๊วย นำเม็ดแปะก๊วยมาต้มให้สุก เมื่อต้มสุกแล้วก็กะเทาะเปลือก เอาเกสรข้างในแยกออกมา

ลูกชุบถั่ว มีส่วนผสมของถั่วเขียวซีกนึ่งสุก 150 กรัม, น้ำตาลทราย ประมาณ 130-140 กรัม และกะทิอีกประมาณ 250 มิลลิลิตร ซึ่งหากจะทำเป็นลูกชุบอื่น ๆ ก็ยึดตามสูตร และวิธีทำเดียวกันนี้ วิธีทำ นำถั่วเขียวซีกที่เลาะเปลือก และล้างน้ำทำความสะอาดแล้ว ไปแช่น้ำไว้ 1 คืน  จากนั้นนำถั่วไปนึ่งจนสุก และนิ่ม นำถั่วที่นึ่งสุกแล้วใส่ลงในเครื่องปั่น เทกะทิและน้ำตาลทรายลงไป ปั่นรวมกันจนละเอียด เสร็จแล้วนำไปกวนในกระทะทองเหลืองด้วยไฟอ่อน ๆ จนส่วนผสมแห้งจนปั้นได้

นำส่วนผสมที่แห้งจนปั้นได้มาปั้นให้เป็นรูปทรงผลไม้ต่าง ๆ  อาทิ มังคุด พริก กล้วย มะม่วง ชมพู่ มะละกอ ฯลฯ เสร็จแล้วทาสีผสมอาหารให้เหมือนธรรมชาติของผัก

ผลไม้นั้น ๆ  ทาเสร็จแล้วพักทิ้งไว้ให้สีแห้ง ก่อนจะนำไปชุบวุ้น
การชุบวุ้น ก็ตั้งหม้อ ใช้ไฟอ่อน ผสมผงวุ้นกับน้ำเปล่า คนให้ผงวุ้นละลายเข้ากัน เมื่อผงวุ้นกับน้ำละลายเข้ากันดีแล้ว ปิดไฟ นำลูกชุบที่ระบายสีเสร็จแล้วลงชุบในน้ำวุ้น นำขึ้น รอให้ผิววุ้นตึง แล้วลงชุบต่ออีก 2 ครั้ง เพื่อให้เงาสวยงาม

และขั้นตอนสุดท้ายคือ ตกแต่งขนมลูกชุบด้วยใบแก้วใบเล็ก ๆ ปักลงบนขนม แล้วเรียงใส่ภาชนะรอขาย ซึ่งชลาลัยใช้โตก ภาชนะสำหรับวางสำรับอาหารที่มีรูปทรงกลม เป็นภาชนะใส่ลูกชุบขาย โดยจัดวางให้สวยงาม

ลูกชุบที่ปั้นเป็นผักและผลไม้ของร้านนี้ ปัจจุบันมีราว 30-40 ชนิด ใช้สีผสมอาหารประมาณ 7 สี อาทิ สีเหลือง, สีเขียว, สีแดง, สีชมพู, สีแสด

ส่วนการขาย-ราคาขายนั้น ชลาลัยบอกว่า จะบรรจุลูกชุบไส้ต่าง ๆ คละอย่างละเท่า ๆ กัน ใส่กล่องพลาสติกใส ขนาดกลม บรรจุกล่องละ 10 ชิ้น ขายกล่องละ 20 บาท ซึ่งมีต้นทุนประมาณ 70% จากราคาขาย

ใครสนใจ “ลูกชุบหลากไส้” ของ ชลาลัย พึ่งเขื่อนขันธ์ ร้าน “ลูกชุบเพชรทองคำ” อยู่ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม (โซน 4) ขายทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ โทร.08-4319-6693 ซึ่งการทำลูกชุบขายนั้น ปัจจุบันก็ยังสามารถที่จะเป็น “ช่องทางทำกิน” ที่ดีได้ ด้วยทำเล ฝีมือ และไอเดียที่ดี.

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : เรื่อง / พิชญวัฒน์ ปรุงศักดิ์ : ภาพ

credit by : http://www.dailynews.co.th/article/384/231450

Read More...


วีธีทำแฮมเบอร์เกอร์ แบบโฮมเมด โดย ครัวบ้านนุ้ย

ส่วนผสม แฮมเบอร์เกอร์
1. ขนมปังแฮมเบอร์เกอร์ 6 ชิ้น
2. ไส้แฮมเบอร์เกอร์
3. ผักกาดหอม 300 กรัม
4. มะเขือเทศสีดา 2 ลูก
5. หอมหัวใหญ่ 1 ลูก
5. มายองเนส 200 กรัม
6. สลัดครีม 200 กรัม
7. ซอสพริก 50 กรัม
8. ซอสมะเขือเทศ 200 กรัม
9. ชีส 6 ชิ้น



ส่วนผสม ไส้แฮมเบอร์เกอร์
1. หมูบด 500 กรัม
2. หอมหัวใหญ่สับละเอียด 50 กรัม
3. กระเทียมสับละเอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ
4. ไข่ไก่ 1 ฟอง
5. เกลือ 1 หยิบมือ
6. พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
7. ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
8. ผงปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
9. พลาสเล่ย์ 1 ช้อนโต๊ะ
10. ผงปาปริกา 1/2 ช้อนโต๊ะ
11. เกล็ดขนมปัง 1 ถ้วยตวง
วิธีทำ ไส้แฮมเบอร์เกอร์
1. นำหมูบดใส่ชามใหญ่ ตามด้วย น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ ผงปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ พริกไทย 1 ช้อนชา สามารถเติมได้ตามชอบ คลุกเคล้าให้เข้ากัน
hamburger-02
hamburger-04
hamburger-09
hamburger-10
2. สูตรอื่นๆ มักใช้หอมหัวใหญ่สับสูตรบ้านนุ้ย ใช้หอมหัวใหญ่ปั่นละเอียดค่ะ แล้วนำมาคลุกเคล้าให้เข้ากับหมูที่เตรียมไว้
hamburger-03
hamburger-11
3. ใส่พริกไทยป่น พลาสเล่ย์ ผงปาปริกา
hamburger-05
hamburger-13
4. ตอกไข่ ใส่ชามเครื่องปรุง คลุกให้เข้ากัน แล้วตามด้วย เกล็ดขนมปัง นวดจนกระทั่งหมูและเครื่องปรุงเหนียวเป็นเนื้อเดียวกัน
hamburger-14
hamburger-06
hamburger-15
5. นำหมูไปทอดบนกระทะจนกระทั่งสุก นุ้ยจะทอดในกระทะที่เคลือบผิวภาชนะด้วย สารเทฟลอน จึงไม่ต้องใช้น้ำมันในการทอด ถ้าต้องการให้หมูออกมากลมสวยเท่ากันแนะนำให้ใช้ที่ทอดไข่ดาวทรงกลมวางบน กระทะแล้วจึงวางหมูลงในวงกลมและกดให้แบน ถ้าอยากให้ไส้เบอร์เกอร์สุกทั่วถึงให้ใช้ฝาปิดระหว่างทอด ***หอมหัวใหญ่จะทำให้ไส้เบอร์เกอร์ออกเกรียมๆนะค่ะ***
hamburger-19
hamburger-20
hamburger-22
hamburger-23
hamburger-24
วิธีทำ แฮมเบอร์เกอร์
1. เตรียมขนมปัง ทาเนย และนำเข้าอบในเตาด้วยความร้อน 180 องศาC อบประมาณ 3 นาที พอหอมและเนยละลาย พักไว้
hamburger-07
hamburger-25
2. นำมายองเนสและสลัดครีมตีผสมกันจนกระทั่งเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
hamburger-26
hamburger-27
hamburger-28
3. นำซอสมะเขือเทศและซอสพริกตีผสมกันจนกระทั่งเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
hamburger-29
hamburger-30
hamburger-31
4.เตรียมมะเขือเทศ ผักสลัด หอมหัวใหญ่
hamburger-08
hamburger-17
hamburger-18
hamburger-16
5. ขั้นตอนสุดท้าย ประกอบร่างแฮมเบอร์เกอร์
เริ่มต้นด้วยขนมปังแฮมเบอร์เกอร์ ที่อบแล้วนะค่ะ
hamburger-32
hamburger-33
ผักกาดหอม 3 ใบ
hamburger-34
มะเขือเทศ หั่น ประมาณ 1 เซนติเมตร 3 ชิ้น
hamburger-35
มายองเนส+สลัดครีม ที่ผสมแล้ว
hamburger-36
ไส้เบอร์เกอร์ที่ทอดสุกแล้ว
hamburger-37
ซอสมะเขือเทศ+ซอสพริก ที่ผสมผล้ว
hamburger-38
ชีส 1 แผ่น
hamburger-39
นำขนมปังชิ้นบนปิดท้าย
hamburger-40
ลองทำดูนะค่ะ ง่ายๆ อร่อยค่ะสูตรนี้ ครั้งแรกที่ทำ นุ้ย ทำ 6 อัน ครั้งที่ 2 ทำ 24 อัน แบ่งๆ กันชิม ทุกคนชมว่าอร่อย เริ่มมีออเดอร์ ญาติๆ พี่ๆ น้องๆ กัน ขายไม่แพง คิดชิ้นละ 25 บาท คราวนี้วันปีใหม่ 2552 ที่ผ่านมา แม่นายเลยชวนทำ แฮมเบอร์เกอร์สวัสดีปีใหม่ ญาติๆ คนที่เคารพ ทำ 2 วัน แบ่งสวัสดีปีใหม่ 2 วัน วันละ 300 ชิ้น สรุปทำไป 600 ชิ้น ตื่นตั้งแต่ ตี 3 ค่ะ ทั้งอบ ทั้งทอดหมู ไหนจะประกอบร่าง ใส่ถุงต่อชิ้น แล้วนำมาใส่ถุงละ 5 ชิ้นพร้อมตกแต่ง หมดแรงกันไปข้างหนึ่งเลยค่ะ แต่ก็ Happy กันทั่วหน้าค่ะ
hamburger-42
hamburger-41
hamburger-43
hamburger-44
hamburger-46
hamburger-45
ขอบคุณ ข้อมูลและภาพประกอบจาก nuihome.com
credit by http://9leang.com/2010/05/04/แฮมเบอร์เกอร์/

Read More...



Adoda provide the best hotel recommendations

Adoda provide the best hotel recommendations,
you can choose some or all of these options.

Adoda Recommendations :                        Book now & pay later!
The best hotel : Star 1 To 5 :                     Book now & pay later!
The best hotel : Price-Low To High :         Book now & pay later!
The best hotel : Price-High To Low :         Book now & pay later!
Agoda Agoda Smarter Hotel Booking/Book now & pay later!

รวมบทความการดูแลรักษารถยนต์
การดูแลรักษารถยนต์ ให้ดูดีและใหม่อยู่เสมอ เทคนิคการดูแลรักษารถยนต์ให้ดูดีเสมอ และถนอมเครื่องยนต์อย่างถูกวิธี การดูแลรักษาเครื่องยนต์ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการทะนุถนอมอายุการใช้งานรถของท่านให้ยืนยาว ปกติเราต้องตรวจตราดูแลรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ ต้องการอ่่านรายละเอียดหรือดาวน์โหลด... ReadMore



รวมบทความอาชีพ เสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม



ร้านค้าเคลื่อนที่ ใช้ รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง



traver-adviser



จัดหางาน,สำนักงาน ก.พ.,งานราชการ,งานรัฐวิสาหกิจ





Smart Hotel Booking Search : BANGKOK

 
http://forums.asp.net/t/1744881.aspx?Load+the+popup+on+just+the+first+time+page+request+only -->
อโกด้า (Agoda) Smarter Hotel Booking? คือ บริษัทผู้ให้บริการสำรองห้องพัก จองโรงแรมราคาพิเศษ มากกว่า 930283 โรงแรมทั่วโลก ด้วยระบบ Real time บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวดเร็ว ปลอดภัย รับประกันราคาห้องพักที่ถูกที่สุด และหากลูกค้าพบว่ามีที่อื่นเสนอราคาให้ถูกกว่า สามารถนำรายละเอียดมายื่นเพื่อขอลดราคาให้เท่ากันได้ โดย Agoda!!  ที่มีการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ กัน 38 ภาษาซึ่งรวมถึงภาษาจีนกลาง จีนกวางตุ้ง ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน ญี่ปุ่น รัสเซีย เกาหลี และไทย โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์และมีสำนักงานดำเนินการหลักอยู่ที่กรุงเทพ กัวลาลัมเปอร์ โตเกียว ซิดนีย์ ฮ่องกงและบูดาเปสต์ นอกจากนี้ยังมีสำนักงานย่อยในเมืองใหญ่ทั่วเอเชีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง ยุโรปและอเมริกา

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.