ขับเคลื่อนโดย Blogger.

สอบถามค่าแรงรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ด โทร 087-2229588


Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

ท่านเจ้าของอู่รับซ่อมรถยนต์ฟอร์ด ไม่ต้องกังวลอะไหล่ไม่มีหรือได้ช้า สั่งได้เร็ว 24 ชั่วโมง ,สั่งช่วงเช้าได้เย็น ,สั่งหลังเที่ยงได้วันพรุ่งนี้ ศูนย์ฟอร์ดอยุธยา ให้ราคาช่าง,ราคาอู่ซ่อม,ราคาอู่พ่นสี โทร 087-2229588 ,id line : 0863363882

ค้างคาวเผือก อาหารโบราณ มีคนทำเป็นน้อย ช่องทางสร้างอาชีพที่ดี...


“ค้างคาวเผือก” ที่ทีม “ช่องทางทำกิน” จะนำเสนอในวันนี้ เป็นชื่ออาหารว่างไทยโบราณ มีลักษณะเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมเสมือนกับปีกค้างคาว ด้านในยัดไส้ซึ่งมีส่วนผสมของหมู เห็ดหอม และหน่อไม้ต้ม ผัดรวมกัน โดยปัจจุบันหาทานได้ยากมาก เพราะมีขั้นตอนการทำที่ซับซ้อน แต่การที่มีคนทำเป็นน้อย นี่ก็อาจจะเป็นช่องทางสร้างอาชีพที่ดี...

ผศ.จุฑามาศ พีรพัชระ รักษาราชการแทนอธิการบดี และ ผศ.พจนีย์ บุญนา อาจารย์ประจำสาขาอาหาร และโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) พระนคร ให้ข้อมูลว่า “ค้างคาวเผือก” ที่เป็นอาหารว่างไทยโบราณนี้ เป็นผลผลิตในโครงการหมู่บ้านเผือกหอม ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายใต้โครงการหมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือคลินิกเทคโนโลยี

“คลินิกเทคโนโลยีได้ลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ชาวบ้านใน 3 ตำบล ในอำเภอบ้านหมอ จ.สระบุรี ซึ่งทำนาเผือกกว่า 2,000 ไร่ โดยไปช่วยแปรรูปเผือกปาด หรือเผือกที่ไม่สวยที่เกิดจากความบกพร่องในกระบวนการเพาะปลูก ให้มีมูลค่าเพิ่ม โดยทำเป็นแป้งเผือก เผือกทอดกรอบเคลือบน้ำตาล และค้างคาวเผือก ซึ่งเป็นอาหารว่างไทยโบราณที่หาทานได้ยาก ซึ่งประสบความสำเร็จมาก ๆ ทางชุมชน ชาวบ้าน มีรายได้เพิ่มมากขึ้น”

อุปกรณ์ในการทำค้างคาวเผือก หลัก ๆ มี เตาแก๊ส, กระทะ, ทัพพี, หม้อ, ตะแกรง, กระชอน, กะละมัง, ถาดสเตนเลส, เขียง, ครก นอกจากนี้ก็เป็นเครื่องมือเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ที่หยิบยืมได้จากในครัวทั่วไป
สำหรับการทำค้างคาวเผือก มีส่วนผสมตามสูตรดังนี้คือ ส่วนผสมตัวแป้ง เผือกปาดปอกเปลือกนึ่งสุกบดละเอียด 500 กรัม, แป้งข้าวโพด 50 กรัม, น้ำร้อนเล็กน้อย และเนยสด 50 กรัม

วิธีทำ นำส่วนผสมเผือกนึ่ง แป้งข้าวโพด และน้ำร้อน มานวดให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำเนยสดมานวดผสมเข้าด้วยกัน นวดให้เข้ากันจนเนื้อเนียน จากนั้นแบ่งแป้งเป็นก้อนกลม ก้อนละ 15 กรัม เตรียมไว้
ส่วนผสมของไส้ ตามสูตรประกอบด้วย เนื้อหมูหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ 1 ถ้วย, เห็ดหอมแช่น้ำหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ 8 ดอก, หน่อไม้ไผ่ตงหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ต้มสุก 1/2 ถ้วย, รากผักชีหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ, พริกไทยดำ 1 ช้อนชา, กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ, ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ, เกลือป่น 1 ช้อนชา และน้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ให้ละเอียด เสร็จแล้วตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน ตั้งไฟให้ร้อน ใส่เครื่องที่โขลกไว้ ลงผัดให้หอม ใส่หมู ผัดให้สุก ตามด้วยหน่อไม้ต้ม เห็ดหอม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือป่น น้ำตาลทราย แล้วผัดให้แห้ง

วิธีปั้นค้างคาวเผือก นำแป้งเผือกที่แบ่งออกเป็นก้อนกลมไว้ก่อนหน้ามาแผ่ออกเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วตักไส้ใส่ เสร็จแล้วห่อให้เป็นรูปสามเหลี่ยมพีระมิด ปิดตะเข็บให้สนิท

จากนั้นนำไปชุบแป้ง แล้วทอดให้เหลือง ตักขึ้น เสิร์ฟร้อน ๆ พร้อมน้ำจิ้ม
สำหรับ ส่วนผสมแป้งที่ใช้ชุบตัวค้างคาวเผือก ตามสูตรมี แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วย, แป้งสาลี 1 1/2 ถ้วย, เกลือป่น 1/4 ช้อนชา, กะทิ 1/4 ถ้วย, น้ำเย็น 3/4 ถ้วย, ไข่ไก่ 1/2 ฟอง และน้ำปูนใส 1/4 ถ้วย
วิธีทำ ผสมแป้งข้าวเจ้าและแป้งสาลีเข้าด้วยกัน และใส่เกลือลงเคล้าให้เข้ากัน เตรียมไว้ (เป็นส่วนผสมที่ 1) จากนั้นผสมกะทิ น้ำเย็น ไข่ น้ำปูนใส รวมกัน (เป็นส่วนผสมที่ 2) เสร็จแล้วเทส่วนผสมที่ 2 ลงในส่วนผสมที่ 1 แล้วใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน แล้วกรอง เตรียมไว้ใช้เป็นแป้งชุบตัวค้างคาวเผือก
ส่วนผสมน้ำจิ้ม ตามสูตรประกอบด้วย พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด, กระเทียม 10 กลีบใหญ่, บ๊วย 2 ลูก, เกลือป่น 1/2 ช้อนชา, น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย, น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วย และน้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
วิธีทำ หั่นพริกชี้ฟ้าแดงให้ละเอียด แล้วนำไปโขลกกับกระเทียมให้เข้ากัน เตรียมไว้ เสร็จแล้วนำน้ำส้มสายชู น้ำ น้ำตาล เกลือ ตั้งไฟพอเดือด ใส่บ๊วย เคี่ยวต่อจนเหนียว จึงใส่พริกกับกระเทียมที่โขลกไว้ ยกลง

“ค้างคาวเผือก” นี้ ขายได้ในราคาชิ้นละ 5 บาทขึ้นไป โดยมีต้นทุนวัตถุดิบต่อชิ้นประมาณ 50% ของราคา
           
ใครสนใจกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” จากเมนูอาหารว่างโบราณ “ค้างคาวเผือก” ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2282-9009-15 ต่อ 6093-6094 ในวันและเวลาราชการ.
สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล-ปิยาภรณ์ บุญประเสริฐ : รายงาน
สุทธิภัทร พฤกษ์เจริญสุข : ภาพ
คู่มือลงทุน...ค้างคาวเผือก
ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 50% ของราคาขาย
รายได้ ราคาขายชิ้นละ 5 บาทขึ้นไป
แรงงาน 1 คนขึ้นไป
ตลาด ชุมชน, ร้านอาหาร, ออกร้าน
จุดน่าสนใจ คนทำขายน้อยคู่แข่งจึงน้อย

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/217976/‘ค้างคาวเผือก’+อาหารโบราณน่าสน

Read More...


คู่มือกิน 'ไข่' ให้สุขภาพดี

 

ทุกคนเคยกินไข่ และรู้จักไข่ เพราะเป็นแหล่งโปรตีนราคาถูกสุด ที่ผ่านมาแม้จะมีนักโภชนาการ ตลอดจนแพทย์หลายท่านออกมาให้ความรู้ และข้อแนะนำเกี่ยวกับการกินไข่ แต่หลายคนก็ยังมีข้อกังขาเรื่องการกินไข่อยู่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ บอกว่า การศึกษาใหม่ ๆ ชี้ว่าไข่มีประโยชน์เหนือกว่าโทษมาก อย่างการศึกษาจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดทำในพยาบาลกว่า 100,000 รายที่รับประทานไข่พบว่าคนที่บริโภคไข่ทุกวันกับคนที่บริโภคสัปดาห์ละเพียง 1 ฟอง ผลคือ ไม่พบความเสี่ยงโรคหัวใจที่เพิ่มขึ้นต่างกัน

สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) ชี้ว่าสามารถรับประทานไข่
ไก่ได้วันละ 1 ฟอง

แต่สำหรับบางท่านต้องระวังไว้สักนิดเหมือนกัน ดังต่อไปนี้
1. แพ้ไข่และสารประกอบในไข่  ในคนกลุ่มนี้ต้องระวังในการฉีดวัคซีนด้วย
2. ผู้ป่วยโรคไตและตับที่ไม่ควรได้โปรตีนมาก
3. โรคเบาหวานที่ยังคุมไม่ได้
4. โรคหัวใจที่ต้องคุมไขมันในเลือด
5. มีไขมันคอเลสเตอรอลสูงในระดับอันตราย

มีผลการศึกษาและประโยชน์ของไข่ที่น่าสนใจ คือ

1. ไข่ช่วยสมานแผล ไข่ไม่แสลงแผลเสมอไป ความเชื่อที่ว่าเป็นแผลหรือหลังผ่าตัดห้ามกินไข่เพราะจะทำให้แผลเป็นหนอง ไม่แห้งสนิท ไม่เสมอไปในทุกคน หากแต่ตรงกันข้าม จากการศึกษาโดยนักโภชนาการและศัลยแพทย์พบว่า ไข่ช่วยสร้างเนื้อเยื่อและสมานแผลจาก “อัลบูมิน” โปรตีนในไข่ขาวและ “ซิงค์” หรือ สังกะสี

2. ไข่ฟาร์มกับไข่เลี้ยงธรรมชาติ  จากการศึกษาเทียบกับข้อมูลไข่ไก่ทั่วไปจากองค์การเกษตรแห่งสหรัฐชี้ว่าไข่ ไก่ธรรมชาติเหนือกว่าในหลายด้าน ทั้งในแง่ของวิตามินและไขมันดีโอเมก้า 3 โดยไข่ไก่เลี้ยงธรรมชาติจะมีมากกว่าและปลอดภัยกว่าในแง่ “ยาปฏิชีวนะ” และ “สารเคมี”

3. ไข่ไก่มีสารช่วยลดไขมัน ต่างกับงานวิจัยเดิม ๆ ที่เคยเชื่อกัน  เพราะพระเอกลดไขมันอยู่ใน “ไข่แดง” ได้แก่ไขมันโอเมก้าและวิตามินดีนั่นเอง

4. ไข่แดงช่วยบำรุงเส้นผม  ในไข่แดงมี “ไบโอติน” เป็นสารต้านอนุมูลอิสระบำรุงเส้นผม ถือเป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่วิจัยพบตั้งแต่ปี ค.ศ. 1940  ถ้าขาดไปทำให้มีปัญหากับเส้นผมและหนังศีรษะ ส่วนของไข่ขาวดิบจะมีผลลบต่อเส้นผม เคล็ดลับง่าย ๆ คือปรุงไข่ให้สุกทั่วกันก่อนกินจะดีที่สุด

5. ไข่ฟองใหญ่ยิ่งสัดส่วนไขมันน้อย  ลองสังเกตง่าย ๆ จาก “ไข่นกกระทา” ที่เทียบสัดส่วนแล้วมีไขมันคอเลสเตอรอลสูงกว่าไข่ไก่มาก เพราะการเลือกไข่ไก่ยิ่งเบอร์ใหญ่ก็คือยิ่งได้ “ไข่ขาว” มาก

6. กินไข่ช่วยบำรุงกระดูก  เหมาะที่สุดกับผู้ใหญ่ที่มีปัญหาไขข้อและกระดูกเสื่อม ควรรับประทานไข่ด้วย  เพราะไข่มีทั้ง “วิตามินดี” และ “โปรตีนสำคัญ” ที่ช่วยสร้างคอลลาเจนกระดูกได้

7. มังสวิรัติที่ทานไข่ได้จะช่วยให้ไม่ขาดสารอาหาร  รายงานจากวารสารสุขภาพฮาวาร์ดระบุว่านักมังสวิรัติแบบรับประทานนมและไข่ หรือไข่เพียงอย่างเดียวได้จะช่วยให้ไม่ขาดสารอาหารจำเป็นที่ไม่มีในพืชผัก ที่รับประทาน

8. กินไข่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย  ด้วยสารต้านการอักเสบอย่าง “กรดแอลฟ่าไลโนเลนิก” มีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบข้อ ปวดไขข้อ ข้อยึดและยังช่วยดูแลเรื่องการแข็งตัวของเลือด
ข้อควรระวังคือ เปลือกไข่อาจมีเชื้อลำไส้อักเสบ  คือ “ซาลโมเนลล่า” พบบ่อยมากที่เปลือกไข่  ควรทำความสะอาดให้ดีก่อนตอกไข่และควรลวกไข่ให้สุกเพราะ “ไข่ดิบ” และ “ไข่ลวกสุก ๆ ดิบ ๆ” ย่อยยากและเป็นแหล่งของเชื้อชนิดนี้ได้

โดยทั่วไปจำนวนของไข่ที่ควรรับประทานขึ้นอยู่กับแต่ละท่านและโรคประจำตัว แต่โดยทั่วไปถ้ารับประทานเพื่อสุขภาพสามารถบริโภคได้วันละ 1 ฟองรวมไข่แดงด้วย  เคล็ดลับคือให้ลองเอามาพลิกแพลงดูไม่ให้ซ้ำ เพราะไข่เอามาทำอะไรก็อร่อย.
นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน


Read More...


ขนมจีนซาวน้ำ สร้างรายได้-คลายร้อน


หน้าร้อนใกล้เข้ามา หนึ่งในเมนูอาหารที่ทำให้นึกถึงห้วงเวลาของการพักผ่อนคลายร้อน ที่มักนิยมรับประทานมากเป็นพิเศษในช่วงอากาศร้อน ๆ ก็รวมถึงอาหารคาวของไทยที่มีชื่อละม้ายคล้ายอาหารจีน คือ “ขนมจีนซาวนํ้า” อีกหนึ่งเมนูที่มีความโดดเด่น อุดมด้วยสมุนไพรนานาชนิด ซึ่งวันนี้ทางทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูลการทำเมนูดับร้อนผ่อนกระหาย ทานแล้วชื่นอกชื่นใจไปกับรสชาติความอร่อยจากตำรับโบราณแท้ ๆ เมนูนี้ มานำเสนอให้ได้พิจารณากัน...
ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม อาจารย์ประจำสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี จะถ่ายทอดสูตร “ขนมจีนซาวนํ้า” ให้แบบไม่มีการหมกเม็ด โดย ผศ.พงษ์ศักดิ์ บอกว่า ขนมจีนซาวนํ้า เป็นเมนูอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าโภชนาการ ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาไทย ขนมจีนแป้งหมัก กับนํ้ากะทิที่มีความมัน แต่สามารถหักล้างกันด้วยสมุนไพรต่าง ๆ อาทิ ขิง ช่วยในเรื่องขับไล่ลม รักษาโรคท้องอืดท้องเฟ้อ กระเทียม มีสารต่อต้านมะเร็ง ลดไขมันในเลือด ส่วน พริกขี้หนู ก็ช่วยแก้ลมจุกเสียด ช่วยเจริญอาหาร สับปะรด ช่วยเรื่องการย่อย ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง นอกจากนี้ก็จะได้โปรตีน แคลเซียม จากเนื้อปลา กุ้งแห้ง และได้กรดไขมันดีจากกะทิ ได้คาร์โบไฮเดรตจากเส้นขนมจีน และถ้าเพิ่มสมุนไพรในเส้นขนมจีนก็จะได้สารอาหารเพิ่มอีก
อร่อยได้ประโยชน์ ก็เป็นจุดขายที่ดี
ขนมจีนซาวนํ้า เป็นอาหารคาวอีกหนึ่งชนิดที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ โดยเสน่ห์ของอาหารสูตรโบราณคือการใส่ส่วนผสมที่ครบถ้วน สามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยได้ โดยจุดสำคัญคือทำอย่างไรให้กรรมวิธีการปรุงไม่ทิ้งกลิ่นอายแบบโบราณไป
อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ หลัก ๆ ก็เป็นเครื่องครัวทั่วไปที่ใช้กันในครัวเรือน
วัตถุดิบ-ส่วนผสมในการทำ “ขนมจีนซาวนํ้า” แบ่งเป็น 2 ส่วนที่ต้อง เตรียมคือ ในส่วนของ เครื่องซาวนํ้า เช่น สับปะรดสด กุ้งแห้ง ขิง กระเทียม พริกขี้หนู และอีกส่วนก็คือส่วนของ เครื่องแจงลอน มี เนื้อปลากราย นํ้ากะทิ เกลือ นอกนั้นก็เป็นเครื่องปรุงรส เช่น นํ้าปลา นํ้าตาล เกลือ
เริ่มการเตรียมในส่วนเครื่องซาวนํ้าก่อน สับปะรด เลือกใช้ของศรีราชา เพราะมีรสอมเปรี้ยวอมหวานและความกรอบในตัว นำมาปอกเปลือกควั่นตาออกให้หมด ผ่าตามยาวของลูก ตัดเอาแกนออก แล้วสับเป็นชิ้นหยาบปนละเอียด ขิง เลือกที่กลางอ่อนกลางแก่ ปอกเปลือกแล้วล้างนํ้า ฝานเป็นแผ่นแล้วซอยบาง ๆ กระเทียม ปอกเปลือกแล้วล้างนํ้า ซอยบาง ๆ พริกขี้หนูสวน นำมาล้างแล้วซอยหยาบ ๆ มะนาว ล้างแล้วนำมาฝานเป็นชิ้น ๆ กุ้งแห้ง นำมาโขลกหรือปั่นด้วยเครื่องปั่นแห้งให้เนื้อฟู ๆ
ต่อไปเป็นการทำแจงลอน เริ่มจากนำเนื้อปลากรายขูดที่เตรียมไว้ไปแช่ในตู้เย็นให้เย็นจัด จากนั้นโขลกให้ละเอียดแล้วนำมานวดกับเครื่องปรุงอย่างรากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลก หรือจะเป็นเครื่องแกงนิดหนึ่ง เพื่อเพิ่มสีสันและความเผ็ดร้อนตามแต่ความชอบ เสร็จแล้วให้ปั้นเป็นลูก ๆ ตั้งหม้อใส่นํ้า พอนํ้าเดือด นำเนื้อปลาที่ปั้นลงต้มให้สุก พักไว้
ขั้นตอนต่อมา นำกะทิตั้งไฟ เพื่อให้ได้ความหอมและดับกลิ่นคาว ปรุงรสด้วยนํ้าตาลทรายและนํ้าปลา ชิมให้ได้รสหวาน เค็ม และมัน พอกะทิเริ่มร้อน ให้ใส่ลูกชิ้นปลากรายที่เตรียมไว้ลงไป ต้มจนสุกในนํ้ากะทิ สิ่งที่สำคัญเมื่อผสมเสร็จแล้วเนื้อปลาจะต้องคงความเย็นอยู่และจับตัวเป็น ก้อนเพื่อให้เนื้อปลาเด้ง แล้วตักแจงลอนขึ้นใส่ภาชนะที่ได้จัดเตรียมไว้
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถึงขั้นตอนการเสิร์ฟ ส่วนแรกจัดเส้นขนมจีนขมวดเป็นคำ ๆ ใส่จาน ตามด้วยเครื่องปรุงซาวนํ้าที่เตรียมไว้ ไม่ว่าจะเป็นสับปะรดสับ ตามด้วยแจงลอน โรยด้วยขิงซอย พริกขี้หนู กระเทียมซอย กุ้งแห้งป่น ตกแต่งด้วยมะนาวผ่าซีก ราดหัวกะทิให้โชก
เทคนิคการกินให้อร่อยก็ต้องคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน พอลองชิมแล้วแจงลอนนุ่มเด้ง ส่วนตัวขนมจีนนั้นได้รสหอมมัน ได้ความเปรี้ยวหวานจากสับปะรด ความเค็มเล็กน้อยจากกุ้งแห้ง และความเผ็ดจากขิงและพริกขี้หนู
ง่าย ๆ แบบนี้ ยิ่งถ้าได้รับประทานพร้อมหน้ากับครอบครัวในช่วงวันหยุด อาจจะรู้สึกได้ถึงอุ่นไอบาง ๆ ของความสุขเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้น จนคลายความร้อนของช่วงหน้าร้อนไปได้บ้าง ซึ่งในจุดนี้ก็น่าจะเป็นจุดขายที่ดีได้
ใครสนใจใช้ “ขนมจีนซาวนํ้า”เป็น “ช่องทางทำกิน”ก็ลองไปฝึกฝนฝีมือ หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติมจาก ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม อาจารย์ประจำสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ก็ติดต่อได้ที่ โทร. 08-9600-0993.
เชาวลี ชุมขำ :เรื่อง / สุนิสา ธนพันธสกุล ภาพ
*********************
คู่มือลงทุน...ขนมจีนซาวน้ำ
ทุนเบื้องต้น ประมาณ 2,000 บาท
ทุนวัตถุดิบ  ประมาณ 50% ของราคา
รายได้ ราคาขาย 30 บาท/ชุด
แรงงาน 1 คนขึ้นไป
ตลาด ย่านอาหาร, ชุมชนทั่วไป
จุดน่าสนใจ ปัจจุบันมีคนทำขายน้อย

credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/216260/_ขนมจีนซาวน้ำ_+สร้างรายได้-คลายร้อน

Read More...


แนะนำอาชีพเสริม : ดรีมโคน


ดรีมโคน คืออะไร

เป็น การเปิดร้านขายไอศครีมที่สามารถสร้างชื่อเสียงมาหลายต่อหลายประเทศโดยที่ สามารถลงทุนได้โดยท่านผู้ลงทุนทุกท่านต้องมีทำเลที่ดีและถ้าหากท่านผู้ลงทุน ได้ลงทุนแฟรนไชส์นี้ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุมและสามารถได้ทุนคืนและได้ผล กำไรอย่างไวมากเลยทีเดียว

ทำไมต้องดรีมโคน

ดรีมโคน  

ดรีม โคนส์ เริ่มเปิดกิจการใน เดือนธันวาคม ปี 2547 ด้วยซุ้มขายไอศครีม (รูปด้านบน) ที่ วิลล่า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ซอยพหลโยธิน 8 ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า อารีย์ ต่อมาทางร้านได้ขยายกิจการ โดยเปิดโรงงานของเราเองที่หัวหิน ในเดือนเมษายน ปี 2548 เป้าหมายของเราคือ การผลิตเจลาโต (ไอศครีม) และเชอร์เบท ที่ดีที่สุดในเมืองไทย โดยผ่านการศึกษา ทดลอง สูตรผสมต่างๆ มากมาย โดยองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการผลิตไอศครีมที่ยอดเยี่ยมนั้น มาจากการเลือกใช้แต่วัตถุดิบชั้นยอด ไม่ว่าจะหายาก หรือมีราคาแพงขนาดไหนก็ตาม กลิ่นและหัวเชื้อไอศครีมของเรา ส่วนใหญ่นำเข้าจากอิตาลี ในขณะที่ วานิลลา มาดากัสการ์ ส่วนผสมหลักของเรานั้น มาจาก สหรัฐอเมริกา เราพยายามใช้ผลไม้สดเป็นส่วนผสมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเราคัดสรรผลไม้สดตามฤดูกาล จากแหล่งผลิตที่มีชื่อโดยตรง แอบปริคอทและสตรอว์เบอร์รี่จากเชียงใหม่ แอปเปิ้ลจากจีนและนิวซีแลนด์ บลูเบอร์รี่จากอเมริกา ไวลด์เบอร์รี่จากเบลเยี่ยม และ ถั่วเฮเซลนัทจากตุรกี เรามีรสของไอศครีมให้คุณเลือก มากถึง 50 รส คุณจะสั่งทำรสพิเศษก็ได้ เพราะเรามีวัตถุดิบในร้านกว่า 300 ชนิด โดยปกติแล้วไอศครีมของเราขายที่ราคาลูกละ 35 บาท ขณะที่ไอศครีม ธรรมดา ทั่วไป ส่วนใหญ่ขายราคาลูกละ 25-30 บาท เทียบกันแล้ว ไอศครีมของเรานั้นจัดได้ว่า คุณภาพสูงเป็นพิเศษ เพราะเราใช้ส่วนผสมและวัตถุดิบชั้นดี ซึ่งยังคงความเป็นธรรมชาติแท้ๆ ปราศจากสารกันบูด นอกจากนี้ เรายังมี วาฟเฟิลโคนแบบพิเศษ ทำจากไข่และเนยกันสดๆ ที่ซุ้มขายเลยทีเดียว

ลักษณะของสินค้าและการบริการ ดรีมโคน

ใน ส่วนของลักษณะสินค้าที่ทางร้านนั้นต้องขายและการบริการที่ทางร้านนั้นจะต้อง มีก็เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการที่จะร่วมลงทุนกับ ดรีมโคน นี้ เพื่อให้ธุรกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของครอบครัวละก็ คุณนั้นจะต้องทราบถึงข้อมูลเหล่านี้ เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำเนินกิจการต่อไปข้างหน้าค่ะ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นดังต่อไปนี้

ดรีมโคน

1. จุดเด่นแฟรนไชส์ดรีมโคน ใช้พื้นที่ไม่มากเพียง 10-12 ตารางเมตร พนักงานขาย 1-2 คนเท่านั้น รวมถึงระบบการบริการจัดการที่ไม่ยุ่งยาก และที่สำคัญมีกำไร 40% ยังไม่หักค่าใช้จ่าย ซึ่งนับเป็นผลกำไรที่ไม่ต่ำจนเกินไป และในปีนี้ บริษัทเตรียมพัฒนาศักยภาพแฟรนไชซีเข้มข้นขึ้น ตั้งแต่การทำโคน การบริหารจัดการร้านอย่างมีคุณภาพ รวมถึงการเข้าไปสนับสนุนในการหาทำเลและการทำสัญญาเช่าพื้นที่ เนื่องจากปัจจุบันมีเจ้าของพื้นที่ติดต่อมายังบริษัทเป็นจำนวน โดยบริษัทจะดำเนินการในเรื่องสัญญาเพื้อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับแฟรนไช ซี

2. การขายแฟรนไชส์ รูปแบบการลงทุนมี 2 รูปแบบ คือ

1.คีออส ตู้แช่ไอศกรีมขนาด 20 ถาด 350,000 บาท
2. คีออสตู้แช่ไอศกรีมขนาด 14 ถาด 290,000 บาท
ทั้ง 2 รูปแบบรวมอุปกรณ์ต่างๆ และเครื่องทำโคน ซึ่งยังไม่รวมเงินประกันสินค้า 30,000 บาทจะคืนหลังเลิกกิจการ และค่าโฆษณา ประชาสัมพันธ์ 2,000 บาทต่อสาขาโดยบริษัทสมทบให้อีก 30% ตู้ขายไอศครีมแช่แข็ง คือ อุปกรณ์ที่แพงที่สุดที่คุณจะต้องมี ตู้แช่คุณภาพดี แบบมีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ ราคาประมาณ 100,000 บาท (14 หลุม) หรือ 200,000 baht (20 หลุม). การเลือกตู้ที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ และงบประมาณของคุณ คุณอาจต้องการเคาน์เตอร์ทำโคน สไตล์ art-deco และตู้ลิ้นชัก พร้อมเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร ข้อดีในการเป็นแฟรนไชส์ ของดรีมโคนส์ คือ ลักษณะการออกแบบที่โดนเด่นนั้น สร้างความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร

3. คุณสมบัติของผู้ลงทุน

ในการทำธุรกิจที่ดีนั้น ล้วนเริ่มต้นมาจากการพบปะ-พูดคุยกันก่อน ว่าเรานั้น “ไปด้วยกัน” ได้ไหม การคุยกันครั้งนี้ (ไม่มีค่าใช้จ่าย) เราจะร่วมรับฟังแนวคิดของคุณ และจะบอกว่า สิ่งใดที่เราสามารถช่วยคุณได้ ในการจะเปิดซุ้ม (ร้าน) ขายไอศครีม


ดรีมโคน

1. หาทำเล
2.ทำสัญญาเช่า
3.ลงนามในข้อตกลงแฟรนส์ไชส์ และวางค่าประกัน
4.จัดตำแหน่งการวางอุปกรณ์
5.สั่งซื้ออุปกรณ์และวัตถุดิบ
6.ติดตั้งอุปกรณ์และสั่งซื้อไอศครีม

สามารถติดต่อดรีมโคน

ชื่อผู้ติดต่อทินสิรี เกษจันทร์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ที่อยู่ บริษัท ดรีมโคน จำกัด 25/26 Petkhasame Rd. Hua-Hin, Pratchuap K.K. Thailand 77110โทร. 086-9791928, 02-6169951 โทรสาร 02-6169953 อีเมล์ info@dreamcones.com nong@dreamcones.com เว็บไซต์www.dreamcones.com
credit by :  http://ohomakemoney.com/ดรีมโคน.html

Read More...


แนะนำอาชีพเสริม : หมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้

เป็นการขายอาหารเน้นเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ด้วยการคิดเมนูต่างๆ ให้สอดคล้องกัน โดยมี 3 เมนู ได้แก่ น้ำเต้าหู้แบบต้นตำรับ ซึ่งเป็นถั่วเหลือง 100% ไม่ผสมแป้ง , น้ำเต้าหู้แครอทที่มีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยป้องกันมะเร็ง กับทำให้ผิวสวย และน้ำเต้าหู้ข้าวกล้องงาดำ ช่วยบำรุงกระดูก นอกจากนี้ ยังเสริมด้วย หมวยเกี๊ยปาท่องโก๋ เป็นสูตรพิเศษผสมธัญพืชเข้ากับแป้งปาท่องโก๋ เหตุนี้สินค้าจึงเป็นที่รู้จักและผู้คนมักนิยมรับประทานกันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ผู้ลงทุนนั้นไม่ผิดหวังแน่ๆที่นำเอาแฟรนไชส์นี้มาลงทุน

ทำไมถึงต้องหมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้


หมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้ เริ่มออกวางขายครั้งแรกเดือนพฤษภาคม 2547 ที่ตลาดบางแค ตั้งราคาขายเท่าท้องตลาด คือ น้ำเต้าหู้ธรรมดา ถุงละ 5 บาท ใส่เครื่อง 6 บาท ส่วนสูตรแครอท , ข้าวกล้องงาดำ ถุงละ 7 บาท ซึ่งเมื่อหักต้นทุนแล้ว กำไรก็ยังงาม เพราะต้นทุนเฉลี่ยแล้ว ต่อแก้วไม่ถึง 2 บาทด้วยซ้ำต่อมา ได้ขยายเพิ่มอีก 3 สาขา ได้แก่ จรัญสนิทวงศ์ สาธุประดิษฐ์ และถนนเซ็นต์หลุยส์ ซึ่งความตั้งใจแรก จะขยายด้วยตัวเอง 20 จุด ทว่า เมื่อมีหลายสาขา เธอไม่สามารถดูแลทั่วถึง ประกอบกับต้องดูแลธุรกิจเสื้อผ้าอยู่ด้วย ต้องจ้างพนักงานขาย ยอดขายแต่ละแห่งจึงต่ำลงเหลือวันละ 2,000 กว่าบาท ทำให้เกิดแนวคิดขยายในรูปแบบของเพราะถ้าผู้ดูแลเป็นเจ้าของเอง ย่อมใส่ใจมากกว่าพนักงาน

ลักษณะของสินค้าและการบริการหมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้

โดย การรวมเอาแครอทและถั่วเหลืองเข้าด้วยกัน ได้เป็นน้ำเต้าหู้อีกสูตรหนึ่ง น้ำเต้าหู้แครอท และอีกสูตรหนึ่ง เป็นการนำข้าวกล้อง และงาดำ มารวมกับถั่วเหลือง ได้เป็นน้ำเต้าหู้ข้าวกล้อง งาดำ รวมแล้วหมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้ มีสูตรน้ำเต้าหู้ 3 สูตร คือ สูตรน้ำเต้าหู้ถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้แครอท และน้ำเต้าหู้ข้าวกล้อง งาดำนอกจากน้ำเต้าหู้ ก็ยังมีปาท่องโก๋ ที่มีส่วนผสมของธัญพืช ประกอบด้วย ข้าวโอ๊ต งาขาว ข้าวกล้อง ที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครคิดสูตรดังกล่าวมาก่อน และเป็นสูตรที่คิดขึ้นมาเองและได้ผ่านการทดสอบรสชาติด้วยตัวเองก่อนนำออก จำหน่าย ในส่วนของลักษณะสินค้าที่ทางร้านนั้นต้องขายและการบริการที่ทางร้านนั้นจะ ต้องมีก็เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการที่จะร่วมลงทุน กับ หมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้ นี้ เพื่อให้ธุรกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของครอบครัวละก็ คุณนั้นจะต้องทราบถึงข้อมูลเหล่านี้ เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำเนินกิจการต่อไปข้างหน้าค่ะ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นดังต่อไปนี้

1. จุดเด่นของแฟรนไชส์นี้ คือ การลงทุนต่ำ กำไรสูง คืนทุนเร็วภายใน 1 เดือน และไม่ต้องขายทั้งวัน เพราะน้ำเต้าหู้จะขายได้เฉพาะช่วงเช้า และค่ำ ดังนั้น จะเป็นช่องทางให้คนที่ทำงานประจำซื้อไปทำเป็นอาชีพเสริมได้ ทั้งนี้ เป้าที่วางไว้ จะขยาย 200 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งหลังจากเปิดตัวแฟรนไชส์เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มียอดจองแล้วกว่า 50 ราย แต่ทั้งนี้ จะให้ความสำคัญกับการคัดเลือกผู้ร่วมทุนให้มากที่สุด เพราะไม่อยากให้แบรนด์ที่สร้างขึ้นมาต้องเสียไป ส่วนการคุมจะมีทีมงานคอยสุ่มตรวจ เฉลี่ยเดือนละ 1-2 ครั้ง ถ้าทำผิดข้อตกลง และได้ออกหนังสือเตือน 3 ครั้งแล้ว จะถูกยกเลิกสัญญาทันที
2. การลงทุน

หมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้

2.1. ค่าแฟรนไชฟี 35,000 บาทจ่ายครั้งเดียวสัญญา 2 ปี
2.2.ครบสัญญาต่อสัญญาฟรี
2.3.ทำเลต้องห่างจากเจ้าเดิมไม่ต่ำกว่า 500 เมตร
2.4.วัตถุ ดิบ 5 อย่าง คือถั่วเหลือง แป้งปาท่องโก๋ งาดำ ลูกเดือย และเม็ดแมลงลัก ต้องซื้อจากแฟรนไชซอร์ในราคาเท่ากับท้องตลาด โดยค่าขนส่งแฟรนไชซีจะต้องออกเอง
2.5.ต้องรักษามาตรฐานในการรักษาความสะอาด การใช้วัตถุดิบเพื่อการผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณตามที่กำหนดเท่านั้น
2.6.แฟรนไชซอร์จะอบรมการทำน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ทุกสูตรให้เป็นเวลา 2 วัน
2.7.กรณีผิดข้อตกลงตามเงื่อนไขมีการตัดเตือนเป็นหนังสือ 3 ครั้ง หากยังเพิกเฉยจะถูกถอดป้ายทันที
2.8.กรณีแฟรนไชซีเลิกสัญญาต้องคืนป้ายและโลโก้ให้กับแฟรนไชซี

หมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้

2.9.แฟรนไชซีต้องเป็นผู้ที่มีความจริงใจในการทำธุรกิจ
2.10.ประมาณการณ์คืนทุน 1-2 เดือน
3. คุณสมบัติผู้ลงทุน
ผู้ซื้อแฟรนไชส์ต้องรับวัตถุดิบ เช่น ถั่วเหลือง แป้งปาท่องโก๋ และอื่นๆ จากเราเท่านั้น เพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพ

งบประมาณที่ต้องใช้ในการลงทุนและสามารถติดต่อ หมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้

หากท่านใดมีความสนใจที่จะลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจ หมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้ ก็สามารถที่จะติดต่อสอบถามเรื่องของรายละเอียดและข้อมูลในการทำธุรกิจเบื้อง ต้นได้ที่ ชื่อผู้ติดต่อ สุจิตร์ คงสิริพรชัย เจ้าของแฟรนไชส์ที่อยู่ 556/47-48 ถนนสาธุประดิษฐ์ บางโพงพาง ยานนาวา กรุงเทพฯ 10120 โทร.02-2944390 ,081-6135949
credit by :  http://ohomakemoney.com/หมวยเกี๊ยน้ำเต้าหู้.html

Read More...


แนะนำอาชีพเสริม : สลัด อาหารสุขภาพขายง่ายกำไรงาม

สำหรับคนรักสุขภาพไม่มีอาหารชนิดใดดีไปกว่าสลัด เพราะหารับประทานง่าย ได้ประโยชน์แถมยังมีรสชาติอร่อย สาว ๆ ชอบรับประทานมากเพราะดีกับรูปร่าง กินแล้วไม่อ้วน แถมยังทำให้ผิวดีอีกด้วย ช่อง
ทางการขายสลัดยังสดใจอยู่ ถึงจะเป็นอาหารเดิม ๆ

 

ที่ทำง่าย กินง่าย และขายกันมานานแล้ว แต่ก็ยังขายได้เรื่อย ๆ ทำง่าย ทุนต่ำ เหมาะสำหรับคนที่กำลังคิดจะเริ่มต้นขายอาหารสักอย่าง ลองขายสลัดดูก็ไม่เลวนะคะ กำไรงามเกือบเท่าตัวเลยค่ะ ถ้ามีแหล่งวัตถุดิบดี ๆ รวยทันตาเห็นแน่ ๆ

วิธีทำสลัด

ผักสลัด

ก่อน อื่นต้องเลือกผักก่อนค่ะ ผักเป็นตัวชูโรง ต้องเลือกให้มีสีตัดกันหน่อย จะเตะตาลูกค้าและน่ารับประทาน เช่น เลือกผักกาดแก้วสีเขียว มะเขือเทศสีแดง กะหล่ำปลีสีม่วง ข้าวโพดสีเหลือง เป็นต้น ผักที่เลือกมาทำสลัดนี้ต้องสด และควรเลือกผักที่ปลอดสารด้วย เพราะผักปลอดสารจะรับประทานอร่อย ไม่มีรสขม และกรอบมากกว่าผักที่แก่ยาฆ่าแมลง เลือกซื้อผักให้ตรงกับฤดูกาล จะได้ผักที่ถูกและคุณภาพดี เมื่อเลือกผักแล้วก็ไปดูวิธีการทำน้ำสลัดกันดีกว่าค่ะ
ผัก ที่นิยมนำมาทำสลัดขายส่วนมากจะเลือกผักที่สามารถรับประทานดิบได้ และมีรสชาติอร่อย ที่สำคัญราคาต่อกิโลกรัมถูก อาทิเช่น กะหล่ำปลี ผักกาดแก้ว ข้าวโพด มะเขือเทศ
เมื่อเลือก ผักได้แล้วให้หั่นผักให้พอดีคำและดูสวยงาม กะหล่ำปลีซอยเป็นฝอย ผักกาดแก้วฉีกเป็นใบเล็ก ๆ ข้าวโพดแกะแยกเป็นเมล็ด มะเขือเทศหั่นแว่น
ผักสดทานคู่กับน้ำสลัด น้ำสลัดมีหลายชนิด แบบที่รู้จักและนิยมรับประทานกันมี 2 ชนิดด้วยกันคือ น้ำสลัดแบบข้น และ น้ำสลัดแบบใส

น้ำสลัดแบบข้น

ส่วนผสม
  1. ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง) 2 ฟอง
  2. เกลือ 1 1/2 ช้อนชา
  3. นมข้น 5 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำมันพืช 1 1/2 ถ้วยตวง
  5. น้ำส้มสายชูผสมน้ำมะนาวเล็กน้อย 1/2 ถ้วย
  6. น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. ตีไข่กับน้ำตาลทรายจนขึ้นฟู
  2. ใส่เกลือ น้ำส้มสายชูผสมน้ำมะนาวเล็กน้อยลงไป ตีให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
  3. แล้วค่อย ๆ เทน้ำมันพืชลงไป ในระหว่างที่เทให้ตีแรง ๆ ไปพร้อมกันด้วยจนน้ำมันพืชหมดและส่วนผสมเข้ากันดี
  4. น้ำสลัดทีดีต้องตีออกมาจนเนียนคล้าย ๆ ครีมมีสีเหลืองอ่อน ชิมรสดูให้กลมกล่อม

น้ำสลัดแบบใส

ส่วนผสม
  1. น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ
  2. ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  4. กระเทียมสับละเอียดครึ่งหัว
  5. มัสตาร์ดผงครึ่งช้อนชา
  6. น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง
  7. เกลือป่น 3 ช้อนชา
  8. น้ำมันพืช 1/2 ถ้วยตวง
  9. พริกไทย 1 ช้อนชา
วิธีทำ
  1. เทส่วนผสมทั้งหมดลงภาชนะ
  2. ตีให้เข้ากัน
  3. ชิมรสให้ออกเปรี้ยวนำ เค็ม-หวานตาม

ขายยังไง

นิยม ขายกันเป็นชุด ผักพร้อมน้ำสลัด จะแบบข้นหรือแบบใสก็เหมือนกัน หรือจะให้เก๋ก็ให้ลูกค้าเลือกตักผักเป็นกรัมแล้วแต่ว่าต้องการผักอะไรตาม ความต้องการของลูกค้า 

สลัด 

แล้วนำมาชั่งน้ำหนักคิดเงินก็ดูดี ลูกค้าจะได้เลือกได้ว่าอยากรับประทานผักอะไรมาก อะไรน้อย แล้วทำน้ำสลัดแยกไว้ ขายเป็นขวดหรือกระปุก

ขายที่ไหน

ถ้า บ้านอยู่เขตเมือง ทำเลดี จะตั้งขายหน้าบ้าน ข้างถนนก็ได้ แต่ต้องควบคุมด้านความสะอาดให้ดี เพราะจะมีฝุ่นละออง ควันพิษจากถนน หรือจะตั้งแผงขายตามตลาดนัดก็ได้ ลูกค้าหลากหลายและเยอะมาก ถ้าจัดสลัดได้น่ารับประทานรับรองขายหมดไวแน่นอน เลือกเวลาที่ขายนิดนึง เป็นตลาดนัดตอนเย็นจะขายดีมาก เพราะลูกค้านิยมบริโภค ตามหน้ามหาวิทยาลัยก็น่าสนใจ กลุ่มนักศึกษาหญิงจะซื้อกันเยอะ

รายได้

ต้น ทุนขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ ว่าคุณจะสามารถซื้อผักได้ราคาถูกแค่ไหน ส่วนมากการขายสลัดจะมีกำไร 2 เท่าตัวของต้นทุน ผักสลัดจัดเป็นชุด ผักจำนวน 300 กรัม และน้ำสลัด ขายประมาณชุดละ 30-40 บาท

เทคนิคทิ้งท้าย

  1. ใส่ เนื้อสัตว์เป็นทางเลือกลงในสลัดที่ขายด้วย จะช่วยขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นได้ เช่น เนื้อไก่ หมูย่าง ไข่ต้ม เป็นต้น คนที่ไม่ค่อยชอบรับประทานผักจะได้รับประทานได้
  2. หาน้ำสลัดสูตรแปลก ๆ มาลองขายคู่กับน้ำสลัดสูตรเดิม ๆ เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า
  3. จัด ชุดสลัดให้สวยงามโดยใช้ผักที่มีสีสันตัดกัน จะดูน่าซื้อน่ารับประทาน เช่น สีแดงจากมะเขือเทศ สีเขียวจากผักกาดแก้ว สีส้มจากแครอท สีขาวจากกะหล่ำปลี สีเหลืองจากข้าวโพด สีม่วงจากองุ่นเป็นต้น
 credit by : http://ohomakemoney.com/สลัด-อาหารสุขภาพขายง่าย.html

Read More...


แนะนำอาชีพเสริม : เฉาก๊วย ความดำที่ขายได้

อะไรเอ่ย ดำแต่อร่อย ติ๊กต่อก ๆๆ ไม่ต้องคิดให้เสียเวลามันก็คือ “เฉาก๊วย” นั่นเอง ไม่ว่าจะกินกับน้ำเชื่อมเย็น ๆ ใส่น้ำแข็งใส่ ใส่กาแฟปั่น นม หรือเครื่องดื่มอื่น ๆ ก็สามารถเข้ากันได้ทั้งนั้น

การเพิ่มมูลค่าให้เฉาก๊วย

  1. เฉาก๊วยกิน กับอะไรก็อร่อย การขายเฉาก๊วยล้วน ๆ ออกจะเป็นการสิ้นคิดไปสักหน่อย การขายของอะไรสักอย่างนึง สิ่งที่คุณควรคำนึงถึงเป็นอย่างแรกคือผลกำไร หรือการเพิ่มมูลค่าให้สินค้า ลองคิดดูระหว่างเฉากก๋วยเปล่า ๆ 10 บาท กับเฉาก๊วยปริมาณน้อยกว่าเฉาก๊วยเปล่าครึ่งนึงกับต้นทุนน้ำเชื่อม+แก้ว พลาสติกและช้องพลาสติกที่เพิ่มขึ้นมาไม่ถึง 3 บาท แต่คุณสามารถขายเฉาก๊วยได้2 15-20 บาท อันไหนมันน่าสนใจกว่ากัน มาดูกันสิว่าเราสามารถเพิ่มมูลค่าเฉาก๊วยได้อย่างไรบ้าง
  2. เฉาก๊วยในน้ำเชื่อม ลงทุนน้ำตาลและแก้วเพิ่ม ใส่น้ำแข็งสักนิดนึง ถ้าคุณมีทำเลดี ๆ ตั้งร้านรับรองว่านับเงินไม่หวาดไม่ไหวแน่นอน
  3. น้ำ แข็งใสใส่เฉาก๊วย สิ่งที่ต้องลงทุนเพิ่มมีน้ำแข็งเกล็ดหิมะ น้ำหวานรสต่าง ๆ ช้อนและถ้วยพลาสติก ยิ่งอากาศร้อนยิ่งขายดี ตั้งราคาขายถ้วยละ 10-15 บาทกำไรเกือบเท่าตัว
  4. เฉาก๊วยสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็นเฉาก๊วยในน้ำขิง เฉาก๊วยใส่น้ำตะไคร้ เป็นต้น เป็นการเพิ่มมูลค่าและทางเลือกให้กับลูกค้า ด้วยมูลค่าเรื่องประโยชน์ของเฉาก๊วยตรงนี้คุณสามารถตั้งราคาได้สูงกว่าปกติ
  5. ตัดเฉาก๊วยเป็นรูปแปลก ๆ เช่นรูปหัวใจ รูปดาว เพิ่มความน่าสนใจให้ลูกค้า ดีไม่ดีดังขึ้นมาสามารถสร้างเป็นแบนด์ได้

ต้นทุน

ต้นทุนในการทำเฉาก๊วย ไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์ เพราะสามารถใช้ภาชนะที่มีอยู่ในครัวได้ ซื้อผ้าขาวบางเพิ่ม และไม้พายไว้คนเฉาก๊วย ต้นทุนในการทำเฉาก๊วยครั้ง ๆ หนึ่งไม่กี่ร้อยบาท แต่สามารถเอาไปขายได้กำไร 2 – 3 เท่าตัวแล้วแต่วิธีการขายของคุณ

อุปกรณ์การทำเฉาก๊วย

  1. หม้อต้มเฉาก๊วย ใช้หม้อสแตนเลสใบใหญ่ หรือหม้อชนิดอื่นก็ได้หากไม่มี
  2. ไม้พายไว้คนเฉาก๊วย
  3. กะละมัง
  4. พิมพ์เฉาก๊วย เช่น ถาดกลม ถาดเหลี่ยม เป็นต้น
  5. ผ้าขาวบาง (ทบ 2 ชั้น)

วัตถุดิบทำเฉาก๊วย

  1. ต้นเฉาก๊วยแห้ง 1 มัด ซื้อได้ตามร้านขายยาจีน
  2. น้ำสะอาด 2 ลิตร
  3. โซดาจืด 1 ช้อนโต๊ะ
  4. แป้งท้าวยายม่อม 1/2 กิโลกรัม

วิธีทำเฉาก๊วย

  1. ก่อนอื่นล้างต้นเฉาก๊วยด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด หลาย ๆ น้ำ
  2. นำต้นเฉาก๊วยใส่หม้อต้ม เติมน้ำลงไป 2 ลิตร จากนั้นใส่โซดาจืดลงไปไม่ต้องคน
  3. เคี่ยวไปเรื่อย ๆ ใช้ไฟปานกลาง จนต้นเฉาก๊วยเปื่อยยุ่ย (ใช้เวลาเคี่ยวประมาณ 3 ชั่วโมง) เมื่อเปื่อยแล้วยกลงจากเตา ทิ้วไว้ให้เย็นเอง
  4. เมื่อเย็นแล้วนำน้ำเฉาก๊วยที่ต้มกรองด้วยผ้าขาวบาง ส่วนกากต้นเฉาก๊วยใช้มือคั้นน้ำให้ออกให้หมด
  5. กากต้นเฉาก๊วยที่คั้นน้ำออกแล้วสามารถนำไปต้มได้อีกครั้งนึง ต้มเคี่ยวสัก 2 ชั่วโมง กับน้ำ 1 ลิตร
  6. นำน้ำเฉาก๊วยที่ต้มได้เทรวมกับน้ำเฉาก๊วยในตอนแรก (ผ่านผ้ากรอง)
  7. กรองน้ำเฉาก๊วยอีกครั้งหนึ่ง จนมั่นใจแล้วว่าไม่เหลือกากหรือผงต้นเฉาก๊วยแล้ว
  8. นำน้ำเฉาก๊วยที่กรองได้ไปต้มอีกครั้งหนึ่ง ต้มจนเดือด พอเดือดใส่แป้งลงไป
  9. ใน ระหว่างที่ใส่แป้งนี้ให้ใช้ไม้พายคนน้ำเฉาก๊วยอยู่ตลอดเวลา ระวังอย่าให้แป้งจับตัวกันเป็นก้อน ถ้ากังวลว่าแป้งจะจับตัว ก่อนใส่แป้งให้ละลายแป้งด้วยน้ำสะอาดในภาชนะอื่นก่อนก็ได้
  10. ตอนใส่แป้งไปแล้วจะเกิดฟอง ให้ช้อนฟองทิ้ง
  11. กวน น้ำเฉาก๊วยไปเรื่อย ๆ รี่ไฟลงใช้ไฟอ่อน ๆ จนน้ำเฉาก๊วยเริ่มมีความหนืด ลองยกไม้พายขึ้น ถ้าน้ำเฉาก๊วยมีลักษณะคล้ายเนื้อโลชั่นให้ยกลงได้
  12. เท ใส่พิมพ์ขณะยังร้อน ในระหว่างเฉาก๊วยยังไม่แข็งตัวนี้จะเกิดฟองขึ้นอีก ค่อย ๆ ช้อนทิ้งเหมือนเดิม ระวังอย่าให้มีฟองอากาศเกิดขึ้นอีก
  13. เมื่อเฉาก๊วยแข็งตัวจะนำไปส่งแม่ค้าเลยก็ได้ แต่ถ้าต้องการขายเองตัดเป็นชิ้นรอไว้

ช่องทางขายเฉาก๊วย

  1. ส่งแม่ค้าในตลาดสด มีแม่ค้ารับซื้อตลอด ติดต่อตลาดใกล้บ้าน
  2. ขายเองโดยการแปรรูปเฉาก๊วยเป็นเฉาก๊วยในน้ำเชื่อม เฉาก๊วยใส่น้ำแข็งใส เป็นต้น เป็นการเพิ่มกำไรเกือบเท่าตัว
  3. เมื่อผลิตเฉาก๊วยจำนวนมากจะมองหาลู่ทางการขายเฉาก๊วยบรรจุขวดขายส่งด้วยก็ได้ ทางที่ดีขอให้อ.ย.รับรองด้วย
credit by :  http://ohomakemoney.com/เฉาก๊วย-ความดำที่ขายได้.html

Read More...


ขายสินค้า pre-order อาชีพเสริมที่ไม่ต้องมีสต๊อกสินค้า

     ในยุคที่ e-commerce มีบทบาทสำคัญมากในปัจจุบันทำให้การขายสินค้าบนอินเตอร์เน็ตมีคนรู้จักและ เป็นที่นิยมมากขึ้นถึงขนาดที่ว่าร้านค้าใหญ่ๆ บางเจ้าถึงต้องปรับตัวจากเดิมที่มีเพียงแค่หน้าร้านจริงให้มีร้านค้าเสมือน บนโลกอินเตอร์เน็ตเพื่อรองรับการซื้อขายที่มีมากขึ้นเป็นลำดับและก่อให้เกิด อาชีพใหม่ขึ้นบนอินเตอร์เน็ตนั่นก็คืออาชีพ Pre Order สินค้านั่นเองครับ


     การ Pre Order สินค้าก็คือการนำเอารูปสินค้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ (โดยทั่วไปมักจะนำมาจากประเทศจีน) มาลงประกาศขายให้บนอินเตอร์เน็ตตามช่องทางต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เลือกซื้อหากันและเมื่อมีออเดอร์จากลูกค้าเราก็จะสั่ง ไปยัง dealer ที่นำเข้าสินค้าเพื่อให้ส่งสินค้ามา โดยกำไรจากการ Pre Order นั้นจะอยู่ที่ประมาณ 35% โดยเฉลี่ย
    
     อีกหนึ่งวิธีการของธุรกิจ Pre Order สำหรับสินค้าประเภทเสื้อผ้าที่เจ้าของกิจการ Pre Order ปัจจุบันกระทำอยู่ก็คือการติดต่อกับร้านขายส่งเสื้อผ้าแถวประตูน้ำว่ามีแบบ ไหน ราคาขายส่งเท่าไหร่ และนำรูปภาพเสื้อผ้าเหล่านั้นมาลงในช่องทางอินเตอร์เน็ตของตนเพื่อให้ลูกค้า เลือกเมื่อลูกค้าสั่งและโอนเงินมาก็ค่อยไปซื้อสินค้าเพื่อส่งให้ลูกค้าต่อไป ซึ่งเราอาจะเรียกการทำธุรกิจแบบ Pre Order นี้ว่าเป็นธุรกิจ “จับเสือมือเปล่า” ก็ได้เช่นกัน
    
     สำหรับช่องทางในการทำธุรกิจ Pre Order นั้น ผู้ประกอบการมักจะใช้สื่อออนไลน์ประเภท Social Media ในการลงโฆษณาและติดต่อซื้อขายกับผู้สนใจมากกว่าที่จะสร้าง Wesite ดังเช่นแต่ก่อน โดยสื่อออนไลน์ได้แก่ Line, What App, Tango, Twitter, และ application สำหรับการคุยอื่นๆ รวมไปถึง Facebook อีกด้วยครับ

credit by :  http://www.thaiiinvest.com/2013/10/pre-order.html

Read More...


แนะนำอาชีพเสริม : ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ชำระร่างกาย สินค้าที่กำลังนิยม

ในยุคที่ผู้คนเน้นในเรื่องของชีวจิตและสุขภาพเป็นสำคัญทำให้ผู้คนเป็นจำนวน มากหันกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลผลิตจากธรรมชาติแทนผลิตภัณฑ์วิทยาศาสตร์ มากขึ้นเพราะนอกจากจะปลอดภัยจากอันตรายในสารพิษต่างๆ ที่อาจตกค้างอยู่แล้ว ผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติบางชนิดยังให้ผลดีกว่าของที่สังเคราะห์ขึ้น ทางวิทยาศาสตร์เสียอีกดังเช่นผลิตภัณฑ์ชำระผิวกายที่มีส่วนผสมของสมุนไพร ธรรมชาติที่มีผู้นิยมใช้กันจนกลายเป็นธุรกิจเสริมสร้างรายได้กันเลยทีเดียว ครับ


ต้นกำเนิดของผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรธรรมชาติเหล่านี้แรกเริ่มเดิมทีมาจากการ ผลิตของบรรดาเหล่าแม่บ้านชุมชนที่ได้นำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านแบบดั้งเดิมมาทำ ใช้เองเพื่อทดแทนการซื้อสบู่หรือยาสระผมมาใช้ซึ่งถือเป็นการประหยัดเงินและ ส่วนหนึ่งก็แจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้านหรือคนที่รู้จักได้ทดลองใช้ด้วย ต่อมาเมื่อมีการทดลองใช้แล้วดีและมีการบอกต่อๆ กัน อีกทั้งเมื่อคราวที่รัฐบาลเร่งรณรงค์แคมเปญ OTOP จึงทำให้ชาวบ้านผลิตออกมาเพื่อขายให้กับผู้ที่ต้องการปรากฏว่าขายดิบขายดีจน เป็นเหตุให้มีการพัฒนาอย่างเป็นล่ำเป็นสันเป็นธุรกิจขึ้นมาจนกระทั่ง ปัจจุบัน

การทำธุรกิจขายผลิตภัณฑ์ชำระผิวกายจากสมุนไพรธรรมชาตินั้นสามารถทำได้สองรูป แบบในปัจจุบันคือผลิตเองและรับมาขายอีกต่อหนึ่งซึ่งในแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อ เสียที่แตกต่างกันโดยในแบบแรกนั้นข้อดีคือเราสามารถผลิตเท่าที่จำเป็นออกมา ได้ทำให้สามารถลดต้นทุนในการซื้อของมาขายแต่ในขณะเดียวกันหากเราเพิ่งเริ่ม ทำและแบรนด์ของเราไม่แข็งแกร่งพอก็ทำให้สินค้าของเราขายได้ยาก ส่วนแบบที่สองนั้นข้อดีคือเราสามารถหาสินค้าเพื่อมาขายได้ง่ายแต่ในขณะเดียว กันเราจำเป็นต้องใช้แบรนด์ของผู้ผลิตเดิมซึ่งหากเราต้องการที่จะเติบโตใน ธุรกิจนี้การทำธุรกิจในแบบที่สองนี้เป็นตัวเลือกที่ไม่เหมาะสมครับ

credit by :  http://www.thaiiinvest.com/2014/01/Herbal-Health-care-pantip-01.html

Read More...


แนะนำอาชีพเสริม : ช่างทำกุญแจ อาชีพที่ลูกค้าต้องมาถามหา

ใครจะไปคาดคิดครับว่าอาชีพรับจ้างทำกุญแจจะเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้กับผู้ ประกอบอาชีพได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน อย่างน้อยๆ ผมก็คนหนึ่งล่ะครับที่เมื่อก่อนคิดว่าอาชีพนี้จะทำเงินได้สักเท่าไหร่กัน แต่เมื่อวันหนึ่งกุญแจบ้านดันหายและต้องไปทำสำเนากุยแจใหม่ระหว่างที่รอกุย แจชุดใหม่อยู่นั่นเองทำให้ผมได้รู้ว่าแท้จริงแล้วอาชีพนี้ก็มีรายได้ดีไม่ น้อยเลยทีเดียว



    สำหรับผู้ที่จะเข้ามาประกอบอาชีพช่างทำกุญแจนั้นคุณสมบัติประการแรกที่ต้อง มีเลยก็คือควรมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการทำกุญแจมาบ้าง ซึ่งในปัจจุบันสถาบันฝึกอาชีพของรัฐบาลและก.ท.ม.ก็มีเปิดสอนอยู่ ถัดมาคือควรที่จะมีเครื่องมือทำกุญแจที่ทันสมัยที่สามารถทำสำเนากุญแจได้ทุก รูปแบบเพราะจะช่วยให้ร้านทำกุญแจของเรามีจุดขายที่เด่นกว่าเจ้าอื่นๆ และท้ายที่สุดคือควรเป็นคนที่มีใจเย็นเพราะการทำสำเนากุญแจแต่ละดอกนั้นต้อง มีความพิถีพิถันเพื่อให้ได้กุญแจออกมาตามต้นแบบซึ่งถ้าหากพลาดกุญแจดอกนั้นๆ ก็จะไม่สามารถไขได้

    ส่วนในเรื่องของรายได้นั้น แม้ว่ารายได้หลักๆ จะอยู่ที่การทำสำเนากุญแจก็ตามทีแต่ในขณะเดียวกันช่างทำกุญแจที่มีทักษะและ ฝีมือดีๆ ก็มักจะได้มีโอกาสทำงานเสริมเพื่อเพิ่มรายได้อยู่บ่อยๆ นั่นก็คือการรับจ้างสะเดาะกุญแจ หรือเปิดประตูบ้านสำหรับลูกค้าที่ลืมกุญแจบ้านไว้ในบ้านหรือทำกุญแจบ้านหาย ซึ่งในบางงานอาจจะได้ค่าแรงมากกว่าการทำกุญแจทั้งเดือนอีกด้วยครับ และนอกจากนี้ช่างทำกุญแจอาจสามารถหารายได้เสริมเพิ่มเติมด้วยการนำเอาแม่ กุญแจแบบต่างๆ มาตั้งขายในร้านได้อีกด้วยครับ

credit by :  http://www.thaiiinvest.com/2013/10/Locksmith.html

Read More...


แนะนำอาชีพเสริม : เห็ดย่างอาชีพใหม่เน้นลูกค้ากลุ่มรักสุขภาพ

ตอนนี้ธุรกิจที่เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจมาใหม่แต่กลับขายดิบขายดีไม่แพ้อาหารรุ่นพี่อย่างหมูย่าง ไก่ย่าง คงหนีไม่พ้นธุรกิจขาย “เห็ดย่างเสียบไม้” เป็นแน่แท้ครับ เพราะนอกจากจะเป็นอาหารที่แปลกใหม่แล้วยังมีผลดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคอีกด้วย ดังนั้นในตอนนี้เราจะมาพูดถึงธุรกิจดังกล่าวกันดีกว่าครับ


                ลักษณะ ของเจ้าเห็ดย่างนั้นหลายคนอาจจะเคยผ่านตามาบ้างแต่อีกหลายคนอาจจะยังไม่เคย เห็นกัน ซึ่งเจ้าเห็ดย่างนี้จะมีลักษณะเป็นไม้ๆ เสียบง่ายคล้ายๆ ไก่ย่างหรือตับย่างนั่นเองครับ ซึ่งส่วนใหญ่เห็ดที่ใช้ย่างนั้นมักจะเลือกใช้เห็ดที่หาได้ง่ายและเป็นที่ นิยมในบ้านเราซึ่งได้แก่เห็ดฟางหรือเห็ดเข็มทองส่วนที่นำเอาเห็ดหอมมาทำนั้น ก็มีบ้างแต่ถือเป็นส่วนน้อยครับเพราะเนื่องจากจะทำให้ต้นทุนในการขายสูงขึ้น นั่นเอง โดยเห็ดดังกล่าวนี้จะถูกนำมาปรุงรสด้วยส่วนผสมต่างๆ และนำไปเสียบไม้และอาจะแซมด้วยเบคอน เนื้อสัตว์หรือผักอื่นๆ ตามแต่จะสร้างสรรค์คิดขึ้นมา ซึ่งหากมองดูอย่างผิวเผินจะคล้ายๆ กับบาร์บีคิวนั่นเองครับ

                เรื่องราคาการขายโดยปกติแล้วเห็ดย่างเสียบไม้แบบปกติราคามาตรฐานจะอยู่ที่ไม้ละ 15-20 บาทแต่ถ้ามีอย่างอื่นนอกเหนือจากเห็ดอย่างเดียวแล้วราคาจะอยู่ที่ตั้งแต่ 25-30 บาทซึ่งต้องบอกว่าเป็นธุรกิจที่สามารถทำกำไรได้ดีมากระดับต้นๆ เลยครับเพราะกำไรจะอยู่ประมาณ 50% ของ ยอดขายหากเพียงแต่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเลือกทำเลที่เหมาะสมต่อการขายสัก หน่อยเพราะเนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยนั้นไม่นิยมบริโภคผักเท่าที่ ควรดังนั้น หากเลือกทำเลประกอบการผิดก็มีโอกาสขาดทุนสูงได้เช่นกันครับ
 

Read More...


แนะนำอาชีพเสริม : ธุรกิจน้ําผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพ

     มีธุรกิจอยู่ธุรกิจหนึ่งที่ขายดีมากในช่วงหน้าร้อนและแม้ถึงไม่ใช่หน้าร้อน หากขายบริเวณแถวโรงเรียนหรือศูนย์อาหารก็สามารถทำรายได้ให้กับผู้ขายด้วย เช่นกันซึ่งธุรกิจที่ผมว่านี้ก็คือธุรกิจขายน้ำปั่นนั่นเองครับ


     น้ำปั่นนั้นเป็นอะไรที่เรียกว่าทำง่าย ขายง่าย กำไรงามเพราะเนื่องจากมีขั้นตอนการเตรียมการไม่ยุ่งยาก ขอมีผลไม้ น้ำเชื่อมและเครื่องปั่นเพียงแค่นี้ก็สามารถขายน้ำปั่นได้แล้ว

     สำหรับผลไม้ที่นำมาทำทำเป็นน้ำปั่นนั้นโดยทั่วไปมักใช้ผลไม้ที่หาง่ายและมี เกือบทุกฤดูกาลอันได้แก่ส้ม มะพร้าว มะนาว สัปปะรด แตงโม และหากในช่วงนั้นๆ มีผลไม้ตามฤดูกาลก็สามารถนำมาทำน้ำปั่นได้เช่นเดียวกันอาทิเช่นสตรอเบอรี่ มะม่วง แคนตาลูป เป็นต้น โดยราคาขายน้ำปั่นถ้าเป็นผลไม้ทั่วไปจะอยู่ที่ 20 บาทถ้าเป็นผลไม้ที่หายากจะอยู่ที่ 25 บาทหากเป็นผลไม้รมหรือใส่โยเกิร์ตจะอยู่ที่ 35 บาทขึ้นไปส่วนกำไรในบางรายการจะเกิน 50%

     จุดเด่นของธุรกิจน้ำปั่นนี้ก็คือเป็นธุรกิจที่ขายได้ง่าย ไม่ต้องหาพื้นที่หรือทำเลมากนัก ขายตรงไหนก็มีคนซื้อแต่ถ้าหากได้ทำเลที่ติดกับสถานที่ขายอาหาร โรงเรียน สถานศึกษาก็จะทำให้ขายดีมากขึ้น

     อย่างไรก็ดีจุดที่ควรระวังในธุรกิจน้ำปั่นนี้ก็คือเรื่องของความสะอาดและรส ชาติของน้ำปั่นหากน้ำปั่นรสชาติไม่คงที่หรือไม่อร่อยก็จะทำให้ลูกค้าไม่กลับ มาซื้อซ้ำ ส่วนผลไม้ที่ใช้ปั่นหากใช้ของเสียหรือของไม่สดก็อาจเป็นอันตรายต่อลูกค้าที่ ซื้อทานได้ครับ

credit by :  http://www.thaiiinvest.com/2013/11/Fruit-smoothies-healthy.html

Read More...


แนะนำอาชีพเสริม : ธุรกิจขายข้าวไข่เจียว ขายง่ายกำไรดี

     สำหรับคนที่เกิดทันวงดนตรีสตริงวงเฉลียงคงจะคุ้นหูดีกับเพลงนายไข่เจียวที่ เนื้อเพลงได้พูดถึงชายที่เปิดร้านขายแต่เพียงไข่เจียวอย่างเดียวก็มีคนสั่ง ก็รวยได้ ในยุคนั้นต้องเรียกได้ว่าเหมือนเป็นความคิดที่เพ้อฝันครับใครตะไปคาดคิดว่า ขายแต่ไข่เจียวอย่างเดียวมันจะอยู่ได้ แต่มายุค พ.ศ. นี้ได้เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วครับว่าทำแค่ไข่เจียวอย่างเดียวก็สามารถเลี้ยง ปาก เลี้ยงท้อง เลี้ยงครอบครัวได้ครับกับธุรกิจขายข้าวไข่เจียว

     สาเหตุที่ข้าวไข่เจียวเป็นที่นิยมก็เพราะว่าเป็นอาหารที่ทำง่าย สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัยและเป็นอาหารที่ถูกปากคนไทยมาช้านาน อีกทั้งใช้อุปกรณ์และวัตถุดิบไม่มากนัก ขอเพียงแค่มีไข่ น้ำมันและข้าวเปล่าก็สามารถทำขายได้ ส่วนจะใส่เครื่องเคียงอะไรก็ตามแต่จะสะดวก ส่วนราคาการขายนั้นถ้าเป็นข้าวไข่เจียวฟองเดียวราคา 20-25 บาท ถ้าไข่สองฟองราคา 30 บาทและสามารถใส่เครื่องได้ 2-3 อย่าง   

     ในด้านทำเลการขายแล้วธุรกิจขายข้าวไข่เจียวสามารถขายที่ไหนก็ได้เนื่องจาก เป็นธุรกิจที่ไม่ต้องใช้เนื้อที่เยอะมีเพียงรถเข็นหรือที่วางโต๊ะเล็กๆ ก็สามารถตั้งขายได้แล้วและในปัจจุบันธุรกิจขายข้าวไข่เจียวนี้ยังระบาดเข้า ไปตามศูนย์อาหาร Food Court ของห้างสรรพสินค้าต่างๆ อีกด้วย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี

     หากจะถามว่าธุรกิจขายข้าวไข่เจียวนี้จะยังคงอยู่ได้วงการธุรกิจได้อีกนานแค่ ไหนก็ต้องบอกว่ายังคงมีที่ว่างเหลือสำหรับธุรกิจนี้อีก ขอเพียงขยัน ตั้งใจ และไม่ท้อ รับรองว่าอยู่ในอาชีพนี้ได้นานแน่นอน


credit by : http://www.thaiiinvest.com/2013/10/Selling-rice-omelet.html

Read More...


Lydia&Samit รับจ้างผลิตเค้ก-คุกกี้ เปิดช่องเติมฝันให้คนอยากมีร้านเบเกอรี

Lydia&Samit รับจ้างผลิตเค้ก-คุกกี้ เปิดช่องเติมฝันให้คนอยากมีร้านเบเกอรี
คุกกี้ ในแพคเกจจิ้งรูปแบบต่างๆ
       การเป็นเจ้าของร้านเบเกอรีอย่างที่หลายคนใฝ่ฝันวันนี้ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อมีมืออาชีพอย่างแบรนด์ Lydia&Samit มีดีกรีเป็นคุกกี้ระดับพรีเมียม ขายมานานกว่า 10 ปีในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ของสองสามีภรรยา “สมิต-ลิเดีย อิ่มเกตุ” ที่พลิกผันตัวเองจากพนักงานประจำหันมาทำกิจการของตัวเอง

Lydia&Samit รับจ้างผลิตเค้ก-คุกกี้ เปิดช่องเติมฝันให้คนอยากมีร้านเบเกอรี 
       สมิต เล่าว่า สำหรับจุดเริ่มต้น Lydia&Samit มาจากภรรยา คุณลิเดีย ชื่นชอบการทำเบเกอรี และ ตัวผมเองชื่นชอบการกินคุกกี้ ลิเดียจึงได้ลองทำคุกกี้กินเองภายในครอบครัว และนำไปแบ่งปันให้เพื่อนที่ทำงานได้กินด้วย ปรากฏว่าเพื่อนชื่นชอบ พอถึงเทศกาลอย่างปีใหม่ก็ขอให้ทางคุณลิเดียทำมาขาย แรกทำขายให้คนรู้จักเท่านั้นก่อน ต่อมาเกิดการบอกกันปากต่อปาก กลายเป็นอาชีพเสริมของเราสองคนสามีภรรยาไป

Lydia&Samit รับจ้างผลิตเค้ก-คุกกี้ เปิดช่องเติมฝันให้คนอยากมีร้านเบเกอรี 
       โดยเริ่มแรกขายคนรู้จักในจังหวัดเชียงใหม่ และลูกค้าประจำที่เกิด การบอกกันแบบปากต่อปาก เพราะเราสองคนยังต้องทำงานประจำ และพอมาวันหนึ่งคิดว่าน่าจะทำเป็นอาชีพหลักได้ เพราะจากการบอกต่อกันของลูกค้าถึงคุณภาพ และความอร่อยของคุกกี้ของเรา จึงได้ลองนำคุกกี้ ไปนำเสนอศูนย์การค้าท็อปส์มาร์เก็ต 2 สาขาจังหวัดเชียงใหม่

Lydia&Samit รับจ้างผลิตเค้ก-คุกกี้ เปิดช่องเติมฝันให้คนอยากมีร้านเบเกอรี
สมิต อิ่มเกตุ เจ้าของ
       ทั้งนี้ เราได้รับการตอบเป็นอย่างดีมาอย่างต่อเนื่อง จนผ่านมาได้ระยะหนึ่งทางศูนย์การค้า ยื่นข้อเสนอมาให้เราทำส่งขายทุกสาขาทั่วประเทศของท็อปส์มาร์เก็ต และโกลเด้นเพลส ผมได้มาปรึกษากับภรรยาว่า ข้อเสนอน่าสนใจ จึงได้ตัดสินใจลาออกจากงาน และมาเปิดร้าน และสถานที่ผลิตคุกกี้ในกรุงเทพฯ เพื่อความสะดวกในการส่งสินค้า ซึ่งการออกมาทำอย่างจริงจังในกรุงเทพฯ ถึงวันนี้ประมาณ 2 ปี
Lydia&Samit รับจ้างผลิตเค้ก-คุกกี้ เปิดช่องเติมฝันให้คนอยากมีร้านเบเกอรี 
พนักงานบรรจุคุกกี้
       หลังจากการผลิตเพื่อส่งขายห้างสรรพสินค้าลงตัว เริ่มหันมามองการขยายตลาดในกลุ่มอื่นๆ โดยเริ่มแนะนำ Lydia&Samit ผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก รับจ้างผลิตให้ร้านเบเกอรี และร้านกาแฟ รวมไปถึงคนทั่วไปที่ต้องการมีอาชีพ ได้คุกกี้ไปติดแบรนด์ของตัวเอง
      
       “ผมใช้ช่องทางผ่านเฟซบุ๊กแนะนำสินค้า เพียงระยะเวลาไม่กี่เดือนได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคนที่ได้พบเห็น และทดลองซื้อคุกกี้ของเราไปชิม ส่วนใหญ่มากกว่า 90% พึงพอใจ และสั่งคุกกี้ไปจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตัวเอง” 
Lydia&Samit รับจ้างผลิตเค้ก-คุกกี้ เปิดช่องเติมฝันให้คนอยากมีร้านเบเกอรี 
 
ภายในห้องที่ทำขนม เน้นสะอาด วัตถุดิบคุณภาพ
       ปัจจุบันลูกค้าที่มาว่าจ้างผลิตเพิ่มขึ้นมากในระดับที่เราพอใจ โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อในแบบที่มีแพกเกจจิ้ง หรือในแบบที่ลูกค้านำไปบรรจุใส่แพกเกจจิ้งของตัวเอง การ ขายส่งลูกค้าจะต้องสั่งคุกกี้ตั้งแต่ 7 กิโลกรัมขึ้นไป (7 กิโลกรัม ราคา 2,500 บาท) ราคาเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับชนิดของคุกกี้ ส่วนราคาขายปลีกของเราจะเริ่มต้นที่ 75 กรัม ราคา 45 บาท 150 กรัม ราคา 75-85 บาท ขนาด 250 กรัม ราคา 125-140 บาท ขนาด 400 กรัม ราคา 200-220 บาท 
Lydia&Samit รับจ้างผลิตเค้ก-คุกกี้ เปิดช่องเติมฝันให้คนอยากมีร้านเบเกอรี 
 
ในกล่องที่ทำส่งขายช่วงเทศกาลปีใหม่
       สมิต บอกกับเราว่า การที่เราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเพราะสินค้าของเราการันตีได้จากการขายในศูนย์การค้ามานานกว่า 10 ปี และ ลูกค้าที่ซื้อไปขายก็ขายได้ กลับมาซื้อเพิ่มอีก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจ เพราะสามารถสร้างอาชีพให้คนที่ต้องการเปิดร้านเบเกอรี เพราะปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจร้านเบเกอรีมีสูง การลงทุนทำขนมเองทั้งหมดต้องใช้เงินจำนวนมาก โอกาสเสี่ยงสูง แต่ถ้ามีคนที่ทำขาย ช่วยการันตีคุณภาพให้แล้ว ทำให้ไม่ต้องมีความเสี่ยง ปัจจุบันร้านเบเกอรี ร้านกาแฟ หันมาใช้การจ้างผลิต และนำไปติดแบรนด์ของตัวเองเพิ่มมากขึ้น 

Lydia&Samit รับจ้างผลิตเค้ก-คุกกี้ เปิดช่องเติมฝันให้คนอยากมีร้านเบเกอรี 

บรรจุภัณฑ์ขนาด 75 กรัมราคา45 บาท
       ปัจจุบันแบรนด์ Lydia&Samit ผลิตคุกกี้ส่งขายศูนย์การค้าท็อปส์ และโกลเด้นเพลส จำนวน 50 สาขาทั่วประเทศ คุกกี้ที่ผลิตมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 7 รสชาติ ได้แก่ แมคคาเดเมีย, ส้มอัลมอนด์, โอ๊ตมีลช็อกโกแลตชิป, ชอลเบรดวอลนัต, งาดำ-เนยถั่ว, ดับเบิลช็อกโกแลต, เม็ดมะม่วงหิมพานต์
      
       โทร. 0-2813-0779,www.lydiacookies.com 
credit by :  http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9570000006297



Read More...


เมนูแมคคาเดเมีย ส้มตำ-ยำ..แซ่บเงินงาม




“แมคคาเดเมีย” ราชาแห่งพืชเคี้ยวมัน มีถิ่นกำเนิดในออสเตรเลีย ต่อมาปลูกแพร่หลายทั่วโลก รวมทั้งในไทย และคนไทยก็นิยมทานมานานแล้ว ซึ่งทั้งอร่อย และมีประโยชน์ อุดมด้วยไขมันไม่อิ่มตัว เฉลี่ยถึง76% ช่วยลดคลอเลสเตอรอลในเลือดเมื่อทาน 6-20 เม็ด/วัน โดยภายใน 4 สัปดาห์จะลดได้ 7% ลดอัตราการเป็นมะเร็งเต้านม บำรุงหัวใจและสมอง และอุดมด้วยสารอาหารอื่น ๆ อย่างคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ซึ่งนอกจากจะทานเล่น ถั่วแมคคาเดเมียยังนำมาทำเป็นอาหารเพิ่มมูลค่าได้ อย่าง “ส้มตำแมคคาเดเมีย” “ยำแมคคาเดเมีย” ที่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร บ้านบ่อเหมืองน้อย ต.แสงกา อ.นาแห้ว จ.เลย ทำกันอยู่ ซึ่งทีม “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอ...
******************************
นรรถพร พระศรีนาม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร บ้านบ่อเหมืองน้อย เล่าว่า ได้ตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2546 เพื่อปลูกแมคคาเดเมีย โดยผลผลิตนำมาทำเป็น แมคคาเดเมียอบเกลือ และ แมคคาเดเมียเคลือบช็อกโกแลต ต่อมาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาก็ได้คิดทำ ยำแมคคาเดเมีย และ ส้มตำแมคคาเดเมีย ขึ้น เพื่อแทนการใช้ถั่วลิสง โดยเริ่มทำทานกันเองก่อน แล้วจากนั้นจึงนำออกขายภายนอก
อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ หลัก ๆ ก็มี ครก-สาก, ถ้วยแก้วใส่ของต่าง ๆ, กะละมัง, มีด, ที่ขูดเส้น, เตาแก๊ส, หม้ออะลูมิเนียม ฯลฯ โดยอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าลงทุนใหม่หมดก็อยู่ที่ประมาณ 5,000 บาทขึ้นไป
การทำ “ยำแมคคาเดเมีย” นั้น ส่วนผสม “น้ำยำ ตามสูตรก็มี น้ำมะนาว 3ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย พอประมาณ, เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ และพริกขี้หนูหั่น พอประมาณ
วิธีทำน้ำยำ ตั้งหม้อสแตนเลส ใช้ไฟร้อนปานกลาง เคี่ยวน้ำตาลปี๊บให้ละลาย จากนั้นนำน้ำตาลทรายใส่ลงไปคนให้ละลาย เมื่อส่วนผสมสองอย่างเข้ากันแล้ว ก็ให้ยกขึ้นจากเตา ใส่น้ำมะนาว เกลือ และพริกขี้หนูหั่น ชิมรสให้ได้รสเปรี้ยว หวาน เค็ม พอ ๆ กัน ก็เป็นอันใช้ได้ พักเตรียมไว้
ส่วนผสมของผัก ก็มี กะหล่ำปลีซอย, กะหล่ำม่วงซอย, ตะไคร้ซอย, หอมหัวใหญ่หั่น, แครอทขูดฝอย, คึ่นช่าย,มะเขือเทศราชินี และถั่วแมคคาเดเมีย
วิธีทำยำแมคคาเดเมีย ตักส่วนของผักสดพอประมาณใส่ลงไปในกะละมังสแตนเลส จากนั้นตักน้ำยำใส่ลงไปประมาณ 2 ทัพพี ตามด้วยแมคคาเดเมียประมาณ ¾ ทัพพี และมะเขือเทศราชินี คลุกเคล้าผสมให้เข้ากัน แล้วชิมรสดู หากยังเปรี้ยวไม่พอ สามารถบีบมะนาวเพิ่มลงไปได้ ยำเสร็จแล้วก็ตักใส่ภาชนะ โดยเอาใบผักกาดหอมรองไว้ก่อนด้วย
ก็พร้อมขายในราคาชุดละ 50 บาท
การทำ “ส้มตำแมคคาเดเมีย” ตามสูตรก็มีส่วนผสมดังนี้คือ มะละกอห่ามขูด, แครอทขูดฝอย, ถั่วฝักยาว, น้ำตาลปี๊บ, พริกขี้หนู, น้ำมะนาว, น้ำปลา, มะเขือเทศ และถั่วแมคคาเดเมีย
วิธีทำส้มตำแมคคาเดเมีย ตำพริกขี้หนู และถั่วฝักยาว พอเข้ากันแล้วก็ใส่มะละกอห่ามขูดและแครอทขูดฝอยลงไป จากนั้นตักน้ำตาลปี๊บ, น้ำมะนาว, น้ำปลา, มะเขือเทศ และถั่วแมคคาเดเมีย ใส่ลงไปตำผสมให้เข้ากัน ชิมรสให้ได้ เปรี้ยว หวาน เผ็ด ตามใจชอบ เท่านี้ก็เรียบร้อย
ขายในราคาชุดละ 50 บาท
*****************************
สนใจ “ส้มตำแมคคาเดเมีย” และ “ยำแมคคาเดเมีย” ต้องการติดต่อกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” รายนี้ ติดต่อ นรรถพร พระศรีนาม ประธานวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร บ้านบ่อเหมืองน้อย ต.แสงกา อ.นาแห้ว จ.เลย ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-9841-1374.
สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล :เรื่อง / ภาณุพงศ์ พนาวัน :ภาพ
คู่มือลงทุน...เมนูแมคคาเดเมีย
ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 70% ของราคาขาย
รายได้ ราคาขาย 50 บาท / จาน
แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป
ตลาด ย่านอาหาร, งานออกร้านทั่วไป
จุดน่าสนใจ มีจุดเด่นช่วยเพิ่มมูลค่าอาหาร

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/214666/‘เมนูแมคคาเดเมีย’+ส้มตำ-ยำ..แซ่บเงินงาม

Read More...


ลิ้มรสเมนู ‘ขาเป็ดอบหม้อดิน’ หลากอาหารทะเล สด


 ผมเป็นคนที่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดมาก เวลาผมไปกินที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด เขาจะมีขา ปีก และเลือดเป็ดขายต่างหาก และก่อนกลับบ้านทุกครั้ง ผมจะซื้อขาและปีกเป็ดกลับมาด้วย วันนี้ผมจึงอยากจะทำขาเป็ดอบหม้อดินซึ่งเป็นสูตรที่ทำง่าย ๆ แต่อร่อยโดยผมจะใช้เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแทนวุ้นเส้นนะครับ
เริ่มด้วยการนำเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปลวกให้นุ่ม แล้วทิ้งไว้จนเส้นเย็น จากนั้นให้เอาชามผสมมาใส่เส้นที่เย็นแล้วลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมันหอยและซีอิ๊วขาว คลุกให้เข้ากัน พักไว้

ขั้นตอนต่อมา นำหม้ออบมาใส่เบคอนลงไป เปิดไฟแล้วผัดเบคอนในหม้ออบให้หอมและให้ได้น้ำมันเล็กน้อย จากนั้นจึงปิดไฟ แล้วใส่ขิง ชวงเจีย และพริกไทยขาวเม็ดลงไปที่ก้นหม้อดิน

ต่อมา เปิดไฟให้หม้อดินร้อนเล็กน้อยแล้วเอาเส้นที่เตรียมไว้ลงไปคลุกให้เข้ากัน เสร็จแล้วปิดไฟ จากนั้นใส่ขาเป็ดพะโล้วางทับลงไป โรยด้วยต้นหอม ต้นตั้งโอ๋ และพริกชี้ฟ้าแดง แล้วราดด้วยน้ำเป็ดพะโล้ให้ทั่วแต่ไม่ต้องมากนักนะครับ ปิดฝา ตั้งไฟปานกลาง จนกระทั่งทุกสิ่งทุกอย่างเดือด เส้นจะได้อมทุกอย่างเข้าไปซึ่งจะได้รสชาติที่อร่อยหรือจะกินกับข้าวก็ยังได้ อร่อยเช่นกัน

เมนูนี้เป็นเมนูที่ผมทำกินมาตลอด และผมอยากให้เพื่อน ๆ ได้ลองทำกินกันดู สำหรับขาเป็ดพะโล้ไม่จำเป็นต้องทำเองแต่ให้ไปซื้อขาเป็ดพะโล้มาจากร้านขาย เป็ดหรือร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดก็ได้ครับ.
ร้านอาหารชวนชิม

วันนี้ผมจะพาไปชิมอาหารที่เกาะเสม็ด ชื่อว่าร้าน บ้านพลอย เสม็ด เมื่อก่อนร้านนี้อยู่ในทะเล แต่ตอนนี้มาอยู่ริมฝั่งแล้ว บรรยากาศดี และมีอาหารบางอย่างอร่อย

เมนูแรก ปลาเปรี้ยวหวาน เขาใช้ปลาสดที่อยู่ในกระชังมาแล่เนื้อแล้วนำไปทอด การทอดที่ดีนั้นอย่าทอดให้นานเกินไปเพราะจะทำให้เนื้อปลาแข็ง ไม่อร่อย ซึ่งร้านนี้ทอดได้กำลังดี ส่วนการทำน้ำซอสเปรี้ยวหวานของเขานั้นจะใส่สับปะรดลงไปด้วยเล็กน้อย เสร็จแล้วเอามาราดบนตัวปลา ซอสเปรี้ยวหวานร้านนี้รสชาติคล้าย ๆ ของคนจีน โดยจะออกหวานเล็กน้อย สีสันน่ากิน

ต่อมาเป็น หอยตลับกระเทียม พริกไทย และใบกะเพรา อาหารจานนี้ผมชอบมาก จิ้มกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดซึ่งไม่ค่อยอร่อยนัก แต่ผมได้บอกให้เขาปรับปรุงแล้ว

ส่วน โป๊ะแตก รสชาติดี ไม่เปรี้ยว ไม่เค็มเกินไป แต่เผ็ดน้อยไปสำหรับผม ส่วนวัตถุดิบที่ใช้สดดีครับ ตามมาด้วย ไข่เจียวปู ซึ่งเขาทำออกมาได้ฟูมาก เมื่อเขาเอามาเสิร์ฟ จะกินเดี่ยว ๆ ก็คงไม่อร่อยนัก ผมจึงสั่ง แกงส้มทะเล มากินคู่กัน รสชาติกลาง ๆ ไม่จัดจ้านนัก แต่พอกินกับไข่เจียวปูก็อร่อยใช้ได้ครับ
อาหารจานต่อมาเป็น คะน้าปลาเค็ม ซึ่งปลาเค็มของเขาชิ้นใหญ่พอสมควรครับ รสชาติกลมกล่อม อร่อย จานนี้มีวิธีการทำง่ายมาก เพียงนำคะน้ามาผัดให้พอสุกแล้วเอาปลาเค็มเป็นชิ้น ๆ ใส่ลงไปผัด อย่าให้ชิ้นปลาเละ

นอกจากนี้ยังมี ปลากะพงทอดกระเทียม ซึ่งนำปลาสดมาทอดในน้ำมันร้อน ๆ แล้วโรยด้วยกระเทียมและพริกไทย แต่ความจริงแล้วควรราดน้ำซอสที่ผสมน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมันที่ใช้่ทอดปลาก่อนแล้วค่อยโรยกระเทียม ที่นี่ทำแบบแห้ง ๆ ส่วนกระเทียมเขาก็สับเล็กไป เมื่อชิมแล้วรสชาติก็พอใช้ได้ครับ
กุ้งอบเกลือ ซึ่งเขาทำได้อร่อย โดยเขาจะอบกุ้งทั้งเปลือก เพราะเวลาอบเกลือ การไม่แกะเปลือกจะทำให้กุ้งไม่สุกจนเกินไปนัก ได้รสชาติดี มีอาหารอีก 2 อย่างที่ผมชอบมากคือ ปลาหมึกผัดไข่เค็ม แต่ปลาหมึกชิ้นเล็กไปหน่อย ควรหั่นชิ้นให้ใหญ่กว่านี้ นำมาผัดกับไข่เค็ม ใส่ขึ้นฉ่าย ต้นหอม และหอมหัวใหญ่ อร่อยใช้ได้

ส่วนอาหารที่อร่อยที่สุดสำหรับผมคือ พล่าปลาเก๋าสด โดยน้ำยำของพล่าเป็นน้ำยำธรรมดา แต่ใส่ถั่วตัดคลุกเข้าไปด้วย รสชาติแซบมาก

ใคร ๆ ที่ไปเกาะเสม็ด ลองแวะไปชิมกันดูนะครับ บรรยากาศสวยงาม และอาหารอร่อย.
เครื่องปรุง
เบคอน 100 กรัม
ขิงหั่นแว่น 4 แว่น
ชวงเจีย (พริกหอมของจีน) 1 ช้อนชา
พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา
เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ซอง
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
ขาเป็ดพะโล้ตุ๋น 250 กรัม
ต้นหอมหั่นท่อน 2 ต้น
ต้นตั้งโอ๋หั่นท่อน 1 ต้น
พริกชี้ฟ้าแดงซอยเป็นเส้น 1 เม็ด
น้ำเป็ดพะโล้ 1 ถ้วยตวง
ชื่อร้าน : บ้านพลอย เสม็ด
ที่อยู่ : เกาะเสม็ด 84 หมู่ 4 ต.บ้านเพ อ.เมือง ระยอง 21160
โทรศัพท์ : 0-3864-4355-7
เวลาเปิด : 11.00-22.00 น.
หมึกแดงไกด์
ความอร่อย    
ความสะอาด  
คุณภาพของวัตถุดิบ    
การบริการ    
ราคา  
ความเผ็ด
หมึกแดง
www.mcdangguide.com

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/214159/ลิ้มรสเมนู+‘ขาเป็ดอบหม้อดิน’+หลากอาหารทะเล+สด+อร่อย

Read More...




รายการสูตรอาหารและสูตรขนมหวานของบล๊อก

Google+ Followers


ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

f2860c27e794a8ab974509f10c43b165.jpg


Page-1 Page-2 Page-3


ติดต่อมสอบถามรายละเอียดรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ดทุกรุ่นผ่านระบบออนไลท์
- Contact : http://bit.ly/2vn9tdT
- Line : https://line.me/ti/g2/CBLBTBKCRE
- My Shop : http://bit.ly/2NX81rl
- Blog : http://bit.ly/2GhrdMG
- Market Online : http://bit.ly/2Kqe2en
- Facebook Fanpage : http://bit.ly/2NUxC44

รายละเอียดรถฟอร์ดและอื่น ๆ ...
https://sites.google.com/view/ranger-ford/
https://sites.google.com/view/raptor-ford/
https://sites.google.com/view/everest-ford/
https://sites.google.com/view/service-appointment/
https://sites.google.com/view/maintenance-costs/










เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
Option

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.