ขับเคลื่อนโดย Blogger.

สอบถามค่าแรงรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ด โทร 087-2229588


Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

ท่านเจ้าของอู่รับซ่อมรถยนต์ฟอร์ด ไม่ต้องกังวลอะไหล่ไม่มีหรือได้ช้า สั่งได้เร็ว 24 ชั่วโมง ,สั่งช่วงเช้าได้เย็น ,สั่งหลังเที่ยงได้วันพรุ่งนี้ ศูนย์ฟอร์ดอยุธยา ให้ราคาช่าง,ราคาอู่ซ่อม,ราคาอู่พ่นสี โทร 087-2229588 ,id line : 0863363882

เมนูพื้นบ้านจานเด็ดของ (พ่อ) แม่

หลังตะลอนชิมไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ สุดท้าย ... จานที่เราคิดถึงเสมอ คือ อาหารพื้นบ้านหรืออาหารฝีมือแม่ (หรือคุณย่าคุณยาย) ซึ่งเลี้ยงเราให้เติบโตขึ้นมา ไม่ใช่แค่อาหารที่อิ่มแค่ท้อง แต่อิ่มอกอิ่มใจหรืออิ่มไปถึงวิญญาณก็คงจะไม่ใช่การกล่าวเกินเลยไป

ด้วยบางเหตุผลทำให้เรา (หรืออีกหลายๆ คน) ไม่สามารถรับประทานฝีมือแม่ได้ทุกมื้อทุกวัน ความหิวและโหยหาจึงถูกทดแทนด้วยอาหารจากร้าน ซึ่งนำเสนอเมนูพื้นบ้านและจานเด็ดคล้ายกับที่แม่ของเราทำ อย่างเช่น เมนูที่ได้รับประทาน ณ เดอะ โลเคิล บาย ออมทอง ไทย คิวซีน


Read More...


ติ่มซำประจำบ้าน ซาลาเปาไส้

เบื่อซาลาเปากันหรือยังคะ ถ้ายังจะพามาชิมของอร่อยที่ผู้เขียนได้เเรงบันดาลใจมาจากการไปเที่ยว สิงคโปร์เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา อาหารจานเด็ดของสิงคโปร์ที่ทัวร์ทุกเจ้าต้องพาลูกทัวร์ไปทาน นอกจาก บ๊ะกุเต๋ ข้าวมันไก่เเล้ว คงจะต้องมี Singapore Chilli Crab หรือปูทะเลตัวเขื่อง ผัดพริกเผาสไตล์สิงคโปร์ ลักษณะคล้ายกับปูทะเลผัดผงกะหรี่ บ้านเราเเบบที่ใส่พริกเผา นมข้นจืด ไข่ไก่ ผัดเเบบขลุกขลิก น้ำข้นๆ ออกสีส้มๆ ดูน่าทาน เเต่ของสิงคโปร์จะออกรสหวานๆ เค็มๆ ไม่มีความเผ็ดอะไรนัก ต่างจากบ้านเราที่เข้มข้นครบทุกรสชาติ เเละหอมผงกะหรี่


Read More...


“ยำปลาสลิด” ครบรสอร่อยลิ้น




Read More...


ผักนึ่งดีกว่าผักต้ม



จากการวิจัย พบว่าการต้มผักบางชนิด เช่น บล็อคโคลี่ กะหล่ำดอก และกะหล่ำปม นั้นเป็นการทำลายสารที่มีคุณค่าต่อการต้านโรคมะเร็งได้มากถึง 75% โดยในผักเหล่านี้มีสารสำคัญชนิดหนึ่งคือ สารกลูโคซิโนเลต ซึ่งมีศักยภาพในการต่อต้านมะเร็งที่สำคัญ โดยสารนี้สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ การต้มผักนานๆ จะทำให้สารตัวนี้หายไป

Read More...


เปรี้ยวปากกับเมนู “ยำก้านคะน้า”




Read More...


เจริญอาหารกับเมนู“ต้มส้มปลากระบอก”


ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยแบบนี้ แข็งแรงแค่ไหนก็อาจเจ็บป่วยได้ ดังนั้นมื้อนี้ “กุ๊กเล็ก”มีเมนูดีๆที่คนป่วยกินง่าย คนเฝ้าไข้กินคล่องมาฝากกัน กับเมนู“ต้มส้มปลากระบอก”ที่ มีส่วนผสมของเครื่องสมุนไพรล้วนๆเช่น ขมิ้นชัน ข่า ขิง ที่สรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร รับรองใครที่ป่วยอยู่กินข้าวไม่ค่อยได้ ลองเมนูนี้แล้วจะกินได้มากขึ้น

Read More...


“แปะก๊วยเห็ดหิมะ” หวานเย็น ชื่นใจ





Read More...


กรอบหวาน กับ “คะน้าฮ่องกงลวกราดน้ำมันหอย”



คะน้าฮ่องกง เป็นผักที่มีวิตามินหลายชนิด มี เบต้า–แคโรทีน สูง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งที่กระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ผักคะน้าฮ่องกงยังมีวิตามินซี ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้น และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคมีความแข็งแรงสมบูรณ์ มีแคลเซียมช่วยเสริมสร้างกระดูก

เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ของคะน้าฮ่องกงกันแล้ว มื้อนี้ “กุ๊กเล็ก”จึงขอเสิร์ฟเมนู “คะน้าฮ่องกงลวกราดน้ำมันหอย”เพื่อเสริมสร้างประโยชน์ แด่คนที่รักสุขภาพกัน

เครื่องปรุง
คะน้าฮ่องกงหั่นเป็นท่อนๆพอประมาณ
เห็ดหอม 4-6 ดอก
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 3-5 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 1 ช้อนชา
น้ำสะอาด

วิธีทำ
เริ่มจากล้างผักให้สะอาดก่อน และต้มน้ำรอเอาไว้สำหรับลวกผัก พอน้ำเดือดแล้วเราก็จัดการใส่คะน้าฮ่องกงกับเห็ดหอม ลงไปลวกประมาณ 1 นาที แค่ให้พอกรอบ ไม่สุกมาก แต่ถ้าใครชอบนิ่มๆก็ลวกให้สุกมากอีกหน่อยก็ได้ แล้วเอาออกมาวางให้สะเด็ดน้ำ จัดวางบนจาน
จากนั้นหันมาทำน้ำราด โดยการเอากระทะมาตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไป เอากระเทียมสับลงเจียวให้หอมและใส่น้ำมันหอย ใส่ซอสปรุงรส ตัดรสด้วยน้ำตาลทรายนิดหน่อย เติมแป้งมัน คนให้เข้ากัน รอให้เดือดแล้วตักราดบนคะน้าฮ่องกงและเห็ดหอมที่จัดวางบนจาน เท่านี้ก็ได้อีกหนึ่งเมนูมากประโยชน์แล้ว

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์


อ่านแล้วชอบมาก เลยลอกเขามาและบันทึกบทความสะสมไว้ในBlogนี้ เพื่อเก็บไว้อ่านอีก ขอขอบคุณเจ้าของบทความนี้ และใครอ่านต่อ ลองนำไปใช้ดูก็ได้


Photobucket

Read More...


จิ้ม “แจ่วปลากรอบ” รสเด็ด



“แจ่ว” เป็นเมนูเครื่องจิ้มประเภทหนึ่ง ที่ทำกินได้ง่าย ทำเอาไว้จิ้มกินเสริมรสชาติกับพวกผักสด ผักต้มต่างๆ หรือจะเอาไว้จิ้มกินกับเครื่องเคียง อย่างไข่ต้ม หรือว่าเนื้อสัตว์อื่นๆ ก็ตามแต่จะชอบกัน
เข้าครัวในมื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” เลยขอนำเสนอเมนู “แจ่วปลากรอบ” รสเด็ดให้ทุกคนได้ลองไปกินกันที่บ้าน แต่ต้องบอกก่อนว่าแจ่วปลากรอบนี้ จะไม่ใส่น้ำปลาร้า เพราะบางคนอาจจะไม่ชอบ (แต่ถ้าใครชอบน้ำปลาร้าจะใส่ก็ได้ไม่ว่ากัน)

เครื่องปรุงที่ต้องเตรียมมีดังนี้
ปลากรอบป่น (เลือกปลากรอบชนิดใดก็ได้ตามชอบ) 1 ถ้วยตวง
หอมแดงเผา 5 หัว
กระเทียมเผา 3 หัว
น้ำมะขามเปียกต้มสุก ปริมาณตามต้องการ
น้ำปลา ปริมาณตามต้องการ
น้ำตาลปี๊บ ปริมาณตามต้องการ
พริกป่น ปริมาณตามต้องการ

ขั้นตอนในการทำแจ่วปลากรอบ เริ่มจากโขลกหอมเผาและกระเทียมเผาให้เข้ากัน แต่ไม่ต้องให้ละเอียดมาก จากนั้นจึงใส่ปลากรอบป่นลงไป ใส่พริกป่นลงไป และตามด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ แล้วคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ชิมให้ได้รสชาติตามใจชอบ เพียงเท่านี้ก็จะได้ “แจ่วปลากรอบ” รสดีมาจิ้มกินคู่กับผักสดหรือผักต้ม และมีไข่ต้มเป็นเครื่องเคียง กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ก็เอร็ดอร่อยอิ่มท้องได้แล้ว

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์



อ่านแล้วชอบมาก เลยลอกเขามาและบันทึกบทความสะสมไว้ในBlogนี้ เพื่อเก็บไว้อ่านอีก ขอขอบคุณเจ้าของบทความนี้ และใครอ่านต่อ ลองนำไปใช้ดูก็ได้


Photobucket

Read More...


“ลาบเต้าหู้เข็มทอง” แซบแบบไม่กลัวอ้วน



สมัยนี้ผู้หญิงส่วนใหญ่หรือแทบทุกคนจะมีความกลัวอย่างหนึ่งเหมือนๆกัน คือกลัวอ้วน ซึ่งความอ้วนเกินความจำเป็นก็ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย มื้อนี้ “กุ๊กเล็ก” จึงนำเมนูแซบๆแต่แฝงด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์ ที่สำคัญกินแล้วเผาผลาญได้ง่ายไม่ทำให้อ้วนมาแนะนำให้ได้ลองทำกันดู เมนูนี้มีชื่อว่า “ลาบเต้าหู้เข็มทอง” รับรองว่าคุณสาวๆกินได้กินดี

ส่วนผสม
เต้าหู้ขาวหรือเหลือง 1 แผ่น
เห็ดเข็มทอง 100 กรัม
หอมแดงหั่น 2 หัว
หัวหอมใหญ่หั่น ½ หัวเล็ก
ผักชีฝรั่งหั่น 3 ใบ
ใบสะระแหน่ 3 ก้าน
ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา ตามชอบใจ
น้ำมะนาว ตามชอบใจ
พริกป่น ตามชอบใจ

เมื่อเตรียมส่วนผสมครบแล้ว ก็ลงมือทำโดยเริ่มจากนำเต้าหู้มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆพอดีคำ แล้วนำไปลวกในน้ำร้อนให้สุกแล้วตักพักไว้ จากนั้นนำเห็ดเข็มทองล้างให้สะอาดตัดโคนรากออกแล้วนำไปลวกในน้ำร้อนพอสุก เช่นกัน เสร็จแล้วนำเต้าหู้และเห็ดเข็มทองใส่จานปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว แล้วตามด้วย พริกป่น ข้าวคั่ว หอมแดง หัวหอมใหญ่ ผักชีฝรั่ง และใบสะระแหน่ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จานตกแต่งสวยงามพร้อมเสิร์ฟได้เลย เห็นไหมล่ะว่าทำก็ง่ายย่อยก็ง่าย เหมาะกับสาวๆที่กลัวอ้วนเป็นที่สุด

 โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์
 


อ่านแล้วชอบมาก เลยลอกเขามาและบันทึกบทความสะสมไว้ในBlogนี้ เพื่อเก็บไว้อ่านอีก ขอขอบคุณเจ้าของบทความนี้ และใครอ่านต่อ ลองนำไปใช้ดูก็ได้


Photobucket

Read More...


ลิ้มรสปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม อร่อยจัดจ้านทอดมัน...ยำปลากรอบ

.
 
 
อาทิตย์นี้ผมจะขอพูดถึงร้าน สวนอาหารนกน้อย ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี  ซึ่งผมเคยเขียนให้เขามาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เกิดน้ำท่วมพอดี ทำให้ไม่มีใครสามารถเข้าไปเที่ยวที่จังหวัดอุทัย ธานีได้หลายต่อหลายเดือนเลยครับ

มาครั้งนี้ผมจึงขอแวะกลับไปกินอะไรอร่อย ๆ ที่นั่นอีกครั้ง  เพื่อจะได้เป็นการประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า ตอนนี้สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดอุทัยธานีได้แล้ว และสามารถแวะไปชิมอาหารที่ร้านนี้ได้แล้วด้วยเช่นกันครับ

ร้านนี้อยู่ติดกับสะพานที่สวยงามและบรรยากาศดีครับ เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่าเมื่อตอนที่น้ำท่วมนั้น ระดับน้ำสูงถึงในร้านเลยครับ ข้าวของเสียหายไปบ้าง และมีแพลอยมาติดกับบ้านเขาด้วย

วันนั้นผมไม่ได้กินอะไรมากนัก แค่อยากจะมาดูให้เห็นกับตาว่าน้ำลดแล้วและสามารถมาชิมอาหารได้จริง ๆ

เมื่อมาถึงที่ร้านนั่งคุยกันไปพักหนึ่งเขาก็เอาอาหารมาเสิร์ฟ ต้องบอกเพื่อน ๆ ว่าที่นั่นมี ทอดมันปลากราย ที่อร่อยมาก ๆ เพราะว่าเขาได้ปลากรายสด ๆ มาจากแม่น้ำสะแกกรัง เมื่อพนักงานเอาทอดมันออกมาให้กิน ผมรีบถ่ายรูปเก็บไว้เลย เพราะว่าฟูและใหญ่มาก ดูน่ากิน เมื่อลองชิมดูรู้สึกว่าเหนียว นุ่ม อร่อยดีครับ ส่วนอาจาดที่จิ้มกินกับทอดมันของเขาก็อร่อย ไม่หวานและไม่เปรี้ยวจนเกินไป รสชาติกำลังดีเลยครับ กินกับทอดมันอร่อยมาก 

หลังจากนั้นเขาก็เอา ยำปลา กรอบ มาให้กิน ผมชอบมากเพราะมีทั้งผัก ทั้งปลากรอบ และยังมีผลไม้ ซึ่งก็คือมะม่วงอยู่ในนั้นด้วยครับ  อาหารจานนี้เป็นอาหารที่ช่วยให้ระบบย่อยของเราทำงานได้ดี เพราะมีใยอาหารมาก ส่วนน้ำยำนั้นทำคล้าย ๆ พล่า ซึ่งเขายำได้เข้มข้นครบรส อร่อยมากครับ

ส่วน ผัดฉ่าเนื้อปลากราย ใครไปกินที่ร้านนี้ไม่ต้องกังวล เพราะมั่นใจได้เลยครับว่าเป็นเนื้อปลากรายล้วน ๆ ไม่มีแป้ง ทำมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอคำเหมือนกับลูกชิ้น เวลากินจะเด้ง ๆ ในปาก แล้วก็กรอบดีด้วย ผมชอบจริง ๆ เลยครับ เหมือนกินลูกชิ้นปลากราย และที่นี่เขาขูดเนื้อปลากรายกันสด ๆ ด้านหลังร้านเลยนะครับ

เผอิญวันนั้นผมไปถ่ายทำรายการด้วย เขาก็เลยเอาปลาแรดมาให้ผมชิม ทำเป็น ปลาแรดสามรส เพื่อน ๆ ทราบหรือไม่ครับว่าเราจะต้องตำเครื่องของซอสสามรสซึ่งประกอบไปด้วยหอมแดง กระเทียม และพริก ให้ละเอียด เสร็จแล้วจึงเอาไปผัดกับน้ำมัน แล้วใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะขามเปียก ซึ่งจะทำให้ดูมีสีคล้ำขึ้น เมื่อมองดูแล้วจะแปลก ๆ ใช่หรือเปล่าครับ แต่ว่าที่นี่เขาแค่ตำพอแหลก ๆ พริกหรือวัตถุดิบที่ตำยังเป็นแผ่น ๆ อยู่ จากนั้นเอาไปผัดกับน้ำมันทำเป็นซอสสามรส เวลาเอามาราดจะทำให้หน้าตาของอาหารจานนี้ออกมาสวยงามอย่างที่เห็นในรูป

พอตักเนื้อปลามาทีละชิ้น ก็จะมีพริก หอมแดง และกระเทียมเป็นชิ้น ๆ ติดมาด้วย แล้วน้ำซอสก็จะซึมเข้าไปในตัวปลาที่ทอดกรอบ อร่อยจริง ๆ ครับ แถมเขายังเอา ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม มาให้เรากินด้วย สำหรับจานนี้สามารถกินเป็นของแกล้มไวน์ หรือเหล้าได้อย่างดีมากเลยครับ แต่ผมไม่สนับสนุนให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากนะครับ เพราะจะทำให้ขาดสติได้

พอถ่ายทำเสร็จเขาเอา ราดหน้าทะเลเส้นใหญ่ทอดกรอบ ให้ทีมงานผมกินอีก ตอนแรกผมไม่ได้กินเพราะยังอิ่มอยู่ แต่เมื่อเห็นหน้าตาอาหารจานนี้แล้วดูน่ากิน หอมด้วยครับ เลยต้องขอชิมสักนิดจะได้รู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไร  เมื่อได้ชิมแล้ว ผมรู้สึกว่าถ้าเขาทอดเส้นใหญ่กรอบอีกนิดจะดีมาก เพราะผมชอบกินเส้นกรอบ ๆ แต่สำหรับจานนี้ผมขยำ ๆ เส้นแล้วเอาน้ำราดหน้าใส่เข้าไป ราดกินแบบกรอบนิด ๆ เปียกหน่อย ๆ   น้ำราดหน้ารสชาติดีมากครับ

เพราะฉะนั้น อย่าลืมแวะไปที่นี่กันนะครับ  เขามีอาหารให้เลือกมากมาย มีทั้งกุ้งแม่น้ำ และอีกหลายเมนู แต่ผมขอเขียนให้แค่นี้ดีกว่า พอเป็นตัวอย่างให้ทราบว่าที่ร้านนี้ยังอร่อยเหมือนเดิม

อย่าลืมนะครับว่าที่จังหวัดอุทัยธานีมีสถานที่เที่ยวและมีร้านอาหารอร่อย ๆ ด้วยเช่นกัน ถ้า
เพื่อน ๆ ไปเที่ยวที่นั่น ผมหวังว่าเพื่อน ๆ จะได้แวะไปที่ร้านสวนอาหารนกน้อยด้วยนะครับ ร้านเขาอยู่นอกเมืองก็จริงแต่ไม่ไกล เพราะเมืองอุทัยธานีนั้นขี่รถจักรยานแป๊บเดียวก็เที่ยวได้ทั่วเมืองแล้วครับ เป็นจังหวัดที่บรรยากาศยังเหมือนสมัยโบราณ คล้าย ๆ เมืองหลวงพระบางในประเทศลาว  แต่บ้านเราสวยกว่า และผู้คนก็นิสัยใจคอดีด้วยครับ.
.........................................
เข้าครัวกับหมึกแดง - ยำปลากรอบ
เครื่องปรุงน้ำยำ
- น้ำพริกเผา  1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว  2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา  2 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูสวนซอย 1 ช้อนชา
วิธีทำ
ในชามผสม ใส่น้ำพริกเผา น้ำมะนาว น้ำปลา พริกขี้หนูสวนซอย ผสมให้เข้ากัน ชิมรสให้ออกสามรสเท่า ๆ กัน เปรี้ยว เค็ม หวาน
เครื่องปรุงยำปลากรอบ
- ปลาเนื้ออ่อนกรอบเลาะเอาแต่เนื้อ     150 กรัม
- กระเพาะปลาทอดกรอบแล้ว      50 กรัม
- หอมแดงซอย       1/4 ถ้วยตวง
- มะม่วงมันอมเปรี้ยวสับ      1/4 ถ้วยตวง
- ผักชีใบเลื่อยซอย       1/4 ถ้วยตวง
- สะระแหน่เด็ดใบ       1/4 ถ้วยตวง
- ผักชีซอย        2 ช้อนโต๊ะ
- เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดกรอบแล้ว     1/4 ถ้วยตวง
- หอมแดงเจียว        สำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
1. ในชามผสม ใส่ปลาเนื้ออ่อนกรอบ กระเพาะปลาทอดกรอบ หอมแดงซอย มะม่วงสับ ผักชีใบเลื่อย สะระแหน่ ผักชี   คลุกเบา ๆ ให้เข้ากัน
2. ใส่น้ำยำที่ผสมไว้ลงไป คลุกให้ส่วนผสมพอเคลือบชิ้นผัก
3. ชิมรสให้ออกสามรส เปรี้ยว เค็ม หวาน
4. ตักยำใส่จาน โรยหน้าด้วย เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดกรอบ และหอมแดงเจียว เสิร์ฟทันที
.........................................
ชิมให้เป็น
อาทิตย์นี้ผมจะขอพูดถึง ปลาแรดราดซอสสามรส ซึ่งที่ร้านนี้มีความคิดสร้างสรรค์ของเจ้าของร้านดีครับ ที่ทำซอสสามรส โดยตำเครื่องแบบพอหยาบ ๆ ทำให้ผมต้องนำมาเขียนในชิมให้เป็นเพื่อให้ผู้อ่านจะได้เข้าใจ  เพราะว่าถ้าเราชิมเป็น เราจะบอกว่า อาหารจานนั้น จานนี้ ทำไมถึงอร่อยได้อย่างถูกต้องครับ

สำหรับอาหารจานนี้  ผมสามารถบอกได้ว่า ทำไมปลาแรดราดซอสสามรสถึงอร่อย  ประการแรก คือ ปลาแรดสด ทำให้เนื้อปลาแน่น มีรสหวาน ส่วนการทอดที่ดีนั้น จะต้องทอดไม่ให้ปลาแห้งจนเกินไป ข้างนอกกรอบข้างในยังนุ่มยังมีความชุ่มชื้นของเนื้อปลาอยู่  ส่วนน้ำซอสรสชาติต้องมี 3 รส ได้แก่ เค็ม เปรี้ยว หวาน และความเผ็ด รวมทั้ง ความหอมต่างๆ ซึ่งอยู่ในเครื่องที่เราตำครับ

เหตุที่ร้านนี้ตำเครื่องแบบหยาบ เพราะเขาอยากจะให้แต่ละชิ้น แต่ละคำที่กินเข้าไปนั้นได้ลิ้มรส ได้สัมผัสกับ พริก กระเทียม หอม ที่อยู่ในน้ำซอสอย่างไรครับ  เวลากินเข้าไปแล้วจะได้เคี้ยวส่วนวัตถุดิบเหล่านั้นด้วย ซึ่งจะยิ่งช่วยเพิ่มให้มีความรู้สึกว่าอร่อยมากขึ้น แล้วก็สร้างความกลมกล่อมให้เราเวลาอยู่ในปากครับ ฉะนั้น จะต้องรู้การทำและเข้าใจว่าเหตุใดถึงมีการดัดแปลงอาหารเกิดขึ้น จะได้ชิมให้เป็นนะครับ
หมึกแดง
www.mcdangguide.com
 
 

อ่านแล้วชอบมาก เลยลอกเขามาและบันทึกบทความสะสมไว้ในBlogนี้ เพื่อเก็บไว้อ่านอีก ขอขอบคุณเจ้าของบทความนี้ และใครอ่านต่อ ลองนำไปใช้ดูก็ได้


Photobucket

Read More...


ลูกชิ้นปลาและทานาบาตะ ณ เซนได

.

 
 ของคาวกึ่งขนมรูปทรงใบไม้สีนวลเจือน้ำตาลอ่อนที่ค่อย ๆ หล่นออกมาจากเครื่องจักรผลิตแบบดั้งเดิมที่จำลองไว้ให้ผู้มาเยือนได้ชมขั้น ตอนการผลิตนั้น ทำให้โรงงานลูกชิ้นปลาคาเนซากิ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดของคนที่ไปเยือนเมืองเซนได

ลูกชิ้นปลาหรือซาซาคามะโบะโขะ เป็นอาหารพื้นเมืองเซนไดที่ใครไปใครมาต้องลิ้มลอง ด้วยรสชาติกลมกล่อมและความกรอบนอกนุ่มในที่กำลังพอเหมาะ แต่ชื่อนี้เพิ่งถูกตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนหน้านั้นลูกชิ้นปลาแบบนี้มีชื่อเรียกว่า เทโนะฮิระ คามะโบะโขะ หรือโคะโนะฮะ คามะโบะโขะ

แต่บางคนที่ชอบรสชาติจัดจ้านกว่านั้นอาจจะแต้มความอร่อยด้วยโชยุ สัก 2-3 เหยาะ หรือเลือกที่จะซื้อซาซาคามะโบะโขะรสชาติยอดนิยมที่ผสมเนยแข็ง ไส้กรอกซาลามี่ หรือไข่หอยเม่น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหนคนญี่ปุ่นก็บอกว่ามันเข้ากันได้ดีกับเหล้าสาเก ญี่ปุ่น

โรงงานลูกชิ้นปลาแห่งนี้นอกจากจะมีร้านอาหารและลูกชิ้นปลาแบบต่าง ๆ ให้ชิมแบบไม่อั้นแล้ว อีกอาคารหนึ่งยังมีการจัดแสดงโคมที่เคยส่งเข้าร่วมในเทศกาลทานาบาตะหรือ เทศกาลดวงดาวไว้ให้ชมด้วย เทศกาลทานาบาตะแห่งเมืองเซนไดเป็นเทศกาลประจำปีที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว ญี่ปุ่นด้วย

โคมกระดาษและเครื่องตกแต่งตามธรรมเนียมปฏิบัติของชาวญี่ปุ่นในเทศกาลทานาบา ตะที่จัดแสดงไว้ล้วนแต่เป็นชิ้นงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดมา แล้ว โดยแต่ละโคมมีจุดเด่นในเรื่องความสวยงามและเทคนิควิธีการนำเสนอที่มีการ พัฒนาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

จากที่เคยเป็นเพียงโคมที่ประดับด้วยกระดาษหลากสี ก็มีการเพิ่มลวดลายภาพวาด ก่อนจะทำให้ภาพเหล่านั้นดูราวกับเคลื่อนไหวได้ในสมัยต่อ ๆ มา แต่ทุกโคมยังคงประดิษฐ์ขึ้นจากกระดาษดังเดิม

นอกจากนี้ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีการจัดนิทรรศการวิวัฒนาการของโคมตั้งแต่อดีต จนปัจจุบันไว้ให้ชมเรื่องราวของโคมแต่ละยุคสมัยด้วย แต่สิ่งที่นักท่องเที่ยวซึ่งไม่ได้เดินทางมาในช่วงที่มีเทศกาลทานาบาตะให้ ความสนใจมากเป็นพิเศษก็คือ ทันซากุ หรือกระดาษ 5 สี ที่จัดเตรียมไว้สำหรับให้เขียนคำอธิษฐานเพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จทั้งการ งานและความรัก แล้วนำไปผูกไว้กับกิ่งไม้ไผ่แบบเดียวกับช่วงเทศกาลทานาบาตะ

เทศกาลฤดูร้อนอย่างทานาบาตะนั้น ว่ากันว่าเกิดขึ้นจากตำนานความรักของเจ้าหญิงทอผ้านามว่า โอริฮิเมะ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำแห่งสวรรค์หรือทางช้างเผือก กับหนุ่มเลี้ยงวัวนามว่า ฮิโกะโบชิ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำแห่งสวรรค์

ด้วยความรักที่มีมากเหลือล้นทำให้ทั้งคู่ละเลยจากหน้าที่การงานของตัวเอง จนทำให้เทพเจ้าแห่งสวรรค์พิโรธจึงจับทั้งคู่แยกจากกัน แต่ยังใจดีอนุญาตให้กลับมาพบกันได้ปีละหนึ่งครั้ง ในวันที่ 7 เดือน 7 บนทางช้างเผือก

ยามค่ำคืนของทุกปีในวันดังกล่าวจะมีดาวฤกษ์สุกสว่าง 2 ดวง คือ ดาวเวกา (Vega) ดาวที่สดใสที่สุดในกลุ่มดาวพิณ (Lyra) ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นเจ้าหญิงโอริฮิเมะ และดวงตานกอินทรี (Altair) ดาวที่สดใสที่สุดในกลุ่มดาวนกอินทรี (Aquilia) ซึ่งเชื่อว่าเป็นหนุ่มฮิโกะโบชิ จะโคจรมาพบกันบนทางช้างเผือกอย่างในตำนาน

โดยหน้าร้อนของทุกปีในช่วงเทศกาลทานาบาตะ ณ ถนนย่านชอปปิงใจกลางเมืองจะถูกประดับประดาด้วยโคมกระดาษญี่ปุ่นหลากสีที่ แขวนกับลำต้นไผ่กว่า 1,500 ต้นสองข้างทางเดิน ราวกับเป็นซุ้มที่สวยงามสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้มาเดินลอดผ่านชม และไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะได้เห็นการตกแต่งประดับสถานที่หรือถนนทางเดินด้วย ต้นไผ่หรือกิ่งไผ่ที่แขวนแผ่นกระดาษสีสวยเขียนคำอธิษฐานของชาวเมือง

และในระหว่างเทศกาลซึ่งจัดขึ้นช่วงต้นเดือนสิงหาคมจะมีการแสดงบนเวที โดยเย็นวันก่อนที่เทศกาลจะเริ่มขึ้นจะมีการจุดดอกไม้ไฟอย่างอลังการ ซึ่งจุดที่ชมดอกไม้ไฟได้ชัดเจนที่สุดจุดหนึ่งคือที่สวนสาธารณะนิชิโคเอ็น

ส่วนด้านบนของร้านอาหารและโรงงานยังมีการจัดนิทรรศการจัดแสดงผลงานที่สร้าง สรรค์ด้วยเทคนิคการปะกระดาษหลากสีและใช้ไฟส่องให้เห็นแสง สี และเงา ผลงานของฟูจิชิโระ เซอิจิ ศิลปินชาวเซนไดผู้มีชื่อเสียง ซึ่งว่ากันว่าเขาเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าของโรงงานลูกชิ้นปลาคาเนซากิแห่งนี้ ด้วย

งานศิลปะที่จัดแสดงอยู่นั้นบอกเล่าเรื่องราวของท้องทะเลที่อยู่ในจินตนาการ โดยมีสิ่งของเครื่องใช้ที่อยู่บนพื้นโลกปะปนอยู่อย่างลงตัว ขณะที่บางส่วนเป็นภาพเกี่ยวกับเรื่องราวการใช้ชีวิตของผู้คนในแถบนั้น ซึ่งเทคนิคการปะกระดาษชั้นสูงที่ถูกถ่ายทอดออกมานั้น ดูราวกับมีชีวิตทุกครั้งที่แสงไฟสาดส่องให้เห็นมิติแห่งแสงและเงา

แม้เซนไดจะเคยประสบกับภัยพิบัติครั้งรุนแรงเมื่อปีก่อน แต่วันนี้ที่นี่ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมทั้งแหล่งท่องเที่ยวอันงดงามและผู้ คนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มไม่ต่างจากคนไทย อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเซนไดเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ www.sentabi.jp/5000/50000000.html
 
 
 
 

อ่านแล้วชอบมาก เลยลอกเขามาและบันทึกบทความสะสมไว้ในBlogนี้ เพื่อเก็บไว้อ่านอีก ขอขอบคุณเจ้าของบทความนี้ และใครอ่านต่อ ลองนำไปใช้ดูก็ได้


Photobucket

Read More...


ยำส้มโอ

Pic_259133

ส้มโอจัดเป็นผลไม้ช่วยล้างลำไส้อย่างดี และใช่ว่าจะทานเพื่อล้างปาก หลังเสร็จจากทานอาหารคาวเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมายำตามสูตรไทยโบราณ เพื่อเป็นเมนู Appetizer เรียกน้ำย่อยได้ด้วย และที่สำคัญไม่ต้องกลัวอ้วนอีกด้วย เพราะส่วนผสมของเครื่องยำล้วนแต่เป็นสมุนไพรที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพทั้ง นั้น

คุณวิ–รวิพรรณ (แดงทองดี) จึงรุ่งเรืองกิจ ลูกสะใภ้คนโตของนักธุรกิจเศรษฐินี “สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ ที่มาหลงเสน่ห์ตัวอักษร จึงยอมทุ่มทุนหลายสิบล้าน เพื่อเป็นเจ้าของนิตยสาร Who? ต่อไป และได้วางตัวลูกสะใภ้ใสซื่อ(คุณวิ)ให้มาคุมธุรกิจใหม่ด้านสื่อ โดยควบ 3 ตำแหน่งใหญ่คือ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด กรรมการผู้จัดการ และบรรณาธิการบริหารและผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นิตยสาร Who?



ถึง จะหน้าใหม่ในวงการสื่อ แต่คุณวิเธอคร่ำหวอดทางด้านการเงินการธนาคารมาก่อน ทั้งเรียนป.โทด้านเศรษฐศาสตร์-การเงินและทำงานด้านวาณิชธนกิจ ที่บริษัทลีแมนบราเธอร์ส และสำนักงานใหญ่โนบุระ ที่ญี่ปุ่น รวมกันแล้วนานถึง 6 ปี พอกลับมาเมืองไทยก็มาทำงานอยู่ในสายการธนาคารต่อที่ธนาคารทหารไทย ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายคอร์ปอเรท แบงกิ้ง จนกระทั่งลูกโตแล้ว เธอจึงออกมาช่วยงานธุรกิจของครอบครัวสามี ตามประสาเวิร์กกิ้งวูแมน จึงอยู่เฉยไม่ได้


แม้ งานในครัวจะไม่ต้องลงมือเองก็ตาม แต่คุณวิบอกว่า ใช่ว่าจะทำอะไรไม่เป็นนะคะ ตอนไป เรียนที่ญี่ปุ่นก็ต้องลงมือทำอาหารทานเอง โดยมีความชอบทำอาหารอยู่บ้าง เมนูที่เธอชอบมากคือ ยำส้มโอ สูตรที่นำเสนอในวันนี้ เพราะไปทานจาก รร.ปิงนครา ของคุณอาที่เชียงใหม่ แล้วติดใจมาก เพราะหอมทั้งสมุนไพร  ทานแล้วให้ความรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติ และที่สำคัญทำง่ายด้วย เลยขอสูตรมาทำทานเองอยู่ตลอด


เครื่อง ปรุง : ส้มโอที่มีรสอมเปรี้ยว / กุ้งสด / พริกขี้หนูสวน / หอมแดงสดซอย / หอมแดงซอยทอด / มะพร้าวหั่นฝอยคั่วแบบเมี่ยงคำ / ใบชะพลู / น้ำยำ

ส่วน ผสมของน้ำยำ : ตะไคร้สับละเอียด 3 ชต. /หอมแดงสับ 2 ชต./กะปิเผา 1 ชช./ขิงสับ 1 ชต./น้ำปลา 2 ชต./ น้ำเปล่า 2 ชต. /น้ำตาลปี๊บ 6 ชต. /กุ้งแห้งปั่นหยาบๆ 1 ชต. ...วิธีทำ ผสมน้ำเปล่า+ น้ำปลา +น้ำตาลปี๊บ+กะปิเผา เข้าด้วยกันและตั้งไฟเคี่ยวจนเป็นเนื้อเดียวกัน ชิมให้ออกรสเค็มนำ จากนั้นจึงใส่ส่วน ผสมที่เหลือและคนให้เข้ากัน


วิธี การยำ ให้แกะส้มโอเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นราดน้ำยำ พร้อมด้วยหอมแดงซอย พริกขี้หนูซอย มะพร้าวคั่ว และกุ้งต้มสุก อาจจะหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ลงผสม และคลุกเคล้าอย่างเบามือ เสร็จแล้วโรยหน้าด้วยหอมแดงทอดปิดท้าย เสิร์ฟพร้อมกับใบชะพลู สำหรับใช้ห่อยำส้มโอเวลารับประทาน สำหรับเครื่องปรุงอาจจะใช้วิธีกะเอา ให้ได้รสชาติตามความชอบของแต่ละคน.

credit :  http://www.thairath.co.th


อ่านแล้วชอบมาก เลยลอกเขามาและบันทึกบทความสะสมไว้ในBlogนี้ เพื่อเก็บไว้อ่านอีก ขอขอบคุณเจ้าของบทความนี้ และใครอ่านต่อ ลองนำไปใช้ดูก็ได้


Photobucket

Read More...


เนื้อย่างจิ้มน้ำพริกตาเพชร


 Pic_260855 
 เมนูขึ้นสำรับวันนี้คงถูกใจบรรดาคออาหารรสแซบ หรือบรรดาคอน้ำพริกทั้งหลาย โดยเฉพาะใครที่ชอบทานเนื้อย่างจิ้มแจ่ว ขอบอกว่า ลองหันมาทานเนื้อย่างจิ้มน้ำพริกตาเพชร สูตรเฉพาะของบ้าน “พลเอก พระยาเทพหัสดิน สยามพิชิตินทร์สวามิภักดิ์ อุดมศักดิ์เสนีย์พิริยะพาหะ” ดูบ้าง แล้วคุณจะติดใจ

“พล เอกพระยาเทพหัสดินฯ” ท่านเป็นแม่ทัพที่ในหลวง รัชกาลที่ 6 ทรงส่งไปร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ยังมีภาพของท่านถือธงชาติไทยเดินนำขบวนทหารไทย ที่ถนนฌองเอลิเซ่ ประเทศฝรั่งเศส และสมัยก่อนที่นิยมการล่าสัตว์ ทุกครั้งที่พระยาเทพหัสดินออกล่าสัตว์ จะต้องพกน้ำพริกตาเพชร ซึ่งปรุงโดยนายพรานของท่านที่ชื่อ “เพชร” ติดไปด้วย เพื่อไว้ทานกับเนื้อย่างที่ล่ามาได้ โดยน้ำพริกตาเพชรนี้ จะมีเคล็ดลับอยู่ว่า เครื่องปรุงจะต้องไม่ให้มีสัตว์อื่นๆเจือปนอยู่ด้วยเลย คือไม่ใส่น้ำปลา แต่จะใช้เกลือแทน เพื่อไม่ให้เสียรสชาติของเนื้อที่จะนำมาจิ้ม และพริกขี้หนูที่ใช้จะต้องใช้พริกขี้หนูสีเขียวล้วนๆ เพื่อให้สีสันออกมาเขียวสดใส ไม่ใช่สีช้ำเลือดช้ำหนอง

น้ำพริก ตาเพชร สูตรโปรดของพระยาเทพหัสดินฯ ก็ได้ตกทอดต่อกันเรื่อยมา ถึงรุ่นลูก หลาน และเหลน คือ คุณปู–ภญ.ดร.นฤพร สุตัณฑวิบูลย์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเคยได้ลิ้มรสชาติมาตั้งแต่เด็ก โดยคุณยาย (ผัสพร “เทพหัสดิน” ภักดีกุล) จะทำให้ลูกหลานได้รับประทานอยู่เสมอ คุณปู เล่าว่า คุณยายจะมีฝีมือทางด้านการบ้านการเรือน สมัยก่อนคุณยายจะเป็นเลขาฯประจำตัวของคุณตาทวด (พระยาเทพหัสดินฯ) รวมถึงเป็นผู้ปรุงข้าวปลาอาหารให้รับประทานด้วย  และเธอก็จะได้รับการถ่ายทอดวิชา ทั้งทำอาหาร และเย็บปักถักร้อยมาจากคุณยายนี่แหละ

 
เครื่อง ปรุงน้ำพริกตาเพชร : ผักชีพร้อมราก 1 ถ้วย / พริกขี้หนูสีเขียวล้วน 1/4 ถ้วย / กระเทียม 1/2 ถ้วย / น้ำมะนาว 1/4 ถ้วย / เกลือ 1/2 ชช./....วิธีทำ ตำกระเทียม ผักชีพร้อมราก และพริกขี้หนูเข้าด้วยกันพอแหลก จึงปรุงรสด้วยน้ำมะนาว และเกลือ

สมัยก่อนน้ำพริกตาเพชรจะต้องทานกับ เนื้อย่างเท่านั้น แต่พอมาถึงสมัยนี้ลูกหลานดัดแปลงมาเป็นน้ำจิ้มสารพัดประโยชน์ ทานกับเนื้อสัตว์ทุกชนิดรวมถึงซีฟู้ด หรือถ้าเป็นพวกมังสวิรัติ ก็อาจจะใช้จิ้มกับเห็ดหอมสดชุบแป้งทอด ก็ได้รสชาติความอร่อยไม่แพ้กัน.

credit : http://www.thairath.co.th/



อ่านแล้วชอบมาก เลยลอกเขามาและบันทึกบทความสะสมไว้ในBlogนี้ เพื่อเก็บไว้อ่านอีก ขอขอบคุณเจ้าของบทความนี้ และใครอ่านต่อ ลองนำไปใช้ดูก็ได้



Photobucket

Read More...


สปาเกตตีต้มยำกุ้ง

Pic_268057

เมนูอาหารขึ้นสำรับวันนี้ คล้ายฝรั่งรำไทย เป็นเมนูของชาติตะวันตกมาพบกับชาติตะวันออกได้อย่างลงตัว ทั้งสปาเกตตีกับต้มยำกุ้ง ก็ล้วนแต่เป็นอาหารขึ้นชื่อของคนทุกชนชาติ ทั้งตะวันตกและตะวันออกต่างก็รู้จักมักคุ้นกันอย่างดี เมื่อนำทั้ง 2 เมนูมามิกซ์เข้าด้วยกัน จึงกลายเป็นเมนูใหม่ที่สมพงศ์กันทีเดียว โดยไม่ต้องการคำอธิบาย

คุณหนึ่ง–อัครพงศ์ ดาโลดม ลูกชายอดีตรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ “ดร.อนันต์ ดาโลดม” ผู้ได้รับแรงผลักดันจากภริยา จึงหันมาจับงานร้านอาหารอีกงานหนึ่ง ทั้งๆที่เรียนจบมาด้านวิศวะคอมฯ แต่ด้วยประสบการณ์ระหว่างเรียนอยู่อเมริกา โดยภริยาเคยทำงานร้านอาหาร และตัวเองก็เคยเป็นบาร์เทนเดอร์มาก่อน เมื่อกลับเมืองไทยทั้งคู่จึงอาสาเข้ามาช่วยคุณแม่คุมร้านอาหารสเต๊กลาว ทั้งที่สุขุมวิท ซอย 101, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะฯ, เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และเพิ่งจะขอคุณแม่เปลี่ยนคอนเซปต์ร้านใหม่ เพื่อให้เข้ากับตัวเองเป็นร้าน Midtown ที่ชั้น 4 สยามพารากอน  แต่เมนูอาหารยังคงเดิมคือ อาหารไทย สเต๊กลาว แต่เพิ่มอาหารนานาชาติ และไวน์เข้ามาด้วย


คุณ หนึ่งเล่าว่า หลังกลับจากอเมริกาเขาได้มาเรียนรู้การทำอาหารจากคุณแม่อยู่ 1 ปีเต็มๆ จนเกิดใจรัก เพราะคุณแม่มีรสมือในการทำอาหารมาก และใฝ่หาความรู้ตลอดไม่หยุดนิ่ง ทุกวันนี้ท่านก็ยังพยายามหาวัตถุดิบใหม่ๆ คุณภาพดีๆมาใช้ปรุงอาหาร เป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากจะสืบทอดงานของท่าน  สำหรับเมนูอาหารวันนี้คุณหนึ่งและภริยาก็ได้ช่วยกันครีเอตขึ้น เพื่อบรรจุในเมนูที่ร้านเขาด้วย


เครื่อง ปรุง : กุ้งกุลาดำ / เส้นสปาเกตตี / นมสด / น้ำซุป / น้ำปลา / เห็ดฟาง / ผักชีฝรั่ง / ผักชีไทย / พริกขี้หนูแห้งทอด / เครื่องต้มยำ (ข่า– ตะไคร้–หอมแดง–ใบมะกรูด) / พริกขี้หนูสวน / น้ำมะนาว / น้ำพริกเผา / พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบตามยาว .......วิธีทำ 1) นำเครื่องต้มยำ โดยเฉพาะข่า-ตะไคร้-หอมแดง ซอยชิ้นบางๆ เพื่อสามารถเคี้ยวรับประทานได้สะดวก พร้อมเห็ดฟาง ใบมะกรูดฉีก มาผัดกับน้ำมันมะกอก 2) เติมน้ำซุปพอให้ขลุกขลิก 3) ใส่กุ้งกุลาดำลงไปผสม พอใกล้สุก ปรุงรสด้วยน้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำมะนาว และพริกขี้หนูสับหยาบๆ 4) เติมนมสด และผักชีฝรั่งซอย คลุกเคล้าให้เข้ากัน 5) เมื่อชิมได้รสชาติตามชอบแล้ว จึงใส่เส้นสปาเกตตีลงไปคลุกให้เข้ากัน พร้อมด้วยพริกชี้ฟ้าแดงตบท้าย 6) ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยผักชีไทย.
 
credit :  http://www.thairath.co.th/


อ่านแล้วชอบมาก เลยลอกเขามาและบันทึกบทความสะสมไว้ในBlogนี้ เพื่อเก็บไว้อ่านอีก ขอขอบคุณเจ้าของบทความนี้ และใครอ่านต่อ ลองนำไปใช้ดูก็ได้


Photobucket

Read More...


Pic_266279

หมี่กรอบ จัดเป็นอาหารไทยโบราณร่วมสมัย ที่คนยุคใหม่นี้ยังรู้จักและชอบรับประทานกัน ซึ่งโชคดีไปได้สูตรมาจาก คุณยายสมพงษ์ (พนมวัน ณ อยุธยา) จิตตเสวี ภริยาวัย 70 เศษของพล.ท.วิจิตร จิตตเสวี อดีตผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายส่งกำลังบำรุง ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีฝีมือด้านการครัว ทุกวันนี้ยังจับกระทะควงตะหลิวได้อย่างทะมัดทะแมง ฝีมือไม่ตก แม้จะผ่านพ้นวัยทำงานมาหลายร้อนหลายฝนแล้วก็ตาม

คุณยายสมพงษ์เล่า ว่า  เวลาที่คุณแม่เข้าครัวก็จะตามไปเป็นลูกมือตลอด จึงได้รับถ่ายทอดวิทยายุทธ์มารอบด้าน และในครอบครัวของคุณยายก็มีแม่แบบด้านการครัวอยู่หลายคน นอกจากคุณแม่ฉวีแล้ว ก็ยังมีคุณอาอาบ พนมวัน ณ อยุธยา ซึ่งเคยถวายการรับใช้อยู่ในวังศุโขทัย  จึงได้รับการถ่ายทอดสูตรหมี่กรอบชาววัง ในวันนี้มาด้วย ซึ่งหลายๆคนที่ชอบคงไม่ผิดหวังเป็นแน่


เครื่อง ปรุงสำหรับ 10 ที่ : หมูสะโพก 1 กิโลกรัม / กุ้งแชบ๊วย 1 กิโลกรัม / เต้าหู้ขาวสี่เหลี่ยมชนิดแข็ง 5 ก้อน / กระเทียมดอง 1 กิโลกรัม / ถั่วงอก 1 กิโลกรัม / ใบกุยช่าย ½ กิโลกรัม / มะนาว 15 ลูก / ส้มซ่า 15 ลูก / เส้นหมี่ไวไว 6 ห่อ / น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง / กระเทียม 2 ขีด / หัวหอมแดง 2 ขีด / เต้าเจี้ยว 1 ถ้วยตวง / น้ำมันพืชอย่างดี 1 ขวด


วิธี ทำน้ำปรุงหมี่กรอบ  1)  เจียวกระเทียมสับกับหัวหอมแดงสับให้เหลือง แล้วพักไว้ 2) ผสมเต้าเจี้ยวและน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน แล้วเติมน้ำส้มซ่ากับน้ำมะนาว ก่อนนำไปตั้งไฟกลาง เคี่ยวจนน้ำเริ่มเหนียว แล้วพักไว้  3) รวนเนื้อหมูหั่นฝอย และกุ้งแชบ๊วยสับละเอียด (แยกกันรวนทีละครั้ง) จนแห้ง โดยไม่ต้องใส่น้ำมัน เสร็จแล้วพักไว้ 4) นำส่วนผสมตั้งแต่ข้อ 1-3 มาเคี่ยวรวมกันจนเหนียวได้ที่ โดยใช้ไฟอ่อน แล้วพักไว้

น้ำปรุงหมี่กรอบ ถือเป็นส่วนสำคัญอีกอย่าง ถ้าขาดส้มซ่าจะทำให้เสียรสชาติ เพราะทั้งน้ำส้มซ่าที่เป็นส่วนผสมของน้ำปรุง และเปลือกที่นำมาหั่นฝอยๆ แล้วโรยหน้า จะให้กลิ่นหอมเวลาทาน ซึ่งเป็นเสน่ห์ของเมนูนี้ทีเดียว


วิธี ทำส่วนประกอบอื่นๆ 1) ถั่วงอก เด็ดทั้งหางและหัว 2) พริกชี้ฟ้า (สีแดง) หั่นเป็นเส้นฝอย โดยเอาเม็ดพริกออก  3) กระเทียมดอง ปอกเปลือกให้เหลือแต่เนื้อกระเทียม แล้วหั่นฝอย  4) ใบกุยช่าย หั่นเป็นท่อนๆความยาวประมาณ 1 ½ นิ้ว 5) เปลือกส้มซ่า หั่นฝอย กรณีที่ไม่มีให้ใช้เปลือกมะนาวทดแทนได้ (ใช้เฉพาะส่วนเปลือกเขียวเท่านั้น) 6) เต้าหู้ขาว หั่นให้ได้ขนาดเท่ากับก้านไม้ขีดแล้วผึ่งให้แห้ง ก่อนนำไปทอดให้เหลืองกรอบ 7) เส้นหมี่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเมนูนี้ เทคนิคจึงอยู่ตั้งแต่การนำเส้นหมี่จุ่มลงในน้ำร้อนจัด และคอยเขี่ยเส้นให้โดนนำร้อนทั่วถึงกันหมด แล้วรีบนำขึ้นทันที ไม่ควรแช่นาน นำมาผึ่งในตะแกรงประมาณ 5 นาที จึงนำลงทอดในน้ำมันที่ร้อนจัด โดยหยิบเส้นหมี่ประมาณแค่ฝ่ามือ และให้แผ่ออกไม่กระจุกตัว เส้นจะได้เหลืองกรอบทั่วกัน


ก่อน เสิร์ฟ นำเส้นหมี่ที่ทอดเหลืองกรอบแล้วมาคลุกด้วยน้ำที่ปรุงไว้ให้เข้ากัน แล้วชิมให้ได้รสชาติตามชอบ  เมื่อตักใส่จานโรยหน้าตกแต่งให้สวยงามด้วยกระเทียมดอง ส้มซ่าหั่นฝอย พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย และสุดท้ายเต้าหู้ขาวที่ทอดเหลืองกรอบ ส่วนถั่วงอกและใบกุยช่าย ถ้าไม่โรยหน้าก็ใส่จานต่างหากเสิร์ฟเป็นเครื่องเคียง.

credit :  http://www.thairath.co.th/



อ่านแล้วชอบมาก เลยลอกเขามาและบันทึกบทความสะสมไว้ในBlogนี้ เพื่อเก็บไว้อ่านอีก ขอขอบคุณเจ้าของบทความนี้ และใครอ่านต่อ ลองนำไปใช้ดูก็ได้


Photobucket

Read More...




รายการสูตรอาหารและสูตรขนมหวานของบล๊อก

Google+ Followers


ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

f2860c27e794a8ab974509f10c43b165.jpg


Page-1 Page-2 Page-3


ติดต่อมสอบถามรายละเอียดรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ดทุกรุ่นผ่านระบบออนไลท์
- Contact : http://bit.ly/2vn9tdT
- Line : https://line.me/ti/g2/CBLBTBKCRE
- My Shop : http://bit.ly/2NX81rl
- Blog : http://bit.ly/2GhrdMG
- Market Online : http://bit.ly/2Kqe2en
- Facebook Fanpage : http://bit.ly/2NUxC44

รายละเอียดรถฟอร์ดและอื่น ๆ ...
https://sites.google.com/view/ranger-ford/
https://sites.google.com/view/raptor-ford/
https://sites.google.com/view/everest-ford/
https://sites.google.com/view/service-appointment/
https://sites.google.com/view/maintenance-costs/










เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
Option

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.