ขับเคลื่อนโดย Blogger.
ลงประกาศฟรี,โปรโมทเว็บไซต์ฟรี,ลงโฆษณาฟรี,ประชาสัมพันธ์สินค้า...ฟรีไม่มีลบ
หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม
งานฝีมือและสิ่งประดิษฐ์ รายได้เสริม
อะไหล่อีซูซุ,อะไหล่แท้อีซูซุ ,อะไหล่อีซูซุคู่ตัวรถทุกรุ่น,ISUZU ,D-MAX,MU-7 ,MU-X อะไหล่อีซูซุแท้ คู่ต้วรถจากโรงงาน

อะไหล่อีซูซุ,อะไหล่แท้อีซูซุ,อะไหล่อีซูซุแท้,อะไหล่อีซูซุคู่ตัวรถทุกรุ่นจากโรงงานอีซูซุ
รถกระบะอีซูซุ บ้านเรา เค้าจับตลาดถูกทางน่ะครับ พอติดตลาด ก็เลยกลายเป็นความเชื่อฝังในหัวคนไทยครับ ... ผมกลับมองว่า ต่างประเทศน่าจะมาศึกษากลยุทธ์ทางการตลาดของ isuzu บ้านเรานะว่า ทำยังไง รถยี่ห้อนี้ถึงขายได้แต่บ้านเรา ถ้าในมุมมองผม รถทำมาหากิน รถใช้งาน คนใช้ คงไม่ได้อยากได้รถแรง ไว้ไล่ฟัดรถเก๋ง หรอกครับ คนใช้รถกลุ่มนี้ อยากได้รถที่ทนๆ ถึกๆ ดูแลง่าย ประหยัดน้ำมัน เกาะถนนดี เบรคไม่ปัด และเมื่อถึงเวลาต้องขายต่อ ก็ต้องได้ราคาระดับหนึ่ง เพื่อเป็นทุนในการซื้อรถใหม่ไงครับ ที่ว่ามาทั้งหมด isuzu ทำได้ แต่ยี่ห้อคู่แข่ง ไปเน้นแต่รถแรง ก็เลยพ่ายไป เพิ่งมาพลิกตัว  Click Here...

สินค้าแฮนด์เมด ผลิตและจำหน่าย ผ้าพันคอไหมพรม และประกาศ ซื้อ-ขาย ฟรี click here to popup

แนะนำอาชีพเสริม : ธุรกิจขายแซนวิชยามเช้า อาหารเช้ากินง่าย

แซนวิชถือเป็นอาหารเช้าที่เป็นที่นิยมมากชนิดหนึ่งของบรรดาคนเมืองและคนทำ งานออฟฟิศที่ต้องรีบเร่งวนเวียนอยู่กับเวลาอันแสนจะจำกัดเพราะแซนวิชนั้น เป็นของที่มีลักษณะคล่องตัว กะทัดรัด สามารถรับประทานได้ง่ายและไวไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยหากเราจะเห็นร้านขายแซนวิชผุดมากขึ้นกว่าเดิมใน ปัจจุบัน



การทำแซนวิชนั้นถ้าจะพูดตามตรงเป็นอาหารที่มีวิธีการทำและการเตรียมวัตถุที่ ไม่ยุ่งยากหากเพียงแต่ต้องอาศัยความไวและฝีมือในการจัดรูปทรงให้แซนวิชมี ความน่ารับประทานเท่านั้นเอง โดยทั่วไปนั้นแซนวิชที่ขายมักจะมีไส้หลักๆ อยุ่ 2-3 ชนิดได้แก่ ไส้ทูน่าสเปรด ไส้หมูหยองน้ำสลัด และไส้แฮมเพราะเนื่องจากไว้เหล่านี้เป็นส้ที่คนไทยคุ้นเคยและนิยมนั่นเอง

ในเรื่องของราคาขายนั้นหากเป็นแซนวิชขนาด 2 ชั้นไส้ทั่วไปมาตรฐานจะอยู่ที่ราคา 15 บาทแต่หากเป็นไส้ที่พิเศษหรือเพิ่มไข่ดาวราคาก็จะสูงขึ้นอยู่ที่ประมาณ 20 บาทขึ้นไป ส่วนกำไรที่ได้นั้นเมื่อหักกลบลบค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วจะได้ประมาณ 30%

หัวใจหลักของธุรกิจขายแซนวิชยามเช้านี้นั้นก็คือเรื่องทำเล เพราะหากเราได้ทำเลหรือสถานที่ที่ติดกับแหล่งชุมชน ออฟฟิศ สำนักงาน หรือโรงเรียน สถานศึกษา ก็จะช่วยให้แซนวิชเรามีโอกาสขายได้มากขึ้นนอกจากนี้การจัดโปรโมชั่นส่งเสริม การขายหรือมีไส้ใหม่ๆ มาให้ลุกค้าได้เลือกรับประทานอยู่เสมอๆ ก็จะช่วยเพิ่มยอดขายให้มากขึ้นส่วนเรื่องของรสชาติความอร่อยของแซนวิชนั้น เป็นสิ่งที่ธุรกิจอาหารทุกชนิดพึงต้องมีอยู่แล้วครับ

credit by :  http://www.thaiiinvest.com/2013/10/Selling-sandwiches.html

Read More...


หม่ำเนื้อ หม่ำหมู ทำเงินด้วยเมนูอีสาน


“หมํ่า” เป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตแดนอีสาน มีส่วนผสมของเนื้อหมูหรือเนื้อวัว ตับ กระเทียม รูปร่างลักษณะเหมือนไส้กรอก ต่างกันที่ส่วนผสมและรสชาติที่ออกเปรี้ยวอมมัน ซึ่ง “หมํ่า” นั้นเป็นอาหารพื้นเมืองเก่าแก่ที่เลื่องชื่อ และวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็จะพลิกเมนูหมํ่าสูตรหนึ่งที่เป็นที่โจษจันในเรื่องรสชาติและสรรพคุณ มานำเสนอให้พิจารณากัน...
“หมํ่าแม่คำตัน” เป็นช่องทางทำกินทางด้านอาหารที่ดำเนินการโดย คุณพัสกร พิมพ์คำไหล อายุ 41 ปี และ คุณเบญจพร ต่อศรี อายุ 50 ปี ซึ่งเริ่มกิจการเมนูอาหารอีสานบ้านเฮาเมนูนี้มาเป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปี โดยสืบทอดวิธีการทำหมํ่ามาแต่สมัยรุ่นแม่ ที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ถนอมอาหารให้มีรสชาติดังเดิมและถูกหลักอนามัย ซึ่งจากอาหารพื้นเมืองที่ได้รับความนิยมมากในภาคอีสาน จากอาชีพค้าขายเล็ก ๆ ทั่วไป ปัจจุบันก็มุ่งสู่ตลาดสินค้าโอทอปด้วย
หมํ่าเป็นอาหารพื้นเมืองอีสานที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เครื่องปรุงและส่วนผสมที่ใช้ในการทำสามารถหาได้ง่าย ที่สำคัญเป็นวิธีการถนอมอาหาร สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้หลาย ๆ วัน จะสุกหรือดิบก็ได้ แต่ถ้าจะให้ดีควรปรุงให้สุกก่อนรับประทาน ซึ่งปัจจุบันนอกจากหมํ่าที่ทำจากเนื้อวัวและเนื้อควายแล้ว ยังมีการใช้เนื้อหมูทำกันแพร่หลายด้วย โดยปัจจุบันนอกจากนิยมทำหมํ่ากันเมื่อมีการจัดงานบุญต่าง ๆ และทำกินในครอบครัว ก็ยังมีการทำจำหน่ายสร้างรายได้ด้วย
อุปกรณ์หลัก ๆ ที่ใช้ทำหมํ่าขาย ก็มี หม้ออบความร้อน ที่คีบ เชือกป่านหรือเชือกฝ้าย เครื่องบด ตาชั่ง ถาด เครื่องยัดไส้หรือเครื่องกรอกไส้, กะละมัง, มีด, เขียง, กรรไกร, ราวตากหมํ่า และเครื่องมือเบ็ดเตล็ดจากในครัว
วัตถุดิบหรือส่วนผสมในการทำ “หมํ่า” ตามสูตรนี้นั้น หลัก ๆ ก็มี เนื้อสัตว์ไร้มัน (เนื้อวัว เนื้อควาย หรือเนื้อหมู), ตับ, เกลือ, กระเทียมบดทั้งเปลือกให้ละเอียด, พริกไทยป่น, ข้าวเหนียวคั่วบดหรือข้าวคั่วตำละเอียด, ถุงนํ้าดี หรือไส้หมู หรือไส้วัว หรือไส้เทียมสำหรับบรรจุก็ได้
ขั้นตอนการทำ “หมํ่าเนื้อ-หมํ่าหมู” เริ่มจากคัดเนื้อสัตว์ที่เป็นเนื้อสัน เนื้อแดงล้วน ๆ ไม่มีมันติด เอามาล้างนํ้าให้สะอาด แล้วนำไปเข้าเครื่องบดหรือสับให้ละเอียด เตรียมไว้ จากนั้นให้นำตับที่ล้างสะอาดแล้วมาบดให้ละเอียดเตรียมไว้ กระเทียมนำมาบดทั้งเปลือกให้ละเอียด นำข้าวเหนียวหรือข้าวสารมาคั่วแล้วทำการโขลกละเอียด เตรียมไว้
จากนั้นให้นำส่วนผสมที่เตรียมไว้ข้างต้นมาใส่ในอ่างผสม คือเนื้อวัวหรือเนื้อหมูบด ตับบด กระเทียมบด ข้าวเหนียวคั่วหรือข้าวคั่วโขลกละเอียด และใส่เกลือ คลุกเคล้าให้ทั่วให้ส่วนผสมเข้ากัน ใช้ครกย้ำซํ้า ๆ ให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้ใส่ถุงพลาสติก ผูกปากให้แน่น นำเข้าตู้เย็นประมาณ 3 ชั่วโมง ก่อนจะนำออกมาทำการกรอกไส้
ล้างไส้วัว ไส้หมู (หรือถุงนํ้าดี) วิธีคือให้หยอดนํ้าลงทางปลายข้างหนึ่ง แล้วจับรูดให้สิ่งที่สกปรกออกทางปลายอีกข้างหนึ่ง ทำซํ้าอีกสามครั้ง จากนั้นจึงกลับภายในออกแล้วใส่เกลือขยำจนหมดเมือก เพื่อไม่ให้มีรสขม แล้วขูดเอามันออกให้หมด ล้างนํ้าอีก 3-4 ครั้ง จนหมดกลิ่น จึงนำไปผึ่งลมเตรียมเอาไว้ล่วงหน้า (ถ้าใช้ถุงนํ้าดีบรรจุจะได้หมํ่าแบบลูกกลม ถ้าใช้ไส้วัวหรือไส้หมูบรรจุจะได้แบบเป็นท่อนยาว โดยใส่ส่วนผสมให้แน่นพอดี)
ขั้นตอนการกรอกไส้ นำอุปกรณ์ที่จะใช้มาเตรียมให้พร้อม มีกรรไกร ถาด เชือกป่าน นำส่วนผสมหมํ่าที่ทำเตรียมไว้มาใส่ลงในเครื่องยัดไส้ นำไส้ใส่ตรงก๊อกเปิด-ปิด เพื่อจะทำการกรอกส่วนผสมลงไป  โดยผูกปลายข้างหนึ่งให้แน่น จากนั้นจึงค่อยกรอกส่วนผสมลงไปเหมือนกับการทำไส้กรอก หลังกรอกเสร็จก็ผูกปลายอีกด้านด้วยเชือกให้แน่น (ถ้าบรรจุในไส้ ก็ให้ผูกแบ่งเป็นข้อ ๆ ให้ได้เป็นท่อน ๆ ความยาวตามต้องการ หรือตามราคาที่จะจำหน่าย)
เมื่อบรรจุและผูกเสร็จแล้ว ให้นำหมํ่าที่ได้ไปตากแดดหรือผึ่งลมจนแห้ง แล้วจึงค่อยนำมาห่อด้วยกระดาษซับมัน ซึ่งหมํ่านี้เมื่อทำเสร็จใหม่ ๆ รสชาติจะออกเค็ม ๆ ให้บรรจุถุงพลาสติกกันปนเปื้อนอีกชั้น เก็บไว้ในตู้เย็นจะเก็บได้นาน โดยรสชาติจะออกเปรี้ยว ๆ นำไปปรุงให้สุกก่อนรับประทาน จะทอด ย่าง อบ หรือนึ่งก็ได้
อาจจะอบด้วยหม้ออบความร้อนให้สุก เพื่อรีดไขมันออก ทำให้ตัวหมํ่ามีลักษณะเนื้อแน่น ได้รสชาติที่มันจากตับ รสเปรี้ยวจากการหมัก มีกลิ่นหอมเฉพาะ หั่นเป็นแว่น ๆ เสิร์ฟกับขิงอ่อน กะหล่ำปลี พริกขี้หนูสด ทานกับข้าวเหนียวร้อน ๆ
ราคาขายหมํ่าหมูและหมํ่าเนื้อของร้าน “หมํ่าแม่คำตัน” อยู่ที่ 3 ท่อน 50 บาท และร้านนี้ยังทำไส้กรอกอีสาน ปลาร้าปรุงสุก กุนเชียง แจ่วบอง ให้ลูกค้าเลือกซื้อได้หลากหลาย ลูกค้าก็มีทั้งที่เลือกซื้อไปรับประทานเอง และเป็นของฝาก ซึ่งสำหรับหมํ่า ประโยชน์ด้านคุณค่าโภชนาการที่ประกอบไปด้วยโปรตีน วิตามิน และให้พลังงานสูง ก็เป็นอีกจุดขายที่ดี
สนใจ “หมํ่า” ต้องการติดต่อ “หมํ่าแม่คำตัน” ของพัสกรกับเบญจพร ติดต่อได้ที่ โทร. 0-4486-2353, 08-9426-1395 โดยกรณีศึกษา “ช่อง
ทางทำกิน” รายนี้มีร้านอยู่ที่ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ และออกร้านตามงานตามสถานที่ต่าง ๆ ด้วย.
เชาวลี ชุมขำ / ปิยาภรณ์ บุญประเสริฐ : เรื่อง
ภานุพงศ์ พนาวัน : ภาพ
..........................................................
คู่มือลงทุน...หม่ำเนื้อ-หม่ำหมู
ทุนเบื้องต้น ประมาณ 15,000 บาท
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 50% ของราคา
รายได้ ราคา 50 บาท / 3 ท่อน
แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป
ตลาด ชุมชน, ตลาด, ร้านอาหาร
จุดน่าสนใจ หลายพื้นที่มีคนทำขายน้อย

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/219720/‘หม่ำเนื้อ-หม่ำหมู’ทำเงินด้วย‘เมนูอีสาน’

Read More...


'ยำมะเขือส้มกับไก่ย่าง'ย่อยง่ายได้ประโยชน์


 ปัจจุบันนี้มีตำรารักษาสุขภาพสารพันเล่ม หากบริโภคด้วยการอ่านเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ลงมือปฏิบัติจริงจัง ตำราสารพัดประโยชน์ก็คงไม่ต่างจากก้อนหินก้อนหนึ่งเท่านั้น!! แม้สนับสนุนให้คนดูแลสุขภาพตั้งแต่เด็ก แต่ “นก-ชลิดา ตันติพิภพ” พิธีกรและเจ้าของรายการลิฟวิ่งอินเชฟ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ซึ่งออกอากาศเวลา 07.40-07.50 น. ทุกวันเสาร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน ให้กำลังใจว่า “เริ่มต้นวันนี้ก็ยังไม่สาย” เพราะสุขภาพซื้อหาไม่ได้ ยิ่งทำเร็วเท่าใดยิ่งได้กำไรชีวิตมากขึ้นเท่านั้น

“พอคนอายุมากขึ้นสารอนุมูลอิสระก็เพิ่มตาม การสันดาปเกิดขึ้นจากการหายใจเข้า-ออก เท่านี้ก็สร้างอนุมูลอิสระแล้ว ยิ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมสังคมเมือง หากยังไม่เลือกกินอีกมีแต่สารพัดโรคจะถามหา นั่นคือสาเหตุว่าทำไมพบคนเป็นมะเร็งอายุน้อยลงทุกที เด็กตัวเล็ก ๆ ก็เป็นเบาหวานแล้ว ซึ่งมันแก้ไขได้จากการกิน งดอาหารจำพวกกระป๋อง กล่อง ซอง เลือกกินอาหารสดใหม่ไม่ผ่านการปรุงแต่งมาก ทว่าอาหารที่ปรุงสุก ถ้าเก็บไว้ในตู้เย็นนาน ๆ ยิ่งอันตราย ทางที่ดีทำแต่น้อยพอกินหมดในแต่ละมื้อจะดีที่สุด” คุณนกบอกอย่างตั้งใจ

เมื่อกินเพิ่มแคลอรีแล้ว ต้องหาลู่ทางเผาผลาญพลังงาน แม้คุณนกเองเรียนด้านพยาบาลมา แต่ช่วงวัยรุ่นกลับไม่สนใจสุขภาพเท่าที่ควร พอมาประกวดนางสาวไทย ปี 2541 ใช้ทางลัดกินยาลดความอ้วน ทำให้เกิดภาวะโยโย่เอฟเฟกต์อย่างใหญ่หลวง จึงหันหลังให้ยาเด็ดขาด เปลี่ยนมาออกกำลังกายและคิดสูตรอาหารลดน้ำหนักด้วยตัวเอง “มาถึงวันนี้ความสวยงามอย่างเดียวไม่พอแล้ว อายุมากขึ้นต่อมไร้ท่อต่าง ๆ อาจทำงานไม่เหมือนเดิม ตอนนี้นกอายุย่างเข้าเลข 4 มีปัญหาต่อมไทรอยด์ ค่อนข้างเจ้าเนื้อจึงต้องมีกิจกรรมเผาผลาญตลอดเวลา จะมานั่งแช่แป้งอยู่หน้าทีวี คิดว่าอดมื้อเย็นแล้วน้ำหนักจะลง น่าเสียใจว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นเหมือนสมัยวัยรุ่นอีกแล้ว”

ดังนั้นอาหารของคนตัวเลขอายุมากขึ้น คุณนกแนะ นำอาหารย่อยง่ายจำพวกผัก ผลไม้ ปลา ไก่ และเต้าหู้ โดยวันนี้คัดสรรเมนูตัวอย่าง “ยำมะเขือส้มกับไก่ย่าง” ยั่วยวนลิ้นด้วยกลิ่นไก่ย่างหอม คลุกเคล้ากับน้ำยำรสชาติจี๊ดจ๊าดกินแล้วย่อยง่าย มะเขือส้มยังมีสรรพคุณทางยา เป็นยาระบายอ่อน ๆ ทำให้เจริญอาหาร ขับพิษสิ่งตกค้างในร่างกาย มีวิตามินสูงกินบ่อย ๆ ช่วยบำรุงผิวดีมาก สำหรับวัตถุดิบและส่วนผสมที่ต้องเตรียม ประกอบด้วย สันในไก่ 200 กรัม, ใบผักชีสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ, ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ, ใบผักชีและหอมเจียวสำหรับโรยหน้า ด้าน น้ำยำ ใช้มะเขือเทศผ่าครึ่ง 1 ถ้วย, พริกขี้หนูซอย 5 เม็ด, น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ, ซีอิ๊วขาว 2 1/2 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ และงาขาวคั่วบดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีปรุง  ทำน้ำยำก่อนโดยคลุกเคล้าส่วนผสมทุกอย่างยกเว้นงาขาวเข้าด้วยกัน ชิมรสออกเค็ม หวาน และเปรี้ยวเล็กน้อย ตักใส่ถ้วยแล้วโรยงาขาวเตรียมไว้ จากนั้นคลุกเคล้าเนื้อไก่กับน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และผักชีให้เข้ากัน จึงนำไปย่างกับน้ำมันเล็กน้อย จนไก่สุกเหลืองทั้งสองข้างพักไว้ หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นพอคำ แล้วนำไปคลุกกับน้ำยำ คลุกเคล้าพอให้เข้ากัน ตักใส่จานโรยหน้าด้วยผักชีและหอมเจียว คุณนกเผยสูตรลับความหอมอร่อยว่า งาขาวควรคั่วและบดใหม่ป้องกันกลิ่นเหม็นหืน ทั้งนี้งาขาวมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เมล็ดงา มีน้ำมันสูงถึงร้อยละ 35-37 มีกรดไลโนเลอิก ช่วยควบคุมระดับคอ เลสเตอรอล ป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแข็งตัว กระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันโรคและมีแคลเซียมมากกว่าพืชผักทั่วไป 40 เท่า

กินดีสุขภาพดีแล้ว คุณนกเสริมทิ้งท้ายว่า ต้องรู้จักปล่อยวาง อย่าให้ความ เครียดมาเกาะกิน เพราะเป็นตัวทำให้ฮอร์โมนปั่นป่วน คนเราพออายุมากขึ้นแล้ว “ลำพังแค่กินอิ่ม นอนหลับ ขับถ่ายดี” ก็เพียงพอต่อการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขแล้ว.
‘ช้องมาศ’

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/256434/‘ยำมะเขือส้มกับไก่ย่าง’ย่อยง่ายได้ประโยชน์

Read More...


“เห็ดย่าง”

อาชีพทำกินที่เกี่ยวกับ “เห็ด” มีมากมายหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นเพาะเห็ด, ซุปเห็ด, ยำเห็ด, เห็ดทอด ฯลฯ และกับ “เห็ดย่าง” นำเห็ดมาเสียบไม้ย่างขาย ตอนนี้ก็มีขายทั่วไปตามริมทาง, ตลาดน้ำ, แหล่งท่องเที่ยว, แหล่งชุมชน หรืองานแสดงสินค้าต่าง ๆ ซึ่งอาชีพนี้ก็ไปได้ดี โดย “ช่องทางทำกิน” รูปแบบนี้ วันนี้ทางทีมงานเราก็มีข้อมูลมานำเสนอ...
                       
วุฒิวัฒน์ ศรีฐานิศรากร หรือ เอฟ  วัย 26 ปี เป็นเจ้าของร้าน “555 เห็ดย่าง” ในตลาดน้ำคลองลัดมะยม ซึ่งขายมาประมาณปีกว่า ๆ แล้ว โดยเจ้าตัวเล่าว่า ก่อนหน้าจะมาขายเห็ดย่างนั้น ทำงานร้านกาแฟ ร้านดอกไม้  ร้านขนมจีบ รวมทั้งรับจ้างถ่ายรูปมาก่อน ส่วนการขายเห็ดย่างนั้น เหตุเพราะชอบทานเห็ดย่างพันเบคอนและเห็ดย่างทาเนยมาก จึงพยายามหัดทำดู และเมื่อปีที่แล้วจึงศึกษาการขายเห็ดย่างอย่างจริงจัง ลองฝึกทุกอย่างตั้งแต่เลือกเห็ด, เสียบเห็ด, ย่างเห็ด รวมถึงการทำน้ำจิ้ม และลองเริ่มขายที่ตลาดนัดศาลายาก่อน เมื่อได้ที่ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมจึงมาขายที่นี่เต็มตัว


ปัจจุบันเห็ดที่วุฒิวัฒน์นำมาย่างขายมี 2 ชนิดหลัก ๆ คือ เห็ดนางรมหลวง หรือ เห็ดออรินจิ (Eringii Mushroom) และ เห็ดเข็มทอง (Enoki Mushroom) ซึ่งจะเสียบไม้ย่างในรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยก่อนหน้านั้นเคยมีเห็ดหอมย่างและแปะก๊วยย่างด้วย แต่เห็ดหอมที่สวย ๆ สด ๆ หายาก จึงเลิก ส่วนแปะก๊วยย่างนั้นคนไม่นิยม จึงเลิกเช่นกัน

สำหรับเห็ดนางรมหลวงหรือเห็ดออรินจิ วุฒิวัฒน์บอกว่า เป็นเห็ดเพื่อสุขภาพ คือมีโปรตีนประมาณ 25% คลอเรสเตอรอลต่ำ และมีคุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ ที่สำคัญปลอดภัยต่อผู้บริโภค ไม่มีการใช้สารเคมี ส่วนเห็ดเข็มทอง คุณค่าและสรรพคุณทางยาคือ ช่วยรักษาโรคตับ โรคกระเพาะอาหาร โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง

เห็ดย่างที่ร้านขายตอนนี้ แม้จะมีเห็ด 2 อย่าง แต่ก็ทำเป็น 4 รูปแบบคือ เห็ดออรินจิสด, เห็ดออรินจิพันเบคอน, เห็ดเข็มทองพันสาหร่าย, เห็ดเข็มทองพันเบคอน

เห็ดออรินจิสด วิธิทำก็หั่นเห็ดออรินจิสดเป็นแผ่น ๆ ตามแนวเฉียงของเห็ด ขนาดพอดี ๆ ไม่หนาไม่บาง นำไปเสียบไม้ ไม้ละ 4 ชิ้น เตรียมไว้

เห็ดออรินจิพันเบคอน หั่นเห็ดออรินจิเป็นชิ้น ๆ ตามแนวตั้ง หนาประมาณ 0.75 นิ้ว เตรียมไว้ จากนั้นหั่นเบคอนหมูให้กว้างประมาณ 1 นิ้ว แล้วนำไปพันให้รอบเห็ด (ตรงกลาง) ทำแบบนี้ทีละชิ้น แล้วนำไปเสียบไม้ ไม้ละ 3  ชิ้น เตรียมไว้
เห็ดเข็มทองพันสาหร่าย แบ่งเห็ดเข็มทองมาทำเป็นกำเล็ก ๆ แต่ละกำขนาดกว้างประมาณหัวแม่โป้ง เตรียมไว้ จากนั้นหั่นแผ่นสาหร่ายให้กว้างประมาณ 1 นิ้ว แล้วนำไปพันให้รอบเห็ด (ตรงกลาง) ทำแบบนี้ทีละชิ้น แล้วนำไปเสียบไม้ ไม้ละ 4 ชิ้น เตรียมไว้

เห็ดเข็มทองพันเบคอน แบ่งเห็ดเข็มทองมาทำเป็นกำเล็ก ๆ แต่ละกำขนาดกว้างประมาณหัวแม่โป้ง เตรียมไว้เช่นกัน จากนั้นหั่นแผ่นเบคอนหมูให้กว้างประมาณ 1 นิ้ว แล้วนำไปพันให้รอบเห็ด (ตรงกลาง) ทำแบบนี้ทีละชิ้น แล้วนำไปเสียบไม้ ไม้ละ 4 ชิ้น เตรียมไว้

การขายเห็ดย่าง ตอนย่างต้องมีซอสทา ร้านนี้ใช้ ซอสเทอริยากิ ทาตอนย่างเห็ด ซอสนี้มีขายแบบสำเร็จรูป

สำหรับน้ำจิ้มเห็ดย่าง ร้านนี้มีทั้ง น้ำจิ้มสเต๊ก ที่ทำเอง โดยมีส่วนผสมของซอสมะเขือเทศ 60% อีก 40% ที่เหลือคือส่วนผสมของซอสปรุงรส, เนย, น้ำตาลทราย วิธีทำคือตั้งกระทะหรือหม้อ เคี่ยวซอสมะเขือเทศบนไฟอ่อน-ปานกลาง ให้เป็นน้ำข้น ๆ จากนั้นใส่ซอสปรุงรส เนย และน้ำตาลทรายลงไป ค่อย ๆ  เคี่ยวให้เข้ากัน ชิมรสให้ออกหวานอมเปรี้ยวนิด ๆ ก็ใช้ได้ กินกับเห็ดย่างแล้วได้รสชาติกลมกล่อม

น้ำจิ้มอีกแบบคือ น้ำจิ้มซีฟู้ด ร้านนี้ก็ทำเองเช่นกัน โดยมีส่วนผสมหลัก ๆ คือ พริกขี้หนูสวน 40%, น้ำมะนาวสด 30%, กระเทียม 20%  น้ำตาลปี๊บ 10% และเกลืออีกเล็กน้อย วิธีทำก็นำหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำตาลปี๊บและเกลือละลายให้เข้ากัน เสร็จแล้วปิดไฟ ใส่น้ำมะนาวลงไปผสม เตรียมไว้ จากนั้นนำพริกขี้หนูสวน กระเทียม และส่วนผสมของน้ำตาลปี๊บ-เกลือ-น้ำมะนาว ใส่ลงในเครื่องปั่น เปิดเครื่องปั่นให้ละเอียด เสร็จแล้วเทใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ ชิมรสให้เผ็ด เปรี้ยว หวาน แบบลงตัว ตามสูตรนี้ยังปรับรสชาติได้ตามที่ต้องการ

วิธีขาย “เห็ดย่าง” เสียบปลั๊กเตาย่างไฟฟ้าให้ร้อน ซึ่งเตาย่างที่ร้านนี้ใช้เป็นเตาอินฟราเรด เมื่อเตาร้อนก็นำเห็ดที่ลูกค้าสั่งวางลงย่าง โดยทาเนยบนเห็ดทั้ง 2 ด้านด้วย ย่างไปสักพักก็ทาด้วยซอสเทอริยากิ ย่างให้เห็ดสุก เบคอนสุก มีสีออกเหลือง ๆ (อย่าย่างให้เห็ดไหม้ เพราะหากไหม้เห็ดจะเหนียว และระหว่างย่างขายต้องหมั่นเช็ดเตาย่างให้สะอาด) พอสีออกเหลือง ๆ ก็เป็นอันใช้ได้ พร้อมเสิร์ฟพร้อมขายคู่กับน้ำจิ้มสเต๊ก และน้ำจิ้มซีฟู้ด

ราคาขายเห็ดย่างร้านนี้อยู่ที่ไม้ละ 20-25 บาท

สนใจ “เห็ดย่าง” ของวุฒิวัฒน์ ร้าน “555 เห็ดย่าง” อยู่ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม โซนกลาง ขายทุกเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ หมายเลขโทรศัพท์คือ 08-6886-8484 ซึ่งอาชีพขายเห็ดย่างนี้ ดู ๆ แล้วก็ไม่ยุ่งยากมากมายอะไรนัก และก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ที่มีเทรนด์เกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพเป็นจุดขายที่น่าสนใจ.
สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : เรื่อง / พิชญวัฒน์ ปรุงศักดิ์ : ภาพ

Credit by..http://www.dailynews.co.th/article/384/225171

Read More...


สเต๊ก อีกเมนูฮิต ทำเลยิ่งเด่น..ยิ่งโดน!


“สเต๊ก” เมนูอาหารฝรั่ง ยังใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” ที่ขายได้ตลอดกาลอีกหนึ่งเมนู โดยในปัจจุบันนี้ มีการต่อยอด-ดัดแปลงกันอย่างหลากหลาย ขึ้นกับสไตล์และรสนิยมของแต่ละคน ทั้งนี้ เกี่ยวกับเมนูดังกล่าว ในเรื่องของ “ทำเลขาย-รูปแบบร้าน” ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยทำให้ขายดี ยิ่งถ้าได้ “ทำเลเด่น” หรือมี “รูปแบบร้านโดนใจ” กลุ่มเป้าหมาย นี่ก็ยิ่งทำเงิน อย่างเช่น “ร้านสเต๊ก” ของ “ปฏิญญา นิลวงศ์-ผกามาศ เทพรงค์ทอง” ที่วันนี้คอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอ...

ปฏิญญา หนึ่งในเจ้าของร้านชื่อ “steak story” ซึ่งเปิดขายอยู่ที่ ตลาดนัดรถไฟ หลังห้างเอสพลานาด รัชดา เล่าว่า อาชีพหลักของตนคือทำงานประจำ ส่วนร้านสเต๊กเป็นอาชีพที่สองทำเพื่อเสริมรายได้ เนื่องจากเคยอ่านเจอจากหนังสือเล่มหนึ่งว่า คนเรานั้นควรมี 2 อาชีพ จึงเลือกที่จะเปิดร้านอาหาร-ทำอาหารขาย เพราะชอบและถนัดที่สุด โดยเริ่มจากการขายอาหารตามสั่งที่ตลาดนัดรถไฟ สวนจตุจักร เป็นที่แรก ซึ่งก็ขายดี แต่เนื่องจากลูกค้าเยอะ และแต่ละคนก็สั่งอาหารไม่เหมือนกัน ทำให้ทำไม่ทัน จึงเริ่มมองหาธุรกิจอาหารชนิดอื่น ที่สามารถทำได้รวดเร็วขึ้น โดยได้ปรึกษากับพี่ชายที่เป็นเชฟ ได้รับคำแนะนำให้ทำสเต๊กขาย เพราะเตรียมของง่าย ทำง่าย ขายได้รวดเร็ว จึงเริ่มศึกษาวิธีการหมักเนื้อ การย่าง และการทำน้ำราด (น้ำเกรวี่)

“แรก ๆ ขายได้ไม่ถึง 10 จาน แต่หลังจากลูกค้ารู้จักและชอบในรสชาติสเต๊กของที่ร้าน ลูกค้าก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” ปฏิญญากล่าว ทั้งนี้ การทำธุรกิจ “ร้านอาหาร” อย่างเช่น “ร้านสเต๊ก” นั้น ก็จำเป็นต้องใช้ทั้งการใส่ใจ และต้องมีความอดทนด้วย

ปฏิญญาบอกว่า ขายอยู่ที่เดิมได้สักพัก ตลาดแห่งนั้นก็ต้องปิดตัวลง เนื่องจากหมดสัญญาเช่าที่ดิน ทำให้ตนต้องหยุดขายไประยะหนึ่ง จนกลับมาเปิดร้านสเต๊กขึ้นอีกครั้งที่นี่ ที่ตลาดนัดรถไฟแห่งใหม่ ด้านหลังเอสพลานาด รัชดา ซึ่งก็ขายดี เพราะทำเลแถบนี้ มีลูกค้าหลากหลาย ทั้งกลุ่มวัยรุ่น-กลุ่มคนทำงาน รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่แวะเวียนมาชิมสเต๊กของที่ร้าน

เจ้าของร้านสเต๊กรายเดิม ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังสนใจ อยากจะเริ่มต้น “ทำร้านสเต๊ก” ว่า ควร “หัดทำสเต๊ก” ให้เป็นก่อน อย่างเช่น การหมัก การย่าง การทำน้ำราดสเต๊ก ขณะที่ “การเลือกทำเลขาย” ก็ควรพิจารณาจากกลุ่มเป้าหมาย ถ้าเป็นไปได้ หรือมีทุนมากพอ ทำเลที่เหมาะสม ควรเป็นย่านที่มีคนสัญจรพลุกพล่าน เช่น ตลาดนัด ย่านชุมชน

ทุนเบื้องต้น สำหรับคนที่สนใจทำร้านสเต๊กแบบนี้ ปฏิญญาบอกว่า ใช้เงินลงทุนประมาณ 40,000 บาท (ต้นทุนนี้ยังไม่รวมค่าทำร้าน) เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ และค่าวัตถุดิบ ทุนวัตถุดิบ สำหรับที่ร้านสเต๊กนี้ ใช้ทุนวัตถุดิบอยู่ที่ประมาณ 50% ของราคาขาย รายได้ อยู่ที่ประมาณ 50% จากราคา ซึ่งราคาขายสเต๊กของร้านนี้ เริ่มต้นที่จานละ 89-99 บาท

วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย... เตาย่าง, เตาทอด, ตู้แช่, จานกระเบื้อง, ช้อน, ส้อม, มีดสเต๊กสเตนเลสหยัก, แก้ว, ชุดโต๊ะไม้+เก้าอี้ไม้, กระทะ, มีดหั่นเนื้อ, เขียง, ที่คีบ, ขวดใส่ซอส, ขวดเกลือ, พริกไทย ส่วน วัตถุดิบ ทำสเต๊ก ที่ร้านจะใช้เนื้อ 3 ชนิด ได้แก่ เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ โดยเนื้อวัวเลือกใช้เฉพาะชิ้นที่มีน้ำหนัก 1.5 ขีด เนื้อหมูน้ำหนัก 1.5 ขีด และเนื้อไก่ น้ำหนัก 3 ขีด

“รสชาติเป็นสิ่งสำคัญในการทำร้านสเต๊ก ต้องใส่ใจเรื่องการหมักเนื้อและการทำน้ำราด” เจ้าของร้านกล่าว

“สูตรการหมักเนื้อสเต๊ก” นั้น อยู่ที่เคล็ดลับของแต่ละคน สำหรับสูตรของที่ร้าน จะใช้เพียงพริกไทยและผงอาโรมาตที่ใช้ในการหมักเนื้อสัตว์เท่านั้น โดยจะหมักทิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง ทั้งนี้ การหมักเนื้อนั้นไม่ยาก แต่ที่ยุ่งยากคือ “การทำน้ำราด” หรือ “น้ำเกรวี่” สำหรับราดสเต๊กมากกว่า เพราะมี
ขั้นตอนการทำที่ละเอียด ซึ่ง “น้ำราดสเต๊ก-น้ำเกรวี่” เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ต้องทำออกมาให้รสชาติดี กลมกล่อมถูกใจลูกค้าให้มากที่สุด เรียกว่า...ชี้เป็นชี้ตายร้านสเต๊กก็ว่าได้!

“สูตรน้ำราดสเต๊ก-น้ำเกรวี่” ของร้านนี้ ปฏิญญาบอกว่า มีวัตถุดิบประกอบด้วย... แครอท, ผักเซเลอรี่, มันฝรั่ง, หอมใหญ่, มะเขือเทศ, ต้นหอมญี่ปุ่น, โครงไก่ และเกลือ

ขั้นตอนการทำ “น้ำราดสเต๊ก-น้ำเกรวี่” เริ่มจากนำโครงไก่ล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วนำไปผัดโดยใส่เกลือเล็กน้อย ใส่ผักต่าง ๆ ลงไปผัดผสม ผัดจนน้ำแห้งก็ให้เติมน้ำสต๊อกไก่ลงไป ทำการปรุงรส และใส่มะเขือเทศลงไป จากนั้นจึงตุ๋นไปเรื่อย ๆ พอน้ำเริ่มแห้งก็ให้เติมน้ำสต๊อกไก่ลงไปอีก 2-3 รอบ นำแป้งสาลีละลายน้ำเทใส่ลงไปเพื่อทำให้น้ำราดสเต๊กมีความเหนียวข้นเล็กน้อย เท่านี้ก็จะได้ “น้ำราดสเต๊ก-น้ำเกรวี่” สูตรของทางร้านแล้ว โดยสเต๊กที่ร้านจะเสิร์ฟพร้อมสลัดกับเฟรนช์ฟราย...

“ลูกค้ามีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น นอกจากเมนูสเต๊กแล้ว ควรมีเมนูอื่น ๆ ไว้ให้ลูกค้าได้เลือก โดยเมนูของที่ร้านยังมีเมนูซี่โครงหมูย่างซอสบาร์บีคิว และเมนูข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู ข้าวหน้าไก่ และเมนูเครื่องดื่มขายเสริมควบคู่กันไป อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่กำลังสนใจ หรือคิดอยากจะเปิดร้านสเต๊ก แนะนำว่า ยังไม่ต้องทำร้านให้ใหญ่มาก แค่เพียงมีโต๊ะกับเก้าอี้ประมาณ 12 ชุด ก็เปิดร้านได้แล้ว ส่วนวัตถุดิบยังไม่ต้องสำรองไว้เยอะ ให้ลองตลาด ลองทำขายไปก่อน” เจ้าของร้านสเต๊กให้คำแนะนำ สำหรับคนที่กำลังมองหา “ช่องทางทำกิน” ซึ่ง “เมนูสเต๊ก” แบบนี้ ก็น่าสนใจ

นี่ก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ที่นำมาฝากกัน ใครอยากลองชิมฝีมือก็แวะเวียนไปได้ที่ ตลาดนัดรถไฟ หลังห้างเอสพลานาด รัชดา ทุกวันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 18.00-23.30 น. ติดต่อได้ที่ โทร. 08-9134-4207 หรือติดตามได้ที่เฟซบุ๊ก “Steak Story-ร้านสเต๊ก ตลาดนัดรถไฟ รัชดา” ทั้งนี้ นอกจากจะทำขายที่ร้านแล้ว ก็ยังรับจัดงานนอกสถานที่ได้ด้วย

“สเต๊ก” อีกเมนูฮิต...อย่ามองข้าม.

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน

.............................................................

คู่มือลงทุน...เมนูสเต๊ก

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 40,000 บาทขึ้นไป

ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 50% จากราคา

รายได้ ราคา89-99 บาทต่อจาน

แรงงาน 2 คนขึ้นไป

ตลาด ตลาดนัด ย่านชุมชนทั่วไป

จุดน่าสนใจ เป็นธุรกิจที่เริ่มต้นง่าย ไม่ยุ่งยาก

credit by : http://www.dailynews.co.th/article/329354

Read More...


เมนูอร่อยเลิศรส


เมนูปลาและกุ้งสไตล์อาหารไทยแนะนำ ห้องอาหารศิลาดล โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ จะได้อิ่มอร่อยกับปลาและกุ้งเนื้อแน่นตัวโต ทั้งปลาทับทิม กุ้ง ปลาสำลี และกุ้งแม่น้ำ ปรุงรสตามตำรับไทยรสจัดจ้าน พร้อมเสิร์ฟทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ

ฉลองความสำเร็จจากงาน So Amazing Chefs 2014 ตลอดเดือน พ.ย.นี้ ห้องอาหารพาร์คโซไซตี้ ชั้น 29 โรงแรมโซฟิเทล โซ แบงคอก เสนอเมนูอันเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นที่สุดของเชฟแต่ละคน มารวมไว้เป็นเซตเดียว เช่น หอยเชลล์ย่าง ทานคู่กับ ออร์โซ่พาสต้า โฟมทรัฟเฟิล และ เบคอนรมควัน, ตับห่านย่างโรยหน้าด้วยขนมปังกรอบ ราดด้วยซอสทรัฟเฟิลและน้ำสมสายชูเชอร์รี่, หมูสามชั้นกรอบ ราดซอสคาราเมลพริกไทยป่า เป็นต้น

เพลิดเพลินกับชุดอาหารญี่ปุ่นในวันหยุดสุดสัปดาห์ ห้องอาหารไทเฮ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ มี ซาชิมิ ซูชิ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำซุปใส ปลาหิมะย่างซอสมิโซะ เทมปุระ ไข่ตุ๋นทะเล และโฮมเมดไอศครีมยูซุราดด้วยถั่วดำญี่ปุ่นอันหอมหวาน

ฉลองเทศกาลแห่งความสุข ชมวิวทะเลและขุนเขา 360 องศา พร้อมอิ่มอร่อยไปกับไก่อบไซส์เล็กทั้งตัวเคลือบซอสลูกแพร์ เพิ่มความกรุบกรอบด้วยถั่วพีแคน จนได้เนื้อนุ่มๆ หนังกรอบได้ใจ เสิร์ฟพร้อมข้าวป่าผัดเนยหอมกรุ่น และกะหล่ำบรัซเซลสเปราท์ ที่ดูนน์ บาร์ แอนด์ เรสเตอรอง โรงแรมดูนน์ หัวหิน

ใครอยากปาร์ตี้สุดชิค 9 พ.ย. นี้ ที่โรงแรมโซฟิเทล โซ แบงคอก ตั้งแต่เวลา 15.00-19.00 น. เดอะ วอเตอร์ คลับ ชั้น 10 เพลิดเพลินกับเมนูอร่อย ทั้ง บาร์บีคิว อาหารทะเล ซูชิ และซาชิมิ พร้อมไวน์จากคิม ครอว์ฟอร์ด

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/277728/เมนูอร่อยเลิศรส

Read More...


‘พุดดิ้งนมสด’หลากรสผลไม้ทำเงิน

“พุดดิ้ง” ขนมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ในอดีตขนมชนิดนี้เป็นวิธีการถนอมอาหารรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้อาหารนั้นอยู่ได้นาน ๆ ในยามสงคราม ปัจจุบันขนมชนิดนี้กลายเป็นอีกหนึ่งขนมที่ทุก ๆ ชนชาติให้ความนิยมทำทาน ทำขายกันมากมาย จนมีหลากหลายสูตร และวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูล “พุดดิ้งนมสด หลากรสผลไม้” มานำเสนอ...

พันธ์นิดา วิภูษณะ เจ้าของพุดดิ้งนมสด “คุณต้อม” บอกว่า ทำพุดดิ้งนมสดขายมา 5-6 ปี เป็นขนมที่ขายเพิ่มจากสาคูแคนตาลูปนมสด และเต้าฮวยฟรุตสลัด เนื่องจากอยากจะเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ส่วนสูตรทั้งหมดได้มาจากคุณแม่ของสามีที่ถ่ายทอดให้มาทำเป็นอาชีพ
“เมื่อก่อนขายหมู แต่ประสบปัญหามาก อย่างหมูแพง หมูขึ้นราคา ขายยาก แม่สามีจึงแนะให้เปลี่ยนอาชีพ และถ่ายทอดวิชาทำขนมให้ ก็ตระเวนออกร้านขายตามงานแสดงสินค้าต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จ” พันธ์นิดากล่าว


พุดดิ้งนมสดของที่ร้านนี้ จะเพิ่มความหลากหลายด้วยการใส่ผลไม้ต่าง ๆ ลงไป อาทิ พุดดิ้งนมสดมะพร้าวอ่อน ซึ่งขายดีมากที่สุด และก็ยังมี พุดดิ้งนมสดสตรอเบอรี่, พุดดิ้งนมสดกีวี, พุดดิ้งนมสดบลูเบอรี่

อุปกรณ์ที่ใช้ทำ หลัก ๆ ก็มี เตาแก๊ส, หม้ออะลูมิเนียม, ทัพพี, มีดหั่นผลไม้, ไม้พาย และอุปกรณ์เครื่องครัวอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดอื่น ๆ

ส่วนผสม ตัวพุดดิ้ง ตามสูตรเจ้านี้จะใช้น้ำเปล่า 800 กรัม ต่อเยลลี่ผง 10 กรัม เป็นส่วนผสมส่วนที่ 1 นอกจากนี้ จะใช้นมสด 500 กรัม ต่อน้ำตาล 70 กรัม ครีมเทียม 100-200 กรัม และครีมเมอร์อีก 50 กรัม เป็นส่วนผสมส่วนที่ 2

วิธีทำตัวพุดดิ้ง ตั้งหม้อ ใช้ไฟร้อน นำส่วนผสมส่วนที่ 1 มาใส่แล้วคนให้เข้ากัน เสร็จแล้วปิดไฟ พักไว้ จากนั้นตั้งหม้ออีกใบ ใช้ไฟร้อน นำส่วนผสมส่วนที่ 2 มาใส่ คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วปิดไฟ จากนั้นก็นำส่วนผสมส่วนที่ 1 เทลงผสมในหม้อของส่วนผสมส่วนที่ 2 แล้วทิ้งไว้ให้เย็น

สำหรับ พุดดิ้งนมสดมะพร้าวอ่อน หน้าของพุดดิ้งจะใช้ส่วนผสมของน้ำมะพร้าว (แท้) 1,000 กรัม ต่อนมสด 500 กรัม, น้ำตาล 70 กรัม, ครีมเทียม 100 กรัม, ครีมเมอร์ 100 กรัม และใช้เนื้อมะพร้าวอ่อนหั่นชิ้นเล็ก ๆ อีกพอประมาณ

วิธีทำ
ตั้งหม้อ ใช้ไฟร้อน ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไป คนให้ส่วนผสมเข้ากัน เมื่อส่วนผสมเข้ากัน ปิดไฟ พักไว้
ตักส่วนของตัวขนมพุดดิ้งใส่ลงไปในถ้วยพลาสติกกลมขนาด 7 ออนซ์ ครึ่งถ้วย พักให้ตัวขนมแข็งตัว เมื่อตัวขนมแข็งตัวแล้วจึงตักส่วนของหน้านมสดมะพร้าวอ่อนราดลงทับตัวขนมพอ ประมาณ ซีลปิดฝาให้เรียบร้อย

ส่วน พุดดิ้งนมสดสตรอเบอรี่, พุดดิ้งนมสดกีวี, พุดดิ้งนมสดบลูเบอรี่ นั้น ตัวขนมพุดดิ้งก็ทำเหมือนกัน ต่างกันที่ส่วนของหน้าขนม คือส่วนหน้าจะใช้ผงเยลลี่ของแต่ละรสนั้น 15 กรัม, น้ำเปล่า 720 กรัม และน้ำตาล 100 กรัม

วิธีทำก็จะคล้าย ๆ กันคือ ตั้งหม้อ ใช้ไฟร้อน ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไป คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน เมื่อส่วนผสมเข้ากัน ปิดไฟ พักไว้

ตักส่วนของตัวขนมพุดดิ้งใส่ลงไปในถ้วยพลาสติกกลม เมื่อตัวขนมพุดดิ้งแข็งตัวแล้ว ก็ตักส่วนของหน้าราดลงทับตัวขนมพอประมาณ แล้วใส่เนื้อผลไม้ของพุดดิ้งแต่ละชนิดลงไปด้วย โดยใส่ผลกีวีสด ส่วนบลูเบอรี่และสตรอเบอรี่ใช้แบบที่มีการเชื่อมแล้วบรรจุกระป๋องขาย เมื่อใส่ผลไม้แต่ละชนิดแล้ว จากนั้นก็ซีลปิดฝาให้เรียบร้อย พันธ์นิดาบอกว่า น้ำเชื่อมในกระป๋องของบลูเบอรี่และสตรอเบอรี่สามารถนำไปผสมในหน้าของขนมได้ ด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับขนม เหมือนได้กินผลไม้ชนิดนั้น ๆ แบบสด ๆ

พุดดิ้งนมสดทั้ง 4 ชนิดที่ว่ามา ขายถ้วยละ 25 บาท โดยมีต้นทุนประมาณ 70% ของราคา
สนใจ“พุดดิ้งนมสด หลากรสผลไม้” พุดดิ้งนมสดมะพร้าวอ่อน, พุดดิ้งนมสดสตรอเบอรี่, พุดดิ้งนมสดกีวี และพุดดิ้งนมสดบลูเบอรี่ ของ พันธ์นิดา วิภูษณะ ต้องการติดต่อเจ้าของกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” รายนี้ ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1457-7858 และ 08-1628-8415

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : เรื่อง / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ
-----------------------------------------------------
คู่มือลงทุน...พุดดิ้งนมสดผลไม้
ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาท
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 70% ของราคา
รายได้ ราคา 25 บาท/ถ้วย 7 ออนซ์
แรงงาน 1 คนขึ้นไป
ตลาด ชุมชน, ตลาดนัด, ร้านอาหาร
จุดน่าสนใจ ใช้ผลไม้เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า

credit by :  http://www.dailynews.co.th/article/384/234501

Read More...


‘ห่อหมกปลา’ ชูสูตรโบราณ..จุดขาย


“อาหารไทย” นั้น นอกจากจะมีรสชาติที่โดดเด่น การตกแต่งหน้าตาก็ยังถือว่ามีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครและกับเมนู “ห่อหมก” นั้นก็ถือเป็นอีกเมนูน่าสนใจ ทว่ากว่าจะได้ห่อหมกแสนอร่อยแต่ละห่อก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมุ่งมั่น ต้องอดทนกันไม่น้อย ผู้ที่พิสมัยห่อหมกหลายคนพอนึกอยากรับประทาน แต่เมื่อ “คิดถึงวิธีการทำ” แล้วมักท้อใจ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการขายจึงมีการปรับขั้นตอนการทำและรูปลักษณ์การห่อ ที่แทบจะไม่เห็นแบบเดิมแล้ว เพื่อเป็นการอนุรักษ์อาหารไทยให้คงอยู่ วันนี้คอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” นำเมนู “ห่อหมกปลา” ที่เป็นสูตรโบราณ มาให้ลองพิจารณา...

ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม อาจารย์ประจำสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรีอธิบายเมนูนี้ว่า เป็นอาหารที่มีมาแต่โบราณ มีวิธีการทำให้สุกด้วยการนึ่ง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนไทย กระนั้น ถึงแม้จะมีขั้นตอนและเวลาในการทำค่อนข้างนาน ใช้ส่วนผสมเยอะ แต่เมื่อทำเสร็จแล้วผลที่ได้ก็คุ้มค่ากับการเหนื่อย เพราะนอกจากรสชาติอร่อยแล้วยังเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและ เป็นประโยชน์ต่อร่างกายช่วยในการปรับธาตุและเจริญอาหารได้อย่างดียิ่ง

“ห่อหมกเป็นเมนูยอดนิยมที่ถูกสั่งขึ้นโต๊ะเสมอ ยิ่งห่อหมกปลาช่อนใบยอที่มีรสขมอ่อน ๆ เป็นรสชาติที่มีเอกลักษณ์ เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่การกวนเนื้อห่อหมก ซึ่งต้องคนจนข้นเหนียว จึงจะทำให้ห่อหมกมีรสชาติอร่อย สมุนไพรที่ใช้เป็นส่วนผสมมีสรรพคุณทางยา เช่น กระชาย กระเทียม ใบยอ ข่า ตะไคร้ โหระพา พริก รากผักชี เป็นอาหารที่บำรุงธาตุ บำรุงกระดูก ช่วยเจริญอาหาร ขับลมขับเหงื่อ แก้จุกเสียด ลดความดันโลหิตสูง และนอกจากจะเป็นเมนูที่มีคุณค่าทางอาหารสูงแล้ว ยังมีเรื่องของศิลปะในการนำใบตองมาใช้แทนภาชนะ แถมช่วยเพิ่มกลิ่นรส เป็นการผสมผสานการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างแท้จริง”

อุปกรณ์ ที่ใช้ทำห่อหมก ส่วนใหญ่เป็นเครื่องใช้ทำครัวทั่วไป อาทิ ไม้พาย, มีด, เขียง, เตาแก๊ส และลังถึงสำหรับนึ่ง แต่ที่ต้องมีเป็นพิเศษ คือ เครื่องปั่นและอ่างดินเผา หรือหม้อสเตนเลส สำหรับใช้ในการกวนห่อหมก

วัตถุดิบ หลัก ๆ จะมีผักรองพื้นห่อหมก คือใบยอ หรือใบโหระพา (หรือผัก    อื่น ๆ ตามใจชอบ เช่น ผักกาด กะหล่ำปลี) ผักหวาน ของสดและของแห้งมีปลาช่อน, ไข่เป็ด, นํ้ากะทิ, นํ้าตาลทราย, นํ้าปลา, แป้งข้าวเจ้า, กะปิ ส่วนผักที่ใช้โรยหน้าให้สวยงามคือใบมะกรูดหั่นฝอย พริกชี้ฟ้าแดงหั่น นอกนั้นก็มีใบตองสดและไม้กลัด

ส่วนผสมนํ้าพริกแกงคั่วมี ตะไคร้ซอย ผิวมะกรูดซอย หอมแดงซอย กระเทียมซอย ข่าหั่น พริกไทยเม็ด รากผักชี เกลือ พริกแห้งเม็ดใหญ่ (แช่นํ้าแกะเม็ดออก) กระชายหั่น นำสมุนไพรทุกอย่างมาใส่เครื่องปั่น หรือใส่ครกตำจนละเอียด ตั้งพักไว้ก่อน

ขั้นตอนการทำ “ห่อหมกปลาช่อนโบราณ” 
เริ่มจากการเตรียมใบตองที่ใช้ห่อก่อน นำใบตองสดมาเช็ดให้สะอาดทั้งหน้าและหลัง ฉีกกว้าง 7 นิ้ว ยาว12-13 นิ้ว แล้ว ตัดเป็นรูปวงรีเตรียมไว้ ฉีกใบตองทำเตี่ยวกว้าง 1-1 1/2 นิ้ว ใบตองจะใช้สองชั้นต่อการห่อหนึ่งห่อ จากนั้นเตรียมผักรองพื้น นำผักที่เตรียมไว้ล้างให้สะอาดแล้วผึ่งให้สะเด็ดนํ้า ใบยอหั่นเป็นชิ้นเล็กลวกนํ้าเดือดให้ตายนึ่ง ใบโหระพาเด็ดเป็นใบ ๆ

จากนั้นนำปลาช่อนมาขอดเกล็ด ล้างให้สะอาดแล้วผึ่งไว้พอแห้ง ทำการแล่เนื้อ 2 ข้างออก ตัดหัวผ่าซีก ก้างตรงกลางตัดเป็นท่อน ส่วนเนื้อปลาช่อนนำมาหั่นแฉลบเป็นชิ้นหนาบางพอประมาณ มะพร้าวคั้นเอาหัวกะทิกับหางกะทิ (แบ่งหัวกะทิไว้ส่วนหนึ่งใช้สำหรับหยอดหน้าด้วย)

นำหัวกะทิกับหางกะทิส่วนหนึ่งใส่อ่างผสมดินเผา ใส่นํ้าพริกแกงคั่ว กะปินิดหน่อย ใช้ไม้พายคนส่วนผสมให้ละลายเข้ากันดี แล้วใส่เนื้อปลาและไข่เป็ดตามลงไป ทำการกวนส่วนผสมให้เข้ากัน (เทคนิคการกวนต้องไปทางเดียวกัน ถ้ากวนกลับไปกลับมาส่วนผสมจะคลายตัวไม่เหนียวข้น) ปรุงรสด้วยนํ้าตาลและนํ้าปลา กวนส่วนผสมต่อไปถ้าแห้งให้เติมหัวกะทิลงไป กวนต่อไปเรื่อยจนส่วนผสมห่อหมกมีลักษณะฟูและเหนียว ก็หยุดกวนแล้วตั้งพักไว้

การทำนํ้ากะทิสำหรับหยอดหน้าห่อหมก เอาหัวกะทิผสมกับแป้งข้าวเจ้าและเกลือเล็กน้อย คนให้ละลายเข้ากัน แล้วยกขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ กวนจนกะทิสุกจะข้นหนืดนิด ๆ ยกลง ตั้งพักไว้ให้เย็น

ขั้นตอนการห่อ นำใบตองกลับด้านซ้อนกันสองชั้น (แผ่นใหญ่อยู่ด้านนอกหงายหน้านวลขึ้น แผ่นเล็กอยู่ด้านในคว่ำหน้านวลลง) นำผักรองพื้นที่เตรียมไว้วางลงตรงกลาง ใช้ช้อนตักส่วนผสมห่อหมกหยอดทับลงบนผักพอมิด หยอดหน้าด้วยหัวกะทิ โรยด้วยใบมะกรูดหั่นฝอย พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ จับใบตองโอบขึ้นมาปลายประกบกัน นำเตี่ยวมาทาบรัดแล้ว กลัดด้วยไม้กลัด (ก่อนจะห่อ ควรตั้งลังถึงต้มนํ้าให้เดือดพล่าน) เมื่อห่อเสร็จแล้วจัดใส่ลังถึง ยกขึ้นนึ่งประมาณ 15-20 นาที แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย เสิร์ฟทานร้อน ๆ กับข้าวสวย หรือจะรับประทานเล่น ๆ ก็อร่อยเหาะ

ผู้สนใจอยากทำ “ห่อหมกโบราณ” ขายเป็นอาชีพ แนะนำว่า ตอนเริ่มทำขายใหม่ ๆ ให้ทำแต่น้อยก่อน เมื่อมีลูกค้าแล้วจึงเพิ่มจำนวนโดยเพิ่มเครื่องปรุงตามสัดส่วน หากอยากลองฝึกทำรับประทานกันในครอบครัว ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม สาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โทร. 08-9600-0993

นี่ก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ!!!!.
เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ
คู่มือลงทุน...ห่อหมกปลาช่อน
ทุนเบื้องต้น ประมาณ 3,000 บาท
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 50% ของราคา
รายได้ ราคา 30 บาท/ ห่อ
แรงงาน 1 คนขึ้นไป
ตลาด ย่านอาหาร ตลาด และชุมชน
จุดน่าสนใจ คุณประโยชน์เป็นจุดขายที่ดี

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/230035/‘ห่อหมกปลา’+ชูสูตรโบราณ..จุดขาย

Read More...


'ข้าวยำทะเล' ทำเงินจากความต่าง

 

เก็บตกจาก “งานมหกรรมสินค้าสหกรณ์ ปี 2557” ภายใต้แนวคิด “สหกรณ์ไทยสร้างเศรษฐกิจไทย” ระหว่างวันที่ 4 – 8 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมา ณ ชาเลนเจอร์ 3 เมืองทองธานี นอกจากจะมีการจัดนิทรรศการต่าง ๆ อาทิ นิทรรศการโรงสีข้าว, นิทรรศการโคนม, นิทรรศการหุบกะพงแล้ว ยังมีการจำหน่ายสินค้าจากสหกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งร้านอาหารแปรรูปจากผลิตภัณฑ์ทางเกษตรจากทั่วประเทศอีกด้วย

อย่าง “ข้าวยำทะเล” ของชุมชนสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งแห่งประเทศไทย จ.ปทุมธานี โดยทีมคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอในวันนี้...

ขจี ขำละม้าย หรือ ป้าแอ๊ด ประธานชุมชนสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งแห่งประเทศไทย จ.ปทุมธานี กล่าวว่า เริ่มทำ “ข้าวยำทะเล” เมื่อราว 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเหตุที่ต้องเลือกทำอาหารดังกล่าว เพราะไม่อยากพึ่งพาตลาดการส่งออกของทะเลเพียงอย่างเดียว จึงอยากลองทำอย่างอื่นเสริมบ้าง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า และตัวเอง จึงคิดเป็นรายการอาหารต่าง ๆ ขึ้นมา ที่ทานได้ง่าย แต่มีความแตกต่างจากกลุ่มอื่น ๆ โดยคิดสูตรเอง ทดลองทำเอง และออกร้านขายตามงานของที่ทางราชการจัดขึ้น ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก

“มีงานออกร้านประจำทั้งต่างจังหวัด และที่กรุงเทพฯ เพราะมีคนติดใจในรสชาติของอาหารที่ไปขาย โดยมีเรียกร้องให้ไปออกงานทุกปี” ขจี กล่าว

สำหรับ อุปกรณ์ ที่ใช้ทำ “ข้าวยำทะเล” หลัก ๆ ก็มี ภาชนะสำหรับยำ, ภาชนะสำหรับใส่ส่วนผสมต่าง ๆ, เตาแก๊ส, กระทะ, หม้อต้ม , เขียง-มีด, และอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดในครัวเรือนทั่ว ๆ ไป

ในขณะที่ ส่วนผสม และเครื่องปรุง ที่ใช้มี นํ้ามะนาว, นํ้าปลา, นํ้าตาลทราย, พริกป่น, ขิงซอย, หอมแดงซอย, ข้าวทอด, ต้นหอม-ผักชีซอย, ถั่วทอด, พริกขี้หนูแห้งทอด, กุ้งต้ม, ปลาหมึกต้ม, เนื้อปลากะพงต้ม, ปูกะตอยต้ม, ปลากรอบ รวมทั้งผักแกล้ม ที่มีกะหล่ำปลีสด, ผักกาดหอม และถั่วฝักยาว
ขั้นตอนในการยำ ขจี บอกว่า ต้องทำ “ข้าวทอด” ขึ้นมาก่อน โดยส่วนผสมของข้าวทอด หลัก ๆ ประกอบด้วย ข้าวสวย 1 กก., พริกแกงเผ็ด 200 กรัม (จะตำเอง หรือซื้อเอาก็ได้) นอกจากนี้ ยังมีกุ้งต้มปั่น, ไข่ปูปั่น, แป้งหมี่, แป้งโกกิ, แป้งมัน, ไข่ไก่ และนํ้าเปล่าอย่างละพอประมาณ

วิธีทำ เริ่มที่นวดส่วนผสมของข้าวสวย, พริกแกงเผ็ด, กุ้งต้มปั่น, ไข่ปูปั่นให้เข้ากันเสียก่อน จากนั้นใส่ส่วนผสมของแป้งต่าง ๆ, ไข่ไก่ และนํ้าเปล่าลงไปนวดผสม นวดไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมของข้าวทอดคลุกเคล้าจนเข้ากันดี โดยส่วนผสมของข้าวทอดที่คลุกเคล้าออกมานั้นจะต้องมีลักษณะข้น ๆ พอดี ๆ ไม่เหลวจนเกินไป จากนั้น นำไปปั้นเป็นก้อน ๆ ขนาดเท่ากับกำปั้นมือ

ตั้งกระทะ ใส่นํ้ามันท่วม รอจนกระทั่งนํ้ามันร้อน แล้วค่อย ๆ หย่อนข้าวทอดที่ปั้นเป็นลูก ๆ ลงไปในกระทะ ในปริมาณที่พอประมาณ จากนั้นค่อย ๆ ทอดให้ข้าวทอดสุก ระหว่างที่ทอดระวังอย่าให้นํ้ามันเดือดจัดเด็ดขาด พยายามรักษาไฟให้ร้อนปานกลาง ไม่ร้อนจัด เพราะหากนํ้ามันร้อนจัด เวลาทอดข้าวทอดจะไหม้เฉพาะด้านนอก แต่ด้านในไม่สุก ค่อย ๆ ทอดไปจนข้าวทอดสุกจนใช้ได้แล้ว คือ ข้าวทอดมีสีเหลืองทอง ให้รีบตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดนํ้ามัน เตรียมไว้สำหรับทำข้าวยำทะเล

วิธีการยำ เตรียมภาชนะสำหรับยำ ใส่ นํ้ามะนาว, นํ้าปลา, นํ้าตาลทราย, พริกป่น, ขิงซอย, หอมแดงซอยลงไป คลุกเคล้าส่วนผสมส่วนนี้ให้เข้ากันก่อน จากนั้น ใส่ “ข้าวทอด” ลงไป 1 ก้อน โดยค่อย ๆ ฉีกข้าวทอดออกมาเป็นชิ้น ๆ ขนาดพอคำ ใส่ต้นหอม-ผักชีซอย, ถั่วทอดลงไป คลุกเคล้าส่วนผสมตรงนี้ให้เข้ากับส่วนผสมเครื่องปรุงที่คลุกไว้ก่อนหน้านี้

ชิมรสให้ได้ 3 รส คือ เผ็ด, เปรี้ยว, หวาน หรือปรุงรสตามใจลูกค้า เสร็จแล้วตักใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ โรยหน้าด้วยต้นหอม-ผักชีซอย, ถั่วทอด, พริกแห้งทอด, ปลากรอบ, กุ้งต้ม, ปลาหมึกต้ม, เนื้อปลากะพงต้ม, ปูกะตอยต้ม และผักแกล้มอย่างกะหล่ำปลีสด, ผักกาดหอม และถั่วฝักยาว เท่านี้ก็เรียบร้อย ขายในราคาชุดละ 50-60 บาท แล้วแต่สถานที่

ใครสนใจ “ข้าวยำทะเล” ติดต่อ ป้าแอ๊ด-ขจี ขำละม้าย เจ้าของกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” รายนี้ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1481-8988 และนอกจาก “ข้าวยำทะเล” แล้ว ยังมีเมนูทะเลอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ ส้มตำทะเล, ก๋วยเตี๋ยวทะเล, แกงเขียวหวานทะเล, ผัดกะเพราทะเล ฯลฯ ซึ่งเป็นอาหารที่ใช้ส่วนผสมผลิตภัณฑ์จากทะเลทั้งสิ้น.

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : รายงาน / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ
..........................................................
คู่มือลงทุน...ข้าวยำทะเล
ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 40% ของราคาขาย
รายได้ ราคาขาย 50-60 บาท/1ชุด
แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป
ตลาด ชุมชน, ร้านอาหาร, ออกร้าน
จุดน่าสนใจ เป็นการสร้างเมนูใหม่ที่แตกต่าง

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/_ข้าวยำทะเล_+ทำเงินจากความต่าง

Read More...


กรอบ หวาน ฉ่ำ! สตรอเบ้อเร่อ ฉันล่ะเผลอกินเธอหมดคำ


สตรอเบอร์รี่ ฉันล่ะยี้เธอจริงๆ! ใครจะยี้ เราไม่ยี้ ใครไม่ชอบกินสตรอเบอร์รี่ ขอบอกไว้ก่อนว่าคุณพลาดแล้ว กลับมาพบกับ Trend can do ไทยรัฐออนไลน์ทุกวันศุกร์แบบนี้เช่นเคย สัปดาห์นี้เราขอนำสตรอเบอร์รี่ลูกใหญ่ๆ ผลไม้หน้าหนาวที่ใครๆ ก็โปรดปราน มาทำขนมสุดอร่อยที่ไม่ค่อยได้ทานบ่อยนัก กับขั้นตอนการทำง้ายง่ายที่คุณก็ลงมือทเองำได้กับ สตรอเบอร์รี่ชีสเค้ก ทอดกรอบ...

สิ่งที่ต้องเตรียม
1. แป้งตอร์ตียา (Tortilla) คือ แป้งแผ่นรูปวงกลมที่ทำมาจากแป้งข้าวโพดหรือข้าวสาลี
2. ครีมชีส 8 ออนซ์
3. ซาวครีม 2 ช้อนโต๊ะ
4. สารวานิลลาสกัด 1 ช้อนชา
5. น้ำมันพืช
6. น้ำตาล
7. สตรอเบอร์รี่ 1 ถ้วย
8. ผงชินนาม่อน (ผงอบเชย)



สตรอเบอร์รี่เต็มคำ
ขั้นตอนการทำ
1. ผสมครีมชีส ซาวครีม น้ำตาล และใส่สารสกัดจากวานิลลาตีให้เข้ากัน



ตีครีม
2. หั่นสตรอเบอร์รี่บางๆ และนำไปใส่ในครีมที่เราผสมไว้ในข้อ 1



ใส่สตรอเบอร์รี่ลงไปในครีม
3. ห่อสตรอเบอร์รี่ชีสเค้กด้วยแป้งตอร์ตียา พับให้สวยงามดังภาพ



พับแป้งสอดไส้สตรอเบอร์รี่
ห่อให้สวยงาม
4. ผสมน้ำตาลกับผงชินนาม่อนไว้ให้เข้ากัน เตรียมพร้อมสู่ขั้นตอนสุดท้าย
5. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะตั้งไว้ให้ร้อน
6. นำสตรอเบอร์รี่ชีสเค้กที่ห่อไว้มาใส่ลงในกระทะทอดไว้ประมาณ 2-3 นาที (ระหว่างนั้นก็พลิกกลับด้านตามความเหมาะสม) ทอดให้กรอบและเป็นสีน้ำตาลทอง น่ารับประทาน



7. นำสตรอเบอร์รี่ชีสเค้กที่ทอดเสร็จแล้วขึ้นมาจากกระทะ และนำไปวางไว้ในจานที่มีกระดาษรองซับน้ำมัน
8. ขั้นตอนสุดท้าย นำสตรอเบอร์รี่ชีสเค้กที่ทอดเสร็จแล้วมาคลุกกับผงชินนาม่อนที่เตรียมไว้ในข้อ 4



คลุกผงชินนาม่อน
9. เสิร์ฟพร้อมสตรอเบอร์รี่สด ตกแต่งให้น่ากิน อ้ำๆ ฟินจังเลยยยยย



เสร็จแล้ว น่ากินสุดๆ
ที่มา : justataste.com

credit by : http://www.thairath.co.th/content/477909

Read More...


สะตอผัดกะปิกุ้ง ผัดที่ไหนก็หรอยอย่างแรง


“สะตอ” ผักพื้นบ้านในภาคใต้ แม้มีกลิ่นเหม็นเขียวรุนแรง ทว่ามีคนนิยมนำมาประกอบอาหารกันโดยเฉพาะอาหารไทยปักษ์ใต้ รสชาติถึงพริกถึงขิงต้อง “สะตอผัดกะปิกุ้ง” เมนูโปรดปรานของคนโดยทั่วไป เช่นเดียวกับ โบว์-อินทิรา นาคสกุล ผู้จัดการส่วนงานสมาชิกบัตรฮิส แอนด์ เฮอร์ พลัส พอยซ์ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) แม้เป็นสาวชาวกรุงแท้ ๆ แต่คลั่งไคล้เมนูกลิ่นฉุนจมูกนี้มาก

ผู้บริหารใบหน้าหวานเล่าให้ฟังว่า ไลฟ์สไตล์ส่วนตัวชอบกินมากกว่าชอบทำ แต่ถ้าอยากกินอะไรที่อร่อยและไม่อยากออกนอกบ้านมักเข้าครัวลงมือทำเอง ฝีมือด้านนี้ได้รับการถ่ายทอดมาจากคนเลี้ยง ซึ่งเป็นคนแก่นุ่งโจงกระเบนเลยทีเดียว ความที่เติบโตในครัว จึงซึมซับเทคนิคการทำอาหารต่าง ๆ โดยปริยาย นานครั้งคุณแม่ค่อยแสดงฝีมือที อยากกินเมนูไหนต้องขอร้องให้คุณแม่ทำ หนึ่งในเมนูนั้นคือ “สะตอผัดกะปิกุ้ง”

เพราะกิจการของครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงเลื่อยที่จังหวัดระนอง หนึ่งในจังหวัดทางภาคใต้ของเมืองไทย แน่นอนว่าสามารถซื้อหาสะตอกินง่ายดาย ประกอบกับคุณพ่อชอบกินมากเป็นพิเศษ ยามที่คุณโบว์ไปเยี่ยมเยียนพลอยอิ่มเอมไปกับรสมือของคุณแม่เสมอ ภายหลังปิดกิจการย้ายภูมิภาคมาตั้งรกรากที่จังหวัดระยอง เมืองที่เลื่องชื่อลือชาว่ากะปิอร่อย คุณแม่มักผัดสะตอกับกะปิระยองให้กินประจำ

“ถ้าคุณแม่ทำเมนูนี้เมื่อไหร่สมาชิกทุกคนในบ้านจะต้องกลับมาชุมนุมกันอยู่ที่บ้าน คุณแม่ทำอร่อยมากแต่ชอบทำปริมาณน้อย ๆ เพราะว่ารู้สึกว่าขนาดนี้นะแล้วกินอร่อย แต่เราอยากกินเยอะกว่านั้น คุณแม่ต้องผัดถึง 3 ครั้งไม่ยอมผัดครั้งเดียว ดังนั้นเคล็ดลับคือต้องกะปริมาณให้พอดีจึงจะอร่อย นอกจากเมนูนี้ที่ได้รับความนิยมขึ้นโต๊ะบ่อยครั้งแล้ว ยังมีเมนูหมูทอดน้ำปลาที่รสชาติเด็ดดวงไม่แพ้กัน” คุณโบว์เล่า

วัตถุดิบและส่วนผสม มีดังนี้ สะตอ 6 ฝัก, กุ้งแชบ๊วย 10 ตัว, กระเทียม 5 กลีบ, พริกขี้หนูสวน 5-6 เม็ด, กะปิเมืองระยอง 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา, น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา และน้ำปลา 4 ช้อนชา

วิธีทำ แกะสะตอจากฝักด้วยการใช้มีดผ่าครึ่งตั้งแต่ตรงเปลือกหรือจะแกะทั้งเม็ดก็ได้ เสร็จแล้วแช่น้ำในอุณหภูมิปกติ เทคนิคนี้คุณโบว์เล่าว่าคุณแม่ชอบทำเพื่อให้สะตอกรอบ จากนั้นปอกกุ้งผ่าเอาเส้นดำหลังออก โขลกกระเทียม พริกขี้หนูสวน และกะปิ รวมกันพอหยาบ ระวังอย่าใส่กะปิหนักมือเพราะรสเค็มจะนำโดด

ต่อมาตั้งกระทะบนไฟ พอน้ำมันร้อน นำพริก กระเทียม และกะปิ ที่โขลกไว้ลงมาผัดกับหมูสับเพื่อรสสัมผัสที่อร่อยยิ่งขึ้น ตามด้วยกุ้งและสะตอ ผัดคลุกเคล้าจนเข้ากัน นำน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และน้ำปลา ผสมต่างหากในถ้วยเมื่อผสมจนเข้าเนื้อแล้วค่อย ๆ เทลงกระทะ ใส่น้ำเปล่าในครกที่ตำกระเทียม พริก กะปิ แล้วเทใส่กระทะ ผัดพอเข้าเนื้อ ค่อยยกลงจากเตาแล้วตั้งเสิร์ฟ

นอกจากความอร่อยแล้ว สะตอยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต, ธาตุแคลเซียม, ธาตุฟอสฟอรัส และธาตุเหล็กล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น ส่วนประโยชน์ของสะตอนั้น ทั้งช่วยบำรุงสายตา ทำให้เจริญอาหาร ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ลดความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด ขับลมในลำไส้ ช่วยในการขับปัสสาวะ มีฤทธิ์เป็นยาระบาย

ส่วนใครกินแล้วไม่มั่นใจ กลัวมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ สามารถแก้ได้ด้วยการกิน “มะเขือเปราะ” ตามสักสองสามลูก.

‘ช้องมาศ’


credit by :  http://www.dailynews.co.th/article/318309

Read More...


‘ปีกไก่ต้มข่าทอด’ กินเล่นแต่อร่อยจริง



ต้น ๆ คงหลีกไม่พ้นอาหารประเภททอดต่าง ๆ ที่เคี้ยวเล่นกินง่าย แต่สำหรับ พลอย-ธัญสินี ลิ้มศิริโพธิ์ทอง กรรมการผู้จัดการและผู้นำเข้าเครื่องสำอาง ทู คูล ฟอร์ สคูล จากประเทศเกาหลี

ก่อนบรรเลงเพลงความอร่อยกับเมนูจานหลัก เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยนักชิมทั้งหลายต้องร้องหาอาหารมากินเล่นบรรเทาความหิวกันทั้งนั้น ส่วนจะเป็นเมนูธรรมดาหรือลึกล้ำปานใด ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล โดยเมนูยอดนิยมอันดับ

ต้น ๆ คงหลีกไม่พ้นอาหารประเภททอดต่าง ๆ ที่เคี้ยวเล่นกินง่าย แต่สำหรับ พลอย-ธัญสินี ลิ้มศิริโพธิ์ทอง กรรมการผู้จัดการและผู้นำเข้าเครื่องสำอาง ทู คูล ฟอร์ สคูล จากประเทศเกาหลี ขอยกระดับความชิลขึ้นมาอีกนิดด้วยการนำเสนอเมนู ปีกไก่ต้มข่าทอด

คุณพลอยออกตัวสักนิดว่า พอกลับมาอยู่เมืองไทยหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านวิเคราะห์การตลาดและธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยเอดินเบอระ ประเทศสกอตแลนด์แล้ว ก็มุ่งแต่ทำงานจนร้างมือจากงานครัวไปพอสมควร เนื่อง จากอยู่ในช่วงปลุกปั้นแบรนด์เครื่องสำอางที่เจ้าตัวนำเข้า เพราะสะดุดรักกับเอกลักษณ์อันโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่สมัยไปเที่ยวเกาหลีบ่อย ๆ จึงตัดสินใจนำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย ปัจจุบันนอกจากมีเคาน์เตอร์แบรนด์ตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ แล้ว ตอนนี้ยังขยายแฟลกชิพสโตร์ไว้เอาใจสาวกถึง 2 สาขา คือ สยามสแควร์วัน และเมกาบางนา

คุณพลอย เล่าว่า “ช่วงเรียนต่างประเทศพอมีเวลาว่าง พลอยชอบเปิดอินเทอร์เน็ตหาสูตรมาทำอาหาร ช่วงแรก ๆ ทำข้าวผัดบ้าง สปาเกตตีคาโบนาร่าบ้าง โชคดีมีเพื่อนเป็นเชฟถึงสองคนคอยช่วยสอนวิธีการทำแฮมเบอร์เกอร์อร่อย ๆ ส่วนใหญ่เป็นอาหารนานาชาติ เคยอยากลองทำแกงเขียวหวานบ้าง แต่ส่วนผสมไม่ครบก็ประยุกต์ใช้เท่าที่มี”

แค่ร้างมือแต่ไม่ถึงขั้นร้างลา เพราะล่าสุดคุณพลอยเล่าติดตลกว่า “เพิ่งหาสูตรกุ้งทอดกระเทียมพริกไทยมาทำกินเองโดยที่รสชาติไม่ธรรมดาเลยทีเดียว หลังจากไปกินที่ร้านแล้วไม่หนำใจ” แต่ถ้าเลือกความสะดวกจริง ๆ มักฝากท้องไว้กับร้านมาย เดียร์ คาเฟ่ ร้านที่ญาติลูกพี่ลูกน้องซึ่งเปิดร้านในศูนย์การค้าเดียวกัน โดยมีเมนูที่จะแสดงฝีมือวันนี้เป็นเมนูโปรด “สูตรนี้ได้มาจากร้านนี้ค่ะ เป็นหนึ่งในเมนูยอดฮิตกินแล้วติดใจ มักเป็นจานแรกที่สั่งมากินเป็นจุดลงตัวของไก่ทอดและต้มข่าไก่ จนต้องล้วงลับขอสูตรมาลองทำกินเอง” นักธุรกิจความงามเผยถึงที่มา

วัตถุดิบและส่วนผสม ตระเตรียมไม่วุ่นวาย มีดังนี้ ปีกไก่ 7 ชิ้น, พริกไทย 1 ช้อนชา, ข่า 2 ช้อนโต๊ะ, กะทิ 1 ถ้วย, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, พริกและใบมะกรูดใช้สำหรับตกแต่ง

วิธีการทำ หมักไก่ให้รสชาติเข้าเนื้อด้วยการคลุกเคล้ากับพริกไทยและข่าที่โขลกจนส่งกลิ่นหอมของสมุนไพร จากนั้นค่อยผสมเข้ากับกะทิและน้ำปลา หมักทิ้งไว้อย่างต่ำประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อต้องการปรุงให้นำมาคลุกกับแป้งมันจนทั่วชิ้นไก่ แล้วค่อยนำไปหย่อนในตะแกรง ทอดในน้ำมันเดือดพล่านประมาณ 5-8 นาทีแล้วหมั่นคอยสังเกตไม่ให้ปีกไก่ไหม้ หลังจากปีกไก่ทอดเป็นสีเหลืองทองอร่ามแล้ว ค่อยยกตะแกรงขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน ฉีกทิซชูรองก้นจานแล้วนำปีกไก่ทอดวาง เพื่อดูดซับความมันป้องกันความเลี่ยนอีกชั้นหนึ่ง

เพียงเท่านี้ก็จัดเสิร์ฟใส่ถ้วยโรยพริกและใบมะกรูดที่คั่วไว้ประดับประดา กินคู่กับน้ำจิ้มสูตรพิเศษที่นำน้ำกะทิไปเคี่ยว เติมข่า แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล รสชาติมันยกร่อง แต่ถ้าอยากหนักท้องสักหน่อย คุณพลอยแนะนำให้นึ่งข้าวเหนียวร้อน ๆ มารองท้อง เมนูกินเล่นแปลกลิ้นที่รับรองความอร่อยจนอาจจะลืมจานหลักเลยทีเดียว.

‘ช้องมาศ’

credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/310549/‘ปีกไก่ต้มข่าทอด’+กินเล่นแต่อร่อยจริง

Read More...


“ไข่ลูกรอก” อาหารหน้าตาดี..รสชาติดี-พร้อมสูตรและส่วนผสมน้ำจิ้มรสเด็ด!!


ไข่ลูกรอก
อาหารไทยโบราณ…ที่กำลังจะหายไปกับกาลเวลา "ลูกรอก" เมนูจากไข่ เมื่อปรุงสุกจะมีรูปร่างเหมือนลูกรอก สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายอย่าง เช่น แกงจืด ผัดกะเพรา ผัดใส่วุ้นเส้น หรือแบบง่ายๆ เอามาลวกจิ้มน้ำจิ้ม แบบวันนี้ก็อร่อยคะ
————————–——————-
ส่วนผสมลูกรอก
1.ไข่ไก่ 3ฟอง
2.ไข่เป็ด 3ฟอง
3.ไส้หมูอ่อน ตัดเป็นเส้นยาว 15นิ้ว 3เส้น
4.ซีอิ้วขาว
5.เกลือ
6.คื่นช่าย
7.ต้นหอม
8.กระเทียมเจียว
9.น้ำส้มสายชูหมัก
10.ใบมะกรูด 4ใบ


ส่วนผสมน้ำจิ้ม
1.พริกสดเม็ดเล็ก
2.กระเทียม
3.น้ำปลา
4.น้ำมะนาว
5.น้ำตาลทราย



11701023_912516745463030_1334181127993730323_n

วิธีทำ
1.ล้างไส้อ่อนให้สะอาด กลับด้านในออกมา โดยใช้ไม้ตะเกียบดันออกมา แล้วขยำกับน้ำส้มสายชูหมัก เพื่อให้หมดเมือกเหนียว และช่วยดับกลิ่นคาว ล้างน้ำออกให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ


2.นำไข่มาผสมกับ เกลือ ซีอิ้วขาว และน้ำเปล่า1/2 ถ้วย คนให้เข้ากัน นำไปกรองด้วยกระชอนถี่ๆ 2ครั้ง (เพื่อไม่ให้มีฟองอากาศ จะทำให้ไข่เนื้อเนียนเวลาสุกคะ) แล้วกรอกไข่ใส่ลงในไส้ อย่าใส่แน่นมาก
*มัดปมหัวท้ายให้แน่น


3.ตั้งกระทะใส่น้ำ กะประมาณให้ท่วมไส้ลูกรอก พอน้ำเดือด ลดไฟลงอ่อนๆ ใส่ไส้ลงต้ม (อย่าใช้ไฟแรงเพราะจะทำให้ไส้แตก) คอยกลับให้สุกทั่ว แล้วตักขึ้นมาพักไว้
*ข้อสังเกตุเวลาสุกไส้จะลอยขึ้นมา หรือใช้เข็มแทงที่ไส้ จะไม่มีไข่ไหลออกมา


4.ตัดเป็นชิ้นตามขวางขนาด 1นิ้ว นำไปลวกในน้ำเดือด ใส่ใบมะกรูดลงไปด้วย ต้มนาน 2-3นาที ก็จะได้ไข่ลูกรอก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ จัดใส่จานทานกับคื่นช่าย โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว และต้นหอมซอย


5.ทำน้ำจิ้ม โดยโขลกพริก กระเทียม พอหยาบๆ ใส่น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว คนส่วนผสมให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วย



credit by : http://www.thaijobsgov.com/jobs=24594

 

Read More...


แจกวิธีทำ..ขนมไข่นกกระทา อร่อยเวอร์ๆๆ ไม่ง้อตลาดนัด 8 ลูก 10

หลายวันก่อนไปตลาดนัด  
ตั้งใจไปซื้อขนมไข่นกกระทา เพราะอยากกิน
ซื้อ 20 บาท นับไปนับมา ได้ 16 ลูก
กินยังไม่ทันหายยากเลย ทั้งพ่อ ทั้งลูกสาวแย่งกิน

ตั้งใจว่าจะลองทำกินเองดู 
ก็เลยลองหาข้อมูล จากอินเตอร์แน็ต 
เจอบล็อกแม่ปู อ่านแล้วเจ้าใจง่าย  
พอทำเสร็จขนมก็อร่อยมากๆ 
อร่อยกว่าที่ซื้อตลาดนัดอีกคะ…
ขอบคุณวิธีทำและสูตรจากบล็อกแม่ปู "ปูขาเก เซมารู"

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=pookhakae&month=01-2009&date=20&group=19&gblog=20

1. มันเทศนึ่งสุก          500 กรัม
2. แป้งมัน                   200 กรัม
3. แป้งเอนกประสงค์     30 กรัม
4. น้ำตาลทราย           120 กรัม
5. ผงฟู                            1 ช้อนชา
6 เกลือ                        1/2 ช้อนชา


 
 
 

Credit. http://pantip.com/topic/32922648

Read More...


ไข่ต้มโคตรพิสดาร


         ถึงกับอ้าปากค้างกับความแปลกและพิสดารของไข่ต้มชนิดนี้ ที่ขณะนี้คนกำลังรุมแชร์กันว่อนเน็ตเพราะมันช่างเจ๋งสุดยอด!!!! ซึ่งหากใครมองแบบเร็วๆก็จะคิดว่า "นี่มันก็แค่ไข่ต้ม ธรรมดาๆ" แต่ใครลองเบิ่งตาให้ชัดถึงรูขุมขนจึงจะเห็นว่า ไข่ต้มตำรับนี้ "โคตรพิสดาร" มาก…เพราะไข่แดงของมันพุ่งทะลุไข่ขาวขึ้นมา (ทั้งที่ปกติจะซ่อนอยู่ข้างใน) 

 egg11
        โดยเรื่องนี้แพร่มาจากทวิตเตอร์ของ คุณ BoyloveMusic ที่นำภาพไข่ดังกล่าวมาจากร้านข้าวขาหมูสุดเจ๋ง นอกจากนี้ก็ยังมีเคล็ดลับการทำระบุไว้อีกด้วย ขออนุญาตินำมาบอกต่อนะจ้ะ เผื่อมีคนสนใจอยากลองทำบ้าง ส่วนต้องเตรียมอะไรยังไง ตามมาดูกันโลด…   วัตถุดิบที่ต้องมีในครัว 

 1.ไข่เป็ดเก่า (หรือไข่เป็ดสดนำไปตากแดด 1 แดด) <– ข้อนี้สำคัญมาก
eggcover
 
     2.เกลือ วิธีทำ 1.นำไข่ใส่หม้อ เติมน้ำลงไปในหม้อระดับน้ำไม่ท่วมไข่ จากนั้นใส่เกลือเพื่อไม่ให้เปลือกไข่แตก 2.แล้วตั้งไฟระดับปานกลาง ห้ามคนเด็ดขาดไม่อย่างนั้นไข่จะสุกทั่วใบจะออกมาไม่เหมือนในรูป 
 
      3.ใช้เวลา 2 นาทีครึ่ง ให้นับจากน้ำเริ่มเดือด พอถึงเวลาที่กำหนดให้ปิดไฟ ตักไข่ใส่น้ำเย็นทันที แค่นี้จะได้ ไข่ต้ม แบบในรูปแล้วล่ะจ้ะ แน่นอนว่าจากเคล็ดลับดังกล่าวทำให้มีคนถามเยอะมากว่า…ทำไมต้องใช้ไข่เป็ด เก่า?? ซึ่งทางเจ้าของต้นตำรับได้ระบุว่าไข่เป็ดเก่าคือกุญแจสำคัญ เนื่องจากไข่แดงจะลอยขึ้นมาเกาะตัวข้างบน ทำให้เมื่อต้มเฉพาะไข่ขาวสุกก็ทำให้มีไข่แดงโผล่พ้นออกมาเหมือนดั่งภาพแบบ พิสดารที่ปรากฏ   เฮ่ยยย เจ๋งขนาดนี้สงสัยต้องขอตัวเข้าครัวไปลองทำดูแล้วล่ะ
ขอขอบคุณสำหรับเนื้อหาจาก: Catdumb,mthai รูปภาพ: gifemotions

credit by :  www.kaijeaw.com/ไข่แดงอยู่นอก/

Read More...


เต้าฮวยนมสดมะพร้าวอ่อน ไม่มีหน้าร้านก็ทำได้-ขายดี



อาหารสร้างรายได้ ทำเองขายเอง แนวคิดนี้มีผู้สนใจมองหากันมากมาย ซึ่ง “เต้าฮวยนมสดมะพร้าวอ่อน” ที่เป็นอีกทางเลือกของอาหารแนวใหม่จากกระแสนิยมอาหารประเภทนม โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่ชอบทานอาหารเสริมเพื่อเพิ่มแคลเซียม เป็นอาหารว่างเพื่อสุขภาพที่ทำไม่ยาก กินง่าย และขายดี นี่ก็เป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลเรื่องนี้มาให้ได้ลองพิจารณากัน...

ผู้ที่จะมาให้ข้อมูลเรื่องนี้ คือ วรรณา พรชัยภัทร หรือ “โบ้” อายุ 53 ปี เจ้าของธุรกิจเต้าฮวยนมสดมะพร้าวอ่อน “ดี๊ดี” เล่าว่า หลังเรียนจบเธอก็มารับช่วงทำธุรกิจของค้าครอบครัวต่อจากคุณพ่อที่ป่วยเป็นอัมพาต และแต่งงาน จากนั้นทำอาชีพเสริมด้วยการทำฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อขายมานาน 5 ปี ซึ่งมีคอนเทคกับบริษัท เมื่อไก่โตเต็มวัยเขาก็จะมาจับเอาไปขาย ระหว่างรอไก่รุ่นใหม่มาลง ทำให้มีเวลาว่างเป็นเดือน ๆ ด้วยความที่เป็นแม่บ้านที่ต้องดูแลครอบครัว และเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่ว่าง ๆ จึงชอบคิดชอบทำอาหารและขนมอะไรใหม่ ๆ ให้คนในครอบครัวได้กินกันเสมอ จึงเป็นที่มาของธุรกิจ

“เต้าฮวยนมสดมะพร้าวอ่อน ลูกชายกับสามีจะชอบกินมาก ต้องซื้อกินครั้งละ 10 ถ้วย ช่วงว่างจากเลี้ยงไก่ก็ค้นหาสูตรจากอินเทอร์เน็ตมาฝึกทำ ลองผิดลองถูก เอาสูตรคนโน้นคนนี้มาปรับ โดยให้เพื่อนและคนในครอบครัวช่วยกันชิมช่วยกันติแบบตรง ๆ ซึ่งกว่าจะได้เต้าฮวยนมสดมะพร้าวอ่อนที่มีเนื้อนุ่มนิ่ม หอมอร่อย ไม่เหมือนใคร ต้องเททิ้งไปเยอะมาก ขนมของเราจะเน้นคุณภาพ นมที่ใช้ ก็เป็นนมสด ๆ ที่มาส่งวันต่อวัน มะพร้าวก็ใช้มะพร้าวน้ำหอมจากสวนโดยตรง ขนมของเราเป็นที่ชื่นชอบของคนแถวบางกรวยไปแล้ว มหาวิทยาลัยและบริษัทมีออร์
เดอร์มาทุกวัน”

อุปกรณ์ ที่ใช้ทำ หลัก ๆ ก็มี เตาแก๊ส, หม้อสเตนเลส, ทัพพี, ไม้พาย, ที่ตีปากตะกร้อ, ผ้าขาวบาง, ถ้วยพลาสติกมีฝาปิดขนาดมาตรฐาน 6 ออนซ์ และอุปกรณ์เครื่องครัว อุปกรณ์เบ็ดเตล็ดอื่น ๆ

วัตถุดิบ มี..มะพร้าวน้ำหอมอ่อนกำลังดี (ใช้ทั้งน้ำและเนื้อ), นมสดพาสเจอไรซ์, นมข้นจืด, ผงวุ้น, เจลาติน, น้ำตาลทราย และน้ำสะอาด

การทำเต้าฮวยนมสดมะพร้าวอ่อน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ตัวเต้าฮวย ตามสูตรเจ้านี้จะใช้นมสด 1 ถ้วย, นมข้นจืด 1 ถ้วย, ผงวุ้น 2 ช้อนชา, ผงเจลาติน 2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 80 กรัม และเนื้อมะพร้าวน้ำหอม น้ำราด จะใช้นมสด 2 ถ้วย, น้ำตาลทราย, น้ำและเนื้อมะพร้าวอ่อน

ขั้นตอนการทำ “เต้าฮวยนมสดมะพร้าวอ่อน”

เตรียมส่วนผสมให้พร้อม นำมะพร้าวน้ำหอมที่เตรียมไว้มาเฉาะแยกเอาแต่น้ำ กรองด้วยผ้าขาวบาง แบ่งเป็น 2 ส่วนใส่ไว้ ในภาชนะสะอาด ก่อนจะนำไปเข้าตู้เย็น เอาลูกมะพร้าวที่เฉาะแล้วมาผ่าออก ใช้ช้อนตักเอาแต่เนื้อใส่ไว้ในภาชนะสะอาดนำเข้าตู้เย็น เตรียมเอาไว้

ทำการตวงส่วนผสมที่ต้องใช้เตรียมไว้ ไม่ว่าจะเป็น ผงวุ้น, เจลาติน, นมสดพาสเจอไรซ์, นมข้นจืด และน้ำตาลทราย

เริ่มทำจากการทำตัวเต้าฮวยก่อน โดยการนำเอาน้ำมะพร้าวหนึ่งส่วนใส่หม้อขึ้นตั้งไฟให้เดือด ใส่เนื้อมะพร้าวลงไป คนให้ทั่ว ระหว่างรอส่วนผสมเดือดให้นำน้ำอุ่นครึ่งถ้วยผสมผงเจลาติน คนให้เจลาตินละลายให้หมดไม่จับเป็นก้อน เตรียมไว้ส่วนผสมเริ่มเดือด ใส่นมสด, นมข้นจืด, น้ำตาลทราย และผงวุ้น ลงไป ใช้ที่ตีปากตะกร้อคนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ผงวุ้นนอนก้น พอส่วนผสมเดือดใส่เจลาตินที่ละลายน้ำตามลงไป ค่อย ๆ คนผสมให้เข้ากัน พอเดือดปิดไฟยกลง พักไว้สักครู่ พออุ่น ๆ ตักใส่ถ้วยพลาสติกกลมขนาด 6 ออนซ์ ครึ่งถ้วย

ระหว่างรอตัวเต้าฮวยแข็งตัว ก็หันมาทำน้ำราด นำน้ำมะพร้าวที่เหลือใส่หม้อตั้งไฟต้มให้เดือด ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไป คนให้เข้ากัน รอจนเดือด จึงใส่นมสด น้ำตาลทรายนิดหน่อยลงไป คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี ปิดไฟ ยกลงตั้งไว้ให้เย็น เตรียมตักราดบนตัวเต้าฮวย เพียงเท่านี้ก็จะได้เต้าฮวยนมสดมะพร้าวอ่อนแสนอร่อย

รสชาติขนมที่ได้ จะมีรสหวานอ่อน ๆ แบบที่ทานแล้วคล่องคอ ไม่ใช่ทานแล้วหวานจนร้อนคอ และมีกลิ่นหอมยวนใจที่ผสมผสานเข้ากันเป็นอย่างดีระหว่างมะพร้ามน้ำหอมกับนมสด วัตถุดิบที่ใช้จะเน้นของดี เหมือนทำให้คนในครอบครัวกิน ทุกขั้นตอนเธอทำด้วยความใส่ใจ สด สะอาด และปลอดภัย ไม่ใส่สารกันบูด สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 4 วัน

สำหรับราคาขาย เต้าฮวยนมสดมะพร้าวอ่อนเจ้านี้ ราคาขายส่งถ้วยละ 20 บาท

นี่ก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ที่นำมาฝากกัน ใครในพื้นที่อื่นสนใจอาชีพนี้ก็ลองนำสูตรไปฝึกฝนกันดู หรือใครอยากลองชิม “เต้าฮวยนมสดมะพร้าวอ่อน ดี๊ดี” สูตรเพื่อสุขภาพของเจ้านี้ ต้องการสั่งไปใช้ในงานต่าง ๆ เช่น งานประชุม งานสัมมนาบริษัท งานทำบุญ หรือต้องการรับไปจำหน่ายตามโรงงานหรือโรงเรียน ติดต่อโบ้ เจ้าของกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” รายนี้ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1682-8199 นี่ก็เป็นอีก “ช่องทางทำกิน” ที่น่าสนใจ!!.

คู่มือลงทุน...เต้าฮวยนมสดมะพร้าวอ่อน

ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 5,000 บาท

ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 70% ของราคา

รายได้ ราคาส่ง 20 บาท / ถ้วย

แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป

ตลาด ชุมชน, ร้านกาแฟ, ร้านอาหาร

จุดน่าสนใจ ไม่มีหน้าร้านก็ทำขายได้

เชาวลี ชุมขำ :เรื่อง

credit by : http://www.dailynews.co.th/article/332616

Read More...


คุกกี้สิงคโปร์งาดำ สูตรนี้ง่าย..ทำขายเพลิน


“คุกกี้สิงคโปร์งาดำ” ที่ “จินตนา พูลบางยุง” ใช้งาดำและสูตรสิงคโปร์มาชูเป็นจุดขาย ทำให้เมนูขนมง่าย ๆ ดูน่าสนใจขึ้นมา ทั้งนี้ คุกกี้เป็นเมนูขนมที่ทำไม่ยาก ใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” ทั้งทำขายเป็นรายได้เสริม หรือยึดเป็นอาชีพหลักได้ และวันนี้ คอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลนำมาให้พิจารณา...

จินตนา เจ้าของร้าน “แจ๊สเบเกอรี่ โฮมเมด” เล่าว่า เคยทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งอยู่หลายปี โดยระหว่างนั้นก็ได้มองหาอาชีพเสริมทำไปด้วย หลังจากปรึกษากับหัวหน้างานก็ได้รับคำแนะนำว่าให้ลองทำคุกกี้สิงคโปร์ขาย เพราะญาติของหัวหน้าก็ทำขายอยู่ เมื่อได้ยินก็สนใจ หัวหน้าจึงพาไปดูวิธีการทำ จากนั้นจึงกลับมาทดลองหัดทำที่บ้านด้วยตนเอง โดยปรับสูตรขนมจากของเดิมนิดหน่อย หลังจากนั้นจึงเริ่มนำไปขาย ปรากฏมีคนชอบ จึงทำเป็นอาชีพเสริม ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดร้านทำขายจริงจัง ภายหลังลาออกจากงานประจำ เนื่องจากพบว่าเป็นเนื้องอกโพรงกระดูกใต้หัวเข่า และต้องเข้ารับการผ่าตัดหลายครั้ง ซึ่งจินตนาเล่าว่า ด้วยความที่ต้องรักษาตัว จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ และหันมายึดอาชีพรับทำคุกกี้กับขนมเบเกอรี่ เช่น ขนมเค้ก เป็น “ช่องทางทำกิน” มาจนถึงปัจจุบันนี้ โดยมี “คุกกี้สิงคโปร์งาดำ” เป็นเมนูฮิตประจำร้าน

“ลูกค้าที่ซื้อไปจะติดใจในรสชาติหวานมันของงาดำ อีกทั้งงาดำยังมีสารต้านทานอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายด้วย ด้วยความที่ร้านของเราไม่มีหน้าร้าน แต่อาศัยทำอยู่ที่บ้าน จึงเน้นรับทำคุกกี้กับเบเกอรี่ตามออร์เดอร์ของลูกค้า ข้อดีของการรับทำตามออร์เดอร์ คือ เราสามารถวางแผนการทำขนมในแต่ละวันได้ อีกทั้งลูกค้าเองก็มั่นใจด้วยว่า จะได้ขนมที่สดใหม่ทุกวัน โดยคุกกี้สิงคโปร์งาดำนี้ จะทำขายดีมาก ๆ ในช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่” เจ้าของร้านเบเกอรี่อย่างจินตนากล่าว และนี่ก็เป็น “กรณีศึกษา” สำหรับการทำธุรกิจ-อาชีพ ที่ไม่ต้องมี
หน้าร้าน

ทุนเบื้องต้น สำหรับคนที่จะทำอาชีพนี้ ใช้เงินลงทุนประมาณ 20,000 บาทขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นค่าวัสดุและอุปกรณ์ ทุนวัตถุดิบ อยู่ที่ประมาณ 60-70% จากราคา ซึ่งราคาขายกล่องละตั้งแต่ 35-180 บาท (ขนาดเล็กราคา 35 บาท ขนาดกลางราคา 90 บาท ขนาดใหญ่ราคา180 บาท) ทั้งนี้ คุกกี้ที่ทำขายมี 2 ชนิด คือแบบธรรมดาและแบบงาดำ

วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย เตาอบแก๊ส (ขนาด 2 ถาด หรือจะเริ่มจากเตาอบไฟฟ้าขนาดเล็กก่อนก็ได้), อ่างผสม, ตัวกดพิมพ์คุกกี้, ตะแกรงร่อน, ตาชั่ง สำหรับชั่งส่วนผสม, พู่กัน, ถาดอบขนม

ส่วนผสม ของ “คุกกี้สิงคโปร์งาดำ” มีดังนี้... แป้งสาลี 2 ชนิดผสมกันให้ได้ปริมาณ 625 กรัม (แป้งบัวแดง 450 กรัม/แป้งว่าว 175 กรัม), ไอซิ่ง 290 กรัม, เกลือ 13 กรัม, น้ำมันพืช 270 กรัม, เม็ดมะม่วงหิมพานต์ (ผ่าซีกคัดพิเศษ), งาดำ 50 กรัม, ไข่แดง (สำหรับทาหน้าขนม)

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากนำแป้งสาลีทั้ง 2 ชนิด ใส่ตะแกรงร่อนแป้ง แล้วทำการร่อนแป้ง 1 ครั้ง จากนั้นใส่ไอซิ่งและเกลือลงไปผสมกับแป้งที่ร่อนแล้วทำการร่อนส่วนผสมนี้อีก 1 ครั้ง ใส่งาดำบดผสมลงไปในแป้งที่ทำการร่อนแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำน้ำมันพืชเทผสมลงไป ทำการนวดแป้งไปเรื่อย ๆ ดูจนแป้งเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน หรือจนรู้สึกว่าแป้งไม่ติดมือก็ใช้ได้

ขั้นตอนต่อมา ทำการคลึงแป้งให้เป็นแผ่น โดยให้มีขนาดความหนาประมาณ ½1/2 เซนติเมตร จากนั้นกดด้วยตัวกดพิมพ์ ทำการทาไข่แดง แล้วนำเม็ดมะม่วงมาวางไว้ด้านบนของตัวคุกกี้และทาไข่แดงทับอีกครั้ง จากนั้นนำคุกกี้เข้าเตาอบ โดยอบที่ความร้อนประมาณ 180 องศาเซลเซียส ใช้เวลาในการอบประมาณ 25-30 นาทีก็พอ เมื่อครบเวลาแล้ว นำคุกกี้ที่อบสุกออกจากเตาอบมาพักทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นทำการบรรจุใส่กล่องปิดฝาให้สนิท เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำคุกกี้สิงคโปร์งาดำ

เจ้าของร้านบอกว่า ด้วยความชอบทำขนมอยู่แล้ว จึงพยายามคิดสูตรใหม่ ๆ รวมถึงพยายามหาความรู้และพยายามดัดแปลงสูตรขนมใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อทำให้ขนมของที่ร้านหลากหลาย ให้ลูกค้าได้เลือก โดยนอกจากคุกกี้แล้ว ยังมีเบเกอรี่อื่น ๆ ที่รับทำ อาทิ คุกกี้ข้าวโอ๊ต, คุกกี้ช็อกโก แลตชิพ, คุกกี้มะพร้าว, คุกกี้ตัวหนอนไส้สับปะรด, เค้กส้ม, เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม, ธัญพืชอบกรอบ, ช็อกบอล, บราวนี่, คัสตาร์ดชิฟฟอนเค้ก, เค้กกล้วยหอม ฯลฯ ทั้งนี้ การทำอาชีพของเจ้าของร้านรายนี้ มีแนวคิดที่น่านำไปพิจารณาไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่สนใจ อยากจะยึดอาชีพทำเบเกอรี่เป็น “ช่องทางทำกิน”

“ทำคุกกี้ขาย” แบบนี้ก็น่าสนใจ

ผู้ที่สนใจอยากชิม “คุกกี้สิงคโปร์งาดำ” หรือขนมชนิดต่าง ๆ ของ “ร้านแจ๊สเบเกอรี่ โฮมเมด” สามารถติดต่อเจ้าของกรณีศึกษารายนี้ได้ที่ โทร. 0-2928-2490, 08-0929-1827 (คุณแจ๊ส), 08-4906-6903 (คุณมุก) โดยคิดค่าจัดส่งตามระยะทาง

นี่ก็เป็นอีก “ช่องทางทำกิน” จาก “คุกกี้” ที่น่าสน.

คู่มือลงทุน...คุกกี้สิงคโปร์งาดำ

ทุนเบื้องต้น ประมาณ 20,000 บาทขึ้นไป

ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 60-70% จากราคา

รายได้ ราคา 35-180 บาท/กล่อง

แรงงาน 1 คนขึ้นไป

ตลาด ชุมชน, ตลาดนัด, รับสั่งทำ

จุดน่าสนใจ ไม่มีหน้าร้านก็ขายได้

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน

credit by : http://www.dailynews.co.th/article/332396

Read More...


ชาบู ชาบู สไตล์ไทย..รายได้งาม



ชาบู ชาบู คือ ประเภทของอาหารแบบหม้อไฟแบบญี่ปุ่น ซึ่งส่วนผสม เช่น ผัก, เนื้อหั่นบาง ๆ และอาหารทะเล จะถูกแช่ลงในน้ำเดือด หรือน้ำซุป และปล่อยทิ้งไว้สักพัก จากนั้นนำส่วนผสม อาทิ เต้าหู้, เส้นบะหมี่ ลงตุ๋นให้เข้ากัน แล้วรับประทานโดยจุ่มลงในซอส ซึ่งในปัจจุบันมีร้านชาบูหลากหลายประเภทให้เลือกรับประทาน ทั้งชาบูแบบดั้งเดิม หรือแบบประยุกต์ให้เข้ากับลักษณะของลูกค้าแต่ละประเภท รวมไปถึง “ชาบูสไตล์ไทย” ซึ่งทีมคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอในวันนี้

ชื่นชีวัน ชนินทร์อารักษ์ และ คมณ์ วิเชียร์วิญญู เจ้าของร้าน ก๊กออ ชาบู ย่านถนนลาดพร้าว 87 เล่าว่า เป็นพนักงานบริษัทเอกชนทั้งคู่ แต่อยากจะหาความมั่นคงให้กับชีวิตด้วยการทำธุรกิจที่เป็นของตนเอง และธุรกิจนั้นจะต้องเริ่มต้นจากความชอบด้วย เพราะจะได้ทำไปได้นาน ๆ “ด้วยความที่เป็นคนชอบทานชาบู ชาบู ทั้งคู่ ประกอบกับงานประจำที่ทำนั้น เกี่ยวกับการให้คำปรึกษาเรื่องโรงแรม และร้านอาหาร จึงคุ้นเคยกับธุรกิจประเภทนี้เป็นอย่างดี อีกอย่างมีพื้นที่ที่จะทำร้านอยู่แล้วจึงเริ่มต้นได้ไม่ยาก” ชื่นชีวัน กล่าว

อุปกรณ์ในการทำชาบู ชาบู หลัก ๆ มี เตาแก๊ส, หม้อน้ำซุป, เขียง-มีด, กะละมังใส่ผัก และอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดที่ใช้ในครัวทั่วไป

ชื่นชีวัน กล่าวว่า น้ำซุป เป็นหัวใจสำคัญของอาหารประเภทชาบู ชาบู และน้ำซุปที่ใช้ในร้านจะเป็น ซุปผัก โดยน้ำซุปผักนี้มีส่วนผสมของข้าวโพด, แครอท, กะหล่ำปลี, หัวไชเท้า และรากผักชี

วิธีทำ ปอกเปลือก หัวไชเท้า, แครอท และ ข้าวโพด ออกให้หมด ล้างน้ำให้สะอาด แล้วหั่นเป็นแว่น ๆ ให้มีความหนาชิ้นละประมาณ 1 ซม. ส่วนข้าวโพด ให้หักเป็นท่อน ท่อนละ 5-6 ซม.,

กะหล่ำปลี ล้างน้ำให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ส่วน รากผักชี ล้างรากให้สะอาด แล้วทุบเบา ๆ ให้รากแตกออกเล็กน้อย

นำผักทั้งหมดใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำพอประมาณ ต้มด้วยไฟปานกลาง จนความหวานจากหัวไชเท้าออก ใส่เกลือ, พริกไทยเม็ดบุบ เคี่ยวจนน้ำเหลือประมาณ 2 ใน 3 ปิดไฟ แล้วยกลงกรอง เตรียมไว้ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงขึ้นไป

“เหตุผลที่เราใช้ผักทำน้ำซุป ก็เพื่อที่จะรองรับความต้องการของลูกค้าที่เป็นมุสลิมด้วย เพราะจะได้สบายใจเวลาที่เข้ามาทานกันที่ร้าน และเหตุผลที่สำคัญที่สุดคือ เราไม่ต้องการให้ลูกค้าเดินออกจากร้านไปด้วยอาการของปากและคอแห้ง เพราะรู้ว่าลูกค้าหลาย ๆ คน คำนึงถึงสุขภาพเป็นหลัก” ชื่นชีวัน กล่าว

ส่วนของ น้ำจิ้ม ที่ใช้นั้น มีน้ำจิ้ม 3 ประเภท ได้แก่ น้ำจิ้มหวาน, น้ำจิ้ม แจ่ว และ น้ำจิ้มซีฟู้ด

น้ำจิ้มหวาน มีส่วนผสมของซีอิ๊วดำ 500 กรัม, ถั่วเหลืองบดละเอียด 400 กรัม และน้ำตาลทรายอีก 100 กรัม

วิธีทำ ตั้งหม้อเคี่ยวซีอิ๊วดำและถั่วเหลืองบดให้เข้ากัน จากนั้นค่อย ๆ เติมน้ำตาลทรายลงไป ชิมรสตามที่ต้องการ และเคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนกว่าส่วนผสมจะงวดเข้ากัน เท่านี้ก็เป็นอันใช้ได้ เวลาเสิร์ฟน้ำจิ้ม ให้เสิร์ฟกระเทียมทุบ, พริกขี้หนูบด และน้ำมะนาวเพิ่มไปด้วย น้ำจิ้มแจ่ว มีส่วนผสมของ พริกป่น 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ, ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ และผักชีฝรั่งซอย

วิธีทำ นำพริกป่น, ข้าวคั่ว, น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา ใส่ลงไปในภาชนะผสม คนจนกว่าน้ำตาลปี๊บละลาย จากนั้นเติมน้ำมะนาวลงไป โดยค่อย ๆ เติมทีละนิดพร้อมกับชิมไปด้วย จนได้รสชาติตามที่ต้องการ เสร็จแล้วโรยหน้าด้วยผักชีฝรั่ง

ส่วน น้ำจิ้มซีฟู้ด มีส่วนผสมของกระเทียม 200 กรัม, พริกขี้หนู 200 กรัม, น้ำตาลปี๊บ 500 กรัม, เกลือ 2.5 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว (ตามความต้องการ) และน้ำร้อน 1 ถ้วย วิธีทำ เริ่มจากนำน้ำตาลปี๊บและเกลือใส่ลงไปในภาชนะผสม จากนั้นให้เทน้ำร้อนใส่ลงไป และคนให้เข้ากันจนเกลือและน้ำตาลปี๊บละลาย จากนั้นให้ใส่น้ำมะนาวลงไปในชามผสมคนให้เข้ากัน เตรียมไว้ นำพริก กระเทียม ใส่ลงไปในเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียด เสร็จแล้วเติมส่วนผสมที่เตรียมไว้ลงไปในเครื่องปั่นประมาณ 1 ถ้วยเพื่อทำให้การปั่นง่ายขึ้น แล้วนำส่วนผสมที่เหลือผสมกับเครื่องที่ปั่นไว้ละเอียดแล้ว คนให้เข้ากัน เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย

สำหรับ ประเภทเนื้อที่ใช้ มี หมูสันคอสไลด์, หมูสันนอกสไลด์, หมูสามชั้นสไลด์, ตับหมู, เนื้อสันคอออสเตรเลีย, ริบอาย, เนื้อใบพาย, เนื้อน่องลาย, เนื้อพับนอก และเนื้อวากิว ในขณะที่ส่วนของ ผักสด มี ผักกาดขาว, ผักบุ้ง, ผักปวยเล้ง, ผักกวางตุ้ง, ขึ้นฉ่าย, ข้าวโพดอ่อน, เห็ดฟาง และเห็ดเข็มทอง

ส่วน อาหารจานรอง มี ลูกชิ้นเนื้อ, ลูกชิ้นหมู, เกี๊ยวกุ้ง, กุ้งสด และเนื้อปลาสด ในขณะที่ เครื่องเคียง อื่น ๆ มี ข้าวสวย, ข้าวกระเทียม, วุ้นเส้น, เต้าหู้ไข่ และไข่ไก่

วิธีทานชาบู ชาบู จะเริ่มจากการใส่ผักลงไปต้มในหม้อก่อนเพื่อให้น้ำซุปได้รสหวานของผัก แล้วจึงค่อยนำเนื้อลงไปลวกกิน (ลักษณะเหมือนการลวกจิ้มจุ่ม) เมื่อตุ๋นไปสักพักน้ำซุปจะหอมหวานเข้มข้น ก็ให้ใส่เส้น หรือข้าวลงไปในน้ำซุป แล้วค่อย ๆ ตักขึ้นมารับประทาน จะต่างจากสุกี้ที่จะเน้นการนำของทุกอย่างลงไปต้มพร้อมกันหมด

ราคาขาย จะเน้นเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ โดย บุฟเฟ่ต์เนื้อ (ยกเว้นเนื้อวากิว) ราคาขายชุดละ 359 บาท ส่วน บุฟเฟ่ต์หมู ราคาขายชุดละ 299 บาท นอกจากเรื่องน้ำซุป, น้ำจิ้ม และวัตถุดิบต่าง ๆ แล้ว ชื่นชีวัน กล่าวว่า การจัดร้าน ก็สำคัญ คือ จะจัดร้านที่ให้ความรู้สึกของการนั่งทานอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องการให้ลูกค้ารู้สึกอึดอัด จึงวางแปลนของการวางโต๊ะ โดยไม่เน้นที่จำนวนโต๊ะ แต่จะเน้นเรื่องความรู้สึกสะดวกสบายของลูกค้ามากกว่า

ใครสนใจ “ชาบูสไตล์ไทย” ต้องการติดต่อ ชื่นชีวัน เจ้าของกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” รายนี้ ติดต่อได้ที่ ร้านก๊กออ ชาบู ตั้งอยู่ที่ซอยลาดพร้าว 87 แยก 20 หรือถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา (ซอยข้างซีดีซี) เปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ เวลา 11.00-22.30 น. หมายเลขโทรศัพท์ 08-6352-2996 หรือที่ www.facebook.com/pages/ก๊ก-ออ-ชาบู.

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : รายงาน/วรพรรณ เลอสิทธิศักดิ์ : ภาพ

คู่มือลงทุน…ชาบู ชาบู สไตล์ไทย

ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 60-70% ของราคาขาย
รายได้ ราคา 299-399 บาท/1ชุด
แรงงาน 2-3 คนขึ้นไป
ตลาด ย่านค้าขายอาหาร
จุดที่น่าสนใจ เป็นเทรนด์อาหารใหม่ในไทย

credit by : http://www.dailynews.co.th/article/331077

Read More...



บทความทั้งหมดของอาชีพเสริม


หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม
ร้านค้าติดล้อเคลื่อนที่ ร้านค้าแนวใหม่
อะไหล่อีซูซุ,อะไหล่แท้อีซูซุ ,อะไหล่อีซูซุคู่ตัวรถทุกรุ่น,ISUZU ,D-MAX,MU-7 ,MU-X  รวมรุ่นรถบรรทุกอีซูซุ
อะไหล่อีซูซุ,อะไหล่แท้อีซูซุ ,อะไหล่อีซูซุคู่ตัวรถทุกรุ่น,ISUZU ,D-MAX,MU-7 ,MU-X  ศูนย์บริการและอะไหล่รถบรรทุกใหญ่อีซูซุ

อีซูซุชัยนาท อะไหล่อีซูซุแท้และประดับยนต์แท้ คู่ตัวรถ ราคามาตราฐาน:
รถบรรทุก 4 ล้อ,รถบรรทุก 6 -10 -12 ล้อ,รถบรรทุกพ่วง,รถหัวลาก,รถอีซูซุ,อะไหล่คู่ตัวจากโรงงาน,รถติดแกสCNG สนใจติดต่อ โทร 056-412174,056-412175...อ่านรายละเอียดเพิ่ม



ทองม้วน thong muan ; rolled wafer
ชื่อขนมชนิดหนึ่ง ทําด้วยแป้งประสมกับกะทิและไข่ เทราด ลงในพิมพ์ซึ่งมักมีลักษณะกลมให้เป็นแผ่นบาง ๆ ผิงไฟให้สุก แล้วม้วนเป็นหลอด, ถ้าพับเป็นชิ้น เรียก ทองพับ, มีทั้งอย่าง รสเค็มและรสหวานอ่านรายละเอียดเพิ่ม

รวมบทความการดูแลรักษารถยนต์
การดูแลรักษารถยนต์ ให้ดูดีและใหม่อยู่เสมอ เทคนิคการดูแลรักษารถยนต์ให้ดูดีเสมอ และถนอมเครื่องยนต์อย่างถูกวิธี การดูแลรักษาเครื่องยนต์ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการทะนุถนอมอายุการใช้งานรถของท่านให้ยืนยาว ปกติเราต้องตรวจตราดูแลรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ ต้องการอ่่านรายละเอียดหรือดาวน์โหลด... ReadMore

ทำให้บอทรู้จักเว็บเราง่ายขึ้น ถ้ามี Backlink เยอะ ก็ทำให้มันเจอเว็บเราบ่อยขึ้นด้วย โดยไม่ต้องเสียเวลาไปเรียกมัน สร้างช่องทางให้มันไต่มาเจอเว็บเราเอง, ยิ่งมีช่องทางมาก ก็มีโอกาสมาก ทำให้เว็บเรามีคะแนนดี อันดับดีขึ้น ถ้าสร้าง Backlink โดยคัดลอกรหัส html ด้านล่างวางในเว็บไซต์หรือบล็อกของคุณ หากต้องการดูลิงก์ย้อนกลับของคุณ สามารถคลิกที่การเชื่อมโยงภาพจากเว็บไซต์ของคุณบล็อกหรือ และได้ url เว็บไซต์ของคุณจะปรากฏในกล่อง Resent Backlinks Referrer หากผู้เข้าชมใด ๆคลิกที่ลิงค์ภาพนี้ได้จากเว็บไซต์หรือบล็อกของคุณ, URL ของคุณจะถูกบันทึกโดยอัตโนมัติใน database.Remeber ของเรา

ต้นไม้ที่คนไทยโบราณเชื่อว่า ปลูกไว้ในบ้านเพื่อเป็นมงคล
- ต้นมะยม เพราะจะทำให้คนนิยม ชมชอบ
- ต้นขนุน เพราะจะทำให้มีผู้สนับสนุน
- ต้นมะขาม เพราะจะทำให้ผู้คนเกรงขาม
- ต้นพุทธรักษา เพระปลูกแล้วพุทธานุภาพจะคุ้มครองบ้านนั้น
ต้นไม้ที่คนไทยโบราณไม่นิยมปลูกไว้ในบ้าน
- ต้นลั่นทม เพราะชื่อต้นไม้พ้องกับคำว่าระทม
- ต้นมะไฟ เพราะมีคำว่า ไฟจะทำให้เดือดร้อนเหมือนไฟ
- ต้นพุทธา เพราะออกเสียงคำว่า ซา หมายถึงความร่วงโรย
- ต้นโพธิ์ เพราะเป็นต้นไม้ใหญ่รากอาจชอนไชทำให้บ้านเสียหายได้
- ต้นโศก เพราะมีความหมายถึง ความเศร้าโศก
- ต้นไทรหรือต้นสำโรง เพราะเป็นต้นไม้ใหญ่ เกรงว่าจะมีวิญญาณ มาสิงต้นไม้
- ต้นกระทุ่ม เพราะเสียงพ้องกับคำว่า ทุ่ม หรือขว้างปา
- ต้นมะขามเทศหรือต้นหวาย เพราะเป็นต้นไม้ที่มีถือว่าจะทำให้เกิด อุปสรรคต่าง ๆ
- ต้นเพกา เพราะมีฝักที่ปลายแหลมคมเหมือนหอกหรือดาบ
- ต้นกล้วยตานี เพราะเกรงว่าจะมีนางไม้ที่ชื่อนางตานีมาอาศัยอยู่
- ต้นมะรุม เพราะมีชื่อพ้องกับ รุม จะมีคนมารุมข่มเหงได้... ReadMore

ด่วน !!! ซื้อรถฟอร์ดเฟียสต้าและรถฟอร์ดโฟกัส ทุกรุ่น รับส่วนลดและของแถมเพียบ ติดต่อได้ที่คุณสุรพล ประธานบริษัทฟอร์ดอยุธยา จำกัด โทร 081-8193539,081-9079698

ฟอร์ด เรนเจอร์ ก้าวล้ำทุกการขับเคลื่อน โฉบเฉี่ยว ว่องไว หรูหรามีระดับ และนับเป็นกระบะสายพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นใหม่ 2013 Ford Ranger 2013 ได้พัฒนาระบบการขับเคลื่อน และ การดีไซน์ มุมมองมากถึง 90 องศา ภายนอกภายในกว้างขวาง เก็บสัมภาระ ได้มากยิ่งขึ้น บุกลุย กับสภาพถนนแบบต่างๆได้เป็นอย่างดี และในปีนี้ เรนเจอร์ มีกระบะพันธุ์แกร่ง 3 รุ่นด้วยกัน รุ่น Open Cab รุ่น Double Cab และรุ่น Double Cab 4?4 "เพราะ พอใจที่สุด คือความภาคภูมิใจในการให้บริการของเรา FORD พลปิยะ อยุธยา"

รวมบทความอาชีพ เสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม



รวมความน่ารู้ ทั้งสาระความรู้รอบตัว เนื้อเรื่องในภาพให้ข้อคิดดีๆ



สร้างรายได้เสริม สร้างอาชีพเสริม ด้วยการทำสินค้า Handmade



ร้านค้าเคลื่อนที่ ใช้ รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง



วิธีรักษา สุขภาพ,ออกกำลังกาย,เคล็ดอายุยืน,สุขภาพดี



ทองม้วน thong muan ; rolled wafer



ผลไม้,ผักและสมุนไพร อาหารเพื่อสุขภาพ



อะไรแปลกๆ ไม่เหมือนใคร



อ่านแล้วชอบมากและนำมาใช้ใน blog นี้



ศูนย์อะไหล่แท้อีซูซุคู่ตัว ชัยนาท-อุทัยธานี



ศูนย์อะไหล่รถบรรทุกใหญ่อีซูซุแท้คู่ตัว



ศูนย์บริการและอะไหล่ฟอร์ดอยุธยา



Dmax Isuzu Catalog Download



อุปกรณ์ประดับยนต์และตกแต่งทุกยี่ห้อ






<>อะไหล่แท้อีซูซุ ,อะไหล่อีซูซุคู่ตัวรถทุกรุ่น
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
<>ศูนย์บริการและอะไหล่รถบรรทุกใหญ่อีซูซุ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
<>ร้านค้าติดล้อเคลื่อนที่ ร้านค้าแนวใหม่
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
<>วิธีบำรุงรักษารถยนต์,อุปกรณ์แต่งรถยนต์
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
 

รวมบทความอาชีพเสริม สร้างรายได้
รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ
อ่านรวมบทความอาชีพเสริม สร้างรายได้... click banner

มาตรฐานศูนย์บริการ(Service Center Standard)
ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ ออกแบบมาเพื่อรถอีซูซุโดยเฉพาะตามมาตรฐานจากอีซูซุประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยรับกับโครงสร้างรถตามค่ามาตรฐานจากโรงงาน และยังเหนือกว่าอู่ทั่วไปด้วยเครื่องมือวินิจฉัยอัจฉริยะ(GIDSS, TECH-2) ซึ่งช่วยวิเคราะห์ปัญหารถที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างอีซูซุด้วยระบบอิเลคทรอนิกส์อย่างแม่นยำด้วยอุปกรณ์ที่ครบครันและได้มาตรฐานทั้งหมดนี้ ช่วยให้งานซ่อมที่อีซูซุมีประสิทธิภาพ แม่นยำ และสามารถป้องกันความเสียหายที่เกิดระหว่างงานซ่อม
การควบคุมคุณภาพงานซ่อม
เพื่องานซ่อมที่ได้คุณภาพยิ่งกว่า นอกจากขั้นตอนการซ่อมตามมาตรฐานแล้ว อีซูซุได้เพิ่มขั้นตอนก่อนและหลังการซ่อม เพื่อควบคุมคุณภาพงานซ่อมให้ดียิ่งขึ้น ทั้งการตรวจสภาพรถเบื้องต้นก่อนรับบริการโดยที่ปรึกษางานบริการ และการตรวจสอบคุณภาพงานซ่อมก่อนส่งมอบรถคืนโดยหัวหน้าช่าง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้งานซ่อมได้มาตรฐาน ปลอดภัย และคุ้มค่ายิ่งกว่า
ช่างอีซูซุ
ช่างอีซูซุได้รับการฝึกอบรมช่างจากสถาบันฝึกอบรมตรีเพชร อีซูซุกว่า 500 ชั่วโมง และยังมีการแข่งขันทักษะฝีมือช่างระดับประเทศเป็นประจำทุกปี เพื่อเพิ่มทักษะและยกระดับความเชี่ยวชาญ...แวะเยี่ยมเวบ isuzu chainat service

ธุรกิจติดล้อสู่ AEC,รวยติดล้อไม่ง้อทำเล
รถขายอาหาร,Food Truck หรือครัวเคลื่อนที่


ปัจจุบัน การดัดแปลงรถกระบะให้เป็นร้านค้าเคลื่อนที่ด้วยรถยนต์ เริ่มมีให้เห็นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญร้านค้าเหล่านั้นมีการตกแต่งตามสไตล์ของเจ้าของร้าน จนเป็นที่ดึงดูดสายตาให้ลูกค้าเข้าร้านมากยิ่งขึ้น รถดัดแปลงเพื่อการค้าขายหรือการนำเสนอสินค้า ต่างๆ กลายเป็นอาวุธสำคัญของธุรกิจรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง และนี่คือเบื้องหลังของความแรงเหล่านั้น ดัดแปลงเป็นร้านค้าต่างๆ เช่น ขายเบเกอรี่, ต้นไม้, ข้าวราดแกง-ข้าวไข่เจียว ตลอดจนขนมขบเคี้ยวและน้ำดื่ม เป็นจุดขายที่แตกต่าง สร้างกำไรคุ้มค่าให้คุณ รถขายของเอนกประสงค์ มีความหลากหลายทุกธุรกิจ ไม่ต้องขายอยู่กับที่ ขับไปขายที่ไหนก็ได้สะดวกสบายหรือนำ
ตู้คอนเทนเนอร์เก่าที่ปลดระวางแล้วมักนิยมนำมาใช้ในการสร้างบ้านหรือสร้าง สำนักงานขนาดเล็ก แต่จะมีใครรู้บ้างว่าตู้คอนเทนเนอร์เก่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่า นั้น โดยสามารถนำมาใช้สร้างร้านกาแฟขนาดเล็ก ๆ ได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดต้นทุนในการเปิดร้าน และยังเป็นไอเดียใหม่ที่ช่วยดึงดูดลูกค้าได้อีกทางหนึ่งด้วย ...ขอเชิญอ่านบทความและตัวอย่างได้ที่นี่ ... click banner

บทความงานฝีมือ
งานประดิษฐ์,งานฝีมือสร้างรายได้เสริม,อาชีพเสริมทำเงิน,อาชีพเสริมจากงานฝีมืองานประดิษฐ์,รายได้เสริมกับงานฝีมือ,หารายได้เสริมกับงานฝีมือ
click banner...แวะเยี่ยมเวบบทความงานฝีมือ

Blogger Tips and TricksLatest Tips And TricksBlogger Tricks
  อะไหล่อีซูซุ ชัยนาท : จำหน่ายอะไหล่และประดับยนต์แท้ คู่ตัวจากโรงงานอีซูซุ เช่น รุ่นมังกร ด้าก้อน ดีแม๊กซ์All New D-Max ,Isuzu ,รถบรรทุกใหญ่อีซูซุ 6-10-12 ล้อและรถพ่วง และบริการดาว์โหลดแคตต้าล๊อกฟรี.....ขอเชิญแวะชมเวปแผนกอะไหล่อีซูซุ ชัยนาท

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.