สูตรขนม สูตรอาหาร อาชีพรายได้เสริม ประกาศฟรี โฆษณาฟรี Career Articles Extra Income
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Drop Down MenusCSS Drop Down MenuPure CSS Dropdown Menu

ซ่าหริ่ม "ของหวานยามหน้าร้อน"


ขนมซ่าหริ่มถ้วยนี้...
ได้ลองทำเล่นมาหลายวันแล้วตั้งแต่สงกรานต์ที่ผ่านมายังไม่ได้เขียนลงบันทึก 
วันนี้ได้เวลาจึงของบันทึกไว้ช่วยจำนะคะ
ขนมซ่าหริ่ม ของหวานอย่างโบราณที่เป็นที่รู้จักมานานในสังคมไทย
ขนมซ่าหริ่มมาจากไหน ว่ากันว่ามาด้วยกันกับลอดช่อง ประมาณนั้น ขนมเหล่านี้
ผู้ริเริ่มต้นรับผู้สอนให้ชาวสยามทำขนมหวานคือ ท้าวทองกีบม้า
สมัยเป็นนักเรียนอาหาร อาจารย์ท่านบอกว่า
เมื่อก่อนการรับประทานขนมหวานที่ต้องการให้เย็นชื่นใจ ก็จะใช้เกล็ดพิมเสนโรยลงในขนม
"ซ่าหริ่มลิ้มหวานล้ำ แทรกใส่น้ำกะทิเจือ วิตกอกแห้งเครือ ได้เสพหริ่มพิมเสนโรย"
จากกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
นานมากแล้วที่ไม่ได้ทำซ่าหริ่ม สมัยก่อนเคยทำที่โรงเรียน
ใช้พิมพ์กดซ่าหริ่มแบบทองเหลือง มาครานี้ได้ลองทำเหมือนการทบทวนความทรงจำอีกครั้ง
แต่มีพิมพ์สแตนเลสแทน ราคาไม่แพงอย่างทองเหลือง
มาดูส่วนผสมและขั้นตอนการทำกันนะคะ 
• ตัวขนมซ่าหริ่ม ครั้งนี้ทำ 3 สีค่ะ คือ สีเขียว ชมพู และสีฟ้า
แต่ละสี เตรียมแป้ง 1ส่วน ดังนี้  ... แป้งถ้่ว 50 กรัม, น้ำต้มใบเตย (ที่พักไว้จนเย็นสนิท) 400 กรัม

•ส่วนผสมน้ำเชื่อม ... น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง ,น้ำต้มใบเตย 1 ถ้วยตวง 
ตั้งไฟให้เดือดพักไว้ให้เย็น 

•ส่วนผสมกะทิ ... มะพร้าวขูดขาว 500 กรัม เติมน้ำต้มสุก ประมาณ 1 ถ้วยตวง 
คั้นข้น ๆ เติมเกลือป่น เล็กน้อย (ชิมออกเค็มนิดๆ)

วิธีทำ ตัวขนมซ่าหริ่ม
ผสมแป้งกับน้ำต้มใบเตยให้เข้ากัน หยดสีผสมอาหารลงไป 1-2 หยด (จะใช้สีธรรมชาติก็ได้เช่นกัน)
ตั้งไปอ่อน กวนจนข้น 
กดลงพิมพ์ ให้ตัวขนมซ่าหริ่มลงในน้ำเย็น ทันที
ตามภาพค่ะ

รอให้เช็ทตัวดี จึงตักขึ้นใส่กระชอน พักให้สะเด็ดน้ำ


ได้ตัวซ่าหริ่มแล้ว ...



จัดเรียงไว้เป็นสีๆ
เมื่อจะรับประทาน ก็เติมน้ำเชื่อม และกะทิสดลงไป
ใส่น้ำแข็งทุบ
รับประทานได้ ...


credit by : https://www.gotoknow.org/posts/534292

Read More...


ขนมสอดไส้

ขนมสอดไส้เป็นขนมไทยอีกอย่างหนึ่ง ที่ปัจจุบันมีขายน้อยนัก เหตุจากหลายปัจจัย 
เช่น ต้นทุนวัตถุดิบหลักมะพร้าวแพงขึ้น และใบตองในเมืองก็หายากขึ้น
จึงมีการดัดแปลงรูปทรงของขนมสอดไส้กันใหม่ใส่ถ้วยพลาสติกแทนห่อด้วยใบตอง 
แบบที่เรียกว่า ขนมไทยใส่ไอเดีย ทำนองนั้

มาดูขั้นตอนการทำกันนะคะ
  • 1. เตรียมมะพร้าวสำหรับทำไส้ขนม  

     


•ประกอบด้วย :
มะพร้าวทึนทึกขูด 250 กรัม , น้ำตาลโตนด(น้ำตาลแว่น) 200 กรัม , น้ำเปล่า ประมาณ 100 กรัม 

•วิธีทำ :
  • ผสมทุกอย่างลงในกระทะทอง > เปิดไฟอ่อนปานกลาง >กวนจนส่วนผสมแห้งเหนียว >
  • ตักขึ้น > พักไว้ให้เย็น  > เมื่อเย็นแล้ว ปั้นเป็นก้อน  ส่วนนี้ได้ประมาณ 40 - 45  ก้อน
  • 2. พักไส้ไว้ก่อน มาเริ่มทำใบตองสำหรับห่อ"ขนมสอดไส้" กันค่ะ ...

     
•ใบตองที่ผึ่งไว้แห้งหมาดๆ ฉีกใบตองแล้วเช็ดให้สะอาด เตรียมสำหรับห่อ 2 ขนาด

และ ส่วนสำหรับคาด เราใช้ใบมะพร้าว หรือใบเตยแทนก็ได้หากหาใบมะพร้าวไม่ได้ 

1.ใบตองชั้นนอก  ฉีกกว้างประมาณ 5¼ นิ้ว เจียนใบตองชั้นนอก ขนาด  5× 9 นิ้ว 

2.ใบตองชั้นใน ฉีกเล็กกว่า กว้างประมาณ 4 ¼ นิ้ว  ,เจียนใบตองชั้นในขนาด  4 × 6 นิ้ว

3.วันนี้ใช้เป็นใบเตยไว้สำหรับคาด (แม่ฉันเรียกว่า เตี่ยว) ขนาดกว้าง ½ นิ้ว ยาว 12 นิ้ว 

4.ไม้กลัด ใช้ไม้เสียบลูกชิ้นมาผ่าตัดเล็กๆ หรือ ใช้ไม้จิ้มฟันแทนก็ได้ค่ะ 
  • 3. เมื่อทำใบตองเสร็จแล้ว เราก็มาเตรียม นวดแป้งชั้นใน


•ประกอบด้วย :

แป้งข้าวเหนียวดำ 100 กรัม ,แป้งข้าวเหนียวขาว 200 กรัม
และน้ำสะอาด 220 กรัม

•วิธีทำ :

1.ผสมรวมกัน แล้วนวดกับน้ำสะอาด  จนนิ่มมือ 

2.แบ่งเป็นก้อนแล้วแผ่ออกบางๆ > วางไส้ที่ปั้นไว้ > ห่อให้มิด 


3.ทำจนหมดแป้งเรียงไว้ ห่างๆไม่ให้ติดกัน นะคะ พักไว้ 
  • 4. เตรียมส่วนผสมของแป้งชั้นนอก 

     
•ประกอบด้วย :
กะทิ 1125 กรัม หรือ 5 ถ้วยตวง (คั้นจากมะพร้าว 500 กรัม) ,

แป้งข้าวเจ้าแห้ง 125 กรัม , น้ำตาลทราย 45 กรัม ,

และเกลือป่น 2 ½ ช้อนชา

•วิธีทำ 
1.คั้นกะทิ กรองเอากากออก ใส่ลงในกระทะ

2.เติมแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทรายและเกลือป่นลงไป

3.เปิดไฟอ่อนปานกลาง กวนจนส่วนผสมข้น (ตามภาพ)

4.ตักออกจากกระทะใส่ชามไว้นะคะ

(** ข้อควรระวัง ขั้นตอนนี้หากใส่ไว้ในกระทะแป้งจะแข็งเร็วก่อนเราจะห่อหมด )
  • 5.เตรียมห่อขนมสอดไส้ 

     
1.เรียงใบตองซ้อนกัน ใบชั้นนอกกับใบชั้นใน เอาด้านเงาออกด้านนอกนะคะ 

2.หยิบแป้งที่ห่อไส้ไว้ใส่ลงในส่วนผสมที่กวนได้ที่แล้ว 
ตัก 1 ก้อนคลุกให้ทั่ว จึงตักขึ้นวางบนใบตอง

3.วางเรียงๆไว้นะคะ วางไว้สักครู่แป้งจะอุ่นลง จะห่อง่ายกว่า แป้งขณะที่ยังร้อนๆ


4.ห่อแบบทรงสูง > ใช้ใบเตยคาด  > กลัดด้วยไม้กลัด


5.วางเรียงในรังถึง ห่อจนหมด > นึ่งให้สุก >
โดยตั้งน้ำให้เดือดก่อนแล้วจึงวางขนมขึ้นบนรังถึง > จับเวลานึ่ง 10 -15 นาที 

6.เช็คดูก่อนนะคะ ว่า สุกทั่วหรือไม่ ก่อนจะยกลงค่ะ 
หากแป้งชั้นในยังแข็งแสดงว่ายังไม่สุก ก็ให้นึ่งต่อ ค่ะ 

7.ได้แล้วนะคะ "ขนมสอดไส้" ขนมไทยแสนอร่อย ห๊อม หอม 

การจัดเสริฟขนมสอดไส้นั้นจะต้องรอให้เย็นสนิทก่อนนะคะเพื่อให้แป้งเช็ทตัวไม่นิ่มเกินไป 
•ขอขอบคุณสูตรดีๆ จากต้นตำรา อาหาร-ขนม โดย 
อาจารย์เสริมพร สาตรพันธุ์ วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร 

credit by :  https://www.gotoknow.org/posts/497545

Read More...


ขนมชั้นใบเตย "ขนมไทยถาดเล็ก"

ขนมชั้นใบเตย "ขนมไทยถาดเล็ก" 

•ภาพ : ขนมชั้นใบเตยถาดเล็ก  ขนาดถาด 12×12×2.5 ซม

มาดูส่วนผสมและขั้นตอนการทำกันนะคะ

ส่วนผสม สูตร 8 ถาด (ขนาดถาด12×12×2.5 ซม.)

ประกอบด้วย 


  • แป้งข้าวเจ้า 90 กรัม
  • แป้งมัน 416 กรัม
  • น้ำตาลทราย 874 กรัม
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • กะทิ 1320 กรัม (คั้นจากมะพร้าวขูด 500 กรัม)

  • ** การคั้นด้วย ถ้าต้องการให้ขนมหอมขึ้น ก็คั้นมะพร้าวด้วยน้ำใบเตยต้ม พักไว้จนอุ่นๆ


    วิธีทำ 

    • 1 ) คั้นกะทิ ตามสูตรกำหนด กรองด้วยกระชอน แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางอีกครั้ง
    • 2 ) นวดแป้งทั้งสองชนิด กับกะทิ ให้พอนวดได้ ข้นๆ นวดไปเรื่อยๆ นาน 5 นาที
    • *** การนวดเพื่อให้แป้งเหนียวนุ่ม การนวดทำให้แป้งเกิดโครงสร้างทำให้ที่ได้ขนมนั้นเหนียวนุ่ม หากเราไม่นวด ทำการคนผสมเลย จะได้ขนมที่แฉะนิ่มไม่เหนียวนุ่ม แต่หากนวดนานเกินไปขนมก็จะกระด้างไป จึงต้องนวดแต่พอดี ก็จะได้ขนมอร่อยๆ 
    • 3 ) เมื่อครบเวลา เติมน้ำตาลทรายลงนวดต่อ ค่อยๆคลายด้วยกะทิ ที่เหลือ จนหมด
    • *** กรณี ที่ต้องการใช้สีธรรมชาติคือน้ำคั้นใบเตย ให้แบ่งกะทิ เอาไว้ด้วย (แบ่งออกจาก 1320 กรัม นะคะ เป็น สามส่วน คือไว้ผสมในสีขาว 200 กรัม และ นำไปคั้นกับใบเตย 200 กรัมค่ะ และส่วนที่นวดกับแป้ง 920 กรัม )
    • 4 ) เมื่อเรานวดในขั้นตอนที่ 3)เสร็จ ก็แบ่ง น้ำแป้งออกเป็น 2 ส่วน เท่าๆกันค่ะ (เราก็จะได้น้ำแป้งส่วนละ 1150 กรัม)  ส่วนที่ 1. เติมน้ำกะทิ ทำสีขาว และส่วนที่ 2 เติมน้ำกะทิสีใบเตย ทำสีเขียว 
    • 5 ) ตั้งน้ำในลังถึง 3/4 ของก้นลังถึง ต้มจนเดือนพล่านๆไฟแรง ๆ
    • 6) เรียงถาดเล็กๆ 8 ถาดในลึงถึง (หากไม่มี ลังถึงใหญ่ ก็แบ่งนึ่งหลายรอบ)
    • 7) หยอดแป้งให้แป้งหนา พอประมาณ ถาดนี้นึ่งได้ 6ชั้น น้ำหนักหลังนึ่ง ประมาณ 350 กรัมต่อถาด
    • 8 ) นึ่งชั้นละ 4-5 นาที 
    • 9) เมื่อชั้นที่ 1 สุก ก็เปิดฝาลังถึงหยอดชั้นต่อไป เรื่อยๆ จนหมด แป้ง หรือเต็มถาด 
    • 10 ) ยกลง วางพักบนตะแกรง รอจนเย็นสนิท ตัดเป็นชิ้น ตามต้องการ 
     

    • 11 )หุ้มด้วยพลาสติกใส นำออกจำหน่าย จ่ายแจก ได้ 
    credit by :https://www.gotoknow.org/posts/517812



    Read More...


    หมั่นโถวมันเทศผสมงาดำ

    หมั่นโถวมันเทศผสมงาดำ


    หมั่นโถว นั่นก็คือ ซาลาเปาไม่มีไส้

    หมั่นโถวเป็นอาหารจีนที่มักจะรับประทานควบคู่กับ เป็ดปักกิ่ง ขาหมูตุ๋น  "ขาหมูหมั่นโถว" ชื่อเมนูจากภัตตคารจีนที่คุ้นหูนักชิมทั้งหลาย

    ในการทำครั้งนี้เติมมันเทศนึ่งและงาดำคั่วบดลงไปด้วย ช่วยเพิ่มรสชาติและคุณค่าทางอาหารลงไปด้วย มันเทศ มีประโยชน์คุณค่ามากมาย 

    เมล็ดงา ธัญพืชเมล็ดจิ๋ว ที่ มากคุณค่า ถ้าจะให้รับประทานเพื่อให้ได้คุณค่าเต็มๆร่างกายย่อยได้ นั่นคือต้องเป็นงาบดละเอียด เพราะว่า งาทั้งเมล็ด ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดฃึมสารอาหารจากเมล็ดงานั้นได้

    สำหรับบันทึกนี้ 
    มีส่วนผสมและขั้นตอนการทำ "หมั่นโถวมันเทศผสมงาดำ" มาฝากนะคะ  จากสูตรที่ได้ทดลองทำเมื่อหลายวันก่อน 

    มาดูกันค่ะ 
    ส่วนผสมประกอบด้วย


    • แป้งสาลี 500 กรัม
    • มันเทศนึ่งบด 500 กรัม
    • ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำตาลทราย 120 กรัม
    • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
    • งาดำป่น 3 ช้อนโต๊ะ 
    • น้ำมันรำข้าว 30 กรัม
    • น้ำอุ่น 120 กรัม

    วิธีทำ
    • ผสมส่วนผสมทั้งหมดผสมให้เข้าด้วยกัน ยกเว้น น้ำมันรำข้าว
    • นวดด้วยเครื่องหรือนวดด้วยมือจนแป้งเข้ากันดี 
    • เติมน้ำมันรำข้าวลงไปนวดผสมจนแป้งเนียนนุ่มไม่ติดมือ
    • พักแป้งไว้ประมาณ 15 นาที ก่อนขึ้นรูป
    • ...

    การขึ้นรูป (ส่วนนี้ได้ 24 ชื้น)
    • ตัดแป้งเป็นก้อน น้ำหนัก 50 กรัมต่อก้อน หรือแบ่งเท่ากันตามต้องการ
    • คลึงแต่ก้อนให้เรียบเนียน เรียงๆไว้ตามลำดับก่อนหลัง
    • จากนั้นก็เริ่มจากก้อนที่1 นำมารีดให้แผ่ออก
    • แล้วม้วนหรือขึ้นรูปแบบต่างๆตามต้องการ
    • วางบนกระดาษซาลาเปา หรือ ถ้วยคัพเค้ก
    • ทำจนหมดแป้ง 
    • พักไว้ให้ขึ้นเป็นสองเท่า เวลาพักประมาณ 40-50 นาที ก่อนนึ่ง
    • ...

    การนึ่ง
    • เมื่อขึ้นฟูแล้ว
    • นำไปนึ่งในลังถึงที่น้ำเดือดพล่าน
    • นึ่งนาน 15 นาที
    • เมื่อสุก จัดเสริฟร้อนๆ
    • ...
    • หรือหากต้องทำเก็บไว้ ให้วางพักบนตะแกรงจนเย็น


    เมื่อเย็นสนิท จัดเก็บใส่กล่อง 
    เข้าตู้เย็นไว้ได้นาน ประมาณ 7-10 วันในตู้เย็น ช่องธรรมดา
    ...



    เมื่อจะรับประทานก็นำมาอุ่นร้อนๆ 

    credit by : https://www.gotoknow.org/posts/525678

    Read More...


    ขนมแป้งจี่ผสมข้าวกล้องงอก

    ขนมแป้งจี่เป็นขนมที่มีส่วนผสมเหมือนกับขนมบ้าบิ่น ต่างกันที่การทำให้สุก คือขนมบ้าบิ่นจะนำส่วนผสมไปกวนก่อนจากนั้นก็นำไปอบให้ด้านนอกกรอบด้านในนุ่ม ส่วนขนมแป้งจี่จะทำให้สุกโดยการจี่ในกระทะ ส่วนประกอบหลักของขนมแป้งจี่ ประกอบด้วย แป้งข้าวเหนียว ขาวหรือดำก็ได้ หากเป็นข้าวเหนียวดำจะมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าข้าวเหนียวขาว และอื่นๆก็มี แป้งข้าวเจ้า มะพร้าว ไข่ไก่ ปรุงรสด้วย น้ำตาล เติมเกลือป่นเล็กน้อย

    วันนี้ ทำการปรับเปลี่ยนส่วนผสมเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับขนม  นำข้าวสวยจากข้าวกล้องงอก งาขาวงาดำคั่วหอมเติมลงไป จากการทดลองพบว่าได้ลักษณะของขนมที่นุ่มด้านใน มีรสชาติดี หวานน้อย กลมกล่อม 

    จึงนำมาบันทึกช่วยจำไว้
    มาดูส่วนผสมกันค่ะ

    ส่วนผสมประกอบด้วย
    • แป้งข้าวเหนียวดำ 120 กรัม
    • แป้งข้าวเจ้า 25 กรัม
    • มะพร้าวทึนทึกขูด 250 กรัม
    • น้ำตาลทรายแดง 100 กรัม
    • น้ำเปล่า 125 กรัม
    • ไข่ไก่ 1 ฟอง
    • งาขาวและงาดำ อย่างละ 10 กรัม (1ช้อนโต๊ะ)
    • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
    • ข้าวสวย (ที่หุงจากข้าวกล้องงอก) 60 กรัม

    วิธีทำ
    • ผสมส่วนของแห้งกับมะพร้าว นวดให้เข้ากัน
    • เติมน้ำเปล่า และไข่ไก่ผสมจนเข้ากัน
    • พักส่วนผสมแป้งไว้ ประมาณ 30 นาที ก่อนทำให้สุกโดยการจี่ในกระทะ 
    การจี่ขนม
    • ตั้งกระทะให้ร้อนใช้ไฟอ่อน 
    • หยอดแป้งลงประมาณ 1ช้อนชา
    • เมื่อแป้งเริ่มแข็งตัวและเปลี่ยนสี
    • พลิกกลับด้าน จี่จนขนมสุกทั่วทั้งชิ้น ตักขึ้น เสริฟร้อนๆ 

    หรือจะจี่แบบในพิมพ์ไข่ดาวก็ได้นะคะ แบบนี้ชิ้นจะใหญ่ขึ้นมาหน่อย 
    เสร็จแล้วตัดเป็นชิ้น

    ขนม แป้งจี่ ที่ปรุงจากแป้งข้าวเหนียวดำผสมด้วยข้าวสวยจากข้าวกล้องงอกและเติมงาขาวงาดำ ลงไป ช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้กับขนมไทย พร้อมเสริฟแล้ว ...

    ยามนี้ อาหารสุขภาพ มาแรง ให้ทันกระแสสักเล็กน้อย

    ขนมไทย หวานน้อย มากด้วยคุณค่า  ปรุงเองได้ ง่ายๆ 



    สาระดี ๆ เกี่ยวกับข้าวเหนียวดำ มีมาฝาก

    ข้าว เหนียวมี 2 สี คือ สีขาวและสีดำ แต่ข้าวเหนียวดำจะมีสารอาหาร  ที่เป็นประโยชน์มากกว่าข้าวเหนียวขาว สารอาหารที่ว่า คือ “โอพีซี”  มีสรรพคุณช่วยชะลอการแก่ก่อนวัย และความเสื่อม ถอยของร่างกาย
    โดยสาร โอพีซีที่พบในข้าวเหนียวดำ เป็นสารชนิดเดียวกับสารสกัดที่ได้  จากองุ่นดำองุ่นแดง เปลือกสน ทั้งนี้สาร โอพีซียังพบใน แอป เปิ้ลแดง แอปเปิ้ลฟูจิ มะเขือม่วง หอมแดง ถั่วแดง ถั่วดำ มันสีม่วง ชมพู่มะเหมี่ยว ลูกหว้า
    ด้วยข้อดีของข้าวเหนียว คือ เป็นอาหารร่าเริง ทำให้สมองสงบ คลายเครียด กินแล้วจะรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้อิ่มท้องนาน เข้ากับยุควิกฤติเศรษฐกิจปัจจุบัน

    สารสำคัญในข้าวเหนียว คือ ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก มีสรรพคุณในการสร้างเม็ดเลือด ทำให้เม็ดเลือดสมบูรณ์ นอกจากนี้ข้าวเหนียวยังอุดมไปด้วยวิตามินอี มีสรรพคุณ ช่วยป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบ ป้องกันปัญหาวุ้นนัยน์ตาเสื่อม

    การ นำข้าวเหนียวดำไปทำข้าวหมาก จะทำให้ได้วิตามินบี 12 ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง และการนำข้าวเหนียวไปทำเป็นของหวาน โดยเอาไปมูลกับน้ำกะทิ น้ำกะทิจะช่วยสกัดวิตามินอีออกมา แต่ไม่ควรรับประทานมาก เพราะอาจทำให้อ้วน และได้รับน้ำตาลมากจนเกินไป

    ข้อเสียของข้าวเหนียวก็มีเช่นกัน คือ ข้าวเหนียวให้พลังงานเยอะ ก็จะให้อนุมูลอิสระเยอะตามไปด้วย เมื่อกินเข้าไปมาก ๆ จะทำให้ง่วงนอน นอกจากนี้ในข้าวเหนียว โดยเฉพาะข้าวเหนียวขาวยังมีสารกลูเต็น ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดความเหนียวหนืด อาจทำให้บางคนเกิดอาการแพ้ได้

    ใน กรณีผู้สูงอายุ และเด็ก อาจจะทำให้ติดคอ อุดตันลำไส้ หรือทำให้อึดอัดท้อง ระบบทางเดินอาหารไม่ปกติได้ ดังนั้นในผู้ที่มีปัญหาระบบการย่อยอาหารไม่ดี เป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว ไม่ควรกินข้าวเหนียวในปริมาณมาก และควรเน้นไปที่ข้าวเหนียวดำจะดีกว่า

    สิ่งสำคัญ คือ กินข้าวเหนียวทุกครั้งควรเคี้ยวให้ละเอียด เพื่อจะได้ย่อยง่าย ๆ และควรกินในตอนเช้าจะเหมาะสมกว่าในตอนเย็น
    ที่มา :  เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 22 ก.พ. 2552
    บทความเพิ่มเติม คัดลอก จากที่นี่ > http://lib.ku.ac.th/blog/?p=946 ขอบคุณค่ะ

    Read More...


    ‘บ้าบิ่นธัญพืช’ ชูจุดขาย ‘เพื่อสุขภาพ’



    การทำขนมไทย ในอดีต ต้องใช้เวลามาก ทุกขั้นตอน มีการประดิดประดอยปั้นแต่งด้วยมือ
    อาศัยกรรมวิธีธรรมชาติ ช่วยเพิ่มสีสัน และความหอม ให้ขนมไทยสวยงาม น่ารับประทานยิ่งขึ้น
    แต่มีขนมไทยบางชนิด ต้องอาศัยการผ่านความร้อนจากเตา เพื่อช่วยให้ขนมสุก มีรสชาติหอมหวาน
    และเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ “ขนมบ้าบิ่น” ที่ผิวด้านบน และก้นจะเกรียมเหลือง แต่ข้างในจะนุ่มเหนียวอร่อยและเป็นอีกหนึ่ง “ช่องทาง ทำกิน”

    “ขนมบ้าบิ่น” มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา จนถึงปัจจุบันได้มีการพัฒนาเพิ่มคุณค่า และประโยชน์ ให้กับผู้ที่ชอบรับประทานขนมบ้าบิ่น อย่างที่ เอ๋-พิกุล วัยยาว นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาอาหารและโภชนาการ
    คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี คิดทำ “ขนมบ้าบิ่นธัญพืช”

    เอ๋บอกว่า ขนมบ้าบิ่นเป็นขนมไทยโบราณที่นิยมรับประทานกันทุกเทศกาล ซึ่งแนวคิดทำบ้าบิ่นธัญพืช มาจากการที่เล็งเห็นว่า ขนมไทย โดยเฉพาะ ขนมบ้าบิ่น จะมีส่วนผสมของแป้ง และมะพร้าว เป็นหลัก โดยจะได้คุณค่าทางโภชนาการไม่ครบถ้วน จึงได้คิดที่จะเพิ่มคุณค่าทางอาหาร ด้วยการเพิ่ม “ธัญพืช” ลงไป

    ได้แก่ งาดำ, งาขาว, ลูกเดือย โดยในงาดำ และงาขาว มีกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวสูง
    กรดนี้จะช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอ รอล ไม่ให้มีมากเกินไป ป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแข็ง ป้องกันโรคหัวใจอุดมไปด้วยวิตามินบี, บี 1, บี 2 ช่วยบำรุงประสาท มีวิตามินอี ทำให้ร่างกายสดชื่น
    ถ้าบริโภคเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคเหน็บชา บำรุงกระดูก ป้องกันท้องผูก ขณะที่ลูกเดือยนั้นเป็นอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกายสูง จึงมีสรรพคุณในการบำรุงกำลัง และยังมีโปรตีนสูงเทียบเท่าโปรตีนที่ได้จาก ข้าวโอ๊ต

    ขนมบ้าบิ่นธัญพืช

    การทำ “ขนมบ้าบิ่นธัญพืช” ส่วนผสมหลัก ๆ ตามสูตรจะ ประกอบด้วย
    แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม
    แป้งข้าวเหนียว 240 กรัม
    น้ำตาลทรายขาว 350 กรัม
    กะทิ 250 กรัม
    มะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้น 500 กรัม
    ไข่ไก่ (เบอร์1) 1 ฟอง
    ลูกเดือย 50 กรัม
    งาขาว 50 กรัม
    งาดำ 50 กรัม
    เกลือนิดหน่อย

    สำหรับ วัสดุอุปกรณ์ ที่ต้องใช้ก็มี
    เตาแก๊ส, ถาด, ไม้พาย, กระต่ายขูดมะพร้าว, หม้อสเตนเลส, กระทะทรงแบน, กระทะทำอาหาร, ตะหลิว,เกรียงสำหรับกลับขนม, กะละมังหลายขนาด, พิมพ์วงกลม และอุปกรณ์เครื่องครัวเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ

    ขนมบ้าบิ่นธัญพืช

    ขั้นตอนการทำ “ขนมบ้าบิ่นธัญพืช”
    เริ่มจากนำแป้งข้าวเหนียว และแป้งข้าวเจ้าที่เตรียมไว้มาทำการร่อน แล้วตั้งพักไว้สักครู่
    นำมะพร้าวทึนทึกมาขูดให้เป็นเส้น เสร็จแล้วจึงนำเอาแป้งทั้งสองชนิดที่ร่อนเรียบร้อยแล้ว
    มาผสมกับมะพร้าวขูดเส้นในภาชนะปากกว้าง
    ทำการคลุกเคล้าแล้วนวดให้ส่วนผสมเข้ากันจนมีน้ำกะทิออกมา พักไว้
    ผสมน้ำตาลทรายขาว กะทิ เกลือ ไข่ไก่ แล้วคนให้น้ำตาลทราย และเกลือละลายเข้ากันดี
    จากนั้นให้นำส่วนผสมที่ได้ไปเทใส่ส่วนผสมมะพร้าวกับแป้งที่เตรียมไว้ ใช้ไม้พายคนให้เข้ากัน

    ในส่วนของลูกเดือย แช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ก่อนจะนำไปต้มให้สุก กรองให้สะเด็ดน้ำ
    ส่วนงาดำ-งาขาว นำมาคั่วด้วยไฟอ่อนให้มีกลิ่นหอม ก่อนจะใส่ธัญพืชเหล่านี้ตามลงไปในส่วนผสมบ้าบิ่นทำการคนส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง ตั้งพักทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที

    พอพักทิ้งไว้จนได้เวลาแล้ว ให้ตั้งกระทะแบนบนเตาพอร้อน
    นำพิมพ์ทรงกลมที่แช่น้ำมันมาวางบนกระทะทรงแบน
    ตักส่วนผสมบ้าบิ่นใส่ลงในพิมพ์ ใช้ไฟอ่อน (เรียกว่าการจี่ด้วยกระทะ) เกลี่ยให้สวยงาม

    เมื่อขนมด้านหนึ่งสุกก็กลับด้าน กลับไปกลับมาจนทั้งสองด้านของขนมเกรียม
    และมีสีเหลืองน้ำตาลน่ารับประทาน ให้ตักใส่ภาชนะ เท่านี้ก็จะได้ “ขนมบ้าบิ่นธัญพืช” ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

    ขนมบ้าบิ่นธัญพืช

    หากเป็นการทำขาย ก็ตั้งราคาขายให้มีกำไรประมาณ 40% ต้นทุนเฉพาะวัตถุดิบประมาณ 60%

    “ขนมบ้าบิ่นธัญพืช” สูตรนี้ ทางเจ้าของไอเดียไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
    ท่านใดสนใจนำไปทดลอง-พลิกแพลงทำขายเป็นอาชีพก็ตามสะดวก
    หรือถ้าต้องการติดต่อ สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมจาก เอ๋-พิกุล ก็ติดต่อได้ที่ โทร. 08-7114-3087.

    เชาวลี ชุมขำ รายงาน
    ที่มา เดลินิวส์

    credit by :  http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=anotherside&month=06-2009&date=13&group=12&gblog=60

    Read More...


    ‘ขนมบ้าบินสด’ชูภูมิปัญญาสร้างเงิน!!


    หากจะเอ่ยถึงขนมไทยนานาชนิดแล้ว หลายคนคงจะนึกถึงบัวลอย ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุน ขนมชั้น ฯลฯ แต่สำหรับเจ้าขนมชนิดนี้ ชื่อออกจะแปลก ๆ ไม่น่าฟัง และไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นชื่อขนมได้ แต่ถ้าพูดถึงความอร่อย หากลองทานจะติดใจจนไม่ลืมเลย คือ “ขนมบ้าบิ่น” นั่นเอง ซึ่งวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก ใช้เงินลงทุนน้อย แถมสร้างกำไรได้ดีพอสมควร ทีมงาน “ช่องทางทำกิน” จึงนำข้อมูลมาเสนอ ซึ่งนอกจากจะใช้ในการประกอบอาชีพแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์สูตรขนมไทยโบราณไว้ให้คนรุ่นหลังอีกด้วย

    ณรงค์ ปันสังข์ หรือ “ลุงเหน่ง” เจ้าของร้านขนมบ้าบิ่นสด คลองลัดมะยม เล่าให้ฟังว่า ทำขนมบ้าบิ่นสดขายมานานประมาณ 7 ปีแล้ว ซึ่งเดิมนั้นตนและแฟนขายผลไม้ดองตามตลาดนัดและตลาดนํ้า ช่วงที่กำลังมองหารายได้เสริมและหาอาชีพสำรองเตรียมไว้ให้ลูก ๆ จังหวะพอดีกับที่เพื่อนมาเยี่ยมและรู้ว่าตนชอบกินขนมไทยโบราณ จึงเอาสูตรการทำขนมบ้าบิ่นแบบคร่าว ๆ มาให้ ตนก็เอาสูตรเดิมมาปรับทำใหม่ ให้มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกับเจ้าอื่น และทำโชว์กันเห็น ๆ

    “ขนมบ้าบิ่นของผม เป็นสูตรบ้าบิ่นแป้งสด รสชาติจะหอมหวานไม่เหมือนใคร มีเอกลักษณ์ในแบบฉบับเฉพาะตัว ผมใช้มะพร้าวนํ้าหอมเป็นส่วนผสมหลัก เพราะเนื้อไม่แข็งหรือนิ่มมากเกินไป เมื่อทำการย่างหรือจี่ขนมบนเตาสุกแล้ว ขนมจะมีรสชาติที่หอมหวานด้วยกลิ่นมะพร้าว มีลักษณะดีคือ กรอบนอก นุ่มใน สามารถนำมาเป็นของขวัญของฝากสำหรับใครหลาย ๆ คนได้ ใครที่เคยรับประทานขนมบ้าบิ่นมาบ้างแล้ว จะรู้ได้เลยว่า ขนมบ้าบิ่นที่ตลาดนํ้าคลองลัดมะยมแห่งนี้ มีรสชาติที่แตกต่างจากเจ้าอื่น รับประทานแล้วจะติดใจ ต้องหาขนมบ้าบิ่นมารับประทานอีกแน่นอน”

    ลุงเหน่ง บอกอีกว่า วัตถุดิบหรือส่วนผสมที่ใช้ในการทำขนมจะเน้นความเป็นธรรมชาติ ทั้งสี กลิ่น และรสชาติ ขนมบ้าบิ่นของที่ร้านจะมี 2 สีจากแป้งข้าวเหนียวดำและแป้งข้าวเหนียวขาว และไม่ใส่นํ้านมแมวมาปรุงแต่งกลิ่น

    อุปกรณ์ ที่ใช้มี…กระทะทรงแบน, เตาแก๊ส, เกียงสำหรับแซะ (กลับ)ขนม, หม้อสเตนเลส, ทัพพี, ถาด, กะละมัง, เล็บแมวขูดมะพร้าว และเครื่องใช้อื่น ๆ สามารถหยิบฉวยเอาได้จากในครัว

    วัตถุดิบ หลัก ๆ มี...มะพร้าวนํ้าหอมทึนทึกขูดเป็นเส้น 1 กิโลกรัม, แป้งข้าวเหนียว (ดำหรือขาวก็ได้) 5 ขีด, นํ้าตาลโตนด 2 ขีด, นํ้าตาลทราย 2 ขีด, ไข่เป็ด 1 ฟอง, นํ้ากะทิ 1 ขีด, นํ้าลอยดอกมะลิ 2 แก้ว, เกลือป่น และนํ้ามันพืช

    ขั้นตอนการทำ “ขนมบ้าบิ่นสด”

    เริ่มจากนำมะพร้าวเฉาะเอานํ้าออกและผ่าซีก ก่อนจะนำเล็บแมวมาขูดมะพร้าวให้เป็นเส้น เตรียมไว้ในภาชนะ

    นำแป้งข้าวเหนียว นํ้าตาลโตนด และมะพร้าวขูดเส้นที่เตรียมไว้ใส่อ่างผสม ใช้มือนวดให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วทำการขยำ ๆ ให้ความมันในมะพร้าวออกมาจนเป็นนํ้ากะทิ

    เสร็จแล้วต่อยไข่ใส่ลงไป ตามด้วยนํ้ากะทิ นํ้าตาลทราย เกลือ และนํ้าลอยดอกมะลิที่เตรียมไว้ คนส่วนผสมให้เข้ากันดี ยกขึ้นตั้งไฟปานกลางสักครู่ คนเบา ๆ สังเกตให้ส่วนผสมของแป้งมะพร้าวมีลักษณะข้นและพอสุกเล็กน้อย ให้ยกลงตั้งพักไว้ให้เย็น

    ต่อไปเป็นขั้นตอนการทำให้สุกด้วยการปิ้ง ย่าง หรือจี่ โดยนำกระทะทรงแบน ตั้งบนเตาใช้ไฟอ่อน ๆ พอกระทะร้อน ใช้ผ้าชุบนํ้ามันทาบนกระทะพอหมาด ๆ ให้ทั่ว ใช้ช้อนตักส่วนผสมขนมบ้าบิ่นหยอดลงบนกระทะ ทำการเกลี่ยให้สวยงาม

    เมื่อขนมด้านหนึ่งสุกก็กลับด้าน กลับไปกลับมาจนทั้งสองด้านของขนมเกรียม และมีสีเหลืองนํ้าตาลน่ารับประทาน ให้ตักใส่ภาชนะ เท่านี้ก็จะได้ “ขนมบ้าบิ่นสด” มารับประทาน

    เคล็ดลับความอร่อยของขนมบ้าบิ่นสด ลุงเหน่ง บอกว่า นอกจากมะพร้าวนํ้าหอมที่มีขนาดกำลังดี ไม่แก่หรือไม่อ่อนเกินไป การผสมแป้งข้าวเหนียวต้องไม่แข็งและไม่เหลวจนเกินไปด้วย

    สำหรับราคาขาย ขนมบ้าบิ่นสดร้านนี้ ขาย 8 ชิ้น 20 บาท!!

    ใครสนใจ “ขนมบ้าบิ่นสด” ร้านนี้ ก็แวะเวียนไปลองชิมกันดูได้ ร้านอยู่ที่ตลาดนํ้าคลองลัดมะยม โซน 2 ขายทุกเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ต้องการสั่งไปใช้ในงานบุญ การเลี้ยง หรืองานเทศกาลต่าง ๆ ติดต่อสอบถามที่ลุงเหน่ง 08-9244-1685 และนี่ก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจและน่าอนุรักษ์.

    เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง /พิชญวัฒน์ ปรุงศักดิ์ : ภาพ

    คู่มือลงทุน...ขนมบ้าบิ่นสด

    ทุนอุปกรณ์ ประมาณ 5,000 บาทขึ้นไป

    ทุนวัตถุดิบ ประมาณ 60% ของราคา

    รายได้ ราคาขาย 20 บาท / 8 ชิ้น

    แรงงาน ตั้งแต่ 1-2 คนขึ้นไป

    ตลาด ตลาดน้ำ, ชุมชน, ตลาดนัดทั่วไป

    จุดน่าสนใจ ปรับสูตรทำขายได้ทุกเทศกาล

    credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/276398/‘ขนมบ้าบินสด’ชูภูมิปัญญาสร้างเงิน!!




    Read More...


    วิธีทำวิงส์ไก่แซ่บ ฉบับ Homemadeให้รสชาติเหมือน KFC

    วิงส์ไก่แซ่บ ฉบับ Homemade

    เครื่องปรุงสูตรอาหารอาหารอาหารคาว
    มาทำวิงส์ไก่แซ่บกันเถอะ อยู่ไกล๊...ไกล ทำเองดีกว่าาา เริ่มกันเลยค่ะ
    วัตถุดิบมีดังนี้นะคะ
    1.ปีกไก่บน(แม่เรียกน่องน้อย) 1 กิโล
    2.ผงลาบ 1 ซอง
    3.แป้งเอนกประสงค์ 200-300 กรัม
    4.น้ำมันพืช
    5.ไข่ไก่1ฟอง


    วิธีทำมีดังนี้ค่ะ


    ล้างไก่ให้สะอาด นำไปแช่น้ำเกลือเพื่อเพิ่มรสชาติ1คืน (เราไม่มีเวลาขนาดนั้น ลดเหลือ5ชั่วโมงพอ555)


    ครบ5ชั่วโมง นำไก่มาสะเด็ดน้ำ ใช้กระดาษซับน้ำออกให้แห้ง


    จากนั้นนำไก่มาชุบแป้งเปล่าแล้วเคาะๆให้แป้งติดแค่ผิวไก่บางๆ


    นำแป้งเปล่ามาผสมรวมผงลาบ


    ตอกไข่รอเลยค่ะ


    ทำตามขั้นตอนที่เรียงเลยค่ะ ไก่-->ชุบไข่--->ชุบแป้งที่ผสมไว้


    เสร็จแล้วว เตรียมทอดได้เล้ย


    ทอดน้ำมันร้อนๆไฟกลางๆซัก7-10นาที


    ทอดเสร็จแล้วจ้า โซโล่ได้
    เสร็จแล้วค่ะ ลองทำดูนะคะ (สูตรนี้ได้มาจากก้นครัวนี่แหล่ะค่ะ แต่จำไม่ได้ว่าของใคร ขอบคุณมากๆนะคะ)

    อ๊ะๆแถมอีกรูป ลองเอาผงลาบมาคลุกๆๆๆๆอีกครั้ง แซ่บลืมโลกเลยทีเดียว


    Credit: http://pantip.com/topic/32563638

    Read More...


    ‘บ้าบิ่นธัญพืช’ ชูจุดขาย ‘เพื่อสุขภาพ’


    การทำขนมไทย ในอดีต ต้องใช้เวลามาก ทุกขั้นตอน มีการประดิดประดอยปั้นแต่งด้วยมือ
    อาศัยกรรมวิธีธรรมชาติ ช่วยเพิ่มสีสัน และความหอม ให้ขนมไทยสวยงาม น่ารับประทานยิ่งขึ้น
    แต่มีขนมไทยบางชนิด ต้องอาศัยการผ่านความร้อนจากเตา เพื่อช่วยให้ขนมสุก มีรสชาติหอมหวาน
    และเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ “ขนมบ้าบิ่น” ที่ผิวด้านบน และก้นจะเกรียมเหลือง แต่ข้างในจะนุ่มเหนียวอร่อย และเป็นอีกหนึ่ง “ช่องทาง ทำกิน”

    “ขนมบ้าบิ่น” มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา จนถึงปัจจุบันได้มีการพัฒนาเพิ่มคุณค่า และประโยชน์ ให้กับผู้ที่ชอบรับประทานขนมบ้าบิ่น อย่างที่ เอ๋-พิกุล วัยยาว นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาอาหารและโภชนาการ
    คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี คิดทำ “ขนมบ้าบิ่นธัญพืช”

    เอ๋บอกว่า ขนมบ้าบิ่นเป็นขนมไทยโบราณที่นิยมรับประทานกันทุกเทศกาล ซึ่งแนวคิดทำบ้าบิ่นธัญพืช มาจากการที่เล็งเห็นว่า ขนมไทย โดยเฉพาะ ขนมบ้าบิ่น จะมีส่วนผสมของแป้ง และมะพร้าว เป็นหลัก โดยจะได้คุณค่าทางโภชนาการไม่ครบถ้วน จึงได้คิดที่จะเพิ่มคุณค่าทางอาหาร ด้วยการเพิ่ม “ธัญพืช” ลงไป

    ได้แก่ งาดำ, งาขาว, ลูกเดือย โดยในงาดำ และงาขาว มีกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวสูง
    กรดนี้จะช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอ รอล ไม่ให้มีมากเกินไป ป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแข็ง ป้องกันโรคหัวใจ อุดมไปด้วยวิตามินบี, บี 1, บี 2 ช่วยบำรุงประสาท มีวิตามินอี ทำให้ร่างกายสดชื่น
    ถ้าบริโภคเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคเหน็บชา บำรุงกระดูก ป้องกันท้องผูก ขณะที่ลูกเดือยนั้นเป็นอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกายสูง จึงมีสรรพคุณในการบำรุงกำลัง และยังมีโปรตีนสูงเทียบเท่าโปรตีนที่ได้จาก ข้าวโอ๊ต

    ขนมบ้าบิ่นธัญพืช
    >

    การทำ “ขนมบ้าบิ่นธัญพืช” ส่วนผสมหลัก ๆ ตามสูตรจะ ประกอบด้วย
    แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม
    แป้งข้าวเหนียว 240 กรัม
    น้ำตาลทรายขาว 350 กรัม
    กะทิ 250 กรัม
    มะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้น 500 กรัม
    ไข่ไก่ (เบอร์1) 1 ฟอง
    ลูกเดือย 50 กรัม
    งาขาว 50 กรัม
    งาดำ 50 กรัม
    เกลือนิดหน่อย

    สำหรับ วัสดุอุปกรณ์ ที่ต้องใช้ก็มี
    เตาแก๊ส, ถาด, ไม้พาย, กระต่ายขูดมะพร้าว, หม้อสเตนเลส, กระทะทรงแบน, กระทะทำอาหาร, ตะหลิว, เกรียงสำหรับกลับขนม, กะละมังหลายขนาด, พิมพ์วงกลม และอุปกรณ์เครื่องครัวเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ

    ขนมบ้าบิ่นธัญพืช


    ขั้นตอนการทำ “ขนมบ้าบิ่นธัญพืช”
    เริ่มจากนำแป้งข้าวเหนียว และแป้งข้าวเจ้าที่เตรียมไว้มาทำการร่อน แล้วตั้งพักไว้สักครู่
    นำมะพร้าวทึนทึกมาขูดให้เป็นเส้น เสร็จแล้วจึงนำเอาแป้งทั้งสองชนิดที่ร่อนเรียบร้อยแล้ว
    มาผสมกับมะพร้าวขูดเส้นในภาชนะปากกว้าง
    ทำการคลุกเคล้าแล้วนวดให้ส่วนผสมเข้ากันจนมีน้ำกะทิออกมา พักไว้
    ผสมน้ำตาลทรายขาว กะทิ เกลือ ไข่ไก่ แล้วคนให้น้ำตาลทราย และเกลือละลายเข้ากันดี
    จากนั้นให้นำส่วนผสมที่ได้ไปเทใส่ส่วนผสมมะพร้าวกับแป้งที่เตรียมไว้ ใช้ไม้พายคนให้เข้ากัน

    ในส่วนของลูกเดือย แช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ก่อนจะนำไปต้มให้สุก กรองให้สะเด็ดน้ำ
    ส่วนงาดำ-งาขาว นำมาคั่วด้วยไฟอ่อนให้มีกลิ่นหอม ก่อนจะใส่ธัญพืชเหล่านี้ตามลงไปในส่วนผสมบ้าบิ่น ทำการคนส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง ตั้งพักทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที

    พอพักทิ้งไว้จนได้เวลาแล้ว ให้ตั้งกระทะแบนบนเตาพอร้อน
    นำพิมพ์ทรงกลมที่แช่น้ำมันมาวางบนกระทะทรงแบน
    ตักส่วนผสมบ้าบิ่นใส่ลงในพิมพ์ ใช้ไฟอ่อน (เรียกว่าการจี่ด้วยกระทะ) เกลี่ยให้สวยงาม

    เมื่อขนมด้านหนึ่งสุกก็กลับด้าน กลับไปกลับมาจนทั้งสองด้านของขนมเกรียม
    และมีสีเหลืองน้ำตาลน่ารับประทาน ให้ตักใส่ภาชนะ เท่านี้ก็จะได้ “ขนมบ้าบิ่นธัญพืช” ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

    ขนมบ้าบิ่นธัญพืช


    หากเป็นการทำขาย ก็ตั้งราคาขายให้มีกำไรประมาณ 40% ต้นทุนเฉพาะวัตถุดิบประมาณ 60%

    “ขนมบ้าบิ่นธัญพืช” สูตรนี้ ทางเจ้าของไอเดียไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
    ท่านใดสนใจนำไปทดลอง-พลิกแพลงทำขายเป็นอาชีพก็ตามสะดวก
    หรือถ้าต้องการติดต่อ สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมจาก เอ๋-พิกุล ก็ติดต่อได้ที่ โทร. 08-7114-3087.

    เชาวลี ชุมขำ รายงาน
    ที่มา เดลินิวส์

    credit by :  http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=anotherside&month=06-2009&date=13&group=12&gblog=60

    Read More...


    'กะเพราไก่คลีนฟู้ด' ถูกปากสุขภาพดี


    หยิบกระแสอาหาร “คลีน ฟู้ด” ติดมือไม้ติดมือกลับมาเมืองไทย พร้อมสำเร็จการศึกษาปริญญาโทด้าน Entrepreneurship มหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย ประเทศอังกฤษ “ฮู-นโรตม์ พิริยะรังสรรค์” หนุ่มกำยำวัย 24 ปี บุตรชาย ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ รองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กับ ดร.กรรณชฎา พิริยะรังสรรค์ ผอ.มูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี.ซี.เอฟฯ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปิ๊งไอเดียบุกเบิกไฟน์ ไดน์นิ่ง เดลิเวอรี่ ด้วยการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แก่อาหารคลีน ฟู้ด ลบคำสบประมาทว่าอาหารจานสุขภาพ ดีต่อร่างกายแต่ไม่อร่อยลิ้น ภายใต้ชื่อบริษัท เอชบีมิลเดิ้ล กรุ๊ป จำกัด ส่งความอร่อยทั่วไทย เป็นที่รู้จักในแบรนด์ “ไดมอนด์ เชฟ”ฉีกแนวจากการเรียนกฎหมายปริญญาใบแรกของชีวิต

    “เคยทำงานด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท ล็อกเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ช่วงนั้นสนุกกับความท้าทายของงาน จึงเบนเข็มไปเรียนบริหารธุรกิจ เพิ่งกลับมาหมาดๆ ได้ 1 เดือน มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนสนิทลงทุนทำธุรกิจด้วยกัน ตอนอยู่ที่อังกฤษอาหารคลีน ฟู้ด แบบเดลิเวอรี่ กำลังฮิต จึงชวนเพื่อนว่ามาลองทำตรงนี้ดีไหม โชคดีที่คุณลุงทำงานธุรกิจโต๊ะจีนสั่งสมประสบการณ์มา 30-40 ปีแล้ว จึงนำต้นทุนชีวิตมาต่อยอดทำอาหารระดับพรีเมี่ยม ไฟน์ไ ดน์นิ่ง เดลิเวอรี่ โดยเริ่มจากอาหารจีนก่อน เช่น หูฉลาม, เนื้อวากิว และ รังนก เน้นคุณภาพแต่ราคาเอื้อมถึง นอกจากนี้ยังมีบริการเครื่องดื่มอีกด้วย” หนุ่มไฟแรงกล่าว  

    สำหรับความสนใจด้านอาหาร หนุ่มที่มีชื่อเล่นเป็นภาษาเยอรมัน ซึ่งแปลว่า “ผู้มีสติปัญญา” เล่าว่า เริ่มต้นจากการชอบกินบางครั้งกินข้าวนอกบ้านความอร่อยโดนใจ คิดว่าถ้าทำด้วยตัวเองต้องให้อร่อยไปเลย จึงไปเสริมทักษะฝึกเรียนทำอาหาร คอร์สสั้นๆ ที่ประเทศอังกฤษจนคว้าประกาศนียบัตรมาการันตีความสามารถ พอทำได้และชิมได้ แต่หลักๆ ธุรกิจนี้มีพ่อครัวช่วยควบคุม ส่วนใหญ่ตัวเองคิดค้นเมนูใหม่ เพิ่มรสชาติใหม่ ตอบโจทย์ให้อาหารคลีนรสชาติดีหนีจากความเชื่อเดิมที่ฝังใจว่าไม่อร่อย”

    ก่อนลงมือทำ คุณฮู ให้ความรู้ว่า “อาหารคลีน ฟู้ด คือ อาหารที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตน้อยที่สุด เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ ข้าวกล้อง ธัญพืช ผัก ผลไม้สดๆ กรดไขมันแบบดี มีวิธีการปรุงที่ไม่ต้องเสริมแต่งรสมาก ไม่ทอดน้ำมันท่วม เวลาผัดก็ใช้น้ำมันพวกน้ำมันมะกอกนิดหน่อย อาหารรสจัดๆ เช่น ยำ ส้มตำ ใช้น้ำปลา เกลือ โซเดียมเยอะๆ ส่งผลให้บวมน้ำ ไม่ควรมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก อาหารคลีนทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ที่สุด เพราะกระเพาะอาหารจะใช้เวลาแยกสารอาหารไม่นาน ทำให้ดูดซึมวิตามินและสารอาหารได้เต็มที่และเป็นมิตรต่อลำไส้อีกด้วย”

    ปัจจุบันนี้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายสนใจด้านสุขภาพมากขึ้น จริงๆ เรื่องการกินมีความสำคัญ ร้อยละ 60-70 ออกกำลังกายมีความสำคัญ ร้อยละ 30-40 ต่อการลดน้ำหนัก เมนูวันนี้จึงเลือกทำจานเบสิกแต่รับรองว่าอร่อยแน่นอนอย่าง “กะเพราะไก่คลีนฟู้ด” วัตถุดิบและส่วนผสม ประกอบด้วย ไก่ส่วนอก 350 กรัม, ใบกระเพราตามชอบ, พริก 3-4 เม็ด, กระเทียม 3-4 กลีบ, ซีอิ๊วขาว 5 ช้อนชา, ซอสปรุงรส 5 ช้อนชา, น้ำตาล 2 หยิบมือ, น้ำมันมะพร้าว และพริกสำหรับโรยหน้าเอาเม็ดออก วันนี้เลือกใช้ไก่ออร์แกนิก ซึ่งผ่านระบบการเลี้ยงแบบธรรมชาติและไม่มีความมัน วิธีทำ โขลกพริกกระเทียมให้ละเอียด นำกระทะตั้งไฟฉีดน้ำมันมะพร้าวให้ทั่วกระทะ พอร้อนให้นำพริกกระเทียมลงผัด ใส่เนื้อไก่ที่สับละเอียด ผัดคลุกเคล้าจนกระทั่งสุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรสและน้ำตาลทราย เมื่อเข้าที่แล้วใส่ใบกระเพราตามลงใบเพื่อให้กินหอม เสร็จแล้วตักใส่จาน โรยหน้าด้วยพริกตกแต่งให้สวยงาม    แต่ถ้าใครเปรี้ยวปากอยากกินแต่คร้านที่จะทำ คุณฮูแนะนำให้สั่งเมนูนี้ได้ที่ คุณศศิพงศ์ โทร.08-5509-8448 หรือ Line ID: beermiddle1 ในกรุงเทพฯ หากติดต่อรับที่ร้านอาหารบ้านหญิง สาขาสยามกิจ (สยามสแควร์ ซอย 5) โปรโมชั่นฟรีเค้กหรือข้าวไข่ข้น.

    ‘ช้องมาศ ’

    credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/274704/_กะเพราไก่คลีนฟู้ด_+ถูกปากสุขภาพดี

    Read More...



    เล่าลือว่า ร้านอาหารบากู๊ด (Bagus) บนเกาะเสม็ด จ.ระยอง มีอาหารรสชาติอร่อย ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก จนต้องชูนิ้วโป้งการันตีความ “สุดยอด” เหมือนความหมายของชื่อร้าน ตามภาษามลายูกันเลยทีเดียว นับว่าโชคดีไม่น้อยแม้ไม่ได้เดินทางไปด้วยตัวเอง แต่ยังมีโอกาสลิ้มลองความอร่อย เมื่อได้เจอกับเจ้าของร้านตัวจริง “ต้น-เดิมพัน อยู่วิทยา” อาสามาเผยเคล็ดลับความอร่อยของเมนู “สเต๊กเนื้อ” หนึ่งในเมนูยอดฮิตแบบหมดเปลือก

    “สมัยเด็กเวลาแม่ไม่อยู่บ้าน ผมลงมือทำอาหารกินกับน้องทั้งสองคนอายุห่างกัน 5 ปี และ 7 ปี ส่วนใหญ่ทำเมนูง่าย ๆ เช่น ข้าวผัด เนื้อย่าง กุ้งทอด พอโต้งเรียนจบกลับมาจากอเมริกา เห็นพ้องกันอยากหุ้นทำรีสอร์ทและเปิดร้านอาหาร แต่โต้งแย้งถ้าจะขายลองทำกินกันก่อนไหม หลังจากนั้นผมและโต้งต่างก็หาสูตรมานั่งทำกิน เริ่มจากในครัวของคอนโดฯ พอชิมแล้วกินได้ ก็น่าจะขายได้ จึงเดินหน้าลุยทันที” หนุ่มอารมณ์ดีเล่าถึง โต้ง-สุพิชยะ ฉายเหมือนวงศ์ เพื่อนซี้ย่ำปึ้ก ซึ่งนอกจากลงขันเปิดร้านแล้ว ยังหุ้นกันดำเนินการบริหารธุรกิจด้านโรงแรมภายใต้ชื่อ ลิมา  รีสอร์ท กรุ๊ป มีโรงแรมในเครือทั้งหมด 3 แห่งบนเกาะเสม็ด ได้แก่ ลิมา โคโค่ รีสอร์ท, ลิมา เบลล่า รีสอร์ท และรีสอร์ทน้องใหม่ใกล้เปิดปลายปีนี้ ชื่อว่า ลิมา ดูว่า รีสอร์ท

    ช่วงปลุกปั้นคุณต้นยังมีโอกาสลงครัวทำอาหารให้ลูกค้าด้วยตัวเอง ผิดกับปัจจุบันที่ยกหน้าที่ให้แม่ครัวเอก “เรามีทีมงานดีมาก แม่ครัวเก่ง พนักงานทุกคนน่ารัก กระตือรือร้น เรามีสโลแกนการบริหารงานคือ รวดเร็ว สร้างสรรค์ คิดบวก และประหยัด ซึ่งการประหยัดในที่นี้หมายถึงลดการใช้ทรัพยากร ไม่ใช้ถุงพลาสติกเรี่ยราด ทว่าเรื่องอาหารเราค่อนข้างพิถีพิถันคัดเลือกวัตถุดิบชั้นดีมาประกอบอาหาร และยังคำนึงถึงความสะอาด ราคาสมเหตุสมผล รสชาติถึงใจ ซึ่งมีเมนูขึ้นชื่อ ได้แก่ หมูทอดกระเทียมพริกไทย, ต้มแซ่บเนื้อตุ๋น, เนื้อผัดกะเพรา, เสือร้องไห้ และไข่ตุ๋นทะเลเดือด ซึ่งใช้หม้อไฟทำไข่ตุ๋นราดหน้าด้วยเครื่องทะเลซีฟู้ดทั้งหมด มีกระเทียมโรย แล้วจุดไฟเวลาเสิร์ฟ” ผู้บริหารหนุ่มเล่า

    สำหรับเมนูวันนี้ถือเป็นจานประจำทำบ่อยตามประสาคนอยู่ง่ายกินง่าย เพียงเลือกซื้อวัตถุดิบตามนี้ ได้แก่ เนื้อริบอาย ประมาณ 180-250 กรัม “ผู้ชายออกกำลังกาย เนื้อปริมาณพอเหมาะอยู่ที่ 200 กรัม ส่วนผู้หญิงประมาณ 180 กรัม” คุณต้นแนะนำและกล่าวเสริมว่าอาจเปลี่ยนประเภทเนื้อตามความชอบได้ แต่ถ้าเป็นชนิดที่มีมันแทรกจะยิ่งนุ่มละมุนลิ้น ส่วนผสมอื่น ๆ ใช้ปริมาณเล็กน้อย เกลือสมุทร, น้ำมันมะกอก, คิโคแมนซอส, พริกไทยชนิดเม็ด ด้านไวน์แดงใช้ 1 ถ้วยเล็ก, เนยเค็ม 4 ช้อนชา ปิดท้ายที่ผักสลัด น้ำสลัด และขนมปังฝรั่งเศสตามชอบ สูตรของคุณต้นจุดชูรสอยู่ที่การเพิ่มคิโคแมนซอส เข้ามาเพิ่มอรรถรสจัดจ้านมีกลิ่นอายความเป็นเอเชีย เบรกรสเลี่ยนลิ้นด้วยผักสลัดสดชนิดปลอดสารพิษ ทั้งแครอท ถั่วลันเตา และข้าวโพด

    วิธีทำ อันดับแรกใช้ค้อนเหล็กทุบชิ้นเนื้อเพื่อให้ส่วนผสมเข้ารส เอาน้ำมันมะกอกราด ใช้มือละเลงให้ทั่ว โรยเกลือ พริกไทยดำ ไวน์แดง และคิโคแมนซอส ลงตามลำดับแล้วสลับข้างทำซ้ำ เมื่อคลุกเคล้าได้ที่หมักทิ้งไว้ 5-10 นาที ระหว่างนี้นำกระทะตั้งไฟ พอร้อนนำเนยเค็ม 2 ช้อนชาลงผัดกับผักเคียง พอเข้ากันค่อยใส่เนยเพิ่ม 2 ช้อนชา เพิ่มความหอมด้วยเกลือ ระวังคอยชิมรสอย่าให้เค็มเกินไป เสร็จแล้วนำเนื้อลงทอดทีละข้างให้สุกนอกนุ่มใน ทั้งนี้เนื้อสามารถใช้ไฟแรงได้แต่ถ้าใช้หมูแนะนำให้ใช้ไฟกลาง เสร็จแล้วตักเสิร์ฟกินพร้อมสลัดผักและขนมปังฝรั่งเศส ถ้าใครอยากได้สเต๊กเนื้อราดน้ำเกรวี่ชุ่มฉ่ำตามฉบับอเมริกัน คุณต้นนำน้ำที่เหลือก้นกระทะ ผัดรวมกับเนย นมสด ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ชีสแผ่น และไวน์แดง 1 ช้อนโต๊ะ มาราด

    “พอชั่วโมงบินสูง การทำอาหารกลายเป็นเรื่องสนุก ไม่ต้องกลัวว่าเป็นเรื่องยาก ผมคิดว่าต้องใจกล้านิดหนึ่ง กล้าใส่เกลือ กล้าใส่พริกไทย กล้ากินฝีมือตัวเอง และที่สำคัญต้องกล้าชวนคนอื่นมากินฝีมือเรา” ผู้บริหารหนุ่มเล่าอย่างอารมณ์ดี.

    ‘ช้องมาศ’

    credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/276310/ท้าลอง+‘สเต๊กเนื้อริบอาย’+เมนูทำง่ายที่บ้าน++-+สูตรเด็ด...พร้อมเสิร์ฟ

    Read More...


    อาหารคลีน ข้าวผัดปู


    ข้าวผัดปู
              
              อีกหนึ่งเมนูข้าวผัดยอดนิยม แต่วันนี้จะพสมาทำ ข้าวผัดปูแบบคลีน ใช้ข้าวหอมนิลแทนข้าวขาวธรรมดา ถึงสีสันจะน่ากลัว แต่รับรองว่าอร่อย และดีต่อสุขภาพแน่ ๆ

    ส่วนผสม
              
               ข้าวหอมนิล 1 ส่วน

               เนื้อปูก้อน 1 ส่วน

               ไข่เป็ด 1 ฟอง

               เกลือป่น

               น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา

               กระเทียมสับ
              
              หมายเหตุ : ป้าใช้สัดส่วนข้าวหอมนิล 1 ส่วน เนื้อปูก้อน 1 ส่วน ไข่เป็ด 1 ใบ ตามสัดส่วนอาหารคลีนไงคะ คราป 1 ส่วน โปรตีน 1 ส่วน

    วิธีทำ

    อาหารคลีน 13 อาหารคลีนแบบไทย ๆ เมนูสุขภาพรสชาติคุ้นเคย 
    วิธีทำ ข้าวผัดปู
              
              1. ตั้งกระทะให้ร้อนจัด ๆ จนควันขึ้น ใส่น้ำมันมะกอก เกลี่ยให้ทั่วกระทะ ใส่กระเทียมสับ ลดไฟลง ผัดเร็ว ๆ
              
              2. จากนั้นใส่เนื้อปู ผัดให้ปูหอมและแห้ง
              
              3. จากนั้นตอกไข่ใส่ลงไป อย่าเพิ่งให้สุกมาก (ไข่เป็ดสีจะสวยและมันกว่าไข่ไก่)
              
              4. ใส่ข้าวลงผัดให้เข้ากัน (อย่าให้ข้าวเกาะเป็นเม็ด) เร่งไฟแรง ผัดเร็ว ๆ ให้ข้าวร้อน และเม็ดข้าวเด้งได้
              
              5. โรยหอมซอย (เอาแต่ใบเขียว) โรยพริกไทย (จานนี้ผักน้อยให้กินคู่กับสวัดผักนะคะ อร่อยมาก ป้ารับรอง)

              ว้าว ! เมนูอาหารคลีนแบบไทยเด็ด ๆ แบบนี้ ใครที่เคยคิดว่า อาหารคลีนไม่อร่อย กินยาก จืดชืด ไม่โดนใจ ก็คงจะต้องคิดใหม่แล้วล่ะค่ะ เพราะถ้าได้ลองกินอาหารคลีนแบบไทย ๆ แบบนี้ รสชาติน่าจะถูกปาก และน่าจะทำให้หลาย ๆ คนหันมาทำกินอาหารคลีนกินกันมากขึ้น


    Read More...




    ----------------

    ปรับปรุง
    รายการบทความทั้งหมด



    การบำรุงรักษารถยนต์เบื้องต้น



    ร้านค้าเคลื่อนที่ ใช้ รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง



    รวมบทความอาชีพ เสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม



    รวมบทความงานฝีมือ-สิ่งประดิษฐ์ รายได้เสริม



    ทองม้วน thong muan ; rolled wafer





    MASK รุ่นสายคล้องคอ







    MASK รุ่นสายคล้องคอ. ��รุ่นนี้เป็นที่นิยมใช้กันมาก #ขายดีมาก
    ทำจากผ้าคอตตอนแท้ 100%  ไม่ผสม เนื้อผ้านุ่ม 
    3 ชั้น. สวมใส่พอดีกับใบหน้า ไม่เจ็บหู มีสายคล้องคอปรับได้
    เวลาถอดออก ไม่ต้องกลัวลืม เพราะถอดแล้วคล้องคอไว้ได้
    บรรจุในถุงซิปฟรอย์อย่างดี
    ราคาชิ้นละ. 59. บาท. ไม่รวมส่ง 
    มีหลายสีให้เลือกนะคะ   สนใจทักแชทขอดูสีผ้าได้นะคะ
    หน่วยงาน บริษัท ห้างร้าน หรือ สนใจสั่งไปจำหน่าย 
    มีเรทราคาส่งค่ะ

    -> id line : noeyhorm_06
    #มีวางจำหน่ายหน้าร้านชานมไต้หวันมาราชาสาขาจรัญ44


    ร้านมาราชาชานมไข่มุก สาขาจรัญสนิทวงศ์ 44
    ● รับบัตรสะสมครบ 10 แก้ว แลกรับฟรี 1 แก้ว
    ● สั่งเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN, Foodpanda ,GET ...ถึงมือปั๊บพร้อมดื่มปุ๊บ!
    ● อัพเดทโปรโมชั่นใหม่ๆ รสชาติใหม่ ตลอดเวลา
    ● มีเมนูให้เลือก 40 กว่าเมนู : https://bit.ly/2Z9iqV0






























































    เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
    ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

    --------------------------------------------------------------------------------------------
    แคมเปญ-โปรโมทชั่น อะไหล่ฟอร์ด อัพเดททางออนไลน์และปรับปรุงข้อมูลออนไลน์
    อะไหล่ฟอร์ด อะไหล่รถฟอร์ด อะไหล่รถยนต์ฟอร์ด อะไหล่ฟอร์ดแท้ ร้านขายอะไหล่รถฟอร์ด ขายอะไหล่รถฟอร์ด อะไหล่ฟอร์ด
     
    Option

    รวมบทความอาชีพเสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม หาอาชีพเสริมอิสระทำเงิน สร้างอาชีพอิสระงานฝีมือ แนะนำการสร้างรายได้เสริมทำเงินด้วยการขายสินค้าหรือขายของเป็นอาชีพเสริม อิสระงานฝีมือ แนะแนวธุรกิจ อาชีพเสริม อาชีพแก้จน อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.