ขับเคลื่อนโดย Blogger.

สอบถามค่าแรงรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ด โทร 087-2229588


Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

ท่านเจ้าของอู่รับซ่อมรถยนต์ฟอร์ด ไม่ต้องกังวลอะไหล่ไม่มีหรือได้ช้า สั่งได้เร็ว 24 ชั่วโมง ,สั่งช่วงเช้าได้เย็น ,สั่งหลังเที่ยงได้วันพรุ่งนี้ ศูนย์ฟอร์ดอยุธยา ให้ราคาช่าง,ราคาอู่ซ่อม,ราคาอู่พ่นสี โทร 087-2229588 ,id line : 0863363882

เจ๋งได้อีก ! 5 สูตรเค้กไมโครเวฟ ทำง่ายใน 1 นาที แบบนี้พลาดได้ไง



          เกาะกระแสเมนูไมโครเวฟง่าย ๆ ด้วย 5 สูตรเค้กไมโครเวฟ เชื่อไหมว่า ทำง่ายมาก ๆ ใช้เวลาแค่ 1 นาที เป็นอันเสร็จ ได้เค้ก 5 แบบ 5 รสชาติ เจ๋งสุด ๆ

          ใครที่ชอบทำอาหารง่าย ๆ ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งกับเมนูขนมไมโครเวฟสุดง่ายที่เรานำมาฝากในวันนี้ถึง 5 สูตร 5 รสชาติด้วยกัน ทั้ง "เค้กวานิลลาที่ฟรุ้งฟริ้งด้วยเกล็ดน้ำตาลหลากสีสัน" หรือจะรักสุขภาพด้วย "เค้กกล้วยหอมช็อกโกแลตแบบไร้แป้ง" ต่อด้วยเค้กสีสันจัดจ้านอย่าง "เค้กเรดเวลเว็ท" ตามมาติด ๆ กับ "เค้กแอปเปิลครัมเบิล" หอม ๆ กรุบกรอบ และตบท้ายด้วย "เค้กสีรุ้ง" คัลเลอร์ฟูลสุด ๆ ซึ่งใครที่แค่เห็นภาพคงไม่เชื่อหรอกว่า บรรดาเค้กทั้งหมดนี้ใช้เวลาอบเพียง 1 นาทีเท่านั้น และยังสามารถทำได้ง่ายมาก ๆ ในแก้วกาแฟ แต่มีข้อแม้เล็กน้อยคือ สูตรทั้งหมดนี้ใช้กับเตาไมโครเวฟขนาด 1,100 วัตต์ ถ้าบ้านใครใช้ไมโครเวฟต่างไปจากที่มีก็ลองเพิ่ม-ลดเวลาในการทำกันดู แต่เชื่อว่าไม่ยากเกินความสามารถแน่นอน

 1. เค้กวานิลลาผสมเกล็ดน้ำตาลฟรุ้งฟริ้ง (Funfetti Mug Cake)


 ส่วนผสม (สำหรับ 2 ถ้วย)
          
          เนยจืด 2 ช้อนโต๊ะ (60 กรัม)

          น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย (50 กรัม)

          นมสด 2 ช้อนโต๊ะ

          ไข่ไก่ (ขนาดใหญ่) 1 ฟอง

          กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

          แป้งเค้ก 1 ถ้วย (150 กรัม)

          ผงฟู 2 ช้อนชา

          เกลือป่น เล็กน้อย

          เกล็ดน้ำตาลหลากสี ตามชอบ

วิธีทำ
          
          1. ใส่เนยจืดลงในถ้วย (หรือแก้วกระเบื้องที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้) นำไปละลายในไมโครเวฟประมาณ 20-30 วินาที นำออกจาเตา
          
          2. ใส่น้ำตาลทราย ไข่ไก่ นมสด และกลิ่นวานิลลาลงไป ใช้ส้อมตีผสมให้เข้ากัน
          
          3. ใส่แป้ง ผงฟู และเกลือป่นลงไป ตีผสมจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
          
          4. ใส่เกล็ดน้ำตาลหลากสีลงไป คนให้เข้ากัน แบ่งส่วนผสมแป้งเป็น 2 ถ้วย
          
          5. นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 50 วินาที จนเนื้อเค้กฟู นำออกจากเตา แต่งให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ


 2. เค้กกล้วยหอมช็อกโกแลตไร้แป้ง ไร้กลูเตน (Gluten-Free Chocolate Banana Mug Cake)




 ส่วนผสม (สำหรับ 2 ถ้วย)
          
          กล้วยหอม 1 ลูก

          เนยถั่ว 1/4 ถ้วย (4 ช้อนโต๊ะ)

          ไข่ไก่ (ขนาดใหญ่) 1 ฟอง

          น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

          ผงโกโก้ 3 ช้อนโต๊ะ

          กล้วยหอมฝานเป็นแว่นสำหรับแต่ง

วิธีทำ
          
          1. บดกล้วยหอมในถ้วย (หรือแก้วกระเบื้องที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้) ด้วยส้อมให้ละเอียด
          
          2. ใส่เนยถั่ว น้ำตาลทราย และไข่ไก่ลงไป คนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวและน้ำตาลทรายละลาย
          
          3. เติมผงโกโก้ลงไป คนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวอีกครั้ง แบ่งส่วนผสมแป้งเป็น 2 ถ้วย
          
          4. นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 1 นาที จนเนื้อเค้กฟู นำออกจากเตา แต่งด้วยกล้วยหอมฝานเป็นแว่น ๆ พร้อมเสิร์ฟ


 3. เค้กเรดเวลเว็ท (Red Velvet Mug Cake)



ส่วนผสม (สำหรับ 1ถ้วย)
          
          น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

          ไข่ไก่ 1 ฟอง

          สีผสมอาหารสีแดง 1/2 ช้อนชา

          บัตเตอร์มิลค์ (ซาวร์ครีมหรือโยเกิร์ต) 3 ช้อนโต๊ะ

          กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

          แป้งเค้ก 4 ช้อนโต๊ะ

          น้ำตาลทราย 4 1/2 ช้อนโต๊ะ

          ผงฟู 1/8 ช้อนชา

          ผงโกโก้ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

          เกลือป่น เล็กน้อย

          ผงอบเชย เล็กน้อย

          ครีมชีสฟรอสติ้งสำหรับแต่ง

วิธีทำ
          
          1. ใส่น้ำมันพืช ไข่ไก่ สีผสมอาหารสีแดง และกลิ่นวานิลลาลงในถ้วย (หรือแก้วกระเบื้องที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้) ตีผสมเข้าด้วยกัน
          
          2. เติมแป้งเค้ก น้ำตาลทราย ผงฟู ผงโกโก้ เกลือป่น และผงอบเชย ฃลงไป ตีผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
          
          3. นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 50 วินาที จนเนื้อเค้กฟู นำออกจากเตา พักไว้จนเย็นก่อนแต่งด้วยครีมชีสให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ

4. แอปเปิลครัมเบิลเค้ก (Apple Crumble Mug Cake)


ส่วนผสม (สำหรับ 1 ถ้วย)
         
          แป้งเค้ก 3 ช้อนโต๊ะ

          น้ำตาลทรายแดงป่น 1 ช้อนโตะพูน

          ผงอบเชย 1/2 ช้อนชา

          ผงฟู 1/8 ช้อนชา

          ซอสแอปเปิล 1 ช้อนโต๊ะ

          น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ

          นมสด 1/2 ช้อนโต๊ะ

          กลิ่นวานิลลา 1/8 ช้อนชา

          ไอศกรีมวานิลลา (หรือรสชาติอื่นตามชอบ)

          ซอสคาราเมล สำหรับราด

ส่วนผสม ครัมเบิล
          
          เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ

          แป้งเค้ก 2 ช้อนโต๊ะ

          น้ำตาลทรายแดงป่น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
          
          1. ใส่แป้งเค้ก น้ำตาลทรายแดง ผงอบเชย และผงฟูลงในถ้วย (หรือแก้วกระเบื้องที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้) คนผสมเข้าด้วยกัน
          
          2. เติมซอสแอปเปิลลงไปคนผสมให้เข้ากัน ตามด้วยน้ำมันพืช และกลิ่นวานิลลา คนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว เตรียมไว้
          
          3. ทำครัมเบิลโดยใส่เนยสดลงในอ่างผสม ตามด้วยแป้ง และน้ำตาลทรายแดง ใช้ส้อมคนผสมให้เข้ากันเป็นเม็ดทราย ตักใส่ลงในถ้วยเค้ก
          
          4. นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 45 วินาที จนขึ้นฟู นำออกจากเตา เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม และซอสคาราเมล

5. เค้กสายรุ้ง (Rainbow Mug Cake)



ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)
          
          เนยสด (อุณหภูมิห้อง) 100 กรัม

          น้ำตาลทรายขาว 1/2 ถ้วย (100 กรัม)

          ไข่ไก่ (อุณหภูมิห้อง) 2 ฟอง

          กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

          แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย (110 กรัม)

          ผงฟู 1/2 ช้อนชา

          เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา

          เกลือป่น เล็กน้อย

          สีผสมอาหารสีแดง, สีเหลือง, สีส้ม, สีเขียว และสีฟ้า

          ครีมชีสฟรอสติ้ง สำหรับแต่ง

วิธีทำ
         
          1. ตีผสมเนยสดที่นิ่มแล้วกับน้ำตาลทรายในอ่างผสมด้วยตะหร้อมือจนเป็นเนื้อครีม (ประมาณ 3 นาที) จากนั้นตอกไข่ไก่ใส่ลงไปตีผสมให้เข้ากัน ตามด้วยกลิ่นวานิลลา ตีผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
         
          2. ใส่แป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือป่นลงไปคนผสมพอเข้ากัน จากนั้นตักแบ่งส่วนผสมเป็น 5 ถ้วย
         
          3. หยดสีผสมอาหารแต่ละสีประมาณ 2 หยดลงในถ้วยส่วนผสมแป้งแต่ละถ้วย คนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน
         
          4. ใช้ปลายช้อนตักส่วนผสมเค้กแต่ละสีใส่ลงในถ้วยสำหรับเข้าไมโครเวฟ โดยตักใส่สลับสีสลับชั้นให้เป็นลายหินอ่อนให้สวยงามทั้ง 4 ถ้วย
         
          5. นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 45 วินาที จนเค้กขึ้นฟู นำออกจากเตา แต่งด้วยครีมชีสฟรอสติ้งให้สวยงาม

          เจ๋งสุด ๆ ถ้าต่อไปนี้ทำเค้กได้ง่าย ๆ แบบนี้ก็อ้วนกันพอดีสินะ แต่อย่าไปแคร์ ! อุปสรรคมีไว้พุ่งชนเนอะจริงไหม ? อิอิ


credit by : http://cooking.kapook.com/view107956.html

Read More...


10 ไอเดียทำขนมในแก้วกาแฟ ง่าย ๆ ด้วยไมโครเวฟ


    แก้วกาแฟที่คนส่วน ใหญ่เอาไว้ใส่เครื่องดื่มร้อนดื่มกินกันอยู่ทุกวัน รู้ไหมว่า มีประโยชน์มากกว่าที่เห็นนะคะ อย่างน้อย ๆ ก็สามารถนำมาใช้เป็นถ้วยไว้ใส่ขนมใช้กับไมโครเวฟได้ และแน่นอนว่าเราก็ไม่ลืมที่จะหยิบยก 10 ไอเดียทำขนมในแก้วกาแฟ ง่าย ๆ ด้วยไมโครเวฟ จะน่ากิน และง่ายขนาดไหน ไปดูกันเลยจ้า



ดูวิธีทำได้ที่ No. 2 Pencil

   1. คุกกี้ช็อกโกแลตชิพ

     หากก่อนหน้านี้คุณมีแก้วกาแฟใบโปรดเอาไว้ใส่เครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว หลังจากนี้ลองนำมาใส่ส่วนผสมคุกกี้ก่อนำไปอบกันบ้างดีกว่า จะได้ลิ้มลองรสชาติกรุบกรอบของเนื้อคุกกี้ที่มาพร้อมกับช็อกโกแลตชิพสุดเข้ม ข้น และชมความสวยงามของแก้วน้ำในเวลาเดียวกัน 
ส่วนผสม

 เนย 1 ช้อนโต๊ะ

 น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

 น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ

 กลิ่นวานิลลา 3 หยด

 เกลือป่นเล็กน้อย

 ไข่แดง 1 ฟอง

 แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/4 ถ้วย

 ช็อกโกแลตชิพ 2 ช้อนโต๊ะพูน

วิธีทำ

 1. ใส่เนยลงในแก้ว นำไปละลายในไมโครเวฟประมาณ 5 วินาที นำออกจากเตา เติมน้ำตาล กลิ่นวานิลลา และเกลือป่นลงไป คนผสมให้เข้ากัน ใส่ไข่แดง แล้วคนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง

 2. เติมแป้งสาลีอเนกประสงค์ลงไป คนผสมให้เข้ากัน แล้วเติมช็อกโกแลตชิพลงไปคนผสมจนเนื้อเหนียว 

 3. นำเข้าไมโครเวฟ ครั้งแรกใช้นานประมาณ 40-60 วินาที จนคุกกี้สุก พักทิ้งไว้จนเย็น พร้อมเสิร์ฟ 

ดูวิธีทำได้ที่ No. 2 Pencil 

   2. บราวนี่

    สำหรับคนที่ชื่นชอบรสชาติเข้มข้นของช็อกโกแลตเต็ม ๆ คำ พลาดไม่ได้เลยกับบราวนี่ที่อัดแน่นมาในแก้วใบสวย ที่ไม่ได้มีเพียงบราวนี่เนื้อแน่นแสนนุ่มเท่านั้น แต่เนื้อในยังมีช็อกโกแลตแท่งเอาไว้ให้เคี้ยวกันเพลิน ๆ ด้วย

ส่วนผสม

        เนย 2 ช้อนโต๊ะ

 น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

 น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ

 กลิ่นวานิลลา 1/4 ช้อนชา

 เกลือป่นเล็กน้อย

 ไข่แดง 1 ฟอง

 แป้งสาลีอเนกประสงค์ 4 ช้อนโต๊ะ

 ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ

 ช็อกโกแลตหักเป็นชิ้นเล็ก ๆ

วิธีทำ

    1. ใส่เนยลงในแก้ว นำไปละลายในไมโครเวฟประมาณ 5 วินาที นำออกจากเตา เติมน้ำตาล กลิ่นวานิลลา และเกลือป่นลงไป คนผสมให้เข้ากัน ใส่ไข่แดง แล้วคนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง

    2. เติมแป้งสาลีอเนกประสงค์ และผงโกโก้ลงไป คนผสมให้เข้ากัน สุดท้ายเติมช็อกโกแลตลงไปคนผสมจนเข้ากัน

    3. นำเข้าไมโครเวฟ ครั้งแรกใช้นานประมาณ 45 วินาที จนบราวนี่สุก พักทิ้งไว้จนเย็น พร้อมเสิร์ฟ



ดูวิธีทำได้ที่  How Sweet It Is

   3. ช็อกโกแลตฟัดจ์พร้อมมาร์ชเมลโลเนื้อนุ่ม

    อีกหนึ่งขนมหวานที่คนชอบช็อกโกแลตควรลองทำรับประทานดูสักครั้ง รับรองว่าจะต้องมีครั้งต่อไปตามมาแน่นอน เพราะในแก้วใบนี้คุณจะได้ลิ้มรสถึง 3 รสชาติในคราวเดียว ไม่ว่าจะเป็นแครกเกอร์บดกรอบ ๆ เนื้อช็อกโกแลตฟัดจ์รสเข้มข้น และมาร์ชเมลโลที่แสนจะเนียนนุ่ม

ส่วนผสม

 แครกเกอร์บด 2-3 ช้อนโต๊ะ

 เนยสดชนิดเค็ม 3 1/2 ช้อนโต๊ะ

 น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

 ไข่ไก่ 1 ฟอง

 กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา

 แป้งโฮลวีต 1/4 ถ้วย

 ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ

 ผงฟู 1/8 ช้อนชา

 ช็อกโกแลตนม 1 1/2 ออนซ์

 มาร์ชเมลโล

วิธีทำ

    1. ผสมเนย 3 ช้อนโตด๊ะกับช็อกโกแลต 1 ออนซ์ เข้าด้วยกัน นำไปละลายในไมโครเวฟ นานประมาณ 20 วินาที นำออกจากเตา เตรียมไว้

    2. ผสมเนยที่เหลือกับแครกเกอร์บดให้เข้ากัน จากนั้นตักใส่แก้ว เตรียมไว้

    3. ตีผสมไข่ไก่ น้ำตาลทราย และกลิ่นวานิลลาให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเนียน เทลงในส่วนผสมเนยและช็อกโกแลต จากนั้นเติมแป้ง ผงฟู เกลือ และผงโกโก้ ตีผสมจนเนื้อเนียนขึ้นฟู เทส่วนผสมลงในแก้วสลับชั้นกับมาร์ชเมลโล โดยให้ชั้นบนสุดเป็นมาร์ชเมลโล นำเข้าเตาอบประมาณ 1-2 นาที นำออกจากเตา

    4. วางมาร์ชเมลโลไว้ด้านบน นำกลับเข้าไมโครเวฟต่ออีกประมาณ 5 วินาทีจนมาร์ชเมลโลละลาย นำออกจาเตา พร้อมเสิร์ฟ


ดูวิธีทำได้ที่ No. 2 Pencil

   4. คุกกี้เนยถั่ว

    คราวนี้เปลี่ยนมาเอาใจคนชอบเนยถั่วกันบ้างดีกว่า กับเมนูคุกกี้เนยถั่วในแก้ว ที่มาพร้อมกับคุกกี้กรุบกรอบอัดแน่นไปด้วยรสชาติหวานมันที่มาจากเนยถั่วสุด โปรดให้เลือกกินกันแบบไม่อั้น อีกทั้งด้านบนยังมีถั่วลิสงบดมาช่วยเติมความกลมกล่อมให้มากยิ่งขึ้น
ส่วนผสม

 เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ

 เนยถั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
       
 น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ

 น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

 กลิ่นวานิลลา 2-3 หยด

 เกลือป่นเล็กน้อย

 ไข่แดง 1 ฟอง

 แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3 ช้อนโต๊ะ

 ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ ๆ 

วิธีทำ

    1. ใส่เนยและเนยถั่วลงในแก้ว นำไปละลายในไมโครเวฟประมาณ 30 วินาที นำออกมาคนผสมให้เข้ากัน เติมน้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทราย กลิ่นวานิลลา และเกดลือป่นลงไป คนผสมให้เข้ากัน

    2. ใส่ไข่ไก่ลงไปตีผสม จากนั้นเติมแป้ง คนผสมให้เข้ากันจนเนื้อเหนียว เติมถั่วลิสงคั่วบดลงไปด้านบน

    3. นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 45 วินาที จนสุก นำออกจากเตา พักไว้จนเย็น พร้อมเสิร์ฟ


ดูวิธีทำได้ที่ Sizzlingveggies

   5. เค้กช็อกโกแลตหอมกรุ่น

    คำเดียวไม่เคยพอจริง ๆ สำหรับเค้กช็อกโกแลตที่นอกจากคุณจะสามารถสัมผัสได้ถึงรสชาติเข้มข้นของเนื้อ เค้กที่อัดแน่นอยู่ในแก้วแล้ว หากได้ลองตกแต่งหน้าเค้กช็อกโกแลตด้วยวิปปิ้งครีมกับผลสตรอว์เบอร์รีรับรอง ว่า อร่อยไม่รู้ลืมเลยล่ะ
ส่วนผสม

 แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ช้อนโต๊ะ

 ผงโกโก้ 1 ช้อนชา

 ผงฟู 1/4 ช้อนชา 

 เกลือป่นเล็กน้อย

 นมสด 2 ช้อนโต๊ะ

 น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

 ช็อกโกแลตชิพ

 ท้อปปิ้งตามชอบ เช่น เนยถั่ว แยม ซอสคาราเมล นูเทลล่า 

วิธีทำ

    1. ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงโกโก้ ผงฟู และเกลือป่นเข้าด้วยกัน

    2. เติมนมสด และน้ำมันพืช คนผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน ตักลงในแก้ว เติมช็อกโกแลตชิพ คนผสมให้เข้ากัน

    3. นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 1 นาที จนเค้กสุก นำออกจากเตา ราดด้วยท้อปปิ้งตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ


ดูวิธีทำได้ที่ The Novice Chef

   6. เค้กช็อกโกแลตผสมเนยถั่วสุดเข้มข้น

    การผสมผสาน 2 ความต่างที่ลงตัวระหว่างความเข้มข้นจากช็อกโกแลต กับเนยถั่วรสหวานมันที่หากได้ชิมแล้วต้องติดใจ โดยเฉพาะเมื่อนำมารวมกันในเค้กช็อกโกแลตชิ้นนี้ความอร่อยก็เพิ่มขึ้นอีกเท่า ตัว ซึ่งเชื่อว่าหากได้ลองแล้วจะวางไม่ลงเลยล่ะ

ส่วนผสม

 แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3 ช้อนโต๊ะ

 น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

 ผงโกโก้ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

 ผงฟู 1/4 ช้อนชา

 เกลือป่นเล็กน้อย

 นมสด 3 ช้อนโต๊ะ

 น้ำมันพืช  1 1/2 ช้อนโต๊ะ

 เนยถั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

    1. ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ น้ำตาลทราย ผงโกโก้ ผงฟู และเกลือป่นลงในแก้ว ใช้ส้อมคนผสมเข้าด้วยกัน 

    2. เติมนมสด น้ำมันพืช และเนยถั่ว คนผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่แก้ว

    3. นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 1 นาที จนเค้กสุก นำออกจากเตา พร้อมเสิร์ฟ



ดูวิธีทำได้ที่ Kurryleaves

   7. เค้กกาแฟช็อกโกแลต

     เค้กช็อกโกแลตที่มีรสชาติจากผงกาแฟมาช่วยลดความหวานผสานความกลมกล่อมให้กับ เนื้อเค้ก อีกทั้งยังเป็นเค้กช็อกโกแลตที่เหมาะสำหรับคนมีรัก เพราะหน้าเค้กมีรูปหัวใจที่สื่อให้เห็นถึงความรัก ความอบอุ่น ที่คุณเต็มใจมอบมันให้กับคนรัก
ส่วนผสม

 แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3 ช้อนโต๊ะ

 ผงกาแฟ 1 ช้อนชา

 ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ

 น้ำตาลทราย 2-3 ช้อนโต๊ะ

 ผงฟู 1/4 ช้อนชา

 นมสด 2 ช้อนโต๊ะ
       
 ไข่ไก่ 1 ฟอง

 น้ำมันพืช  2 ช้อนโต๊ะ

 กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

    1. ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงกาแฟ ผงโกโก้ น้ำตาลทราย และผงฟู เข้าด้วยกัน 

    2. เติมนมสด ไข่ไก่ น้ำมันพืช และกลิ่นวานิลลา ใช้ส้อมตีผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่แก้ว

    3. นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 1-2 นาที จนสุก นำออกจากเตา โรยน้ำตาลไอซิ่ง พร้อมเสิร์ฟ


ดูวิธีทำได้ที่ Pretty Prudent

   8. เค้กครัมเบิลกรุบกรอบ

    เค้กครัมเบิลหอมกรุ่นถ้วยนี้ นอกจากจะได้สัมผัสเนื้อเค้กนุ่ม ๆ แล้ว ยังได้ความกรุบกรอบจากเนื้อครัมเบิลอีกด้วย แถมยังได้กลิ่นหอมเบา ๆ จากอบเชยอีกด้วย
ส่วนผสม

 เนยสด (สำหรับทำเนื้อเค้ก) 1 ช้อนโต๊ะ

 น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

 ไข่ไก่ 1 ฟอง

 ซาวร์ครีม 2 ช้อนโต๊ะ

 แป้งสาลีอเนกประสงค์ (สำหรับทำเนื้อเค้ก) 1/4 ถ้วย

 ผงฟู 1/8 ช้อนชา

 เนยสด (สำหรับทำครัมเบิล) 1 ช้อนโต๊ะ

 แป้งสาลีอเนกประสงค์ (สำหรับทำครัมเบิล) 2 ช้อนโต๊ะ

 น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ

 ผงอบเชยป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ

    1. ใส่เนยลงในแก้ว นำไปละลายในไมโครเวฟประมาณ 10-15 วินาทีจนละลาย นำออกจากเตา ใส่น้ำตาลทรายลงไป คนผสมให้เข้ากันจนฟู ประมาณ 30 วินาที

    2. ใส่ไข่ไก่ลงไปตีผสมให้เข้ากัน เติมซาวร์ครีม และกลิ่นวานิลลาเล็กน้อยลงไป คนผสมให้เข้ากัน จากนั้นเติมแป้งสาลีอเนกประสงค์ และผงฟูลงไป คนผสมให้เข้ากัน

    3. ทำครัมเบิล โดยผสมเนย แป้งสาลีอเนกประสงค์ น้ำตาลทรายแดง และผงอบเชยป่นเข้าด้วยกัน จากนั้นเทลงในส่วนผสมเค้ก คนให้เข้ากัน 

    4. นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 1 นาที นำออกจากเตา พร้อมเสิร์ฟ

 ดูวิธีทำได้ที่ Heather Likes Food

   9. เค้กฟักทองแสนหวาน
    หากคุณรู้สึกว่าเค้กอย่างเดียวมันธรรมดาเกินไป คราวนี้ก็เพิ่มฟักทองลงไปในส่วนผสมดูบ้างเชื่อว่า เค้กฟักทองชิ้นนี้จะต้องกลายเป็นเค้กโปรดของคุณอย่างแน่นอน เพราะไม่ได้มีแค่รสกลมกล่อมเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์กับสุขภาพด้วย 

ส่วนผสม

 เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ

 น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

 เนื้อฟักทองบดดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

 กลิ่นวานิลลาเล็กน้อย

 แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/4 ถ้วย

 ผงฟู 1/8 ช้อนชา

 เกลือป่นเล็กน้อย

 ผงกานพลูป่นเล็กน้อย

 เนยสด (สำหรับทำสตรูเซล) 1 ช้อนโต๊ะ

 แป้งสาลีอเนกประสงค์ (สำหรับทำสตรูเซล) 2 ช้อนโต๊ะ

 น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ

 ผงอบเชยป่นเล็กน้อย 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

    1. นำเนยสดใส่แก้ว นำไปละลายในไมโครเวฟประมาณ 5 วินาที นำออกจากเตา ใส่น้ำตาลทรายลงไป คนผสมให้เข้ากัน เติมเนื้อฟักทองบดดละเอียด กลิ่นวานิลลา แป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู เกลือป่น และผงกานพลูป่นลงไป คนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว ตักใส่แก้ว เตรียมไว้

    2. ทำสตรูเซล โดยผสมเนยสด แป้งสาลีอเนกประสงค์ น้ำตาลทรายแดง และผงอบเชยป่นเข้าด้วยกัน จากนั้นนำลงไปผสมกับส่วนผสมเค้ก คนผสมให้เข้ากัน

    3. นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 50-60 วินาที นำออกจากเตา พร้อมเสิร์ฟ


ดูวิธีทำได้ที่ Pretty Prudent

   10. เฟรนช์โทสต์หอมกรุ่น

     นอกจากนี้คุณยังสามารถลิ้มลองรสชาติของขนมปังฝรั่งเศสในรูปแบบที่แตกต่าง โดยการหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปใส่ในแก้วและเสิร์ฟพร้อมกับเมเปิลไซรัป ที่จะทำให้คุณตกอยู่ในภวังค์ของความหวานละมุน และสัมผัสกรอบนอกนุ่มในแบบที่คุณอาจไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

ส่วนผสม

 ขนมปัง หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ

 เนยสด

 ไข่ไก่

 นมสด

 ผงอบเชยป่น

 น้ำผึ้ง

วิธีทำ
       
    1. ใส่เนยสดลงในแก้ว นำไปละลายในไมโครเวฟประมาณ 5 วินาที นำออกจากเตา ใส่ขนมปังลงไปจนเต็มแก้ว เตรียมไว้

    2. ผสมไข่ไก่กับนมสด และผงอบเชยป่นเข้าด้วยกัน จากนั้นเทลงในแก้วขนมปัง พักทิ้งไว้สักครู่ให้ของเหลวซึมเข้าขนมปัง

    3. นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 1 นาที นำออกจากเตา ราดน้ำผึ้ง พร้อมเสิร์ฟ

    เมนู ขนมหวานไม่ว่าจะเป็นเค้ก บราวนี่ คุกกี้ ฯลฯ สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยที่คุณไม่ต้องมีเตาอบที่บ้านก็ได้ เพราะขอแค่คุณมีส่วนผสมตามที่กำหนดในแต่ละสูตร แก้วกาแฟ 1 ใบ และไมโครเวฟ เท่านี้ก็มากพอที่จะทำขนมหวานอร่อย ๆ สักเมนูได้แล้ว และรับรองว่ารสชาติที่ได้อร่อยไม่แพ้ขนมหวานที่อบด้วยเตาอบเลยทีเดียว

Read More...


ช็อกโกแลตเค้ก ‘คุณเปิ้ล’ หวานมันกรุบกรอบ


ได้กลิ่นหอมหวานโชยมาแตะจมูกทันทีที่ก้าวเท้าขึ้นมาเป็นแขก ของบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ย่านพัฒนาการ 20 ระหว่างยืนรอเจ้าของบ้านมาเปิดประตูต้อนรับ อาศัยเวลาเดาสุ่มเรื่อยเปื่อยว่าเมนูวันนี้ต้องเป็นขนมแน่นอน ใช้ความคิดได้ไม่นานเท่าใด คุณแม่ลูกสอง เปิ้ล-ประภาพร สะใภ้คนโตของตระกูล “อัศวเหม” ก็เปิดประตูออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกลิ่นหอมของเบเกอรี่ที่หนักแน่นขึ้น เป็นการคอนเฟิร์มว่าเมนูส่งท้ายปีนี้หนีไม่พ้นขนมหวานละมุนลิ้น

เจ้า ของบ้านเชื้อเชิญให้นั่งก่อนเล่าให้ฟังว่า “ใจอ่อนทนลูกอ้อนของน้องพราวลูกสาวคนเล็กไม่ไหว จึงเรียนทำขนมที่เลอ กอร์ดอง เบลอ เหตุผลหลักคือลูก ๆ ชอบกินและอยากทำชีสเค้กให้เป็น ต่อยอดจากพื้นฐานเดิมที่ได้วิชาทำขนมมาจากคุณแม่ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเค้กสูตรโบราณ” โดยหันหลังให้กับคอร์สอาหารคาว หลังสืบทราบหลักสูตรบังคับต้องทำเมนูอาหารจากกระต่ายหนึ่งจาน “เปิ้ลไม่กล้าทำค่ะ กระต่ายเหมือนแมว ด้วยความที่เป็นคนรักสัตว์ทำไปต้องร้องไห้ไปด้วยแน่ ๆ แต่คอร์สขนมหวานเรียนไม่จบนะคะ ลงแค่ 2 คอร์ส ยกเว้นเรียนแต่งหน้าเค้กไว้เพราะว่าขี้เกียจ” คุณแม่ลูกสองเล่าพลางหัวเราะเสียงใส

นอกจากลูกๆ เป็นฝ่ายได้ชิมฝีมือแล้ว คุณเปิ้ลยังนั่งหน้าเตาอบขนมทุกช่วงเทศกาลสำคัญ เพื่อส่งความอร่อยแจกจ่ายมิตรสหายเพื่อนสนิทด้วยตัวเอง เช่น วันคล้ายวันกิด เทศกาลปีใหม่ เป็นต้น “เปิ้ลจะไปสืบเสาะว่า ผงโกโก้ที่ไหนดี ส่วนผสมที่ไหนดี ดั้นด้นไปหาซื้อ ตอนนี้มีแหล่งซื้อวัตถุดิบเจ้าประจำแล้ว ปีนี้เริ่มทำขายเต็มตัวผ่านอินสตาแกรมแก้เหงาบรรเทาอาการคิดถึงลูก ๆ เวลาไปเรียนที่ต่างประเทศ พอลองเป็นแม่ค้าไม่เหนื่อยนะคะ รู้สึกสนุกมากกว่า” แม่ค้ามือสมัครเล่นกล่าว

เปิดเตาอบรับสั่งทำ เค้ก หากปีใหม่ยังไม่มีของให้ใคร คุณเปิ้ลเชิญชวนว่า “ลองสั่งเค้กคุณเปิ้ลเป็นของขวัญได้ โดยรับรองความอร่อยไม่ผิดหวังแน่นอน ขณะนี้ทำอยู่สามชนิดได้แก่ ช็อกโกแลตทาร์ต, เชสนัทเค้ก และอัลมอนด์เค้ก ขนาด 1 ปอนด์ ราคา 1,400 บาท ทำทุกวันศุกร์และวันจันทร์จะลงอินสตาแกรมว่าเมนูอาทิตย์นี้มีอะไรบ้าง และหลังปีใหม่คิดเมนูเพิ่มไว้รองรับแล้วสามถึงสี่เมนู สำหรับช่องทางสั่งมีทั้งอินสตาแกรม applehomemade, ไลน์ appleasavahame หรือโทรฯกริ๊งกร๊างมาได้ที่ 08-1754-8000 บริการส่งถึงบ้านหากสั่งตั้งแต่ 10 ชิ้นขึ้นไป”

หนึ่งในเมนูของหวานวันนี้ คุณเปิ้ล นำเสนอ “ช็อกโกแลตเค้ก โดยคุณเปิ้ล” สูตรปราศจากเนยที่เจ้าตัวคิดค้นสูตรขึ้นมาเอง เพื่อให้คนชอบขนมหวานทางบ้าน ลองทำตามได้ คุณเปิ้ลแบ่งส่วนผสม 2 ส่วน ดังนี้ เนื้อเค้ก ประกอบด้วย น้ำตาลไอซ์ซิ่ง 400 กรัม, ไข่ไก่ 1 ฟอง, ไข่แดง 3 ฟอง, ไข่ขาว 2 ฟอง, น้ำตาล 50 กรัม, แป้ง 30 กรัม, ผงโกโก้ 20 กรัม และ มูส ประกอบด้วย มิลค์ ช็อกโกแลต 250 กรัม, ครีมส่วนที่ 1 ปริมาณ 180 กรัม และครีมส่วนที่ 2 ปริมาณ 140 กรัม

วิธีทำ นำไข่ขาวและน้ำตาลตีจนตั้งยอดแบ่งไว้ 1 ถ้วย จากนั้นนำส่วนผสมของเนื้อเค้กที่เหลือตีเข้าด้วยกัน ขั้นตอนนี้ถ้าหาเฮเซลนัทบดละเอียดได้ให้ผสมตามลงไปเพิ่มความกรุบกรอบ แต่ถ้าหาไม่ได้ไม่เป็นไรเพราะคุณเปิ้ลเล่าว่าค่อนข้างหายากสักหน่อย เสร็จแล้วนำทั้งสองส่วนมาผสมกัน นำเข้าเตาอบด้วยอุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส เวลา 25 นาที เมื่อนำออกมาจากเตาแล้วพักเนื้อเค้กให้เย็น ใช้มีดตัดให้ได้ขนาด 1.5 ซม. จำนวน 2 ชิ้น

จากนั้นเริ่มทำมูส โดยใส่น้ำร้อนในหม้อจนกระทั่งน้ำเดือด นำช็อกโกแลตใส่ถ้วยอีกใบ ค่อย ๆ คนช็อกโกแลตให้ละลาย ด้วยการใช้ความร้อนจากน้ำเดือดปุดๆ ต่อมาหยิบวิปปิ้งครีมตั้งให้เดือดผสมกับช็อกโกแลตที่ละลายแล้ว ทิ้งให้คลายร้อน 10-15 นาที นำวิปปิ้งครีมตีให้เป็นเนื้อครีมส่วนที่ 2 ระมัดระวังอย่าให้วิปปิ้งครีมเหลวและแข็งจนเกินไป เสร็จแล้วเอาวิปปิ้งครีมใส่ช็อกโกแลต ใช้ตะกร้อมือตีเรื่อย ๆ จนสีจางลง มาถึงขั้นตอนประกบ วางเนื้อเค้กในพิมพ์ ตามด้วยครีมที่ผสมไว้สลับชั้นด้วยเค้กและครีมเป็น 2 ชั้น ปาดหน้าเค้กให้เรียบนำเข้าช่องแช่แข็งประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้เซตตัว แต่งหน้าด้วยการโรยผงช็อกโกแลตแล้วแต่งหน้าตามใจชอบ.
‘ช้องมาศ’

credit :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/290019/ช็อกโกแลตเค้ก+‘คุณเปิ้ล’+หวานมันกรุบกรอบ

Read More...


‘เอแคลร์ราสเบอร์รี่’ คริสต์มาสนี้มีความหวาน


บ่อยครั้งหนังสือเพียงเล่มเดียวสามารถสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ ให้กับผู้อ่าน เอ๋-อนุพงษ์ นวลฉวี นักศึกษาด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยว ม.กรุงเทพ ในสมัยนั้น ตกหลุมรักอาชีพ “เชฟ” ทันทีหลังจากวางหนังสือสกายเชฟลงบนหน้าตัก พร้อมทำความฝันให้เป็นจริง ด้วยการโอนย้ายหน่วยกิตเรียนต่อสายอาหารเต็มตัว ที่วิทยาลัยดุสิตธานี จนบัดนี้ขึ้นแท่นเป็นพ่อครัวขนมหวานมากประสบการณ์ ประจำโรงแรมเลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา เต็มตัว และยังใจดีนำเสนอเมนูของหวานซิกเนเจอร์อย่าง “เอแคลร์ราสเบอร์รี่” มาให้คนหลงใหลความหวานเช่นกัน ฝึกทำรับเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง

ก่อนลงมือทำ เชฟเอ๋เท้าความหลังก่อนมาอยู่หน้าเตาว่า เส้นทางชีวิตไม่ได้หอมหวานเหมือนขนมอบสุกใหม่ เพราะต้องผ่านทั้งความกดดันสารพัด ระหว่างเรียนทำกิจกรรมลงแข่งขันทำขนมบ้าง ทำงานพาร์ทไทม์บ้าง แต่ที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ประทับใจที่สุด ต้องยกให้โครงการแลกเปลี่ยนเวิร์ก แอนด์ ทราเวล ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา “ผมขอทำงานด้านเบเกอรี่ก่อน เพราะได้ยินว่าเชฟของหวานประจำที่นั่นเป็นลูกครึ่งชาวฝรั่งเศสกับอเมริกา ซึ่งส่วนตัวผมชื่นชอบขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศส แต่พบปัญหาด้านภาษา สิ่งที่เขาบอกเรากับสิ่งที่ผมเรียนมามันไม่ตรงกัน จึงพัฒนาตัวเองด้วยการเปิดทีวีฟังภาษาอังกฤษอยู่ประมาณ 1 เดือนเริ่มเข้าที่เข้าทาง พอการสื่อสารราบรื่นหลังจากนั้นไม่นาน ได้รับความไว้วางใจรับหน้าที่ทำเค้กงานแต่ง”

สร้างความมั่นใจให้กับตัวเชฟเอ๋มากขึ้น “ผมเริ่มกล้าโชว์ผลงานมากขึ้นนะ ส่วนตัวคิดว่าความละเอียดอ่อน ความมุ่งมั่นตั้งใจ เป็นคุณสมบัติที่เขาไว้วางใจ จนกระทั่งครบ 4 เดือน จึงกลับมาเรียนต่อ หลังจากนั้นไปฝึกงานตามโรงแรมทั้งในและต่างประเทศ” ผู้หญิงกับของหวานคู่กันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับผู้ชายอย่างเชฟเอ๋เห็นว่าการทำขนมหวานเป็นงานท้าทาย การทำขนมเป็นเหมือนการทดลองวิทยาศาสตร์มากกว่าการประกอบอาหารประเภทอื่น ๆ การทำขนมต้องมีอุณหภูมิที่เหมาะสม ทุกอย่างต้องเตรียมการ วางแผนล่วงหน้าแล้วก่อนที่จะเอาเข้าเตาอบ และไม่สามารถแก้ไขได้หลังจากอบไปแล้ว หลังจากนั้นก็นำเอาศิลปะมาตกแต่ง ดังนั้นต้องใช้ใจและใช้สมาธิมาก “จริง ๆ แล้วของหวานเรากินเป็นอย่างสุดท้าย ถ้าของหวานออกมาดีทุกคนจะลืมข้อเสียของอาหารก่อนหน้าทั้งหมด” เชฟเอ๋ กล่าว

เมนูของหวานต้องการนำเสนอวันนี้ เชฟเอ๋เลือก “เอแคลร์” มาเป็นพระเอกขี่ม้าขาว “ผมต้องการคริสต์มาสให้อยู่ในรูปแบบเอแคลร์ ส่วนใหญ่คนคิดถึงคริสต์มาส พุดดิ้ง, คริสต์มาส ร็อก แต่ผมมีความรู้สึกว่า ถ้าผมเอาคริสต์มาสมาอยู่ในเอแคลร์ยิ่งทำให้น่าสนใจมากขึ้น โดยสร้างความโดดเด่นด้วยการตกแต่ง และพยายามคิดรสชาติแปลกใหม่ วันนี้จึงใช้เพสท์อัลมอนด์มาตัดรสชาติอมเปรี้ยวของไส้ราสเบอร์รี่ ขณะเดียวกันเอแคลร์เป็นขนมหวานคลาสสิก ได้รับความนิยมอยู่เสมอ

สำหรับส่วนผสมและวิธีทำแบ่งเป็น 3 ส่วน เพื่อให้เข้าใจง่ายดังนี้ แป้งชูสำหรับเอแคลร์ วัตถุดิบประกอบด้วย แป้งขนมปัง 680 กรัม, ไข่ไก่ 1,040 กรัม, น้ำ 750 กรัม, เนย 340 กรัม และเกลือ 10 กรัม วิธีทำ ต้มน้ำ เนย และเกลือเข้าด้วยกัน เติมแป้งขนมปัง คนจนกระทั่งส่วนผสมเข้ากันดีและไม่ติดกระทะ นำไป
ใส่ชามผสม ตีแป้งด้วยความเร็วปานกลางประมาณ 1 นาที และค่อย ๆ เติมไข่ไก่ไปทีละนิดจนกระทั่งหมด วางพักไว้จนเย็น และนำไปบีบบนถาดที่ความยาวประมาณ 14 ซม. อบด้วยความร้อน 170 องศาเซลเซียส ประมาณ 45 นาที วางไว้ให้เย็นบนตะแกรงก่อนที่จะเติมไส้

มูสราสเบอร์รี่ วัตถุดิบ น้ำราสเบอร์รี่แบบบดเข้มข้น 1,000 กรัม, น้ำตาล 300 กรัม, เจลาติน 50 กรัม, วิปปิ้งครีม 1,200 กรัม วิธีทำ ต้มราสเบอร์รี่และน้ำตาลเข้าด้วยกัน ใส่เจลาตินลงไปวางทิ้งไว้ให้เย็น ค่อย ๆ คนเข้าด้วยกันและค่อย ๆ ใส่วิปปิ้งครีมลงไป

เอแคลร์ วัตถุดิบ เอแคลร์ 10 ชิ้น, มูสราสเบอร์รี่ 500 กรัม, เพสท์อัลมอนด์ 150 กรัม, สีแดง 4 กรัม, เจลแอพริคอท 20 กรัม วิธีทำ เจาะรูเอแคลร์ 3 รูเพื่อเติมไส้เอแคลร์มูสราสเบอร์รี่ ผสมเพสท์อัลมอนด์ด้วยสีแดง รีดเป็นแผ่นบางประมาณ 0.2 เซนติเมตร และไปไว้บนตัวเอแคลร์ เคลือบด้านบนด้วยเจลแอพริคอท และตกแต่งให้สวยงามตามใจชอบ.

ช้องมาศ

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/288544/‘เอแคลร์ราสเบอร์รี่’+คริสต์มาสนี้มีความหวาน

Read More...


‘ปลาเผาเกลือ’ เมนูสุขภาพทำเงินงาม





“อาหารทะเล” หรือ “ซีฟู้ด” อาหารจำพวกกุ้ง ปู ปลา หอย นำมาลวก นึ่ง ปิ้ง ย่าง ฯลฯ ปัจจุบันมีการเปิดร้านขายอยู่ทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่ตลาดน้ำ องค์ประกอบที่ทำให้ร้านประสบผลสำเร็จ นอกจากอาหารสด ๆ และฝีมือในการทำแล้ว ต้องรู้จักพลิกแพลงปรับโฉมอาหารให้มีความหลากหลาย มีประโยชน์ถูกใจคนรักสุขภาพ และนอกจากปลาทะเล แล้วยังนำปลาน้ำจืดมาขายได้ด้วย ทีม “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูล “ปลาเผาเกลือ” ที่มีอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ มานำเสนอ...

เปิ้ล-ศลิษา วงศ์ศิริ และ มะเฟือง-เสาวภักดิ์ วงศ์ศิริ สองพี่น้องเจ้าของร้าน “See’d Seafood ซี๊ด ซีฟู้ด” ตลาดน้ำขวัญ-เรียม เล่าว่า ชีวิตของพวกเธอผูกพันมากับอาหารมาตั้งแต่เด็ก เพราะตั้งแต่คุณย่า คุณยาย จนมาถึงรุ่นคุณพ่อคุณแม่ของพวกเธอชอบทำกับข้าวมาก ซึ่งทุกครั้งพวกเธอก็จะลงไปเป็นลูกมือช่วยคุณแม่ทำกับข้าวเสมอมา ประกอบกับคุณพ่อมาทำธุรกิจร้านอาหาร พวกเธอจึงมาช่วยงานที่ร้านตลอด แต่ตอนหลังธุรกิจมีปัญหาจึงต้องปิดร้านไปโดยปริยาย

“หลังเรียนจบไม่ได้ทำงานประจำที่ไหน พวกเราก็อยากทำงานอิสระ หรือไม่ก็เป็นธุรกิจเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำมาหากินตามที่ตัวเองถนัด ซึ่งก็ไม่พ้นอาชีพเกี่ยวกับอาหาร พอดีตลาดน้ำขวัญเรียมเพิ่งเปิด พี่เปิ้ล ก็มาขายอาหารทะเลนำร่องก่อน ปรากฏว่าขายดีมาก เรือขายของไม่สามารถรองรับกับจำนวนของลูกค้าได้ ต้องการขยายร้านต่อเป็นแพ จึงชวนตนมาร่วมหุ้นด้วย และช่วยคิดเมนูอาหารให้มีความหลากหลาย เพราะเรียนจบด้านคหกรรม อย่างปลาเผาเกลือธรรมดา ก็ปรับเป็นกึ่งเมี่ยงปลาเผา กระแสตอบรับดีเกินคาด”

อุปกรณ์ที่ใช้ก็มี เตาสำหรับย่าง, ถาดหรือกระบะอะลูมิเนียม, กะละมัง, คีมคีบถ่าน และถ่าน ขณะที่วัตถุดิบหลัก ๆ คือ ปลาช่อน, ปลาทับทิม, เกลือป่น และตะไคร้

เครื่องเคียงที่กินคู่กับปลา ก็ประกอบด้วย เส้นขนมจีนเส้นสด, มะเขือยาว, ผักกาดหอม, ผักกาดขาว และใบชะพลู ส่วนผักแกล้ม ก็มีใบสะระแหน่, โหระพา และแครอท เป็นต้น

หัวใจสำคัญของอาหารชนิดนี้ เรียกว่า อยู่ที่ “น้ำจิ้มรสเด็ด” จะมีทั้งน้ำจิ้มเผ็ด หรือน้ำจิ้มซีฟู้ด รสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม จัดจ้านแซ่บสะใจ และน้ำจิ้มแจ่ว รสกลมกล่อม หวานอมเปรี้ยว

ขั้นตอนการทำ “ปลาเผาเกลือ”

เริ่มจากนำปลาช่อนสด ปลาทับทิม มาล้างทำความสะอาด ผ่าท้องควักไส้ แต่ไม่ต้องขอดเกล็ด ล้างให้สะอาดอีกครั้ง พักพอสะเด็ดน้ำ นำตะไคร้มาตัดโคนให้แหลมนิดหน่อย แล้วทุบพอแตก ยัดเข้าไปในพุงปลา เพื่อดับกลิ่นคาว นำเกลือป่นที่เตรียมไว้มาเทใส่กระบะหรือถาด เอาเกลือทวนเกล็ดจากหางไปทางหัวปลา พยายามกดให้แน่น ๆ ให้เกลือแทรกเข้าไปในเกล็ดปลา แล้วพอกเกลือให้หนาและมิดตัวปลา (เกลือจะช่วยให้โปรตีนในเนื้อปลาอุ้มน้ำไว้ ไม่ให้ไหลออกมา ทำให้เนื้อปลานุ่มหวานอร่อย)

นำเหล็กแหลมหรือไม้แหลมที่ใช้ย่างปลามาเสียบตัวปลา ทิ้งไว้ 20 นาที ก่อนจะนำไปย่างกับเตาถ่าน ที่ไฟร้อนกรุ่น ๆ อยู่ด้านล่าง เวลาย่างปลาต้องคอยกลับไปมา ประมาณ 30 นาที ปลาก็จะสุกสม่ำเสมอกันดี มีสีสัน กลิ่นหอมชวนรับประทาน

ผักเครื่องเคียงและผักแกล้ม นำมาล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ แครอทให้ปอกเปลือก หั่นเป็นแท่ง ๆ เตรียมไว้ ส่วนมะเขือยาวก็นำมาเผาไฟให้สุก ลอกเปลือกออกตอนร้อน ๆ ใช้กรรไกรตัดเป็นท่อน ๆ เสิร์ฟคู่กับปลา

น้ำจิ้มรสเด็ด ถ้าเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ด ส่วนผสมก็มี พริกขี้หนูสวนสีเขียวสด, รากผักชี, กระเทียมกลีบเล็กปอกเปลือก, โหระพา, มะนาว, เกลือ, น้ำตาลทราย นำน้ำกับน้ำตาลทรายไปต้มเป็นน้ำเชื่อม แล้วทิ้งไว้ให้เย็น ปั่นกระเทียม ใบโหระพา รากผักชี, พริกขี้หนูทั้งหมดให้ละเอียด เทใส่ในชาม เติมน้ำเชื่อม เกลือ น้ำมะนาว คนให้เกลือละลาย ปรุงรสให้แซ่บสะใจ เปรี้ยว เค็ม หวาน

ถ้าเป็นน้ำจิ้มแจ่ว ใช้หอมแดง พริกชี้ฟ้า กระเทียม มะนาว น้ำปลาร้า น้ำปลา และน้ำต้มสุก โดยนำพริก หอม กระเทียม มาย่างไฟให้พอหอม ลอกเปลือกออก แล้วนำมาตำในครกให้ละเอียด ใส่น้ำปลาร้า น้ำปลา น้ำสะอาดที่ต้มสุกแล้ว คลุกเคล้าให้เข้ากัน เติมรสเปรี้ยวด้วยการบีบมะนาวลงไป คลุกเคล้าอีกทีให้เข้ากัน แค่นี้ก็ได้น้ำจิ้มแจ่วรสจัดจ้านแล้ว

การเสิร์ฟ-ขาย จะขายพร้อมกับผักเครื่องเคียงและผักแกล้ม เส้นขนมจีน น้ำจิ้มรสเด็ด 2 ชนิด นอกจากนี้ที่ร้านนี้ยังมีอาหารตามสั่ง และอาหารทะเลสด ๆ พร้อมปรุงให้ตามที่ต้องการ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก และแมงดาทะเล ไว้บริการด้วย

ส่วนราคาขายปลาเผาเกลือ ขนาดน้ำหนัก 1 กก. กว่า ๆ ปลาช่อน ชุดละ 320 บาท ปลาทับทิม ชุดละ 280 บาท

“ปลาเผาเกลือ” เจ้านี้ขายอยู่ที่ตลาดน้ำขวัญ-เรียม ขายบนแพ ฝั่งวัดบำเพ็ญเหนือ เข้าทางถนนเสรีไทย ซอย 60 หรือเข้าทางถนนรามคำแหง 187 ก็ได้ ซึ่งนอกจากขายประจำที่นี่แล้ว ยังรับออกร้านนอกสถานที่ตามงานต่าง ๆ และถ้าใครต้องการติดต่อเจ้าของกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” รายนี้ ก็ติดต่อเปิ้ลและมะเฟือง ได้ที่ โทร. 08-5361-4666, 08-2235-2959

ถ้ารู้จักพลิกแพลงการทำกิน อาหารย่างรูปแบบนี้ก็สามารถทำเงินต่อไปได้แบบไม่มีสะดุด!!.

คู่มือลงทุน...ปลาเผาเกลือ

ทุนเบื้องต้น ขึ้นอยู่กับขนาด-รูปแบบร้าน
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 60% ของราคา
รายได้ ราคาขาย 280-320 บาท/ชุด
แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป
ตลาด ย่านอาหาร, ตลาดน้ำ, ชุมชน
จุดน่าสนใจ เมนูปลาเพื่อสุขภาพเป็นจุดขาย

เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง / วรพรรณพันธุ์ เลอสิทธิศักดิ์ : ภาพ

credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/288729/‘ปลาเผาเกลือ’+เมนูสุขภาพทำเงินงาม

Read More...


10 เรื่องอาหาร ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน


หลายคนอาจจะรู้จักคุณค่าและประโยชน์ของอาหารและผลไม้นานาชนิด เป็นอย่างดี แต่ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารและผลไม้บางอย่างที่บางคนอาจจะยังไม่เคยรู้ ไทยรัฐออนไลน์มีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ จากผู้นำศูนย์รวมบริการสั่งอาหารออนไลน์ระดับโลก ฟู้ดแพนด้า มาฝาก... 
1. แอปเปิ้ลมีประสิทธิภาพในการปลุกให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัวในตอนเช้าได้มากกว่ากาแฟ เสีย อีก เพราะสารเพคนิคตินในแอปเปิ้ลกระตุ้นให้เราสดชื่นขึ้น แอปเปิ้ลยังช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องตัวขึ้นไม่ต่างจากกาแฟ เพียงแต่เราไม่ต้องบริโภคกาเฟอีนเข้าไปเท่านั้น


2. อาหารฟาสต์ฟู้ดจะกระตุ้นให้รู้สึกอยากอาหารเร็วขึ้น และจะรู้สึกอย่างนั้นต่อไปได้อีก 2-3 วัน เนื่องจากระบบทางเดินอาหารดูดซึมน้ำตาลฟรุกโตสที่พบได้ในขนมปังและของหวาน เข้าไป ทำให้อินซูลินทำงานแปรปรวน ในขณะที่เกลือซึ่งมีอยู่มากในอาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นอีกตัวแปรที่ทำให้รู้สึกหิว และกระหายน้ำเร็วขึ้น เพราะไปกระตุ้นการคายน้ำของร่างกาย


3. ต้นกล้วยไม่ใช่ต้นไม้แต่เป็นไม้ดอกล้มลุกขนาดใหญ่ ทุกส่วนเหนือพื้นดินของกล้วยเจริญเติบโตจากส่วนที่เรียกว่า "หัว" หรือ "เหง้า" เรามักเข้าใจผิดคิดว่าต้นกล้วยเป็นต้นไม้เพราะมีลำต้นสูงและแข็งแรง พอสมควร แต่แท้จริงแล้วส่วนที่เราคิดว่าคือลำต้นกลับเป็น "ลำต้นเทียม" ซึ่งเกิดจากฐานก้านใบที่แผ่ออกเป็นกาบ และรวมตัวกันอย่างหนาแน่นจนดูเหมือนลำต้น มีหน้าที่ชูก้านใบ พยุงให้พืชตั้งตรงดูคล้ายต้นไม้นั่นเอง


4. ไข่มีโปรตีนสูงที่สุด และสามารถรับประทานได้แม้ กระทั่งเปลือกซึ่งอุดมไปด้วยธาตุเหล็กและให้แคลเซียมสูง เพียงนำเปลือกไข่มาล้างให้สะอาด แล้วนำไปอบหรือย่างให้ร้อน จากนั้นตำให้ละเอียดและนำไปหุงปนกับข้าวสารเพิ่มสารอาหารให้ร่างกายได้อีก ต่อด้วย


5. ซอสมะเขือเทศเคยได้รับขนานนามว่าเป็นยา และวางจำหน่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2373 ใช้ชื่อว่า Dr. Miles Compound Extract of Tomato หรือสารสกัดจากมะเขือเทศของ ดร. ไมลส์


6. ประเทศญี่ปุ่นปลูกแตงโมเป็นทรงลูกบาศก์สี่เหลี่ยม ซึ่งประหยัดพื้นที่ได้มากกว่าลูกทรงกลม เนื่องจากชาวไร่ของญี่ปุ่นต้องการใช้พื้นที่ของตู้เย็นให้คุ้มค่ามากที่สุด วิธีการปลูกแตงโมของชาวไร่ยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่นำวัสดุที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ไปครอบแตงโมเอาไว้เมื่อลูกแตง โมยังเล็กอยู่ เมื่อลูกแตงโมโตเต็มที่ก็จะกลายเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์นั่นเอง


7. สับปะรดไม่ใช่ผลไม้ผลเดี่ยวแต่เป็นผลรวม คือผลที่เกิดจากดอกช่อ ที่มีรังไข่ของดอกแต่ละดอก รังไข่เหล่านี้ กลายเป็นผลย่อยที่เชื่อมต่อแล้วรวมกันแน่นเหมือนเป็นผลเดี่ยว ผลไม้ที่เป็นผลรวมเช่นเดียวกับสับปะรด เช่น ขนุน สาเก มะเดื่อ เป็นต้น


8. ถั่วเป็นส่วนประกอบที่ใช้ในการประกอบวัตถุระเบิด เนื่อง จากน้ำมันถั่วลิสงก่อให้เกิดกลีเซอรีน ซึ่งเมื่อ ‘กลีเซอรีน’ ผสมกับ ‘ไนโตรเจน’ ก็จะเกิดเป็นสารประกอบเคมีชื่อว่า ‘ไนโตรกลีเซอรีน’ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของระเบิดนั่นเอง


9. ซูชิปลาแชลมอนถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกโดยชาวนอร์เวย์ ชาวญี่ปุ่นเริ่มรู้จักและรับประทานซูชิปลาแซลมอนในช่วงปี พ.ศ. 2523 เมื่อครั้งที่นักธุรกิจอาหารทะเลชาวนอร์เวย์มาติดต่อธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น และนำอาหารชนิดนี้มาเผยแพร่


10. ครั้งหนึ่งร้านไอศกรีมบาสกิ้น รอบบิ้นส์ เคยคิดค้นไอศกรีมรสชาติแปลกๆ มากมายกว่าร้อยรสชาติในแต่ละปีที่โรงงานในเมืองเบอร์แบงค์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เช่น รสซอสมะเขือเทศ รสปลาแซลมอนรมควัน รสเบเกล และรสองุ่นอังกฤษ เป็นต้น


credit by :http://www.thairath.co.th/content/466555

Read More...


กู๊ด มอร์นิ่ง! ชวนคุณมาเจาะไข่แดงมื้อเช้า!


เช้าๆ แบบนี้ หลายคนคงกำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมตัวไปโรงเรียน ไปทำงาน ไหนจะต้องมาพะวงกับการหาเช้าทานอีก เดี๋ยวจะไม่ทันการ กลับมาพบกับ Trend can do ไทยรัฐออนไลน์ทุกวันศุกร์แบบนี้เช่นเคย สัปดาห์นี้เราจะทำอาหารเช้าที่แสนง่ายดายมีเพียงไม่กี่ขั้นตอน คุณก็จะได้อิ่มอร่อยกันแล้ว...

สิ่งที่ต้องเตรียม
1. ขนมปังบาเกต (Baguette เป็นขนมปังฝรั่งเศส มีลักษณะรูปทรงเป็นแท่งยาวขนาดใหญ่ เปลือกนอกแข็งกรอบ เนื้อในนุ่มเหนียว)
2. ไข่ไก่
3. เบคอน
4. เกลือและพริกไทย
5. น้ำมันปรุงอาหาร



ขั้นตอนการทำ
1. นำขนมปังบาเกตมาหั่นเป็นชิ้น หนาประมาณ 2 นิ้ว และทำให้ขนมปังเป็นรูโพรงตรงกลาง โดยการใช้มือ หรือช้อนหยิกขนมปังข้างในออก


2. ใส่น้ำมันลงในกระทะ ใช้ความร้อนปานกลาง ใส่เบคอนที่หั่นประมาณเท่าลูกเต๋าลงไปแล้วปรุงรสตามใจชอบ และนำมาใส่จานให้สะเด็ดน้ำมัน
3. เช็ดน้ำมันในกระทะจากการทอดเบคอนออกให้หมด ลดความร้อนให้ต่ำลง และวางขนมปังบนกระทะ
4. หลังจากนั้น ตอกไข่ใส่รูขนมปังระวังอย่าให้ไข่แตก ปรุงรสด้วยการโรยเกลือและพริกไทยลงไป เมื่อไข่ด้านนึงสุก ก็พลิกอีกด้านรอให้สุก


5. เมื่อสุกแล้ว โรยเบคอนชิ้นเล็กๆ ด้านบน


 
credit by  http://www.thairath.co.th/content/468584

Read More...


“ก๋วยจั๊บยะลา” ยกทัพบุกกรุง สูตรเด็ดซุปรสเข้ม จัดเต็มเส้นสด

  ก๋วยจั๊บยะลา@วัชรพล
        ของดีในท้องถิ่น หากนำมาจับแต่งตัวโดยยังคงเอกลักษณ์แบบพื้นบ้านไว้ได้ ถือเป็นเทรนด์ที่คนส่วนใหญ่ให้การยอมรับ เช่นเดียวกับ 'ร้านก๋วยจั๊บยะลา@วัชรพล' ยกทัพบุกกรุงด้วยน้ำซุปเข้มข้นจากเครื่องเทศจัดเต็ม พริกน้ำส้มเข้มข้น ตามสูตรยะลาขนานแท้ ถูกใจบรรดาคอกวยจั๊บไม่น้อย

       ร้านก๋วยจั๊บยะลา@วัชรพล ชูคอนเซ็ปต์ ยกกวยจั๊บสูตรยะลา มาเปิดในกรุงเทพฯ ด้วยแนวคิดที่ว่า กวยจั๊บอร่อย ใช่ว่ามีแต่ที่เยาวราชเท่านั้น ยังมีกวยจั๊บยะลา ที่เป็นที่ถูกอกถูกใจของคนที่ชอบรับประทานกวยจั๊บ เพราะมีสูตรและอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่พอสัมผัสลิ้นแล้ว เนี่ยล่ะใช่เลย...กวยจั๊บแห่งเมืองยะลา ด้วยคอนเซ็ปต์ร้าน สูตรน้ำซุปเฉพาะ เส้นสด เครื่องใน และเครื่องเคียงด้วยพริกน้ำส้มเข้มข้น พริกสดแท้ๆ ที่เป็นจุดต่างสำคัญที่ร้านอื่นไม่มี หรือเรียกได้ว่าเป็นอัตลักษณ์กวยจั๊บของเมืองยะลานั่นเอง
“ก๋วยจั๊บยะลา” ยกทัพบุกกรุง สูตรเด็ดซุปรสเข้ม จัดเต็มเส้นสด
นายจินตวัฒน์ เหล่าพงศ์หาญ
        กว่า 3 ปีเต็มฉายากวยจั๊บสุดแดนใต้แห่งเมืองยะลามาเปิดย่านวัชรพล โดยนายจินตวัฒน์ เหล่าพงศ์หาญ เจ้าของร้าน ได้ย้อนถึงที่มา ว่า ครอบครัวขายกวยจั๊บอยู่ที่เมืองยะลามาร่วม 20 ปี ได้รับสูตรเฉพาะที่สืบทอดต่อกันมา เริ่มตั้งแต่การเคี่ยวน้ำซุป การปรุงด้วยรสชาติกลมกล่อมด้วยสูตรเฉพาะที่มีวิธี การทอดหมูกรอบ กรอบนอก นุ่มใน ที่คงความกรอบได้ยาวนาน รวมถึงที่ขาดไม่ได้ หรือเรียกว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกวยจั๊บยะลาเลย คือ พริกน้ำส้มเข้มข้น พริกสด ที่ให้ความหอม เผ็ดร้อน และอร่อย ซึ่งนี่คือจุดแตกต่างที่ร้านอื่นไม่มีอย่างแน่นอน
“ก๋วยจั๊บยะลา” ยกทัพบุกกรุง สูตรเด็ดซุปรสเข้ม จัดเต็มเส้นสด
        ด้วยจุดต่างดังกล่าว เขาจึงมีแนวคิดการสร้างแบรนด์ให้แก่ร้านก๋วยจั๊บยะลา@วัชรพลในการใช้อัตลักษณ์ของเมืองยะลามาเป็นกลยุทธ์หลัก โดยเริ่มตั้งแต่สูตรกวยจั๊บ ที่น้ำซุปกลมกล่อม หอมละมุนลิ้น เส้นที่ทำมาจากเส้นสด และเครื่องเคียงด้วยหมูกรอบนุ่มกรอบนาน มาพร้อมพริกน้ำส้ม พริกสดที่ใช้แทนพริกป่น ที่ให้ความหอมและเผ็ดแบบทางภาคใต้แท้ๆ พร้อมด้วยของหวาน กล้วยหินบวชชี และกล้วยหินเชื่อม ด้วยพันธุ์กล้วยทางภาคใต้จากยะลาที่ไม่มีขายที่ไหน
“ก๋วยจั๊บยะลา” ยกทัพบุกกรุง สูตรเด็ดซุปรสเข้ม จัดเต็มเส้นสด
หมูกรอบด้วยการทอดแบบเฉพาะ
        โดยทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกเครื่องในต่างๆ ทั้งลิ้นหมู กระเพาะ หัวใจ ไข่ กรรมวิธีการต้มน้ำซุป กรรมวิธีการทำหมูกรอบ หรือการใช้พริกสดมาเป็นเครื่องปรุงรสให้มีรสชาติที่เข้มข้นมากขึ้น และที่สำคัญร้านต้องสะอาด ของที่นำมาทำต้องใหม่ สด ไม่ให้เสียชื่อ
“ก๋วยจั๊บยะลา” ยกทัพบุกกรุง สูตรเด็ดซุปรสเข้ม จัดเต็มเส้นสด
        สำหรับร้านก๋วยจั๊บยะลา ตั้งอยู่ที่ถนนวัชรพล ก่อนถึงซอยวัชรพล 5 หรือตรงข้ามหมู่บ้านลัดดารมย์ โดยวิ่งจากห้าแยกวัชรพล มุ่งหน้า ถ.เพิ่มสิน จะเห็นร้านอยู่ด้านซ้ายมือ ตึกแถวคูหาเดียว เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.30-19.00 น. หรือสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1540-8148 โดยสนนราคาอยู่ที่ชามละ 40 บาทสำหรับธรรมดา และพิเศษ 50 บาท ขณะที่เกาเหลาอยู่ที่ราคา 60 บาท
“ก๋วยจั๊บยะลา” ยกทัพบุกกรุง สูตรเด็ดซุปรสเข้ม จัดเต็มเส้นสด
บรรยากาศภายในร้าน
        “เป็นที่น่าดีใจที่นอกเหนือจากลูกค้าย่านวัชรพล รามอินอินทรา แล้ว ยังมีลูกค้าไกลๆ ตามมารับประทานถึงที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นแถวพัฒนาการ พระราม 7 นนทบุรี ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่ายิ่งต้องพัฒนาและทำให้ของของเราดียิ่งขึ้นไปอีก เพื่อลูกค้าจะได้มารับประทานแล้วเกิดความประทับใจ และอนาคตอันใกล้นี้เตรียมจะทำกวยจั๊บสูตรต้นฉบับเมืองยะลา อีกเมนูหนึ่ง คือ การใส่ขาไก่ ข้อไก่ และปีกไก่ที่ต้มจนเปื่อยด้วยสูตรเฉพาะของทางร้าน มาเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าอีกด้วย
“ก๋วยจั๊บยะลา” ยกทัพบุกกรุง สูตรเด็ดซุปรสเข้ม จัดเต็มเส้นสด

        ส่วนแผนธุรกิจในอนาคตเขาเตรียมขยายสาขาอีก 2 แห่ง โดยเล็งทำเลไว้ใกล้ย่านวัชรพล และใจกลางกรุงเทพฯ แบบ Stand Alone ยังไม่คิดเปิดร้านในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ส่วนการขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ อยู่ในช่วงศึกษาขั้นตอนและแผนการบริหารจัดการคุณภาพให้ได้มาตรฐานเหมือนกัน ทุกสาขาก่อน ซึ่งที่ผ่านมามีลูกค้าเข้ามาสอบถามและต้องการขอซื้อแฟรนไชส์อย่างต่อเนื่อง 



Read More...




รายการสูตรอาหารและสูตรขนมหวานของบล๊อก

Google+ Followers


ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

f2860c27e794a8ab974509f10c43b165.jpg


Page-1 Page-2 Page-3


ติดต่อมสอบถามรายละเอียดรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ดทุกรุ่นผ่านระบบออนไลท์
- Contact : http://bit.ly/2vn9tdT
- Line : https://line.me/ti/g2/CBLBTBKCRE
- My Shop : http://bit.ly/2NX81rl
- Blog : http://bit.ly/2GhrdMG
- Market Online : http://bit.ly/2Kqe2en
- Facebook Fanpage : http://bit.ly/2NUxC44

รายละเอียดรถฟอร์ดและอื่น ๆ ...
https://sites.google.com/view/ranger-ford/
https://sites.google.com/view/raptor-ford/
https://sites.google.com/view/everest-ford/
https://sites.google.com/view/service-appointment/
https://sites.google.com/view/maintenance-costs/










เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
Option

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.