ขับเคลื่อนโดย Blogger.
เวบบริการประกาศฟรี ทุกอย่าง มี 40 หมวด และให้นำสินค้าไปประมูลขายได้

ขนมทองม้วน
ขนมทองม้วน สร้างรายได้
ขนมทองม้วน อาจจะมองเป็นขนมที่ธรรมดา มีขายทั่วไป แต่จริง ๆ ขนมท้องม้วนนั้นผุ้ทำจะต้องมีความอดทนมาก ยิ่งสมัยก่อนนั้นยังไม่มีพิมพ์ไฟฟ้าแบบสมัยใหม่นี้ ต้องปิ้งด้วยเตาถ่าน ซึ่งผู้ทำขนมจะร้อนมาก ใช้เวลาในการทำ ต้องพิถีพิถัน ในตัวขนม ทั้งสีของขนมต้องสม่ำเสมอกัน ผิวของขนมต้องสวย ซึ่งต้องอาศัยประสบการ์ณ ฉะนั้นขนมทองม้วนจึงไม่ธรรมดา ถ้าผู้ที่เคยได้สัมผัสก็จะรู้ สำหรับรสชาติของทองม้วนก็มีหลายรส หลายรูปแบบ แล้วแต่ผู้ผลิตจะคิดค้น สร้างสรรค์  ReadMore Click Here...
อโกด้า (Agoda) Smarter Hotel Bookingอโกด้า (Agoda) Smarter Hotel Bookingอโกด้า (Agoda) Smarter Hotel Booking


สะตอผัดกะปิกุ้ง ผัดที่ไหนก็หรอยอย่างแรง


“สะตอ” ผักพื้นบ้านในภาคใต้ แม้มีกลิ่นเหม็นเขียวรุนแรง ทว่ามีคนนิยมนำมาประกอบอาหารกันโดยเฉพาะอาหารไทยปักษ์ใต้ รสชาติถึงพริกถึงขิงต้อง “สะตอผัดกะปิกุ้ง” เมนูโปรดปรานของคนโดยทั่วไป เช่นเดียวกับ โบว์-อินทิรา นาคสกุล ผู้จัดการส่วนงานสมาชิกบัตรฮิส แอนด์ เฮอร์ พลัส พอยซ์ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) แม้เป็นสาวชาวกรุงแท้ ๆ แต่คลั่งไคล้เมนูกลิ่นฉุนจมูกนี้มาก

ผู้บริหารใบหน้าหวานเล่าให้ฟังว่า ไลฟ์สไตล์ส่วนตัวชอบกินมากกว่าชอบทำ แต่ถ้าอยากกินอะไรที่อร่อยและไม่อยากออกนอกบ้านมักเข้าครัวลงมือทำเอง ฝีมือด้านนี้ได้รับการถ่ายทอดมาจากคนเลี้ยง ซึ่งเป็นคนแก่นุ่งโจงกระเบนเลยทีเดียว ความที่เติบโตในครัว จึงซึมซับเทคนิคการทำอาหารต่าง ๆ โดยปริยาย นานครั้งคุณแม่ค่อยแสดงฝีมือที อยากกินเมนูไหนต้องขอร้องให้คุณแม่ทำ หนึ่งในเมนูนั้นคือ “สะตอผัดกะปิกุ้ง”

เพราะกิจการของครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงเลื่อยที่จังหวัดระนอง หนึ่งในจังหวัดทางภาคใต้ของเมืองไทย แน่นอนว่าสามารถซื้อหาสะตอกินง่ายดาย ประกอบกับคุณพ่อชอบกินมากเป็นพิเศษ ยามที่คุณโบว์ไปเยี่ยมเยียนพลอยอิ่มเอมไปกับรสมือของคุณแม่เสมอ ภายหลังปิดกิจการย้ายภูมิภาคมาตั้งรกรากที่จังหวัดระยอง เมืองที่เลื่องชื่อลือชาว่ากะปิอร่อย คุณแม่มักผัดสะตอกับกะปิระยองให้กินประจำ

“ถ้าคุณแม่ทำเมนูนี้เมื่อไหร่สมาชิกทุกคนในบ้านจะต้องกลับมาชุมนุมกันอยู่ที่บ้าน คุณแม่ทำอร่อยมากแต่ชอบทำปริมาณน้อย ๆ เพราะว่ารู้สึกว่าขนาดนี้นะแล้วกินอร่อย แต่เราอยากกินเยอะกว่านั้น คุณแม่ต้องผัดถึง 3 ครั้งไม่ยอมผัดครั้งเดียว ดังนั้นเคล็ดลับคือต้องกะปริมาณให้พอดีจึงจะอร่อย นอกจากเมนูนี้ที่ได้รับความนิยมขึ้นโต๊ะบ่อยครั้งแล้ว ยังมีเมนูหมูทอดน้ำปลาที่รสชาติเด็ดดวงไม่แพ้กัน” คุณโบว์เล่า

วัตถุดิบและส่วนผสม มีดังนี้ สะตอ 6 ฝัก, กุ้งแชบ๊วย 10 ตัว, กระเทียม 5 กลีบ, พริกขี้หนูสวน 5-6 เม็ด, กะปิเมืองระยอง 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา, น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา และน้ำปลา 4 ช้อนชา

วิธีทำ แกะสะตอจากฝักด้วยการใช้มีดผ่าครึ่งตั้งแต่ตรงเปลือกหรือจะแกะทั้งเม็ดก็ได้ เสร็จแล้วแช่น้ำในอุณหภูมิปกติ เทคนิคนี้คุณโบว์เล่าว่าคุณแม่ชอบทำเพื่อให้สะตอกรอบ จากนั้นปอกกุ้งผ่าเอาเส้นดำหลังออก โขลกกระเทียม พริกขี้หนูสวน และกะปิ รวมกันพอหยาบ ระวังอย่าใส่กะปิหนักมือเพราะรสเค็มจะนำโดด

ต่อมาตั้งกระทะบนไฟ พอน้ำมันร้อน นำพริก กระเทียม และกะปิ ที่โขลกไว้ลงมาผัดกับหมูสับเพื่อรสสัมผัสที่อร่อยยิ่งขึ้น ตามด้วยกุ้งและสะตอ ผัดคลุกเคล้าจนเข้ากัน นำน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และน้ำปลา ผสมต่างหากในถ้วยเมื่อผสมจนเข้าเนื้อแล้วค่อย ๆ เทลงกระทะ ใส่น้ำเปล่าในครกที่ตำกระเทียม พริก กะปิ แล้วเทใส่กระทะ ผัดพอเข้าเนื้อ ค่อยยกลงจากเตาแล้วตั้งเสิร์ฟ

นอกจากความอร่อยแล้ว สะตอยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต, ธาตุแคลเซียม, ธาตุฟอสฟอรัส และธาตุเหล็กล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น ส่วนประโยชน์ของสะตอนั้น ทั้งช่วยบำรุงสายตา ทำให้เจริญอาหาร ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ลดความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด ขับลมในลำไส้ ช่วยในการขับปัสสาวะ มีฤทธิ์เป็นยาระบาย

ส่วนใครกินแล้วไม่มั่นใจ กลัวมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ สามารถแก้ได้ด้วยการกิน “มะเขือเปราะ” ตามสักสองสามลูก.

‘ช้องมาศ’


credit by :  http://www.dailynews.co.th/article/318309

Read More...


สเต๊ก อีกเมนูฮิต ทำเลยิ่งเด่น..ยิ่งโดน!


“สเต๊ก” เมนูอาหารฝรั่ง ยังใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” ที่ขายได้ตลอดกาลอีกหนึ่งเมนู โดยในปัจจุบันนี้ มีการต่อยอด-ดัดแปลงกันอย่างหลากหลาย ขึ้นกับสไตล์และรสนิยมของแต่ละคน ทั้งนี้ เกี่ยวกับเมนูดังกล่าว ในเรื่องของ “ทำเลขาย-รูปแบบร้าน” ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยทำให้ขายดี ยิ่งถ้าได้ “ทำเลเด่น” หรือมี “รูปแบบร้านโดนใจ” กลุ่มเป้าหมาย นี่ก็ยิ่งทำเงิน อย่างเช่น “ร้านสเต๊ก” ของ “ปฏิญญา นิลวงศ์-ผกามาศ เทพรงค์ทอง” ที่วันนี้คอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอ...

ปฏิญญา หนึ่งในเจ้าของร้านชื่อ “steak story” ซึ่งเปิดขายอยู่ที่ ตลาดนัดรถไฟ หลังห้างเอสพลานาด รัชดา เล่าว่า อาชีพหลักของตนคือทำงานประจำ ส่วนร้านสเต๊กเป็นอาชีพที่สองทำเพื่อเสริมรายได้ เนื่องจากเคยอ่านเจอจากหนังสือเล่มหนึ่งว่า คนเรานั้นควรมี 2 อาชีพ จึงเลือกที่จะเปิดร้านอาหาร-ทำอาหารขาย เพราะชอบและถนัดที่สุด โดยเริ่มจากการขายอาหารตามสั่งที่ตลาดนัดรถไฟ สวนจตุจักร เป็นที่แรก ซึ่งก็ขายดี แต่เนื่องจากลูกค้าเยอะ และแต่ละคนก็สั่งอาหารไม่เหมือนกัน ทำให้ทำไม่ทัน จึงเริ่มมองหาธุรกิจอาหารชนิดอื่น ที่สามารถทำได้รวดเร็วขึ้น โดยได้ปรึกษากับพี่ชายที่เป็นเชฟ ได้รับคำแนะนำให้ทำสเต๊กขาย เพราะเตรียมของง่าย ทำง่าย ขายได้รวดเร็ว จึงเริ่มศึกษาวิธีการหมักเนื้อ การย่าง และการทำน้ำราด (น้ำเกรวี่)

“แรก ๆ ขายได้ไม่ถึง 10 จาน แต่หลังจากลูกค้ารู้จักและชอบในรสชาติสเต๊กของที่ร้าน ลูกค้าก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” ปฏิญญากล่าว ทั้งนี้ การทำธุรกิจ “ร้านอาหาร” อย่างเช่น “ร้านสเต๊ก” นั้น ก็จำเป็นต้องใช้ทั้งการใส่ใจ และต้องมีความอดทนด้วย

ปฏิญญาบอกว่า ขายอยู่ที่เดิมได้สักพัก ตลาดแห่งนั้นก็ต้องปิดตัวลง เนื่องจากหมดสัญญาเช่าที่ดิน ทำให้ตนต้องหยุดขายไประยะหนึ่ง จนกลับมาเปิดร้านสเต๊กขึ้นอีกครั้งที่นี่ ที่ตลาดนัดรถไฟแห่งใหม่ ด้านหลังเอสพลานาด รัชดา ซึ่งก็ขายดี เพราะทำเลแถบนี้ มีลูกค้าหลากหลาย ทั้งกลุ่มวัยรุ่น-กลุ่มคนทำงาน รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่แวะเวียนมาชิมสเต๊กของที่ร้าน

เจ้าของร้านสเต๊กรายเดิม ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังสนใจ อยากจะเริ่มต้น “ทำร้านสเต๊ก” ว่า ควร “หัดทำสเต๊ก” ให้เป็นก่อน อย่างเช่น การหมัก การย่าง การทำน้ำราดสเต๊ก ขณะที่ “การเลือกทำเลขาย” ก็ควรพิจารณาจากกลุ่มเป้าหมาย ถ้าเป็นไปได้ หรือมีทุนมากพอ ทำเลที่เหมาะสม ควรเป็นย่านที่มีคนสัญจรพลุกพล่าน เช่น ตลาดนัด ย่านชุมชน

ทุนเบื้องต้น สำหรับคนที่สนใจทำร้านสเต๊กแบบนี้ ปฏิญญาบอกว่า ใช้เงินลงทุนประมาณ 40,000 บาท (ต้นทุนนี้ยังไม่รวมค่าทำร้าน) เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ และค่าวัตถุดิบ ทุนวัตถุดิบ สำหรับที่ร้านสเต๊กนี้ ใช้ทุนวัตถุดิบอยู่ที่ประมาณ 50% ของราคาขาย รายได้ อยู่ที่ประมาณ 50% จากราคา ซึ่งราคาขายสเต๊กของร้านนี้ เริ่มต้นที่จานละ 89-99 บาท

วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย... เตาย่าง, เตาทอด, ตู้แช่, จานกระเบื้อง, ช้อน, ส้อม, มีดสเต๊กสเตนเลสหยัก, แก้ว, ชุดโต๊ะไม้+เก้าอี้ไม้, กระทะ, มีดหั่นเนื้อ, เขียง, ที่คีบ, ขวดใส่ซอส, ขวดเกลือ, พริกไทย ส่วน วัตถุดิบ ทำสเต๊ก ที่ร้านจะใช้เนื้อ 3 ชนิด ได้แก่ เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ โดยเนื้อวัวเลือกใช้เฉพาะชิ้นที่มีน้ำหนัก 1.5 ขีด เนื้อหมูน้ำหนัก 1.5 ขีด และเนื้อไก่ น้ำหนัก 3 ขีด

“รสชาติเป็นสิ่งสำคัญในการทำร้านสเต๊ก ต้องใส่ใจเรื่องการหมักเนื้อและการทำน้ำราด” เจ้าของร้านกล่าว

“สูตรการหมักเนื้อสเต๊ก” นั้น อยู่ที่เคล็ดลับของแต่ละคน สำหรับสูตรของที่ร้าน จะใช้เพียงพริกไทยและผงอาโรมาตที่ใช้ในการหมักเนื้อสัตว์เท่านั้น โดยจะหมักทิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง ทั้งนี้ การหมักเนื้อนั้นไม่ยาก แต่ที่ยุ่งยากคือ “การทำน้ำราด” หรือ “น้ำเกรวี่” สำหรับราดสเต๊กมากกว่า เพราะมี
ขั้นตอนการทำที่ละเอียด ซึ่ง “น้ำราดสเต๊ก-น้ำเกรวี่” เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ต้องทำออกมาให้รสชาติดี กลมกล่อมถูกใจลูกค้าให้มากที่สุด เรียกว่า...ชี้เป็นชี้ตายร้านสเต๊กก็ว่าได้!

“สูตรน้ำราดสเต๊ก-น้ำเกรวี่” ของร้านนี้ ปฏิญญาบอกว่า มีวัตถุดิบประกอบด้วย... แครอท, ผักเซเลอรี่, มันฝรั่ง, หอมใหญ่, มะเขือเทศ, ต้นหอมญี่ปุ่น, โครงไก่ และเกลือ

ขั้นตอนการทำ “น้ำราดสเต๊ก-น้ำเกรวี่” เริ่มจากนำโครงไก่ล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วนำไปผัดโดยใส่เกลือเล็กน้อย ใส่ผักต่าง ๆ ลงไปผัดผสม ผัดจนน้ำแห้งก็ให้เติมน้ำสต๊อกไก่ลงไป ทำการปรุงรส และใส่มะเขือเทศลงไป จากนั้นจึงตุ๋นไปเรื่อย ๆ พอน้ำเริ่มแห้งก็ให้เติมน้ำสต๊อกไก่ลงไปอีก 2-3 รอบ นำแป้งสาลีละลายน้ำเทใส่ลงไปเพื่อทำให้น้ำราดสเต๊กมีความเหนียวข้นเล็กน้อย เท่านี้ก็จะได้ “น้ำราดสเต๊ก-น้ำเกรวี่” สูตรของทางร้านแล้ว โดยสเต๊กที่ร้านจะเสิร์ฟพร้อมสลัดกับเฟรนช์ฟราย...

“ลูกค้ามีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น นอกจากเมนูสเต๊กแล้ว ควรมีเมนูอื่น ๆ ไว้ให้ลูกค้าได้เลือก โดยเมนูของที่ร้านยังมีเมนูซี่โครงหมูย่างซอสบาร์บีคิว และเมนูข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู ข้าวหน้าไก่ และเมนูเครื่องดื่มขายเสริมควบคู่กันไป อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่กำลังสนใจ หรือคิดอยากจะเปิดร้านสเต๊ก แนะนำว่า ยังไม่ต้องทำร้านให้ใหญ่มาก แค่เพียงมีโต๊ะกับเก้าอี้ประมาณ 12 ชุด ก็เปิดร้านได้แล้ว ส่วนวัตถุดิบยังไม่ต้องสำรองไว้เยอะ ให้ลองตลาด ลองทำขายไปก่อน” เจ้าของร้านสเต๊กให้คำแนะนำ สำหรับคนที่กำลังมองหา “ช่องทางทำกิน” ซึ่ง “เมนูสเต๊ก” แบบนี้ ก็น่าสนใจ

นี่ก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ที่นำมาฝากกัน ใครอยากลองชิมฝีมือก็แวะเวียนไปได้ที่ ตลาดนัดรถไฟ หลังห้างเอสพลานาด รัชดา ทุกวันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 18.00-23.30 น. ติดต่อได้ที่ โทร. 08-9134-4207 หรือติดตามได้ที่เฟซบุ๊ก “Steak Story-ร้านสเต๊ก ตลาดนัดรถไฟ รัชดา” ทั้งนี้ นอกจากจะทำขายที่ร้านแล้ว ก็ยังรับจัดงานนอกสถานที่ได้ด้วย

“สเต๊ก” อีกเมนูฮิต...อย่ามองข้าม.

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน

.............................................................

คู่มือลงทุน...เมนูสเต๊ก

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 40,000 บาทขึ้นไป

ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 50% จากราคา

รายได้ ราคา89-99 บาทต่อจาน

แรงงาน 2 คนขึ้นไป

ตลาด ตลาดนัด ย่านชุมชนทั่วไป

จุดน่าสนใจ เป็นธุรกิจที่เริ่มต้นง่าย ไม่ยุ่งยาก

credit by : http://www.dailynews.co.th/article/329354

Read More...


‘พุดดิ้งนมสด’หลากรสผลไม้ทำเงิน

“พุดดิ้ง” ขนมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ในอดีตขนมชนิดนี้เป็นวิธีการถนอมอาหารรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้อาหารนั้นอยู่ได้นาน ๆ ในยามสงคราม ปัจจุบันขนมชนิดนี้กลายเป็นอีกหนึ่งขนมที่ทุก ๆ ชนชาติให้ความนิยมทำทาน ทำขายกันมากมาย จนมีหลากหลายสูตร และวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูล “พุดดิ้งนมสด หลากรสผลไม้” มานำเสนอ...

พันธ์นิดา วิภูษณะ เจ้าของพุดดิ้งนมสด “คุณต้อม” บอกว่า ทำพุดดิ้งนมสดขายมา 5-6 ปี เป็นขนมที่ขายเพิ่มจากสาคูแคนตาลูปนมสด และเต้าฮวยฟรุตสลัด เนื่องจากอยากจะเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ส่วนสูตรทั้งหมดได้มาจากคุณแม่ของสามีที่ถ่ายทอดให้มาทำเป็นอาชีพ
“เมื่อก่อนขายหมู แต่ประสบปัญหามาก อย่างหมูแพง หมูขึ้นราคา ขายยาก แม่สามีจึงแนะให้เปลี่ยนอาชีพ และถ่ายทอดวิชาทำขนมให้ ก็ตระเวนออกร้านขายตามงานแสดงสินค้าต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จ” พันธ์นิดากล่าว


พุดดิ้งนมสดของที่ร้านนี้ จะเพิ่มความหลากหลายด้วยการใส่ผลไม้ต่าง ๆ ลงไป อาทิ พุดดิ้งนมสดมะพร้าวอ่อน ซึ่งขายดีมากที่สุด และก็ยังมี พุดดิ้งนมสดสตรอเบอรี่, พุดดิ้งนมสดกีวี, พุดดิ้งนมสดบลูเบอรี่

อุปกรณ์ที่ใช้ทำ หลัก ๆ ก็มี เตาแก๊ส, หม้ออะลูมิเนียม, ทัพพี, มีดหั่นผลไม้, ไม้พาย และอุปกรณ์เครื่องครัวอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดอื่น ๆ

ส่วนผสม ตัวพุดดิ้ง ตามสูตรเจ้านี้จะใช้น้ำเปล่า 800 กรัม ต่อเยลลี่ผง 10 กรัม เป็นส่วนผสมส่วนที่ 1 นอกจากนี้ จะใช้นมสด 500 กรัม ต่อน้ำตาล 70 กรัม ครีมเทียม 100-200 กรัม และครีมเมอร์อีก 50 กรัม เป็นส่วนผสมส่วนที่ 2

วิธีทำตัวพุดดิ้ง ตั้งหม้อ ใช้ไฟร้อน นำส่วนผสมส่วนที่ 1 มาใส่แล้วคนให้เข้ากัน เสร็จแล้วปิดไฟ พักไว้ จากนั้นตั้งหม้ออีกใบ ใช้ไฟร้อน นำส่วนผสมส่วนที่ 2 มาใส่ คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วปิดไฟ จากนั้นก็นำส่วนผสมส่วนที่ 1 เทลงผสมในหม้อของส่วนผสมส่วนที่ 2 แล้วทิ้งไว้ให้เย็น

สำหรับ พุดดิ้งนมสดมะพร้าวอ่อน หน้าของพุดดิ้งจะใช้ส่วนผสมของน้ำมะพร้าว (แท้) 1,000 กรัม ต่อนมสด 500 กรัม, น้ำตาล 70 กรัม, ครีมเทียม 100 กรัม, ครีมเมอร์ 100 กรัม และใช้เนื้อมะพร้าวอ่อนหั่นชิ้นเล็ก ๆ อีกพอประมาณ

วิธีทำ
ตั้งหม้อ ใช้ไฟร้อน ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไป คนให้ส่วนผสมเข้ากัน เมื่อส่วนผสมเข้ากัน ปิดไฟ พักไว้
ตักส่วนของตัวขนมพุดดิ้งใส่ลงไปในถ้วยพลาสติกกลมขนาด 7 ออนซ์ ครึ่งถ้วย พักให้ตัวขนมแข็งตัว เมื่อตัวขนมแข็งตัวแล้วจึงตักส่วนของหน้านมสดมะพร้าวอ่อนราดลงทับตัวขนมพอ ประมาณ ซีลปิดฝาให้เรียบร้อย

ส่วน พุดดิ้งนมสดสตรอเบอรี่, พุดดิ้งนมสดกีวี, พุดดิ้งนมสดบลูเบอรี่ นั้น ตัวขนมพุดดิ้งก็ทำเหมือนกัน ต่างกันที่ส่วนของหน้าขนม คือส่วนหน้าจะใช้ผงเยลลี่ของแต่ละรสนั้น 15 กรัม, น้ำเปล่า 720 กรัม และน้ำตาล 100 กรัม

วิธีทำก็จะคล้าย ๆ กันคือ ตั้งหม้อ ใช้ไฟร้อน ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไป คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน เมื่อส่วนผสมเข้ากัน ปิดไฟ พักไว้

ตักส่วนของตัวขนมพุดดิ้งใส่ลงไปในถ้วยพลาสติกกลม เมื่อตัวขนมพุดดิ้งแข็งตัวแล้ว ก็ตักส่วนของหน้าราดลงทับตัวขนมพอประมาณ แล้วใส่เนื้อผลไม้ของพุดดิ้งแต่ละชนิดลงไปด้วย โดยใส่ผลกีวีสด ส่วนบลูเบอรี่และสตรอเบอรี่ใช้แบบที่มีการเชื่อมแล้วบรรจุกระป๋องขาย เมื่อใส่ผลไม้แต่ละชนิดแล้ว จากนั้นก็ซีลปิดฝาให้เรียบร้อย พันธ์นิดาบอกว่า น้ำเชื่อมในกระป๋องของบลูเบอรี่และสตรอเบอรี่สามารถนำไปผสมในหน้าของขนมได้ ด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับขนม เหมือนได้กินผลไม้ชนิดนั้น ๆ แบบสด ๆ

พุดดิ้งนมสดทั้ง 4 ชนิดที่ว่ามา ขายถ้วยละ 25 บาท โดยมีต้นทุนประมาณ 70% ของราคา
สนใจ“พุดดิ้งนมสด หลากรสผลไม้” พุดดิ้งนมสดมะพร้าวอ่อน, พุดดิ้งนมสดสตรอเบอรี่, พุดดิ้งนมสดกีวี และพุดดิ้งนมสดบลูเบอรี่ ของ พันธ์นิดา วิภูษณะ ต้องการติดต่อเจ้าของกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” รายนี้ ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1457-7858 และ 08-1628-8415

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : เรื่อง / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ
-----------------------------------------------------
คู่มือลงทุน...พุดดิ้งนมสดผลไม้
ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาท
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 70% ของราคา
รายได้ ราคา 25 บาท/ถ้วย 7 ออนซ์
แรงงาน 1 คนขึ้นไป
ตลาด ชุมชน, ตลาดนัด, ร้านอาหาร
จุดน่าสนใจ ใช้ผลไม้เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า

credit by :  http://www.dailynews.co.th/article/384/234501

Read More...


‘ห่อหมกปลา’ ชูสูตรโบราณ..จุดขาย


“อาหารไทย” นั้น นอกจากจะมีรสชาติที่โดดเด่น การตกแต่งหน้าตาก็ยังถือว่ามีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครและกับเมนู “ห่อหมก” นั้นก็ถือเป็นอีกเมนูน่าสนใจ ทว่ากว่าจะได้ห่อหมกแสนอร่อยแต่ละห่อก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมุ่งมั่น ต้องอดทนกันไม่น้อย ผู้ที่พิสมัยห่อหมกหลายคนพอนึกอยากรับประทาน แต่เมื่อ “คิดถึงวิธีการทำ” แล้วมักท้อใจ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการขายจึงมีการปรับขั้นตอนการทำและรูปลักษณ์การห่อ ที่แทบจะไม่เห็นแบบเดิมแล้ว เพื่อเป็นการอนุรักษ์อาหารไทยให้คงอยู่ วันนี้คอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” นำเมนู “ห่อหมกปลา” ที่เป็นสูตรโบราณ มาให้ลองพิจารณา...

ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม อาจารย์ประจำสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรีอธิบายเมนูนี้ว่า เป็นอาหารที่มีมาแต่โบราณ มีวิธีการทำให้สุกด้วยการนึ่ง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนไทย กระนั้น ถึงแม้จะมีขั้นตอนและเวลาในการทำค่อนข้างนาน ใช้ส่วนผสมเยอะ แต่เมื่อทำเสร็จแล้วผลที่ได้ก็คุ้มค่ากับการเหนื่อย เพราะนอกจากรสชาติอร่อยแล้วยังเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและ เป็นประโยชน์ต่อร่างกายช่วยในการปรับธาตุและเจริญอาหารได้อย่างดียิ่ง

“ห่อหมกเป็นเมนูยอดนิยมที่ถูกสั่งขึ้นโต๊ะเสมอ ยิ่งห่อหมกปลาช่อนใบยอที่มีรสขมอ่อน ๆ เป็นรสชาติที่มีเอกลักษณ์ เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่การกวนเนื้อห่อหมก ซึ่งต้องคนจนข้นเหนียว จึงจะทำให้ห่อหมกมีรสชาติอร่อย สมุนไพรที่ใช้เป็นส่วนผสมมีสรรพคุณทางยา เช่น กระชาย กระเทียม ใบยอ ข่า ตะไคร้ โหระพา พริก รากผักชี เป็นอาหารที่บำรุงธาตุ บำรุงกระดูก ช่วยเจริญอาหาร ขับลมขับเหงื่อ แก้จุกเสียด ลดความดันโลหิตสูง และนอกจากจะเป็นเมนูที่มีคุณค่าทางอาหารสูงแล้ว ยังมีเรื่องของศิลปะในการนำใบตองมาใช้แทนภาชนะ แถมช่วยเพิ่มกลิ่นรส เป็นการผสมผสานการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างแท้จริง”

อุปกรณ์ ที่ใช้ทำห่อหมก ส่วนใหญ่เป็นเครื่องใช้ทำครัวทั่วไป อาทิ ไม้พาย, มีด, เขียง, เตาแก๊ส และลังถึงสำหรับนึ่ง แต่ที่ต้องมีเป็นพิเศษ คือ เครื่องปั่นและอ่างดินเผา หรือหม้อสเตนเลส สำหรับใช้ในการกวนห่อหมก

วัตถุดิบ หลัก ๆ จะมีผักรองพื้นห่อหมก คือใบยอ หรือใบโหระพา (หรือผัก    อื่น ๆ ตามใจชอบ เช่น ผักกาด กะหล่ำปลี) ผักหวาน ของสดและของแห้งมีปลาช่อน, ไข่เป็ด, นํ้ากะทิ, นํ้าตาลทราย, นํ้าปลา, แป้งข้าวเจ้า, กะปิ ส่วนผักที่ใช้โรยหน้าให้สวยงามคือใบมะกรูดหั่นฝอย พริกชี้ฟ้าแดงหั่น นอกนั้นก็มีใบตองสดและไม้กลัด

ส่วนผสมนํ้าพริกแกงคั่วมี ตะไคร้ซอย ผิวมะกรูดซอย หอมแดงซอย กระเทียมซอย ข่าหั่น พริกไทยเม็ด รากผักชี เกลือ พริกแห้งเม็ดใหญ่ (แช่นํ้าแกะเม็ดออก) กระชายหั่น นำสมุนไพรทุกอย่างมาใส่เครื่องปั่น หรือใส่ครกตำจนละเอียด ตั้งพักไว้ก่อน

ขั้นตอนการทำ “ห่อหมกปลาช่อนโบราณ” 
เริ่มจากการเตรียมใบตองที่ใช้ห่อก่อน นำใบตองสดมาเช็ดให้สะอาดทั้งหน้าและหลัง ฉีกกว้าง 7 นิ้ว ยาว12-13 นิ้ว แล้ว ตัดเป็นรูปวงรีเตรียมไว้ ฉีกใบตองทำเตี่ยวกว้าง 1-1 1/2 นิ้ว ใบตองจะใช้สองชั้นต่อการห่อหนึ่งห่อ จากนั้นเตรียมผักรองพื้น นำผักที่เตรียมไว้ล้างให้สะอาดแล้วผึ่งให้สะเด็ดนํ้า ใบยอหั่นเป็นชิ้นเล็กลวกนํ้าเดือดให้ตายนึ่ง ใบโหระพาเด็ดเป็นใบ ๆ

จากนั้นนำปลาช่อนมาขอดเกล็ด ล้างให้สะอาดแล้วผึ่งไว้พอแห้ง ทำการแล่เนื้อ 2 ข้างออก ตัดหัวผ่าซีก ก้างตรงกลางตัดเป็นท่อน ส่วนเนื้อปลาช่อนนำมาหั่นแฉลบเป็นชิ้นหนาบางพอประมาณ มะพร้าวคั้นเอาหัวกะทิกับหางกะทิ (แบ่งหัวกะทิไว้ส่วนหนึ่งใช้สำหรับหยอดหน้าด้วย)

นำหัวกะทิกับหางกะทิส่วนหนึ่งใส่อ่างผสมดินเผา ใส่นํ้าพริกแกงคั่ว กะปินิดหน่อย ใช้ไม้พายคนส่วนผสมให้ละลายเข้ากันดี แล้วใส่เนื้อปลาและไข่เป็ดตามลงไป ทำการกวนส่วนผสมให้เข้ากัน (เทคนิคการกวนต้องไปทางเดียวกัน ถ้ากวนกลับไปกลับมาส่วนผสมจะคลายตัวไม่เหนียวข้น) ปรุงรสด้วยนํ้าตาลและนํ้าปลา กวนส่วนผสมต่อไปถ้าแห้งให้เติมหัวกะทิลงไป กวนต่อไปเรื่อยจนส่วนผสมห่อหมกมีลักษณะฟูและเหนียว ก็หยุดกวนแล้วตั้งพักไว้

การทำนํ้ากะทิสำหรับหยอดหน้าห่อหมก เอาหัวกะทิผสมกับแป้งข้าวเจ้าและเกลือเล็กน้อย คนให้ละลายเข้ากัน แล้วยกขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ กวนจนกะทิสุกจะข้นหนืดนิด ๆ ยกลง ตั้งพักไว้ให้เย็น

ขั้นตอนการห่อ นำใบตองกลับด้านซ้อนกันสองชั้น (แผ่นใหญ่อยู่ด้านนอกหงายหน้านวลขึ้น แผ่นเล็กอยู่ด้านในคว่ำหน้านวลลง) นำผักรองพื้นที่เตรียมไว้วางลงตรงกลาง ใช้ช้อนตักส่วนผสมห่อหมกหยอดทับลงบนผักพอมิด หยอดหน้าด้วยหัวกะทิ โรยด้วยใบมะกรูดหั่นฝอย พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ จับใบตองโอบขึ้นมาปลายประกบกัน นำเตี่ยวมาทาบรัดแล้ว กลัดด้วยไม้กลัด (ก่อนจะห่อ ควรตั้งลังถึงต้มนํ้าให้เดือดพล่าน) เมื่อห่อเสร็จแล้วจัดใส่ลังถึง ยกขึ้นนึ่งประมาณ 15-20 นาที แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย เสิร์ฟทานร้อน ๆ กับข้าวสวย หรือจะรับประทานเล่น ๆ ก็อร่อยเหาะ

ผู้สนใจอยากทำ “ห่อหมกโบราณ” ขายเป็นอาชีพ แนะนำว่า ตอนเริ่มทำขายใหม่ ๆ ให้ทำแต่น้อยก่อน เมื่อมีลูกค้าแล้วจึงเพิ่มจำนวนโดยเพิ่มเครื่องปรุงตามสัดส่วน หากอยากลองฝึกทำรับประทานกันในครอบครัว ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม สาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โทร. 08-9600-0993

นี่ก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ!!!!.
เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ
คู่มือลงทุน...ห่อหมกปลาช่อน
ทุนเบื้องต้น ประมาณ 3,000 บาท
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 50% ของราคา
รายได้ ราคา 30 บาท/ ห่อ
แรงงาน 1 คนขึ้นไป
ตลาด ย่านอาหาร ตลาด และชุมชน
จุดน่าสนใจ คุณประโยชน์เป็นจุดขายที่ดี

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/230035/‘ห่อหมกปลา’+ชูสูตรโบราณ..จุดขาย

Read More...


'ข้าวยำทะเล' ทำเงินจากความต่าง

 

เก็บตกจาก “งานมหกรรมสินค้าสหกรณ์ ปี 2557” ภายใต้แนวคิด “สหกรณ์ไทยสร้างเศรษฐกิจไทย” ระหว่างวันที่ 4 – 8 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมา ณ ชาเลนเจอร์ 3 เมืองทองธานี นอกจากจะมีการจัดนิทรรศการต่าง ๆ อาทิ นิทรรศการโรงสีข้าว, นิทรรศการโคนม, นิทรรศการหุบกะพงแล้ว ยังมีการจำหน่ายสินค้าจากสหกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งร้านอาหารแปรรูปจากผลิตภัณฑ์ทางเกษตรจากทั่วประเทศอีกด้วย

อย่าง “ข้าวยำทะเล” ของชุมชนสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งแห่งประเทศไทย จ.ปทุมธานี โดยทีมคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอในวันนี้...

ขจี ขำละม้าย หรือ ป้าแอ๊ด ประธานชุมชนสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งแห่งประเทศไทย จ.ปทุมธานี กล่าวว่า เริ่มทำ “ข้าวยำทะเล” เมื่อราว 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเหตุที่ต้องเลือกทำอาหารดังกล่าว เพราะไม่อยากพึ่งพาตลาดการส่งออกของทะเลเพียงอย่างเดียว จึงอยากลองทำอย่างอื่นเสริมบ้าง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า และตัวเอง จึงคิดเป็นรายการอาหารต่าง ๆ ขึ้นมา ที่ทานได้ง่าย แต่มีความแตกต่างจากกลุ่มอื่น ๆ โดยคิดสูตรเอง ทดลองทำเอง และออกร้านขายตามงานของที่ทางราชการจัดขึ้น ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก

“มีงานออกร้านประจำทั้งต่างจังหวัด และที่กรุงเทพฯ เพราะมีคนติดใจในรสชาติของอาหารที่ไปขาย โดยมีเรียกร้องให้ไปออกงานทุกปี” ขจี กล่าว

สำหรับ อุปกรณ์ ที่ใช้ทำ “ข้าวยำทะเล” หลัก ๆ ก็มี ภาชนะสำหรับยำ, ภาชนะสำหรับใส่ส่วนผสมต่าง ๆ, เตาแก๊ส, กระทะ, หม้อต้ม , เขียง-มีด, และอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดในครัวเรือนทั่ว ๆ ไป

ในขณะที่ ส่วนผสม และเครื่องปรุง ที่ใช้มี นํ้ามะนาว, นํ้าปลา, นํ้าตาลทราย, พริกป่น, ขิงซอย, หอมแดงซอย, ข้าวทอด, ต้นหอม-ผักชีซอย, ถั่วทอด, พริกขี้หนูแห้งทอด, กุ้งต้ม, ปลาหมึกต้ม, เนื้อปลากะพงต้ม, ปูกะตอยต้ม, ปลากรอบ รวมทั้งผักแกล้ม ที่มีกะหล่ำปลีสด, ผักกาดหอม และถั่วฝักยาว
ขั้นตอนในการยำ ขจี บอกว่า ต้องทำ “ข้าวทอด” ขึ้นมาก่อน โดยส่วนผสมของข้าวทอด หลัก ๆ ประกอบด้วย ข้าวสวย 1 กก., พริกแกงเผ็ด 200 กรัม (จะตำเอง หรือซื้อเอาก็ได้) นอกจากนี้ ยังมีกุ้งต้มปั่น, ไข่ปูปั่น, แป้งหมี่, แป้งโกกิ, แป้งมัน, ไข่ไก่ และนํ้าเปล่าอย่างละพอประมาณ

วิธีทำ เริ่มที่นวดส่วนผสมของข้าวสวย, พริกแกงเผ็ด, กุ้งต้มปั่น, ไข่ปูปั่นให้เข้ากันเสียก่อน จากนั้นใส่ส่วนผสมของแป้งต่าง ๆ, ไข่ไก่ และนํ้าเปล่าลงไปนวดผสม นวดไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมของข้าวทอดคลุกเคล้าจนเข้ากันดี โดยส่วนผสมของข้าวทอดที่คลุกเคล้าออกมานั้นจะต้องมีลักษณะข้น ๆ พอดี ๆ ไม่เหลวจนเกินไป จากนั้น นำไปปั้นเป็นก้อน ๆ ขนาดเท่ากับกำปั้นมือ

ตั้งกระทะ ใส่นํ้ามันท่วม รอจนกระทั่งนํ้ามันร้อน แล้วค่อย ๆ หย่อนข้าวทอดที่ปั้นเป็นลูก ๆ ลงไปในกระทะ ในปริมาณที่พอประมาณ จากนั้นค่อย ๆ ทอดให้ข้าวทอดสุก ระหว่างที่ทอดระวังอย่าให้นํ้ามันเดือดจัดเด็ดขาด พยายามรักษาไฟให้ร้อนปานกลาง ไม่ร้อนจัด เพราะหากนํ้ามันร้อนจัด เวลาทอดข้าวทอดจะไหม้เฉพาะด้านนอก แต่ด้านในไม่สุก ค่อย ๆ ทอดไปจนข้าวทอดสุกจนใช้ได้แล้ว คือ ข้าวทอดมีสีเหลืองทอง ให้รีบตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดนํ้ามัน เตรียมไว้สำหรับทำข้าวยำทะเล

วิธีการยำ เตรียมภาชนะสำหรับยำ ใส่ นํ้ามะนาว, นํ้าปลา, นํ้าตาลทราย, พริกป่น, ขิงซอย, หอมแดงซอยลงไป คลุกเคล้าส่วนผสมส่วนนี้ให้เข้ากันก่อน จากนั้น ใส่ “ข้าวทอด” ลงไป 1 ก้อน โดยค่อย ๆ ฉีกข้าวทอดออกมาเป็นชิ้น ๆ ขนาดพอคำ ใส่ต้นหอม-ผักชีซอย, ถั่วทอดลงไป คลุกเคล้าส่วนผสมตรงนี้ให้เข้ากับส่วนผสมเครื่องปรุงที่คลุกไว้ก่อนหน้านี้

ชิมรสให้ได้ 3 รส คือ เผ็ด, เปรี้ยว, หวาน หรือปรุงรสตามใจลูกค้า เสร็จแล้วตักใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ โรยหน้าด้วยต้นหอม-ผักชีซอย, ถั่วทอด, พริกแห้งทอด, ปลากรอบ, กุ้งต้ม, ปลาหมึกต้ม, เนื้อปลากะพงต้ม, ปูกะตอยต้ม และผักแกล้มอย่างกะหล่ำปลีสด, ผักกาดหอม และถั่วฝักยาว เท่านี้ก็เรียบร้อย ขายในราคาชุดละ 50-60 บาท แล้วแต่สถานที่

ใครสนใจ “ข้าวยำทะเล” ติดต่อ ป้าแอ๊ด-ขจี ขำละม้าย เจ้าของกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” รายนี้ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1481-8988 และนอกจาก “ข้าวยำทะเล” แล้ว ยังมีเมนูทะเลอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ ส้มตำทะเล, ก๋วยเตี๋ยวทะเล, แกงเขียวหวานทะเล, ผัดกะเพราทะเล ฯลฯ ซึ่งเป็นอาหารที่ใช้ส่วนผสมผลิตภัณฑ์จากทะเลทั้งสิ้น.

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : รายงาน / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ
..........................................................
คู่มือลงทุน...ข้าวยำทะเล
ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 40% ของราคาขาย
รายได้ ราคาขาย 50-60 บาท/1ชุด
แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป
ตลาด ชุมชน, ร้านอาหาร, ออกร้าน
จุดน่าสนใจ เป็นการสร้างเมนูใหม่ที่แตกต่าง

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/_ข้าวยำทะเล_+ทำเงินจากความต่าง

Read More...


'หอย(ทอด)ครก' อร่อย-แปลก-ทำเงิน !!!



หอย ครก” เป็นชื่อเมนูอาหารรูปแบบหนึ่ง มีทั้งแบบ “ซีฟู้ด” สำหรับผู้นิยมอาหารทะเล แบบ “มังสวิรัติ” สำหรับผู้ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ และแบบ “เจ” ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูลมานำเสนอให้ลองพิจารณากัน...

• • • • •
   
เสาวลักษณ์ เขียวมีส่วน หรือ คุณแจ๊ด เจ้าของร้านหอยครก (ตนวัง) เล่าว่า จากการทำงานที่ทำให้ได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องราวดี ๆ หลายอย่าง รวมถึงการปรุงรสอาหารทั้งรสชาติและหน้าตาที่จัดแต่งอย่างพิถีพิถันสวยงาม ภายหลังก็มีความคิดที่อยากจะทำธุรกิจส่วนตัวด้านอาหาร จึงเกิดไอเดียขึ้นมาว่าน่าจะลองทำอาหารที่ธรรมดา ๆ ที่เป็นอาหารยอดนิยม ให้ดูแปลกตาน่ารับประทานมากขึ้น และอาหารที่คิดก็คือ “หอยทอด” ซึ่งปรับให้เป็น “หอยครก”
   
“หอยครกนี้ ก็จะมีทั้งสูตรมังสวิรัติ และสูตรซีฟู้ด โดยทอดในหลุมขนมครกที่รับประทานได้พอดีคำ ซึ่งเมื่อลองทำขาย ผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับอย่างดีมาก” เสาวลักษณ์ กล่าว
   
สำหรับจุดเด่นของหอยครก อยู่ที่แป้งสูตรเฉพาะ ที่จะทั้งกรอบนอกและนุ่มใน รวมถึงน้ำจิ้มรสอร่อย รสชาติเข้มข้น ซึ่งอาหารรูปแบบนี้เป็นอาหารที่สามารถขายได้ทุก ๆ ทำเล เช่น ตลาดนัดใกล้บ้าน ปากซอยบ้าน หน้าโรงเรียน หน้ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ และแม้แต่หน้าบ้าน ถ้าเป็นหมู่บ้านที่มีผู้พักอาศัยมาก ๆ ก็ทำขายได้
   
การทำหอยครกนั้น อุปกรณ์ที่ใช้หลัก ๆ ก็มี กระทะขนมครก ขนาด 28 หลุม พร้อมที่บังลมสำหรับวางบนเตา, ชุดเตาแก๊ส, ถัง, ที่ตีแป้ง และอุปกรณ์เครื่องครัวเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ซึ่งใช้เงินลงทุนไม่เกิน 8,000 บาท
   
ขั้นตอนการทำ “หอยครก” แยกเป็น วิธีผสมแป้ง นำแป้งข้าวเจ้า 300 กรัม และแป้งมัน 200 กรัม รวมเป็นแป้ง 500 กรัม ผสมด้วยน้ำโซดา 3 ขวด ใส่ผงปรุงรส และตีแป้งให้เข้ากัน
   
ผงปรุงรสนี้จะเลือกใช้รสใดก็ได้ หรือใช้เกลือ  ช้อนชาแทน แต่ต้องหลีกเลี่ยงซอส หรือซีอิ๊ว เพราะจะมีปฏิกิริยากับแป้ง
   
ต่อไปเป็น วิธีเตรียมหน้าหอยครก เริ่มที่สูตรที่เป็นหน้า “มังสวิรัติ” ตีไข่ไก่ชามละ 2 ฟอง หั่นแครอทเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก ๆ, บรอกโคลี, กะหล่ำปลีม่วง, กะหล่ำปลีขาว และเห็ดชนิดต่าง ๆ ในปริมาณที่เหมาะสม
   
ส่วนหน้า “เจ” ก็ไม่ต้องใส่ไข่
   
หลังจากเทส่วนผสมแป้งลงในเบ้าขนมครกแล้ว ก็ใส่ผักต่าง ๆ ลงไปบนแป้งได้เลย
   
และในส่วนของหอยครกหน้า “ซีฟู้ด” นั้น เตรียมไข่ไก่ 4 ฟอง ต่อยลงในชาม ๆ ละ 1 ฟอง เตรียมหอยแมลงภู่ลวก กุ้งลวก ปลาหมึกลวก ปูอัด ในปริมาณที่เหมาะสม แยกใส่ลงไปในแต่ละชามที่ใส่ไข่ไว้แล้ว ปรุงรสด้วยผงปรุงรส (รสใดก็ได้ หลีกเลี่ยงซอส หรือซีอิ๊ว) ซึ่งแต่ละหน้าของซีฟู้ดสามารถใส่ต้นหอมลงผสมเพื่อสร้างสีสันด้วยก็ได้
   
วิธีทำ จุดไฟ ใช้ไฟแรงปานกลาง ตั้งกระทะขนมครกให้ร้อน เทแป้งที่ผสมไว้ลงในหลุมกระทะขนมครกที่เช็ดน้ำมันพืชเตรียมไว้แล้ว เทแป้งพอประมาณ เทให้ครบ 28 หลุม จากนั้นตักหน้าที่ต้องการตามลงไป ทิ้งไว้ประมาณ 3–4 นาที ก็ใช้ได้ อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ทอดหอยครกให้หมั่นหยอดน้ำมันลงไปบนหน้าเล็กน้อย เพื่อให้ไข่ฟู และทำให้หอยครกไม่ติดก้นหลุมด้วย ซึ่งเมื่อหอยครกสุกก็แคะขึ้นมาได้เลย และราดน้ำจิ้ม พร้อมรับประทาน
   
วิธีทำน้ำจิ้มหอยครก เตรียมซอสพริก 2 กก. ต่อน้ำจิ้มไก่ 1 กก. ผสมกัน ใส่รากผักชีปั่น 2 ราก, กระเทียมปั่น 300 กรัม และพริกแดงปั่นตามใจชอบ
   
วิธีขาย หอยครก 1 กล่อง มี 5-7 ชิ้น ขายในราคา 20-30 บาท มีต้นทุนประมาณ 60% ของราคา โดยแป้ง 500 กรัม สามารถทำหอยครกได้ประมาณ 20 กล่อง ซึ่งถ้าสามารถหาทำเลขายที่เหมาะสมได้ การขายวันละ 100-150 กล่อง ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกิน และก็เป็นจำนวนการขายอาหารทานเล่นที่ขายกันได้ตามปกติทั่วไป

• • • • •
   
“หอยครกมังสวิรัติ-หอยครกเจ-หอยครกซีฟู้ด” ของ เสาวลักษณ์ เขียวมีส่วน หรือคุณแจ๊ด ขายอยู่ที่ 004 อาคารนัมเบอร์วัน 1.1 มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ เบอร์โทรศัพท์คือ 08-5118-5921 และ 08-5664-6736 ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” ที่น่าสนใจไม่น้อย.

ชมคลิปวิดีโอช่องทางทำกินได้ที่ www.dailynews.co.th

ขอขอบคุณเจ้าของบทความ :http://www.dailynews.co.th/

Read More...


♧แกงเผ็ดไข่ปลาหมึก♧


♧แกงเผ็ดไข่ปลาหมึก♧
°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°
ไข่ปลาหมึก ทำอะไรก็อร่อย อิ อิ
••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
วัตถุดิบ
°°°°°°°°
ไข่ปลาหมึก ครึ่ง กก.
พริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ
มะเขือยาว 1ลูก
มะเขือพวง 1 กำมือ
ใบกระเพรา 1กำมือ
พริกชี้ฟ้าแดง เขียว 2เม็ดหั่นเเฉลบ
กะทิครึ่งกก.
น้ำตาลปี๊บ
น้ำปลา
••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
วิธีทำ
°°°°°°
คั้นกะทิแยกหัวหาง นำหัวกะทิตั้งไฟเคียวจนแตกมัน
ขอบขอบคุณเจ้าของสูตร :Natacha Tum
‪#‎healthycare‬💞
-----------------------------------------------------------
ร่วมมีสุขภาพที่ดีกับ 💞healthycare ได้ที่ลิ้งด้านล่างนะจ๊ะ😙😙😙
จิ้มเบาๆนะจ๊ะ >> http://line.me/ti/p/%40zfa8702q

Read More...


สูตรน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นรสเด็ด


เครื่องปรุง สำหรับน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นบางรัก
1.กระดูกสันหลังหมู (เอียเล้ง) 3 กิโลกรัม
2.กระดูกตะโพกหมู(คาตั๊ง) 3 กิโลกรัม
3.อบเชยหักเป็นท่อน 5 ท่อน
4.โป๊ยกั๊ก 10 ดอก
5.ซีอิ๊วดำหวาน 3 ทัพพี
6.เกลือป่น 1 ทัพพี
7.พริกไทยดำเม็ดโขลกหยาบ ๆ 1 ทัพพี
8.น้ำสะอาด 1 หม้อ

วิธีทำน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นบางรัก
1.ใส่กระดูกสันหลังหมูและตะโพกหมูลงในหม้อ เติมโป๊ยกั๊ก อบเชย เกลือป่น ซีอิ๊วดำหวาน พริกไทยเม็ดโขลกตามลงไป
2.เติมน้ำสะอาดลงไปจนเกือบเต็มหม้อ แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนนาน 1 ชั่วโมง จะได้น้ำซุปหวานน้ำต้มกระดูก หอมอบเชยโป๊ยกั๊ก
วิธีการทำหมูตุ๋น
ใช้หมูตรงเนื้อตะโพก ต้มกับอบเชย โป๊ยกั๊ก ซีอิ๊วดำหวาน และน้ำตาลทรายเคี่ยวเพียงชั่วโมงครึ่ง หมูจะเปื่อยนุ่มน่ากิน
เครื่องปรุงน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว 
1.กระดูกซี่โครงหมู 2 กิโลกรัม
2.พริกไทยเม็ดตรามือโขลกหยาบ ๆ 2 ช้อนโต๊ะ
3.เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
4.รากผักชี 4 ราก
5.น้ำตาลทรายขาว 1 ทัพพี
วิธีทำ
นำเครื่องปรุงทั้งหมดใส่หม้อก๋วยเตี๋ยว เติมน้ำสะอาดให้เต็มแล้วต้มเคี่ยวด้วยไฟอ่อน ๆ 1 ชั่วโมง
จะได้น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเรือหอมหวานน้ำต้มกระดูก
เครื่องปรุงหมักหมูสดและหมูบะช่อ
1.เนื้อสันนอกหมู 1 กิโลกรัม
2.ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ
3.พริกไทยป่นตรามือ 1 ช้อนโต๊ะ
4.น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
5.ผงหมักเนื้อนุ่มโชตธนโชติ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นพอคำ ใส่เครื่องปรุงลงไปเคล้าด้วยแล้วหมักทิ้งไว้ในตู้เย็ น 1 ชั่วโมง จึงนำหมูไปลวกให้สุก จะได้เนื้อหมูสดนุ่มรสอร่อย ถ้านำไปสับละเอียดเป็นหมูบะช่อใส่ก๋วยเตี๋ยวก็ได้ ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวถั่วงอกใส่ชาม ใส่หมูสดเนื้อนุ่ม ลูกชิ้นปลา ฮื่อก๊วย กุ้งแห้ง ลวกหมูบะช่อกับน้ำซุปราดบนเส้นอร่อยสุด
ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นบางรัก มีหมูตุ๋นนุ่ม ๆ หมูสด ตับหมู และลูกชิ้นหมู ให้เลือก ขายชามละ 25 บาท พิเศษ 35 บาท โทร.08-6905-7671..อย่าลืมแวะไปชิมนะครับ
ขอบคุณที่มาสูตร:ขุนขยับ แม่มะลิ เดลินิวส์ออนไลน์http://kuaytiew.blogspot.com/2011/11/blog-post_01.html
เครดิตภาพจากอินเตอร์เน็ต
ขอขอบคุณที่มา : Chomphoonut Panomai
‪#‎healthycare‬💞
-----------------------------------------------------------
ร่วมมีสุขภาพที่ดีกับ 💞healthycare ได้ที่ลิ้งด้านล่างนะจ๊ะ😙😙😙
จิ้มเบาๆนะจ๊ะ >> http://line.me/ti/p/%40zfa8702q

Read More...


สาคูไส้หมู สูตรไส้อร่อยมาก


เป็นสูตรที่นุ่มกำลังดี ไส้มีกลิ่นหอม และอร่อยมาก ทานคู่กับผักสดหรือพริกสดจะเพิ่มความอร่อยขึ้นไปอีก เป็นสูตรสำหรับคนที่หาหัวไชโป๊วยาก ดัดแปลงโดยใช้หอมหัวใหญ่แทน แต่ก็ยังคงความอร่อยของสาคูไส้หมูได้อย่างดี
ส่วนผสม
สาคูเม็ดเล็ก ครึ่งถุง
น้ำร้อน 1 ถ้วย
หมูบด 100 กรัม
ถั่วลิสงคั่วบด 100 กรัม
หอมหัวใหญ่ 1 หัว (อันนี้ใช้แทนหัวไชโป๊ว)
กระเทียม 1 หัว
รากผักชี (ไม่มีให้ใช้ผักชีซอยทั้งต้น)
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายแดง
น้ำปลา
ซีอิ๊วดำ
ซีอิ๊วขาว
ซอสแม็กกี้
พริกไทยป่น
วิธีทำ
-นวดสาคูด้วยน้ำร้อน แล้วพักไว้
-นำกระเทียบมาสับให้ละเอียดแล้วเจียวจนมีสีเหลืองนวลและมีกลิ่นหอม พักไว้
-เริ่มวิธีทำไส้ โดย ผัดหอม กระเทียม และรากผักชีโขลกละเอียด พอสุก ใส่หมูบดลงไป ใส่เครื่องปรุงทุกอย่าง
-หมูสุกใส่ผักชีตามลงไป (สำหรับใครที่ใส่รากผักชีแล้วไม่ต้องใส่ผักชีค่ะ)
-สุดท้ายใส่ถั่วลิสงคั่วป่น ผัดต่อจนแห้งดี
-ขั้นตอนต่อมาเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความพิถีพิถัน คือการห่อไส้สาคู ถ้าห่อไม่ดีคือบางไปจะทำให้ไส้แตก ถ้าหนาไปก็จะไม่อร่อย เทคนิคคือ วางสาคูลงบนอุ้งมือแล้วตามด้วยไส้แล้วค่อยๆจับจีบ แล้วปั้นให้เป็นก้อนกลมๆ ลองฝึกทำกันดูค่ะ
-ต่อไปเป็นขั้นตอนการนึ่ง วางผ้าขาวบางบนลังถึง แล้ววางสาคูตามลงไป เว้นระยะสาคูสักเล็กน้อย เพราะเวลานึ่งสาคูจะใหญ่ขึ้น ใช้เวลานึ่งประมาณ 8-10 นาที
-เสร็จแล้วจัดใส่จาน โรยด้วยกระเทียมเจียว ทานคู่กับผักสด หรือพริก
ขอบคุณที่มาสูตรรวบรวมข้อมูลโดย อร่อยเหาะดอทคอมhttp://www.aroiho.com
ขอขอบคุณที่มา : Chomphoonut Panomai
‪#‎healthycare‬💞
-----------------------------------------------------------
ร่วมมีสุขภาพที่ดีกับ 💞healthycare ได้ที่ลิ้งด้านล่างนะจ๊ะ😙😙😙
จิ้มเบาๆนะจ๊ะ >> http://line.me/ti/p/%40zfa8702q

Read More...


ทอดมันหมูเด้ง



เครื่องปรุงทอดมันหมูเด้ง
เนื้อหมูบดละเอืยด ๔๐๐ กร้ม (ละเอืยดมากที่สุด ) 
แป้วข้าวโพด ๒ ช้อนกินข้าว
พริกแกงเผ็ด ๒ ช้อนกินข้าวพูนๆ ..เพิ่มลดใด้แล้ว
ผงฝู ๑ ช้อนชา
เกลือ ๑/๒ ช้อนชา
นํ้ามันพืช ๑ ช้อนกินข้าว
นํ้าเย็นประมาณ ๔ ช้อนกินข้าว (ถ้าไม่ใส่เนื้อหมูทอดแล้วแข็ง )
ใบมะกรูด ๗-๘ ใบ
ใบกระเพรา ๗-๘ ใบ
นํ้ามันพืชสำหรับทอด
วิธีทำ
เนื้อหมูแช่เย็นจัดๆนำมาหั่นเล็กๆ
ใส่เครื่องปั่น ปั่นให้ละเอืยดสุดๆเลยนะคะ ถ้าไม่ละเอืยดทอดมันก็จะไม่เด้ง
ใส่นํ้า
ใส่นํ้ามันพืช และเกลือ ปั่นต่อไปเรื่อยๆจนกว่าเนื้อหมูจะละเอืยด
ให้ดูความละเอืยดของเนื้อหมูที่บดใด้
เมื่อละเอืยดดีแล้ว ก็ใส่พริกแกงเผ็ด แล้วปั่นให้พริกแกงเข้ากันกับเนื้อหมู
ใส่ผงฟู แล้วปั่นต่อ ให้ผงฟูเข้ากันกับเนื้อหมู
ปั่นให้ผงฟูเข้ากันกับเนื้อหมูทั่วๆ
แล้วก็ใส่แป้งข้าวโพด ปั่นต่อ ให้ส่วนผสมของเข้ากันทั่ว ก็หยุดเครื่องใด้
แล้วตักออกใส่ชามใปผสม
ใส่ใบมะกรูดซอย และใบกระเพราซอย
คลุกเคล้วให้ใบมะกรูดและใบกระเพรากระจายทั่วๆเนื้อหมู
นำมาทอดไฟกลางๆ ทอดไม่ต้องนาน เพราะเนื้อมันหมูจะสุกง่ายมากๆ คือต้องสังเกตุดูด้วยนะคะ เพราะตอนทอดนี้ก็สำคัญเหมือนกัน ถ้าทอดนานไป เวลาเย็นทอดมันก็จะแข็ง
พอทอดมันหมูสุก ก็ตักออกใส่จาน
ทอดมันหมูที่ทำนี้แม้เวลาเย็นแล้ว ก็จะยังนิ่มอยู่ ไม่แข็งกระด้าง
ขอขอบคุณเจ้าของข้อมูลสูตรและภาพสวยๆจากบ้านพรพนา เขียนโดยคุณพรพนา http://choieka.blogspot.com/2013/05/blog-post.html
‪#‎healthycare‬💞
-----------------------------------------------------------
ร่วมมีสุขภาพที่ดีกับ 💞healthycare ได้ที่ลิ้งด้านล่างนะจ๊ะ😙😙😙
จิ้มเบาๆนะจ๊ะ >> http://line.me/ti/p/%40zfa8702q

Read More...


อโกด้า (Agoda) Smarter Hotel Booking "China"


Read More...


อโกด้า (Agoda) Smarter Hotel Booking "Korea"


Read More...


อโกด้า (Agoda) Smarter Hotel Booking "Singapore"

จองโรงแรม รีสอร์ท ที่พัก สิงคโปร์ กับอโกด้า พิเศษ จองตอนนี้ จ่ายทีหลัง!ลดสูงสุด 80% ? รับประกันราคาดีที่สุด ? จองง่ายและรวดเร็ว ? ใช้บริการภาษาไทย ? ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง ?

 อโกด้า (Agoda) Smarter Hotel Booking? คือ บริษัทผู้ให้บริการสำรองห้องพัก จองโรงแรมราคาพิเศษ มากกว่า 930283 โรงแรมทั่วโลก ด้วยระบบ Real time บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวดเร็ว ปลอดภัย รับประกันราคาห้องพักที่ถูกที่สุด และหากลูกค้าพบว่ามีที่อื่นเสนอราคาให้ถูกกว่า สามารถนำรายละเอียดมายื่นเพื่อขอลดราคาให้เท่ากันได้ โดย Agoda!! ที่มีการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ กัน 38 ภาษาซึ่งรวมถึงภาษาจีนกลาง จีนกวางตุ้ง ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน ญี่ปุ่น รัสเซีย เกาหลี และไทย

โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์และมีสำนักงานดำเนินการหลักอยู่ที่กรุงเทพ กัวลาลัมเปอร์ โตเกียว ซิดนีย์ ฮ่องกงและบูดาเปสต์ นอกจากนี้ยังมีสำนักงานย่อยในเมืองใหญ่ทั่วเอเชีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง ยุโรปและอเมริกา



Read More...


อโกด้า (Agoda) Smarter Hotel Booking "Japan"

จองโรงแรม รีสอร์ท ที่พั ญี่ปุ่น กับอโกด้า พิเศษ จองตอนนี้ จ่ายทีหลัง!ลดสูงสุด 80% ? รับประกันราคาดีที่สุด ? จองง่ายและรวดเร็ว ? ใช้บริการภาษาไทย ? ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง ?

อโกด้า (Agoda) Smarter Hotel Booking? คือ บริษัทผู้ให้บริการสำรองห้องพัก จองโรงแรมราคาพิเศษ มากกว่า 930283 โรงแรมทั่วโลก ด้วยระบบ Real time บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวดเร็ว ปลอดภัย รับประกันราคาห้องพักที่ถูกที่สุด และหากลูกค้าพบว่ามีที่อื่นเสนอราคาให้ถูกกว่า สามารถนำรายละเอียดมายื่นเพื่อขอลดราคาให้เท่ากันได้ โดย Agoda!!  ที่มีการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ กัน 38 ภาษาซึ่งรวมถึงภาษาจีนกลาง จีนกวางตุ้ง ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน ญี่ปุ่น รัสเซีย เกาหลี และไทย

โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์และมีสำนักงานดำเนินการหลักอยู่ที่กรุงเทพ กัวลาลัมเปอร์ โตเกียว ซิดนีย์ ฮ่องกงและบูดาเปสต์ นอกจากนี้ยังมีสำนักงานย่อยในเมืองใหญ่ทั่วเอเชีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง ยุโรปและอเมริกา






Read More...


อโกด้า (Agoda) Smarter Hotel Booking "Thailand"

จองโรงแรม รีสอร์ท ที่พัก Thailand กับอโกด้า พิเศษ จองตอนนี้ จ่ายทีหลัง!ลดสูงสุด 80% ? รับประกันราคาดีที่สุด ? จองง่ายและรวดเร็ว ? ใช้บริการภาษาไทย ? ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง ?

อโกด้า (Agoda) Smarter Hotel Booking? คือ บริษัทผู้ให้บริการสำรองห้องพัก จองโรงแรมราคาพิเศษ มากกว่า 930283 โรงแรมทั่วโลก ด้วยระบบ Real time บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวดเร็ว ปลอดภัย รับประกันราคาห้องพักที่ถูกที่สุด และหากลูกค้าพบว่ามีที่อื่นเสนอราคาให้ถูกกว่า สามารถนำรายละเอียดมายื่นเพื่อขอลดราคาให้เท่ากันได้ โดย Agoda!!  ที่มีการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ กัน 38 ภาษาซึ่งรวมถึงภาษาจีนกลาง จีนกวางตุ้ง ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน ญี่ปุ่น รัสเซีย เกาหลี และไทย

โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์และมีสำนักงานดำเนินการหลักอยู่ที่กรุงเทพ กัวลาลัมเปอร์ โตเกียว ซิดนีย์ ฮ่องกงและบูดาเปสต์ นอกจากนี้ยังมีสำนักงานย่อยในเมืองใหญ่ทั่วเอเชีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง ยุโรปและอเมริกา















.

Read More...



บทความทั้งหมดของอาชีพเสริม

รวมบทความการดูแลรักษารถยนต์
การดูแลรักษารถยนต์ ให้ดูดีและใหม่อยู่เสมอ เทคนิคการดูแลรักษารถยนต์ให้ดูดีเสมอ และถนอมเครื่องยนต์อย่างถูกวิธี การดูแลรักษาเครื่องยนต์ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการทะนุถนอมอายุการใช้งานรถของท่านให้ยืนยาว ปกติเราต้องตรวจตราดูแลรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ ต้องการอ่่านรายละเอียดหรือดาวน์โหลด... ReadMore

ทำให้บอทรู้จักเว็บเราง่ายขึ้น ถ้ามี Backlink เยอะ ก็ทำให้มันเจอเว็บเราบ่อยขึ้นด้วย โดยไม่ต้องเสียเวลาไปเรียกมัน สร้างช่องทางให้มันไต่มาเจอเว็บเราเอง, ยิ่งมีช่องทางมาก ก็มีโอกาสมาก ทำให้เว็บเรามีคะแนนดี อันดับดีขึ้น ถ้าสร้าง Backlink โดยคัดลอกรหัส html ด้านล่างวางในเว็บไซต์หรือบล็อกของคุณ หากต้องการดูลิงก์ย้อนกลับของคุณ สามารถคลิกที่การเชื่อมโยงภาพจากเว็บไซต์ของคุณบล็อกหรือ และได้ url เว็บไซต์ของคุณจะปรากฏในกล่อง Resent Backlinks Referrer หากผู้เข้าชมใด ๆคลิกที่ลิงค์ภาพนี้ได้จากเว็บไซต์หรือบล็อกของคุณ, URL ของคุณจะถูกบันทึกโดยอัตโนมัติใน database.Remeber ของเรา

ด่วน !!! ซื้อรถฟอร์ดเฟียสต้าและรถฟอร์ดโฟกัส ทุกรุ่น รับส่วนลดและของแถมเพียบ ติดต่อได้ที่คุณสุรพล ประธานบริษัทฟอร์ดอยุธยา จำกัด โทร 081-8193539,081-9079698

ฟอร์ด เรนเจอร์ ก้าวล้ำทุกการขับเคลื่อน โฉบเฉี่ยว ว่องไว หรูหรามีระดับ และนับเป็นกระบะสายพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นใหม่ 2013 Ford Ranger 2013 ได้พัฒนาระบบการขับเคลื่อน และ การดีไซน์ มุมมองมากถึง 90 องศา ภายนอกภายในกว้างขวาง เก็บสัมภาระ ได้มากยิ่งขึ้น บุกลุย กับสภาพถนนแบบต่างๆได้เป็นอย่างดี และในปีนี้ เรนเจอร์ มีกระบะพันธุ์แกร่ง 3 รุ่นด้วยกัน รุ่น Open Cab รุ่น Double Cab และรุ่น Double Cab 4?4 "เพราะ พอใจที่สุด คือความภาคภูมิใจในการให้บริการของเรา FORD พลปิยะ อยุธยา"

จัดหางาน,สำนักงาน ก.พ.,งานราชการ,งานรัฐวิสาหกิจ
 
   อาชีพเสริม รายได้เสริม :รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จนอยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ
ขอเชิญแวะชมเวปบทความอาชีพเสริม รายได้เสริม

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.