ขับเคลื่อนโดย Blogger.

สอบถามค่าแรงรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ด โทร 087-2229588


Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

ท่านเจ้าของอู่รับซ่อมรถยนต์ฟอร์ด ไม่ต้องกังวลอะไหล่ไม่มีหรือได้ช้า สั่งได้เร็ว 24 ชั่วโมง ,สั่งช่วงเช้าได้เย็น ,สั่งหลังเที่ยงได้วันพรุ่งนี้ ศูนย์ฟอร์ดอยุธยา ให้ราคาช่าง,ราคาอู่ซ่อม,ราคาอู่พ่นสี โทร 087-2229588 ,id line : 0863363882

ขนมปี๊ป แบ่งถุง อีกหนึ่งอาชีพในตลาดนัด ที่สร้างรายได้ไม่ยาก

สองสามวันก่อน ได้มีโอกาสเดินสำรวจตลาด(นัด) ในชุมชนที่ผู้คนกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แถวๆลาดพร้าว ซอย101

จำ ได้ว่า เรียกกันว่าตลาด พานทอง เมื่อก่อนนายแก้จน เคยใช้ชีวิตอยู่ในซอยนี้มาก็หลายปี ชอบไปซื้อกับข้าวกับปลา หารับประทานก็ที่ตลาดแห่งนี้
กลับมาอีกครั้ง ก็ยังมีความทรงจำดีดี เห็นพ่อค้าแม่ขาย ทำมาหากินต่างๆนานาอาชีพกันไป ดูแล้วก็รู้สึก เออ!! นี่ จริงๆเราไม่ต้องขวนขวายไปหาแหล่งข้อมูลในการประกอบอาชีพที่ไหนเลย
แค่มองหาเอาอาชีพที่พ่อค้าแม่ค้า ทำกินกันในตลาดนี้ ก็บรรยายไม่หมดกันแล้วครับ มันเยอะจริงๆ
เดินดูก็ไปสะดุดตา กับร้าน ขายขนมปี๊ป ขนมถุง ที่เล่นกันง่ายๆ ซื้อขนมใส่ปี๊ปมาจากโรงงาน แล้วก็มาแบ่งบรรจุ เป็นห่อเล็ก ใหญ่คละกันไป
ขายถุงละ 20-30 บาท ก็เห็นซื้อหากันให้ขวักไขว่ครับ
ท่านผู้อ่านที่นิยมอาชีพ ค้าขายในตลาดนัด จะเอาไปทดลองทำขนมปี๊ป แบ่งถุงขายดูบ้าง ก็น่าจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่มากก็น้อยครับ

3176597673 8024f6288a ขนมปี๊ป แบ่งถุง อีกหนึ่งอาชีพในตลาดนัด ที่สร้างรายได้ไม่ยาก


Read More...


"หมูสามชั้นตุ๋นทอดกรอบ" อร่อยนุ่มลิ้น หอมหวานน่าชิม "ชีสเค้ก โรลลี่ป๊อบ ทรี"

เมื่อ 2–3 อาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้รับเชิญไปกินข้าวแถวบางนา และได้มีโอกาสไปชิมอาหารฝรั่งที่ร้านซึ่งมีชื่อว่า ฟลิ้นท์ เป็นร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารออสเตรเลียสมัยใหม่ ร้านนี้สวยงามดูดี มีครัวเปิด และมีสิ่งที่น่าสนใจคืออาหารแต่ละจานของเขามีไอเดียการทำที่แปลกใหม่

อาหารจานแรกที่ผมไปชิมมาเป็นพิซซ่า ชื่อว่า ฟลิ้นท์พิซซ่า ซึ่งมีทั้งลูกแพร์ พริกตุ้ม ซาลามี และชีส 2 ชนิด ชนิดแรกเป็นมอสซาเรลลาร์ชีส  (บางร้านจะใส่บลูชีสซึ่งมีเชื้อราอยู่ในนั้น ลักษณะเป็นสีเทาๆ) ซึ่งมีลูกแพร์ที่ต้องกินกับชีส และชีสอีกชนิดหนึ่งคือชีสมาสคาร์โพน ซึ่งเป็นทริปเปิลครีมชีส คือเป็นชีสที่มีไขมันราว ๆ 75% มีลักษณะเหลว ๆ มีแต่ความมัน เนื้อแป้งพิซซ่าของเขาจะบางและอร่อย


จานต่อมาเป็น ยำทูน่าและอโวคาโดกับเกี๊ยวทอดกรอบ โดยเขาจะเอาเกี๊ยวมาทอดแล้วทำเป็นกระทงพักไว้ จากนั้น ทำยำปลาทูน่าโดยใช้ปลาทูน่าดิบทำเป็นยำแบบฝรั่ง รสชาติอร่อย เกี๊ยวทอดได้กรอบกำลังดี ไม่ขม

ยังมี ครีมมี่ บลู แคร็บ เค้ก ซึ่งจะเอาเนื้อปูผสมกับมายองเนสและแป้ง จากนั้นเอาไปปั้นเป็นแผ่นและทอดเหมือนแพนเค้ก แต่ว่าหนากว่า เสิร์ฟกับซอสทาร์ทาร์

เนื่องจากผมชอบกินแคร็บ เค้กที่มีเนื้อมีหนัง ไม่เละเหมือนแพนเค้ก และไม่ต้องใช้เบสชาเมลล์ ซึ่งเป็นซอสจากนมที่ทำให้ข้นแล้วเอาเนื้อปูลงไปผสมและชุบแป้งแล้วทอดอีก ครั้ง  ความจริงแล้วควรจะใส่มันลูกเต๋าที่เอาไปต้ม จากนั้นเอาไปใส่เครื่องปรุงต่าง ๆ ทำให้มีรสชาติหอม ต่อด้วยการเอาไปทอดในกระทะ แต่ใครที่ไม่เคยกินแคร็บ เค้กมาก่อนก็อาจจะชอบอาหารจานนี้นะครับ
ตามมาด้วยอาหารที่ทำจากหมูสามชั้น ซึ่งตอนนี้อาหารฝรั่งที่มาจากยุโรปและอเมริกา และเป็นหมูสามชั้นดังมากเลยครับ ไม่ว่าใช้เนื้อหมูดำหรือเนื้อหมูธรรมดา จานแรกคือ หมูสามชั้นอบช็อกโกแลตชิลลี่ คือเอาหมูสามชั้นไปตุ๋น จากนั้นเอาไปทอด เสร็จแล้วราดด้วยช็อกโกแลต จานนี้อร่อยมากครับ หมูตุ๋นได้เปื่อยกำลังดี

อีกจากหนึ่งคือ หมูสามชั้นตุ๋นทอดกรอบ โดยเอาหมูสามชั้นที่ตุ๋นแล้วไปทอด ทำซอสแล้วกินกับมันบด จานนี้อร่อยคล้าย ๆ สตู มีเนื้อเป็นชิ้น ๆ และนุ่มมาก เมื่อกินเข้าไปแล้วแทบจะละลายในปาก เพราะหมูสามชั้นเต็มไปด้วยไขมัน เมื่อเอาไปตุ๋นออกมาแล้วจะกลายเป็นวุ้นครับ

เมนูต่อมาเป็น พาสต้าลินกุยนี่เส้นหมึกเนื้อปู เส้นพาสต้าที่เรียกว่า ลินกุยนี่ เป็นเส้นแบน ๆ ยาว ๆ จานนี้ใช้เส้นที่ทำจากหมึกของปลาหมึก รส ชาติเผ็ดนิดหน่อยแบบสไตล์ฝรั่งปนเอเชีย ถ้าไม่ใส่พริกขี้หนูเข้าไปคงไม่อร่อยครับ แล้วเอาไปผัดกับปูออกมารสชาติใช้ได้เลยนะครับ

มี ปลาสแน็ปเปอร์ทอด หรือปลากะพงทอด ที่เรียกว่าปลาสแน็ปเปอร์จะได้ราคาขึ้นทันทีครับ เสิร์ฟกับซอสง่าย ๆ เขาทอดได้ดีมาก ปลาไม่สุกจนเกินไป หนังยังกรอบและน่ากินมาก รสชาติก็ไม่ผิดหวังครับ

จานต่อมาเป็นการผสมผสานอาหารฝรั่งและอาหารจีน ออกมาเป็นอาหารออสเตรเลียสมัยใหม่ มีชื่อว่า  แซลมอนย่างสไปซี่เสิร์ฟกับเส้นหมี่ฮกเกี้ยน โดยเอาปลาแซลมอนไปหมักและทอดให้ข้างในยังเป็นสีชมพู ไม่สุกจนเกินไป เสิร์ฟกับหมี่ผัดฮกเกี้ยน หน้าตาดูแปลก ๆ แต่เมื่อได้ชิมแล้วใช้ได้ครับ เข้ากันได้ดี

ส่วนของหวานมี ชีสเค้ก โรลลี่ป๊อป ทรี เอาชีสเค้กปั้นเป็นก้อนกลม ๆ แล้วเอาไปชุบช็อกโกแลตทิ้งไว้ในช่องแช่แข็ง แล้วเอามาเสียบกับต้นไม้ที่เป็นเหล็ก ใช้ช็อกโกแลตหลาย ๆ สี คล้าย ๆ กับอมยิ้มเล็ก ๆ เสิร์ฟกับเสาวรส ผลไม้สด และเสาวรสครีม  ของหวานจานนี้คล้ายไอศกรีมกินกับผลไม้สด ชื่นใจดีครับ

ของหวานอีกอย่างหนึ่งคือ วานิลลาพานาคอตต้า จานนี้เป็นอาหารอิตาเลียนแท้ ๆ ครับ คล้ายวุ้น แต่ไม่ใช่วุ้นจากกะทินะครับ เป็นวุ้นจากครีมหรือวุ้นจากผลไม้ โดยเป็นวุ้นที่ไม่แข็งจนเกินไป เพราะฉะนั้นจะเด้ง ๆ เวลากินเข้าไปจะละลายในปากทันที ไม่ต้องกัดเลยครับ เสิร์ฟมาในถ้วยสีสวยงาม

สุดท้ายคือ ราสเบอร์รี่ ครีมบรูเล่ หรือก็คือคัสตาร์ดนั่นเองครับ แต่เข้มข้นกว่า ใช้ไข่แดง ใส่น้ำซอสลูกราสเบอรี่ นม และน้ำตาล แค่นั้นเองครับ จากนั้นเอาไปอบข้างบนโรยด้วยน้ำตาลแล้วเผาด้วยไฟที่พ่นเข้าไปทำให้น้ำตาล ละลายและแข็งตัว หอมหวานอร่อยครับ
ร้านนี้ต้องบอกว่าอาหารใช้ได้ และไอเดียดี แม้บางสิ่งบางอย่างจะทำได้ดี แต่บางสิ่งบางอย่างอาจจะยังต้องปรับปรุง และต้องเรียนตามตรงว่า เพราะกรุงเทพฯ เป็นเมืองนานาชาติไปแล้ว อาหารจึงต้องมีหลากหลาย อาหารออสเตรเลียสมัยใหม่ถือเป็นการผสมผสานอาหารของหลาย ๆ ประเทศ ผมว่าเป็นอาหารที่น่าสนใจพอสมควร ลองแวะไปชิมดูนะครับ.

..................................

นกกระทาทอดพริกแกงป่า - เข้าครัวกับหมึกแดง

เครื่องปรุง

-    พริกขี้หนูแห้ง    4    เม็ด
-    หอมแดง    4    หัว
-    กระเทียม    10    กลีบ
-    ตะไคร้ซอย    1    ช้อนโต๊ะ
-    น้ำปลา    2    ช้อนโต๊ะ
-    บรั่นดี    1    ช้อนโต๊ะ
-    นกกระทาล้าง    4    ตัว ทำความสะอาดแล้ว
-    น้ำมันปาล์ม        สำหรับทอด

วิธีทำ
1. โขลกพริกขี้หนูแห้ง หอมแดง กระเทียม และตะไคร้ให้ละเอียด พักไว้
2. ในชามผสม ใส่เครื่องที่ตำไว้ลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาและบรั่นดี ผสมให้เข้ากัน นำนกลงไปหมักคลุกเคล้าให้เข้ากับเครื่องหมักให้ทั่ว หมักทิ้งไว้ 30 นาที หรือค้างคืนก็ได้
3. นำกระทะใส่น้ำมัน ตั้งไฟให้ร้อน นำนกที่หมักไว้ลงทอดให้สุกกรอบ นำขึ้นจากเตาพักไว้
4. นำนกที่ทอดแล้ววางลงในจานเสิร์ฟ ราดด้วยผัดผักเครื่องแกงป่าแห้ง จัดเสิร์ฟ

เครื่องปรุงผัดผักเครื่องแกงป่าแห้ง
-    น้ำมันถั่วเหลือง    2    ช้อนโต๊ะ
-    เครื่องแกงป่า    1    ช้อนโต๊ะ
-    ถั่วฝักยาวหั่นท่อน    50    กรัม
-    ฟักทองหั่นเต๋า    100    กรัม
-    หน่อไม้ลวกหั่นเต๋า    100    กรัม
-    ถั่วแดงและถั่วขาวต้มสุก     100    กรัม
-    น้ำเปล่า    1    ถ้วยตวง
-    น้ำปลา    4    ช้อนโต๊ะ
-    น้ำตาลปี๊บ    1    ช้อนชา  
-    กระชายซอย    50    กรัม
-    พริกไทยอ่อน    20    กรัม
-    ใบกะเพรา (เด็ดใบแล้ว)    1    ถ้วยตวง
-    ข้าวสวย        สำหรับเสิร์ฟ

วิธีทำ
1. นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันลงไปพอร้อน ใส่เครื่องแกงป่าลงไปผัดให้เครื่องแกงสุกหอม
2. ใส่ถั่วฝักยาว  ฟักทอง หน่อไม้ลวก ถั่วแดง และถั่วขาวลงไปผัดให้เข้ากัน เติมน้ำเปล่าลงไป คนให้เข้ากัน ต้มให้เดือด
3. ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากัน ชิมรสให้ออกเค็มและหวานจากผัก
4. ใส่กระชาย พริกไทยอ่อน และใบกะเพราลงไปผัดให้เข้ากัน ยกลงจากเตา พักไว้สำหรับราดนกทอด

ความรู้คู่ครัว
- ทำไมต้องเอานกไปหมักก่อนทอด ?
เพราะนกมีกลิ่นสาปจึงต้องนำไปหมักเพื่อเพิ่มความหอมและดับกลิ่น

..................................

พานาคอตต้า - ชิมให้เป็น

พานาคอตต้าจะมีส่วนผสมของครีม มีความมัน ความหอม ความเปรี้ยว และความหวาน ทำจากวานิลลาครีมหรือกะทิก็ได้  อย่างน้ำกะทิที่เราเอาไปใส่ข้าวเหนียวมะม่วง ถ้าเราปั่นเนื้อมะม่วงเข้าไปแล้วก็เอาน้ำกะทิใส่เกลือ ใส่น้ำตาล และผงวุ้นเข้าไปก็สามารถทำให้เป็นพานาคอตต้าได้

ลักษณะของพานาคอตต้าที่ดีต้องไม่แข็งจนเกินไป มีลักษณะเหมือนกับคัสตาร์ด มีความนุ่ม ละลายในปาก แข็งเหมือนวุ้นกะทิไม่ได้นะครับ

อีกอย่างหนึ่งคือความกลมกล่อม โดยจะต้องมีรสชาติที่ไม่หวาน ไม่เปรี้ยว ไม่เค็ม และไม่จืดจนเกินไป ยังมีความมันในเนื้ออยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญนะครับ.

หมึกแดง

www.mcdangguide.com


credit by :  http://www.dailynews.co.th/article/224/186033

Read More...


พันธุ์ข้าว"ไรซ์ เบอร์รี่ เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)"ต่อลมหายใจชาวนาผู้ประสบอุทกภัย


ทุกครั้งที่เกิดอุทกภัยผู้มีอาชีพเกษตรกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวนามักจะ ได้รับความเดือดร้อน นาข้าวได้รับผลกระทบอยู่เสมอ กว่าจะฟื้นตัวได้ต้องใช้เวลานาน เพราะนอกจากจะต้องรอฤดูฝนใหม่ข้ามปี เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูกแล้ว ด้านกระบวนการปลูกข้าวก็มีขั้นตอนต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้งยังมีปัจจัยที่ทำให้ผลผลิตต่อไร่ตกต่ำอยู่ด้วยกันอีกหลายประการ ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลให้เกิดต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นแก่ชาวนาทั้งสิ้น !!

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มีความตั้งใจที่จะหาพันธุ์พืชที่สามารถสร้างอนาคตให้กับชาวนาผู้ประสบ อุทกภัยเหล่านั้น จนมาพบว่า มีพันธุ์ข้าวที่พัฒนาและขึ้นทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่โดยคนไทยอย่างน้อย พันธุ์หนึ่งที่ตรงกับพระประสงค์ โดยพันธุ์ข้าวนี้มีชื่อว่าพันธุ์ ไรซ์ เบอร์รี่ (Rice Berry)

ข้าวพันธุ์ไรซ์ เบอร์รี่ ได้ปรับปรุงพันธุ์จากศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว โดยได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้ยื่นจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่
โดย รศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว ภาควิชาพืชไร่นา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 จากนั้นได้ทำการศึกษาเพาะปลูก จนสามารถส่งเสริมให้เกิดการเพาะปลูกได้อย่างกว้างขวาง

พันธุ์ข้าวไรซ์ เบอร์รี่ เป็นพันธุ์ข้าวที่ได้จากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิลกับข้าวขาว ดอกมะลิ105 จึงไม่เป็นสีดำ แต่มีลักษณะเป็นสีแดงแบบลูกเบอร์รี่ (ลูกหม่อน) ที่สุกแล้ว รูปร่างเมล็ดเรียวยาว เมื่อหุงเป็นข้าวเจ้าจะมีลักษณะเป็นสีม่วงเข้ม มีความนุ่มนวลแต่ยืดหยุ่น รสชาติอมหวาน มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์


หากนำมาหุงก็ไม่ยาก สามารถปรับปริมาณการใส่น้ำได้ตามความชอบว่าจะรับประทานแบบใด หรือจะทำเป็นข้าวต้มก็ได้ สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ต้านทานโรคไหม้ดีมาก อีกทั้งทนทานต่อสภาพธาตุเหล็กเป็นพิษในดินได้อีกด้วย

จากการศึกษาพบว่า ข้าวยิ่งมีสีม่วงเข้มมากประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระจะยิ่งมีมากขึ้นโดย มีค่าอยู่ระหว่าง 35.3-214.7 umole/g จากการศึกษาด้วยวิธี ORAC (Oxygen Radical Absorbance Capacity)โดยเฉพาะในรำข้าวเจ้าหอมนิลและรำข้าวไรซ์ เบอร์รี่ มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูงถึง 229-304.7 umole/g และเมื่อนำข้าวสายพันธุ์ต่าง ๆ มาเปรียบเทียบกับน้ำผลไม้พร้อมดื่มหรือน้ำชาเขียว พบว่า มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระมากกว่าเกือบ 100 เท่า

สำหรับกระบวนการหุงต้มข้าวที่มีสีม่วงเข้มด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้า พบว่า มีผลทำให้ประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระลดลงประมาณร้อยละ 50 หรือลดประสิทธิภาพลงประมาณครึ่งหนึ่งของข้าวดิบ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาแล้วข้าวสีม่วงก็ยังมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพสูงกว่าน้ำผลไม้ พร้อมดื่มหรือน้ำดื่มชาเขียวที่ขายตามท้องตลาด โดยข้าวยิ่งสีเมล็ดมีความเข้มเท่าไรยิ่งทำให้มีผลในการต้านอนุมูลอิสระได้ สูงขึ้นเท่านั้น

จากงานวิจัยดังกล่าวพบว่า ข้าวพันธุ์ไรซ์ เบอร์รี่ เมื่อหุงสุกแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระเหลืออยู่ ไม่ได้ถูกความร้อนทำลายหมด จึงเป็นแหล่งอาหารที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระสูง การที่ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระพอเพียงต่อความต้องการในแต่ละวัน จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และโรคมะเร็งได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ คุณสมบัติด้านโภชนาการของข้าวไรซ์ เบอร์รี่ ที่ผู้บริโภคได้รับ คือ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงในเมล็ดข้าว ได้แก่ เบต้าแคโรทีน,แกมมาโอไรซานอล, วิตามินอี, แทนนิน, สังกะสี, โฟเลตสูง, มีดัชนีน้ำตาลต่ำ-ปานกลาง ในส่วนของรำข้าวและน้ำมันรำข้าว ยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่ดีเหมาะสำหรับใช้ทำผลิต ภัณฑ์อาหารเชิงบำบัดอีกด้วย

หญิงมีครรภ์เมื่อบริโภคจะได้ประ โยชน์ โดยเฉพาะบุตรในครรภ์ซึ่งจะเป็นอนาคตของชาติ เนื่องจาก ข้าวชนิดนี้มีสารโฟเลตสามารถป้องกันโรคปากแหว่งเพดานโหว่ ซึ่งทำให้บุตรเสียอนาคตได้ รวมทั้งมีน้ำตาลต่ำ จะช่วยให้มารดาควบคุมน้ำหนักเพื่อไม่เกิดครรภ์เป็นพิษ และมีธาตุเหล็กสูงซึ่งหญิงมีครรภ์ต้องการมากกว่าคนปกติ

สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและคนเป็นโรคอ้วน ถ้าปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานจะมีโรคแทรกได้ง่าย สูญเสียโอกาสต่าง ๆ และชีวิตจะสั้นขึ้น แต่ด้วยคุณสมบัติของข้าวไรซ์ เบอร์รี่ ที่มีน้ำตาลต่ำกว่าข้าวทั่วไป หากผู้ที่เป็นโรคเบาหวานหรือโรคอ้วนเปลี่ยนจากการรับประทานข้าวทั่วไปมารับ ประทานข้าวไรซ์ เบอร์รี่ ก็จะช่วยในการควบคุมน้ำตาลและคุมน้ำหนักได้ ส่วนผู้ที่เป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก หากรับประทานข้าวไรซ์ เบอร์รี่ เป็นประจำก็จะได้สารอาหาร โดยเฉพาะธาตุเหล็กธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยในการบำรุงโลหิตและบำรุงร่างกาย

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และกระทรวงพาณิชย์ ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการปลูกและจำหน่ายข้าวไรซ์ เบอร์รี่ แบบเกษตรอินทรีย์ อีกทั้งยังมีการสีข้าวแบบข้าวกล้องจากโรงสีข้าวที่ได้รับการรับรองเกษตร อินทรีย์เป็นข้าวกล้อง ซึ่งเรียกข้าวนี้ว่าข้าวไรซ์ เบอร์รี่ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ขึ้น

โดยมีจำหน่ายบรรจุในถุงสุญญากาศชนิดย่อยสลายง่ายถุงละ 1 กิโลกรัม ราคาถุงละ 150 บาท แต่ ระหว่างวันนี้ถึงสิ้นเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเดือนของผู้สูงอายุ จะจำหน่ายในราคาพิเศษเพียงกิโลกรัมละ 120 บาท ซึ่งเป็นราคาสมาชิก ผู้ที่สนใจสามารถช่วยสนับสนุนข้าวไรซ์ เบอร์รี่ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ได้ตามจุดจำหน่ายร้านผลพลอยพอเพียงเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ธ.ก.ส. สาขาอำเภอทุกจังหวัด ที่เดอะมอลล์ทุกสาขา และที่บิ๊กซี สาขาราชดำริ

ส่วนผู้ใดสนใจอยากจะลองชิมข้าวไรซ์ เบอร์รี่ สามารถทดลองชิมได้ที่ Revitalite Healthy life Management Center ซอยร่วมฤดี และร้าน Uncle john สวนพลูซอย 8 หรือสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1427-1347

ข้าวไรซ์ เบอร์รี่ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) นอกจากจะช่วยสร้างอนาคตให้กับชาวนาผู้ประสบเคราะห์กรรมจากอุทกภัยแล้วยัง เป็นข้าวแห่งอนาคตของผู้บริโภคที่มีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพหลายประการอีก ด้วย. ทีมวาไรตี้

credit by :  http://www.dailynews.co.th/article/224/197913?page=4&js=1&view_name=article_list&view_display_id=block_1&view_args=224&view_path=node%2F197913&view_base_path=null&view_dom_id=1&pager_element=0

Read More...


“ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน” ปรับสูตรขนมเข่ง เพิ่มทางเลือกรับเทศกาลตรุษจีน

นรินทร์ (ซ้ายพ่อ) นิมิต (ลูกชาย) รัตนรงคาภรณ์

       พอถึงเทศกาลตรุษจีน ขนมที่อยู่กับเทศกาลก็ต้องยกให้กับพระเอกอย่าง “ขนมเข่ง” แต่สำหรับคนไทยแล้วละก็ ขนมเข่งธรรมดาก็คงจะไม่ใช่แน่นอน เพราะเราเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเมนูอาหารที่ถือว่า เป็นสุดยอดระดับโลก และแน่นอน ขนมเข่งก็คงจะไม่ธรรมดา เพราะวันนี้เรามี “ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน” ของครอบครัว “รัตนรงคาภรณ์”
“ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน” ปรับสูตรขนมเข่ง เพิ่มทางเลือกรับเทศกาลตรุษจีน
รสดั้งเดิม

       ครอบครัว “รัตนรงคาภรณ์” ประกอบด้วย “นรินทร์” ผู้เป็นพ่อ และภรรยา ทำหน้าที่ในการแสดงฝีมือการทำขนมเข่งมะพร้าวอ่อน ในขณะที่ลูกชาย “นิมิต” ทำหน้าที่ดูแลเรื่องการทำตลาด ซึ่งนิมิตได้ตั้งชื่อขนมเข่งแสนอร่อย ของผู้เป็นพ่อว่า “ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน สูตรฮ่องเต้” ที่มาของสูตรฮ่องเต้ มาจากครอบครัวนี้รู้สึกว่าถ้าเป็นขนมไทยอร่อยๆ ก็ต้องเป็นสูตรชาววัง และถ้าเป็นขนมเข่ง ขนมของคนจีน ก็ต้องเป็นสูตรฮ่องเต้
“ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน” ปรับสูตรขนมเข่ง เพิ่มทางเลือกรับเทศกาลตรุษจีน
รสดั้งเดิม ข้าวเหนียวดำ แปะก๊วย อัญชัน

       นรินทร์เล่าว่า ที่มาของขนมเข่งมะพร้าวอ่อนสูตรฮ่องเต้ มาจากครอบครัวเราชอบทำอาหาร ซึ่งขนมเข่งทำไหว้เจ้า ตาม ประเพณีมาช้านาน สูตรการทำขนมเข่งของเราได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งลองปรับสูตรขนมเข่งมาเรื่อย และลองนำมะพร้าวอ่อนมาใส่ลงในขนมเข่ง และลูกชายชื่นชอบ ก็เลยนำไปฝากเพื่อนๆ หลายคนชื่นชอบ และพอถึงเทศกาลตรุษจีน สารทจีน เพื่อนที่ลูกชายเคยนำไปฝากก็ขอให้เราทำขาย
“ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน” ปรับสูตรขนมเข่ง เพิ่มทางเลือกรับเทศกาลตรุษจีน

      หลังจากนั้น นิมิต ลูกชายอาศัยช่องทางผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก เฟซบุ๊ก แนะนำขนมเข่งมะพร้าวอ่อน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สั่งซื้อกันเข้ามา โดยเริ่มทำขนมเข่งมะพร้าวอ่อนสูตรฮ่องเต้ออกขายเมื่อช่วงเทศกาลสารทจีนปี 2555 ที่ผ่านมา ลูกค้าที่เคยซื้อกินส่วนใหญ่ต่างก็ชื่นชอบ และเกิดการบอกกันแบบปากต่อปาก ปัจจุบันไม่ใช่แค่ช่วงเทศกาลเท่านั้น แต่ขนมเข่งมะพร้าวอ่อนยังสามารถทำออกขายได้ทุกวัน
“ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน” ปรับสูตรขนมเข่ง เพิ่มทางเลือกรับเทศกาลตรุษจีน

       นรินทร์บอกว่า ที่ผ่านมา เราไม่ได้ทำขนมทุกวัน แต่ทำเฉพาะออเดอร์ที่สั่งเข้ามาเท่านั้น เพราะขนมเข่งมะพร้าวอ่อนทำสดๆ ใส่เนื้อมะพร้าวลงไป ทำให้เสียได้ง่ายกว่าขนมเข่งทั่วๆ ไป และเราไม่มีหน้าร้าน ก็เลยจะทำตามออเดอร์เท่านั้น และเราก็ไม่ได้คาดหวังเรื่องของธุรกิจมากนัก เป็นการทำกันเองภายในครอบครัว เพราะจะทำให้เราควบคุมคุณภาพได้ ก็เลยไม่ได้คิดเรื่องที่จะขยายตลาดให้กว้างขึ้น นอกเหนือจากการขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก และหน้าร้านเล็กน้อย
“ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน” ปรับสูตรขนมเข่ง เพิ่มทางเลือกรับเทศกาลตรุษจีน

       ด้าน นิมิต (ลูกชาย) เล่าถึงที่มาของการขายผ่านเฟซบุ๊กว่า ตั้ง Page ขึ้นตามคำแนะนำของเพื่อนๆ ที่เคยได้กินขนมเข่งที่ผมทำไปฝากช่วงเทศกาลตรุษจีนและสารทจีน ซึ่งได้รับกันคนละ 1-2 ชิ้นเท่านั้น เพราะด้วยข้อจำกัดที่ว่าเพื่อนๆ มีเยอะ เพื่อนจึงขอให้ผมเปิดรับออเดอร์เพื่อที่จะได้สั่งไปไหว้ตามเทศกาลหรือกิน เล่น และเป็นของฝาก ผมจึงเริ่มสร้างเพจขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ
“ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน” ปรับสูตรขนมเข่ง เพิ่มทางเลือกรับเทศกาลตรุษจีน
แพกใส่กล่องพร้อมขาย

       ปัจจุบันขนมเข่งมะพร้าวอ่อนสูตรฮ่องกงมีให้เลือกด้วยกัน 5 แบบ คือ ออริจินอล (Original), ข้าวเหนียวดำ (Black Sticky Rice), อัญชัน (Butterfly Peas), ใบเตย (Pandan) และแปะก๊วย (Ginkgo Nuts) ทุกสูตรมีมะพร้าวอ่อนคลุกเคล้าผสมอยู่ในเนื้อขนม ราคาเริ่มที่ 12 บาท สำหรับข้าวเหนียวดำ อัญชัน และออริจินอล ส่วนใบเตยทำยากขึ้นมาหน่อย ราคา 15 บาท และแปะก๊วย ราคา 17 บาทต่อชิ้น 
“ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน” ปรับสูตรขนมเข่ง เพิ่มทางเลือกรับเทศกาลตรุษจีน
ลูกค้าต่างชาติก็มีด้วย
       สำหรับออเดอร์ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมามีออเดอร์เข้ามาก่อนช่วง เทศกาลนานเป็นเดือน บางคนก็สั่งกันล่วงหน้าข้ามปี เนื่องจากเราทำกันเองภายในครอบครัว ไม่มีผู้ช่วย ทำให้รับออเดอร์ไม่ได้มาก เต็มที่ประมาณ 500 ชิ้นต่อวัน ซึ่งปีนี้ออเดอร์ก็เต็มแล้วเช่นกัน ช่วงเทศกาลตรุษจีนมีออเดอร์เข้ามาเต็มที่ประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นเข้าสู่ภาวะการสั่งซื้อปกติ
“ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน” ปรับสูตรขนมเข่ง เพิ่มทางเลือกรับเทศกาลตรุษจีน

   โทร. 08-5802-6610, 08-4008-9229 www.facebook.com/kanomkenghongtae
       credit by :  http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9570000010168

Read More...


แนะนำอาชีพเสริม : ขนมเค้ก 3 ชิ้น 100 โปรโมชั่นเรียกลูกค้า

     ถ้าใครเป็นคนชอบทานของหวานหรือขนมเค้กเป็นชีวิตจิตใจแล้วล่ะก็ลองสังเกตดู ว่าช่วงนี้หากเดินไปแถวไหนก็ตามที่ขายพวกของกินมักจะเห็นแผงขายขนมเค้กที่ น่าทานตั้งขายอยู่ในราคาที่เรียกได้ว่าสวนกระแสกับลักษณะที่เห็นเลยครับ เพราะว่าเค้กเหล่านั้นขายกันที่ราคาชิ้นละ 35 บาท 3 ชิ้น 100 บาท แถวเค้กแต่ละชนิดนั้นก็มีรสชาติและหน้าตาไม่น่าเกลียดเลยครับไม่ว่าจะเป็น เค้กเนยสด เค้กกาแฟประดับด้วยเชอร์รี่ (แท้ๆ) เค้กสตรอเบอรี่ที่ด้านบนมีลูกสตรอเบอรี่(จริงๆ) ขนาดใหญ่วางอยู่ แถมรสชาติขนมเค้กก็นุ่มลิ้นไม่แข็งกระด้างหวานกลมกล่อมพอดีจนไม่อยากเชื่อ ว่าเป็นขนมเค้กที่ขาย 3 ชิ้น 100 เลยครับ


     ธุรกิจขนมเค้ก 3 ชิ้น 100 บาทนี้เป็นธุรกิจที่สามารถทำได้ง่ายมากไม่ต้องเหนื่อยเท่าไหร่ขอแค่เพียงมี ทุนและสถานที่เหมาะๆสำหรับตั้งขายเท่านั้นเองเพราะในปัจจุบันเขามีร้านขาย ส่งขนมเค้กเหล่านี้อยู่แล้วโดยราคาขายส่งของขนมเค้กเหล่านี้จะอยู่ที่ชิ้นละ ประมาณ 25-28 บาท เราต้องซื้อเขาอย่างน้อยเป็นก้อนครับ ไม่มีการแยกชิ้นขายโดยเค้กหนึ่งก้อนจะได้เค้กประมาณ 8 ชิ้น ซึ่งเรื่องความสดใหม่ของเค้กนั้นไม่ต้องกลัวครับเพราะร้านเหล่านี้เขาจะทำ เค้กออกมาวันต่อวันโดยกะให้เพียงพอต่อความต้องการจึงไม่ทำให้ของค้างคืนซึ่ง ถ้าหากใครสนใจร้านขายส่งเค้กเหล่านี้เพื่อมาขายต่อก็สามารถหารายละเอียดได้ ตามเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับกาแฟและเบเกอรี่ครับ

credit by :  http://www.thaiiinvest.com/2013/10/promotion-cakes-3-pcs-100.html

Read More...


วิชาครัว+ฟ้ากว้าง


สำหรับคนรักอาหารไทยที่รับไม่ได้ ทนไม่ไหว กับรสปร่า ของต้ม ผัด แกง ที่ผลิตด้วยเครื่องปรุงสำเร็จรูป กะทิกล่อง เครื่องแกงป่นด้วยเครื่องปั่น หวั่นเกรงว่า มาตรฐานรสมือรุ่นแม่ รุ่นยาย จะสูญหาย ผมแนะให้ไปศึกษาวิชาการครัวที่วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ ใกล้ ๆ ศาลากลางจังหวัด ถนนสุขุมวิท สักคอร์ส

นอกจากรู้ว่ากับข้าวแบบไทยที่แท้เป็นยังไง ปรุงให้อร่อยต้องเติมอะไร ถ้าอยากทำกิจการ เปิดร้าน ก็ไม่ต้องกลัวเจ๊ง

วิชาอาหารที่สอน ไม่ใช่เรียนกันขำ ๆ หลักสูตร 75 ชั่วโมง ต้องหัดทำ แกงสารพัด อาทิ เขียวหวาน แกงพะแนง รู้วิธี ยำ ทำเครื่องจิ้ม ควบอาหารว่าง แถมวิชาอาหารจานเดียว พวกข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยวหมู ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นมะระ หอยทอด ผัดไทย ยำใหญ่ ยำถั่วพู สาคูไส้หมู ข้าวเกรียบปากหม้อ กะหรี่ปั๊บปั้นขลิบ แซนด์วิช สลัดเพื่อการค้า น้ำพริกเพื่อการค้า ซูชิเพื่อการค้า หมูย่าง หมูสะเต๊ะ ซาลาเปา ขนมจีบ กุยช่าย ฯลฯ

ครู กรรณิกา แสงดี ผู้สอนอาหารไทย วางหลักว่าผู้เรียนต้องสอบ ปรุงอาหารเป็น ไม่งั้น ไม่ผ่าน “ต้องทำให้ได้ ซื้อของเป็น รู้หลักโภชนาการ ไม่ใช่ซื้อน้ำพริกสำเร็จ กะทิกล่องมาประกอบ” การเรียนทำอาหารที่นี่ จึงไม่เหมือนที่เห็นในทีวี ที่เครื่องปรุงพร้อมอยู่ตรงหน้า ต้องเรียนรู้ตั้งแต่จ่ายตลาดซื้อผัก เลือกปลา ให้ได้ของสดของดี จะแกงก็ต้องตำน้ำพริก ขูดมะพร้าว คั้นกะทิเองหั่นมะเขือต้องทำอย่างไร ฉีกใบมะกรูดเพื่ออะไร

“ตำ ให้ได้กลิ่นหอมเครื่องแกง คั้นเองเพื่อเอาหัวกะทิ จะได้รู้ว่า ถ้าต้องการ 2 ถ้วย ก็ใส่น้ำแค่ 1 เพราะมะพร้าวมีน้ำ ให้ขูดเองเพราะซื้อที่ขูดขายตามตลาดบางทีอมน้ำ มีกลิ่น ขูดเองไม่ยุ่งยาก ใช้ไม่หมด ก็ขูดแช่ช่องแข็งตู้เย็นไว้ คนไทยในอเมริกาที่มาเรียนเพื่อทำร้านอาหารที่โน่น ก็เอาวิธีนี้ไปใช้”
ช่วงที่เราไปนั่งฟัง ครูกำลังสอนทำเขียวหวานไก่ นักเรียน ต้องผัดเครื่องแกง จึงได้ฟังเคล็ดการทำให้อร่อยว่าระหว่างผัด ให้เอาไก่หมักหางกะทิรอ ให้กะทิซึมเข้าเนื้อ พอได้ที่ ก็เคี่ยวต่อ จนได้ความหวานของจากกระดูกออกมา

สิ่งที่ครูกรรณิกา สอนนักสอนหนา คือห้ามใส่ชูรส ต้องการรสหวานใช้น้ำตาลปีบ รสเค็มต้องมาจากเกลือ เติมรสเปรี้ยวด้วยมะนาว หรือมะขาม ไม่เน้นการปรุงแต่งด้วยสิ่งแปลกปลอม

“ต้องย้ำเรื่องคุณธรรม เพราะทำของกินให้อร่อย ไม่มีอันตราย สอนว่าทำอาหารเป็นการทำบุญ คนกินของดีเป็นประโยชน์ กินของอร่อย มีความสุข เราก็ได้บุญ ถ้าทำไม่ดี กินแล้วเกิดโทษ จะเป็นบาป ทุกรุ่น จะหากิจกรรมทำอาหารเลี้ยงคนตามงานบุญ ฝึกความเป็นผู้ให้”

สิ่งที่ได้จากการเรียน นอกจากศาสตร์อาหาร ยังได้เรียนรู้ศิลปะบนโต๊ะอาหาร และความรู้โภชนาการ รู้วิธีเสิร์ฟ จะได้ความรู้ว่า แกงชนิดไหน กินอย่างไร ในหนึ่งมื้อคนต้องบริโภคเนื้อสัตว์กี่กรัม ใช้ชามชนิดไหน
ถ้าคิดจะเรียนฆ่าเวลา คงลำบากเพราะต้องฝึกทำให้รู้จริง ถึงวันสอบต้องคิดเองว่าจะแกงอะไร เอาสิ่งที่ครูเคยสอนมาทำก็ไม่ได้

วิชาอาหารอันเข้มข้นขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่า เก็บค่าลงทะเบียนตลอดหลักสูตร 160 บาท อาจมีค่าเนื้อ ค่าผัก มาปรุงก็หารเฉลี่ยกันคนละเล็กน้อย แต่ก็ได้อาหารทานร่วมกัน

ทุกคนจึงเข้าเรียนได้ ไม่จำกัดเพศ วัย ฐานะระดับไหนก็เท่ากัน จะเอาความรู้ไปใช้ในครอบครัว หรือเพื่อประกอบอาชีพ ก็สุดแต่เป้าหมาย

วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการมีหลักสูตรอาหารและอาชีพระยะสั้นอีกมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับครูกรรณิกาที่ 08-9787-9906 หรืองานทะเบียน 0-2395-3935, 0-2395-4055 ต่อ 131
เรียนแล้ว จะรู้ว่า รสแท้อาหารไทยเป็นอย่างไร และจะเข้าใจด้วยว่า การทำอาหารอร่อยเป็นการทำบุญสร้างกุศลอย่างหนึ่ง.
วีระพันธ์ โตมีบุญ

VeeraphanT@Gmail.com

http://twitter.com/vp2650


Read More...


แนะนำอาชีพเสริม : หมูทอดเจียงฮายธุรกิจของกินยอดฮิต

     ถ้าหากใครเป็นคนที่ชอบกินหมูทอดแล้วล่ะก็เชื่อว่าคงจะชอบกินหมูทอดชนิดหนึ่ง ที่ได้รับการขนานนามกันว่า “หมูทอดเจียงฮาย” หรือหมูทอดเชียงรายกันอย่างแน่นอนเพราะเนื่องจากกรรมวิธีการทอดที่เป็น เอกลักษณ์จนทำให้หมูที่ทอดนั้นมีความกรอบกรุบแทนความนุ่มทำให้เคี้ยวมันได้ รสชาติไปอีกแบบหนึ่ง

     ธุรกิจขายหมูทอดเจียงฮายนี้ถือเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมอีกธุรกิจหนึ่ง ที่ถึงแม้ว่าจะมีมาได้สักพักแล้วก็ตามแต่ก็ยังคงมีความต้องการอยู่อย่างต่อ เนื่องโดยจะเห็นได้จากร้านขายหมูทอดเจียงฮายที่เพิ่มขึ้นในทุกๆวัน

     หมูทอดเจียงฮายนี้แม้ว่าจะสามารถขายได้ตลอดทั้งวันก็ตามทีแต่ช่วงเวลาที่ขาย ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นช่วงเช้าอันเป็นช่วงเวลาอันรีบเร่งของคนทำงานโดยคนขายจะ ทำการจัดชุดหมูทอดเจียงฮายถุงเล็กๆ พร้อมข้าวเหนียวหนึ่งห่อเตรี่ยมไว้เพื่อความสะดวกในการส่งให้ลูกค้าโดยจะขาย ชุดละ 25 บาท แต่หากใครอยากจะซื้อแต่เฉพาะหมูทอดไว้กินเล่นสามารถทำได้ไม่ว่ากันโดยจะขาย ตั้งแต่ราคา 25 บาทขึ้นไปจนถึงสูงสุดตามแต่จะตกลงกัน

     การขายหมูทอดเจียงฮายนี้หากมองในแง่ธุรกิจแล้วแทบไม่มีความเสี่ยงเลยครับ เพราะเนื่องจากตัวสินค้าเองสามารถเป็นทั้งของกินเล่นและของกินหนักได้ในคราว เดียวกันหากเพียงแต่ผู้ขายต้องพยายามคงลักษณะของความป็นหมูทอดเจียงฮายเอา ไว้คือต้องมีความกรอบอันเป็นเอกลักษณ์แม้จะทิ้งไว้นานก็ยังไม่นิ่มรวมไปถึง หมูทอดที่ทอดขายนั้นควรสมน้ำสมเนื้อกับราคาไม่เอาเปรียบผู้บริโภค หากรักษาทั้งสองอย่างนี้ไว้ได้รับรองขายดีกำไรงามแน่นอนครับ

credit by :  http://www.thaiiinvest.com/2013/10/Fried-pantip.html

Read More...


ชวนทำไอติมสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ต

นำไอเดีย DIY ทำไอติมอร่อยๆ อย่างไอติมสตอร์เบอร์รี่โยเกิร์ตหวานเย็นมาฝากให้ได้ลองทำตามกันดู

          พอเห็นอากาศเมืองไทยที่ส่วนใหญ่จะมีแต่ร้อน ร้อนน้อย ร้อนมาก ร้อนจัด และร้อนสุดๆ จนแทบทนไม่ไหวแบบนี้ ไอติมเลยกลายเป็นขนมหวานที่เราโปรดปรานที่สุดๆ นอกจากคลายร้อนแล้วยังทำให้รู้สึกสดชื่นและอร่อยอีกด้วยล่ะค่ะ วันนี้เลยขอนำไอเดีย DIY ทำไอติมอร่อยๆ อย่างไอติมสตอร์เบอร์รี่โยเกิร์ตหวานเย็นมาฝากให้ได้ลองทำตามกันดู ซึ่งก่อนอื่นเราก็ต้องไปเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ต้องใช้ และวัตถุดิบในการทำไอติมอร่อยๆ นี้กันก่อน ว่าแล้วก็ไปดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง
         
*วัสดุ-อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
♥ โมลด์สำหรับทำไอติมแท่งแบบ 4 ชิ้น หรือตามที่ต้องการ (หาซื้อได้ตามซูปเปอร์มาร์เกตหรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป ตามร้านขายสินค้าอย่าง Daiso 60 บาทก็มีขายให้เห็นเช่นเดียวกันค่ะ)
♥ อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว : มีด, เขียง, เครื่องปั่น, ช้อนกาแฟ, แก้วตวง 2 ใบ, ชามใบเล็ก, และอื่นๆ
*วัตถุดิบที่ต้องเตรียม
♥ สตอร์เบอร์รี่
♥ นมสด
♥ น้ำผึ้ง
♥ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ
 
       
          เมื่อเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ในการทำ รวมถึงวัตถุดิบกันเรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็มาถึงคิว DIY ลงมือทำไอติมสตอร์เบอร์รี่โยเกิร์ตหวานเย็นแสนอร่อยเอาไว้ทานกันแล้วล่ะค่ะ ขั้นตอนการทำก็มีดังต่อไปนี้…
1. ล้างสตอร์เบอร์รี่ที่เตรียมไว้ให้สะอาด และแบ่งไว้เป็นสองส่วน ¾ นำไปปั่นเป็นน้ำสตอร์เบอร์รี่ให้เต็มแก้วตวงและอีก ¼ นำมาหั่นเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กมากๆ แยกเอาไว้ในชามใบเล็ก
2. เทโยเกิร์ตลงในแก้วตวงอีกใบ ผสมน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อยและคนให้เข้ากัน
 
       
3. นำสตอร์เบอร์รี่ชิ้นเล็กมากๆ ที่หั่นเตรียมไว้ใส่ลงไปในแก้วตวงที่มีโยเกิร์ต ผสมให้เข้ากัน จากนั้นพักไว้ก่อน
4. นำแก้วตวงที่มีน้ำสตรอเบอร์รี่ปั่นเทลงไปในโมลด์ไอติมแท่งที่เตรียมเอาไว้ใน ปริมาณ ¾ ของโมลด์ และนำเข้าตู้เย็นช่องฟรีซ เพื่อแช่แข็งให้ส่วนแรกแข็งเสียก่อน จะได้ป้องกันการผสมกันระหว่างน้ำสตรอเบอร์รี่กับโยเกิร์ต
      
5. เมื่อเวลาผ่านไปจนน้ำสตรอเบอร์รี่ในโมลด์ไอติมแข็งแล้ว ให้นำออกมาใส่โยเกิร์ตที่เตรียมไว้ ใช้ช้อนกาแฟตักเอาโยเกิร์ตที่ผสมกับเนื้อสตอร์เบอร์รี่ชิ้นเล็กๆ เติมลงไปในโมลด์ไอติมอีก ¼ ที่เหลืออยู่จนเต็มทั้ง 4 โมลด์ (หรือตามแต่จำนวนโมลด์ที่เรามำในวันนั้น)
         
6. เสียบไม้ไอติมที่มาพร้อมกับโมลด์ลงไปให้เรียบร้อย เสร็จแล้วก็นำไปแช่ตู้เย็นช่องฟรีซอีกครั้ง รอจนโยเกิร์ตแข็งตัวดี เท่านี้เราก็จะได้ไอติมสตอร์เบอร์รี่โยเกิร์ตหวานเย็นที่น่าอร่อย เห็นแล้วน่าทานมากๆ เลย ว่ามั้ย :)
        
          เห็นแบบนี้แล้ววันไหนที่คุณว่าง อย่าลืมลองทำไอติมสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตหวานเย็นแบบนี้กันดูนะคะ มันคลายร้อนได้ดีทีเดียว แถมยังอร่อยด้วยวิธีทำที่ไม่ยากอีกด้วยล่ะค่ะ และหากใครเบื่อสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตก็สามารถประยุกต์ทำไอติมผลไม้อย่างอื่น ก็ได้เช่นเดียวกันนะคะ
#####
หมายเหตุ ขอบคุณเนื้อหา รูปภาพจาก http://lifestyle.th.msn.com/

Read More...


“เหนียวหมู” รสนุ่ม ชุ่มซอส เมนูกินง่าย รายได้เทียบงานประจำ

นุชจรีย์ - นชนาฏ ศุภเตชนาถ สองพี่น้องเจ้าของธุรกิจ "เหนียวหมู"
       อาหารว่างรับประทานง่ายอย่างข้าวเหนียวหมูทอด เมนูธรรมดาแต่ก็ยังได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่รับประทานง่าย รสชาติอร่อย คลายหิวได้ทุกเวลา ทำให้สองพี่น้องตัดสินใจเลือกทอดหมูขายพร้อมข้าวเหนียวนึ่ง หวังเพียงใช้เวลาว่างจากงานประจำให้เกิดประโยชน์ แต่ผลกลับพลิกผัน ต้องเปิดขายทั้ง 7 วันตั้งแต่เช้ายันเย็น ผลัดกันเฝ้าร้าน รายได้เกินคาดกับร้าน “เหนียวหมู”
“เหนียวหมู” รสนุ่ม ชุ่มซอส เมนูกินง่าย รายได้เทียบงานประจำ
ขั้นตอนการทอดให้หมูนุ่ม ชุ่มซอส
       นชนาฏ (เดิ้ล) - นุชจรีย์ ศุภเตชนาถ (เพชรชี่) สองพี่น้องที่ออกมาเปิดบริษัทเอง รับทำงานด้านพีอาร์ ประชาสัมพันธ์ และด้านคอมพิวเตอร์เป็นหลัก แต่บางครั้งกลับมีเวลาว่างระหว่างวัน อยากทำอะไรขายที่ไม่เบียดเบียนเวลางานประจำมากนัก
“เหนียวหมู” รสนุ่ม ชุ่มซอส เมนูกินง่าย รายได้เทียบงานประจำ
ทอดออกมาน่ารับประทาน
       เขาเลือกทำหมูทอดขาย โดยพี่ชายทำขายอยู่ก่อนหน้านี้เป็นร้านค้าทั่วไป ทั้งคู่ก็ไปนำสูตรมาปรับและมาฝึกฝนเทคนิคการทอด เพื่อให้บรรดาญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงได้ลิ้มลองก่อน เมื่อพวกเขาได้รับคำติชมก็นำมาปรับปรุงแก้ไข กระทั่งมาลงตัวที่สูตรหมูทอด และข้าวเหนียวนุ่ม ภายใต้ชื่อ “เหนียวหมู” อย่างในปัจจุบัน
“เหนียวหมู” รสนุ่ม ชุ่มซอส เมนูกินง่าย รายได้เทียบงานประจำ
รับหมูทอดร้อนๆ ไว้รับประทานไหมคะ
       “การทอดหมูไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งตอนที่พวกเราจะทำธุรกิจก็คิดว่าทอดง่ายๆ ไม่ต้องอาศัยเทคนิคมากนัก แต่เมื่อได้ลองลงมือทำจริงปรากฏว่าต้องทอดทิ้งไปหลายสิบกิโลฯ เพราะหมูแข็งไปบ้าง สีไม่สวย ดูแล้วหมูทอดไม่ชุ่มซอสตามคอนเซ็ปต์ที่เราตั้งไว้ คือ “หมูทอดนุ่ม ชุ่มซอส กลมกล่อมถึงเนื้อใน อิ่ม ง่าย อร่อย” ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยประสบการณ์ และการฝึกฝน”
“เหนียวหมู” รสนุ่ม ชุ่มซอส เมนูกินง่าย รายได้เทียบงานประจำ
       เมื่อทุกอย่างลงตัว สองพี่น้องเริ่มจากการขายออนไลน์จัดส่งถึงที่ คิดค่าส่งตามระยะทาง พร้อมออกแบบโลโก้ชื่อร้าน เบอร์โทรศัพท์ เพื่อนำมาติดลงบนกล่องก่อนส่งให้ลูกค้าทุกครั้ง ผลตอบรับดีมียอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งลูกค้าที่สั่งซื้อเพื่อรับประทานเองในครอบครัว และจัดเลี้ยงในองค์กร กระทั่งเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2556 ปีที่ผ่านมามีตลาดนัดเกิดใหม่ชื่อว่า “ตลาดนัดไฮโซ แกรนด์” ซอยรามอินทรา 5 ทั้งคู่ตัดสินใจจับจองพื้นที่เพื่อเปิดเป็นหน้าร้านสำหรับขายเหนียวหมูโดย เฉพาะ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2556 ปีที่ผ่านมา
“เหนียวหมู” รสนุ่ม ชุ่มซอส เมนูกินง่าย รายได้เทียบงานประจำ
หมูทอดบรรจุกล่อง
       บรรยากาศวันแรกที่เปิดร้านทั้งคู่ยอมรับว่าไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก เนื่องจากเป็นตลาดใหม่ ร้านค้ายังไม่เต็มพื้นที่ ผู้คนยังมาเดินจับจ่ายน้อย แต่ปรากฏว่าทอดหมู 30 กก.ขายเกลี้ยงภายในไม่กี่ชั่วโมง จากนั้นยอดขายก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกินที่คาดไว้หลายเท่าตัว ดังนั้นทั้งคู่จึงศึกษาตลาด และกลุ่มลูกค้าอย่างจริงจังตามช่วงเวลาที่ขายดี พร้อมนำจุดด้อยของร้านตัวเองมาปรับเพื่อการบริการลูกค้าได้สูงสุด
“เหนียวหมู” รสนุ่ม ชุ่มซอส เมนูกินง่าย รายได้เทียบงานประจำ
ข้าวเหนียวนึ่ง คงความนุ่มให้ยาวนาน
       จุดเด่นของเหนียวหมูอยู่ที่วัตถุดิบที่เลือกสรร ตั้งแต่เนื้อหมูคุณภาพ ขณะที่การหมักก็ใช้ซอสที่มีขายอยู่ทั่วไป ปราศจากผงชูรส หรือวัตถุกันเสียใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และเมื่อมาถึงขั้นตอนการทอด จะใช้น้ำมันใหม่ทุกวัน ไม่ใช้น้ำมันซ้ำ ซึ่งนอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว ยังทำให้หมูมีกลิ่นเหม็นหืนด้วย ส่วนข้าวเหนียวจะใช้ข้าวอย่างดี ผ่านเทคนิคการนึ่งให้นุ่มอยู่ตลอดเวลาเพียงเก็บไว้ในถุงพลาสติก แม้ความร้อนจะหายแต่ความนุ่มยังคงอยู่ กลายเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ลูกค้าชื่นชอบ บางคนถึงกับซื้อแต่ข้าวเหนียวก็มีมาแล้ว
“เหนียวหมู” รสนุ่ม ชุ่มซอส เมนูกินง่าย รายได้เทียบงานประจำ
เหนียวหมู ในห่อราคาย่อมเยา สำหรับนำไปแจกเด็กๆ
       ล่าสุดพี่เดิ้ลออกแบบป้าย “Drive Thru” นำไปตั้งริมถนนในซอยรามอินทรา 5 ในช่วงเช้า เพื่อเพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้าที่ต้องการรับประทานเหนียวหมูแต่ไม่มีที่จอดรถ ให้สามารถสั่งซื้อระหว่างรถติดได้ ส่วนใหญ่จะเป็นบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง เด็กนักเรียน และคนทำงาน ซื้อไปรับประทานแทนอาหารเช้า ในราคาชุดละ 40 บาท ในแพกเกจถุงกระดาษ ภายในมีหมูทอด 1 ขีด ข้าวเหนียว 1 ถุง ส่วนกำลังการผลิตในแต่ละวันอยู่ที่ 40 กก.สำหรับหมูทอด และข้าวเหนียวนึ่งประมาณ 18 กก./วัน
“เหนียวหมู” รสนุ่ม ชุ่มซอส เมนูกินง่าย รายได้เทียบงานประจำ
ป้าย Drive Thru ช่วยเพิ่มยอดขายชั่วโมงเร่งด่วน
       นอกจากนี้ยังมีบริการจัดส่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล คิดราคาตามจริงจากระยะทาง ส่วนลูกค้าตามต่างจังหวัด ทางเหนียวหมูก็มีบริการจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ระบบ EMS (เหนียวหมู ทูโก : to go) รับประกันรสชาติดีเหมือนรับประทานที่กรุงเทพฯ และในอนาคตทั้งคู่จะรับสั่งเหนียวหมูแบบพรีออเดอร์ (Pre-Order) ปิดรับออเดอร์ทุกวันอังคาร เวลา 18.00 น. และจะจัดส่งให้ลูกค้าทุกวันพุธตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในเฟซบุ๊ก
“เหนียวหมู” รสนุ่ม ชุ่มซอส เมนูกินง่าย รายได้เทียบงานประจำ
จัดส่งทางไปรษณีย์ไปถึงเชียงใหม่
       อนาคตทั้งคู่มองในเรื่องการขยายสาขาในห้างสรรพสินค้า หวังแจ้งเกิดแบรนด์ให้ลูกค้ารู้มากขึ้น ส่วนเรื่องแฟรนไชส์ต้องรอดูอีกระยะ เพราะต้องการวางระบบการบริหารจัดการให้เข้าที่ และหาวิธีควบคุมคุณภาพของแฟรนไชซีก่อน แต่อย่างไรก็ตามต้องมี “เหนียวหมู สาขา 1, สาขา 2 และสาขาต่อๆ ไป” อย่างแน่นอน
“เหนียวหมู” รสนุ่ม ชุ่มซอส เมนูกินง่าย รายได้เทียบงานประจำ
พี่เดิ้ล คีบหมูจัดใส่ถุงให้ลูกค้า
      
“เหนียวหมู” รสนุ่ม ชุ่มซอส เมนูกินง่าย รายได้เทียบงานประจำ
ลูกค้าในละแวกใกล้เคียงมาอุดหนุน
       ***สนใจติดต่อ 08-9679-7878, 08-9742-3435 หรือที่ Facebook : neawmoogroup**
credit by : http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9570000008881

Read More...




รายการสูตรอาหารและสูตรขนมหวานของบล๊อก

Google+ Followers


ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

f2860c27e794a8ab974509f10c43b165.jpg


Page-1 Page-2 Page-3


ติดต่อมสอบถามรายละเอียดรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ดทุกรุ่นผ่านระบบออนไลท์
- Contact : http://bit.ly/2vn9tdT
- Line : https://line.me/ti/g2/CBLBTBKCRE
- My Shop : http://bit.ly/2NX81rl
- Blog : http://bit.ly/2GhrdMG
- Market Online : http://bit.ly/2Kqe2en
- Facebook Fanpage : http://bit.ly/2NUxC44

รายละเอียดรถฟอร์ดและอื่น ๆ ...
https://sites.google.com/view/ranger-ford/
https://sites.google.com/view/raptor-ford/
https://sites.google.com/view/everest-ford/
https://sites.google.com/view/service-appointment/
https://sites.google.com/view/maintenance-costs/










เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
Option

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.