ขับเคลื่อนโดย Blogger.

สอบถามค่าแรงรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ด โทร 087-2229588


Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

ท่านเจ้าของอู่รับซ่อมรถยนต์ฟอร์ด ไม่ต้องกังวลอะไหล่ไม่มีหรือได้ช้า สั่งได้เร็ว 24 ชั่วโมง ,สั่งช่วงเช้าได้เย็น ,สั่งหลังเที่ยงได้วันพรุ่งนี้ ศูนย์ฟอร์ดอยุธยา ให้ราคาช่าง,ราคาอู่ซ่อม,ราคาอู่พ่นสี โทร 087-2229588 ,id line : 0863363882

‘น้ำพริกอ่อง’ ใส่ ‘ข้าวโพดต้ม’ น่าสน

“นํ้าพริกอ่อง” อาหารของทางภาคเหนือ เป็นประเภทเครื่องจิ้ม ทานคู่กับผักสด ผักต้ม ปัจจุบันเป็นอาหารที่แพร่หลายทั่วไป มีการทำที่หลากหลายสูตร


 “นํ้าพริกอ่อง” อาหารของทางภาคเหนือ เป็นประเภทเครื่องจิ้ม ทานคู่กับผักสด ผักต้ม ปัจจุบันเป็นอาหารที่แพร่หลายทั่วไป มีการทำที่หลากหลายสูตร เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งทาง ผศ.สุวรรณี อาจหาญณรงค์ อาจารย์ประจำวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้คิดค้นสูตร ’นํ้าพริกอ่องใส่ข้าวโพดต้ม“ เพื่อเป็นการเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้มากยิ่งขึ้น และวันนี้ทีม ’ช่องทางทำกิน“ ได้นำสูตรการทำนํ้าพริกอ่องใส่ข้าวโพดต้มมาบอกต่อ เผื่อว่าใครจะสนใจลองนำสูตรนี้ไปฝึกทำขายกัน...

ผศ.สุวรรณี อาจหาญณรงค์ ผู้ที่คิดสูตรนํ้าพริกอ่องใส่ข้าวโพดต้ม ให้ข้อมูลว่า เป็นสูตรที่เกิดจากการสอนเรื่องการจัดการอาหาร โดยมีโจทย์เป็นอาหารเฉพาะบุคคล เป็นการทำอาหารที่ควบคุมการรับประทานของบุคคลไม่ให้กินแคลอรี่ต่อวันเกิน ระดับที่เหมาะสม เมนูนํ้าพริกอ่องที่เป็นอาหารของทางภาคเหนือ ถือว่าเป็นอาหารประเภทเครื่องจิ้ม ที่มีรสชาติไม่เผ็ดมาก ที่สำคัญมีประโยชน์ทางโภชนาการที่สูง เป็นอาหารอีกหนึ่งเมนูที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้รับประทาน ซึ่งการที่คิดสูตรที่ใส่ข้าวโพดต้มเข้าไปด้วย ก็เพื่อเป็นการเพิ่มกากใยอาหารและทำให้มีกลิ่นหอม ที่สำคัญเพิ่มประโยชน์ด้านโภชนาการเข้าไปอีก นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มสีสันให้ดูน่ารับประทานมากขึ้น ทำให้เด็กสนใจและชอบทานกันมากขึ้น
เมนูนี้จึงเป็นเมนูที่ผู้ใหญ่ทานได้ เด็กทานดี...

นํ้าพริกอ่องใส่ข้าวโพด มีการดัดแปลงจากสูตรของทางภาคเหนือเล็กน้อย โดยใช้วัตถุดิบที่สามารถหาได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไปแทนวัตถุดิบเฉพาะของภาค เหนือ อย่างภาคเหนือใช้ “ถั่วเน่า” ก็ดัดแปลงมาใช้ “กะปิ” แทน เป็นต้น

อุปกรณ์หลัก ๆ ที่ใช้ในการทำนํ้าพริกอ่องใส่ข้าวโพดต้ม ก็เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำครัวทั่ว ๆ ไป อาทิ เตาแก๊ส, กระทะ, ทัพพี, เขียง, กะละมัง, ครก, สาก ฯลฯ

ส่วนวัตถุดิบที่ใช้ทำ ตามสูตรก็มีดังนี้...พริกแห้งเม็ดใหญ่แกะเมล็ดออกแช่นํ้า 4 เม็ด, เนื้อหมูสับ  ถ้วย, มะเขือเทศ  ถ้วย, หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ, กะปิ 1 ช้อนชา, กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ, นํ้าปลา 1 ช้อนโต๊ะ, นํ้ามันพืช 2 ช้อนโต๊ะ, นํ้าตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ, ข้าวโพดต้ม  ถ้วย, ผักชีหั่นหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ และสำหรับผักที่เป็นเครื่องเคียงทานคู่กับนํ้าพริกอ่อง ที่เป็นผักสดก็เช่น แตงกวา, ผักกาดขาว, ถั่วพู ฯลฯ ส่วนผักต้ม เช่น ถั่วฝักยาว, มะเขือ, ฟักทอง เป็นต้น
 
ขั้นตอนการทำ “นํ้าพริกอ่องใส่ข้าวโพดต้ม” ก็ไม่ยาก โดยเริ่มจาก...นำกระทะตั้งไฟอ่อน ๆ พอกระทะร้อนได้ที่ก็นำหอมแดง และกระเทียม ลงไปคั่วในกระทะ คั่วให้เกิดกลิ่นหอม จากนั้นก็นำขึ้นจากกระทะ และนำลงไปใส่ในครก พร้อมกับพริกแห้ง และกะปิ แล้วทำการโขลกให้ส่วนผสมละเอียดและเข้ากันเป็นเนื้อเดียว ตักขึ้นพักไว้

จากนั้นก็ทำการตั้งกระทะใช้ไฟร้อนกลาง ๆ เทนํ้ามันพืชลงไปในกระทะ แล้วก็นำเอาหอมแดง กระเทียม พริก กะปิ ที่โขลกเตรียมไว้ ใส่ลงไปทำการผัดกับนํ้ามันพืชในกระทะ ผัดจนเกิดกลิ่นหอม จากนั้นก็ให้นำเนื้อหมูสับใส่ตามลงไปผัดผสมคลุกรวม เติมนํ้าซุปนิดหน่อย ผัดพอเนื้อหมูสุก แล้วก็ใส่มะเขือเทศที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ลงไป

หลังจากที่ใส่มะเขือเทศแล้ว ก็ให้ทำการลดไฟ ให้ใช้ไฟอ่อน แล้วทำการผัดเคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนมะเขือเทศเริ่มเปื่อย นํ้าในกระทะข้นพอขลุกขลิก ก็ใส่ข้าวโพดต้มลงไป ปรุงรสด้วยนํ้าปลา นํ้าตาลทราย ผัดคนให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยผักชี เตรียมผักสด และผักต้ม

เท่านี้ก็ได้ “นํ้าพริกอ่องใส่ข้าวโพดต้ม” 1 ชุด ซึ่งเป็นเมนูที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ
เมนู “นํ้าพริกอ่องใส่ข้าวโพดต้ม” นี้ ถ้าทำขายก็สามารถ ตั้งราคาขายชุดละประมาณ 30 บาท โดยมีต้นทุนวัตถุดิบประมาณ 50% ของราคา

ผศ.สุวรรณี ให้ข้อมูลเสริมอีกว่า อาหารไทยนั้นสามารถพลิกแพลงดัดแปลงทำได้หลากหลาย อยู่ที่ว่าจะนำมาประยุกต์อย่างไร แต่ที่สำคัญคือจะต้องรักษาคุณลักษณะของอาหาร และรสชาติ ของอาหารนั้น ๆ ไว้ด้วย อย่างนํ้าพริกอ่องนี่ก็สามารถนำมาดัดแปลงทำอาหารได้อีกหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะนำมาผัดกับข้าว ทำเป็น ข้าวผัดนํ้าพริกอ่อง หรือจะ ทำเป็นนํ้าราดเส้นสปา เกตตี ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่สามารถทำได้
สำหรับนํ้าพริกอ่องใส่ข้าวโพดต้ม ก็เป็นเมนูที่ทำง่าย ทำไม่ยาก และสามารถดัดแปลงทำเป็นอาหารได้อีกหลายเมนูด้วย จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งเมนูที่อาจจะสามารถตอบโจทย์ให้กับผู้ที่กำลังมองหาช่อง ทางในการทำมาค้าขายอาหาร...

’นํ้าพริกอ่องใส่ข้าวโพดต้ม“ มีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก สามารถพลิกแพลงเป็นเมนูได้อีกหลากหลาย สามารถนำสูตรมาสร้าง ’ช่องทางทำกิน“ ได้ ซึ่งหากใครสนใจ แต่ยังมีข้อสงสัย สามารถติดต่อขอสอบถามเพิ่มเติมจาก ผศ.สุวรรณี อาจหาญณรงค์ อาจารย์ประจำวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้ที่ โทร. 08-1432-0147 ซึ่งทางอาจารย์ก็ยังมีสูตรอาหารเพื่อสุขภาพที่น่าสนใจอีกหลายชนิด.
บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ :รายงาน
สุทธิภัทร พฤกษ์เจริญสุข :ภาพ

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/207658/‘น้ำพริกอ่อง’+ใส่+‘ข้าวโพดต้ม’+น่าสน

Read More...


‘ยำสาหร่ายผมนาง’ช่องทางจากวัตถุดิบพื้นถิ่น

“สาหร่ายผมนาง” สาหร่ายชนิดนี้มีประโยชน์มากมาย เพราะเป็นได้ทั้งอาหารของคน อาหารสัตว์ ใช้ทำปุ๋ย ใช้ป้องกันแมลงศัตรูพืช ฯลฯ



ภาคใต้ของไทยเรา ท้องทะเลนอกจากจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยกุ้ง หอย ปู ปลา อันเป็นสินในน้ำที่มีค่าหล่อเลี้ยงชีวิตคนในท้องถิ่นมาหลายชั่วคนแล้ว ยังมีสาหร่ายนานาชนิดที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ และต่อยอดเป็นอาชีพได้ อย่าง “สาหร่ายผมนาง” ซึ่งเป็นสาหร่ายที่พบได้ตามชายฝั่งของอ่าวไทย และฝั่งมหาสมุทรอินเดีย สาหร่ายชนิดนี้คนในท้องถิ่นได้นำมาทำเป็น “ยำสาหร่ายผมนาง” ขาย จนกลายเป็น “ช่องทางทำกิน” เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เลี้ยงครอบครัวได้...
“สาหร่ายผมนาง” สาหร่ายชนิดนี้มีประโยชน์มากมาย เพราะเป็นได้ทั้งอาหารของคน อาหารสัตว์ ใช้ทำปุ๋ย ใช้ป้องกันแมลงศัตรูพืช ฯลฯ โดยเฉพาะประโยชน์ที่มีต่อคนในเชิงการเป็นอาหารนั้น สาหร่ายชนิดนี้มีสารอาหารอย่างโปรตีน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ โดยเฉพาะธาตุไอโอดีน และวิตามิน
กัลยกร วรรณหอม ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านน้ำพริก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เล่าว่า ตั้งกลุ่มทำน้ำพริกตั้งแต่ พ.ศ.2542 ทำน้ำพริกหลากลายชนิด อาทิ น้ำพริกกุ้งเสียบ แกงไตปลาแห้ง น้ำพริกนรกกุ้ง น้ำพริกตาแดง น้ำพริกแมงดา ฯลฯ จนเมื่อ พ.ศ.2546 เปลี่ยนมาขาย “ยำสาหร่ายผมนาง” เพราะเห็นว่าน้ำพริกขายยาก และเมื่อปี พ.ศ.2549 เริ่มสัญจรไปขายตามที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยนำยำสาหร่ายผมนางไปขายคู่กับ “ยำถั่วพูโบราณ” เพราะเห็นว่าอาหารใต้ อย่างข้าวยำ น้ำบูดู หรือแกงไตปลา มีคนขายเยอะแล้ว ซึ่งปรากฏว่าได้รับผลตอบรับที่ดี จึงทำขายมาเรื่อย ๆ
อุปกรณ์ที่ใช้ทำยำสาหร่ายผมนางหลัก ๆ ก็มี ภาชนะสำหรับยำ, ภาชนะสำหรับใส่ส่วนผสมต่าง ๆ, เตาแก๊ส, เขียง-มีด, หม้อเคี่ยวน้ำตาลทราย และอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดในครัวเรือนทั่ว ๆ ไป
ส่วนประกอบยำสาหร่ายผมนางนั้น กัลยกร บอกว่า หลัก ๆ ก็มี สาหร่ายผมนาง รับซื้อจากชาวบ้าน ราคา ก.ก.ละประมาณ 400 บาท, น้ำปลา, น้ำตาลทราย, น้ำมะนาว, มะพร้าวคั่ว, ปลาป่น, หอมแดงซอย, พริกขี้หนูหั่น, ตะไคร้ซอย
วิธีทำยำสาหร่ายผมนาง ก่อนอื่นต้องทำความสะอาดสาหร่ายด้วยน้ำสะอาด ล้างจนเศษหินดินทรายหมดไป จากนั้นนำสาหร่ายไปแช่ในน้ำส้มสายชู หรือน้ำมะนาว ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้หมดกลิ่นสาบ และสาหร่ายนิ่ม
การยำ ตักสาหร่ายผมนางที่เตรียมไว้พอประมาณใส่ในภาชนะ ใส่น้ำปลา น้ำตาลทราย ลงไปพอประมาณ (หรือเพื่อความสะดวกอาจจะนำน้ำตาลทรายไปเคี่ยวกับน้ำปลาเตรียมไว้ก็ได้) จากตามด้วยน้ำมะนาว ใส่มะพร้าวคั่ว ปลาป่น หอมแดงซอย และพริกขี้หนูหั่น ลงไป คลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้ากัน ชิมรสให้มีรสชาติเค็ม และเปรี้ยว
ตักใส่จาน โรยหน้ายำสาหร่ายผมนางด้วยหอมแดงซอย พริกขี้หนู และตะไคร้ซอย โดยมีผักแกล้มคือ ใบชะพลู ซึ่ง กัลยากร บอกว่า การรับประทานยำสาหร่ายผมนางนี้ จะทานแบบเป็นเมี่ยง คือตักยำสาหร่ายใส่ลงในใบชะพลู แล้วทานเป็นคำ ๆ
ส่วนราคาขายนั้น ขายราคาชุดละ 50 บาท
นอกจากยำสาหร่ายผมนางแล้ว กัลยกร ยังได้ให้สูตร “ยำถั่วพูโบราณ” เพิ่มมาให้อีกสูตรหนึ่งด้วย
ส่วนผสมของยำถั่วพูโบราณ ก็มีถั่วพูสด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ, หอมแดงซอย, ปลาป่น, พริกขี้หนูหั่น, น้ำปลาที่เคี่ยวผสมกับน้ำตาลทราย, กะทิ และน้ำมะนาว
วิธีทำ ตักถั่วพูสดลงในภาชนะยำพอประมาณ จากนั้นใส่น้ำปลาที่เคี่ยวผสมกับน้ำตาลทราย 2 ตะบวยเล็ก น้ำกะทิ 2 ตะบวยเล็ก น้ำมะนาว 1 ตะบวยเล็ก และหอมแดงซอย ปลาป่น ใส่พริกขี้หนูหั่นเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสให้มีเค็ม เปรี้ยว มัน และมีกลิ่นหอมของกะทิ เท่านี้ก็ใช้ได้
ยำถั่วพูโบราณนี้ ขายในราคาชุดละ 50 บาทเช่นกัน
การทำยำทั้ง 2 อย่างนี้ขาย มีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 70% ของราคาขาย
สำหรับยำสาหร่ายผมนาง ก็นับว่าน่าสนใจมากสำหรับการนำของที่หาได้ในท้องถิ่นมาประยุกต์เป็นอาหาร และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้ ขณะที่การทำการขายยำถั่วพูโบราณก็นับว่าน่าสนใจเช่นกัน
สนใจ “ยำสาหร่ายผมนาง” และยำถั่วพูโบราณ “ช่องทางทำกิน” ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านน้ำพริก ติดต่อ กัลยกร วรรณหอม ได้ที่ เลขที่ 168 หมู่ 6 บ้านเมืองใหม่ ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หมายเลขโทรศัพท์ 08-9974-2664.
สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล :เรื่อง / ภาณุพงศ์ พนาวัน :ภาพ
...................................................
คู่มือลงทุน...ยำสาหร่ายผมนาง
ทุนอุปกรณ์    ประมาณ 5,000 บาทขึ้นไป
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 70% ของราคาขาย
รายได้ ราคาขาย 50 บาท / ชุด
แรงงาน 1 คนขึ้นไป
ตลาด ชุมชน, งานออกร้านทั่วไป
จุดน่าสนใจ ชื่อสาหร่ายเป็นจุดขายที่ดี

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/207783/‘ยำสาหร่ายผมนาง’ช่องทางจากวัตถุดิบพื้นถิ่น

Read More...


'มักกะโรนี ฟิชบอล' แปลงสูตรเป็นไทยขายดี

ผัด “มักกะโรนี” เป็นอาหารอิตาเลี่ยนที่ขึ้นชื่อ คนไทยได้นำมาดัดแปลงตามความชอบ จนกลายเป็นอาหารยอดฮิตในไทยด้วย


ผัด “มักกะโรนี” เป็นอาหารอิตาเลี่ยนที่ขึ้นชื่อ คนไทยได้นำมาดัดแปลงตามความชอบ จนกลายเป็นอาหารยอดฮิตในไทยด้วย กินได้ตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ เส้นมักกะโรนีนุ่ม ๆ ผัดกับกุ้ง หมู หรือไก่ ใส่มะเขือเทศและซอส ได้รสเปรี้ยวหวานอร่อย ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีสูตรการทำผัด “มักกะโรนี ฟิชบอล” จากคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี มาให้พิจารณากัน…

ผู้ ที่จะมาให้ข้อมูลอาหารเมนูนี้คือ ผศ.สุวรรณี อาจหาญณรงค์ อาจารย์ประจำวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เป็นสูตรที่เกิดจากการสอนเรื่องการจัดการอาหาร โดยมีโจทย์เป็นอาหารเฉพาะบุคคล เป็นการทำอาหารที่ควบคุมการรับประทานของบุคคลไม่ให้ทานแคลอรี่ต่อวันเกิน ระดับที่เหมาะสม เมนูมักกะโรนี ฟิชบอล ถือว่าเป็นอาหารประเภทจานด่วน เป็นเมนูง่าย ๆ แต่อร่อยล้ำ มักเป็นที่ชื่นชอบในหมู่เด็ก ๆ เพราะไม่เผ็ด จะทำเป็นอาหารเช้าหรืออาหารกลางวันก็ได้ ซึ่งจะมีสารอาหารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์และเหมาะสมสำหรับร่างกายมากมาย

“ความ พิเศษของเมนูนี้อยู่ที่ส่วนผสม แต่ละตัวอุดมไปด้วยสารอาหารและคุณประโยชน์มากมาย และยังคิดสูตรที่ใส่ฟิชบอล ซึ่งทำจากเนื้อปลาบดกับเครื่องแกงสมุนไพรเข้าไปด้วย ก็เพื่อเป็นการเพิ่มโปรตีนและโอเมกา 3 ซึ่งเป็นไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และทำให้มีกลิ่นหอม นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มสีสันให้ดูน่ารับประทานมากขึ้น ทำให้เด็กสนใจและชอบทานกันมากขึ้น เมนูผัดมักกะโรนี ฟิชบอล เป็นอาหารในกลุ่มที่ให้พลังงาน เนื้อไก่ จะได้โปรตีน ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ เนื้อปลาก็จะให้โปรตีนสูง และกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างโอเมกา 3 ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันโรคข้ออักเสบ โรคอัลไซเมอร์ และโรคเครียด

มะเขือ เทศจะให้สารอาหารจำพวกแคโรนอยด์ ชื่อไลโคฟีน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในเรื่องผิวพรรณ และวิตามินอีกหลายชนิด ทั้งบี 1 บี 2 วิตามินซี และวิตามินเค ช่วยในการรักษาโรคลักปิดลักเปิด บำรุงสายตา ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด ส่วนหอมหัวใหญ่สรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แครอทมีสารเบตาแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตา เมนูที่คิดมานี้ทำง่าย วัตถุดิบหาง่าย สามารถดัดแปลงได้ตามความชอบ ก็จะได้เมนูเป็นทางเลือกใหม่”

เหล่านี้คือจุดเด่นของเมนู ที่นำเสนอเป็นจุดขายที่ดีได้
อุปกรณ์ในการทำเมนูนี้ หลัก ๆ ก็มี เตาแก๊ส, กระทะ และเครื่องไม้เครื่องมือ อื่น ๆ ที่หาได้จากในครัวทั่ว ๆ ไป

วัตถุ ดิบที่ใช้ในการทำ ตามสูตรก็มี เส้นมักกะโรนี 400 กรัม, เนื้อไก่สับ 150 กรัม, หอมหัวใหญ่สับ 200 กรัม, เนื้อมะเขือเทศ ถ้วย, มะเขือเทศแกะเม็ดหั่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก 300 กรัม, กระเทียมสับ 3 ช้อนโต๊ะ, ซอสมะเขือเทศ, นํ้าตาลทราย, แครอทหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก ๆ และข้าวโพดต้มแกะเอาแต่เม็ด (เพื่อเพิ่มสีสันและคุณค่าทางโภชนาการ จะใส่หรือไม่ก็ได้), เกลือป่น, นํ้ามันมะกอก, นํ้ามันพืช, นํ้าเปล่าหรือนํ้าซุป, ผักสำหรับตกแต่งจาน ส่วนการทำฟิชบอล วัตถุดิบที่ใช้ก็มี เนื้อปลากรายขูด 150 กรัม (ทำได้ราว 20 ลูก), นํ้าพริกแกงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ, ใบผักชีหั่นหยาบ, เกลือ และนํ้าสะอาด

ขั้น ตอนการทำ “มักกะโรนี ฟิชบอล” เริ่มที่ทำฟิชบอล นำเนื้อปลากรายขูดแช่ตู้เย็นประมาณ 15 นาที ระหว่างรอนำนํ้าผสมเกลือให้ละลาย (ไว้เป็นนํ้าชุบมือกันไม่ให้เนื้อปลาติดมือ) เมื่อได้เวลานำเนื้อปลาออกจากตู้เย็นมาบี้ผสมกับพริกแกงคั่วและผักชีในอ่าง ผสม ใช้มือนวดส่วนผสมไปเรื่อย ๆ จนเนียนและเหนียว นำส่วนผสมเนื้อปลาที่ได้มาปั้นเป็นรูปวงรี นำไปต้มในนํ้าเดือด พอเนื้อปลาลอยแสดงว่าสุก ใช้ทัพพีมีรูช้อนขึ้นให้สะเด็ดนํ้า พักไว้ เตรียมใช้ผัดกับซอสมักกะโรนี

นำนํ้าใส่หม้อในปริมาณ มากกว่ามักกะโรนี 4 เท่า เปิดไฟแรงต้มให้นํ้าเดือดจัด ใส่เส้นมักกะโรนีลงต้ม ใส่นํ้ามันพืช 1 ช้อนโต๊ะ เกลือเล็กน้อย ลดไฟให้เหลือไฟกลาง คนด้วยทัพพีเป็นระยะป้องกันการติดก้นหม้อ และให้ความร้อนทั่วถึง ต้มจนเส้นนุ่ม (ใช้เวลาประมาณ 15 นาที) ตักขึ้นมาล้างในนํ้าเย็น เอาขึ้นพักสะเด็ดนํ้า แล้วคลุกกับนํ้ามันพืชเล็กน้อย พักไว้

ต่อไปเป็นขั้น ตอนการผัด ใส่นํ้ามันมะกอกในกระทะ พอนํ้ามันร้อนใส่กระเทียมสับลงผัดให้หอม ใส่เนื้อไก่สับผัดไปมาสัก 4-5 ที ใส่แครอทหั่นที่เตรียมไว้ลงไปผัด ตามด้วยเนื้อมะเขือเทศหั่น ข้าวโพดต้ม และหอมหัวใหญ่สับ ใช้ไฟปานกลางผัดไปมาสักครู่ จากนั้นปรุงรสชาติด้วยเกลือป่น และนํ้าตาลทราย ใส่ซอสมะเขือเทศ และนํ้า เคี่ยวส่วนผสมซอสด้วยไฟอ่อนประมาณ 5 นาที ชิมรสชาติ เมื่อได้รสชาติที่ถูกใจแล้วก็ใส่เส้นมักกะโรนีลงไปผัด และใส่ฟิชบอลที่เตรียมเอาไว้ลงไปผัดคลุกเคล้าให้ทั่วและเข้ากันดี เสร็จแล้วตักใส่ภาชนะ จัดแต่งให้สวยงาม เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

เมนูอาหารจาน เดียว “มักกะโรนี ฟิชบอล” นี้ มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก มีวัตถุดิบอะไรก็พลิกแพลงจับใส่ได้ตามชอบ สามารถนำไปต่อยอด พลิกแพลง ปรับสูตรทำขายสร้าง “ช่องทางทำกิน” ได้สบาย ๆ ซึ่งหากใครสนใจและยังมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมจาก ผศ.สุวรรณี อาจหาญณรงค์ อาจารย์ประจำวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ได้ที่ โทร.08-1432-0147 ซึ่งทางอาจารย์ก็ยังมีสูตรอาหารเพื่อสุขภาพอีกหลายชนิด.
เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/209748/_มักกะโรนี+ฟิชบอล_+แปลงสูตรเป็นไทยขายดี

Read More...


'ขนมเสน่ห์จันทน์' ทำง่าย..ทำได้..ก็ทำเงิน

ถ้าพูดถึงขนมไทยโบราณ ขนมมงคลอย่าง 'เสน่ห์จันทน์' นี่ก็เด่นดังชื่อเสียงเรียงนาม นอกเหนือไปจากความอร่อย ก็ยังมีความเชื่อในเรื่องการเสริมชะตาให้ชีวิตรุ่งเรืองอีกต่างหาก


 ถ้าพูดถึงขนมไทยโบราณ ขนมมงคลอย่าง "เสน่ห์จันทน์" นี่ก็เด่นดังชื่อเสียงเรียงนาม นอกเหนือไปจากความอร่อย ก็ยังมีความเชื่อในเรื่องการเสริมชะตาให้ชีวิตรุ่งเรืองอีกต่างหาก “เสน่ห์จันทน์" นี้เพียงแค่ชื่อก็เสนาะหู ชวนให้นึกคิดไปถึงความหลงใหลดั่งต้องมนต์เสน่ห์ นอกเหนือไปจากการนึกถึงผลลูกจันทน์สีเหลืองอร่ามน่าชิมน่ามอง ซึ่งปัจจุบันขนมไทยโบราณยังคงได้รับความนิยม ยังคงมีการใช้ประกอบในงานพิธีมงคลต่าง ๆ อาทิ งานบุญ งานสมรส และกับ “เสน่ห์จันทน์” ขนมมงคลขึ้นชื่อชนิดนี้ในปัจจุบันก็ยังสามารถใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” สร้างรายได้ให้กับผู้ที่มีฝีมือในการทำ...
**************************
คุณนวลฉวี สังขะเวส เจ้าของบ้านขนมไทย เล่าว่า เดิมทีได้สืบสานขนมไทยมาจาก ม.ร.ว.เปรมปรีดิ์มาน เกษมศรี ด้วยความที่ชอบขนมไทยเป็นทุนเดิม จึงคิดสานต่อและต่อยอดมาเป็นเวลาเกือบ 40 ปี โดยพัฒนาสูตรเรื่อยมาเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย จนเกิดเป็นกิจการ "บ้านขนมไทยรวมโชค" คำว่ารวมโชคมาจากชื่อที่ตั้งคือซอยรวมโชค และถนนโชคชัย 4 มีทั้งชัย มีทั้งโชค ซึ่งนับว่าโชคดีไม่น้อยในการทำกิจการครอบครัว ผลตอบรับที่ได้มีทั้งลูกค้าขาจรและลูกค้าประจำมิได้ขาด
ลูกค้ามักติดใจในรสชาติของขนมไทย ๆ เสน่ห์ของขนมไทย ๆ อาหารไทย ๆ ยังไม่หมดไป วัฒนธรรมเกี่ยวกับขนมไทยและอาหารไทยยังคงอยู่คู่กับคนไทย เส้นทางนี้จึงยังไม่มีคำว่าตัน อยู่ที่ว่าจะขยันและอดทนมากน้อยแค่ไหน กิจการที่ทำอยู่นั้น แม้จะไม่มีหน้าร้าน เพียงสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.bannkanomthairuamchoke.com ซึ่งจะรับสั่งทำขนม รับจัดบุฟเฟ่ต์ และสอนทำขนม อาหาร และของว่าง ตามแต่จริตของผู้ที่สนใจ กิจการก็ดำเนินไปได้ด้วยดี
ทางเจ้าของกิจการขนมไทยรายนี้บอกอีกว่า เมนูขนมที่ทำอยู่มีให้เลือกสรรมากมายหลากหลายชนิด ทั้งขนมไทยโบราณสูตรชาววังดั้งเดิม ขนมไทยประยุกต์ รวมถึงมีอาหารว่าง อาหารไทยทั้งคาวหวาน ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีในการผลิต พิถีพิถันทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้รสชาติที่เลิศรสตามแบบฉบับ อีกทั้งจุดเด่นของบ้านขนมไทยฯคือเน้นหลักใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภค ไม่ใส่สารกันบูด ผลิตและจำหน่ายวันต่อวัน เพื่อให้ลูกค้าได้รับประทานกันแบบสดใหม่อยู่เสมอ
คุณนวลฉวี กล่าวว่า การทำขนมไทยนั้นไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากอย่างที่ใครอาจจะคิด แค่ใส่ใจจริง ๆ ความอร่อยก็จะตามมาเอง ใจต้องรัก ใจต้องชอบ หากทำได้ ทำจริง ก็ทำเงินได้ ซึ่งสำหรับขนม “เสน่ห์จันทน์” ที่ทีม “ช่องทางทำกิน” ได้รับการบอกเล่าสูตรวิธีทำมานำเสนอในวันนี้ คุณนวลฉวี บอกว่า ในการทำนั้น อุปกรณ์หลัก ๆ ที่ต้องใช้มี กระทะทอง, ไม้พาย, ไม้แหลม, ถ้วยตวง และภาชนะเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ ที่ใช้ทำขนม
ส่วนผสมตามสูตร มีแป้งข้าวเจ้า แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง, แป้งท้าวยายม่อม 1 ถ้วยตวง, น้ำกะทิ 1 ถ้วย, น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย, ไข่ไก่ 6 ฟอง, ผงจันทน์ป่น 1/4 ช้อนชา, สีผสมอาหาร, เทียนอบ วัตถุดิบต่าง ๆ เหล่านี้สามารถหาซื้อได้ตามแหล่งขายวัตถุดิบในการทำขนมทั่วไป
ขั้นตอนการทำ เริ่มจากผสมแป้งเข้าด้วยกันในภาชนะ ตามด้วยน้ำตาลทราย และผงจันทน์ ใช้ไม้พายเคล้าจนเป็นเนื้อเดียวกัน จะเริ่มได้กลิ่นของผงจันทน์ป่นแตะจมูก ส่งกลิ่นหอมรัญจวน เมื่อเคล้าได้ที่ ก็ทำการแยกไข่แดงออกจากไข่ขาว แล้วใส่ไข่แดงลงนวดกับแป้ง ค่อย ๆ เติมกะทิลงไปทีละน้อยจนหมด คนให้น้ำตาลละลาย จากนั้นจึงใส่สีผสมอาหารสีเหลืองลงผสมด้วยเล็กน้อย แล้วจึงนำส่วนผสมไปตั้งไฟแรงปานกลาง กวนพอให้แป้งข้น จากนั้นหรี่ไฟอ่อน ๆ กวนต่อไปจนแป้งร่อนหลุดจากกระทะ หลังจากนั้นก็นำแป้งไปนวดอีกครั้งให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำแป้งที่ได้ปั้นเป็นรูปผลจันทน์
วิธีปั้น แบ่งแป้งขนมเป็นก้อน ๆ ขนาดประมาณเท่าลูกชิ้น แล้วปั้นเป็นลูกกลม ๆ คลึงจนกว่าเนื้อแป้งจะเนียนเสมอกัน จากนั้นวางลงเรียงบนภาชนะ เตรียมไว้
แบ่งแป้งออกมาอีกส่วนหนึ่ง นำมาผสมกับสีผสมอาหารสีน้ำตาล เพื่อใช้แป้งผสมนี้ทำเป็นส่วนขั้วของลูกขนมเสน่ห์จันทน์ ปั้นขนมส่วนที่เป็นสีน้ำตาลให้ได้ก้อนเล็ก ๆ กดให้แบน แล้วนำไปติดเป็นส่วนขั้วของแป้งผลจันทน์ที่ทำไว้ โดยใช้ไม้แหลมจิ้มลงไปตรงกลางให้เกิดรูบุ๋มเล็กน้อย
ขั้นต่อไปก็นำแป้งขนมไปอบควันเทียน 1-2 ชั่วโมง จนกว่าควันจะหมด เพื่อเพิ่มความหอมของกลิ่นผงจันทน์และจากกลิ่นเทียนอบ ซึ่งปลายลิ้นที่ได้สัมผัสกับเนื้อแป้งที่นุ่มละมุนนั้นช่างเย้ายวนให้เกิดรส ที่เลิศล้ำ
นี่ก็เป็นขั้นตอนหลัก ๆ ในการทำขนม “เสน่ห์จันทน์” ที่ทางคุณนวลฉวีบอกเล่าและสาธิต ซึ่งจากส่วนผสมที่กล่าวมาข้างต้น สามารถทำขนมเสน่ห์จันทน์ได้ประมาณ 50 ชิ้น ขายในราคาชิ้นละ 6 บาท หรือขายเป็นชุด ๆ ละ 220 บาท ซึ่งก็นับว่าเป็นช่องทางทำเงินจากขนมไทยอีกประเภทหนึ่งที่ได้ราคาดี สามารถทำเงินได้จากลูกค้าที่ชื่นชอบ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีแนวคิดว่า เป็นคนไทย เมืองไทยมีขนมไทย มีอาหารไทย ก็ต้องกินของไทย ได้เป็นอย่างดี
******************
ใครสนใจ “เสน่ห์จันทน์” ขนมของ "บ้านขนมไทยรวมโชค" โดยคุณนวลฉวี สังขะเวส กิจการนี้ตั้งอยู่ที่เลขที่ 9 โชคชัย 4 ซอย 66 เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ โทร.0-2514-2168, 08-9895-9071 โดยมีเว็บไซต์ดังที่ระบุไว้แต่ตอนต้นเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับลูกค้า ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” ที่ขายฝีมือในการทำขนมไทยโบราณ โดยเจ้าของกรณีศึกษารายนี้บอกไว้ด้วยว่า “มีความสุขกับงานที่ทำ ผลของงานก็มีคุณภาพ”.
ปิยาภรณ์ บุญประเสริฐ :รายงาน
คู่มือลงทุน...ขนมเสน่ห์จันทน์
ทุนเบื้องต้น ประมาณ 5,000 บาทขึ้นไป
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 50% ของราคาขาย
รายได้ ราคา 6 บาท/ชิ้น, 220 บาท/ชุด
แรงงาน ตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป
ตลาด ขายตามย่านชุมชน, รับสั่งทำ
จุดน่าสนใจ เรื่องความเป็นมงคลเพิ่มจุดขาย

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/210870/_ขนมเสน่ห์จันทน์_+ทำง่าย..ทำได้..ก็ทำเงิน

Read More...


เมนู ‘ข้าวแห้ง’ ‘สูตรโบราณ ’น่าสนใจ

เมนู “ข้าวแห้ง” หลายคนรู้จัก หลายคนอาจไม่รู้จัก ลักษณะคือข้าวสวยใส่ไก่หรือเป็ดสับต้มเค็มจาง ๆ ถ้าเอาน้ำซุปใส่ก็กลายเป็นข้าวต้มเป็ด ข้าวต้มไก่


 เมนู “ข้าวแห้ง” หลายคนรู้จัก หลายคนอาจไม่รู้จัก ลักษณะคือข้าวสวยใส่ไก่หรือเป็ดสับต้มเค็มจาง ๆ ถ้าเอาน้ำซุปใส่ก็กลายเป็นข้าวต้มเป็ด ข้าวต้มไก่ ซึ่งเป็นอาหารจีนแต้จิ๋วที่ทำกินกันเองในครอบครัว แต่ก็มีการทำขาย เช่นที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี, ที่ตลาดน้ำยามเย็น อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม หรือที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูลการทำการขาย “ข้าวแห้งสูตรโบราณ” มานำเสนอให้พิจารณากัน...
*********************
รส นันต์ วีระหงษ์ เจ้าของร้านคุณอ้อ–ร้านข้าวแห้งหมู-ไก่-เป็ด สูตรโบราณ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก เล่าว่า ขายข้าวแห้งหมู-ไก่-เป็ด สูตรโบราณ มา 5 ปีแล้ว โดยสูตรที่ขายนั้นเป็นของพ่อแม่ ของครอบครัว ที่ทำขายกันมาแต่โบราณ ส่วนเธอมารับช่วงต่อ ซึ่งจะมีทั้งในลักษณะการออกร้านตามงานต่าง ๆ และมีร้านขายถาวรที่ตลาดนัดสนามหลวง 2 (ทวีวัฒนา) ด้วย โดยการออกงานจะทำให้มีลูกค้าใหม่ ๆ ได้รู้จักข้าวแห้งของ จ.ราชบุรี มากขึ้น
อุปกรณ์ ที่ใช้ทำเมนูนี้ หลัก ๆ ก็มี เตาแก๊ส-กระทะ, หม้อสแตนเลส, เขียง- มีด, ถาดใส่อาหาร และเครื่องครัวเบ็ดเตล็ดทั่ว ๆ ไป ที่สามารถหาได้จากในครัวเรือน
สูตรเด็ดข้าวแห้งโบราณของร้านนี้ รสนันต์บอกว่า คือการปรุงรสด้วยซีอิ๊วดำเค็ม (สูตร1) ตราเสือ ซึ่งเป็นซีอิ๊วท้องถิ่น และไม่ใช้น้ำปลา ไม่ใช้ผงชูรส
ส่วนผสมของ ข้าวแห้ง ทั้งเป็ด ไก่ หมู ตามสูตรก็มี เนื้อเป็ด 10 กก., เลือดเป็ด 20 ก้อน หั่นเป็นชิ้น ๆ และเนื้อไก่ 10 กก., เลือดไก่ 20 ก้อน หั่นเป็นชิ้น ๆ และเนื้อหมู 10 กก. หั่นเป็นชิ้น ๆ เตรียมไว้
วิธีทำ นำเนื้อเป็ดไปรวนในกระทะให้สุก โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน ซึ่งรสนันต์ให้เหตุผลว่า เหตุที่ไม่ใช้น้ำมันเพราะน้ำมันจะทำให้เลี่ยน ไม่อร่อย และในระหว่างที่รวนเนื้อเป็ดในกระทะนั้น น้ำมันจากหนังเป็ด เนื้อเป็ด ก็จะออกมาเอง ซึ่งถ้าใช้น้ำมันจะเลี่ยนมาก เมื่อเนื้อเป็ดสุกแล้วให้ตักเนื้อเป็ดทั้งหมดใส่ลงในหม้อสแตนเลส พร้อมเลือดเป็ดที่หั่นเป็นชิ้น ๆ ขนาดพอประมาณ ใส่น้ำเปล่าลงไปประมาณ 1-1.5 ถ้วย จากนั้นใส่ซีอิ๊วลงไปประมาณ 1 ถ้วย น้ำตาลทราย และซอสปรุงรส อย่างละพอประมาณ ชิมรสชาติดูให้ออกเค็ม ๆ เล็กน้อย ต้มให้เดือด เมื่อน้ำเดือดแล้วให้หรี่ไฟลง จากนั้นปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชม. คือรอจนกระทั่งน้ำปรุงรสงวดจนเกือบแห้ง ก็เป็นอันใช้ได้
สำหรับไก่หรือข้าวแห้งไก่ ก็ทำเช่นเดียวกับข้าวแห้งเป็ด แต่แตกต่างกันตรงที่ใช้เวลาต้มเนื้อไก่กับซอสปรุงรสเพียงประมาณ 1-2 ชั่วโมง
ส่วน ข้าวแห้งหมู ใช้เนื้อหมูหั่น 10 กก. ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส และพริกไทย โดยรสนันต์บอกว่า จะหมักหมูกับซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส และพริกไทย ก่อน โดยหมักทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง เสร็จแล้วนำไปรวนในกระทะจนสุก ตักใส่ถาดที่เตรียมไว้
ในส่วนของข้าวซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ รสนันต์บอกว่า ใช้ข้าวหอมมะลิ 70% หุงข้าวให้สุก เตรียมไว้ ดั้งเดิมจะใช้วิธีหุงแบบใช้รังถึง ข้าวต้องร้อนตลอดเวลา ในสมัยปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนมาใช้หม้อไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ข้าวสวยที่ใช้เป็นข้าวแห้งก็ต้องอุ่นให้ร้อนตลอดเวลา ที่สำคัญต้องเลือกข้าวสารอย่างดี เพื่อที่หุงออกมาแล้วข้าวจะเรียงเม็ดสวย
วิธี ขาย ถ้าเป็น ข้าวแห้งเป็ด ตักข้าวสวยใส่จาน ตักเนื้อเป็ด เลือดเป็ด ที่เคี่ยวสุก ได้รสชาติตามที่ต้องการ ใส่ลงไปบนข้าวพอประมาณ โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว และใส่เครื่องเคียงต่าง ๆ มีกุ้งแชบ๊วยชุบแป้งทอด แผ่นเต้าหู้ทอด ตกแต่งหน้าข้าวแห้งด้วยแตงกวาหั่น และผักชีซอย
ข้าว แห้งไก่ ก็จะขายเหมือนข้าวแห้งเป็ด ส่วน ข้าวแห้งหมู ให้ตักข้าวสวยใส่จาน ตักเนื้อหมูที่รวนไว้แล้วใส่ลงไปพอประมาณ โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว และตกแต่งหน้าข้าวแห้งด้วยแตงกวาหั่น และผักชีซอย
ทั้งนี้ สำหรับเครื่องปรุง ก็ต้องมีให้ลูกค้าเลือกปรุงรส มีพริกน้ำปลา, ซีอิ๊วขาว, พริกไทย, พริกป่น และพริกน้ำส้ม ส่วนราคาขาย จะขายในราคาจานละ 35-45 บาท ตามแต่ต้นทุนสถานที่
**********************
สนใจ “ข้าวแห้งสูตรโบราณ” ต้องการติดต่อ รสนันต์ วีระหงษ์ เจ้าของร้านคุณอ้อ–ร้านข้าวแห้งหมู-ไก่-เป็ด สูตรโบราณ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1488-5957 และ 08-4650-1567 ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษา “ช่องทางทำกิน” จากเมนูอาหารสูตรโบราณ ที่น่าสนใจไม่น้อยเลย.
สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล :เรื่อง / ภาณุพงศ์ พนาวัน :ภาพ
คู่มือลงทุน...ข้าวแห้งสูตรโบราณ
ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไป
ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 70% ของราคาขาย
รายได้ ราคาขาย 35-45 บาท / จาน
แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป
ตลาด ย่านชุมชน, งานออกร้านทั่วไป
จุดน่าสนใจ ยุคนี้เมนูโบราณเป็นจุดขายที่ดี

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/211122/เมนู+‘ข้าวแห้ง’++‘สูตรโบราณ+’น่าสนใจ

Read More...




รายการสูตรอาหารและสูตรขนมหวานของบล๊อก

Google+ Followers


ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

f2860c27e794a8ab974509f10c43b165.jpg


Page-1 Page-2 Page-3


ติดต่อมสอบถามรายละเอียดรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ดทุกรุ่นผ่านระบบออนไลท์
- Contact : http://bit.ly/2vn9tdT
- Line : https://line.me/ti/g2/CBLBTBKCRE
- My Shop : http://bit.ly/2NX81rl
- Blog : http://bit.ly/2GhrdMG
- Market Online : http://bit.ly/2Kqe2en
- Facebook Fanpage : http://bit.ly/2NUxC44

รายละเอียดรถฟอร์ดและอื่น ๆ ...
https://sites.google.com/view/ranger-ford/
https://sites.google.com/view/raptor-ford/
https://sites.google.com/view/everest-ford/
https://sites.google.com/view/service-appointment/
https://sites.google.com/view/maintenance-costs/










เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
Option

รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.