ขับเคลื่อนโดย Blogger.

สอบถามค่าแรงรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ด โทร 087-2229588


Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

ท่านเจ้าของอู่รับซ่อมรถยนต์ฟอร์ด ไม่ต้องกังวลอะไหล่ไม่มีหรือได้ช้า สั่งได้เร็ว 24 ชั่วโมง ,สั่งช่วงเช้าได้เย็น ,สั่งหลังเที่ยงได้วันพรุ่งนี้ ศูนย์ฟอร์ดอยุธยา ให้ราคาช่าง,ราคาอู่ซ่อม,ราคาอู่พ่นสี โทร 087-2229588 ,id line : 0863363882

จี๊ดจ๊าดหวานเย็น ทำน้ำผลไม้เป็นไอศกรีมลูกเต๋า

Pic_277457 

พักนี้เห็นหลายคนชอบโพสท่ากินไอศกรีมอัพโหลดลงไซเชีย ลเน็ตเวิร์กอยู่บ่อยๆ วันนี้ Trend can do เลยอยากชวนมาลองทำไอศกรีมกันบ้าง รูปร่าง หน้าตา รสชาติ อาจไม่เหมือนของยี่ห้อดัง แต่เรื่องความอร่อย และหน้าตาก็ไม่แพ้ แถมยังน่ารักสุดๆ

Read More...


ต้มยำ 3 พริก ก๋วยเตี๋ยวปลาทีวีช่อง 3 เนื้อปลาสด ซุปรสแซบ

Pic_279480  
ต้มยำจี๊ดจ๊าด.

­­­­ขึ้นชื่อว่าต้มยำไม่ใช่ ว่าใครทำก็อร่อย นอกจากต้องใช้ของดีแล้วยังต้องมีฝีมือในการปรุงให้ได้รสชาติกลมกล่อมครบรส โดย เฉพาะต้มยำปลาน้ำข้น เนื้อปลาต้องสดใหม่ไม่คาว หนึ่งในร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำปลาที่เจ๊แซบประทับจิตติดใจ โซ้ยแล้วอยากกลับไปซ้ำให้หนำกระเพาะคือร้าน “ก๋วยเตี๋ยวปลาทีวีช่อง 3” ของ “คุณพี่อุ๋ม” ร้านชื่อแปลก รสชาติแหวกกฎ ซดแล้วต้องร้องซี้ดดดดดด!!

Read More...


“ขนมเทียนสลัดงา” สืบทอดโบราณสร้างอาชีพ

“ขนมเทียนสลัดงา” หรือบางคนอาจจะรู้จักในชื่อ “ขนมงาสลัด” สองชื่อนี้เป็นขนมชนิดเดียวกัน ปัจจุบันเป็นอีกหนึ่งขนมโบราณที่หาทานยาก แต่ก็ยังมีผู้สืบทอดการทำขนมชนิดนี้อยู่บ้าง ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูลการทำขนมชนิดนี้มานำเสนอ โดยผู้ที่อนุรักษ์สืบทอดขนมโบราณชนิดนี้ ก็สามารถจะยึดเป็นอาชีพได้อย่างดี...



Read More...


“ผักหวานกรอบ” ยำ-ส้มตำ...ขายคล่อง

เก็บตกจาก “งานมหัศจรรย์โอทอป ช็อปสุขใจ” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 มิ.ย. ที่ผ่านมา ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-2 เมืองทองธานี ภายในงาน ทีม “ช่องทางทำกิน” เราได้พบกับร้านขาย “ยำผักหวานกรอบ” และ “ส้มตำผักหวานกรอบ” จาก จ.สระบุรี เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำข้อมูลการทำการขายมาเล่าสู่กัน เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาช่องทางทำกิน...

เล็ก เจตสุวรัตนมณี เจ้าของร้าน “ครัวผักหวานป้าน้อย” เล่าว่า ทำร้านอาหารมานาน 12 ปีแล้ว โดยขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น หมูตุ๋น เนื้อเปื่อย ต่อมามีนายอำเภอคนหนึ่งบอกว่า “ผักหวาน” สามารถนำมาปรุงอาหารได้ บอกว่าให้ที่ร้านลองใช้ดูแล้วจะช่วยประชาสัมพันธ์ให้ ทางร้านจึงเริ่มทำก๋วยเตี๋ยวที่ใส่ผักหวานแทนถั่วงอก และก็ได้แนะนำส่งเสริมให้ชาวบ้านในละแวกบ้านช่วยกันปลูก ซึ่งผลผลิตผักหวานยังสามารถใช้ทำเป็นไวน์ ข้าวเกรียบ ขนม หรือทำใบชาก็ได้ โดยมีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลระบุไว้ว่าผักหวานมีประโยชน์ มีสรรพคุณต่าง ๆ ต่อร่างกาย จึงได้มีการปลูกในวงกว้าง


Read More...


ชวนชิมหลากเมนู ''ซูชิ'' สดสะอาด อร่อยเด็ด ผักโขมราดซอสงาขาว

เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อนผมที่เคยทำงานด้วยกันตั้งแต่สมัยที่ผมอยู่อเมริกาเดินทางมาเมืองไทย เราจึงชวนกันไปนั่งกินอาหารญี่ปุ่นที่ร้าน รากูซ่าโตเกียว ซึ่งรสชาติอาหารแต่ละจานโดยรวมก็อร่อยพอสมควร
เมื่อนั่งโต๊ะกันเรียบร้อยแล้ว เราลองสั่งซูชิและยำต่าง ๆ มากินดู  เมนูแรกที่ผมและเพื่อนสั่งมากินเล่น เป็น ซาชิมิปลาอาจิ ซึ่งเขาแล่เนื้อเป็นชิ้นออกมาทั้งตัว แล้วก็เฉือนเนื้อปลาเป็นชิ้นพอให้เราได้กิน วางอยู่ในชามที่มีน้ำแข็งจัดมาอย่างสวยงาม วัตถุดิบที่ใช้สดและสะอาดจึงทำให้อาหารจานนี้อร่อยครับ


Read More...


"เชฟไอซ์" น้ำหวานสัญชาติไทย ลุยปั้นฝันเถ้าแก่ใหม่

"เรา มองเห็นโอกาสเพิ่มยอดขายสินค้า อีกนัยหนึ่งยังช่วยสร้างอาชีพให้แก่ผู้มีเงินทุนน้อย หรือผู้ประกอบการที่อยากจะมีรายได้ มีอาชีพ เลยเปิด 2 ช่องทางให้เข้ามาร่วมลงทุน คือ ลงทุน 3,000 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดกิจการเดิม และลงทุนไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ โดยจะได้รับอุปกรณ์พร้อมประกอบอาชีพ และสูตรการทำเครื่องดื่มนานาชนิดให้ฟรี"

"เชฟ ไอซ์" (SHAVE ICE) คือ ชื่อยี่ห้อน้ำหวานค็อกเทล ของห้างหุ้นส่วนจำกัด คาราเมลลี ก่อตั้งโดย คุณวิโรจน์ฉัตร และ คุณนัทธมน รักษ์กิจกุล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำหวานค็อกเทลสัญชาติไทย ดำเนินธุรกิจนี้มาแล้ว 15 ปี

Read More...


ยุคเฟื่อง ร้านกาแฟใน "เวียดนาม" ผุดเป็นดอกเห็ดเอาใจคนรุ่นใหม่

เวียดนาม เป็นประเทศหนึ่งที่มีโอกาสได้ไปทำข่าวหลายครั้งหลายหน โดยเฉพาะที่กรุงฮานอย ล่าสุดเพิ่งไปเมื่อไม่นานมานี้ สิ่งที่เห็นชัดก็คือ ร้านกาแฟหรือคาเฟ่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด เรียกว่าเป็นเทรนด์ที่มาแรงว่างั้นเถอะ ยิ่งในย่านชุมชนหรือจุดที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติยิ่งมีเยอะหลายร้านที เดียว แต่ละร้านล้วนตกแต่งสวยงามทันสมัย บางร้านนอกจากจะมีโต๊ะเก้าอี้อยู่ด้านในแล้ว ยังมีเก้าอี้เล็กๆ ให้นั่งอยู่นอกร้านอีกด้วย ที่สำคัญ จะมีบริการอินเตอร์เน็ตไว-ไฟพร้อมเขียนป้ายติดไว้หน้าร้านตัวเบ้อเริ่มเทิ่ม

Read More...


จากแม่ค้าลำไยหาบเร่ขายต่างจังหวัด รู้ช่องทางทำกินต่อยอดแปรรูปส่งออก


'เส้น ทางเถ้าแก่'สัปดาห์นี้ขึ้นเหนือมาเชียงใหม่พบกับนางฉันทนา ทองดี อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 ม.8 ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ จากที่เป็นแม่ค้าหาบเร่ขายลำไยไปตามตลาดทั่วภาคเหนือ เก็บประสบการณ์จนเป็นเจ้าของโรงงานแปรรูปลำไยเอง กระทั่งส่งลำไยไปขายต่างประเทศ

หอบหิ้วลำไยตระเวนขายตามตลาด

นาง ฉันทนา เผยว่าย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อนหลังจากที่มีครอบครัวแล้ว ยึดอาชีพค้าขายลำไยสด กับสามีหอบหิ้วลำไยใส่ตะกร้าขึ้นรถรับจ้างไปขายตามตลาดต่างๆ ในเชียงใหม่ บางครั้งหาบเร่ขายไปทั่วเชียงใหม่ หากตลาดไหนขายไม่ดีก็ย้าย บางครั้งไปขายถึงตลาดทุ่งเกวียน จ.ลำปาง ที่เป็นตลาดชื่อดังในปัจจุบัน บางวันขายหมด บางวันเหลือกลับบ้านก็ยังพอมีรายได้เลี้ยงครอบครัว

Read More...


'ไก่ทอดสมุนไพรเชียงคำ' รสเข้มถึงใจขายสูตรช่วยคนยาก

อำไพ แซ่แต้ (คนขวา) กับน้องสาว
เมนูอาหารธรรมดาอย่างไก่ทอด แต่กลับสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวหนึ่งที่ผ่านการขายอาหารมาหลายเมนูแต่ก็ ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งคิดค้นสูตร “ไก่ทอดสมุนไพรเชียงคำ” จนกลายเป็นที่โด่งดังใน จ.พะเยา รวมถึงลูกค้าในจังหวัดใกล้เคียง สุดท้ายตัดสินใจเปิดร้านที่กรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นจุดศูนย์รวมของคนทั่วทุกสารทิศ


Read More...


ข้าวแกงออนไลน์ ทางเลือกใหม่การค้าโลกไซเบอร์

นายเจษฎา เงางามดี เจ้าของร้านทายาทรุ่นที่ 3
       การทำธุรกิจผ่านช่องทาง อินเตอร์เน็ต เป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ไม่ต้องลงทุนมาก ปัจจุบันการขายผ่านอินเตอร์เน็ตไม่ได้มีเพียงแค่ของใช้ เสื้อผ้า รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ เท่านั้น แม้กระทั่งร้านอาหารก็อาศัยอินเตอร์เน็ตเป็นช่องทางในการแนะนำร้านได้เช่น กัน

Read More...


อร่อยเด็ดหลากเมนูสไตล์ปักษ์ใต้ “คั่วกลิ้งกระดูกหมู” จัดจ้านถึงใจ

.
 
ร้านคั่วกลิ้งผักสด เป็นร้านที่มีชื่อเสียงมานานแล้ว ตั้งอยู่ในทองหล่อ ซอย 5  ซึ่งหาไม่ยากเพราะมีป้ายเขียนบอกทางไว้เป็นอย่างดี ร้านนี้เป็นร้านเล็ก ๆ ลักษณะอาหารเดาไม่ยากครับว่าเป็นอาหารปักษ์ใต้เพราะชื่อร้านก็บอกอยู่แล้ว และวันนั้นผมไปกินกับเพื่อน ๆ สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

หลังจากสั่งน้ำมาดื่มได้ไม่นาน พนักงานก็เอา ปลาสลิดทอด มาให้กิน ซึ่งขนาดตัวปลาค่อนข้างใหญ่พอสมควร ผมกินคำแรกก็รู้ได้ทันทีว่าแม่ครัวที่ร้านนี้ทอดปลาสลิดเป็น เพราะเขาเอาปลาสลิดไปเผาก่อน เสร็จแล้วแล่เอาก้างออกให้หมด จากนั้นบั้งห่าง ๆ ให้เนื้อปลายังติดกันอยู่ แล้วนำไปทอดอีกครั้งหนึ่ง จึงทำให้ได้รสชาติที่อร่อย ยังมีความเหนียวอยู่นิด ๆ ไม่กรอบมากเกินไป และที่สำคัญไม่เค็มจนเกินไปด้วย
หลังจากนั้น ผมกับเพื่อนอีก 2 คนสั่งอาหารมากินกันประมาณ 7–8 อย่าง  ที่สั่งอาหารมาหลายอย่างก็เพราะว่าผมชอบกินอาหารปักษ์ใต้ครับ ที่ร้านทำได้อย่างประณีต และยังคงไว้ซึ่งความเผ็ดและความเข้มข้นของอาหารใต้

จานต่อไปเป็นเมนูปู ผมถามไปว่าจะทำเมนูปูอะไรให้ผมกินดี เขาบอกว่า ปูผัดพริกขี้หนูสวน พอได้ยินชื่อแล้วก็ทำให้ผมน้ำลายไหล ตอบกลับไปว่าจัดมาได้เลย เสียดายนิดหนึ่งตรงที่ที่ร้านนี้ให้ผักเหนาะหรือผักแนมน้อยไปหน่อย แต่ผมก็เข้าใจนะครับว่าในกรุงเทพฯ หาผักใต้กินยากพอสมควร

สำหรับคั่วกลิ้งของเขามีให้เลือกหลายอย่างแต่เป็นหมูทั้งนั้น เช่น เนื้อหมู กระดูกหมู ผมเลือกกิน คั่วกลิ้งกระดูกหมู เพราะเวลากินจะกรุบ ๆ อร่อยดี สู้ฟันนิด ๆ ซึ่งเขาทำได้แห้งและอร่อยมาก เพราะเครื่องถึงตะไคร้และถ้าจะให้อร่อยต้องตำเครื่องเอง

ที่นี่มีเมนูผักพื้นบ้านทางภาคใต้ด้วยครับ ผมได้กิน ใบเหลียงผัดไข่ รสชาติของผักชนิดนี้ไม่ขมแต่จะมัน ๆ อร่อยดีครับ  จากนั้นเป็นอาหารที่ไม่สั่งไม่ได้นะครับ นั่นก็คือ สะตอผัดกุ้ง จานนี้เขาผัดได้ดี สะตอยังกรอบอร่อยอยู่เลยครับ ตามมาด้วย แกงไตปลา ซึ่งแกงไตปลานั้นมีอยู่ 2 ชนิดนะครับ อย่างแรกเป็นแกงไตปลาที่ไม่มีอะไรอยู่ในแกงเลย ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกปั่นให้เข้ากันหมดกลายเป็นน้ำข้น ๆ ส่วนอีกแบบเป็นแกงไตปลาประยุกต์ โดยจะมีไตปลา เนื้อปลาแห้ง และมีผักที่หั่นเป็นชิ้น ๆ ใส่เข้าไป ผมได้กินแกงไตปลาแบบหลังซึ่งหอมน่ากิน รสชาติเข้มข้นเหลือเกินและน่าเสียดายที่ผมกินปลาสลิดหมดไปเสียก่อน ไม่เช่นนั้นผมคงจะได้กินแกงไตปลาแนมกับปลาสลิด ซึ่งอาหาร 2 จานนี้เข้ากันได้เป็นอย่างดี
อาหารจานต่อมาคือ แกงกะหรี่ปูกับใบชะพลู  โดยจะให้กินกับเส้นหมี่ จานนี้เมื่อผมลองชิมแล้วไม่เผ็ดเท่าไรนัก รสชาตินุ่มนวลดีครับ ผมชอบเหลือเกิน

นอกจากนั้นยังมี ไก่ผัดหน่อไม้   ซึ่งผัดได้ดี เพราะไก่และหน่อไม้ไม่สุกจนเกินไป ทำให้ไก่ไม่แข็งและหน่อไม้ไม่เละ สำหรับของหวาน ความจริงแล้วผมอยากกินน้ำแข็งไส แต่ที่นี่มี เฉาก๊วย กระท้อนลอยแก้ว และ ไอศกรีมน้อยหน่า ก็ยังดีครับ เพราะการกินอาหารปักษ์ใต้ไม่กินพร้อมข้าวก็ไม่ได้นะครับ เพราะอาหารส่วนใหญ่มีรสชาติเผ็ด ทำให้ต้องกินอะไรหวาน ๆ หลังจากนั้นเพื่อจะทำให้เรารู้สึกไม่เผ็ดมากจนเกินไปนัก

ร้านนี้เป็นอีกร้านหนึ่งที่น่าไปนั่ง อาหารอร่อย แต่ที่เป็นปัญหาคือ ร้านค่อนข้างเล็กมาก มีที่นั่งราว 30 ที่นั่ง ฉะนั้นถ้าจะไป ควรโทรฯ จองโต๊ะก่อนจะดีกว่านะครับ.
หมึกแดง
www.mcdangguide.com
.........................................
เข้าครัวกับหมึกแดง - แกงคั่วหอยตลับใบชะพลูกับสับปะรด
เครื่องปรุง
- น้ำมันปาล์ม 1 ช้อนโต๊ะ
- เครื่องแกงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
- กะทิ 500 กรัม
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำสับปะรดสด 1/4 ถ้วยตวง
- สับปะรดหั่นชิ้น 50 กรัม
- หอยตลับ 300 กรัม
- ใบชะพลู สำหรับแต่งหน้า
- ขนมปังฝรั่งเศส สำหรับเสิร์ฟ
วิธีทำ

1. นำหม้อตั้งเตาให้ร้อน ใส่น้ำมันและเครื่องแกงคั่วลงไป ผัดให้เข้ากัน จนเครื่องแกงสุก

2. ใส่กะทิต้มพอเดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำสับปะรด คนให้เข้ากัน ชิมรสให้ออกเค็มและหวานจากน้ำสับปะรด

3. ใส่สับปะรดหั่นชิ้นและหอยตลับลงไปคนให้เข้ากัน ต้มพอหอยสุก (สังเกตจากเปลือกหอยอ้าออก) ใส่ใบชะพลูลงไป ปิดไฟ

4. ตักแกงคั่วหอยตลับลงไปในจานซุปโดยให้หอยมากกว่าน้ำแกง เสิร์ฟกับขนมปังฝรั่งเศส
.........................................
ชิมให้เป็น
อาหารปักษ์ใต้นั้นเกิดขึ้นจากร้านข้าวแกงและส่วนมากจะเป็นอาหารที่มีรส เผ็ด แต่ก็ไม่ได้เผ็ดไปเสียหมดทุกอย่าง สำหรับคั่วกลิ้งจะมีรสชาติเผ็ดกลาง ๆ และมักจะมีเครื่องแกงที่ตำเอง บางคนจะเอากระดูกหมูหั่นมาเป็นชิ้น ๆ  ตำไปด้วยกับเครื่องแกงให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว

จากนั้นใช้กระทะที่ไม่มีน้ำมันผัดคั่ว สาเหตุที่เรียกว่าคั่วกลิ้ง เพราะว่าเอาไปผัดในกระทะจนกระทั่งแห้งและสุกโดยที่ไม่ใส่น้ำมัน แต่บางคนก็ใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย ทั้งนี้ก็แล้วแต่สูตรของแต่ละคน

ร้านนี้ทำคั่วกลิ้งได้อร่อย ถึงเครื่อง มีกลิ่นหอม เพราะมีใบมะกรูดหั่นฝอยและผัดเครื่องแกงสดเข้าเนื้อหมูคั่วกลิ้งได้เป็น อย่างดี แต่ไม่ว่าจะเป็นคั่วกลิ้งหมูหรือเนื้อก็อร่อยทั้งนั้นครับ จะกินกับผักเหนาะหรือใบเหลียงผัดไข่ก็ได้ เพราะรสชาติของคั่วกลิ้งจะเผ็ดร้อน ผักหลาย ๆ ชนิด เช่น ยอดใบมะม่วงหิมพานต์หรือลูกเหลียงจะช่วยลดความเผ็ดร้อนในปากของเราได้ครับ.
credit :  http://www.dailynews.co.th/article/224/132977 
Photobucket


อ่านแล้วชอบมาก เลยลอกเขามาและบันทึกบทความสะสมไว้ในBlogนี้ เพื่อเก็บไว้อ่านอีก ขอขอบคุณเจ้าของบทความนี้ และใครอ่านต่อ ลองนำไปใช้ดูก็ได้


Photobucket

Read More...


'น้ำสลัดหลากสี' ดึงลูกค้าดีด้วย 'หลายรส'

.

การขายอาหารตามตลาดนัด ต้องสร้างจุดดึงดูดลูกค้า ซึ่งกับการขาย “สลัด” ที่ยุคนี้มีการขายกันทั่วไปนั้น ก็ต้องพลิกแพลงสร้างจุดเด่น เน้นให้มีจุดขาย เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงลูกค้า วันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีกรณีศึกษามานำเสนอ...

โนรา ศรีรูญ เจ้าของร้าน “สลัดผักโนรา” ย่านบางใหญ่-บางบัวทอง ขายสลัดแบบสำเร็จรูปมาประมาณ 5 ปีแล้ว ก่อนหน้านั้นทำงานบริษัท แต่รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีภาระมาก จึงหาทางค้าขายเพื่อให้มีรายได้มากขึ้น

“แรก ๆ เริ่มจากขายลูกชิ้นทอดก่อน แต่แฟนไม่ชอบน้ำมัน จึงคิดเปลี่ยนหาทางค้าขายอย่างอื่น บังเอิญทางบ้านชอบกินสลัดกัน และแม่แฟนก็ทำน้ำสลัดเป็นด้วย ก็เลยสอนให้ในรสชาติดั้งเดิม เป็นน้ำสลัดครีมธรรมดา และตระเวนขายตามตลาดนัด
ต่าง ๆ ในย่านบางใหญ่ บางบัวทอง ซึ่งก็ได้ผลตอบรับดีมาก เพราะคนชอบทานผัก และเราขายไม่แพงด้วย จึงได้ขายจริงจังตั้งแต่นั้นมา ซึ่งแยกกันขายกับแฟน” โนราเล่าจุดเริ่มต้น ก่อนจะขยายถึงจุด “พลิกแพลง”

“น้ำสลัดหลากสี-หลายรส” คือจุดพลิกแพลงที่ว่า โดยโนราบอกว่า เพราะคิดว่าน้ำสลัดครีมอย่างเดียวไม่หลากหลาย อยากจะเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า และเป็นเอกลักษณ์ของร้าน ซึ่งก็พยายามคิดค้นทดลองอยู่นานทีเดียวกว่าจะลงตัว ซึ่งทุกวันนี้น้ำสลัดที่ขายมี 6 แบบคือ โยเกิร์ต บลูเบอรี่, โยเกิร์ต สตรอเบอรี่, กีวี, พริกไทยดำ, งาดำ, ดั้งเดิม

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ หลัก ๆ ก็มี เครื่องตีน้ำสลัด มีด-เขียง เครื่องตวง และภาชนะต่าง ๆ ซึ่งมีใช้ตามครัวเรือนทั่วไป โดยในแต่ละวันจะเตรียมผักสลัดคือ แตงกวาหั่น, ถั่วแดงเม็ดใหญ่ต้มสุก, ข้าวบาร์เลย์ต้มสุก, มะเขือเทศหั่นเป็นแว่น ๆ, ข้าวโพดต้ม (แกะเม็ด), แครอทขูดฝอย, กะหล่ำปลีม่วงหั่นฝอย, กะหล่ำปลีขาวหั่นฝอย และผักกาดหอมหั่นเป็นชิ้น ๆ ซึ่งวัตถุดิบดังกล่าวนี้หาซื้อได้ตามตลาดสดทั่วไป และโนราบอกว่า ที่ร้านจะเน้นผักหลากหลาย ให้คนซื้อได้มีผักหลาย ๆ แบบให้เลือก และยังช่วยทำให้หน้าร้านดูมีสีสันสดใส น่าเข้ามาซื้อ

สำหรับน้ำสลัด 6 แบบ 6 รสชาตินั้น น้ำสลัดดั้งเดิม การทำตามสูตรก็จะใช้น้ำตาลทราย 10 ช้อนโต๊ะ ต่อนมข้น 5 ช้อนโต๊ะ, ไข่แดง 1 ฟอง, เกลือ 0.5 ช้อนชา, น้ำส้มสายชู 5 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันถั่วเหลือง 1 ถ้วย วิธีทำก็ใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงไปในเครื่องตี ยกเว้นน้ำมันถั่วเหลืองซึ่งจะใส่ในภายหลัง ตีไปเรื่อย ๆ สังเกตว่าน้ำตาลทรายละลายเข้ากันหมด แล้วจึงค่อย ๆ ใส่น้ำมันถั่วเหลืองลงไปตี ตีไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งน้ำสลัดเข้ากันดี สีเหลืองนวล เท่านี้ก็ใช้ได้

น้ำสลัดโยเกิร์ต บลูเบอรี่ ก็มีสูตรคล้ายกัน โดยวิธีทำคือใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงไปในเครื่องตี ยกเว้นน้ำมันถั่วเหลือง ตีไปจนน้ำตาลทรายละลายเข้ากันหมด จึงค่อย ๆ ใส่โยเกิร์ตรสบลูเบอรี่ลงไป 1 ถ้วย ตีให้เข้ากัน จากนั้นก็ค่อย ๆ ใส่น้ำมันถั่วเหลืองลงไปตี ตีไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งน้ำสลัดเข้ากันดี เป็นอันเสร็จ

น้ำสลัดโยเกิร์ต สตรอเบอรี่ ก็เช่นกัน ใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงไปในเครื่องตี ยกเว้นน้ำมันถั่วเหลือง ตีไปจนน้ำตาลทรายละลายเข้ากันหมด ค่อย ๆ ใส่โยเกิร์ตรสสตรอเบอรี่ลงไป 1 ถ้วย ตีให้เข้ากัน จากนั้นค่อย ๆ ใส่น้ำมันถั่วเหลืองลงไปตี ตีไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งน้ำสลัดเข้ากันดี เป็นอันเสร็จ

สำหรับ น้ำสลัดกีวี ก็ใส่ส่วนผสมทุกอย่างเหมือนแบบดั้งเดิมลงไปในเครื่องตี ยกเว้นน้ำมันถั่วเหลือง ตีไปจนน้ำตาลทรายละลายเข้ากันหมด จากนั้น ใส่ผลกีวี 1 ผล (ปอกเปลือก แกะเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้น ๆ) และน้ำเชื่อม 5 ช้อนโต๊ะ เพื่อเพิ่มความหวาน ตีให้เข้ากัน จากนั้นค่อย ๆ ใส่น้ำมันถั่วเหลืองลงไปตี พอเข้ากันดี ก็ใช้ได้

น้ำสลัดพริกไทยดำ ก็ตีส่วนผสมทุกอย่าง ยกเว้นน้ำมันถั่วเหลืองตีจนน้ำตาลทรายละลายเข้ากันหมดแล้วก็ ใส่เม็ดพริกไทยดำคั่ว 3 ช้อนชา ตีให้เข้ากัน แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำมันถั่วเหลืองลงไปตีจนกระทั่งเข้ากันดี เป็นอันเสร็จ

น้ำสลัดงาดำ ก็ตีส่วนผสมทุกอย่าง ยกเว้นน้ำมันถั่วเหลือง ตีจนน้ำตาลทรายละลายเข้ากันหมดแล้วก็ ใส่งาดำคั่ว 3 ช้อนชา ตีให้เข้ากัน จากนั้นค่อย ๆ ใส่น้ำมันถั่วเหลืองลงไปตีจนกระทั่งเข้ากันดี เป็นอันเสร็จขั้นตอน

ในการขาย จะแบ่งน้ำสลัดรสต่าง ๆ ใส่ถุง ถุงละ 70 กรัม ซึ่งตามสูตรที่ว่ามาข้างต้น จะแบ่งได้ประมาณ 6 ถุง

พอลูกค้ามาซื้อก็ตักผักสลัดที่ลูกค้าเลือก (หรือจัดเป็นชุดใส่ผักทุกอย่าง) ใส่ถุงพลาสติกใบใหญ่ กะปริมาณให้ดูพอดี จัดแต่งให้ดูสวยงาม จากนั้นใส่ถุงน้ำสลัดลงไปในถุงผักสลัด รัดด้วยหนังยางให้ถุงพองโป่ง ดูสวยงาม ขายในราคาชุดละ 20 บาท โดยต้นทุนอยู่ที่ถุงละประมาณ 15 บาท

“น้ำสลัดหลากสี-หลายรส” เจ้านี้ ขายอยู่ตามตลาดนัดต่าง ๆ อาทิ ตลาดนัดหงส์ประยูร, ตลาดนัดบางใหญ่, ตลาดนัดสมบัติบุรี, ตลาดนัดบางคูรัต ขายทุกวัน (ยกเว้นวันพฤหัสบดี) ช่วงเวลา 16.00-20.00 น. ใครต้องการติดต่อกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” รายนี้ ก็ติดต่อได้ที่ โทร.08-1611-6158.
สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล
credit :  http://www.dailynews.co.th/article/384/121219 


Photobucket


อ่านแล้วชอบมาก เลยลอกเขามาและบันทึกบทความสะสมไว้ในBlogนี้ เพื่อเก็บไว้อ่านอีก ขอขอบคุณเจ้าของบทความนี้ และใครอ่านต่อ ลองนำไปใช้ดูก็ได้



Photobucket

Read More...


กิน 'ผักโขม' สุกหรือดิบ ดีกว่ากัน?

ใครเคยดูป๊อปอายยอดกะลาสี คงได้เห็นตัวการ์ตูนตัวเด่นนี้กินผักโขม เพื่อเพิ่มพลังไปต่อสู้กับบลูตัสตัวโกงกล้ามโต แม้จะสร้างขึ้นเพื่อจูงใจให้เด็กกินผัก แต่รู้หรือไม่ว่า แค่กินผักโขมเลียนแบบป๊อปอาย ก็ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหาร โดยเฉพาะ ฟลาโวนอยด์ มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ต้นตอการเกิดมะเร็ง ทั้งยังอุดมด้วย วิตามินเค ช่วยลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน ป้องกันภาวะเลือดไหลไม่หยุด

นอกจากนี้ ผักโขมยังเต็มไปด้วย ธาตุเหล็ก วิตามินเอ ซี แมงกานีส โฟเลต แมกนีเซียม แคลเซียม โพแทสเซียม วิตามินบี2 บี6 ทริปโตเฟน ซึ่งเป็น 1 ใน 8 กรดอะมิโนที่สำคัญต่อร่างกาย แถมยังมีใยอาหารด้วย

ทว่า การกินผักโขมให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น ควรกินสุก ดีกว่าดิบ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะมีกรดชนิดหนึ่ง ชื่อ ออกเซลิค แอซิด ในปริมาณสูง กรดดังกล่าวส่งผลให้ร่างกายของเราไม่สามารถดูดซับธาตุเหล็กที่ในผักโขมได้ การนำผักโขมไปทำให้สุกถือเป็นวิธีสยบกรดกั้นธาตุเหล็กนี้ไปได้

สำหรับเมนูชวนปรุงจากผักโขม แนะลองทำผักโขมผัดกระเทียมพริกไทย แค่นำผักโขมไปลวกสุกแล้วสะเด็ดน้ำให้แห้ง จากนั้นตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันมะกอก พอเริ่มร้อนสักหน่อยก็ให้ใส่กระเทียมจะเป็นแบบสับหรือฝานบางก็ได้ตามชอบ ผัดจนได้กลิ่นกระเทียมหอมๆ แล้วใส่ผักโขมที่ลวกรอเอาไว้ ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ผัดจนกระทั่งส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน ตักใส่จาน พร้อมรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ

ผักโขม อร่อยดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่อย่าลืมว่า ต้องกินแบบสุกนะ.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com

credit :  http://www.dailynews.co.th/article/822/133245

Photobucket



อ่านแล้วชอบมาก เลยลอกเขามาและบันทึกบทความสะสมไว้ในBlogนี้ เพื่อเก็บไว้อ่านอีก ขอขอบคุณเจ้าของบทความนี้ และใครอ่านต่อ ลองนำไปใช้ดูก็ได้


Photobucket

Read More...




รายการสูตรอาหารและสูตรขนมหวานของบล๊อก

Google+ Followers


ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

f2860c27e794a8ab974509f10c43b165.jpg


Page-1 Page-2 Page-3


ติดต่อมสอบถามรายละเอียดรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ดทุกรุ่นผ่านระบบออนไลท์
- Contact : http://bit.ly/2vn9tdT
- Line : https://line.me/ti/g2/CBLBTBKCRE
- My Shop : http://bit.ly/2NX81rl
- Blog : http://bit.ly/2GhrdMG
- Market Online : http://bit.ly/2Kqe2en
- Facebook Fanpage : http://bit.ly/2NUxC44

รายละเอียดรถฟอร์ดและอื่น ๆ ...
https://sites.google.com/view/ranger-ford/
https://sites.google.com/view/raptor-ford/
https://sites.google.com/view/everest-ford/
https://sites.google.com/view/service-appointment/
https://sites.google.com/view/maintenance-costs/










เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
Option

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.