ขับเคลื่อนโดย Blogger.
Ford Ranger กระบะออฟโรดสมรรถนะสูง คลิ้กที่ภาพแสดงราคา

Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

ท่านเจ้าของอู่รับซ่อมรถยนต์ฟอร์ด ไม่ต้องกังวลอะไหล่ไม่มีหรือได้ช้า สั่งได้เร็ว 24 ชั่วโมง ,สั่งช่วงเช้าได้เย็น ,สั่งหลังเที่ยงได้วันพรุ่งนี้ ศูนย์ฟอร์ดอยุธยา ให้ราคาช่าง,ราคาอู่ซ่อม,ราคาอู่พ่นสี โทร 087-2229588 ,id line : 0863363882
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แฟรนไซส์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แฟรนไซส์ แสดงบทความทั้งหมด

i-maru ไอศกรีมรูปทรงไข่ ธุรกิจไหลไม่หยุด


i-maru อศกรีมรูปทรงไข่  ธุรกิจไหลไม่หยุดกับทุกจดไม่หยุดไหล ด้วยสาขาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
ไอศกรีม i-maru

          i-maru ไอศครีมนวัตกรรม ไอศครีมที่ฉีกทุกดีไซน์ สินค้ารูปแบบใหม่ที่โดดเด่นด้วยวิธีการรับประทานที่แตกต่างไม่เหมือนใคร  ไอศครีมไอมารุ เป็นไอศครีมรูปทรงไข่ที่ทำจากผลไม้..100%  ผลงานการพัฒนาของคนไทย ริเริ่มโดยคุณมรุต ชโลธร

จุดประกายความของ i-maru ไอศครีมมีดีไซน์
          i-maru (ไอมารุ) เกิดขึ้นจากคุณมรุต ชโลธร เจ้าของธุรกิจผู้สร้างสรรค์ไอศครีมแบรนด์ i-maru ภายใต้ชื่อจดทำเบียนบริษัท อินโนเวชั่น ฟู้ด แพคเกจจิ้ง จำกัด  ชายหนุ่มจากครอบครัวบริษัทแปรรูปอาหาร ทางภาคตะวันออกจังหวันจันทบุรี เมืองผลไม้ ราชีทุเรียน ประกายความคิดไอมารุ เกิดจากที่คุณมรุตต้องการแปรรูปผลไม้ที่มีมากจนล้นตลาด  แปรรูปให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่  แบบใหม่ที่แตกต่าง  โดยคิดแปรรูปไปเป็นไอศกรีม  แต่ถ้าเป็นเป็นไอศกรีมตักถ้วย,ไอศกรีมแท่ง เหมือนทั่วๆไป มันคงไม่แตกต่าง

ไอศกรีม i-maru
คุณมรุตไปเปิดสาขาที่ประเทศสิงคโปร์…

ทำไมต้องให้ i-maru แตกต่าง
“ด้วยเงินทุนที่มีจำกัด  แต่ความคิด…และความฝัน…มีไม่จำกัด”
ของคุณมรุตนั้น จึงตั้งโจทย์สำคัญ…จุดเด็ดขาดของสินค้า  ไว้ที่ว่าต้อง  “แตกต่าง”  เพื่อประโยชน์อะไรบ้างหน่า…

          1.เพื่อการทำประชาสัมพันธ์ที่ง่ายและรวดเร็ว  โดยส่วนใหญ่สินค้าแบรนด์ใหม่ๆ  ที่พึ่งเข้าตลาดนั้นต้องการอัดโฆษณาอย่างหนัก และให้เป็นวงกว้าง เพื่อการรับรู้ที่รวดเร็วและจำนวนผู้รับข่าวสารจำนวนมากๆ นั่นย่อมหมายถึงงบโฆษณาที่เป็นเม็ดเงินมหาสาร  ถ้าเป็นธุรกิจขนาดเล็กๆคงหมดโอกาส  แต่สำหรับไอศกรีมไอมารุแล้ว  แก้ปัญหานี้ได้ด้วยความแตกต่าง  ตัวของไอศกรีมนั้นมีรูปร่างที่แตกต่างการรับประทานที่ไม่เหมือนใครมาก่อน  จึงสร้างพลังความสนใจแก่ผู้คนเป็นจำนวนมาก  ทั้งรายการทีวี,หนังสือ,วรสาร,การพูดถึงของลูกค้าแบบปากต่อปาก,และการบอกต่อ จาดสังคมโซเชียล  เป็นการโฆษณาแบบกระจายวงกว้างมากๆ รวดเร็ว ที่สำคัญไม่ต้องเสียเงินอีกด้วย.. ถือว่าเป็น keySuccess ตัวแรกของธุรกิจนี้เลยครับ

          2.เพื่อการขยายสาขา เมื่อผ่านข้อที่หนึ่งมาแล้วการขยายสาขาเป็นเรื่องง่ายมาก  ทุกคนที่ต้องการมีอาชีพ,มีธุรกิจเป็นของตัวเอง  มุ่งหน้ามาที่ไอมารุ  4เดือนขยายสาขาไปกว่า 25สาขา ภายใน_1ปี มีไปกว่า_50สาขา และขยายไปอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ว่าการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ  จุดเริ่มต้นความคิดสำคัญมาก “ถ้าจุดเริ่มต้นสำเร็จ…จุดมุ่งหมายก็ย่อมต้องสำเร็จอย่างแน่นอน”
ไอศกรีม i-maru แตกต่างด้วยบรรจุภัณฑ์และวิธีการรับประทาน

          บรรจุภัณฑ์ของ i-maru
          ไอศกรีมไอมารุ มีรูปทรงเป็นรูปทรงไข่ไก่ คุณมรุตกล่าวว่า ที่ต้องเป็นรูปทรงไข่นั้นเพราะต้องการรูปทรงที่ไม่เหมือนไอศกรีมที่มีอยู่ใน ท้องตลาด ที่เป็นเหลี่ยมๆ,เป็นแทง  ลองคิดดูว่าถ้ามีไอศกรีมที่ลักษณะเหมือนไข่ไก่ไปแช่อยู่ในตู้แช่  ลูกค้าเห็นต้องแปลกใจสุดๆ “สะดุดความคิด..สะกิดหัวใจ แล้วคอยขยับให้มาเป็นลูกค้า”

          ตัวบรรจุของไอศกรีมไอมารุ ทำมาจากวัสดุชนิดเดียวกับจุกขวดนมผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเด็กทารก ที่ต้องมีความปลอยภัยแบบสุดๆ  จึงไม่ต้องห่วงเรื่องภาพลักษณ์ความปลอยภัยของไอศกรีมไอมารุ  ปลอยภัย…100% ไม่แตกต่างจากจุกขวดนม  อีกทั้งยังสามารถยืดหยุด ไปตามรูปร่างของทรงพิมพ์ที่ผู้ผลิตต้องการให้เป็น  “คิดได้ไงเนี่ย” “ต้องคิดให้ได้บ้างแย้ว”

          วิธีการรับประทานของ i-maru
          ในการรับทาน ไอศกรีมไอมารุ  นั้นใช้วิธีการดูดคล้ายกับการที่ทารกดูดนมแม่สมัยเมื่อแรกเกิด เป็นการสร้างการรับประทานไอศกรีมแบบใหม่ที่นำเอาพฤติกรรมตอนเด็กๆ ของมนุษย์ทุกคนมาเป็นจุดขาย  ในสินค้าแบบเดิมๆ  เป็นสุดยอดแนวความคิดมากๆ

สินค้าของi-maru มีสินค้าอยู่ 2แบบ 

          1.Miluku(ดูดนม..พุ่งปรี๊ด…พุ่งปรี๊ด!!!)


ไอศกรีม i-maru

          ไอศกรีม miluku เป็นไอศครีมที่ผลิตมาจากนมฮอกไกโด เป็นนมที่มีรสชาติอร่อยแท้ๆจากประเทศญี่ปุ่น  เป็นนมคุณภาพสูงจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง อุดมไปด้วยโปรตีน,แคลเซียม,วิตามินต่างๆมากมาย ด้วยเหตุผลที่ว่า เกาะฮอกไกโดมีสภาพภูมิอากาศ และภูมิประเทศที่เหมาะสมกับการเลี้ยงวัวนมเป็นอย่างมาก จึงทำให้ผลิตภัณฑ์นมฮอกไกโดมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

          มีรสวานิลลา บัเตอร์สก๊อตช์(Vanilla Butterscotch)
          รสกล้วยๆ(BananaBanana)
          รสแคนตาลูป(Cantaloupe)
          รสโอ้..เบอร์รี่(OH…Berry)
          รสโยเกิร์ต..เบอร์รี่(Yoghurt Berry)
          รสน้อยหน่า(Custard Appie)
          รสชอคโกแลตสด(Fresh Chocolate)

          How To Eat mi-lu-ku
ไอศกรีม i-maru

          ขั้นตอนที่1.ใช้กรรไกรตัดปลายจุกออก

          ขั้นตอนที่2.บีบนิดหน่อยพร้อมกับดูดจากส่วนปลายไอศกรีม ตัวเนื้อไอศกรีมจะค่อยๆไหลออกมา ออกมาเลยๆ แบบหยุดไม่่ได้

          สร้างงประสบการณ์ใหม่ๆให้แก่ผู้บริโภค ทั้งสนุก…ทั้งอร่อย

          2.tamago(เจาะไข่แตกโพล๊ะ..โพล๊ก!!)
ไอศกรีม i-maru

         ไอศกรีม Tamago แทมมะโกะ เป็นผลงานเกิดขึ้นครั้งแรกในโลก ด้วยกรรมวิธีพิเศษมากๆ ในกระบวนการผลิตไอศกรีมเนื้อผลไม้ล้วนๆ…100%  มีรสชาติและเนื้อสัมผัสคล้ายไอศกรีมรูปทรงไข่(มิลูกุ) เป็นการสร้างประสบการณ์อีกแบบในการลิ้มลองทุเรียนหมอนทอนสายพันธุ์แท้ และมะม่วงน้ำดอกไม้สุดยอดราชินีผลไม้เมืองไทย

          มีรสทุเรียน100%(Duran100%)
          รสมะม่วง100%(Mango100%)
          How To Eat ta-ma-go
ไอศกรีม i-maru

         ขั้นตอนที่1.ใช้มืองทั้งสองข้าง…ปั่น…ปั่น…ให้ไอศกรีมละลายเล็กน้อย
          ขั้นตอนที่2.ใช้ไม้จิ้มวัสดุหุ้มภายนอกให้แตก
          ขั้นตอนที่3.ดึงเปลือกนอก..ออกซักดีดี…แล้วรับประทานด้วยการเลีย…
          ข้อควรระวัง(Caution)
          “ไข่อาจอาจแตกดังโพล๊ก ถ้าจิ้มในขณะที่ไข่นิ่มเกินไป”(it will if pok while soft)

เส้นการทำธุรกิจของ i-maru
          1>คิด…แล้วก็คิด  เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
          2>ปล่อยสู่ตลาด… สร้างการรับรู้  ทำให้เกิดกระแส  ด้วยทุกช่องทาง  และประหยัดที่สุด
          3>ขยายสาขาในประเทศให้มากที่สุด  ครอบคุมความต้องการ  ตามกระแสความต้องการของตลาดให้ทันด้วย
          4>บุกตลาดต่างประเทศ หาพันธมิตรหรือคู่ค้า ที่รู้ซึ้งถึงตลาดของตัวเอง  เพื่อการทำตลาดที่ถูกต้อง แบบเข้าใจวิธีคนพื้นเมืองในแต่ละประเทศ
          5>สร้างช่องการตลาดแบบใหม่ ด้วยตลาดนัดญี่ปุ่น,ถนนอาหารญี่ปุ่น เป็นต้น
          6>สร้างProdcut ใหม่ด้วยดีไซน์และรสชาติ เพิ่มโอกาส เพิ่มยอดขาย

ความฝันอันสูงสุดของ i-maru
          “ทำผลไม้ของไทย อย่างทุเรียน และมะม่วงน้ำดอกไม้ ให้ดังไกลไปทั่วทุกมุมโลก  ด้วยการแปรรูปสินค้าให้มีความแตกต่างด้วยนวัตกรรรมของคนไทย  กับ ไอศกรีมไอมารุ บุกไปทุกตลาดทั่วทุกมุมโลก  และอีกทั้งยังเป็นการช่วยเกษตรกรไทย  ผักดันราคาผลไม้ไทยให้สูงขึ้นอีกด้วย”


ไอศกรีม i-maru
คุณมรุตไปเปิดสาขาที่ประเทศฮ่องกง…

ข้อมูลการลงทุนของ i-maru
          เป็นการลงทุนในรูปแบบกึ่งแฟรนไชส์  รบกวนอ่านต่อในหน้าหมวดแฟรนไชส์ครับ  คลิ๊กเลยครับ….  แฟรนไชส์ไอศกรีมไอมารุ(i-maru) สุดยอดนวัตกรรม

       ศูนย์วิจัยกสิกรได้รายงานข้อมูลสถิติของตลาดไอศครีมดังนี้
          -ในปีพ.ศ.2544 มีมูลค่าของตลาดไอศครีมในประเทศไทยมีมูลค่า_12,000ล้านบาท/ปี
          -ถ้าอัตราเติบโตที่ละ3/ปี ปัจจุบันมูลค่าตลาดไอศครีมน่าจะอยู่ที่_17,622ล้านบาท/ปี

        โดยสรุป ไอศกรีม i-maru เป็นธุรกิจไหลไม่หยุด…แบบไม่หยุดไหล…  ไหลไม่หยุดทั้งตัวเนื้อไอศกรีม และตัวธุรกิจที่ขยายสาขาไปอย่างต่อเนื่อง…แบบไหลไม่ยอมหยุด แบบเดียวกับตัวสินค้า  ทั้งการเพิ่มสาขาไปทั่วประเทศ และการสยายปีกไปต่างประเทศ  โดยตอนนี้เริ่มบุกไปยัง,ประเทศญี่ปุ่น,ประเทศมาเลียเซีย,ประเทศสิงค์โปร และยังคงต้องก้าวต่อไปอีกหลายๆประเทศอย่างแน่นอน 
          จะเห็นได้ว่าความสำเร็จของธุรกิจนี้เริ่มต้นตั้งแต่การสร้างจุดมุ่งหมาย  ของธุรกิจที่ชัดเจนและถูกต้อง  รู้ถึงสรรพกําลังของตนเอง ว่ามีอะไรอยู่แค่ไหน  แล้วหาวิธีการของการสร้างธุรกิจให้ไปยังเส้นชัย
          ด้วยการสร้างความแตกต่างแบบเบ็ดเสร็จ  ช่วยอุดทุกจุดที่ขาดไป  ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างเบ็ดเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว

“นี่จึงเป็นตัวอย่างธุรกิจที่ต้องยกนิ้ว  จัดเข้าทำเนียบสุดยอดธุรกิจกันไปเลย”

          Bangkok Office(Head Office)
          522 Pradit Manutham Rd., Bangkapi Bangkok 10240 Thailand
          Tel. (66)086-881-8785 
          Tokyo Office.
          3-3-7 Ginza, Tokyo 104-0061 Japan.
          Tel. (81)-03-3567-5555
          Hokkaido Office..
          20-2-10-303 Nangodoh Minami, Siroisi-ku,Sapporo,Hokkaido 003-0022 Japan..
          Tel. (81)-011-864-1217


credit by : www.ทําเลขายของ.com/?p=10696

Read More...


คิสสุ บาย เบรสซ่า

สำหรับท่านนักลงทุนที่กำลังหาแหล่งลงทุนอยู่ นั้นท่านคงมองหาแผนการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าได้ไม่ผิดที่นี้แน่ เนื่องจากคิสสุ บาย เบรสซ่า แห่งนี้เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งที่จะทำให้ท่านไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ท่านสามารถดูรายระเอียดได้ที่นี้เลยค่ะ


ทำไมต้อง คิสสุ บาย เบรสซ่า



Kis-Su by Brezza ขอนำเสนอไอศกรีมซอฟท์เสริฟ (Soft Serve Ice Cream) ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของนมสดแท้ รสชาดที่หวานกลมกล่อม และ สีสันสวยน่าลิ้มลอง ด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของไอศกรีมซอฟท์เสริฟ (Soft Serve Ice Cream) ทั้งในประเทศไทย ญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกา และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก และ ความที่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน และไอศกรีมก็เป็นสินค้าที่ทานแล้วสดชื่น และเป็นทีนิยมของคนไทยมาช้านาน ดังนั้น การขายสินค้าที่ดับร้อน ให้ความสดชื่น จึงเป็นธุรกิจที่เหมาะสม และทำกำไรได้ไม่ยาก ทาง Kis-Su by Brezza จึงได้พัฒนารสชาดไอศกรีมซอฟท์เสริฟให้ถูกปากกับคนไทย และรูปแบบของสินค้าให้สวยงาม ดึงดูดใจ เพื่อสร้างโอกาสและความสำเร็จในการประกอบธุรกิจของผู้ซื้อแฟรนไชส์

ลักษณะของสินค้าและการบริการคิสสุ บาย เบรสซ่า

ใน ส่วนของลักษณะสินค้าที่ทางร้านนั้นต้องขายและการบริการที่ทางร้านนั้นจะต้อง มีก็เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการที่จะร่วมลงทุนกับ คิสสุ บาย เบรสซ่า นี้ เพื่อให้ธุรกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของครอบครัวละก็ คุณนั้นจะต้องทราบถึงข้อมูลเหล่านี้ เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำเนินกิจการต่อไปข้างหน้าค่ะ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นดังต่อไปนี้
1. Kis-Su by Brezza ขอนำเสนอไอศกรีมแบบซอฟท์เสริฟ (Soft Serve Ice Cream) ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของนมสด รสชาดที่หวานกลมกล่อม และ สีสันสวยน่าลิ้มลอง
• ไอศกรีมซอฟท์เสริฟ (Soft Serve Ice Cream)
• กลิ่นหอมของนมสดแท้ รสชาดที่หวานกลมกล่อม
• รสชาดที่หลากหลาย เป็นทางเลือกแก่ลูกค้า
• รูปแบบของสินค้าสวยงาม ดึงดูดใจ และ สีสันที่สวยน่าลิ้มลอง




• ขายง่าย ทานแล้วให้ความสดชื่น คลายร้อน เหมาะกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก
2. ระยะเวลาในการคืนทุน 1-3 เดือน (ขึ้นอยู่กับ สถานที่ตั้งร้านค้า ค่าเช่า และค่าแรง)
3. คุณสมบัติของผู้ลงทุน
3.1 สำหรับผู้ที่สนใจมีธุรกิจเป็นของตนเองแบบง่ายๆ สบายๆ ขายง่าย และกำไรดี
3.2 สำหรับผู้ที่มีกิจการร้านอาหาร/เบเกอรี่ ที่ต้องการได้สินค้าแปลกใหม่เสริม
4. สิ่งที่ท่านที่ลงทุนจะได้รับ
1. โอกาสในการเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง
2. อุปกรณ์ตั้งต้นในการตั้งร้านไอศกรีมแบบซอฟท์เสริฟได้ทันที
3. เครื่องทำไอศกรีมแบบซอฟท์เสริฟ
4. Kiosk รูปแบบร้านคิสสุ
5. ผงไอศกรีมรสชาดต่างๆ 20 กิโลกรัม (ขายได้กว่า 1,200 ถ้วย)
6. ถ้วยไอศกรีม และโคน กว่า 800 อัน
7. อุปกรณ์การผสมไอศกรีมแบบครบชุด
8. ธงโฆษณาแบบตั้งพื้น (J-Flag)
9. ป้ายเมนูโฆษณา แบบตั้งบนเครื่องไอศกรีม
10. เครื่องแบบพนักงาน
11. การอบรมการทำไอศกรีมแบบซอฟท์เสริฟ

คิสสุ บาย เบรสซ่า

12. บริการส่งฟรีทั้วกรุงเทพฯ และปริมณฑล
13. ส่วนลดค่าขนส่งสำหรับต่างจังหวัด
14. รับประกันคอมเพรสเซอร์ 2 ปี
ต้นทุนไอศกรีม ต่อโคน ประมาณ 5 บาท โดยสามารถตั้งราคาขายได้ถ้วยละ 15-25 บาท
วิธีการผสม
• ไอศกรีม 1000 กรัม (ราคา 120 บาท)
• ผสมน้ำร้อน 500 มิลลิลิตร (ราคา 5 บาท)
• ผสมนมสด 3000 มิลลิลิตร (ราคา 93 บาท)
• จะได้ส่วนผสม พร้อม ขาย 4500 กรัม ต้นทุนรวมทั้งหมด 218 บาท
• ทั้งนี้ ส่วนผสม 4500 กรัม (ต้นทุน 213 บาท) ขายไอศกรีมได้ 60 โคน จะเฉลี่ย ต้นทุนโคนละ 218/60 = 3.63โคนแบบ Sugar ราคา 1.20 บาท ต่อโคน ต้นทุนต่อโคน (ไอศกรีมและโคน) = 3.63 + 1.2 = 4.83 บาท

งบประมาณที่ต้องใช้ในการลงทุนและสามารถติดต่อ คิสสุ บาย เบรสซ่า

สำหรับ ท่านใดที่มีความสนใจที่ต้องการจะลงทุนกับธุรกิจนี้มีข้อมูลที่ท่านต้องศึกษา ดังนี้ ร้านขนาดประหยัดสุดคุ้ม เริ่มต้นที่ 117,000 บาท เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจแบบง่ายๆ สบายๆ พร้อมขายได้ทันที * (ราคานี้ไม่รวมค่าเช่าพื้นที่ร้านค้า และค่าตกแต่งร้าน)
1. เครื่องทำไอศกรีมซอฟท์เสริฟ
2. Kiosk รูปแบบร้านคิสสุ
3. ผงไอศกรีมรสชาดต่างๆ 20 กิโลกรัม (ขายได้กว่า 1,200 ถ้วย)
4. ถ้วยไอศกรีม และโคน กว่า 800 อัน
5. อุปกรณ์การผสมไอศกรีมแบบครบชุด
6. ธงโฆษณาแบบตั้งพื้น (J-Flag)
7. ป้ายเมนูโฆษณา แบบตั้งบนเครื่องไอศกรีม
8. เครื่องแบบพนักงาน
หาก ท่านใดมีความสนใจที่จะลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจ คิสสุ บาย เบรสซ่า ก็สามารถที่จะติดต่อสอบถามเรื่องของรายละเอียดและข้อมูลในการทำธุรกิจเบื้อง ต้นได้ที่ คุณ ศุภจิรา จันทาพูน(นิด) ที่อยู่1277 ซอยลาดพร้าว 94 ถนนลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทร.0-2934-6692-3 โทรสาร 0-2539-4129 อีเมล์ admin@ubersuccess.co.th เว็บไซต์ www.facebook.com/KissuByBrezza

Read More...


จาด้า กาแฟสด

กาแฟที่เราได้คิดค้นขึ้นมานี้เป็นลักษณะของ ธุรกิจการลงทุนโดยคอนเส็ปท์เรานำมาจากอิตาลี ซึ่งเขาจะขายตามท้องถนนทั่วไป ถ้าเทียบก็เหมือนกับกาแฟโบราณของเมืองไทย ซึ่งเรานำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับบ้านเรา โดยด้านสูตร เราจะคิดค้นและทดลองเอง เป็นรสชาติอิตาเลียนประยุกต์ให้ถูกคอคนไทย มีทั้งหมด 5 รส โดยแต่ละรสชาตินั้นเราสามารถรับประกันสินค้าและรสชาติของแต่ละสูตรว่าลูกค้า จะเขามาบริโภคอย่างไม่ขาดสาย รวมถึงโอกาสที่จะนำความรู้จักและชื่อเสียงของสิ้นค้าหรือเครื่องดื่มบริโภค นี้ได้อย่างวิเศษและท่านผู้ลงทุนไม่ต้องกังวลเลยว่าจะขาดทุนหรือไม่ได้ผลตอบ แทนทั้งนี้ทางแฟรนไชส์ของเราขอรับประกันเลยว่าท่านผู้ลงทุนจะไม่ผิดหวัง อย่างแน่นอนและอีกอย่างทางแฟรนไชส์ของเรายังมีอุปกรณ์ในการขายที่ให้ท่านได้ จำหน่ายสินค้าอย่างสะดวกสบายโดยแทปที่จะไม่ต้องจัดเตรียมอะไรเลยซักอย่างและ กาแฟสดที่ได้นำไปจำหน่าวนี้ราคาก็พอซื้อสามารถขยายธุรกิจได้แบบสบายๆ

ทำไมถึงต้อง จาด้า กาแฟสด

แต่ ปัญหาหลักสำหรับลูกค้าที่ซื้อแฟรนไชส์ คือ หาทำเลขายยาก กับหาไฟฟ้าสำหรับเสียบเครื่องชงกาแฟได้ลำบาก ซึ่งจากประสบการณ์ของตัวเอง เคยเดินทางไปประเทศอิตาลี ตามท้องถนนจะมีเคาน์เตอร์ขายกาแฟสดที่ใช้เครื่องชงกาแฟด้วยแก๊สแทนเครื่อง ต้มด้วยไฟฟ้า ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายไปขายได้ทุกแห่ง จึงนำแนวทางนี้มาประยุกต์เป็นแฟรนไชส์กาแฟของตัวเองโดยที่สามารถประสบผม สำเร็จอย่างง่ายดาย

ลักษณะของสินค้าและการบริการ จาด้า กาแฟสด

ใน ส่วนของลักษณะสินค้าที่ทางร้านนั้นต้องขายและการบริการที่ทางร้านนั้นจะต้อง มีก็เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการที่จะร่วมลงทุนกับ จาด้า กาแฟสด นี้ เพื่อให้ธุรกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของครอบครัวละก็ คุณนั้นจะต้องทราบถึงข้อมูลเหล่านี้ เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำเนินกิจการต่อไปข้างหน้าค่ะ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นดังต่อไปนี้
1. กาแฟสดน้องใหม่สไตล์ท้องถิ่นอิตาเลี่ยน ชูจุดเด่นแก้ปัญหาทำเล และไฟฟ้าหายาก ด้วยรูปแบบเคลื่อนย้ายวางขายได้ที่ทุก ระบุใช้เครื่องชงด้วยแก๊ส เจ้าแรกของไทย โอ่รสชาติเข้มข้นทางเลือกใหม่คอกาแฟ พร้อมเปิดขายแฟรนไชส์ ด้วยเงินลงทุน 25,000 บาท หวังโตช้าๆ แต่ชัวร์!
2. การลงทุน
2.1 เงินลงทุน 25,000 บาท



2.2 ได้รับเคาน์เตอร์ อุปกรณ์พร้อมขาย และวัตถุดิบ 1,000 บ.
2.3 ไม่มีการเก็บค่าแฟรนไชส์
2.4ต้องรับวัตถุดิบเมล็ดกาแฟ ก.ก.ละ 250 บ. และน้ำซอส แกลอล ละ 40 บ.
2.5 ต้นทุนประมาณ 10 บ./แก้ว ผู้ซื้อแฟรนไชส์ มีกำไร 10-15 บ./แก้ว
2.6 ด้านการขยายในรูปแบบแฟรนไชส์ ผู้ซื้อต้องใช้เงินลงทุน 25,000 บาทซึ่งจะได้รับเคาน์เตอร์ อุปกรณ์พร้อมขาย และวัตถุดิบในราคา 1,000 บาท ไม่มีการเก็บค่าแฟรนไชส์ ส่วนแบ่งการขาย หรือค่าสัญญาใดๆ ทั้งสิ้น
2.7 แต่ผู้ลงทุนต้องรับวัตถุดิบเมล็ดกาแฟ ในราคากิโลกรัมละ 250 บาท สามารถทำได้ประมาณ 100 แก้ว กับน้ำซอส ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะให้ความหวานกับความมัน (น้ำปรุงรสกึ่งสำเร็จรูป ผสมจากครีม น้ำตาล เป็นต้น) ในราคาแกลลอน ละ 40 บาท นำไปชงได้ 10 แก้ว รวมแล้วต่อแก้วจะมีต้นทุนประมาณ 10 บาท ผู้ซื้อแฟรนไชส์นำไปขายปลีกแก้วละ 20-25 บาท
3.สิ่งที่แฟรนไชส์จะได้รับ




จุด เด่นอีกข้อว่า เคาน์เตอร์ ออกแบบให้มีล้อเลื่อน และถอดประกอบเป็นชิ้นๆ ใส่ท้ายรถยนต์ได้เพื่อให้ผู้ลงทุน สามารถตระเวนนำไปเปิดขายได้ทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นย่านชุมชน ,แหล่งท่องเที่ยว , งานแสดงสินค้า , ตลาดนัด ฯลฯ ไม่ต้องยืดว่าต้องวางขายที่ใดที่หนึ่งเป็นประจำ เพิ่มโอกาสทางการตลาดอีกทางทั้งนี้ วัตถุดิบกาแฟมาจากเชียงราย เป็นพันธุ์อาราบิก้า ส่วนเครื่องชงกาแฟด้วยแก๊สนำเข้ามาประเทศอิตาลี ใช้เวลาชงประมาณ 30 วินาทีต่อแก้ว มีแรงดันขึ้น 18 บาร์รสชาติที่ได้จะเป็นกาแฟสดที่เข้มข้นมากกว่าต้มด้วยเครื่องไฟฟ้า ทำให้เป็นอีกทางเลือกสำหรับคอกาแฟ ที่ต้องการความแปลกใหม่ ซึ่งถือเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทยขณะนี้ โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางเมื่อกลางต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี่เอง

สามารถติดต่อ จาด้า กาแฟสด

นายสันติ รัตนกรรภิรมย์ เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ โทร.086-8925774

Read More...


หมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้

เป็นการขายอาหารเน้นเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ด้วยการคิดเมนูต่างๆ ให้สอดคล้องกัน โดยมี 3 เมนู ได้แก่ น้ำเต้าหู้แบบต้นตำรับ ซึ่งเป็นถั่วเหลือง 100% ไม่ผสมแป้ง , น้ำเต้าหู้แครอทที่มีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยป้องกันมะเร็ง กับทำให้ผิวสวย และน้ำเต้าหู้ข้าวกล้องงาดำ ช่วยบำรุงกระดูก นอกจากนี้ ยังเสริมด้วย หมวยเกี๊ยปาท่องโก๋ เป็นสูตรพิเศษผสมธัญพืชเข้ากับแป้งปาท่องโก๋ เหตุนี้สินค้าจึงเป็นที่รู้จักและผู้คนมักนิยมรับประทานกันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ผู้ลงทุนนั้นไม่ผิดหวังแน่ๆที่นำเอาแฟรนไชส์นี้มาลงทุน

ทำไมถึงต้องหมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้



หมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้ เริ่มออกวางขายครั้งแรกเดือนพฤษภาคม 2547 ที่ตลาดบางแค ตั้งราคาขายเท่าท้องตลาด คือ น้ำเต้าหู้ธรรมดา ถุงละ 5 บาท ใส่เครื่อง 6 บาท ส่วนสูตรแครอท , ข้าวกล้องงาดำ ถุงละ 7 บาท ซึ่งเมื่อหักต้นทุนแล้ว กำไรก็ยังงาม เพราะต้นทุนเฉลี่ยแล้ว ต่อแก้วไม่ถึง 2 บาทด้วยซ้ำต่อมา ได้ขยายเพิ่มอีก 3 สาขา ได้แก่ จรัญสนิทวงศ์ สาธุประดิษฐ์ และถนนเซ็นต์หลุยส์ ซึ่งความตั้งใจแรก จะขยายด้วยตัวเอง 20 จุด ทว่า เมื่อมีหลายสาขา เธอไม่สามารถดูแลทั่วถึง ประกอบกับต้องดูแลธุรกิจเสื้อผ้าอยู่ด้วย ต้องจ้างพนักงานขาย ยอดขายแต่ละแห่งจึงต่ำลงเหลือวันละ 2,000 กว่าบาท ทำให้เกิดแนวคิดขยายในรูปแบบของเพราะถ้าผู้ดูแลเป็นเจ้าของเอง ย่อมใส่ใจมากกว่าพนักงาน

ลักษณะของสินค้าและการบริการหมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้

โดย การรวมเอาแครอทและถั่วเหลืองเข้าด้วยกัน ได้เป็นน้ำเต้าหู้อีกสูตรหนึ่ง น้ำเต้าหู้แครอท และอีกสูตรหนึ่ง เป็นการนำข้าวกล้อง และงาดำ มารวมกับถั่วเหลือง ได้เป็นน้ำเต้าหู้ข้าวกล้อง งาดำ รวมแล้วหมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้ มีสูตรน้ำเต้าหู้ 3 สูตร คือ สูตรน้ำเต้าหู้ถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้แครอท และน้ำเต้าหู้ข้าวกล้อง งาดำนอกจากน้ำเต้าหู้ ก็ยังมีปาท่องโก๋ ที่มีส่วนผสมของธัญพืช ประกอบด้วย ข้าวโอ๊ต งาขาว ข้าวกล้อง ที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครคิดสูตรดังกล่าวมาก่อน และเป็นสูตรที่คิดขึ้นมาเองและได้ผ่านการทดสอบรสชาติด้วยตัวเองก่อนนำออก จำหน่าย ในส่วนของลักษณะสินค้าที่ทางร้านนั้นต้องขายและการบริการที่ทางร้านนั้นจะ ต้องมีก็เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการที่จะร่วมลงทุน กับ หมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้ นี้ เพื่อให้ธุรกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของครอบครัวละก็ คุณนั้นจะต้องทราบถึงข้อมูลเหล่านี้ เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำเนินกิจการต่อไปข้างหน้าค่ะ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นดังต่อไปนี้
1. จุดเด่นของแฟรนไชส์นี้ คือ การลงทุนต่ำ กำไรสูง คืนทุนเร็วภายใน 1 เดือน และไม่ต้องขายทั้งวัน เพราะน้ำเต้าหู้จะขายได้เฉพาะช่วงเช้า และค่ำ ดังนั้น จะเป็นช่องทางให้คนที่ทำงานประจำซื้อไปทำเป็นอาชีพเสริมได้ ทั้งนี้ เป้าที่วางไว้ จะขยาย 200 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งหลังจากเปิดตัวแฟรนไชส์เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มียอดจองแล้วกว่า 50 ราย แต่ทั้งนี้ จะให้ความสำคัญกับการคัดเลือกผู้ร่วมทุนให้มากที่สุด เพราะไม่อยากให้แบรนด์ที่สร้างขึ้นมาต้องเสียไป ส่วนการคุมจะมีทีมงานคอยสุ่มตรวจ เฉลี่ยเดือนละ 1-2 ครั้ง ถ้าทำผิดข้อตกลง และได้ออกหนังสือเตือน 3 ครั้งแล้ว จะถูกยกเลิกสัญญาทันที
2. การลงทุน



2.1. ค่าแฟรนไชฟี 35,000 บาทจ่ายครั้งเดียวสัญญา 2 ปี
2.2.ครบสัญญาต่อสัญญาฟรี
2.3.ทำเลต้องห่างจากเจ้าเดิมไม่ต่ำกว่า 500 เมตร
2.4.วัตถุ ดิบ 5 อย่าง คือถั่วเหลือง แป้งปาท่องโก๋ งาดำ ลูกเดือย และเม็ดแมลงลัก ต้องซื้อจากแฟรนไชซอร์ในราคาเท่ากับท้องตลาด โดยค่าขนส่งแฟรนไชซีจะต้องออกเอง
2.5.ต้องรักษามาตรฐานในการรักษาความสะอาด การใช้วัตถุดิบเพื่อการผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณตามที่กำหนดเท่านั้น
2.6.แฟรนไชซอร์จะอบรมการทำน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ทุกสูตรให้เป็นเวลา 2 วัน
2.7.กรณีผิดข้อตกลงตามเงื่อนไขมีการตัดเตือนเป็นหนังสือ 3 ครั้ง หากยังเพิกเฉยจะถูกถอดป้ายทันที
2.8.กรณีแฟรนไชซีเลิกสัญญาต้องคืนป้ายและโลโก้ให้กับแฟรนไชซี





2.9.แฟรนไชซีต้องเป็นผู้ที่มีความจริงใจในการทำธุรกิจ
2.10.ประมาณการณ์คืนทุน 1-2 เดือน
3. คุณสมบัติผู้ลงทุน
ผู้ซื้อแฟรนไชส์ต้องรับวัตถุดิบ เช่น ถั่วเหลือง แป้งปาท่องโก๋ และอื่นๆ จากเราเท่านั้น เพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพ

งบประมาณที่ต้องใช้ในการลงทุนและสามารถติดต่อ หมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้

หากท่านใดมีความสนใจที่จะลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจ หมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้ ก็สามารถที่จะติดต่อสอบถามเรื่องของรายละเอียดและข้อมูลในการทำธุรกิจเบื้อง ต้นได้ที่ ชื่อผู้ติดต่อ สุจิตร์ คงสิริพรชัย เจ้าของแฟรนไชส์ที่อยู่ 556/47-48 ถนนสาธุประดิษฐ์ บางโพงพาง ยานนาวา กรุงเทพฯ 10120 โทร.02-2944390 ,081-6135949

Read More...


เต้าหู้นมสด อาม่าเต้าฮวยอินเตอร์

เต้าฮวย นั้นเป็นขนมที่อร่อยและมีมานานตั้งแต่สมัยโบราณ และในปัจจุบันนั้นยังหาร้านที่ขายขนมเต้าฮวยหรือเต้าหู้นมสดที่อร่อยๆนั้น ยากเหลือเกินค่ะ วันนี้ผู้เขียนมีร้านขายขนมเต้าฮวยที่อร่อยสุดๆมาฝากกันค่ะ และนอกจากท่านจะสามารถหาซื้อไปรับประทานได้แล้วยังสามารถร่วมลงทุนกับแฟรนไช ส์ของเต้าหู้นมสด อาม่าเต้าฮวยอินเตอร์ ได้อีกด้วยค่ะ สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถติดตามอ่านรายละเอียดได้ตามข้อมูลธุรกิจด้านล่างค่ะ

ทำไมต้อง เต้าหู้นมสด อาม่าเต้าฮวยอินเตอร์

 


จาก การที่อาม่าได้ถ่ายทอดสูตรการทำเต้าฮวยนมสด นี้ให้แก่ลูกหลาน ซึ่งครั้งหนึ่งก็ได้มีโอกาสทำไปถวายพระในงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ แขกที่มาในงานติดใจในรสชาติ ถึงกับขอให้ทำขายในวาระต่างๆ จากนั้นในปี พศ. 2553 อาม่าเต้าฮวยนมสดจึงปรากฏเป็นรูปเป็นร่างขึ้น โดยใช้ชื่ออาม่าเต้าฮวยอินเตอร์เป็นชื่อทางการค้า เพื่อให้เกียรติแก่อาม่าผู้ซึ่งเป็นเจ้าของและถ่ายทอดสูตรให้ ในเบื้องต้นก็ทำตามออเดอร์ ต่อมาหลังจากดำเนินการขอ อย.เรียบร้อยแล้ว ก็ขยายตัวทำส่งตามร้านอาหาร, ภัตตาคาร ,โรงเรียน,โรงพยาบาล และโต๊ะจีน และเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มเด็กเล็ก และกลุ่มที่ไม่ชอบทานนมสด จึงได้มีการพัฒนาสูตรให้เหมาะสมเพิ่มขึ้นอีก 2 รสชาติ คือ แต่งกลิ่นมะลิและแต่งกลิ่นใบเตยและในปี พศ. 2554 ทางอาม่าเต้าฮวยอินเตอร์ วางแผนจะขยายตลาดไปยังกรุงเทพฯ, ปริมณฑล และจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยการขายแฟรนไชส์ให้กับผู้สนใจ

ลักษณะของสินค้าและการบริการ เต้าหู้นมสด อาม่าเต้าฮวยอินเตอร์

ใน ส่วนของลักษณะสินค้าที่ทางร้านนั้นต้องขายและการบริการที่ทางร้านนั้นจะต้อง มีก็เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการที่จะร่วมลงทุนกับ เต้าหู้นมสด อาม่าเต้าฮวยอินเตอร์ นี้ เพื่อให้ธุรกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของครอบครัวละก็ คุณนั้นจะต้องทราบถึงข้อมูลเหล่านี้ เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำเนินกิจการต่อไปข้างหน้าค่ะ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นดังต่อไปนี้
1. ลักษณะของแฟรนไชส์
1.1 ขาย แฟรนไชส์ ฟรี
1.2 ผู้ซื้อแฟรนไชส์ต้องซื้อส่วนผสมสำเร็จรูป
2. คุณสมบัติของผู้ลงทุน



2.1 ผู้ที่มีหน้าร้านอยู่แล้ว เช่น ร้านอาหาร, ร้านก๊วยเตี๋ยว, ร้านขายเบเกอรี่, ร้านกาแฟ, ร้านขายขนมอื่นๆ ฯลฯ สามารถนำไปขายเสริมได้
2.2 ผู้ที่ต้องการทำเป็นอาชีพเสริม ทำส่งตาม ร้านอาหาร, โต๊ะจีน, ซุปเปอร์มาเก็ต ฯลฯ
2.3 มีพื้นที่ขายที่ ตลาดนัด, ที่ชุมชน, โรงเรียน, โรงพยาบาลฯลฯ
3. สิ่งที่แฟรนไชส์นั้นจะได้รับ
3.1 ราคา 1,500 บาท สิ่งที่ได้รับ VCD สอนทำเต้าฮวยนมสด , แก้วฝาฉีก พร้อมสติ๊กเกอร์ 45ใบ, ผงปรุงสำเร็จสำหรับทำเต้าฮวย 1 ชุดทำได้ 45 แก้ว
3.2 ทางแฟรนไชส์ส่งส่วนผสมสำเร็จรูปให้ในราคาชุดละ 160 บาท จะได้รับส่วนผสม 2 ถุง คือ ส่วนผสมเนื้อเต้าฮวย, ส่วนผสมนมเติม ทำได้ 45 แก้ว
3.3 ค่าแก้วฝาฉีก พร้อมสติ๊กเกอร์อาม่าเต้าฮวยอินเตอร์ ใบละ 2.50 บาท
3.4 จำนวนสั่งขั้นต่ำ 10 ชุด
4. นโยบายการขยายสาขา
ขาย แฟรนไชส์ ทางอาม่าเต้าฮวยอินเตอร์ วางแผนจะขยายตลาดไปยังกรุงเทพฯ, ปริมณฑล และจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยการขายแฟรนไชส์ให้กับผู้สนใจ และเพื่อเป็นเปิดโอกาสให้แก่ผู้มีเงินลงทุนน้อย หรือมีรายได้น้อย ได้เข้าสู่ธุรกิจนี้ เพื่อเติบโตไปพร้อมๆกัน จึงไม่มีการเก็บค่าแฟรนไชส์ หรือ ค่าธรรมเนียมรายปีใดๆทั้งสิ้น

งบประมาณที่ต้องใช้ในการลงทุนและสามารถติดต่อ เต้าหู้นมสด อาม่าเต้าฮวยอินเตอร์

สำหรับ ท่านใดที่มีความสนใจที่ต้องการจะลงทุนกับธุรกิจนี้มีข้อมูลที่ท่านต้องศึกษา ดังนี้ค่ะ มีสาขาทั้งหมด 58 สาขา และเรื่องของการลงทุนมีดังต่อไปนี้มี รายละเอียดข้อมูลของแฟรนไชส์ที่น่าสนใจดังนี้
1. ราคา 1,500 บาท
2. ได้รับ VCD สอนทำเต้าฮวยนมสด
3. แก้วฝาฉีก พร้อมสติ๊กเกอร์ 45ใบ
4. ผงปรุงสำเร็จสำหรับทำเต้าฮวย 1 ชุดทำได้ 45 แก้ว
หากท่านใดมีความสนใจที่จะลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจ เต้าหู้นมสด อาม่าเต้าฮวยอินเตอร์ ก็สามารถที่จะติดต่อสอบถามเรื่องของรายละเอียดและข้อมูลในการทำธุรกิจเบื้อง ต้นได้ที่ คุณมะลิวัลย์ วงษ์พันธ์ตรี ที่อยู่ 2000/45 หมู่ 6 ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี 72160 โทรศัพท์ 081-0187958, 081-8156573 โทรสาร 035-552890 อีเมลล์ wongphantri@gmail.com

Read More...


ร้านปังสด ขนมปัง-นมสด

เป็นการเปิดร้านขายนามสดโดยมีธุรกิจที่มีคน นิยมบริโภคกันมากหลายเนื่องจากเป็นอาหารที่บำรุงร่างกายสามารถบริโภคได้ทุก วัยจึงเป็นการลงทุนที่ดีมากและสามารถได้รับผลตอบแทนที่ไวมากและคุ้มต่อเงิน ที่ลงทุนไปเป็นที่สุด


ทำไมต้อง ร้านปังสด ขนมปัง-นมสด



ปัจจุบัน การทำแฟรนไชส์เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นมีธุรกิจเป็นของ ตนเอง ไม่ว่าจะทำเป็นธุรกิจหลักหรือแหล่งรายได้เสริม เพราะเป็นวิธีที่ง่าย มีพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำและแนวทางการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟรนไชส์ประเภท อาหารและเครื่องดื่ม คือหนึ่งในทางเลือกต้น ๆ ที่น่าสนใจ เนื่องด้วยแนวคิดที่ว่า คนทุกคนต้องกิน .. คำถามต่อมาจึงได้แก่ ขายอะไร ขายใคร และขายอย่างไรคำถามเหล่านี้ หาคำตอบได้จาก ธุรกิจ“ร้านปังสด สังขยา กาแฟ นมสด” ผู้เป็นเจ้าของแนวคิด ความเหมือนที่แตกต่างของร้านกาแฟสมัยใหม่ จากการสั่งสมประสบการณ์มายาวนาน ผ่านการลองผิดลองถูก ศึกษาหาความรู้เรื่องของกาแฟ นมสด สังขยา มาหลากหลายรูปแบบ เราได้พบวิธีการปรุงที่ได้ทั้งรสชาติที่ดี และรูปลักษณ์ชวนรับประทาน ถูกใจ คุ้นลิ้น ลูกค้าส่วนใหญ่ อีกทั้งยังพยายามฝึกฝนและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างไม่หยุดยั้ง ใส่ใจกับคุณภาพของวัตถุดิบให้ได้มาตรฐานสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะกระจายสาขาออกไปมากเท่าใด ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจ ที่จะพบว่าปัจจุบันธุรกิจร้านปังสด มีสาขามากถึงกว่า 500 สาขา ทั่วประเทศ

ลักษณะของสินค้าและการบริการ ร้านปังสด ขนมปัง-นมสด

ใน ส่วนของลักษณะสินค้าที่ทางร้านนั้นต้องขายและการบริการที่ทางร้านนั้นจะต้อง มีก็เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการที่จะร่วมลงทุนกับ ร้านปังสด ขนมปัง-นมสด นี้ เพื่อให้ธุรกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของครอบครัวละก็ คุณนั้นจะต้องทราบถึงข้อมูลเหล่านี้ เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำเนินกิจการต่อไปข้างหน้าค่ะ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นดังต่อไปนี้
1. ขั้นตอนการเปิดร้าน ปังสด
1.1 ผู้สนใจลงทุนจัดหาทำเลขาย (ควรเป็นแหล่งชุมชน เช่น ตลาดโต้รุ่ง ใกล้โรงเรียน ป้ายรถเมล์ ฯลฯ
1.2 โทรสอบถามจุดที่ต้องการขาย เพื่อสำรวจเส้นทางการจัดส่ง และการทับซ้อนของจุดขาย
1.3 โทรนัดวันอบรมสูตรและเทคนิคการชง (พร้อมโอนเงินมัดจำ 5,000 บาท)
1.4 อบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ในวันอบรม ทำสัญญาพร้อมชำระมัดจำอีก 5,000 บาท



1.5 ส่วนที่เหลือ ชำระ วันที่บริษัทฯ จัดส่งอุปกรณ์ให้ (จะได้รับอุปกรณ์ไม่เกิน 7 วัน นับจากวันที่มาอบรม)
กรณีต่างจังหวัด โอนเงินจอง 5,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระเต็มในวันอบรม
2. การลงทุน
แบบที่ 1 เคาน์เตอร์ 25,000 บาท (ป้ายโลโก้ร้าน, อบรมวิธีการทำพร้อมคู่มือ, และวัตถุดิบ-เครื่องปรุงฯ รวมทำได้ 200 แก้ว ,อุปกรณ์ในการขายทั้งหมดครบชุด พร้อมเคาน์เตอร์ไม่มีหลังคา ขนาด 120×60 cm)
แบบที่ 2 รถเข็น 28,000 บาท (ป้ายโลโก้ร้าน, อบรมวิธีการทำพร้อมคู่มือ, และวัตถุดิบ-เครื่องปรุงฯ รวมทำได้ 200 แก้ว ,อุปกรณ์ในการขายทั้งหมดครบชุด พร้อมรถเข็น ขนาด 130×70 cm)
แบบที่ 3 เคาน์เตอร์ใหญ่ 30,000 บาท (ป้ายโลโก้ร้าน, อบรมวิธีการทำพร้อมคู่มือ, และวัตถุดิบ-เครื่องปรุงฯ รวมทำได้ 200 แก้ว ,อุปกรณ์ในการขายทั้งหมดครบชุด พร้อมเคาน์เตอร์ใหญ่ขนาด 150×80 cm)
แบบที่ 4 คีออส 50,000 บาท (ป้ายโลโก้ร้าน,อบรมวิธีการทำพร้อมคู่มือ, และวัตถุดิบ-เครื่องปรุงฯ รวมทำได้ 200 แก้ว ,อุปกรณ์ในการขายทั้งหมดครบชุด พร้อมคีออส ขนาด 180×70 cm) เหมาะสำหรับในห้างเท่านั้น
สำหรับ ผู้ที่สนใจแต่ไม่สะดวกเดินทางมาอบรม ทางเราจะจัดส่งสินค้าไปทางรถขนส่งเอกชน (เก็บค่าขนส่งปลายทาง) พร้อมคู่มือและวิธีการทำโดยละเอียด ซึ่งสามารถทำตามขั้นตอนจากคู่มือได้ง่าย และสามารถโทรสอบถามปรึกษาได้ตลอด หากมีข้อสงสัยในภายหลัง หรือถ้ายังไม่มั่นใจ จะมาเรียนทีหลังก็ได้
3. สิ่งที่แฟรนไชส์ซี่จะได้รับ
3.1 ป้ายร้าน และป้ายราคาตามแบบ **เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อนุญาต เมื่อเลิกกิจการต้องคืนป้าย**
3.2 เคาน์เตอร์อลูมิเนียม หรือ รถเข็น หรือ คีออส (แล้วแต่รูปแบบที่เลือก)
3.3 อุปกรณ์การขายทุกอย่างเราเตรียมให้ครบ ท่านเตรียมเฉพาะน้ำแข็งและปลั๊กไฟเท่านั้น
พิเศษสุด สุด!! สำหรับท่านที่ซื้อรูปแบบที่ 3 เคาน์เตอร์ใหญ่ 30,000 บาท รับฟรีอีกหนึ่งอย่าง !! อุปกรณ์วิปครีม พร้อมสูตร 1 ชุด (มูลค่ากว่า 2,500.-) รูปแบบอื่นต้องซื้อเพิ่มในราคา 2,000.- (จำนวนจำกัด)

งบประมาณที่ต้องใช้ในการลงทุนและสามารถติดต่อ ร้านปังสด ขนมปัง-นมสด

หากท่านใดมีความสนใจที่จะลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจ ร้านปังสด ขนมปัง-นมสด ก็สามารถที่จะติดต่อสอบถามเรื่องของรายละเอียดและข้อมูลในการทำธุรกิจเบื้อง ต้นได้ที่ คุณนัท, คุณตาล, คุณมิ้น ที่อยู่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปังสด 83/52-53 หมู่3 แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ โทร. 089-8879275, 089-5098056,02-4506878 โทรสาร 02-4507050 อีเมลล์info@pangsod.co.th pangsod@gmail.com เว็บไซต์ bit.ly/pRSoyp

credit by : http://ohomakemoney.com/ร้านปังสด-ขนมปัง-นมสด.html


Read More...


“ขนมเก้าไส้” ปรับสูตรซาลาเปา เสิร์ฟร้อนบนเตาปิ้งคู่เนยสด

สีสันสดใส ดึงดูดคนให้เข้ามาแวะดู
       เรื่องของขนมเก้าไส้ ไม่ใช่ขนมที่ได้ไอเดียมาจากประเทศไหน แต่ไอเดียขนมเก้าไส้นี้เกิดขึ้นมาจากการต่อสู้ชีวิตของน้องวัยรุ่นผู้หญิงคน หนึ่งชื่อว่า “แก้ว แสงอภัย” เธอได้พยายามเดินตามฝันที่อยากจะมีอาชีพเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน และที่สำคัญได้มีโอกาสช่วยเหลือครอบครัว
       ด้วยการเปิดร้านขนมเก้าไส้ “แก้ว” บอกกับทีมงาน “SMEs ผู้จัดการออนไลน์” ว่า เธอได้พยายามคิดสูตรแป้งของขนมนี้ขึ้นมา โดย เชื่อว่าที่อื่นๆ ก็คงจะไม่สามารถทำสูตรแป้งขนมเก้าไส้ได้เหมือนกับตนเอง และความเฉพาะตัวของแป้งขนมเก้าไส้นี้เอง ทำให้ตัดสินใจเปิดขายแฟรนไชส์ เพราะเชื่อว่าเมื่อมีคนได้ชิมจะต้องชื่นชอบความลงตัวของแป้งและไส้ที่มีหลากหลายมากมายถึง “เก้าไส้”
หนึ่งในรสชาติยอดนิยม
       สำหรับสูตรขนมเก้าไส้ เป็นขนมที่ทำขึ้นมาจากแป้งซาลาเปา หรือหม่านโถว และ ส่วนผสมอื่นๆ ที่เจ้าของสูตรบอกว่า “เป็นความลับ” รสชาติที่ออกมาคล้ายคลึงกับซาลาเปา หรือหม่านโถว แต่จุดเด่นคงอยู่ที่ตัวไส้ที่มีความหลากหลายถึงเก้าไส้ และเก้าสี ประกอบด้วย ช็อกโกแลต, หมูหยอง, คัสตาร์ด, ข้าวโพด, ใบเตย, เผือก, สตรอว์เบอร์รี, หมูสับ, เห็ดหอม และพิซซา ส่วนสีจะแตกต่างกันไปตามไส้ มีให้เลือกถึง 9 สีเช่นกัน โดยสีที่ใช้คือสีผสมอาหารที่ใช้ทำขนมทั่วไป
       แก้วเล่าว่า ส่วนสีที่ค่อนข้างฉูดฉาด เพราะต้องการทำให้เป็นจุดเด่น เมื่อ ลูกค้าเดินผ่านไปผ่านมาก็ต้องแวะเข้ามา และเมื่อได้ซื้อชิมเราเชื่อว่าเขาก็จะต้องกลับมาซื้ออีก ซึ่งในส่วนของขั้นตอนการทำไม่ได้แตกต่างจากซาลาเปา หรือหม่านโถว รสชาติคล้ายคลึงกัน แต่จะต่างกันที่ซาลาเปาไม่ได้มีไส้ให้เลือกมากขนาดนี้ และก่อนจะเสิร์ฟขายให้ลูกค้าจะนำมาปิ้งย่างบนเตาไฟฟ้าก่อน และทาเนยในระหว่างปิ้งย่างเพื่อเพิ่มความหอม และรสชาติที่อร่อยขึ้น ซึ่งแนะนำลูกค้าให้กินร้อนจะอร่อยและได้รสชาติมากกว่า ถ้าซื้อกลับบ้านไม่ควรที่จะปิ้ง ให้ซื้อกลับไปปิ้ง หรือใส่ไมโครเวฟก็ได้เช่นกัน ราคาขายหน้าร้านชิ้นละ 25 บาท
ใครจะคิดว่าพิซซาก็ไปด้วยกันได้กับหม่านโถว ซาลาเปา
       “ในส่วนของการขายแฟรนไชส์ เกิดขึ้นมาจากความต้องการของตัวเองที่ต้องการขายให้ได้มากๆ และส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าได้มาเห็นและต้องการจะทำขายบ้าง เราก็เลยตัดสินใจเปิดขายแฟรนไชส์ โดยราคาเริ่มต้นที่ 15,000 บาทได้ขนม 100 ชิ้น พร้อมอุปกรณ์ และป้าย ราคาส่งขายให้แฟรนไชส์ส่งชิ้นละ 10 บาท (นึ่งให้แล้วและฟรีซแข็งไปให้) ลูกค้าจะเก็บได้ประมาณ 7 วัน แต่ถ้าแช่ช่องทำธรรมดาอยู่ได้ประมาณ 3 วัน
ทาเนยพร้อมปิ้งแบบไม่ติดเตาปิ้งและให้ความหอมเนย
       แก้วเล่าว่า เปิดร้านทำขนมเก้าไส้มาได้ประมาณ 1 ปี เปิดขายอยู่ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 3 ยอดขายต่อวันประมาณ 200- 300 ชิ้น หักต้นทุน และค่าใช้จ่ายทั้งหมดเหลือประมาณวันละ 1,000 กว่าบาท สามารถทำคนเดียวได้ ไม่ยุ่งยากอะไร ปัจจุบันมีการขายแฟรนไชส์ไปแล้วในแขตปริมณฑล และต่างจังหวัดประมาณ 4-5 สาขา
       ที่มาจุดเริ่มต้นการทำขนมเก้าไส้ของ “แก้ว” เกิดขึ้น มา จากตัวเองชอบกินซาลาเปา และทำกินเองภายในครอบครัวบ่อยครั้ง เกิดความคิดว่าน่าจะลองทำแป้งซาลาเปา และไส้ซาลาเปาที่แปลก แตกต่างจากที่มีอยู่มันก็น่าจะขายได้ ซึ่งค่อยๆ ปรับและคิดสูตรขึ้นมาเอง โดยเฉพาะตัวแป้งที่ใช้เวลาทุ่มเทกับการคิดสูตรแป้งที่ลงตัว และไม่เหมือนใครอยู่นาน ส่วนไส้อาศัยดูขนมในท้องตลาดมีไส้ขนมอะไรบ้างที่คนชอบกิน ก็นำมาปรับให้มันเข้ากันได้กับตัวแป้ง จึงออกมาเป็นขนมเก้าไส้จนถึงปัจจุบัน
แก้ว แสงอภัย เจ้าของแฟรนไชส์

Credit by..http://www.manager.co.th/ibizchannel/viewnews.aspx?NewsID=9560000081570


แนะนำรวมบทความงานฝีมือเพิ่มรายได้

สร้างรายได้เสริม สร้างอาชีพเสริม ด้วยการทำสินค้า Handmade

Read More...


“ไก่ทอดพริกแห้ง”ฉีกรูปแบบสร้างธุรกิจแฟรนไชส์

ถ้าเอ่ยถึง ร้านไก่ทอดแล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพ ที่ได้รับความนิยม เพราะเป็นเมนูโปรดของคนไทย ที่ง่ายต่อการรับประทาน และที่สำคัญไม่ยุ่งยากในขั้นตอนการปรุง ปัจจุบัน เมนูไก่ทอด ไม่ได้เป็นอาหารบ้านๆ ที่ทำขายกันข้างถนน แต่ไก่ทอดยังได้ถูกยกระดับเป็นเมนูอาหารฟาสฟู๊ดระดับนานาชาติ ไปแล้ว

    
       แต่สำหรับคนไทยแล้ว เมนูไก่ทอดที่ถูกปากคนไทย ก็ยังคงต้องเป็นเมนูไก่ทอดรถเข็น หรือไก่ทอดหาดใหญ่ เพราะรสชาติความกลมกล่อม เมื่อขึ้นจากกระทะใหม่ ๆ บวกกับกลิ่นหอมชวนให้ต้องลองเข้าไปลิ้มลอง เรียกน้ำย่อยได้ดีเลยที่เดียว โดยเฉพาะเมื่อกินคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ ช่างไปด้วยกันได้อย่างลงตัว
       อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่เบื่อรสชาติที่ซ้ำซากจำเจ ของไก่ทอดทั่วๆไป วันนี้ มีเมนู และช่องทางสร้างอาชีพ รูปแบบหนึ่ง ที่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับผู้ที่กำลังมองหาช่องทางสำหรับการขายอาหารที่ไม่ซ้ำแบบใคร เพราะขณะนี้ มีแฟรนไชส์ เมนูไก่ทอดพริกแห้ง ภายใต้แบรนด์ “ไก่ฮ็อต” มาแนะนำ
    
       “สุรัมภา พงเขตกรณ์” เจ้าของแฟรนไชส์ เล่าให้ฟังถึงที่มาของ ไก่ทอดพริกแห้ง “ไก่ ฮ็อต” ว่า มีจุดเริ่มต้นจากปี 2548 ตนเองได้เรียนจบทางด้านคหกรรมศาสตร์ด้านอาหารและโภชนาการ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ไม่ชอบที่จะไปเป็นพนักงานกินเงินเดือน อยาก มีธุรกิจของตัวเองมากกว่า จึงคิดที่จะขายอาหาร เพราะตัวเองมีความถนัดทางด้านอาหารอยู่แล้ว จึงตัดสินใจมาลงที่อาชีพแม่ค้าขายไก่ทอดเมนูยอดนิยมของคนไทยอีกหนึ่งเมนู
       "ในตอนนั้นคิดว่าไก่ทอดเป็นอาหารที่กินได้ง่ายกับข้าวเหนียว ข้าวสวย เป็นกับแกล้ม หรือกินคู่กับเมนูโปรด แซบเว่อร์ อย่าง ส้มตำก็อร่อย แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า จะทำอย่างไรให้ไก่ทอดที่เป็นเมนูแสนธรรมดา ที่มีขายอยู่ทั่วไป ให้แปลกไปจากไก่ทอดทั่วๆไป จึงเริ่มคิดสูตร ปรับเปลี่ยนทดลอง จนได้สูตร ไก่ทอดพริกแห้ง ลงตัวอย่างที่ทำอยู่ ไม่อมน้ำมัน ไม่เลี่ยน เผ็ดแซ่บ หอมเครื่องเทศสมุนไพรที่คัดสรรมาอย่างดี"
    
       โดยสูตรไก่ทอดของไก่ฮ็อต อยู่ที่ การหมักด้วยเครื่องปรุงที่เป็นสมุนไพรไทยทั้งหมด และที่สำคัญ คือ จะไม่อมน้ำมัน ทำให้สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องกลัวเลี่ยน และจุดเด่นอีกอย่างหนึ่ง เชื่อว่าน่าจะถูกปากคนไทย คือ รสชาติความเผ็ดแซบ และ หอมเครื่องเทศสมุนไพร
“สุรัมภา พงเขตกรณ์” เจ้าของแฟรนไชส์
       ส่วนช่องทางการขาย เนื่องจากเพิ่งเริ่มทำตรงนี้ได้ไม่นาน ดังนั้น นอกจากการมีหน้าร้านรถเข็นของตัวเอง อยู่ที่ ที่ประตูน้ำพระอินทร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลักของเราคือ การขายส่งเพื่อให้ผู้สนใจ นำ ไปขายต่อ ซึ่งมีผู้สนใจค่อนข้างมาก เพราะไม่ต้องยุ่งยากในการทำหรือคิดหาสูตร ซื้อไปก็นำไปทอดขายได้เลย และได้รสชาติเหมือนกับร้านต้นแบบของเรา ส่วนใหญ่ลูกค้ามาชิมก่อนและถึงจะซื้อกลับไป
    
       อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทางเราคงจะไม่ได้มีแผนขยายสาขาเอง จึงได้คิดรูปแบบของการขายแฟรนไชส์ขึ้น 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 สั่งเฉพาะไก่หมักจากเรา ขั้นต่ำ 50 ก.ก. ลูกค้าจัดหาอุปกรณ์เอง เรามีป้ายชื่อร้านไก่ทอดพริกแห้ง ไก่ฮ็อต ให้ฟรี
รูปแบบเคาน์เตอร์แฟรนไชส์
       ส่วน รูปแบบที่ 2 ตอนนี้อยู่ระหว่างสั่งทำรถเข็นและเคาน์เตอร์สำหรับลูกค้าที่สนใจต้องการได้ครบชุด ราคา 35,000 บาท โดย อุปกรณ์ที่ได้ประกอบไปด้วย 1.เคาน์เตอร์ไม้มีหลังคา มีป้ายชื่อร้าน 2.กระทะใบใหญ่พร้อมฝาปิด 3.เตาแก๊สหัวเร่ง (ไม่รวมถังแก๊ส) 4.ถาดวางพร้อมตะแกรง 3 ชุด 5.หม้อผสม 6.กะละมัง 7.ที่คีบ 3 อัน 8.ตะหลิว 1อัน 9.น้ำมันพืช1ปี๊บ 10.กระติกใบใหญ่ใส่ข้าวเหนียว 11.ผ้ากันเปื้อน 2ผืน 12.มีดและเขียง 13.แป้ง 10 ก.ก. 14.ถุงโลโก้ 2ก.ก. 15.ไก่หมักคละชิ้นส่วน 40 ก.ก. ทั้งหมดนี้ในราคา 35,000 บาท
    
       ทั้งนี้ ในส่วนของโอกาสคืนทุน ตั้งไว้ไม่เกิน 2 เดือน สิ่งสำคัญ เรื่องทำเลเป็นสิ่งสำคัญหลักๆที่มีผลต่อยอดขายมาก ถ้าคุณขายได้วันละ 50 ก.ก. จะใช้ระยะเวลาคืนทุนไม่เกิน 20 วัน ในรูปแบบที่ 1 ส่วนการลงทุนในรูปแบบที่ 2 ซึ่งราคาสูงกว่าก็อาจจะประมาณ 2 เดือน คืนทุนได้
       สำหรับ ร้านต้นแบบของ เราจะขาย 2 ช่วงคือ ช่วงเช้า 06.30 น. - 09.00 น. ช่วงบ่ายเวลาประมาณ 15.00 น. - 20.30 น. ขายวันละ 2 รอบก็ได้ประมาณ 100 กิโลกรัม ซึ่ง ทำเลที่ดี น่าจะอยู่ตามตลาดนัด ออฟฟิศ สำนักงาน มหาวิทยาลัย หรือตามแหล่งที่พักใกล้ๆโรงงาน ส่วนราคาขายต่อชิ้น ทางเราไม่ได้ตั้งไว้ให้ลูกค้าตั้งราคาเอง สำหรับการขายไก่หมัก 50 กิโลกรัม ลูกค้าจะได้กำไร ประมาณ 2,000 บาท (ไม่รวมข้าวเหนียวนึ่ง)

Credit by..http://www.manager.co.th/ibizchannel/viewnews.aspx?NewsID=9560000046965

แนะนำรวมบทความงานฝีมือเพิ่มรายได้

สร้างรายได้เสริม สร้างอาชีพเสริม ด้วยการทำสินค้า Handmade

Read More...




รายการสูตรอาหารและสูตรขนมหวานของบล๊อก

Google+ Followers

 
Option

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.