ขับเคลื่อนโดย Blogger.

สอบถามค่าแรงรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ด โทร 087-2229588


Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

ท่านเจ้าของอู่รับซ่อมรถยนต์ฟอร์ด ไม่ต้องกังวลอะไหล่ไม่มีหรือได้ช้า สั่งได้เร็ว 24 ชั่วโมง ,สั่งช่วงเช้าได้เย็น ,สั่งหลังเที่ยงได้วันพรุ่งนี้ ศูนย์ฟอร์ดอยุธยา ให้ราคาช่าง,ราคาอู่ซ่อม,ราคาอู่พ่นสี โทร 087-2229588 ,id line : 0863363882

‘สปาเกตตีครีมซอสวอดก้า’ ดับคาวด้วยดีกรีร้อน - สูตรเด็ด...พร้อมเสิร์ฟ


ด้วยความรักหรือความผูกพัน “มด-กิตติพัฒน์ สิทธัตถ์” เจ้าของร้านอาหารพาเลอร์ ที่ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (ซีดีซี) เลียบทางด่วนรามอินทรา ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเหตุใดจึงหลงใหลการทำอาหารแบบไม่รู้ตัว ทั้ง ๆ ที่ร่ำเรียนด้านรัฐศาสตร์การปกครอง ก่อนมาทำงานด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ให้กับเครือเดอะซีนเนอรี่กรุ๊ป ซึ่งดูจะฉีกแนวไม่เกี่ยวข้องกันเลย ดังนั้นเหตุผลที่พอเข้าเค้ามีน้ำหนักมากที่สุด คงเพราะครูพักลักจำมาจากคุณยายกับคุณแม่นั่นเอง

“ที่บ้านไม่นิยมซื้อทำเองทุกอย่าง ไม่ว่าอาหาร เช่น แกงร้อนปูทะเล แกงขี้เหล็ก มัสมั่น หรือขนมไทยสารพัด ทั้งสาลี่ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ข้าวต้ม น้ำวุ้น ซาหริ่ม ลอดช่อง คุณยายกับคุณแม่ทำเองหมด ตั้งแต่เด็ก ๆ เราเห็นแบบนั้น พอโตขึ้นมาก็ชอบไปเดินตลาดสดดวงพลอยกับคุณแม่ ที่ย่านสุขุมวิท 105 เนื่องจากที่บ้านเป็นเจ้าของธุรกิจนี้ ทำให้ค่อย ๆ ซึมซับวิชาทำอาหารมาตั้งแต่การเลือกซื้อวัตถุดิบ เวลาอยู่กับเพื่อน ๆ หรือไปเที่ยวต่างจังหวัด มีหน้าที่ต้องดูแลเรื่องอาหารด้วย ทั้งเตรียมอาหาร จ่ายตลาด เตรียมกระติกน้ำแข็ง เมื่อไปถึงสถานที่พักแล้วจะทำอะไรก่อน หรือว่าไปกินร้านไหน นอกจากผมชอบทำแล้วยังชอบกินด้วย” หนุ่มอารมณ์ดีเล่าถึงที่มา

ภายหลังร่วมงานกับเดอะซีนเนอรี่กรุ๊ป ทำให้คุณมดต้องเดินทางไปทำงานที่ซีนเนอรี่ ฟาร์ม อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ถี่กว่าเดิมและใช้เวลาอยู่ครั้งละหลายวัน ครั้นกินแต่อเมริกันเบรกฟาสต์หรือข้าวต้มทุกวัน คุณมดยืนยันความรู้สึกว่า “ไม่ไหว” จุดประกายให้ตื่นแต่เช้าไปจ่ายตลาดทำอาหาร ซึ่งตัวอย่างของเมนูขยันคือ โจ๊กฮ่องกง, ข้าวผัด, สปาเกตตีและต่อยอดขยายธุรกิจเปิดร้านอาหารร้านแรก ชื่อ “โฟลว์เรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์” พหลโยธิน 9

กระทั่งประสบความสำเร็จดีลูกค้าชมกันปากต่อปาก เมื่อมีโอกาสได้ที่ตรงนี้จึงคลอดร้านพาเลอร์เป็นลำดับที่สอง ซึ่งได้แรงบันดาลใจตกแต่งร้านจากโฮมสเตย์ เมืองคอทส์เวิลด์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งอดีตเคยเป็นโรงทอขนแกะจึงจำลองความประทับใจมาสร้างบรรยากาศอบอุ่นภายในร้าน และเมนูอาหารซิกเนเจอร์ที่อยากแนะนำ แบบไม่หวงสูตรคือ สปาเกตตีครีมซอสวอดก้าเสิร์ฟกับปลาแซลมอน เมนูใหม่ไม่ซ้ำใคร เพราะร่วมกับเชฟคิดลองผิดลองถูก จนลงตัวและล็อกสูตรมาเสิร์ฟความอร่อยตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม “เมนูนี้แปลกตรงที่นำเครื่องดื่มมาใส่ในอาหาร วันนี้เลือกเป็นปลาแซลมอนซึ่งเข้ารสลงตัวกับวอดก้า แต่จะใช้ปริมาณเล็กน้อยเพื่อเพิ่มอรรถรสทางด้านอาหาร เมื่อราดลงบนปลาแล้วมันจะซึมลงในครีมและเส้นพาสต้า ได้กลิ่นหอมจาง ๆ” คุณมดเล่า

วัตถุดิบและส่วนผสม ประกอบด้วย เส้นพาสต้าใช้เส้นสปาเกตตี 120-150 กรัม, ปลาแซลมอน 3 ชิ้น, น้ำมันมะกอกนิดหน่อย, หอมหัวใหญ่สับละเอียด 1/2 ช้อนชา, ครีมสด 4 ช้อนโต๊ะ, นมสด 1 ถ้วย,  วอดก้า 1 ช้อนโต๊ะ, ชีส 2 ช้อนโต๊ะ และเคเปอร์เล็กน้อย

ส่วนขั้นตอนการทำนั้น คุณมดเผยว่า เมนูนี้ทำง่ายมากเพียงลวกเส้นสปาเกตตีในน้ำเดือด กะให้เส้นแข็งสักหน่อยเผื่อเวลาผัดจะลงตัวกำลังดี เสร็จแล้วพักไว้ ตั้งกระทะ กลั้วน้ำมันมะกอกพอให้ผัดไม่ติดก้น ใส่หอมหัวใหญ่ผัดจนสุกให้กลิ่นโชย ระวังอย่าให้หอมหัวใหญ่ดิบ เพราะกลิ่นจะเหม็นฉุน จากนั้นใส่เส้นสปาเกตตี เทครีมสดที่ผสมกับนมสดลงผัด ตามด้วยเคเปอร์ ส่วนผสมนี้ช่วยเรื่องกลิ่นและให้รสเค็มเปรี้ยว จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ตามชอบ นิยมใส่ในอาหารจานปลา ส่วนคนที่ชอบเนื้อสัมผัสเข้มข้นให้ใส่ชีสตามลงไป หมั่นสังเกตถ้าสปาเกตตีแห้งค่อยเติมนมสดให้น้ำขลุกขลิก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย จัดใส่จานด้วยการม้วนปลาแซลมอนเป็นคำ ประดับด้วยผักชีลาว เลมอนฝาน แล้วราดวอดก้าให้ทั่วชิ้นปลา กินขณะร้อน ๆ กำลังดี.

‘ช้องมาศ’
credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/263105/‘สปาเกตตีครีมซอสวอดก้า’+ดับคาวด้วยดีกรีร้อน+-+สูตรเด็ด...พร้อมเสิร์ฟ

Read More...


'น้ำอัดลมโบราณ' พลิกของเก่าเป็นจุดเด่น




“นํ้าซ่า” หรือ “นํ้าอัดลมโบราณ” เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนรุ่นเก่า แต่อาจจะไม่คุ้นหูคนรุ่นใหม่ เพราะเป็นอาชีพที่ห่างหายไปจากสังคมนานหลายสิบปี อาจเรียกได้ว่าเป็นสินค้าที่ตายไปจากตลาดแล้วก็ได้ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ยังทำนํ้าอัดลมโบราณเหลืออยู่เพียงไม่กี่รายเท่านั้น ด้วยสีสันและรสชาติที่หลากหลาย เป็นเอกลักษณ์ ทีมงาน “ช่องทางทำกิน” นำข้อมูลเรื่องนํ้าดังกล่าวมานำเสนอ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ให้นํ้าซ่าหรือนํ้าอัดลมโบราณกลับมาคงความนิยมอีกครั้ง และสำหรับเป็นทางเลือกหนึ่งให้ผู้กำลังมองหาอาชีพ

************

ผู้ที่จะมาให้ข้อมูลคือ “ธนกฤต พุ่มเรือง” เจ้าของแบรนด์ “เย็นซ่า ซาสี่” เป็นผู้หนึ่งที่นำนํ้าอัดลมโบราณของไทยขึ้นมาปัดฝุ่น ต่อยอดขยายจนเปิดแฟรนไชส์ โดยเล่าว่า เเรกเริ่มเดิมทีนั้นได้บวชเป็นพระ ในช่วงเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นพระพี่เลี้ยงก็ได้รู้จักกับเจ้าของสูตรนํ้าอัดลมโบราณซึ่งมาบวชอยู่ 3 พรรษา ด้วยความสนิทสนมกัน เขาก็ถ่ายทอดสูตรการทำและเคล็ดลับต่าง ๆ ให้ ก็ลองฝึกโดยไม่ได้คิดจะนำไปต่อยอดทำธุรกิจอะไรทั้งสิ้น

“ผมบวชเป็นพระจนอายุ 30 ปี เป็นช่วงการตัดสินใจว่าชีวิตจะไปในทางไหน คือถ้าคิดเป็นพระต่อก็ต้องยาวไปเลย แต่ถ้าไม่ก็ต้องสึกออกไปในตอนนี้ หลังจากที่สึกออกมาจากการเป็นพระไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร เพื่อนสนิทจึงชวนไปเช่ารถสองแถวขับแถวพัทยา เพื่อเก็บเงินทำรถเช่าให้ฝรั่ง พอว่างผมก็อยากหารายได้เพิ่ม เอาความรู้เรื่องนํ้าอัดลมโบราณที่มีมาทำขายที่หน้าโรงเรียนที่พัทยา โดยการนำสูตรมาประยุกต์เป็นนํ้าอัดลมรูปแบบใหม่”

เพื่อลดความยุ่งยากและสร้างจุดสนใจเวลาขายนํ้าอัดลมโบราณ ธนกฤตจึงนำหม้อแปลงไฟฟ้ามาดัดแปลงเป็นเครื่องอัดลมและกระติกอัดโซดา ใส่อุปกรณ์จรวดสเตนเลสเพิ่ม ข้อดีคือช่วยลดต้นทุนและสามารถเคลื่อนย้ายไปไหนมาไหนสะดวก นอกจากนี้ก็ได้ปรับปรุงรสชาตินํ้าอัดลมโบราณให้อร่อยยิ่งขึ้นด้วย

ธนกฤต บอกว่าสูตรนํ้าอัดลมของเขาไม่เหมือนคนอื่นตรงที่ทำนํ้าหวานโดยผสมกันไว้ก่อน จากนั้นก็จะนำหัวฉีดมาจุ่มและใส่โซดาลงไป หลังจากการทำสูตรได้มั่นคงแล้วจึงทดลองเปิดร้านขาย ผลตอบรับดีเกินคาด

อุปกรณ์..มอเตอร์พร้อมหม้อแปลง, ตัวจรวดพร้อมขาตั้ง ทำด้วยสเตนเลส, โหลแก้วพร้อมฝาปิด, กระบวยตักนํ้าหวานทำด้วยสเตนเลส อย่างดี, ชุดกระติกสำหรับอัดนํ้าโซดา, เตาแก๊ส, ทัพพี และหม้อสเตนเลส

วัตถุดิบ..นํ้าตาลทราย, หัวเชื้อ เป็นสารปรุงแต่งสี กลิ่น และรสชาติต่าง ๆ, กรดผลไม้, ผงโซดาเย็น, นํ้าแข็งบด และนํ้ากรอง

วิธีทำ “นํ้าอัดลมโบราณ”

เริ่มจากการเตรียมทำนํ้าหวานก่อน โดยใช้นํ้าสะอาด 500 ซีซี (ครึ่งลิตร) ผสมนํ้าตาลทราย 1 กก. นำขึ้นตั้งไฟ ใช้ทัพพีคนให้นํ้าตาลทรายละลาย พอเดือดแล้วเคี่ยวทิ้งไว้สักครู่ ยกลงตั้งทิ้งไว้ให้เย็น

ต่อไปเป็นการแต่งสีแต่งกลิ่นรสชาติต่าง ๆ ตามที่ต้องการ เช่น นํ้าซาสี่ นํ้าลิ้นจี่ นํ้าสตรอเบอรี่ นํ้าโคล่า นํ้าแอปเปิ้ล นํ้าแคนตาลูป นํ้ามะนาว นํ้าครีมโซดา นํ้าบลูเบอรี่ นํ้าสละ นํ้าองุ่น นํ้าสับปะรด นํ้าบ๊วย นํ้าเขียว นํ้าแดง ฯลฯ

หลักในการผสมสีกับกลิ่นทุกรสชาติคือ นํ้าเชื่อมเย็นแล้ว 2 ลิตร ต่อกลิ่นซาสี่ 3 ช้อนชา สีนํ้าตาล, กลิ่นโคล่า ใช้นํ้าเชื่อม 2 ลิตร ต่อกลิ่นโคล่า 15 ฝา สีนํ้าตาล, กลิ่น    สไปรท์ ใช้นํ้าเชื่อม 2 ลิตร ต่อกลิ่นมะนาว 6 ช้อนชา และกรดผลไม้ 1 ช้อนชา (ถ้าใส่สีนํ้าเงินจะเป็นกลิ่นบลูเลม่อน), กลิ่นส้ม ใช้นํ้าเชื่อม 2 ลิตร ต่อกลิ่นส้ม 3 ช้อนชา กรดผลไม้ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 20 กรัม ฯลฯ

การผสมนํ้าโซดา ใช้นํ้ากรองสะอาด 6 ลิตร ใส่ในภาชนะสะอาด ใส่ผงโซดาเย็น 1 ขีดตามลงไป คนส่วนผสมโซดาให้ละลายและเข้ากันดี ตั้งทิ้งไว้สักครู่นํ้าโซดาจะใส จากนั้นก็เทนํ้าโซดาในชุดกระติกอัดโซดาที่ประยุกต์

หลักการฉีดนํ้าอัดลมโบราณให้อร่อย

เริ่มนำแก้วพลาสติกใสขนาด 16 ออนซ์ ตักนํ้าหวาน 1 กระบวย (หากใช้ถ้วยเล็กลง ก็ให้ลดลงได้) ตักนํ้าแข็งบดให้เต็มแก้ว เสร็จแล้วนำแก้วนํ้าแข็งไปเสียบที่ปลายก้นจรวด เปิดสวิตช์ฉีดโซดา 1 ฟืด แล้วปิดสวิตช์ แรงลมออกมาตีนํ้าโซดาและนํ้าหวานทำให้เกิดซ่าขึ้น บีบแก้วเล็กน้อยเสียบหลอดดูด เพียงเท่านี้ก็จะได้นํ้าอัดลมเย็นซ่า

ธนกฤต บอกถึงเหตุผลที่ทำให้ผู้ประกอบอาชีพนี้ส่วนใหญ่ต้องเลิกกิจการไปว่าเพราะเป็นสินค้าไม่ได้รับความนิยมเมื่อเทียบกับนํ้าอัดลมจากต่างประเทศ แถมราคาสินค้าต่ำมาก จึงทำให้ไม่มีทายาทเข้ามาสืบทอดต่อ

ต้นทุนการทำนํ้าอัดลมโบราณ ตกแก้วละ 2-3 บาท แต่สามารถขายได้แก้วละ 10-20 บาท ขึ้นอยู่กับทำเล!!

************

ใครสนใจ “นํ้าอัดลมโบราณ” อยากทำขายเป็นอาชีพ ก็ลองไปฝึกฝนหาสูตรเฉพาะของตัวเองดู ส่วนถ้าสนใจเรื่องแฟรนไชส์ต้องการสอบถามข้อมูลจากเจ้าของกรณีศึกษารายนี้ ติดต่อ ธนกฤต พุ่มเรือง ได้ที่เบอร์ โทร.08-7794-8370 เจ้าของสูตรบอกว่ายินดีจะช่วยให้คนที่ไม่มีอาชีพนำไปต่อยอดสร้างรายได้

ก็เป็นเรื่องของการขาย “นํ้าอัดลมโบราณ” ที่อาจจะดูธรรมดา แต่กำไรไม่ธรรมดาเลย!!.

เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ

คู่มือลงทุน...น้ำอัดลมโบราณ

ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป

ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 30% ของราคา

รายได้ ราคาขาย 10-20 บาท/แก้ว

แรงงาน ตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป

ตลาด ชุมชน, ตลาดนัด, หน้าโรงเรียน

จุดน่าสนใจ ฟื้นภูมิปัญญาเก่าเป็นจุดขาย

credit by : https://www.google.co.th/?gws_rd=ssl#q=น้ําอัดลมโบราณ+พลิกของเก่าเป็นจุดเด่น

Read More...


‘กุ้งป๊อบคอร์น’ หอม กรอบ อร่อย เลิศรส ‘ซี่โครงแกะย่าง’ เนื้อนุ่ม

วันนี้ผมได้แอบเอาสูตรอาหารที่ผมได้ไปชิมที่ประเทศอิสราเอลมาให้เพื่อน ๆ ได้ลองทำกินกันดูนะครับ โดยเขาจะเอากุ้งสดตัวเล็ก ๆ มาหมักแล้วเอาไปชุบแป้งทอด เป็นเมนูที่น่าสนใจมาก ชื่อว่า กุ้งป๊อบคอร์น ครับ

มาที่ขั้นตอนการทำ เริ่มด้วยการตำเครื่องหมัก มีรากผักชี กระเทียม และพริกไทยตำให้เข้ากันพอหยาบ จากนั้นนำมาใส่ลงในกุ้ง โดยจะต้องเลือกกุ้งที่ตัวเล็กสักหน่อยนะครับ เมื่อนำเครื่องตำที่เราตำไว้ลงไปหมักกับกุ้งแล้วให้เติมเกลือลงไปเล็กน้อยเพื่อให้มีรสชาติที่อร่อยยิ่งขึ้น คลุกให้เข้ากัน จากนั้นหมักทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที

เมื่อหมักครบเวลาแล้ว ให้เอาชามผสมมาอีกใบเพื่อผสมแป้งข้าวโพด แป้งเทมปุระ โดยนำมาผสมกับน้ำเย็นจัดให้เข้ากัน โดยผสมแป้งให้ข้นสักเล็กน้อย อย่าให้เหลวจนเกินไป

จากนั้น ให้นำกุ้งที่เราหมักไว้ลงไปชุบกับแป้งก่อนนำลงทอดในกระทะที่มีน้ำมันที่ร้อนพอสมควร เนื่องจากกุ้งตัวเล็กจึงอยากให้ใช้แป้งที่หนาเพื่อที่จะได้กุ้งที่สุกพอดีและแป้งกรอบ หลังจากนั้น พอทอดกุ้งสุกเหลืองแล้ว ก็ตักขึ้นมาวางให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วพักไว้

ขั้นตอนต่อมา เป็นการทำน้ำสลัดในชามผสม เอามายองเนสสำเร็จรูปที่ซื้อมาผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย และใส่น้ำส้มกลิ่นข้าวโพดลงไปจะได้หอม ใส่เกลือ ใส่มะนาว และพริกไทยลงไปผสมให้เข้ากัน ปรุงรสและชิมให้ออกรสเปรี้ยว เค็ม หวาน จากนั้นเอากุ้งที่ทอดไว้ลงไปคลุกในน้ำสลัด คลุกแบบเร็ว ๆ จัดใส่จานเสิร์ฟพร้อมผักสลัด ยิ่งถ้าเสิร์ฟร้อน ๆ จะอร่อยมาก

เมนูนี้อยากให้ลองทำกินกันดู เป็นอาหารที่ทำง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากครับ ทำกินเล่นเป็นของว่างช่วงกลางวันก็ได้ หรือจะทำกินกันช่วงวันหยุดก็ดีครับเป็นเมนูที่สามารถช่วยกันทำได้ทั้งครอบครัว.

ร้านอาหารชวนชิม

ร้านอาหารที่ผมจะพาไปชิมวันนี้อยู่ไกลจากที่บ้านผมมากครับ โดยจะอยู่แถว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ในซอยกิ่งแก้ว ชื่อว่า ร้าน บัคโค ซึ่งมี 2 สาขาด้วยกัน โดยสาขาแรกอยู่ที่สุขุมวิท และสาขาที่ผมมากินนี้เป็นสาขาที่ 2 ผมได้มีโอกาสมากินที่ร้านนี้ก็เพราะมางานวันเกิดของน้องสาวผมจึงได้ไปชิม

วันนั้นผมออกมาก่อนเวลาพอสมควรเพราะกลัวรถจะติด เลยทำให้ผมมาถึงก่อนเวลา ผมจึงสั่งอาหารมากินก่อน เป็นร้านที่มีบรรยากาศดี กว้างขวาง เพดานสูง น่านั่งครับ

ผมเริ่มชิมอาหารในจานแรกที่มีชื่อว่า เนื้อเย็นจานรวม โดยในจานจะมีสารามี่ พามาแฮม มีหลายอย่างด้วยกันเสิร์ฟมาเป็นถาดเลยครับ กินกับขนมปัง และพิซซ่าที่ทำมาได้หอม กรอบอร่อย เมื่อกินด้วยกันแล้วเข้ากันเป็นอย่างดี

หลังจากนั้นน้อง ๆ ก็เริ่มมากันแล้ว จึงเริ่มสั่งอาหารหลักมาแบ่งกัน มี สลัดซีซาร์ ซึ่งเป็นเมนูที่ทำได้ดี เพราะการทำที่ถูกต้อง คือ จะต้องใช้ผักคอสอย่างเดียวจะไม่มีผักอื่นเลย แล้วก็มีเบคอนกรอบ มีพาเมซานชีส สไลด์ไว้ด้านบน อร่อยดีครับ เป็นเมนูเบา ๆ ที่กินได้ไม่อ้วน

ต่อมาเป็น ยำเนื้อดิบคาร์ปาชิโอ โดยจะเอาเนื้อมาทุบให้บางแล้วทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นใส่ผักร็อกเก็ตลงไปข้างบน ราดด้วยน้ำมันมะกอกและน้ำสลัดเล็กน้อย มีพาเมซานชีสเป็นแผ่นใส่ลงไปด้วยแต่ไม่มาก เมื่อชิมดูแล้วก็อร่อยดี

ตามมาด้วย เส้นพาสต้าผัดหอยลายกับเห็ด เขาทำเส้นเอง ลวกเอง ซึ่งทำได้รสชาติดี กลมกล่อม เข้มข้น และไม่มีความเผ็ดเลย เป็นอาหารอิตาเลียนที่อร่อยครับสำหรับจานนี้

มี ข้าวผัดรีซอตโต้ เป็นข้าวผัดใส่กุ้ง สไตล์อิตาเลียนซึ่งจะต้องเป็นข้าวผัดที่เละเล็กน้อย แต่เม็ดข้าวจะยังกรุ๊บ ๆ อยู่ตรงกลางนิด ๆ เหมือนเอาครีมใส่เข้าไปกินกับข้าวที่หุงไม่สุก แต่คนอิตาเลียนเขากินกันแบบนั้น ซึ่งเขาทำได้เข้มข้น รสชาติดีพอสมควร

ส่วนอาหารที่ผมชอบมากเป็น ไส้กรอกย่างอิตาเลียน โดยเขาจะเอาไส้กรอกมาย่างเสิร์ฟกับมันแล้วบีบมะนาวกิน

ง่าย ๆ แต่ไส้กรอกเขารสชาติดี หอม ด้านในมีเครื่องเทศเต็มไปหมดเลยครับ

นอกจากนี้ยังมี ซี่โครงแกะย่าง จานใหญ่พอสมควร มีซี่โครงแกะมา 2 ชิ้น ชิ้นหนา ๆ อร่อยมาก น้ำซอสก็กลมกล่อม แต่ผมชอบแบบที่ย่างไม่สุกเกินไป ไม่เช่นนั้นจะเหนียว ไม่อร่อย ผมจึงสั่งซี่โครงแกะที่ย่างยังคงเป็นสีชมพู ๆ อยู่ ซึ่งเขาก็ย่างมาได้ดี จานนี้จึงอร่อย

อีกจานเป็น อกเป็ด เขาเอาอกเป็ดไปหมักและไปทอด เมื่อทอดเสร็จก็นำมาสไลด์ เสิร์ฟกับซอสส้ม แต่ว่าซอสของเขายังไม่เค็มพอสำหรับผม ส่วนเป็ดเขาทอดได้พอดี ไม่สุกจนเกินไป ทำให้ไม่เหนียว สรุปก็ใช้ได้ครับ

ส่วนของหวาน ผมสั่ง พานาคอตต้า มาลองชิมดู เป็นวุ้นแบบอิตาเลียน พออร่อยใช้ได้ ยังมี ไอศกรีม ด้วย กินเย็น ๆ ชื่นใจดี ตบท้ายด้วย ทีรามีสุ ซึ่งทำเป็นเค้กวันเกิดให้กับน้องสาวผม พวกเราก็เลยกินกันอย่างเอร็ดอร่อย หวานมันดีครับ

ถ้าใครมีโอกาสลองแวะไปชิมกันดู แต่ควรจะโทรฯ ไปจองโต๊ะก่อนเพราะคนเยอะพอสมควรครับ

กุ้งป๊อบคอร์น

เครื่องปรุง

กุ้งสดตัวเล็ก 200 กรัม

รากผักชี กระเทียม พริกไทย ตำแล้ว 1 ช้อนโต๊ะ

เกลือ 1 ช้อนชา

แป้งข้าวโพด 100 กรัม

แป้งเทมปุระ 250 กรัม

น้ำเปล่า (เย็น) 1 ถ้วยตวง

น้ำมันพืช สำหรับทอด

ผักสลัดไมโคร สำหรับแต่งหน้า

เครื่องปรุงน้ำสลัด

มายองเนส 1/2 ถ้วยตวง

น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำส้มกลิ่นข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ

พริกไทยป่น 1 หยิบมือ

เกลือ 1/2 ช้อนชา

น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

หมึกแดงไกด์

สำหรับร้าน บัคโค

ความอร่อย

ความสะอาด

คุณภาพของวัตถุดิบ

การบริการ

ราคา

ที่อยู่ : 189 หมู่ 12 ซอยกิ่งแก้ว 19 ถนนกิ่งแก้ว ต.ราชา

เทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540

โทร : 0-2762-0055

เวลาทำการ 11.30-23.00 น.

เว็บไซต์ www.bacco.com

หมึกแดง

www.mcdangguide.com

Read More...


เจาะสูตร เบเกอรี่เพื่อแม่ ใส่ความรักใน...'มาการอง'


วันแม่แบบนี้ถ้าไม่อยากออกไปข้างนอกเพราะเบื่อคนเยอะ อยากจะหากิจกรรมอะไรทำกับคุณแม่ แต่ยังไม่รู้จะทำอะไร ไทยรัฐออนไลน์ขอนำสูตรเด็ดทำมาการองชาเขียว ขนมยอดฮิตมาให้คุณแม่คุณลูกได้สนุกกัน...
วิธีการทำ มาการองชาเขียว (ไส้ไวท์ช็อกโกแลตครีมชีส)
ส่วนผสม แผ่นเชลมาการองรสชาเขียว (Macaron Shell)
1. แป้งอัลมอนด์ 300 กรัม
2. น้ำตาลไอซิ่ง 300 กรัม
3. น้ำตาลทรายขาว 300 กรัม
4. น้ำสะอาด 75 กรัม
5. ไข่ขาวที่ตอกทิ้งไว้ 2 วัน ในตู้เย็น 8 ฟอง
6. ผงชาเขียว 3 ช้อนชา

berry-milkshake
blueberry chocolate pancake
วิธีทำแผ่นเชลมาการองรสชาเขียว
1. ร่อนน้ำตาลไอซิ่ง ผงชาเขียวและแป้งอัลมอนด์
2. แบ่งไข่ขาวออกเป็น 2 ส่วน นำส่วนที่ 1 ไปใส่ในส่วนผสมตามข้อ 1 ผสมให้เข้ากันด้วยไม้พาย
3. ตีไข่ขาวที่เหลือจนตั้งยอดอ่อน นำน้ำและน้ำตาลทรายขาวตั้งไฟเมื่อวัดได้อุณหภูมิ 115 องศาเซลเซียส แล้วเทใส่ส่วนผสมไข่ขาว ตีต่อจนวัดอุณหภูมิส่วนผสมได้ที่ 50 องศาเซลเซียส
4. นำส่วนผสมตามข้อ 3 มาใส่ในอ่างที่มีส่วนผสมตามข้อ 2 แล้วคนผสมด้วยไม้พายจากรอบอ่างเป็นวงกลมเข้าหาจุดศูนย์กลาง (ใช้วิธีคนเป็นวงแล้วตวัดเข้าจุดศูนย์กลาง) ต่อเนื่องประมาณ 3-5 นาที จนส่วนผสมไหลด้วยความเร็วประมาณลาวาภูเขาไฟ
5. นำส่วนผสมใส่หัวบีบแล้วบีบลงในแม่พิมพ์มาการองซิลิโคนที่วางบนถาดอบพักไว้ประมาณ 30 นาที ให้ผิวส่วนผสมแห้ง
6. นำเข้าอบที่ไฟ 180 องศาเซลเซียส ในเตาอบแบบพัดลม ใช้ไฟล่างประมาณ 12 นาที

caramel cafe aulait
chocolate brownie
thai tea vanilla
ส่วนผสมไส้ไวท์ช็อกโกแลตครีมชีส
1. ไวท์ช็อกโกแลต 250 กรัม
2. ครีมชีส 225 กรัม
3. เนยจืด 150 กรัม
4. น้ำมะนาว 30 กรัม

lemon tangy
pistachio green tea
วิธีทำไส้ไวท์ช็อกโกแลตครีมชีส
1. นำหม้อตั้งไฟความร้อนปานกลางใส่ไวท์ช็อกโกแลต ครีมชีสและเนยคนผสมให้เข้ากัน
2. ยกลงเติมน้ำมะนาวคนให้เข้ากัน พักส่วนผสมให้เย็นสนิท
3. ตักใส่ถุงบีบแล้วบีบไส้บนฝามาการองเชลบีบจากด้านนอกเป็นวงกลมเข้าหาจุดศูนย์กลาง
ขอบคุณ : ร้านชีสเค้กพาเลท ซอยสุขุมวิท 36 ปากซอยนภาศัพท์ แยก 2

credit by :  http://www.thairath.co.th/content/442660

Read More...


พายบลูเบอร์รี่' หวานเปรี้ยวโดนใจ สเต็ปง่ายๆ ทำเองได้ไม่กี่นาที …!


กลับมาพบกับ Trend can do  ทุกวันศุกร์แบบนี้เช่นเคย สัปดาห์นี้เรายังคงเอาใจคนชอบทานของหวานกันโดยเฉพาะใครที่ชอบทานพายเป็น ชีวิตจิตใจ  เรามีไอเดียการทำพายบลูเบอร์รี่แสนง่ายมาฝากกัน รับรองว่าคุณไม่ต้องเสียเวลาทำให้ยุ่งยากซับซ้อนและเลือกใช้อุปกรณ์ล้นมือจน เหนื่อยใจ  คุณอาจทำไว้ทานเล่นอยู่บ้าน ทำฝากเพื่อนหรือทำเป็นของขวัญเซอร์ไพรส์หวานๆ ให้คนพิเศษก็ไม่เลวนะ พร้อมแล้วออกสตาร์ตกันเลย ...
วัตถุดิบ
1. ขอบเปลือกขนมปังกรอบแบบหยาบๆ
2. บลูเบอร์รี่พาย 20 ออนซ์ หรืออาจเตรียมรสเบอร์รี่พายที่ชอบอื่นๆ ก็ได้
3. ครีมชีส 8 ออนซ์
4. น้ำตาล 1/2 ถ้วย
5. ไข่ 2 ฟอง
6. วิปครีมเย็น 8 ออนซ์ (ไว้เป็นออปชั่นเสริม)
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
1. ชามขนาดกลาง 1 ใบ
2. ช้อน 1 คัน
3. ตู้อบพาย
4. แผ่นกระดาษอบขนาดกลาง 1 แผ่น (แผ่นที่ใช้อบขนมปัง)
วิธีทำ
1. นำครีมชีสและน้ำตาลตีผสมให้เข้ากัน ให้เป็นเนื้อเดียวกัน

ขั้นตอนการทำง่ายๆ
2. เทไข่ไก่ลงไป 2 ฟอง แล้วตีให้เข้ากันอีกครั้ง เนื้อที่ได้จะดูเนียนนุ่มน่ารับประทาน

ขั้นตอนการทำง่ายๆ
3. เทลงในเปลือกขนมปังกรอบให้ทั่ว เกลี่ยให้เท่ากัน

ขั้นตอนการทำง่ายๆ
4. วางพายลงบนแผ่นกระดาษอบ

ขั้นตอนการทำง่ายๆ
5. จากนั้นนำไปอบที่อุณหภูมิ 325 Degrees F ทิ้งไว้ประมาณ 25-30 นาที

ขั้นตอนการทำง่ายๆ
6. นำออกมาจากเตาอบ แล้วจะเห็นพายที่สวย เนียน สมบูรณ์แบบสุดๆ

ขั้นตอนการทำง่ายๆ
7. เทบลูเบอร์รี่ราดบนหน้าพายแล้วเกลี่ยให้ทั่ว อาจปรุงแต่งด้วยวิปครีมเย็นได้ ถ้าคุณต้องการ

ขั้นตอนการทำง่ายๆ
8. คุณสามารถทานได้เลย หรือจะปล่อยชิลทิ้งไว้ตลอดทั้งคืนในตู้เย็นก็ยังสามารถนำมาทานได้

ขั้นตอนการทำง่ายๆ
ใครที่อยากทานพายบลูเบอร์รี่อยู่ตอนนี้ ไม่ต้องลงทุนซื้อให้เปลืองตังค์ แค่ลงมือทำก็อร่อยฟินเองได้ง่ายๆ …
ขอบคุณ : www.wikihow.com 

credit by :  http://www.thairath.co.th/content/444775

Read More...


‘สาลี่มะพร้าวอ่อน’ กลิ่นหอมๆ..รับเงินงาม


ขนมอบแบบไทย ๆ ที่ขึ้นชื่อก็จะมี ขนมไข่ ที่ปัจจุบันมีรูปแบบหลากหลายแล้วแต่ผู้ขาย-ผู้ผลิตจะสร้างสรรค์ขึ้นมา แต่ก็มีขนมอบแบบฝรั่งอีกแบบหนึ่งที่มีผู้ขายผลิตขึ้นมาให้กลายเป็นขนมอบแบบไทย ๆ อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งก็ได้รับความนิยม และเป็นที่ต้องการของผู้ทานอย่างมากมาย อย่าง “ขนมสาลี่มะพร้าวอ่อน” ซึ่งทีมคอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอในวันนี้...

เกศินี สาขำ หรือ ป้าเปี๊ยก เจ้าของร้าน “บ้านขนมพลอยลดา” ซึ่งมีขนมอบขายมากมายหลากหลาย ในตลาดน้ำคลองลัดมะยม เล่าว่า ขายขนมอบอย่าง “สาลี่มะพร้าวอ่อน” มานานกว่า 30 ปี เดิมทำทั้งขายส่ง และขายเองในตลาดน้ำวัดไทรมาก่อน แต่ปัจจุบันตลาดน้ำวัดไทรขายไม่ค่อยดี ดังนั้น เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา จึงเปลี่ยนที่มาขายที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม จนกระทั่งปัจจุบัน

“สูตรการทำสาลี่มะพร้าวอ่อนนั้น เป็นสูตรดั้งเดิมของครอบครัว ทำมาตั้งแต่รุ่นแม่ ได้ซึมซับมาตลอด และสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน” เกศินี กล่าว

อุปกรณ์ในการทำสาลี่มะพร้าวอ่อน หลัก ๆ ก็มี เครื่องตีแป้ง, เตาอบ, ถ้วยพิมพ์, ที่ร่อนแป้ง, ที่ตีไข่, ถาด, กะละมัง, ชุดช้อนชา, ชุดถ้วยตวง และอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดอื่น ๆ

ส่วนผสมในการทำสาลี่มะพร้าวอ่อน มี แป้งพัดโบก 600 กรัม, ไข่ไก่ 10 ฟอง, น้ำตาลทราย 800 กรัม และมะพร้าวขูดขาว 800 กรัม

วิธีทำ ให้วอร์มเตาอบ ไฟล่างประมาณ 350 ฟาเรนไฮต์เตรียมไว้ก่อน แล้วค่อย ๆ ร่อนแป้งพัดโบกให้ละเอียดเตรียมไว้ จากนั้น ตีไข่ไก่กับน้ำตาลทรายให้เข้ากันโดยใช้ความเร็วสูง โดยการตีนี้จะต้องตีให้ไข่ไก่และน้ำตาลทรายเข้าเป็นเนื้อเดียวกันจนฟูขาว และมีลักษณะเป็นครีมข้น ๆ

เสร็จแล้ว ปิดเครื่องตีแป้ง แล้วค่อย ๆ ใส่แป้งลงไปทีละนิด อย่างเบา ๆ เพราะหากใส่แรงมาก ครีมจะยุบตัวลง ใส่แป้งแล้วค่อย ๆ ใส่มะพร้าวขูดขาวตามลงไปอย่างเบา ๆ มือเช่นกัน แล้วใช้ไม้พายพลาสติกค่อย ๆ ตะล่อมให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน

ค่อย ๆ ตักขนมใส่พิมพ์อะลูมิเนียมขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 3.5X3.5X1.5 นิ้ว ซึ่งรองด้วยกระดาษไข โรยหน้าขนมด้วยมะพร้าวอ่อนเล็กน้อย แล้วใส่เข้าเตาอบ อบไปประมาณ 10 นาที จนขนมด้านล่างสุก หรือสังเกตว่าขนมมีสีเหลืองพอใช้แล้ว จากนั้น ค่อยหรี่ไฟล่างลงเล็กน้อย แล้วปรับไฟบนขึ้นไป 350 ฟาเรนไฮต์ อบไปอีกประมาณ 10-15 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่ขนมสุกพอดี แล้วเอาออกจากเตาอบ ขั้นตอนการอบขนมนี้ต้องใช้ประสบการณ์มากพอสมควร เพราะจะต้องสังเกตขนมให้ดีว่าใช้ได้หรือยัง จากนั้นทิ้งไว้สักพักให้ขนมเย็น แล้วบรรจุใส่ถุงพลาสติกให้เรียบร้อย ขายถุงละ 35 บาท ต่อ1ชิ้น หรือ 3 ชิ้น 100 บาท

นอกจาก “ขนมสาลี่มะพร้าวอ่อน” แล้ว เกศินียังมี “ขนมฝรั่งกุฎีจีน” ขายควบคู่ไปด้วย ซึ่งเกศินี เล่าว่า รูปร่างหน้าตาของ ขนมฝรั่งกุฎีจีน ภายนอกดูไปจะคล้ายกับขนมไข่ แต่ในส่วนของรสชาตินั้นแตกต่าง และอร่อยไม่เหมือนกันอย่างแน่นอน โดยตัวเนื้อขนมจะสีเหลืองนวล มีความกรอบนอก แต่นุ่มใน มีกลิ่นหอมชวนรับประทาน โดยหน้าของขนมนั้นจะวางเรียงด้วยลูกเกด, ฟักเชื่อม, พลับอบแห้ง และปิดท้ายด้วยการโรยน้ำตาลทรายเพื่อเป็นการแต่งหน้า-เพิ่มความสวยงาม ซึ่งเป็นการเพิ่มรสชาติให้กับขนมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เกศินี กล่าวว่า สูตรการทำ ขนมฝรั่งกุฎีจีน นี้ ตนได้มาจากการอ่านหนังสือการทำขนม และประยุกต์-ปรับปรุงจนเป็นสูตรของตนเอง ซึ่ง ส่วนผสมของขนมฝรั่งกุฎีจีน หลัก ๆ มี แป้งสาลี 1.4 กก., ไข่เป็ด 27 ฟอง, น้ำตาลทราย 1.3 กก., ผงฟูพอประมาณ, น้ำเปล่าเล็กน้อย และเนยขาวสำหรับทาพิมพ์

วิธีทำขนมฝรั่งกุฎีจีน เริ่มที่ร่อนแป้งสาลี และผงฟูให้เข้าด้วยกันเตรียมไว้ ตีไข่ และน้ำตาลทรายให้เข้ากันจนเป็นครีมสีขาวขึ้นฟู จากนั้นค่อย ๆ ใส่แป้ง แล้วน้ำเปล่าสลับลงไปตีให้เข้ากัน

ตักเนื้อขนมใส่ลงในพิมพ์ขนมทรงกลม ขนาด 3x1 นิ้ว โรยหน้าด้วยลูกเกด หรือฟักเชื่อม หรือพลับอบแห้ง หรือน้ำตาลทราย แล้วนำเข้าเตาอบ ซึ่ง วิธีอบขนม นี้ จะคล้ายกับการอบขนมสาลี่มะพร้าวอ่อนซึ่งได้อธิบายไว้ก่อนหน้าอย่างละเอียดแล้ว โดยเกศินีย้ำว่าการอบขนมต้องใช้ประสบการณ์พอสมควร เพราะต้องหมั่นคอยสังเกตขนมว่าสุกใช้ได้หรือไม่ เมื่อขนมสุกแล้ว นำออกจากเตาอบ ทิ้งไว้สักพักให้ขนมเย็นตัว แล้วบรรจุใส่ถุงพลาสติกถุงละ 4 ชิ้น ขายราคาถุงละ 35 บาท หรือ 3 ถุง 100 บาท

ใครสนใจ “สาลี่มะพร้าวอ่อน-ขนมฝรั่งกุฎีจีน” ต้องการติดต่อ เกศินี สาขำ เจ้าของกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” รายนี้ติดต่อได้ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม โซน 4 (ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 10.00-

17.00 น. หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2413-3419 และ 08-6985-1455.

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : รายงาน

วรัญญู เหมือนเดช : ภาพ

....................................................................................

คู่มือลงทุน...สาลี่มะพร้าวอ่อน

ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป

ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 60% ของราคาขาย

รายได้ ราคา 35 บาท/ 1 ชิ้น

แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป

ตลาด ชุมชน, งานออกร้าน, ตลาดนัด

จุดน่าสนใจ เป็นขนมอบที่ได้รับความนิยม

credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/261538/‘สาลี่มะพร้าวอ่อน’+กลิ่นหอมๆ..รับเงินงาม

Read More...


‘อัญชัน’ แขกรับเชิญ ขนมปังหน้าหมูรูปดอกไม้

 



หลงรักและหลงใหล “ดอกไม้ไทย” เป็นพิเศษ จึงไม่น่าแปลกใจที่ แจน-เจนนิสา คูวินิชกุล ลงแรงปลุกปั้นผลิตภัณฑ์อโรมาเธอราพีชั้นสูงสำหรับดูแลผิวกายและเครื่องหอมภายในบ้าน ขับขานกลิ่นหอมอ่อนโยนของดอกไม้ไทยนานาพรรณ ภายใต้ชื่อ “ปริมมาลัย” ซึ่งแปลว่า “ดอกไม้ผู้เป็นเลิศยิ่ง” นอกเหนือจากช่วยสานต่อธุรกิจครอบครัว ด้านการผลิตและส่งออกอะลูมิเนียมค่ายยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย

มากกว่าความหลงใหลยามได้ดมกลิ่น วันนี้ดอกไม้ไทยสีสวยกลายเป็นของว่างกินได้ คุณแจนนำ “ขนมปังหน้าหมู” เมนูโปรดที่มารดานิยมทำให้กินสมัยเด็กมาประยุกต์ โดยมี “ดอกอัญชัน” มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษในเมนู ขนมปังหน้าหมูรูปดอกไม้สูตรดอกอัญชัน อย่างไรก็ตาม ดอกไม้ทุกชนิดไม่ได้เข้ากับอาหารทุกประเภท เช่น แกงกะทิ ซึ่งหน้าตาอาจดูพิลึกพิลั่นสำหรับมือใหม่หัดกิน ดังนั้นคุณแจนจึงเลือกดอกอัญชันมาเป็นอันดับแรก

ก่อนลงมือทำคุณแจนบรรยายสรรพคุณคร่าว ๆ ว่า ดอกอัญชันมีสารแอนโทไซยานิน ซึ่งมีหน้าที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ดียิ่งขึ้น เช่น เลี้ยงบริเวณรากผมช่วยทำให้ผมดกดำ เงางาม, เลี้ยงบริเวณดวงตาจึงช่วยบำรุงสายตา หรือไปเลี้ยงบริเวณปลายนิ้วมือช่วยแก้อาการเหน็บชา ที่สำคัญสารดังกล่าวยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดอุดตัน การกินดอกอัญชันทุกวัน วันละหนึ่งดอกช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดสมองตีบได้

สำหรับส่วนผสมที่ต้องเตรียมมีขนมปังไร้ขอบละเอียด 1 แถว, หมูสับ 1 ถ้วย, กุ้งกุลาดำสับ  ถ้วย, แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ, แป้งโกกิ 2 ช้อนโต๊ะ, ไข่ไก่ 1 ฟอง, รากผักชี พริกไทย กระเทียม โขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ, นํ้าตาลทราย 2 ช้อนชา, ซอสภูเขาทอง 2 ช้อนชา, ซีอิ๊วขาว  ช้อนชา, กลีบดอกอัญชันสดล้างสะอาด ผึ่งให้แห้ง และนํ้ามันดอกทานตะวันใช้ทอด

วิธีทำ ใช้แม่พิมพ์กดขนมปัง  ให้เป็นรูปดอกไม้ เสร็จแล้วนำอบในเตาอบ 2 นาที ใช้อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เทคนิคนี้เพื่อให้ขนมปัง

คายนํ้าออกและไม่อมนํ้ามันเวลาทอด ระหว่างนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมาปั่นจนเข้าเนื้อ ค่อยป้ายลงบนขนมปังโดยระวังไม่ให้หนาหนัก วางกลีบดอกอัญชันบนหน้าส่วนผสม กดกลีบให้จมเล็กน้อยป้องกันหลุดลอยเวลาทอด จากนั้นตั้งนํ้ามันให้ร้อน นำขนมปังหน้าหมูลงทอด โดยทอดหน้าที่มีเนื้อหมูให้สุกก่อน ค่อยพลิกเพื่อให้อีกด้านสุกเหลืองสวยงามทั่วกัน นำขึ้นพักไว้บนกระดาษซับนํ้ามัน ส่วนผสมของแป้งมันช่วยให้รสสัมผัสนุ่ม ขณะที่แป้งโกกิช่วยให้หนึบกรอบ

ป้องกันความเลี่ยนคุณแจนแนะนำให้เสริมทัพ “อาจาด” ทำง่าย ๆ ผสมนํ้าและนํ้าตาลทรายอย่างละ  ถ้วย อบเตาไมโครเวฟความร้อน 900 วัตต์ นาน 1 นาที พอนํ้าตาลละลายดีแล้ว พักให้คลายร้อนค่อย ๆ เทเกลือ 1/8 ช้อนชา และนํ้าส้มสายชู 5 ช้อนโต๊ะลงไปผสม ใส่แตงกวา, หอมแดง, พริกชี้ฟ้า และกลีบอัญชันสดที่หั่นแล้วลงไปคลุกรวมกัน ตั้งเสิร์ฟเป็นของว่างระหว่างวัน.

“ช้องมาศ”
 

Read More...


‘ปาท่องโก๋สอดไส้หมูสับ’อร่อยจนวางไม่ลง


ถอดพิมพ์ความสามารถด้านงานครัวจากคุณแม่มาไม่ผิดแบบ เพราะซึมซับหยิบจับตะหลิวกระทะตั้งแต่จำความได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ “ปรางค์-อภินรา ศรีกาญจนา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เอเชีย ประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) ทำอาหารท่าทางทะมัดทะแมงคล่องแคล่ว และต้องบอกว่าจริงจังถึงกับจับเป็นอีกหนึ่งในอาชีพ ต่อยอดร้านอาหารสไตล์แฮงค์เอาต์ของตัวเอง ภายใต้ชื่อ “อภินารา” โดยคงคอนเซปต์ความเป็นไทยเหมือนร้านอาหารนารา ที่ตั้งอยู่ชั้นล่างตึกเอราวัณและศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งบุกเบิกความอร่อยโดยฝีมือคุณแม่

“ทุกอย่างคุณแม่เป็นคนสอน ปรางค์คิดว่าเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่ง เห็นผู้หญิงยืนอยู่หน้าเตาทุกวัน ๆ ก็ซึมซับทักษะ เทคนิค ท่วงท่า ปรางค์เห็นมาตลอด คุณแม่สอนแม้กระทั่งเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ควรละเลย เช่น การเลือกเกลือให้เหมาะกับอาหารแต่ละประเภท ซีอิ๊วขาวใช้แบบไหน ไม่ควรใช้น้ำปลากับอาหารจีนเพราะทำให้เสียรส สมัยไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นปรางค์ลองทำอาหารกินเอง ซื้อเนื้อวัวมาหมัก ได้แต่สงสัยว่าทำไมไม่นุ่มเหมือนของคุณแม่ ต้องโทรฯ ข้ามประเทศมาถาม เคล็ดลับคือต้องหมักด้วยเบกิ้งโซดาและไข่ขาว ส่วนปลาต้องโรยเกลือ แช่ในตู้เย็นสัก 15 นาที ค่อยนำมาปรุงช่วยลดกลิ่นคาวคลุ้งได้ดี” เจ้าของสูตรเด็ดวันนี้เผยเคล็ดลับ

สำหรับเมนูวันนี้ “ปาท่องโก๋สอดไส้หมูสับ” เป็นเมนูแห่งความทรงจำ ปัจจุบันหากินยากไม่ค่อยมีคนทำ นอกจากคุณแม่ซึ่งทำให้กินตั้งแต่เด็กและทำอร่อยมาก “ปรางค์ไม่ชอบกินของคาวกับอาหารหวาน ถ้านำปาท่องโก๋ไปจุ่มนมข้นไม่ชอบ ผิดกับน้องสาวคนรองที่ดูเอ็นจอยกับเมนูดังกล่าวมากกว่า ดังนั้นเวลาจัดกล่องข้าวกินระหว่างทางบนรถ คุณแม่เอาใจลูกทั้งสองคน ในกล่องข้าวของน้องพิมพ์-พิมพ์พยัพ มักเป็นปาท่องโก๋นมข้นกับโจ๊ก ส่วนของปรางค์จะเป็นเมนูนี้”

ส่วนผสมประกอบด้วย หมูบะฉ่อ 200 กรัม, ไข่ขาว 1 ฟอง, ต้นหอม 10 กรัม, พริกไทยดำ 1 ช้อนชา, ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนชา, ปาท่องโก๋ตามชอบ และน้ำมันสำหรับทอด เริ่มลงมือทำด้วยการหมักหมูบะฉ่อผสมกับพริกไทยดำและซีอิ๊วขาว ระหว่างรอส่วนผสมเข้าเนื้อให้ผ่าปาท่องโก๋เตรียมไว้ จากนั้นค่อย ๆ ยัดไส้ แล้วนำไปทอดใช้ไฟแรง พอหมูสุกปาท่องโก๋กรอบได้ที่ ตักขึ้นวางบนกระดาษทิซชู ซึ่งจะช่วยซับความมันออก จัดวางบนจานให้เรียบร้อย เวลากินจิ้มกับซอสพริกที่ผสมกับน้ำจิ้มไก่

เมนูนี้สามารถเป็นอาหารหลอกเด็กได้ เพราะกินง่าย แต่สำหรับคนที่อายุ 25 ปีเหมือนตัวเอง หรือคนที่ดูแลสุขภาพ แนะนำให้กินเป็นมื้อเช้า หรือกินเป็นกับแกล้มอย่างมี “สติ” เพราะอาจอร่อยจนวางไม่ลง.

“ช้องมาศ”

credit by : http://dailynews.co.th/Content/Article/233839/‘ปาท่องโก๋สอดไส้หมูสับ’อร่อยจนวางไม่ลง

Read More...


สลัดอกเป็ดผสมตับห่าน เรียกน้ำย่อยสไตล์ฝรั่งเศส




หลงใหลเสน่ห์เมืองนํ้าหอม ปิ๋ม-พริดา ลิมปานนท์ มักเผลอตัวปล่อยใจไปกับสถาปัตยกรรมและชื่นชมงานศิลปะเสมอหากมีโอกาสไปเยือน และที่ไม่ยอมพลาดเด็ดขาดคือนั่งละเลียดลิ้มลองอาหารฝรั่งเศส ซึ่งขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความอร่อยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ด้วยหน้าที่ต้องดูแลกิจการร้าน “พรรณิภา แฮร์ เนลส์ บิวตี้ เวลเนส” ทั้ง 8 สาขาให้สมกับที่มารดา พรรณิภา ปวนะฤทธิ์ ช่างผมชื่อดังของเมืองไทยไว้วางใจให้เป็นมือขวา

ทายาทสาวคนเก่งจึงมีภาระหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้นเป็นเงาตามตัว โอกาสจะไปกินอาหารฝรั่งเศสอย่างที่โปรดปรานจึงมีไม่บ่อยเท่าเดิม อย่างไรก็ตาม ยังโชคดีที่เมืองไทยยังมีร้านอาหารฝรั่งเศส “ฟิลิปป์ เรสเตอรองค์” ให้ฝากท้องและกลายเป็นขาประจำ มาบ่อยคุ้นเคยเสมือนเป็นญาติสนิท “เมนูวันนี้ปิ๋มขอสูตรมาจากร้านประจำ ซึ่งสนิมสนมกันเป็นพิเศษเพราะเป็นร้านโปรดของครอบครัว ตอนนี้งานค่อนข้างรัดตัวมีเวลาน้อย อาหารจึงเน้นเมนูที่ค่อนข้างสะดวก เช่น สลัดหรือเมนูที่ใช้วัตถุดิบจากปลาเป็นหลัก ทำงานหนักแล้วต้องถนอมร่างกายด้วยอาหารเพื่อสุขภาพ”

สอดคล้องกับจานโปรดที่คุณปิ๋มปรุงด้วยตัวเอง “ปิ๋มได้วิชาทำอาหารหลายช่องทาง อาหารไทยได้สูตรมาจากตระกูลของคุณแม่ ค่อนไปทางโบราณเพราะตกทอดมาตั้งแต่สมัยคุณยายทวด ส่วนอาหารฝรั่งเศสใช้หลักครูพักลักจำจากเชฟที่คุ้นเคยบ้าง ส่วนใหญ่ปิ๋มเน้นทำเมนูง่าย ๆ ชิมลางก่อนจะกินมังสวิรัติอย่างถาวรในอนาคต สำหรับเมนู “สลัดอกเป็ดรมควันมิกซ์ตับห่าน” เป็นอาหารที่มีชื่อของบริเวณเมืองเปริกอร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส สูตรนี้ได้มาจากร้านอาหารฝรั่งเศสฟิลิปป์ เรสเตอรองต์ นอกจากอิ่มอร่อยและดีต่อสุขภาพแล้ว ยังสามารถปรุงเป็นจานเรียกนํ้าย่อยก่อนเสิร์ฟเมนคอร์สได้

ส่วนผสมที่ต้องเตรียมประกอบด้วย ผัดเรดโอ๊ค, ผักกรีนโอ๊ค, ผักวิทโลฟ ใช้จำนวนตามความชอบหรือเปลี่ยนเป็นผักชนิดที่ชื่นชอบล้างให้สะอาด พักให้สะเด็ดนํ้า ตามด้วยอกเป็ดรมควัน 1 ชิ้น แล่เป็นชิ้นบางพอดีคำ 6 ชิ้น, ตับห่านสด 1 ชิ้น แล่เป็นชิ้นบางวางบนผักสลัด หันมาผสมนํ้าสลัด โรยไพน์นัท 1/3 ถ้วยตวง, ต้นหอมสับ 1/3 ถ้วยตวง, มะเขือเทศสับ 1-3 ถ้วยตวง เพื่อเพิ่มรสสัมผัสระหว่างเคี้ยว พักไว้หันมาลงมือทำนํ้าสลัด โดยคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันได้แก่ มัสตาร์ด 1 ช้อนโต๊ะ, วินิการ์ 2 ช้อนโต๊ะ, นํ้ามันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ เสร็จแล้วราดลงบนสลัดอกเป็ดรมควันมิกซ์ตับห่านให้ชุ่มมากน้อยตามใจชอบ แนะนำเป็นเมนูง่าย ๆ เหมาะสำหรับสาวรักสวยรักงาม.

credit by : http://dailynews.co.th/Content/Article/235453/สลัดอกเป็ดผสมตับห่าน+เรียกน้ำย่อยสไตล์ฝรั่งเศส

Read More...


แก้ร้อนในยกให้เมนูหวานอมขม



คำสอนโบราณกล่าวว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” ยังคงใช้ได้ดีในยุคดิจิตอลนี้ เพราะของหวานหากเผอเรอกินปริมาณมาก อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกว่าอาหารรสขม ที่มีสรรพคุณทางยารักษาโรค ในฤดูร้อนแสนอบอ้าวนี้ “หมอแอร์-พญ.นวลนภา สันติไชยกุล” ผู้บริหารและแพทย์ประจำคลินิกความงามยามาซี่ ชวนทำเมนูหวานอมขมแก้ร้อนในกระหายน้ำ จากวัตถุดิบหลักสองชนิดที่อยากนำเสนอ ได้แก่ “ใบบัวบก” และ “อัลมอนด์” เป็นจานเรียกน้ำย่อยหรืออาหารกินเล่นภายใต้ชื่อ “ ยำใบบัวบกผสมอัลมอนด์และกุ้งเสียบ”

แม้ปรุงไว้กินเล่นแต่สรรพคุณที่ซุกซ่อนกลับมีมากมิใช่เล่น หมอแอร์เผยความลับว่า “ตอนนี้อัลมอนด์กำลังมาแรง เป็นหนึ่งในสิบอาหารต่อต้านริ้วรอยโดยธรรมชาติชั้นเลิศ ช่วยทั้งเรื่องของผิวพรรณผุดผ่อง ชะลอวัย นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับคนวัยผู้ใหญ่ เพราะช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ป้องกันไขมันเกาะหลอดเลือดหัวใจ ลดอุบัติการณ์หัวใจวายได้ อย่างใบบัวบกเป็นที่ทราบกันดีว่า แม้รสขมสักนิดหนึ่งแต่มีสรรพคุณช่วยแก้ร้อนใน ลดการอักเสบสมานบาดแผลได้ดี นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอสูงช่วยบำรุงสายตา”

มีภูมิความรู้ทฤษฎีเชิงลึก แต่คุณหมอคนสวยสารภาพว่า ความสามารถด้านปฏิบัติเกรดยังไม่ค่อยดี เพราะช่วงหลังวิ่งวุ่นกับงานที่ต้องดูแลกิจการความงามทั้ง 4 สาขาที่เซ็นทรัลเวิลด์, เมเจอร์เอกมัย, ฟอร์จูนทาวน์ และเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ยังวิ่งรอกเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาผิวหนังสอนแพทย์ที่อยากมีความรู้ด้านผิวหนัง ผิวพรรณ ความงาม ที่สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ ม.แม่ฟ้าหลวง และยังทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้ประเมินคุณภาพการศึกษาภายในมหาวิทยาลัยของ สกอ. จึงไม่มีเวลาปรุงอาหารด้วยตัวเองบ่อยนัก ประกอบกับมือแพ้น้ำเคยโดนน้ำกัดจนมือแตกมาแล้ว เช่น กุ้งสดหากปอกเปลือกโดนน้ำจากกุ้งอาจแพ้เกิดผื่นคันได้ เมนูวันนี้จึงเลือกใช้กุ้งเสียบมาประยุกต์ให้อร่อย

ส่วนผสมอื่น ๆ ประกอบด้วย ใบบัวบก 15-20 ใบ, อัลมอนด์ตามชอบ, ใบมะกรูดหั่นซอย 1 ถ้วย, หัวหอมแดงซอย 1 ช้อนชา, ใบสะระแหน่ตามชอบ, มะพร้าวคั่ว 4 ช้อนโต๊ะ, น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ, มะนาว 3/4 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ, พริกกะเหรี่ยงสด 3-4 เม็ดหรือตามความชอบ และน้ำตาล 1 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำ ลงมือทำน้ำยำก่อนด้วยการผสมน้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำมะนาวและน้ำตาล ชิมให้รสหวานปะแล่ม ๆ เพื่อให้ตัดทอนรสขมจากใบบัวบก ล้างใบบัวบกให้สะอาดเด็ดเอาเฉพาะใบ พอสะเด็ดน้ำแล้วนำใส่ชาม ตามด้วยใบสะระแหน่ ใบมะกรูด หัวหอมแดงและมะพร้าวคั่ว ราดด้วยน้ำยำครึ่งหนึ่งคลุกเคล้าพอผักสลด เทกุ้งเสียบและน้ำยำที่เหลือบุพริกกะเหรี่ยงสดใส่ลงในชามคลุกเคล้าอีกครั้งให้เข้ากัน สำหรับกุ้งเสียบสามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด กรณีที่กุ้งไม่กรอบให้นำมาทอดใหม่ เสร็จแล้วจัดเสิร์ฟกินกับไข่ต้มสุก...อร่อยลิ้นจริง ๆ.

“ช้องมาศ”

credit by : http://dailynews.co.th/Content/Article/237107/แก้ร้อนในยกให้เมนูหวานอมขม


Read More...


ดับร้อนด้วยพุดดิ้งรสฟินเว่อร์




แสดงฝีมือให้คนรักขนมหวานได้พิสูจน์ความอร่อยนานกว่า 2 ปี ในฤดูร้อนนี้ “ฟิน-สุภรดี ศิวพรพิทักษ์” เจ้าของร้านเบเกอรี่ “รดี” (RADI) ปัจจุบันมี 3 สาขา คือ ทองหล่อซอย 11, ศูนย์การค้าพารากอน และศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม ช้อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ ขันอาสาดับร้อนกับสูตรขนมหวานทำรับประทานเองง่าย ๆ ที่บ้าน แบบสไตล์ญี่ปุ่นเรียกว่า “สตรอเบอรี่ มิลค์ พุดดิ้ง”

สำหรับสูตรเด็ดจานนี้ คุณฟินเล่าว่า ใช้ประสบการณ์ด้านการทำอาหารมาประยุกต์เป็นสูตรเฉพาะตัว โดยไม่ได้ร่ำเรียนจากแห่งใด เพราะทำจากใจรักล้วน ๆ “ฟินทำขนมเป็นงานอดิเรก หลังจากเรียนจบนิติศาสตร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย ก็ทำงานตรงสายกับที่เรียนเกือบ 2 ปี จนหาคำตอบให้ตัวเองได้ว่า อยากหาเลี้ยงชีพจากงานที่เรารัก ซึ่งก็ คือการทำอาหาร จึงลาออกและเบนเข็มเรียนต่อด้านบริหารธุรกิจ ที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อนำมาใช้ในงานธุรกิจของตัวเอง”

ร้านเบเกอรี่รดีจึงถือกำเนิดขึ้นในช่วงที่เดินตามความฝัน ก่อนขยายธุรกิจออกครอบคลุมธุรกิจอาหารและเคเธอริ่ง เสิร์ฟความอร่อยแบบพอดีคำตามงานอีเวนต์ต่าง ๆ โดยสามารถสั่งได้ทางหมายเลข 09-0971-5666 ปัจจุบันยังผันตัวเองสู่หน้าจอโทรทัศน์ ในฐานะพิธีกรร่วมในรายการ “ครัวอินดี้” สำหรับเสน่ห์ปลายจวักที่อยู่ในสายเลือด คุณฟินยกความดีความชอบให้คุณพ่อและคุณแม่เพราะเห็นท่านทั้งคู่ขยันเข้าครัวตั้งแต่จำความได้ ทำให้ซึมซับเสน่ห์จุดนี้มาโดยไม่รู้ตัวโดยเฉพาะขนมหวาน

สำหรับวัตถุดิบที่ต้องเตรียมในการทำสตรอเบอรี่ มิลค์ พุดดิ้ง ดับร้อนถ้วยนี้ ประกอบด้วย นมสด 2 ถ้วยตวง, เจลาติน 2 ช้อนชา, นํ้าตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ, กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา นมข้นหวานใช้ราดเล็กน้อย, สตรอเบอรี่หรือผลไม้ตามฤดูกาล และใบมิ้นต์ใช้ตกแต่งหน้า เริ่มลงมือสร้างสรรค์ความอร่อยด้วยการต้มนมครึ่งหนึ่งผสมเจลาตินและนํ้าตาลทราย ตั้งบนไฟปานกลางค่อย ๆ ใช้พายคนจนนม ร้อนและส่วนผสมละลาย ขั้นตอนนี้เป็นเทคนิคสำคัญจึงต้องระมัดระวังไม่ให้นมเดือดปุด ๆ

จากนั้นเทผสมกับนมส่วนที่เหลือ โดยใช้ผ้ากรองจะช่วยให้นมร้อน ๆ กลับมาอุ่นและช่วยให้เนื้อพุดดิ้งเนียนละเมียดละไม เทกลิ่นวานิลลาแล้วคน จัดการเทใส่ถ้วยและนำไปแช่ตู้เย็นรอจนเซตตัวประมาณ 2 ชั่วโมง หากต้องการให้เนื้อพุดดิ้งเนื้อแน่นรสเข้มข้นเหมือนพาราคอตต้า คุณฟินแนะนำให้ใช้วิปปิ้งครีมแทนนมสด เมื่อสำเร็จออกมาเป็นรูปเป็นร่างเรียบร้อยแล้ว นำพุดดิ้งออกจากถ้วย โดยหล่อด้วยนํ้าร้อนเพื่อคงรูปเมื่อใช้มีดปลายแหลมแซะออกจากถ้วย หั่นสตรอเบอรี่เป็นชิ้นพอดีคำ หรือจะใช้ผลไม้ตามฤดูกาลเช่น ส้ม กล้วย หรือมะม่วง ก็ได้ จัดวางบนพุดดิ้ง ราดด้วยนมข้นหวานเล็กน้อยประดับด้วยใบมิ้นต์เพิ่มกลิ่นสดชื่น.

credit by : http://dailynews.co.th/Content/Article/238826/ดับร้อนด้วยพุดดิ้งรสฟินเว่อร์

Read More...


กุ้งแตร์มิดอร์’ เมนูมัดใจ คู่ครัวอินเตอร์


ยอมรับว่าเป็นสาวไฮเปอร์ไม่ถนัดอยู่เฉย พอลูกชายคนเล็กโตพอช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว “โบว์-กรกฏ เอกฐานุตต์” จึงเดินหน้าสมัครงานสกัดความเบื่อ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น ผอ.ฝ่ายการตลาด เอ็กซ์พีเดีย ไทยแลนด์ จัดแคมเปญการท่องเที่ยวสุดคุ้มเอาใจนักเดินทาง แม้ใจจริงออกสนุกกับงานนอกบ้าน แต่ใจหนึ่งคงหนักแน่นไม่ปล่อยปละละเลยคือ ทำหน้าที่เป็น “แม่” และ “ภรรยา” ที่ดี จึงรวบตึงบทบาทเวิร์กกิ้งวูแมนและคุ้กกิ้งวูแมนในคราวเดียวกัน

“สำหรับโบว์งานครัวเป็นเรื่องไม่ยาก แก่กล้าวิชาพอสมควร เนื่องจากสมัยเรียนต่อที่เดนมาร์ก เคยเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารไทยเมืองโคเปนเฮเกน โดยมีเพื่อน ๆ คอยแนะเคล็ดลับด้านอาหารไทย เมนูพื้นฐานที่ทำได้จำพวกต้มข่า ต้มยำ ส่วนเมนูอินเตอร์ชอบทำตามรายการสอนทำอาหารในโทรทัศน์ ซึ่งเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเรื่อย ๆ”

จุดเริ่มต้นทำจริงจังต้องขอบคุณ “มาร์ติน โอลเซ่น” สามีต่างชาติเชื้อสายเดนมาร์ก คุณโบว์ เล่าถึงเหตุการณ์ประทับใจที่ไม่เคยลืมว่า “จำได้เลยว่าหลังแต่งงานสามีอาสาเข้าครัวทำสปาเกตตีไส้กรอกให้กิน แต่กรรมวิธีการทำสปาเกตตีสูตรของคุณมาร์ตินออกพิลึกพิลั่นสักหน่อยคือ นำเส้นสปาเกตตีไปลวก ประกบด้วยไส้กรอกและราดซอสข้าง ๆ ไม่มีการผัดหรือปรุงใด ๆ หลังจากนั้นไม่ยอมให้สามีทำอาหารอีกเลย คิดว่าไม่ได้แล้วควรเข้าครัวเองดีกว่า เขาเลยไม่ค่อยทำให้เรากิน”

ในทางกลับกันคุณมาร์ตินหลงเสน่ห์ปลายจวักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น โดยเฉพาะเมนู “กุ้งแตร์มิดอร์” ไม่เฉพาะคุณมาร์ตินโปรดปรานเท่านั้น แต่ลูกชายหน้าลูกครึ่งแต่พูดภาษาไทยชัดแจ๋วทั้งสองคนก็ชื่นชอบเช่นเดียวกัน สำหรับเมนูวันนี้เป็นเมนูที่คุณโบว์ครูพักลักจำมาจากร้านอาหาร อาศัยความช่างสังเกตมองหาส่วนผสมที่ซุกซ่อนอยู่ แล้วลองหัดทำด้วยตัวเองที่บ้าน จนกลายเป็นเมนูอาหารฝรั่งเศสที่อยู่คู่ครัวมานาน วัตถุดิบและส่วนผสมของกุ้งแตร์มิดอร์ ประกอบด้วย กุ้งทะเล 10 ตัว, ชีสมอสซาเรลล่า 150 กรัม, เห็ดหอมสดตามชอบ,หัวหอมหั่นซอยตามชอบ, คุ้กกิ้งครีม 100 มิลลิกรัม, พริกไทย เพิ่มรสชาติเล็กน้อย และมะนาว 1 ชิ้น

ก่อนลงมือทำคุณโบว์ให้ความสำคัญตั้งแต่การเลือกซื้อกุ้งต้องสด เมื่อได้กุ้งแล้วนำมาล้างน้ำให้สะอาด ผ่ากลางลำตัวดึงเส้นดำออก เสร็จแล้วพักไว้หันมาตั้งเตาไฟ ผัดหัวหอมกับเห็ดหอมจนสุก เติมคุ้กกิ้งครีม ใส่เครื่องปรุงทั้งเกลือและพริกไทยเพื่อให้รสลึกล้ำแล้วบีบมะนาว ซึ่งมะนาวช่วยดับกลิ่นคาวและเบรกรสเลี่ยนจากชีสและครีม ผัดไปเรื่อย ๆ พอเดือดแล้วยกลงจากเตา

จากนั้นเรียงกุ้งในลักษณะเหยียดตัวตรง หยิบชีสมอสซาเรลล่าโรยบนตัวกุ้งแล้วนำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส 20 นาที ทันทีที่นำออกจากเตากลิ่นกุ้งเคล้ากลิ่นชีสที่ยืดเยิ้มฉ่ำอยู่ในถาดลอยหอมมาเตะจมูก กระตุ้นต่อมน้ำย่อยให้อดใจไม่ไหว ต้องรีบคว้าจานและช้อนส้อมมาคอยท่า.

"ช้องมาศ"

credit by : http://dailynews.co.th/Content/Article/240603/กุ้งแตร์มิดอร์’+เมนูมัดใจ+คู่ครัวอินเตอร์

Read More...


“เดอะริงค์” วงแหวนแห่งความหวาน


ได้ยินกิตติศัพท์ความดังมาพอสมควร สำหรับขนมหวานชื่อแปลก “โครนัท” ขนมลูกครึ่งส่วนผสมระหว่างโดนัทและครัวซองส์ ซึ่งโด่งดังข้ามปีอยู่ที่ฝั่งอเมริกา เลื่องลือเรื่องรสชาติขนาดมีคนแห่มาจ่อคิวรอแน่นขนัดทุกวัน เกริ่นนำเช่นนี้แล้วหลายคนคงอยากเห็นว่าเจ้าโครนัทมีหน้าตาและรสชาติเป็นเช่นใด โอกาสดีมาถึงแบบไม่ต้องตีตั๋วไปถึงแดนไกล เพียงตีรถมาให้ทันนัดหมายกับ “จอม-วันวิสา ไรวา” เท่านั้น!! เพราะวันนี้เจ้าของร้านวานิลลา เบคชอป ในซอยเอกมัย 12 อาสาทำเมนูที่ใช้โครนัทเป็นส่วนประกอบ ชื่อว่า “เดอะริงค์เบคอนเมเปิ้ล” แถมยังใจดีเผยสูตรแบบหมดเปลือกให้คนชื่นชอบขนมหวานได้ลองทำด้วยตัวเอง เรียกว่า “เข้าอกเข้าใจตามประสาคนช่างชิมเหมือนกัน”

คุณจอมเล่าประวัติความเป็นมาของขนมชนิดนี้ว่า โครนัทเป็นขนมลูกผสมระหว่างวัฒนธรรมฝรั่งเศสกับอเมริกัน ถูกคิดค้นโดยเชฟขนมหวานแห่งกรุงนิวยอร์ก ชื่อว่า “โดมินิคธานเซล” เจ้าของร้านขนมโดมินิค ธานเซล

เบเกอรี่ เกิดจากการทดลองนำแป้งครัวซองต์มากดเป็นรูปวงกลมเหมือนโดนัท แล้วนำไปทอดจนสุกแทนการอบ ทั้งนี้คุณจอมได้นำขนมโครนัทมาประยุกต์ให้เลือกลิ้มลองที่ร้าน 3 รสชาติได้แก่ เดอะริงค์ ออริจินอล, เดอะริงค์ ซอลตี้ คาราเมล และเดอะริงค์เบคอนเมเปิ้ล

เปิดขายมาแล้วหนึ่งเดือน ช่วงเวลาเดียวกับก่อเตาตั้งเป็นร้านขนมอบแบบโฮมเมดคาเฟ่ ซึ่งรีโนเวทจากร้านติ่มซำเดิม ในบรรยากาศแบบอินตัลเทรียล ลุค แม้เป็นร้านน้องใหม่แต่ในแวดวงอาหารจอมกลับไม่ใช่หน้าใหม่เสียทีเดียว เพราะส่วนตัวคลุกคลีด้านนี้ในฐานะทายาทเอสแอนด์พีคนหนึ่ง มีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านดีไซน์ทั้งใบปลิว แผ่นรองจาน โปสเตอร์ และแพ็กเกจจิง “ทำงานออกแบบ 5 ปีเต็ม รู้สึกเริ่มถึงจุดอิ่มตัว อยากออกแบบงานโดยลงรายละเอียดมาที่ตัวขนมบ้าง ตกแต่งบ้าง ร้านนี้จึงเป็นรูปเป็นร่างขึ้น” คุณจอมเล่าที่มาและออกตัวว่า “แม้ทำอาหารหรือขนมไม่บ่อยเท่ากับเป็นนักชิม แต่ก็มีทีมงานช่วยคิดค้นสูตรจนได้รสชาติที่ต้องการ ประโยชน์ของการชิมทำให้เราได้ทดลองอะไรใหม่ ๆ ทราบว่าตอนนี้คนฮิตหรือนิยมกินอะไรกัน ลองมาปรับเป็นเมนูต่าง ๆ เพื่อเอาใจผู้บริโภค”

ส่วนผสมของ “เดอะริงค์เบคอนเมเปิ้ล” แบ่งเป็น ส่วนผสม โครนัท มีแป้งพายเพสตี้สำเร็จรูป 1 กล่อง วิธีทำ นำแป้งพายเพสตี้มากดเป็นรูปโดนัท ตามขนาดที่ต้องการ นำไปทอดในนํ้ามันให้เป็นสีเหลืองทอง ส่วนผสม ซอส วานิลลา มีนมสด 100 กรัม, ไข่แดง 1 ฟอง, นํ้าตาลทราย 25 กรัม, กลิ่นวานิลลา 8 กรัม, เนยจืด 20 กรัม วิธีทำ ผสมไข่แดงและนมสดคนให้เข้ากัน จนเนียนเกิดฟองเล็กน้อยพักไว้ นำเนยไปละลายทิ้งไว้ให้เย็น แล้วผสมกับไข่แดงคนให้เข้ากัน ตั้งไฟต้มจนเดือด ค่อย ๆ ใส่นํ้าตาล คนให้ละลาย เวลาจัดเสิร์ฟ เทซอสวานิลลาลงในจาน วางโครนัทลงบริเวณกึ่ง กลางของถาด ตักไอศกรีมรสวานิลลาหนึ่งสกู๊ปวางบนหลุมของโครนัท ราดคาราเมลร้อน ที่ทำเองจากการนำนํ้าตาลทราย 18 กรัม ผสมกับนํ้าเปล่าใส่หม้อจนเดือด ค่อย ๆ เทราดบนไอศกรีมเย็นจัด โรยชีส เบคอนทอดกรอบด้านบนให้ทั่วเสิร์ฟได้ทันที ไม่ต้องรีรอ.
"ช้องมาศ"

credit by : http://dailynews.co.th/Content/Article/242255/“เดอะริงค์”+วงแหวนแห่งความหวาน

Read More...


‘ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู’ อาหารแห่งความอาทร





อิงกระแสวันแม่แห่งชาติปีนี้ คอลัมน์ “สูตรเด็ด...พร้อมเสิร์ฟ” คว้าตัวคุณแม่ยังสวยปิ๊ง “ญี่ปุ่น-พรพรรณ พงษ์ศักดิ์” หนึ่งในผู้ถือหุ้นบริษัท ดรีม เฮ้าส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้าลิขสิทธิ์ เฮลโล คิตตี้ คาเฟ่ โดยใช้ชื่อว่า “ซานริโอ เฮลโล คิตตี้ เฮ้าส์ แบงค็อก” ซึ่งเป็นคาเฟ่แบบครบวงจรเปิดจำหน่ายทั้งอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่น เค้ก กาแฟ รวมทั้งมีสปา คิตตี้ และสินค้าที่ระลึก มาเผยสูตร “ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู” เมนูแสนธรรมดาแต่พิชิตใจ “นางฟ้าตัวน้อย” ประจำบ้าน ซึ่งกำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าชัง มีด้วยกันสามใบเถาได้แก่ คีตา-คีตกานท์, นาดา-นวินดา และ ณิชา-ณิชญา

ความรักและความผูกพันระหว่างแม่กับลูกนั้น คุณญี่ปุ่นเล่าด้วยความปลื้มปริ่มว่า บ้านเราแสดงออกความรักเป็นเรื่องปกติ ไม่มีเฉพาะเทศกาล ลูก ๆ กุ๊กกิ๊กกันสามคนพี่น้อง ชอบทำเซอร์ไพร้ส์ให้การ์ดบ้าง นำพวงมาลัยมาให้บ้าง บางวันกลับมาจากทำงานดึก ๆ ก็เขียนการ์ดบอก “หนูรักแม่” วางไว้บนเตียงนอน เห็นแล้วรู้สึกหายเหนื่อยคือ เขาให้ความสำคัญกับแม่มาก รู้เลยว่าลูกรักแม่มาก เดี๋ยวก็มากอด เดี๋ยวก็มาหอม ดุเท่าไรลูกไม่เคยโกรธยังบอกรักแม่เหมือนเดิม สำหรับหลักการเลี้ยงลูกนำข้อดีของคุณแม่ตัวเองมาสอนลูกอีกต่อหนึ่ง ทั้งลดความใจร้อน พูดจากับลูกดี ๆ เลี้ยงลูกเหมือนเป็นเพื่อน ไม่เลี้ยงให้กลัวจนไม่กล้าคุยกับแม่ ต้องให้ความไว้วางใจลูก อยู่ข้าง ๆ ยามมีปัญหา ยิ่งช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อเป็นจุดเปลี่ยนของเขา ถ้าดุเกินไปทำให้เขาไม่กล้าเข้าหา อยากเลี้ยงแบบให้โตไปด้วยกัน

การแสดงออกยังถ่ายทอดผ่านอาหารการกิน คุณแม่คนสวยเผยหลักโภชนาการสำคัญว่า “ลูกสาวทั้งสามคนเป็นเด็กกินง่าย เพราะฝึกให้ติดดิน เวลาหิวสามารถกินข้าวข้างทางหรือร้านอาหารธรรมดาได้ โดยไม่ต้องรอเข้าห้างสรรพสินค้า ต้องมีแอร์คอนดิชั่น หรือต้องกินอาหารขึ้นเหลาเสมอไป เพราะฉะนั้นช่วงแรกเกิดจนถึงอายุ 1 ขวบ คำนึงถึงหลักโภชนาการให้ลูกกินครบทั้ง 5 หมู่ แต่พอลูกเริ่มโตขึ้น รู้จักอาหารหลากหลายมากขึ้นให้ลูก ๆ ตัดสินใจเลือกกินเอง มีควบคุมอาหารจำพวกจั๊งฟู้ดและขนมขบเคี้ยวบ้าง แต่พบข้อเสียคือลูกอยากกินตามคนอื่น ระยะหลัง ๆ เริ่มปล่อยบ้างไม่เข้มงวดเกินไป เพื่อให้ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง”

ในความเหมือนยังแฝงความแตกต่าง แม้เป็นลูกสาวเหมือนกันแต่ชอบกินแตกต่างกัน อย่างคนโต น้องคีตาชอบกินซาลาเปา, น้องนาดา คนกลางชอบกินมะกะโรนี ส่วนคนเล็ก ณิชา-ณิชญา ชื่นชอบข้าวมันไก่มากกว่า แต่เมนูที่ลูกสาวทั้งสามคนชื่นชอบแบบเห็นพ้องต้องกัน โหวตให้เป็น “ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู” ไม่เว้นแม้กระทั่ง “คงธวัช พงษ์ศักดิ์” สามีสุดที่รักยังยกให้เป็นเมนูโปรด “ที่มาของสูตรนั้นได้มาจากพี่เลี้ยงของเด็ก ๆ ญี่ปุ่นคอยสอบถามว่าต้องใส่อะไรบ้าง สัดส่วนเท่าใด โดยพยายามหาวิธีสอดแทรกใส่ผักลงไป เป็นกุศโลบายให้เด็กที่เกี่ยงงอน หันมากินผักโดยสมัครใจ ดังนั้นก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูสูตรนี้ จึงใช้กะหล่ำปลีแทนถั่วงอก และเพิ่มแครอทลงไปต้มพร้อมกับน้ำซุปขับรสชาติให้หวานกลมกล่อมยิ่งขึ้น” คุณแม่ลูกสามเล่า

ดังนั้นวันว่างเสาร์หรืออาทิตย์ แต่เช้าคุณญี่ปุ่นจะไปจ่ายตลาด ตระเตรียมเป็นมื้อกลางวัน โดยวัตถุดิบและส่วนผสมต่อก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชาม ประกอบด้วย เส้นหมี่ 1 หยิบมือ, ลูกชิ้นหมู ตามชอบ, หมูสับหมักปั้นเป็นก้อน 3-4 ชิ้น, กะหล่ำปลี 1 กำมือ,  ผักกวางตุ้ง 1 หยิบมือ, ซี่โครงหมู 7-8 ชิ้น, น้ำซุป 3 กระบวย พร้อมเครื่องปรุงจำพวก ผักชี, ต้นหอม, กระเทียมเจียว, พริกป่น, น้ำปลา และมะนาว

ขั้นตอนการทำ หมักหมูสับกับน้ำมันหอย น้ำตาล ซีอิ๊วขาวเล็กน้อย ทิ้งไว้ 1 คืน สูตรนี้ไม่ใส่พริกไทยเพราะทำให้เด็กกิน หลังจากนั้นนำน้ำเปล่าประมาณ 3 ลิตร ตั้งบนเตาใช้ไฟกลาง ใส่ซี่โครงหมูและแครอทลงไปต้ม ปรุงรสด้วยเกลือ 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันหอย 5 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ, ซีอิ๊วขาว 5 ช้อนโต๊ะ พอเดือดค่อย ๆ ช้อนฟองทิ้งช่วยทำให้น้ำซุปใสยิ่งขึ้น เมื่อได้ที่แล้วตักหมูหมักใส่เป็นคำ ๆ ตามด้วยลูกชิ้น ระหว่างรอให้สุกได้ที่ ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวพร้อมกับผักใส่ถ้วยรอไว้ แล้วจัดแจงราดน้ำซุปตาม เสิร์ฟขณะร้อน ๆ ปรุงรส

สูตรนี้คุณญี่ปุ่นแนะนำให้ใช้น้ำมะนาวสดบีบให้ความเปรี้ยวแทนน้ำส้มสายชู ทำให้อร่อยกลมกล่อมและไม่ทำร้ายสุขภาพ ชื่อ “ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู” อาจธรรมดาแต่ถ้าเป็นฝีมือแม่แล้ว รสชาติย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน.

‘ช้องมาศ’
 

Read More...




รายการสูตรอาหารและสูตรขนมหวานของบล๊อก

Google+ Followers


ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

f2860c27e794a8ab974509f10c43b165.jpg


Page-1 Page-2 Page-3


ติดต่อมสอบถามรายละเอียดรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ดทุกรุ่นผ่านระบบออนไลท์
- Contact : http://bit.ly/2vn9tdT
- Line : https://line.me/ti/g2/CBLBTBKCRE
- My Shop : http://bit.ly/2NX81rl
- Blog : http://bit.ly/2GhrdMG
- Market Online : http://bit.ly/2Kqe2en
- Facebook Fanpage : http://bit.ly/2NUxC44

รายละเอียดรถฟอร์ดและอื่น ๆ ...
https://sites.google.com/view/ranger-ford/
https://sites.google.com/view/raptor-ford/
https://sites.google.com/view/everest-ford/
https://sites.google.com/view/service-appointment/
https://sites.google.com/view/maintenance-costs/










เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
Option

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.